๔. ปฏินิทฺเทสวาโร

๑. เทสนาหารวิภงฺโค

๕. ตตฺถ กตโม เทสนาหาโร? ‘‘อสฺสาทาทีนวตา’’ติ คาถา อยํ เทสนาหาโร. กึ เทสยติ? อสฺสาทํ อาทีนวํ นิสฺสรณํ ผลํ อุปายํ อาณตฺตึ. ธมฺมํ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามิ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสสฺสามีติ.

ตตฺถ กตโม อสฺสาโท?

‘‘กามํ [กามมาทิกา อิมา ฉ คาถา สุ. นิ. ๗๗๒ ปสฺสิตพฺพา] กามยมานสฺส, ตสฺส เจตํ สมิชฺฌติ;

อทฺธา ปีติมโน โหติ, ลทฺธา มจฺโจ ยทิจฺฉตี’’ติ.

อยํ อสฺสาโท.

ตตฺถ กตโม อาทีนโว?

‘‘ตสฺส เจ กามยานสฺส, ฉนฺทชาตสฺส ชนฺตุโน;

เต กามา ปริหายนฺติ, สลฺลวิทฺโธว รุปฺปตี’’ติ.

อยํ อาทีนโว.

ตตฺถ กตมํ นิสฺสรณํ?

‘‘โย กาเม ปริวชฺเชติ, สปฺปสฺเสว ปทา สิโร;

โสมํ วิสตฺติกํ โลเก, สโต สมติวตฺตตี’’ติ.

อิทํ นิสฺสรณํ.

ตตฺถ กตโม อสฺสาโท?

‘‘เขตฺตํ วตฺถุํ หิรญฺญํ วา, ควาสฺสํ ทาสโปริสํ;

ถิโย พนฺธู ปุถู กาเม, โย นโร อนุคิชฺฌตี’’ติ.

อยํ อสฺสาโท.

ตตฺถ กตโม อาทีนโว?

‘‘อพลา นํ พลียนฺติ, มทฺทนฺเต นํ ปริสฺสยา;

ตโต นํ ทุกฺขมเนฺวติ, นาวํ ภินฺนมิโวทก’’นฺติ.

อยํ อาทีนโว.

ตตฺถ กตมํ นิสฺสรณํ?

‘‘ตสฺมา ชนฺตุ สทา สโต, กามานิ ปริวชฺชเย;

เต ปหาย ตเร โอฆํ, นาวํ สิตฺวาว ปารคู’’ติ.

อิทํ นิสฺสรณํ.

ตตฺถ กตมํ ผลํ?

‘‘ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารึ, ฉตฺตํ มหนฺตํ ยถ วสฺสกาเล;

เอสานิสํโส ธมฺเม สุจิณฺเณ, น ทุคฺคตึ คจฺฉติ ธมฺมจารี’’ติ.

อิทํ ผลํ.

ตตฺถ กตโม อุปาโย?

‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา’’ติ…เป…

‘‘สพฺเพ สงฺขารา [ปสฺส ธ. ป. ๒๗๗] ทุกฺขา’’ติ…เป…

‘‘สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา’’ติ, ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ;

อถ นิพฺพินฺทติ ทุกฺเข, เอส มคฺโค วิสุทฺธิยา’’ติ.

อยํ อุปาโย.

ตตฺถ กตมา อาณตฺติ?

‘‘จกฺขุมา [ปสฺส อุทา. ๔๓] วิสมานีว, วิชฺชมาเน ปรกฺกเม;

ปณฺฑิโต ชีวโลกสฺมึ, ปาปานิ ปริวชฺชเย’’ติ.

อยํ อาณตฺติ.

‘‘‘สุญฺญโต โลกํ อเวกฺขสฺสุ,

โมฆราชา’ติ อาณตฺติ, ‘สทา สโต’ติ อุปาโย;

‘อตฺตานุทิฏฺฐึ อูหจฺจ [อุหจฺจ (ก.) ปสฺส สุ. นิ. ๑๑๒๕], เอวํ มจฺจุตโร สิยา’’’.

อิทํ ผลํ.

๖. ตตฺถ ภควา อุคฺฆฏิตญฺญุสฺส ปุคฺคลสฺส นิสฺสรณํ เทสยติ, วิปญฺจิตญฺญุสฺส ปุคฺคลสฺส อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ เทสยติ, เนยฺยสฺส ปุคฺคลสฺส อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ เทสยติ.

ตตฺถ จตสฺโส ปฏิปทา, จตฺตาโร ปุคฺคลา. ตณฺหาจริโต มนฺโท สตินฺทฺริเยน ทุกฺขาย ปฏิปทาย ทนฺธาภิญฺญาย นิยฺยาติ สติปฏฺฐาเนหิ นิสฺสเยหิ. ตณฺหาจริโต อุทตฺโต [อุทตฺโถ (สี.) อุ + อา + ทา + ต] สมาธินฺทฺริเยน ทุกฺขาย ปฏิปทาย ขิปฺปาภิญฺญาย นิยฺยาติ ฌาเนหิ นิสฺสเยหิ. ทิฏฺฐิจริโต มนฺโท วีริยินฺทฺริเยน สุขาย ปฏิปทาย ทนฺธาภิญฺญาย นิยฺยาติ สมฺมปฺปธาเนหิ นิสฺสเยหิ. ทิฏฺฐิจริโต อุทตฺโต ปญฺญินฺทฺริเยน สุขาย ปฏิปทาย ขิปฺปาภิญฺญาย นิยฺยาติ สจฺเจหิ นิสฺสเยหิ.

อุโภ ตณฺหาจริตา สมถปุพฺพงฺคมาย วิปสฺสนา นิยฺยนฺติ ราควิราคาย เจโตวิมุตฺติยา. อุโภ ทิฏฺฐิจริตา วิปสฺสนาปุพฺพงฺคเม สมเถน นิยฺยนฺติ อวิชฺชาวิราคาย ปญฺญาวิมุตฺติยา.

ตตฺถ เย สมถปุพฺพงฺคมาหิ ปฏิปทาหิ นิยฺยนฺติ, เต นนฺทิยาวฏฺเฏน นเยน หาตพฺพา, เย วิปสฺสนาปุพฺพงฺคมาหิ ปฏิปทาหิ นิยฺยนฺติ, เต สีหวิกฺกีฬิเตน นเยน หาตพฺพา.

๗. สฺวายํ หาโร กตฺถ สมฺภวติ, ยสฺส สตฺถา วา ธมฺมํ เทสยติ อญฺญตโร วา ครุฏฺฐานีโย สพฺรหฺมจารี, โส ตํ ธมฺมํ สุตฺวา สทฺธํ ปฏิลภติ. ตตฺถ ยา วีมํสา อุสฺสาหนา ตุลนา อุปปริกฺขา, อยํ สุตมยี ปญฺญา. ตถา สุเตน นิสฺสเยน ยา วีมํสา ตุลนา อุปปริกฺขา มนสานุเปกฺขณา, อยํ จินฺตามยี ปญฺญา. อิมาหิ ทฺวีหิ ปญฺญาหิ มนสิการสมฺปยุตฺตสฺส ยํ ญาณํ อุปฺปชฺชติ ทสฺสนภูมิยํ วา ภาวนาภูมิยํ วา, อยํ ภาวนามยี ปญฺญา.

๘. ปรโตโฆสา สุตมยี ปญฺญา. ปจฺจตฺตสมุฏฺฐิตา โยนิโส มนสิการา จินฺตามยี ปญฺญา. ยํ ปรโต จ โฆเสน ปจฺจตฺตสมุฏฺฐิเตน จ โยนิโสมนสิกาเรน ญาณํ อุปฺปชฺชติ, อยํ ภาวนามยี ปญฺญา. ยสฺส อิมา เทฺว ปญฺญา อตฺถิ สุตมยี จินฺตามยี จ, อยํ อุคฺฆฏิตญฺญู. ยสฺส สุตมยี ปญฺญา อตฺถิ, จินฺตามยี นตฺถิ, อยํ วิปญฺจิตญฺญู [วิปจฺจิตญฺญู (สี.)]. ยสฺส เนว สุตมยี ปญฺญา อตฺถิ น จินฺตามยี, อยํ เนยฺโย.

๙. สายํ ธมฺมเทสนา กึ เทสยติ? จตฺตาริ สจฺจานิ ทุกฺขํ สมุทยํ นิโรธํ มคฺคํ. อาทีนโว จ ผลญฺจ ทุกฺขํ, อสฺสาโท สมุทโย, นิสฺสรณํ นิโรโธ, อุปาโย อาณตฺติ จ มคฺโค. อิมานิ จตฺตาริ สจฺจานิ. อิทํ ธมฺมจกฺกํ.

ยถาห ภควา – ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติ เม, ภิกฺขเว, พาราณสิยํ อิสิปตเน มิคทาเย อนุตฺตรํ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติตํ อปฺปฏิวตฺติยํ สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เทเวน วา มาเรน วา พฺรหฺมุนา วา เกนจิ วา โลกสฺมึ, สพฺพํ ธมฺมจกฺกํ.

ตตฺถ อปริมาณา ปทา, อปริมาณา อกฺขรา, อปริมาณา พฺยญฺชนา, อปริมาณา อาการา เนรุตฺตา นิทฺเทสา. เอตสฺเสว อตฺถสฺส สงฺกาสนา ปกาสนา วิวรณา วิภชนา อุตฺตานีกมฺมํ [อุตฺตานิกมฺมํ (ก.)] ปญฺญตฺติ, อิติปิทํ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ.

‘‘อยํ ทุกฺขสมุทโย’’ติ เม, ภิกฺขเว, พาราณสิยํ อิสิปตเน มิคทาเย อนุตฺตรํ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติตํ…เป… ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรโธ’’ติ เม, ภิกฺขเว…เป… ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’’ติ เม, ภิกฺขเว, พาราณสิยํ อิสิปตเน มิคทาเย อนุตฺตรํ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติตํ อปฺปฏิวตฺติยํ สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เทเวน วา มาเรน วา พฺรหฺมุนา วา เกนจิ วา โลกสฺมึ.

ตตฺถ อปริมาณา ปทา, อปริมาณา อกฺขรา, อปริมาณา พฺยญฺชนา, อปริมาณา อาการา เนรุตฺตา นิทฺเทสา. เอตสฺเสว อตฺถสฺส สงฺกาสนา ปกาสนา วิวรณา วิภชนา อุตฺตานีกมฺมํ ปญฺญตฺติ อิติปิทํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อริยสจฺจํ.

ตตฺถ ภควา อกฺขเรหิ สงฺกาเสติ, ปเทหิ ปกาเสติ, พฺยญฺชเนหิ วิวรติ, อากาเรหิ วิภชติ, นิรุตฺตีหิ อุตฺตานีกโรติ [อุตฺตานึ กโรติ (ก.)], นิทฺเทเสหิ ปญฺญเปติ. ตตฺถ ภควา อกฺขเรหิ จ ปเทหิ จ อุคฺฆเฏติ [อุคฺฆาเฏติ (สี.)], พฺยญฺชเนหิ จ อากาเรหิ จ วิปญฺจยติ, นิรุตฺตีหิ จ นิทฺเทเสหิ จ วิตฺถาเรติ. ตตฺถ อุคฺฆฏนา [อุคฺฆาฏนา (สี.)] อาทิ, วิปญฺจนา มชฺเฌ, วิตฺถารณา ปริโยสานํ. โสยํ ธมฺมวินโย อุคฺฆฏียนฺโต อุคฺฆฏิตญฺญูปุคฺคลํ วิเนติ, เตน นํ อาหุ ‘‘อาทิกลฺยาโณ’’ติ. วิปญฺจียนฺโต วิปญฺจิตญฺญูปุคฺคลํ วิเนติ, เตน นํ อาหุ ‘‘มชฺเฌกลฺยาโณ’’ติ. วิตฺถารียนฺโต เนยฺยํ ปุคฺคลํ วิเนติ, เตน นํ อาหุ ‘‘ปริโยสานกลฺยาโณ’’ติ.

๑๐. ตตฺถ ฉปฺปทานิ อตฺโถ สงฺกาสนา ปกาสนา วิวรณา วิภชนา อุตฺตานีกมฺมํ ปญฺญตฺติ, อิมานิ ฉปฺปทานิ อตฺโถ. ฉปฺปทานิ พฺยญฺชนํ อกฺขรํ ปทํ พฺยญฺชนํ อากาโร นิรุตฺติ นิทฺเทโส, อิมานิ ฉปฺปทานิ พฺยญฺชนํ. เตนาห ภควา ‘‘ธมฺมํ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามิ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชน’’นฺติ.

เกวลนฺติ โลกุตฺตรํ, น มิสฺสํ โลกิเยหิ ธมฺเมหิ. ปริปุณฺณนฺติ ปริปูรํ อนูนํ อนติเรกํ. ปริสุทฺธนฺติ นิมฺมลํ สพฺพมลาปคตํ ปริโยทาตํ อุปฏฺฐิตํ สพฺพวิเสสานํ, อิทํ วุจฺจติ ตถาคตปทํอิติปิ ตถาคตนิเสวิตํอิติปิ ตถาคตารญฺชิตํอิติปิ, อโตเจตํ พฺรหฺมจริยํ ปญฺญายติ. เตนาห ภควา ‘‘เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสสฺสามี’’ติ.

เกสํ อยํ ธมฺมเทสนา, โยคีนํ. เตนาห อายสฺมา มหากจฺจายโน –

‘‘อสฺสาทาทีนวตา, นิสฺสรณมฺปิ จ ผลํ อุปาโย จ;

อาณตฺตี จ ภควโต, โยคีนํ เทสนาหาโร’’ติ.

นิยุตฺโต เทสนาหาโร.

๒. วิจยหารวิภงฺโค

๑๑. ตตฺถ กตโม วิจโย หาโร? ‘‘ยํ ปุจฺฉิตญฺจ วิสฺสชฺชิตญฺจา’’ติ คาถา, อยํ วิจโย หาโร.

กึ วิจินติ? ปทํ วิจินติ, ปญฺหํ วิจินติ, วิสชฺชนํ [วิสฺสชฺชนํ (สี. ก.)] วิจินติ, ปุพฺพาปรํ วิจินติ, อสฺสาทํ วิจินติ, อาทีนวํ วิจินติ, นิสฺสรณํ วิจินติ, ผลํ วิจินติ, อุปายํ วิจินติ, อาณตฺตึ วิจินติ, อนุคีตึ วิจินติ, สพฺเพ นว สุตฺตนฺเต วิจินติ. ยถา กึ ภเว, ยถา อายสฺมา อชิโต ปารายเน ภควนฺตํ ปญฺหํ ปุจฺฉติ –

‘‘เกนสฺสุ [ปสฺส สุ. นิ. ๑๐๓๘] นิวุโต โลโก, [อิจฺจายสฺมา อชิโต,]

เกนสฺสุ นปฺปกาสติ;

กิสฺสาภิเลปนํ พฺรูสิ, กึ สุ ตสฺส มหพฺภย’’นฺติ.

อิมานิ จตฺตาริ ปทานิ ปุจฺฉิตานิ, โส เอโก ปโญฺห. กสฺมา? เอกวตฺถุ ปริคฺคหา, เอวญฺหิ อาห ‘‘เกนสฺสุ นิวุโต โลโก’’ติ โลกาธิฏฺฐานํ ปุจฺฉติ, ‘‘เกนสฺสุ นปฺปกาสตี’’ติ โลกสฺส อปฺปกาสนํ ปุจฺฉติ, ‘‘กิสฺสาภิเลปนํ พฺรูสี’’ติ โลกสฺส อภิเลปนํ ปุจฺฉติ, ‘‘กึสุ ตสฺส มหพฺภย’’นฺติ ตสฺเสว โลกสฺส มหาภยํ ปุจฺฉติ. โลโก ติวิโธ กิเลสโลโก ภวโลโก อินฺทฺริยโลโก.

ตตฺถ วิสชฺชนา –

‘‘อวิชฺชาย นิวุโต โลโก, [อชิตาติ ภควา,]

วิวิจฺฉา [เววิจฺฉา (สุ. นิ. ๑๐๓๙)] ปมาทา นปฺปกาสติ;

ชปฺปาภิเลปนํ พฺรูมิ, ทุกฺขมสฺส มหพฺภย’’นฺติ.

อิมานิ จตฺตาริ ปทานิ อิเมหิ จตูหิ ปเทหิ วิสชฺชิตานิ ปฐมํ ปฐเมน, ทุติยํ ทุติเยน, ตติยํ ตติเยน, จตุตฺถํ จตุตฺเถน.

‘‘เกนสฺสุ นิวุโต โลโก’’ติ ปเญฺห ‘‘อวิชฺชาย นิวุโต โลโก’’ติ วิสชฺชนา. นีวรเณหิ นิวุโต โลโก, อวิชฺชานีวรณา หิ สพฺเพ สตฺตา. ยถาห ภควา ‘‘สพฺพสตฺตานํ, ภิกฺขเว, สพฺพปาณานํ สพฺพภูตานํ ปริยายโต เอกเมว นีวรณํ วทามิ ยทิทํ อวิชฺชา, อวิชฺชานีวรณา หิ สพฺเพ สตฺตา. สพฺพโสว, ภิกฺขเว, อวิชฺชาย นิโรธา จาคา ปฏินิสฺสคฺคา นตฺถิ สตฺตานํ นีวรณนฺติ วทามี’’ติ. เตน จ ปฐมสฺส ปทสฺส วิสชฺชนา ยุตฺตา.

‘‘เกนสฺสุ นปฺปกาสตี’’ติ ปเญฺห ‘‘วิวิจฺฉา ปมาทา นปฺปกาสตี’’ติ วิสชฺชนา. โย ปุคฺคโล นีวรเณหิ นิวุโต, โส วิวิจฺฉติ. วิวิจฺฉา นาม วุจฺจติ วิจิกิจฺฉา. โส วิจิกิจฺฉนฺโต นาภิสทฺทหติ, น อภิสทฺทหนฺโต วีริยํ นารภติ อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานาย กุสลานํ ธมฺมานํ สจฺฉิกิริยาย. โส อิธปฺปมาทมนุยุตฺโต วิหรติ ปมตฺโต, สุกฺเก ธมฺเม น อุปฺปาทิยติ, ตสฺส เต อนุปฺปาทิยมานา นปฺปกาสนฺติ, ยถาห ภควา –

‘‘ทูเร สนฺโต ปกาสนฺติ [ปกาเสนฺติ ธ. ป. ๓๐๔], หิมวนฺโตว ปพฺพโต;

อสนฺเตตฺถ น ทิสฺสนฺติ, รตฺตึ ขิตฺตา [รตฺติ ขิตฺตา (สี.), ปสฺส ธ. ป. ๓๐๔] ยถา สรา;

เต คุเณหิ ปกาสนฺติ, กิตฺติยา จ ยเสน จา’’ติ.

เตน จ ทุติยสฺส ปทสฺส วิสชฺชนา ยุตฺตา.

‘‘กิสฺสาภิเลปนํ พฺรูสี’’ติ ปเญฺห ‘‘ชปฺปาภิเลปนํ พฺรูมี’’ติ วิสชฺชนา. ชปฺปา นาม วุจฺจติ ตณฺหา. สา กถํ อภิลิมฺปติ? ยถาห ภควา –

‘‘รตฺโต อตฺถํ น ชานาติ, รตฺโต ธมฺมํ น ปสฺสติ;

อนฺธนฺตมํ [อนฺธตมํ (ก.)] ตทา โหติ, ยํ ราโค สหเต นร’’นฺติ.

สายํ ตณฺหา อาสตฺติพหุลสฺส ปุคฺคลสฺส ‘‘เอวํ อภิชปฺปา’’ติ กริตฺวา ตตฺถ โลโก อภิลิตฺโต นาม ภวติ, เตน จ ตติยสฺส ปทสฺส วิสชฺชนา ยุตฺตา.

‘‘กึ สุ ตสฺส มหพฺภย’’นฺติ ปเญฺห ‘‘ทุกฺขมสฺส มหพฺภย’’นฺติ วิสชฺชนา. ทุวิธํ ทุกฺขํ – กายิกญฺจ เจตสิกญฺจ. ยํ กายิกํ อิทํ ทุกฺขํ, ยํ เจตสิกํ อิทํ โทมนสฺสํ. สพฺเพ สตฺตา หิ ทุกฺขสฺส อุพฺพิชฺชนฺติ, นตฺถิ ภยํ ทุกฺเขน สมสมํ, กุโต วา ปน ตสฺส อุตฺตริตรํ? ติสฺโส ทุกฺขตา – ทุกฺขทุกฺขตา สงฺขารทุกฺขตา วิปริณามทุกฺขตา. ตตฺถ โลโก โอธโส กทาจิ กรหจิ ทุกฺขทุกฺขตาย มุจฺจติ. ตถา วิปริณามทุกฺขตาย. ตํ กิสฺส เหตุ? โหนฺติ โลเก อปฺปาพาธาปิ ทีฆายุกาปิ. สงฺขารทุกฺขตาย ปน โลโก อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา มุจฺจติ, ตสฺมา สงฺขารทุกฺขตา ทุกฺขํ โลกสฺสาติ กตฺวา ทุกฺขมสฺส มหพฺภยนฺติ. เตน จ จตุตฺถสฺส ปทสฺส วิสชฺชนา ยุตฺตา. เตนาห ภควา ‘‘อวิชฺชาย นิวุโต โลโก’’ติ.

สวนฺติ สพฺพธิ โสตา, [อิจฺจายสฺมา อชิโต,]

โสตานํ กึ นิวารณํ;

โสตานํ สํวรํ พฺรูหิ, เกน โสตา ปิธียเร [ปิถียเร (สี.), ปิธิยฺยเร (ก.), ปสฺส สุ. นิ. ๑๐๔๐].

อิมานิ จตฺตาริ ปทานิ ปุจฺฉิตานิ. เต เทฺว ปญฺหา. กสฺมา? อิเมหิ พตฺวาธิวจเนน ปุจฺฉิตา. เอวํ สมาปนฺนสฺส โลกสฺส เอวํ สํกิลิฏฺฐสฺส กึ โลกสฺส โวทานํ วุฏฺฐานมิติ, เอวญฺหิ อาห.

สวนฺติ สพฺพธิ โสตาติ. อสมาหิตสฺส สวนฺติ อภิชฺฌาพฺยาปาทปฺปมาทพหุลสฺส. ตตฺถ ยา อภิชฺฌา อยํ โลโภ อกุสลมูลํ, โย พฺยาปาโท อยํ โทโส อกุสลมูลํ, โย ปมาโท อยํ โมโห อกุสลมูลํ. ตสฺเสวํ อสมาหิตสฺส ฉสุ อายตเนสุ ตณฺหา สวนฺติ รูปตณฺหา สทฺทตณฺหา คนฺธตณฺหา รสตณฺหา โผฏฺฐพฺพตณฺหา ธมฺมตณฺหา, ยถาห ภควา –

‘‘สวตี’’ติ จ โข, ภิกฺขเว, ฉนฺเนตํ อชฺฌตฺติกานํ อายตนานํ อธิวจนํ. จกฺขุ สวติ มนาปิเกสุ รูเปสุ, อมนาปิเกสุ [อมนาปิเยสุ (ก.)] ปฏิหญฺญตีติ. โสตํ…เป… ฆานํ… ชิวฺหา… กาโย… มโน สวติ มนาปิเกสุ ธมฺเมสุ อมนาปิเกสุ ปฏิหญฺญตีติ. อิติ สพฺพา จ สวติ, สพฺพถา จ สวติ. เตนาห ‘‘สวนฺติ สพฺพธิ โสตา’’ติ.

‘‘โสตานํ กึ นิวารณ’’นฺติ ปริยุฏฺฐานวิฆาตํ ปุจฺฉติ, อิทํ โวทานํ. ‘‘โสตานํ สํวรํ พฺรูหิ, เกน โสตา ปิธียเร’’ติ อนุสยสมุคฺฆาตํ ปุจฺฉติ, อิทํ วุฏฺฐานํ.

ตตฺถ วิสชฺชนา –

‘‘ยานิ โสตานิ โลกสฺมึ, [อชิตาติ ภควา,]

สติ เตสํ นิวารณํ;

โสตานํ สํวรํ พฺรูมิ, ปญฺญาเยเต ปิธียเร’’ติ.

กายคตาย สติยา ภาวิตาย พหุลีกตาย จกฺขุ นาวิญฺฉติ มนาปิเกสุ รูเปสุ, อมนาปิเกสุ น ปฏิหญฺญติ, โสตํ…เป… ฆานํ… ชิวฺหา… กาโย… มโน นาวิญฺฉติ มนาปิเกสุ ธมฺเมสุ, อมนาปิเกสุ น ปฏิหญฺญติ. เกน การเณน? สํวุตนิวาริตตฺตา อินฺทฺริยานํ. เกน เต สํวุตนิวาริตา? สติอารกฺเขน. เตนาห ภควา – ‘‘สติ เตสํ นิวารณ’’นฺติ.

ปญฺญาย อนุสยา ปหียนฺติ, อนุสเยสุ ปหีเนสุ ปริยุฏฺฐานา ปหียนฺติ. กิสฺส [ตสฺส (สี.)], อนุสยสฺส ปหีนตฺตา? ตํ ยถา ขนฺธวนฺตสฺส รุกฺขสฺส อนวเสสมูลุทฺธรเณ กเต ปุปฺผผลปลฺลวงฺกุรสนฺตติ สมุจฺฉินฺนา ภวติ. เอวํ อนุสเยสุ ปหีเนสุ ปริยุฏฺฐานสนฺตติ สมุจฺฉินฺนา ภวติ ปิทหิตา ปฏิจฺฉนฺนา. เกน? ปญฺญาย. เตนาห ภควา ‘‘ปญฺญาเยเต ปิธียเร’’ติ.

‘‘ปญฺญา เจว สติ จ, [อิจฺจายสฺมา อชิโต,]

นามรูปญฺจ มาริส;

เอตํ เม ปุฏฺโฐ ปพฺรูหิ, กตฺเถตํ อุปรุชฺฌตี’’ติ.

‘‘ยเมตํ ปญฺหํ อปุจฺฉิ [มํ ปุจฺฉิ (ก.), ปสฺส สุ. นิ. ๑๐๔๓], อชิต ตํ วทามิ เต;

ยตฺถ นามญฺจ รูปญฺจ, อเสสํ อุปรุชฺฌติ;

วิญฺญาณสฺส นิโรเธน, เอตฺเถตํ อุปรุชฺฌตี’’ติ.

อยํ ปเญฺห [ปโญฺห (สี. ก.) เนตฺติวิภาวนี ปสฺสิตพฺพา] อนุสนฺธึ ปุจฺฉติ. อนุสนฺธึ ปุจฺฉนฺโต กึ ปุจฺฉติ? อนุปาทิเสสํ นิพฺพานธาตุํ. ตีณิ จ สจฺจานิ สงฺขตานิ นิโรธธมฺมานิ ทุกฺขํ สมุทโย มคฺโค, นิโรโธ อสงฺขโต. ตตฺถ สมุทโย ทฺวีสุ ภูมีสุ ปหียติ ทสฺสนภูมิยา จ ภาวนาภูมิยา จ. ทสฺสเนน ตีณิ สํโยชนานิ ปหียนฺติ สกฺกายทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา สีลพฺพตปรามาโส, ภาวนาย สตฺต สํโยชนานิ ปหียนฺติ กามจฺฉนฺโท พฺยาปาโท รูปราโค อรูปราโค มาโน อุทฺธจฺจํ อวิชฺชาวเสสา [อวิชฺชา จ นิรวเสสา (สี. ก.)]. เตธาตุเก อิมานิ ทส สํโยชนานิ ปญฺโจรมฺภาคิยานิ ปญฺจุทฺธมฺภาคิยานิ.

๑๒. ตตฺถ ตีณิ สํโยชนานิ สกฺกายทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา สีลพฺพตปรามาโส อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ อธิฏฺฐาย นิรุชฺฌนฺติ. สตฺต สํโยชนานิ กามจฺฉนฺโท พฺยาปาโท รูปราโค อรูปราโค มาโน อุทฺธจฺจํ อวิชฺชาวเสสา อญฺญินฺทฺริยํ อธิฏฺฐาย นิรุชฺฌนฺติ. ยํ ปน เอวํ ชานาติ ‘‘ขีณา เม ชาตี’’ติ, อิทํ ขเย ญาณํ. ‘‘นาปรํ อิตฺถตฺตายา’’ติ ปชานาติ, อิทํ อนุปฺปาเท ญาณํ. อิมานิ เทฺว ญาณานิ อญฺญาตาวินฺทฺริยํ. ตตฺถ ยญฺจ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ ยญฺจ อญฺญินฺทฺริยํ, อิมานิ อคฺคผลํ อรหตฺตํ ปาปุณนฺตสฺส นิรุชฺฌนฺติ, ตตฺถ ยญฺจ ขเย ญาณํ ยญฺจ อนุปฺปาเท ญาณํ, อิมานิ เทฺว ญาณานิ เอกปญฺญา.

อปิ จ อารมฺมณสงฺเกเตน เทฺว นามานิ ลพฺภนฺติ, ‘‘ขีณา เม ชาตี’’ติ ปชานนฺตสฺส ขเย ญาณนฺติ นามํ ลภติ, ‘‘นาปรํ อิตฺถตฺตายา’’ติ ปชานนฺตสฺส อนุปฺปาเท ญาณนฺติ นามํ ลภติ. สา ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา, ยถาทิฏฺฐํ อปิลาปนฏฺเฐน สติ.

๑๓. ตตฺถ เย ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา, อิทํ นามรูปํ. ตตฺถ เย ผสฺสปญฺจมกา ธมฺมา, อิทํ นามํ. ยานิ ปญฺจินฺทฺริยานิ รูปานิ, อิทํ รูปํ. ตทุภยํ นามรูปํ วิญฺญาณสมฺปยุตฺตํ ตสฺส นิโรธํ ภควนฺตํ ปุจฺฉนฺโต อายสฺมา อชิโต ปารายเน เอวมาห –

‘‘ปญฺญา เจว สติ จ, นามรูปญฺจ มาริส;

เอตํ เม ปุฏฺโฐ ปพฺรูหิ, กตฺเถตํ อุปรุชฺฌตี’’ติ.

ตตฺถ สติ จ ปญฺญา จ จตฺตาริ อินฺทฺริยานิ, สติ เทฺว อินฺทฺริยานิ สตินฺทฺริยญฺจ สมาธินฺทฺริยญฺจ, ปญฺญา เทฺว อินฺทฺริยานิ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ วีริยินฺทฺริยญฺจ. ยา อิเมสุ จตูสุ อินฺทฺริเยสุ สทฺทหนา โอกปฺปนา, อิทํ สทฺธินฺทฺริยํ. ตตฺถ ยา สทฺธาธิปเตยฺยา จิตฺเตกคฺคตา, อยํ ฉนฺทสมาธิ. สมาหิเต จิตฺเต กิเลสานํ วิกฺขมฺภนตาย ปฏิสงฺขานพเลน วา ภาวนาพเลน วา, อิทํ ปหานํ. ตตฺถ เย อสฺสาสปสฺสาสา วิตกฺกวิจารา สญฺญาเวทยิตา สรสงฺกปฺปา, อิเม สงฺขารา. อิติ ปุริมโก จ ฉนฺทสมาธิ, กิเลสวิกฺขมฺภนตาย จ ปหานํ อิเม จ สงฺขารา, ตทุภยํ ฉนฺทสมาธิปฺปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ วิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ โวสฺสคฺคปริณามึ. ตตฺถ ยา วีริยาธิปเตยฺยา จิตฺเตกคฺคตา, อยํ วีริยสมาธิ…เป… ตตฺถ ยา จิตฺตาธิปเตยฺยา จิตฺเตกคฺคตา, อยํ จิตฺตสมาธิ…เป… ตตฺถ ยา วีมํสาธิปเตยฺยา จิตฺเตกคฺคตา, อยํ วีมํสาสมาธิ. สมาหิเต จิตฺเต กิเลสานํ วิกฺขมฺภนตาย ปฏิสงฺขานพเลน วา ภาวนาพเลน วา, อิทํ ปหานํ. ตตฺถ เย อสฺสาสปสฺสาสา วิตกฺกวิจารา สญฺญาเวทยิตา สรสงฺกปฺปา, อิเม สงฺขารา. อิติ ปุริมโก จ วีมํสาสมาธิ, กิเลสวิกฺขมฺภนตาย จ ปหานํ อิเม จ สงฺขารา, ตทุภยํ วีมํสาสมาธิปฺปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ วิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ โวสฺสคฺคปริณามึ.

๑๔. สพฺโพ สมาธิ ญาณมูลโก ญาณปุพฺพงฺคโม ญาณานุปริวตฺติ.

ยถา ปุเร ตถา ปจฺฉา, ยถา ปจฺฉา ตถา ปุเร;

ยถา ทิวา ตถา รตฺตึ [รตฺติ (ก.) อยํ คาถา เถรคา. ๓๙๗ ทิสฺสติ], ยถา รตฺตึ ตถา ทิวา.

อิติ วิวเฏน เจตสา อปริโยนทฺเธน สปฺปภาสํ จิตฺตํ ภาเวติ. ปญฺจินฺทฺริยานิ กุสลานิ จิตฺตสหภูนิ จิตฺเต อุปฺปชฺชมาเน อุปฺปชฺชนฺติ, จิตฺเต นิรุชฺฌมาเน นิรุชฺฌนฺติ. นามรูปญฺจ วิญฺญาณเหตุกํ วิญฺญาณปจฺจยา นิพฺพตฺตํ, ตสฺส มคฺเคน เหตุ อุปจฺฉินฺโน, วิญฺญาณํ อนาหารํ อนภินนฺทิตํ อปฺปฏิสนฺธิกํ ตํ นิรุชฺฌติ. นามรูปมปิ อเหตุ อปฺปจฺจยํ ปุนพฺภวํ น นิพฺพตฺตยติ [นิพฺพตฺติยติ (ก.)]. เอวํ วิญฺญาณสฺส นิโรธา ปญฺญา จ สติ จ นามรูปญฺจ นิรุชฺฌติ. เตนาห ภควา –

‘‘ยเมตํ ปญฺหํ อปุจฺฉิ, อชิต ตํ วทามิ เต;

ยตฺถ นามญฺจ รูปญฺจ, อเสสํ อุปรุชฺฌติ;

วิญฺญาณสฺส นิโรเธน, เอตฺเถตํ อุปรุชฺฌตี’’ติ.

‘‘เย จ [อยํ คาถา สุ. นิ. ๑๐๔๔ อญฺญถา ทิสฺสติ] สงฺขาตธมฺมาเส, [อิจฺจายสฺมา อชิโต]

เย จ เสกฺขา ปุถู อิธ;

เตสํ เม นิปโก อิริยํ, ปุฏฺโฐ ปพฺรูหิ มาริสา’’ติ.

๑๕. อิมานิ ตีณิ ปทานิ ปุจฺฉิตานิ, เต ตโย ปญฺหา. กิสฺส? เสขาเสขวิปสฺสนาปุพฺพงฺคมปฺปหานโยเคน, เอวญฺหิ อาห. ‘‘เย จ สงฺขาตธมฺมาเส’’ติ อรหตฺตํ ปุจฺฉติ, ‘‘เย จ เสขา ปุถู อิธา’’ติ เสขํ ปุจฺฉติ, ‘‘เตสํ เม นิปโก อิริยํ, ปุฏฺโฐ ปพฺรูหิ มาริสา’’ติ วิปสฺสนาปุพฺพงฺคมํ ปหานํ ปุจฺฉติ.

ตตฺถ วิสชฺชนา –

‘‘กาเมสุ นาภิคิชฺเฌยฺย, [อชิตาติ ภควา]

มนสานาวิโล สิยา;

กุสโล สพฺพธมฺมานํ, สโต ภิกฺขุ ปริพฺพเช’’ติ.

ภควโต สพฺพํ กายกมฺมํ ญาณปุพฺพงฺคมํ ญาณานุปริวตฺติ, สพฺพํ วจีกมฺมํ ญาณปุพฺพงฺคมํ ญาณานุปริวตฺติ, สพฺพํ มโนกมฺมํ ญาณปุพฺพงฺคมํ ญาณานุปริวตฺติ. อตีเต อํเส อปฺปฏิหตญาณทสฺสนํ, อนาคเต อํเส อปฺปฏิหตญาณทสฺสนํ, ปจฺจุปฺปนฺเน อํเส อปฺปฏิหตญาณทสฺสนํ.

โก จ ญาณทสฺสนสฺส ปฏิฆาโต? ยํ อนิจฺเจ ทุกฺเข อนตฺตนิ จ อญฺญาณํ อทสฺสนํ, อยํ ญาณทสฺสนสฺส ปฏิฆาโต. ยถา อิธ ปุริโส ตารกรูปานิ ปสฺเสยฺย, โน จ คณนสงฺเกเตน ชาเนยฺย, อยํ ญาณทสฺสนสฺส ปฏิฆาโต.

ภควโต ปน อปฺปฏิหตญาณทสฺสนํ, อนาวรณญาณทสฺสนา หิ พุทฺธา ภควนฺโต. ตตฺถ เสเขน ทฺวีสุ ธมฺเมสุ จิตฺตํ รกฺขิตพฺพํ เคธา จ รชนีเยสุ ธมฺเมสุ, โทสา จ ปริยุฏฺฐานีเยสุ. ตตฺถ ยา อิจฺฉา มุจฺฉา ปตฺถนา ปิยายนา กีฬนา, ตํ ภควา นิวาเรนฺโต เอวมาห ‘‘กาเมสุ นาภิคิชฺเฌยฺยา’’ติ.

‘‘มนสานาวิโล สิยา’’ติ ปริยุฏฺฐานวิฆาตํ อาห. ตถา หิ เสโข อภิคิชฺฌนฺโต อสมุปฺปนฺนญฺจ กิเลสํ อุปฺปาเทติ, อุปฺปนฺนญฺจ กิเลสํ ผาตึ กโรติ. โย ปน อนาวิลสงฺกปฺโป อนภิคิชฺฌนฺโต วายมติ, โส อนุปฺปนฺนานํ ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ อนุปฺปาทาย ฉนฺทํ ชเนติ วายมติ วีริยํ อารภติ จิตฺตํ ปคฺคณฺหาติ ปทหติ. โส อุปฺปนฺนานํ ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานาย ฉนฺทํ ชเนติ วายมติ วีริยํ อารภติ จิตฺตํ ปคฺคณฺหาติ ปทหติ. โส อนุปฺปนฺนานํ กุสลานํ ธมฺมานํ อุปฺปาทาย ฉนฺทํ ชเนติ วายมติ วีริยํ อารภติ จิตฺตํ ปคฺคณฺหาติ ปทหติ. โส อุปฺปนฺนานํ กุสลานํ ธมฺมานํ ฐิติยา อสมฺโมสาย ภิยฺโยภาวาย เวปุลฺลาย ภาวนาย ปาริปูริยา ฉนฺทํ ชเนติ วายมติ วีริยํ อารภติ จิตฺตํ ปคฺคณฺหาติ ปทหติ.

๑๖. กตเม [กตเม จ (อฏฺฐ.)] อนุปฺปนฺนา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา? กามวิตกฺโก พฺยาปาทวิตกฺโก วิหึสาวิตกฺโก, อิเม อนุปฺปนฺนา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา. กตเม อุปฺปนฺนา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา? อนุสยา อกุสลมูลานิ, อิเม อุปฺปนฺนา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา. กตเม อนุปฺปนฺนา กุสลา ธมฺมา? ยานิ โสตาปนฺนสฺส อินฺทฺริยานิ, อิเม อนุปฺปนฺนา กุสลา ธมฺมา. กตเม อุปฺปนฺนา กุสลา ธมฺมา? ยานิ อฏฺฐมกสฺส อินฺทฺริยานิ, อิเม อุปฺปนฺนา กุสลา ธมฺมา.

เยน กามวิตกฺกํ วาเรติ, อิทํ สตินฺทฺริยํ. เยน พฺยาปาทวิตกฺกํ วาเรติ, อิทํ สมาธินฺทฺริยํ. เยน วิหึสาวิตกฺกํ วาเรติ, อิทํ วีริยินฺทฺริยํ.

เยน อุปฺปนฺนุปฺปนฺเน ปาปเก อกุสเล ธมฺเม ปชหติ วิโนเทติ พฺยนฺตีกโรติ อนภาวํ คเมติ นาธิวาเสติ, อิทํ ปญฺญินฺทฺริยํ. ยา อิเมสุ จตูสุ อินฺทฺริเยสุ สทฺทหนา โอกปฺปนา, อิทํ สทฺธินฺทฺริยํ.

ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ กตฺถ ทฏฺฐพฺพํ? จตูสุ โสตาปตฺติยงฺเคสุ. วีริยินฺทฺริยํ กตฺถ ทฏฺฐพฺพํ? จตูสุ สมฺมปฺปธาเนสุ. สตินฺทฺริยํ กตฺถ ทฏฺฐพฺพํ? จตูสุ สติปฏฺฐาเนสุ. สมาธินฺทฺริยํ กตฺถ ทฏฺฐพฺพํ? จตูสุ ฌาเนสุ. ปญฺญินฺทฺริยํ กตฺถ ทฏฺฐพฺพํ? จตูสุ อริยสจฺเจสุ. เอวํ เสโข สพฺเพหิ กุสเลหิ ธมฺเมหิ อปฺปมตฺโต วุตฺโต ภควตา อนาวิลตาย มนสา. เตนาห ภควา ‘‘มนสานาวิโลสิยา’’ติ.

๑๗. ‘‘กุสโล สพฺพธมฺมาน’’นฺติ โลโก นาม ติวิโธ กิเลสโลโก ภวโลโก อินฺทฺริยโลโก. ตตฺถ กิเลสโลเกน ภวโลโก สมุทาคจฺฉติ, โส อินฺทฺริยานิ นิพฺพตฺเตติ, อินฺทฺริเยสุ ภาวิยมาเนสุ เนยฺยสฺส ปริญฺญา ภวติ. สา ทุวิเธน อุปปริกฺขิตพฺพา ทสฺสนปริญฺญาย จ ภาวนาปริญฺญาย จ. ยทา หิ เสโข เญยฺยํ ปริชานาติ, ตทา นิพฺพิทาสหคเตหิ สญฺญามนสิกาเรหิ เนยฺยํ ปริญฺญาตํ ภวติ. ตสฺส เทฺว ธมฺมา โกสลฺลํ คจฺฉนฺติ – ทสฺสนโกสลฺลญฺจ ภาวนาโกสลฺลญฺจ.

ตํ ญาณํ ปญฺจวิเธน เวทิตพฺพํः อภิญฺญา ปริญฺญา ปหานํ ภาวนา สจฺฉิกิริยา. ตตฺถ กตมา อภิญฺญา? ยํ ธมฺมานํ สลกฺขเณ ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา จ อตฺถปฏิสมฺภิทา จ, อยํ อภิญฺญา.

ตตฺถ กตมา ปริญฺญา? เอวํ อภิชานิตฺวา ยา ปริชานนา ‘‘อิทํ กุสลํ, อิทํ อกุสลํ, อิทํ สาวชฺชํ, อิทํ อนวชฺชํ, อิทํ กณฺหํ, อิทํ สุกฺกํ, อิทํ เสวิตพฺพํ, อิทํ น เสวิตพฺพํ, อิเม ธมฺมา เอวํคหิตา, อิทํ ผลํ นิพฺพตฺเตนฺติ [นิพฺพตฺตาเปนฺติ (ก.)], เตสํ เอวํคหิตานํ อยํ อตฺโถ’’ติ, อยํ ปริญฺญา.

เอวํ ปริชานิตฺวา ตโย ธมฺมา อวสิฏฺฐา ภวนฺติ ปหาตพฺพา ภาเวตพฺพา สจฺฉิกาตพฺพา จ. ตตฺถ กตเม ธมฺมา ปหาตพฺพา? เย อกุสลา. ตตฺถ กตเม ธมฺมา ภาเวตพฺพา? เย กุสลา. ตตฺถ กตเม ธมฺมา สจฺฉิกาตพฺพา? ยํ อสงฺขตํ. โย เอวํ ชานาติ อยํ วุจฺจติ อตฺถกุสโล ธมฺมกุสโล กลฺยาณตากุสโล ผลตากุสโล, อายกุสโล อปายกุสโล อุปายกุสโล มหตา โกสลฺเลน สมนฺนาคโตติ, เตนาห ภควา ‘‘กุสโล สพฺพธมฺมาน’’นฺติ.

‘‘สโต ภิกฺขุ ปริพฺพเช’’ติ เตน ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารตฺถํ อภิกฺกนฺเต ปฏิกฺกนฺเต อาโลกิเต วิโลกิเต สมิญฺชิเต [สมฺมิญฺชิเต (สี.)] ปสาริเต สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารเณ อสิเต ปีเต ขายิเต สายิเต อุจฺจารปสฺสาวกมฺเม คเต ฐิเต นิสินฺเน สุตฺเต ชาคริเต ภาสิเต ตุณฺหิภาเว สเตน สมฺปชาเนน วิหาตพฺพํ. อิมา เทฺว จริยา อนุญฺญาตา ภควตา เอกา วิสุทฺธานํ, เอกา วิสุชฺฌนฺตานํ. เก วิสุทฺธา? อรหนฺโต. เก วิสุชฺฌนฺตา? เสกฺขา. กตกิจฺจานิ หิ อรหโต อินฺทฺริยานิ. ยํ โพชฺฌํ, ตํ จตุพฺพิธํ ทุกฺขสฺส ปริญฺญาภิสมเยน สมุทยสฺส ปหานาภิสมเยน มคฺคสฺส ภาวนาภิสมเยน นิโรธสฺส สจฺฉิกิริยาภิสมเยน, อิทํ จตุพฺพิธํ โพชฺฌํ โย เอวํ ชานาติ, อยํ วุจฺจติ สโต อภิกฺกมติ สโต ปฏิกฺกมติ ขยา ราคสฺส ขยา โทสสฺส ขยา โมหสฺส. เตนาห ภควา ‘‘สโต ภิกฺขุ ปริพฺพเช’’ติ, เตนาห –

‘‘กาเมสุ นาภิคิชฺเฌยฺย, [อชิตาติ ภควา]

มนสานาวิโล สิยา;

กุสโล สพฺพธมฺมานํ, สโต ภิกฺขุ ปริพฺพเช’’ติ.

เอวํ ปุจฺฉิตพฺพํ, เอวํ วิสชฺชิตพฺพํ. สุตฺตสฺส จ อนุคีติ อตฺถโต จ พฺยญฺชนโต จ สมาเนตพฺพา [สมานยิตพฺพา (สี. ก.)]. อตฺถาปคตํ หิ พฺยญฺชนํ สมฺผปฺปลาปํ ภวติ. ทุนฺนิกฺขิตฺตสฺส ปทพฺยญฺชนสฺส อตฺโถปิ ทุนฺนโย ภวติ, ตสฺมา อตฺถพฺยญฺชนูเปตํ สงฺคายิตพฺพํ. สุตฺตญฺจ ปวิจินิตพฺพํ. กึ อิทํ สุตฺตํ อาหจฺจ วจนํ อนุสนฺธิวจนํ นีตตฺถํ เนยฺยตฺถํ สํกิเลสภาคิยํ นิพฺเพธภาคิยํ อเสกฺขภาคิยํ? กุหึ อิมสฺส สุตฺตสฺส สพฺพานิ สจฺจานิ ปสฺสิตพฺพานิ, อาทิมชฺฌปริโยสาเนติ? เอวํ สุตฺตํ ปวิเจตพฺพํ. เตนาห อายสฺมา มหากจฺจายโน – ‘‘ยํ ปุจฺฉิตญฺจ วิสฺสชฺชิตญฺจ, สุตฺตสฺส ยา จ อนุคีตี’’ติ.

นิยุตฺโต วิจโย หาโร.

๓. ยุตฺติหารวิภงฺโค

๑๘. ตตฺถ กตโม ยุตฺติหาโร? ‘‘สพฺเพสํ หาราน’’นฺติ, อยํ ยุตฺติหาโร. กึ โยชยติ [โยเชติ (สี.)]? จตฺตาโร มหาปเทสา พุทฺธาปเทโส สงฺฆาปเทโส สมฺพหุลตฺเถราปเทโส [สมฺปหุล… (ก.)] เอกตฺเถราปเทโส. อิเม จตฺตาโร มหาปเทสา, ตานิ ปทพฺยญฺชนานิ สุตฺเต โอตารยิตพฺพานิ, วินเย สนฺทสฺสยิตพฺพานิ, ธมฺมตายํ อุปนิกฺขิปิตพฺพานิ.

กตมสฺมึ สุตฺเต โอตารยิตพฺพานิ? จตูสุ อริยสจฺเจสุ. กตมสฺมึ วินเย สนฺทสฺสยิตพฺพานิ? ราควินเย โทสวินเย โมหวินเย. กตมิสฺสํ [กตมิยํ (สี.)] ธมฺมตายํ อุปนิกฺขิปิตพฺพานิ? ปฏิจฺจสมุปฺปาเท. ยทิ จตูสุ อริยสจฺเจสุ อวตรติ, กิเลสวินเย สนฺทิสฺสติ, ธมฺมตญฺจ น วิโลเมติ, เอวํ อาสเว น ชเนติ. จตูหิ มหาปเทเสหิ ยํ ยํ ยุชฺชติ, เยน เยน ยุชฺชติ, ยถา ยถา ยุชฺชติ, ตํ ตํ คเหตพฺพํ.

๑๙. ปญฺหํ ปุจฺฉิเตน กติ ปทานิ ปเญฺหติ ปทโส ปริโยคาหิตพฺพํ วิเจตพฺพํ? ยทิ สพฺพานิ ปทานิ เอกํ อตฺถํ อภิวทนฺติ, เอโก ปโญฺห. อถ จตฺตาริ ปทานิ เอกํ อตฺถํ อภิวทนฺติ, เอโก ปโญฺห. อถ ตีณิ ปทานิ เอกํ อตฺถํ อภิวทนฺติ, เอโก ปโญฺห. อถ เทฺว ปทานิ เอกํ อตฺถํ อภิวทนฺติ, เอโก ปโญฺห. อถ เอกํ ปทํ เอกํ อตฺถํ อภิวทติ, เอโก ปโญฺห. ตํ อุปปริกฺขมาเนน อญฺญาตพฺพํ กึ อิเม ธมฺมา นานตฺถา นานาพฺยญฺชนา, อุทาหุ อิเมสํ ธมฺมานํ เอโก อตฺโถ พฺยญฺชนเมว นานนฺติ. ยถา กึ ภเว? ยถา สา เทวตา ภควนฺตํ ปญฺหํ ปุจฺฉติ.

‘‘เกนสฺสุพฺภาหโต [ปสฺส ส. นิ. ๑.๖๖] โลโก, เกนสฺสุ ปริวาริโต;