๕. โธตกมาณวปุจฺฉา

๘๖. ‘‘ปุจฺฉามิ ตํ ภควา พฺรูหิ เมตํ, [อิจฺจายสฺมา โธตโก]

วาจาภิกงฺขามิ มเหสิ ตุยฺหํ;

ตว สุตฺวาน นิคฺโฆสํ, สิกฺเข นิพฺพานมตฺตโน’’.

๘๗. ‘‘เตนหาตปฺปํ กโรหิ, [โธตกาติ ภควา]

อิเธว นิปโก สโต;

อิโต สุตฺวาน นิคฺโฆสํ, สิกฺเข นิพฺพานมตฺตโน’’.

๘๘. ‘‘ปสฺสามหํ เทวมนุสฺสโลเก, อกิญฺจนํ พฺราหฺมณมิริยมานํ;

ตํ ตํ นมสฺสามิ สมนฺตจกฺขุ, ปมุญฺจ มํ สกฺก กถํกถาหิ’’.

๘๙. ‘‘นาหํ สหิสฺสามิ ปโมจนาย, กถํกถึ โธตก กญฺจิ โลเก;

ธมฺมญฺจ เสฏฺฐํ อภิชานมาโน [อาชานมาโน (สี. สฺยา. ปี.)], เอวํ ตุวํ โอฆมิมํ ตเรสิ’’.

๙๐. ‘‘อนุสาส พฺรเหฺม กรุณายมาโน, วิเวกธมฺมํ ยมหํ วิชญฺญํ;

ยถาหํ อากาโสว อพฺยาปชฺชมาโน, อิเธว สนฺโต อสิโต จเรยฺยํ’’.

๙๑. ‘‘กิตฺตยิสฺสามิ เต สนฺตึ, [โธตกาติ ภควา]

ทิฏฺเฐ ธมฺเม อนีติหํ;

ยํ วิทิตฺวา สโต จรํ, ตเร โลเก วิสตฺติกํ’’.

๙๒. ‘‘ตญฺจาหํ อภินนฺทามิ, มเหสิ สนฺติมุตฺตมํ;

ยํ วิทิตฺวา สโต จรํ, ตเร โลเก วิสตฺติกํ’’.

๙๓. ‘‘ยํ กิญฺจิ สมฺปชานาสิ, [โธตกาติ ภควา]

อุทฺธํ อโธ ติริยญฺจาปิ มชฺเฌ;

เอตํ วิทิตฺวา สงฺโคติ โลเก, ภวาภวาย มากาสิ ตณฺห’’นฺติ.

โธตกมาณวปุจฺฉา ปญฺจมี.