๑๘. ปารายนานุคีติคาถานิทฺเทโส
๑๐๒. ปารายนมนุคายิสฺสํ, [อิจฺจายสฺมา ปิงฺคิโย]
ยถาทฺทกฺขิ ตถากฺขาสิ, วิมโล ภูริเมธโส;
นิกฺกาโม นิพฺพโน นาโค, กิสฺส เหตุ มุสา ภเณ.
ปารายนมนุคายิสฺสนฺติ คีตมนุคายิสฺสํ กถิตมนุกถยิสฺสํ [กถิตมนุคายิสฺสํ (สฺยา.) เอวํ สพฺพปเทสุ อนุคายิสฺสนฺติ อาคตํ] ภณิตมนุภณิสฺสํ ลปิตมนุลปิสฺสํ ภาสิตมนุภาสิสฺสนฺติ – ปารายนมนุคายิสฺสํ. อิจฺจายสฺมา ปิงฺคิโยติ. อิจฺจาติ ปทสนฺธิ…เป… ปทานุปุพฺพตาเปตํ – อิจฺจาติ. อายสฺมาติ ปิยวจนํ ครุวจนํ สคารวสปฺปติสฺสาธิวจนเมตํ – อายสฺมาติ. ปิงฺคิโยติ ตสฺส เถรสฺส นามํ สงฺขา สมญฺญา ปญฺญตฺติ โวหาโร นามํ นามกมฺมํ นามเธยฺยํ นิรุตฺติ พฺยญฺชนํ อภิลาโปติ – อิจฺจายสฺมา ปิงฺคิโย.
ยถาทฺทกฺขิ ตถากฺขาสีติ ยถา อทฺทกฺขิ ตถา อกฺขาสิ อาจิกฺขิ เทเสสิ ปญฺญเปสิ ปฏฺฐเปสิ วิวริ วิภชิ อุตฺตานีอกาสิ ปกาเสสิ. ‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา’’ติ ยถา อทฺทกฺขิ ตถา อกฺขาสิ อาจิกฺขิ เทเสสิ ปญฺญเปสิ ปฏฺฐเปสิ วิวริ วิภชิ อุตฺตานีอกาสิ ปกาเสสิ. ‘‘สพฺเพ สงฺขารา ทุกฺขา’’ติ…เป… ‘‘สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา’’ติ… ‘‘ยํ กิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพํ ตํ นิโรธธมฺม’’นฺติ ยถา อทฺทกฺขิ ตถา อกฺขาสิ อาจิกฺขิ เทเสสิ ปญฺญเปสิ ปฏฺฐเปสิ วิวริ วิภชิ อุตฺตานีอกาสิ ปกาเสสีติ – ยถาทฺทกฺขิ ตถากฺขาสิ.
วิมโล ภูริเมธโสติ. วิมโลติ ราโค มลํ, โทโส มลํ, โมโห มลํ, โกโธ… อุปนาโห…เป… สพฺพากุสลาภิสงฺขารา มลา. เต มลา พุทฺธสฺส ภควโต ปหีนา อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวํกตา อายตึ อนุปฺปาทธมฺมา. อมโล พุทฺโธ วิมโล นิมฺมโล มลาปคโต มลวิปฺปหีโน มลวิมุตฺโต สพฺพมลวีติวตฺโต. ภูริ วุจฺจติ ปถวี. ภควา ตาย [ภควา อิมาย (สฺยา.)] ปถวิสมาย ปญฺญาย วิปุลาย วิตฺถตาย สมนฺนาคโต. เมธา วุจฺจติ ปญฺญา. ยา ปญฺญา ปชานนา…เป… อโมโห ธมฺมวิจโย สมฺมาทิฏฺฐิ. ภควา อิมาย เมธาย ปญฺญาย อุเปโต สมุเปโต อุปาคโต สมุปาคโต อุปปนฺโน สมุปปนฺโน สมนฺนาคโต, ตสฺมา พุทฺโธ สุเมธโสติ – วิมโล ภูริเมธโส.
นิกฺกาโม นิพฺพโน นาโคติ. กามาติ อุทฺทานโต เทฺว กามา – วตฺถุกามา จ กิเลสกามา จ…เป… อิเม วุจฺจนฺติ วตฺถุกามา…เป… อิเม วุจฺจนฺติ กิเลสกามา. พุทฺธสฺส ภควโต วตฺถุกามา ปริญฺญาตา กิเลสกามา ปหีนา วตฺถุกามานํ ปริญฺญาตตฺตา กิเลสกามานํ ปหีนตฺตา. ภควา น กาเม กาเมติ น กาเม อิจฺฉติ น กาเม ปตฺเถติ น กาเม ปิเหติ น กาเม อภิชปฺปติ. เย กาเม กาเมนฺติ กาเม อิจฺฉนฺติ กาเม ปตฺเถนฺติ กาเม ปิเหนฺติ กาเม อภิชปฺปนฺติ เต กามกามิโน ราคราคิโน สญฺญสญฺญิโน. ภควา น กาเม กาเมติ น กาเม อิจฺฉติ น กาเม ปตฺเถติ น กาเม ปิเหติ น กาเม อภิชปฺปติ. ตสฺมา พุทฺโธ อกาโม นิกฺกาโม จตฺตกาโม วนฺตกาโม มุตฺตกาโม ปหีนกาโม ปฏินิสฺสฏฺฐกาโม วีตราโค วิคตราโค จตฺตราโค วนฺตราโค มุตฺตราโค ปหีนราโค ปฏินิสฺสฏฺฐราโค นิจฺฉาโต นิพฺพุโต สีติภูโต สุขปฺปฏิสํเวที พฺรหฺมภูเตน อตฺตนา วิหรตีติ – นิกฺกาโม.
นิพฺพโนติ ราโค วนํ, โทโส วนํ, โมโห วนํ, โกโธ วนํ, อุปนาโห วนํ…เป… สพฺพากุสลาภิสงฺขารา วนา. เต วนา พุทฺธสฺส ภควโต ปหีนา อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวํกตา อายตึ อนุปฺปาทธมฺมา. ตสฺมา พุทฺโธ อวโน วิวโน นิพฺพโน วนาปคโต วนวิปฺปหีโน วนวิมุตฺโต สพฺพวนวีติวตฺโตติ – นิพฺพโน. นาโคติ นาโค; ภควา อาคุํ น กโรตีติ นาโค, น คจฺฉตีติ นาโค, น อาคจฺฉตีติ นาโค…เป… เอวํ ภควา น อาคจฺฉตีติ นาโคติ – นิกฺกาโม นิพฺพโน นาโค.
กิสฺส เหตุ มุสา ภเณติ. กิสฺส เหตูติ กิสฺส เหตุ กึเหตุ กึการณา กึนิทานา กึปจฺจยาติ – กิสฺส เหตุ. มุสา ภเณติ มุสา ภเณยฺย กเถยฺย ทีเปยฺย โวหเรยฺย; มุสา ภเณติ โมสวชฺชํ ภเณยฺย, มุสาวาทํ ภเณยฺย, อนริยวาทํ ภเณยฺย. อิเธกจฺโจ สภาคโต [สภคฺคโต (สฺยา.)] วา ปริสาคโต [ปริสคฺคโต (สฺยา.)] วา ญาติมชฺฌคโต วา ปูคมชฺฌคโต วา ราชกุลมชฺฌคโต วา อภินีโต สกฺขิปุฏฺโฐ – ‘‘เอหมฺโภ [เอหิ โภ (สฺยา.) ปสฺส ม. นิ. ๓.๑๑๒] ปุริส, ยํ ชานาสิ ตํ วเทหี’’ติ, โส อชานํ วา อาห – ‘‘ชานามี’’ติ, ชานํ วา อาห – ‘‘น ชานามี’’ติ, อปสฺสํ วา อาห – ‘‘ปสฺสามี’’ติ, ปสฺสํ วา อาห – ‘‘น ปสฺสามี’’ติ. อิติ อตฺตเหตุ วา ปรเหตุ วา อามิสกิญฺจิกฺขเหตุ วา สมฺปชานมุสา ภาสติ, อิทํ วุจฺจติ โมสวชฺชํ.
อปิ จ, ตีหากาเรหิ มุสาวาโท โหติ. ปุพฺเพวสฺส โหติ – ‘‘มุสา ภณิสฺส’’นฺติ, ภณนฺตสฺส โหติ – ‘‘มุสา ภณามี’’ติ, ภณิตสฺส โหติ – ‘‘มุสา มยา ภณิต’’นฺติ – อิเมหิ ตีหากาเรหิ มุสาวาโท โหติ. อปิ จ, จตูหากาเรหิ มุสาวาโท โหติ. ปุพฺเพวสฺส โหติ – ‘‘มุสา ภณิสฺส’’นฺติ, ภณนฺตสฺส โหติ – ‘‘มุสา ภณามี’’ติ, ภณิตสฺส โหติ – ‘‘มุสา มยา ภณิต’’นฺติ, วินิธาย ทิฏฺฐึ – อิเมหิ จตูหากาเรหิ มุสาวาโท โหติ. อปิ จ, ปญฺจหากาเรหิ…เป… ฉหากาเรหิ… สตฺตหากาเรหิ… อฏฺฐหากาเรหิ มุสาวาโท โหติ. ปุพฺเพวสฺส โหติ – ‘‘มุสา ภณิสฺส’’นฺติ, ภณนฺตสฺส โหติ – ‘‘มุสา ภณามี’’ติ, ภณิตสฺส โหติ – ‘‘มุสา มยา ภณิต’’นฺติ, วินิธาย ทิฏฺฐึ, วินิธาย ขนฺตึ, วินิธาย รุจึ, วินิธาย สญฺญํ, วินิธาย ภาวํ – อิเมหิ อฏฺฐหากาเรหิ มุสาวาโท โหติ โมสวชฺชํ. กิสฺส เหตุ มุสา ภเณยฺย กเถยฺย ทีเปยฺย โวหเรยฺยาติ – กิสฺส เหตุ มุสา ภเณ. เตนาห เถโร ปิงฺคิโย –
‘‘ปารายนมนุคายิสฺสํ, [อิจฺจายสฺมา ปิงฺคิโย]
ยถาทฺทกฺขิ ตถากฺขาสิ, วิมโล ภูริเมธโส;
นิกฺกาโม นิพฺพโน นาโค, กิสฺส เหตุ มุสา ภเณ’’ติ.
๑๐๓. ปหีนมลโมหสฺส, มานมกฺขปฺปหายิโน;
หนฺทาหํ กิตฺตยิสฺสามิ, คิรํ วณฺณูปสํหิตํ.
ปหีนมลโมหสฺสาติ. มลนฺติ ราโค มลํ, โทโส มลํ, โมโห มลํ, มาโน มลํ, ทิฏฺฐิ มลํ, กิเลโส มลํ, สพฺพทุจฺจริตํ มลํ, สพฺพภวคามิกมฺมํ มลํ.
โมโหติ ยํ ทุกฺเข อญฺญาณํ…เป… อวิชฺชาลงฺคี โมโห อกุสลมูลํ. อยํ วุจฺจติ โมโห. มลญฺจ โมโห จ พุทฺธสฺส ภควโต ปหีนา อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวํกตา อายตึ อนุปฺปาทธมฺมา. ตสฺมา พุทฺโธ ปหีนมลโมโหติ – ปหีนมลโมหสฺส.
มานมกฺขปฺปหายิโนติ. มาโนติ เอกวิเธน มาโน – ยา จิตฺตสฺส อุนฺนติ [อุณฺณติ (สฺยา. ก.)]. ทุวิเธน มาโน – อตฺตุกฺกํสนมาโน, ปรวมฺภนมาโน. ติวิเธน มาโน – เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน, สทิโสหมสฺมีติ มาโน, หีโนหมสฺมีติ มาโน. จตุพฺพิเธน มาโน – ลาเภน มานํ ชเนติ, ยเสน มานํ ชเนติ, ปสํสาย มานํ ชเนติ, สุเขน มานํ ชเนติ. ปญฺจวิเธน มาโน – ลาภิมฺหิ มนาปิกานํ รูปานนฺติ มานํ ชเนติ, ลาภิมฺหิ มนาปิกานํ สทฺทานํ…เป… คนฺธานํ… รสานํ… โผฏฺฐพฺพานนฺติ มานํ ชเนติ. ฉพฺพิเธน มาโน – จกฺขุสมฺปทาย มานํ ชเนติ, โสตสมฺปทาย…เป… ฆานสมฺปทาย… ชิวฺหาสมฺปทาย… กายสมฺปทาย… มโนสมฺปทาย มานํ ชเนติ. สตฺตวิเธน มาโน – มาโน, อติมาโน, มานาติมาโน, โอมาโน, อวมาโน, อสฺมิมาโน, มิจฺฉามาโน. อฏฺฐวิเธน มาโน – ลาเภน มานํ ชเนติ, อลาเภน โอมานํ ชเนติ, ยเสน มานํ ชเนติ, อยเสน โอมานํ ชเนติ, ปสํสาย มานํ ชเนติ, นินฺทาย โอมานํ ชเนติ, สุเขน มานํ ชเนติ, ทุกฺเขน โอมานํ ชเนติ. นววิเธน มาโน – เสยฺยสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน, เสยฺยสฺส สทิโสหมสฺมีติ มาโน, เสยฺยสฺส หีโนหมสฺมีติ มาโน, สทิสสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน, สทิสสฺส สทิโสหมสฺมีติ มาโน, สทิสสฺส หีโนหมสฺมีติ มาโน, หีนสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน, หีนสฺส สทิโสหมสฺมีติ มาโน, หีนสฺส หีโนหมสฺสีติ มาโน. ทสวิเธน มาโน – อิเธกจฺโจ มานํ ชเนติ ชาติยา วา โคตฺเตน วา โกลปุตฺติเยน วา วณฺณโปกฺขรตาย วา ธเนน วา อชฺเฌเนน วา กมฺมายตเนน วา สิปฺปายตเนน วา วิชฺชาฏฺฐาเนน [วิชฺชาฐาเนน (ก.)] วา สุเตน วา ปฏิภาเนน วา อญฺญตรญฺญตเรน วา วตฺถุนา. โย เอวรูโป มาโน มญฺญนา มญฺญิตตฺตํ อุนฺนติ อุนฺนโม ธโช สมฺปคฺคาโห เกตุกมฺยตา จิตฺตสฺส – อยํ วุจฺจติ มาโน.
มกฺโขติ โย มกฺโข มกฺขายนา มกฺขายิตตฺตํ นิฏฺฐุริยํ นิฏฺฐุริยกมฺมํ [นิตฺถุริยกมฺมํ (ก.) ปสฺส วิภ. ๘๙๒] – อยํ วุจฺจติ มกฺโข. พุทฺธสฺส ภควโต มาโน จ มกฺโข จ ปหีนา อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวํกตา อายตึ อนุปฺปาทธมฺมา. ตสฺมา พุทฺโธ มานมกฺขปฺปหายีติ – มานมกฺขปฺปหายิโน.
หนฺทาหํ กิตฺตยิสฺสามิ คิรํ วณฺณูปสํหิตนฺติ. หนฺทาหนฺติ ปทสนฺธิ ปทสํสคฺโค ปทปาริปูรี อกฺขรสมวาโย พฺยญฺชนสิลิฏฺฐตา ปทานุปุพฺพตาเปตํ – หนฺทาหนฺติ. กิตฺตยิสฺสามิ คิรํ วณฺณูปสํหิตนฺติ วณฺเณน อุเปตํ สมุเปตํ อุปาคตํ สมุปาคตํ อุปปนฺนํ สมุปปนฺนํ สมนฺนาคตํ วาจํ คิรํ พฺยปฺปถํ อุทีรณํ [โอทีรณํ (สฺยา.)] กิตฺตยิสฺสามิ เทเสสฺสามิ ปญฺญเปสฺสามิ ปฏฺฐเปสฺสามิ วิวริสฺสามิ วิภชิสฺสามิ อุตฺตานีกริสฺสามิ ปกาเสสฺสามีติ – หนฺทาหํ กิตฺตยิสฺสามิ คิรํ วณฺณูปสํหิตํ. เตนาห เถโร ปิงฺคิโย –
‘‘ปหีนมลโมหสฺส, มานมกฺขปฺปหายิโน;
หนฺทาหํ กิตฺตยิสฺสามิ, คิรํ วณฺณูปสํหิต’’นฺติ.
๑๐๔. ตโมนุโท พุทฺโธ สมนฺตจกฺขุ, โลกนฺตคู สพฺพภวาติวตฺโต;
อนาสโว สพฺพทุกฺขปฺปหีโน, สจฺจวฺหโย พฺรเหฺม อุปาสิโต เม.
ตโมนุโท พุทฺโธ สมนฺตจกฺขูติ. ตโมนุโทติ ราคตมํ โทสตมํ โมหตมํ มานตมํ ทิฏฺฐิตมํ กิเลสตมํ ทุจฺจริตตมํ อนฺธกรณํ อญฺญาณกรณํ ปญฺญานิโรธิกํ วิฆาตปกฺขิกํ อนิพฺพานสํวตฺตนิกํ นุทิ ปนุทิ ปชหิ วิโนเทสิ พฺยนฺตีอกาสิ อนภาวํ คเมสิ. พุทฺโธติ โย โส ภควา…เป… สจฺฉิกา ปญฺญตฺติ; ยทิทํ พุทฺโธติ. สมนฺตจกฺขุ วุจฺจติ สพฺพญฺญุตญาณํ…เป… ตถาคโต เตน สมนฺตจกฺขูติ – ตโมนุโท พุทฺโธ สมนฺตจกฺขุ.
โลกนฺตคู สพฺพภวาติวตฺโตติ. โลโกติ เอโก โลโก – ภวโลโก. เทฺว โลกา – ภวโลโก จ สมฺภวโลโก จ; สมฺปตฺติภวโลโก จ สมฺปตฺติสมฺภวโลโก จ; วิปตฺติภวโลโก จ วิปตฺติสมฺภวโลโก จ [เทฺว โลกา สมฺปตฺติ จ ภวโลโก วิปตฺติ จ ภวโลโก (สฺยา.)]. ตโย โลกา – ติสฺโส เวทนา. จตฺตาโร โลกา – จตฺตาโร อาหารา. ปญฺจ โลกา – ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา. ฉ โลกา – ฉ อชฺฌตฺติกานิ อายตนานิ. สตฺต โลกา – สตฺตวิญฺญาณฏฺฐิติโย. อฏฺฐ โลกา – อฏฺฐ โลกธมฺมา. นว โลกา – นว สตฺตาวาสา. ทส โลกา – ทส อายตนานิ. ทฺวาทส โลกา – ทฺวาทสายตนานิ. อฏฺฐารส โลกา – อฏฺฐารส ธาตุโย. โลกนฺตคูติ ภควา โลกสฺส อนฺตคโต อนฺตปฺปตฺโต โกฏิคโต โกฏิปฺปตฺโต… นิพฺพานคโต นิพฺพานปฺปตฺโต. โส วุตฺถวาโส จิณฺณจรโณ… ชาติมรณสํสาโร นตฺถิ ตสฺส ปุนพฺภโวติ – โลกนฺตคู.
สพฺพภวาติวตฺโตติ. ภวาติ เทฺว ภวา – กมฺมภโว จ ปฏิสนฺธิโก จ ปุนพฺภโว. กตโม กมฺมภโว? ปุญฺญาภิสงฺขาโร อปุญฺญาภิสงฺขาโร อาเนญฺชาภิสงฺขาโร – อยํ กมฺมภโว. กตโม ปฏิสนฺธิโก ปุนพฺภโว? ปฏิสนฺธิกา รูปา เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณํ – อยํ ปฏิสนฺธิโก ปุนพฺภโว. ภควา กมฺมภวญฺจ ปฏิสนฺธิกญฺจ ปุนพฺภวํ อติวตฺโต [อุปาติวตฺโต (ก.)] อติกฺกนฺโต วีติวตฺโตติ – โลกนฺตคู สพฺพภวาติวตฺโต.
อนาสโว สพฺพทุกฺขปฺปหีโนติ. อนาสโวติ จตฺตาโร อาสวา – กามาสโว, ภวาสโว, ทิฏฺฐาสโว, อวิชฺชาสโว. เต อาสวา พุทฺธสฺส ภควโต ปหีนา อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวํกตา อายตึ อนุปฺปาทธมฺมา. ตสฺมา พุทฺโธ อนาสโว. สพฺพทุกฺขปฺปหีโนติ สพฺพํ ตสฺส ปฏิสนฺธิกํ ชาติทุกฺขํ ชราทุกฺขํ พฺยาธิทุกฺขํ มรณทุกฺขํ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสทุกฺขํ …เป… ทิฏฺฐิพฺยสนทุกฺขํ ปหีนํ สมุจฺฉินฺนํ วูปสนฺตํ ปฏิปฺปสฺสทฺธํ อภพฺพุปฺปตฺติกํ ญาณคฺคินา ทฑฺฒํ. ตสฺมา พุทฺโธ สพฺพทุกฺขปฺปหีโนติ – อนาสโว สพฺพทุกฺขปฺปหีโน.
สจฺจวฺหโย พฺรเหฺม อุปาสิโต เมติ. สจฺจวฺหโยติ สจฺจวฺหโย สทิสนาโม สทิสวฺหโย สจฺจสทิสวฺหโย. วิปสฺสี ภควา, สิขี ภควา, เวสฺสภู ภควา, กกุสนฺโธ ภควา, โกณาคมโน ภควา, กสฺสโป ภควา. เต พุทฺธา ภควนฺโต สทิสนามา สทิสวฺหยา. ภควาปิ สกฺยมุนิ เตสํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ สทิสนาโม สทิสวฺหโยติ – ตสฺมา พุทฺโธ สจฺจวฺหโย.
พฺรเหฺม อุปาสิโต เมติ โส มยา ภควา อาสิโต อุปาสิโต ปยิรุปาสิโต ปริปุจฺฉิโต ปริปญฺหิโตติ – สจฺจวฺหโย พฺรเหฺม อุปาสิโต เม. เตนาห เถโร ปิงฺคิโย –
‘‘ตโมนุโท พุทฺโธ สมนฺตจกฺขุ, โลกนฺตคู สพฺพภวาติวตฺโต;
อนาสโว สพฺพทุกฺขปฺปหีโน, สจฺจวฺหโย พฺรเหฺม อุปาสิโต เม’’ติ.
๑๐๕. ทิโช ยถา กุพฺพนกํ ปหาย, พหุปฺผลํ กานนมาวเสยฺย;
เอวมหํ อปฺปทสฺเส ปหาย, มโหทธึ หํโสริว อชฺฌปตฺโต [อชฺช ปตฺโต (ก.)] .
ทิโช ยถา กุพฺพนกํ ปหาย, พหุปฺผลํ กานนมาวเสยฺยาติ. ทิโช วุจฺจติ ปกฺขี. กึการณา ทิโช วุจฺจติ ปกฺขี? ทฺวิกฺขตฺตุํ ชายตีติ ทิโช, มาตุกุจฺฉิมฺหา จ อณฺฑโกสมฺหา จ. ตํการณา ทิโช วุจฺจติ ปกฺขีติ – ทิโช. ยถา กุพฺพนกํ ปหายาติ ยถา ทิโช กุพฺพนกํ ปริตฺตวนกํ อปฺปผลํ อปฺปภกฺขํ อปฺโปทกํ ปหาย ชหิตฺวา อติกฺกมิตฺวา สมติกฺกมิตฺวา วีติวตฺเตตฺวา อญฺญํ พหุปฺผลํ พหุภกฺขํ พหูทกํ [พหุรุกฺขํ (สฺยา.)] มหนฺตํ กานนํ วนสณฺฑํ อธิคจฺเฉยฺย วินฺเทยฺย ปฏิลเภยฺย, ตสฺมิญฺจ วนสณฺเฑ วาสํ กปฺเปยฺยาติ – ทิโช ยถา กุพฺพนกํ ปหาย พหุปฺผลํ กานนํ อาวเสยฺย.
เอวมหํ อปฺปทสฺเส ปหาย, มโหทธึ หํโสริว อชฺฌปตฺโตติ. เอวนฺติ โอปมฺมสมฺปฏิปาทนํ. อปฺปทสฺเส ปหายาติ โย จ พาวรี พฺราหฺมโณ เย จญฺเญ ตสฺส อาจริยา พุทฺธํ ภควนฺตํ อุปาทาย อปฺปทสฺสา ปริตฺตทสฺสา โถกทสฺสา โอมกทสฺสา ลามกทสฺสา ฉตุกฺกทสฺสา [ชตุกฺกทสฺสา (สฺยา.), ชตุกทสฺสา (สี. อฏฺฐ.)] วา. เต อปฺปทสฺเส ปริตฺตทสฺเส โถกทสฺเส โอมกทสฺเส ลามกทสฺเส ฉตุกฺกทสฺเส ปหาย ปชหิตฺวา อติกฺกมิตฺวา สมติกฺกมิตฺวา วีติวตฺเตตฺวา พุทฺธํ ภควนฺตํ อปฺปมาณทสฺสํ อคฺคทสฺสํ เสฏฺฐทสฺสํ วิเสฏฺฐทสฺสํ ปาโมกฺขทสฺสํ อุตฺตมทสฺสํ ปวรทสฺสํ อสมํ อสมสมํ อปฺปฏิสมํ อปฺปฏิภาคํ อปฺปฏิปุคฺคลํ เทวาติเทวํ นราสภํ ปุริสสีหํ ปุริสนาคํ ปุริสาชญฺญํ ปุริสนิสภํ ปุริสโธรยฺหํ ทสพลธารึ [ทสพลํ ตาทึ (สฺยา.)] อธิคจฺฉึ วินฺทึ ปฏิลภึ. ยถา จ หํโส มหนฺตํ มานสกํ [มานุสกตํ (สฺยา.)] วา สรํ อโนตตฺตํ วา ทหํ มหาสมุทฺทํ วา อกฺโขภํ อมิโตทกํ ชลราสึ อธิคจฺเฉยฺย วินฺเทยฺย ปฏิลเภยฺย, เอวเมว พุทฺธํ ภควนฺตํ อกฺโขภํ อมิตเตชํ ปภินฺนญาณํ วิวฏจกฺขุํ ปญฺญาปเภทกุสลํ อธิคตปฏิสมฺภิทํ จตุเวสารชฺชปฺปตฺตํ สุทฺธาธิมุตฺตํ เสตปจฺจตฺตํ อทฺวยภาณึ ตาทึ ตถาปฏิญฺญํ อปริตฺตํ มหนฺตํ คมฺภีรํ อปฺปเมยฺยํ ทุปฺปริโยคาหํ ปหูตรตนํ สาครสมํ ฉฬงฺคุเปกฺขาย สมนฺนาคตํ อตุลํ วิปุลํ อปฺปเมยฺยํ, ตํ ตาทิสํ ปวทตํ มคฺควาทินํ [ปวรมคฺควาทินํ (ก.)] เมรุมิว นคานํ ครุฬมิว ทิชานํ สีหมิว มิคานํ อุทธิมิว อณฺณวานํ อธิคจฺฉึ, ตํ สตฺถารํ ชินปวรํ มเหสินฺติ – เอวมหํ อปฺปทสฺเส ปหาย มโหทธึ หํโสริว อชฺฌปตฺโต. เตนาห เถโร ปิงฺคิโย –
‘‘ทิโช ยถา กุพฺพนกํ ปหาย, พหุปฺผลํ กานนมาวเสยฺย;
เอวมหํ อปฺปทสฺเส ปหาย, มโหทธึ หํโสริว อชฺฌปตฺโต’’ติ.
๑๐๖. เย เม ปุพฺเพ วิยากํสุ,
หุรํ โคตมสาสนา ‘อิจฺจาสิ อิติ ภวิสฺสติ’;
สพฺพํ ตํ อิติหีติหํ, สพฺพํ ตํ ตกฺกวฑฺฒนํ.
เย เม ปุพฺเพ วิยากํสูติ. เยติ โย จ พาวรี พฺราหฺมโณ เย จญฺเญ ตสฺส อาจริยา, เต สกํ ทิฏฺฐึ สกํ ขนฺตึ สกํ รุจึ สกํ ลทฺธึ สกํ อชฺฌาสยํ สกํ อธิปฺปายํ พฺยากํสุ อาจิกฺขึสุ เทสยึสุ ปญฺญปึสุ ปฏฺฐปึสุ วิวรึสุ วิภชึสุ อุตฺตานีอกํสุ ปกาเสสุนฺติ – เย เม ปุพฺเพ วิยากํสุ.
หุรํ โคตมสาสนาติ หุรํ โคตมสาสนา, ปรํ โคตมสาสนา, ปุเร โคตมสาสนา, ปฐมตรํ โคตมสาสนา พุทฺธสาสนา ชินสาสนา ตถาคตสาสนา [ตถาคตสาสนา เทวสาสนา (สฺยา. ก.)] อรหนฺตสาสนาติ – หุรํ โคตมสาสนา.
อิจฺจาสิ อิติ ภวิสฺสตีติ เอวํ กิร อาสิ, เอวํ กิร ภวิสฺสตีติ – อิจฺจาสิ อิติ ภวิสฺสติ.
สพฺพํ ตํ อิติหีติหนฺติ สพฺพํ ตํ อิติหีติหํ อิติกิราย ปรมฺปราย ปิฏกสมฺปทาย ตกฺกเหตุ นยเหตุ อาการปริวิตกฺเกน ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา น สามํ สยมภิญฺญาตํ น อตฺตปจฺจกฺขํ ธมฺมํ ยํ กถยึสูติ – สพฺพํ ตํ อิติหีติหํ.
สพฺพํ ตํ ตกฺกวฑฺฒนนฺติ สพฺพํ ตํ ตกฺกวฑฺฒนํ วิตกฺกวฑฺฒนํ สงฺกปฺปวฑฺฒนํ กามวิตกฺกวฑฺฒนํ พฺยาปาทวิตกฺกวฑฺฒนํ วิหึสาวิตกฺกวฑฺฒนํ ญาติวิตกฺกวฑฺฒนํ ชนปทวิตกฺกวฑฺฒนํ อมราวิตกฺกวฑฺฒนํ ปรานุทยตาปฏิสํยุตฺตวิตกฺกวฑฺฒนํ ลาภสกฺการสิโลกปฏิสํยุตฺตวิตกฺกวฑฺฒนํ อนวญฺญตฺติปฏิสํยุตฺตวิตกฺกวฑฺฒนนฺติ – สพฺพํ ตํ ตกฺกวฑฺฒนํ. เตนาห เถโร ปิงฺคิโย –
‘‘เย เม ปุพฺเพ วิยากํสุ, หุรํ โคตมสาสนา;
‘อิจฺจาสิ อิติ ภวิสฺส’ติ;
สพฺพํ ตํ อิติหีติหํ, สพฺพํ ตํ ตกฺกวฑฺฒน’’นฺติ.
๑๐๗. เอโก ตโมนุทาสีโน, ชุติมา โส ปภงฺกโร;
โคตโม ภูริปญฺญาโณ, โคตโม ภูริเมธโส.
เอโก ตโมนุทาสีโนติ. เอโกติ ภควา ปพฺพชฺชสงฺขาเตน เอโก, อทุติยฏฺเฐน เอโก, ตณฺหาย ปหานฏฺเฐน เอโก, เอกนฺตวีตราโคติ เอโก, เอกนฺตวีตโทโสติ เอโก, เอกนฺตวีตโมโหติ เอโก, เอกนฺตนิกฺกิเลโสติ เอโก, เอกายนมคฺคํ คโตติ เอโก, เอโก อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธติ เอโก.
กถํ ภควา ปพฺพชฺชสงฺขาเตน เอโก? ภควา ทหโรว สมาโน สุสุ กาฬเกโส ภเทฺรน โยพฺพเนน สมนฺนาคโต ปฐเมน วยสา อกามกานํ มาตาปิตูนํ อสฺสุมุขานํ โรทนฺตานํ วิลปนฺตานํ ญาติสงฺฆํ สพฺพํ ฆราวาสปลิโพธํ ฉินฺทิตฺวา ปุตฺตทารปลิโพธํ ฉินฺทิตฺวา ญาติปลิโพธํ ฉินฺทิตฺวา มิตฺตามจฺจปลิโพธํ ฉินฺทิตฺวา เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาเทตฺวา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิตฺวา อกิญฺจนภาวํ อุปคนฺตฺวา เอโก จรติ วิหรติ อิริยติ วตฺเตติ ปาเลติ ยเปติ ยาเปติ. เอวํ ภควา ปพฺพชฺชสงฺขาเตน เอโก.
กถํ ภควา อทุติยฏฺเฐน เอโก? เอวํ ปพฺพชิโต สมาโน เอโก อรญฺญวนปตฺถานิ ปนฺตานิ เสนาสนานิ ปฏิเสวติ อปฺปสทฺทานิ อปฺปนิคฺโฆสานิ วิชนวาตานิ มนุสฺสราหสฺเสยฺยกานิ [มนุสฺสราหเสยฺยกานิ (สฺยา. ก.)] ปฏิสลฺลานสารุปฺปานิ [ปฏิสลฺลาณสารุปฺปานิ (ก.)]. โส เอโก คจฺฉติ, เอโก ติฏฺฐติ, เอโก นิสีทติ, เอโก เสยฺยํ กปฺเปติ, เอโก คามํ ปิณฺฑาย ปวิสติ, เอโก อภิกฺกมติ, เอโก ปฏิกฺกมติ, เอโก รโห นิสีทติ, เอโก จงฺกมํ อธิฏฺฐาติ, เอโก จรติ วิหรติ อิริยติ วตฺเตติ ปาเลติ ยเปติ ยาเปติ. เอวํ ภควา อทุติยฏฺเฐน เอโก.
กถํ ภควา ตณฺหาย ปหานฏฺเฐน เอโก? โส เอวํ เอโก อทุติโย อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต วิหรนฺโต นชฺชา เนรญฺชราย ตีเร โพธิรุกฺขมูเล มหาปธานํ ปทหนฺโต มารํ สเสนํ กณฺหํ นมุจึ ปมตฺตพนฺธุํ วิธมิตฺวา ตณฺหาชาลินึ [ตณฺหํ ชาลินึ (สฺยา.)] วิสฏํ [สริตํ (สฺยา.) มหานิ. ๑๙๑] วิสตฺติกํ ปชหิ วิโนเทสิ พฺยนฺตีอกาสิ อนภาวํ คเมสิ.
‘‘ตณฺหาทุติโย ปุริโส, ทีฆมทฺธาน สํสรํ;
อิตฺถภาวญฺญถาภาวํ, สํสารํ นาติวตฺตติ.
‘‘เอตมาทีนวํ [เอวมาทีนวํ (ก.) ปสฺส อิติวุ. ๑๕] ญตฺวา, ตณฺหํ [ตณฺหา (สฺยา. ก.) มหานิ. ๑๙๑] ทุกฺขสฺส สมฺภวํ;
วีตตโณฺห อนาทาโน, สโต ภิกฺขุ ปริพฺพเช’’ติ.
เอวํ ภควา ตณฺหาย ปหานฏฺเฐน เอโก.
กถํ ภควา เอกนฺตวีตราโคติ เอโก? ราคสฺส ปหีนตฺตา เอกนฺตวีตราโคติ เอโก, โทสสฺส ปหีนตฺตา เอกนฺตวีตโทโสติ เอโก, โมหสฺส ปหีนตฺตา เอกนฺตวีตโมโหติ เอโก, กิเลสานํ ปหีนตฺตา เอกนฺตนิกฺกิเลโสติ เอโก.
กถํ ภควา เอกายนมคฺคํ คโตติ เอโก? เอกายนมคฺโค วุจฺจติ จตฺตาโร สติปฏฺฐานา…เป… อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค.
‘‘เอกายนํ ชาติขยนฺตทสฺสี, มคฺคํ ปชานาติ หิตานุกมฺปี;
เอเตน มคฺเคน ตรึสุ [อตรึสุ (ก.) ปสฺส สํ. นิ. ๕.๔๐๙; มหานิ. ๑๙๑] ปุพฺเพ, ตริสฺสนฺติ เย จ ตรนฺติ โอฆ’’นฺติ.
เอวํ ภควา เอกายนมคฺคํ คโตติ เอโก.
กถํ ภควา เอโก อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธติ เอโก. โพธิ วุจฺจติ จตูสุ มคฺเคสุ ญาณํ ปญฺญา ปญฺญินฺทฺริยํ ปญฺญาพลํ ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค วีมํสา วิปสฺสนา สมฺมาทิฏฺฐิ. ภควา เตน โพธิญาเณน ‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา’’ติ พุชฺฌิ, ‘‘สพฺเพ สงฺขารา ทุกฺขา’’ติ พุชฺฌิ, ‘‘สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา’’ติ พุชฺฌิ…เป… ‘‘ยํ กิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพํ ตํ นิโรธธมฺม’’นฺติ พุชฺฌิ. อถ วา, ยํ พุชฺฌิตพฺพํ อนุพุชฺฌิตพฺพํ ปฏิพุชฺฌิตพฺพํ สมฺพุชฺฌิตพฺพํ อธิคนฺตพฺพํ ผสฺสิตพฺพํ สจฺฉิกาตพฺพํ สพฺพํ ตํ เตน โพธิญาเณน พุชฺฌิ อนุพุชฺฌิ ปฏิพุชฺฌิ สมฺพุชฺฌิ อธิคจฺฉิ ผสฺเสสิ สจฺฉากาสิ. เอวํ ภควา เอโก อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธติ เอโก.
ตโมนุโทติ ภควา ราคตมํ โทสตมํ โมหตมํ ทิฏฺฐิตมํ กิเลสตมํ ทุจฺจริตตมํ อนฺธกรณํ อจกฺขุกรณํ อญฺญาณกรณํ ปญฺญานิโรธิกํ วิฆาตปกฺขิกํ อนิพฺพานสํวตฺตนิกํ นุทิ ปนุทิ ปชหิ วิโนเทสิ พฺยนฺตีอกาสิ อนภาวํ คเมสิ. อาสีโนติ นิสินฺโน ภควา ปาสาณเก เจติเยติ – อาสีโน [อาสิโน (ก.)].
นคสฺส ปสฺเส อาสีนํ, มุนึ ทุกฺขสฺส ปารคุํ;
สาวกา ปยิรุปาสนฺติ, เตวิชฺชา มจฺจุหายิโนติ.
เอวมฺปิ ภควา อาสีโน…เป… อถ วา, ภควา สพฺโพสฺสุกฺกปฏิปฺปสฺสทฺธตฺตา อาสีโน โส วุตฺถวาโส จิณฺณจรโณ…เป… ชาติมรณสํสาโร นตฺถิ ตสฺส ปุนพฺภโวติ, เอวมฺปิ ภควา อาสีโนติ – เอโก ตโมนุทาสีโน.
ชุติมา โส ปภงฺกโรติ. ชุติมาติ ชุติมา มติมา ปณฺฑิโต ปญฺญวา พุทฺธิมา ญาณี วิภาวี เมธาวี. ปภงฺกโรติ ปภงฺกโร อาโลกกโร โอภาสกโร ทีปงฺกโร ปทีปกโร อุชฺโชตกโร ปชฺโชตกโรติ – ชุติมา โส ปภงฺกโร.
โคตโม ภูริปญฺญาโณติ โคตโม ภูริปญฺญาโณ ญาณปญฺญาโณ ปญฺญาธโช ปญฺญาเกตุ ปญฺญาธิปเตยฺโย วิจยพหุโล ปวิจยพหุโล โอกฺขายนพหุโล สโมกฺขายนธมฺโม วิภูตวิหารี ตจฺจริโต ตพฺพหุโล ตคฺครุโก ตนฺนินฺโน ตปฺโปโณ ตปฺปพฺภาโร ตทธิมุตฺโต ตทธิปเตยฺโย.
ธโช รถสฺส ปญฺญาณํ, ธูโม [ธุโม (สฺยา.)] ปญฺญาณมคฺคิโน;
ราชา รฏฺฐสฺส ปญฺญาณํ, ภตฺตา ปญฺญาณมิตฺถิยาติ.
เอวเมว โคตโม ภูริปญฺญาโณ ญาณปญฺญาโณ ปญฺญาธโช ปญฺญาเกตุ ปญฺญาธิปเตยฺโย วิจยพหุโล ปวิจยพหุโล โอกฺขายนพหุโล สโมกฺขายนธมฺโม วิภูตวิหารี ตจฺจริโต ตพฺพหุโล ตคฺครุโก ตนฺนินฺโน ตปฺโปโณ ตปฺปพฺภาโร ตทธิมุตฺโต ตทธิปเตยฺโยติ – โคตโม ภูริปญฺญาโณ.
โคตโม ภูริเมธโสติ ภูริ วุจฺจติ ปถวี. ภควา ตาย ปถวิสมาย ปญฺญาย วิปุลาย วิตฺถตาย สมนฺนาคโต. เมธา วุจฺจติ ปญฺญา. ยา ปญฺญา ปชานนา…เป… อโมโห ธมฺมวิจโย สมฺมาทิฏฺฐิ. ภควา อิมาย เมธาย อุเปโต สมุเปโต อุปาคโต สมุปาคโต อุปปนฺโน สมุปปนฺโน สมนฺนาคโต, ตสฺมา พุทฺโธ สุเมธโสติ [ภูริเมธโสติ (สฺยา.) เอวมุปริปิ] – โคตโม ภูริเมธโส. เตนาห เถโร ปิงฺคิโย –
‘‘เอโก ตโมนุทาสีโน, ชุติมา โส ปภงฺกโร;
โคตโม ภูริปญฺญาโณ, โคตโม ภูริเมธโส’’ติ.
๑๐๘. โย เม ธมฺมมเทเสสิ, สนฺทิฏฺฐิกมกาลิกํ;
ตณฺหกฺขยมนีติกํ, ยสฺส นตฺถิ อุปมา กฺวจิ.
โย เม ธมฺมเทเสสีติ. โยติ โย โส ภควา สยมฺภู อนาจริยโก ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสุ สามํ สจฺจานิ อภิสมฺพุชฺฌิ, ตตฺถ จ สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต พเลสุ จ วสีภาวํ. ธมฺมมเทเสสีติ. ธมฺมนฺติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ, จตฺตาโร สติปฏฺฐาเน…เป… อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ นิพฺพานญฺจ นิพฺพานคามินิญฺจ ปฏิปทํ อาจิกฺขิ เทเสสิ ปญฺญเปสิ ปฏฺฐเปสิ วิวริ วิภชิ อุตฺตานีอกาสิ ปกาเสสีติ – โย เม ธมฺมมเทเสสิ.
สนฺทิฏฺฐิกมกาลิกนฺติ สนฺทิฏฺฐิกํ อกาลิกํ เอหิปสฺสิกํ โอปเนยฺยิกํ ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺพํ วิญฺญูหีติ – เอวํ สนฺทิฏฺฐิกํ. อถ วา, โย ทิฏฺเฐว ธมฺเม อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวติ, ตสฺส มคฺคสฺส อนนฺตรา สมนนฺตรา อธิคจฺฉเตว ผลํ วินฺทติ ปฏิลภตีติ, เอวมฺปิ สนฺทิฏฺฐิกํ. อกาลิกนฺติ ยถา มนุสฺสา กาลิกํ ธนํ ทตฺวา อนนฺตรา น ลภนฺติ กาลํ อาคเมนฺติ, เนวายํ ธมฺโม. โย ทิฏฺเฐว ธมฺเม อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวติ, ตสฺส มคฺคสฺส อนนฺตรา สมนนฺตรา อธิคจฺฉเตว ผลํ วินฺทติ ปฏิลภติ, น ปรตฺถ น ปรโลเก, เอวํ อกาลิกนฺติ – สนฺทิฏฺฐิกมกาลิกํ.
ตณฺหกฺขยมนีติกนฺติ. ตณฺหาติ รูปตณฺหา…เป… ธมฺมตณฺหา. ตณฺหกฺขยนฺติ ตณฺหกฺขยํ ราคกฺขยํ โทสกฺขยํ โมหกฺขยํ คติกฺขยํ อุปปตฺติกฺขยํ ปฏิสนฺธิกฺขยํ ภวกฺขยํ สํสารกฺขยํ วฏฺฏกฺขยํ. อนีติกนฺติ อีติ วุจฺจนฺติ กิเลสา จ ขนฺธา จ อภิสงฺขารา จ. อีติปฺปหานํ อีติวูปสมํ อีติปฏินิสฺสคฺคํ อีติปฏิปฺปสฺสทฺธึ อมตํ นิพฺพานนฺติ – ตณฺหกฺขยมนีติกํ.
ยสฺส นตฺถิ อุปมา กฺวจีติ. ยสฺสาติ นิพฺพานสฺส. นตฺถิ อุปมาติ อุปมา นตฺถิ, อุปนิธา นตฺถิ, สทิสํ นตฺถิ, ปฏิภาโค นตฺถิ น สติ น สํวิชฺชติ นุปลพฺภติ. กฺวจีติ กฺวจิ กิมฺหิจิ กตฺถจิ อชฺฌตฺตํ วา พหิทฺธา วา อชฺฌตฺตพหิทฺธา วาติ – ยสฺส นตฺถิ อุปมา กฺวจิ. เตนาห เถโร ปิงฺคิโย –
‘‘โย เม ธมฺมมเทเสสิ, สนฺทิฏฺฐิกมกาลิกํ;
ตณฺหกฺขยมนีติกํ, ยสฺส นตฺถิ อุปมา กฺวจี’’ติ.
๑๐๙. กึ นุ ตมฺหา วิปฺปวสิ, มุหุตฺตมปิ ปิงฺคิย;
โคตมา ภูริปญฺญาณา, โคตมา ภูริเมธสา.
กึ นุ ตมฺหา วิปฺปวสีติ กึ นุ พุทฺธมฺหา วิปฺปวสิ อเปสิ อปคจฺฉิ [อปคจฺฉสิ (สฺยา. ก.)] วินา โหสีติ – กึ นุ ตมฺหา วิปฺปวสิ.
มุหุตฺตมปิ ปิงฺคิยาติ มุหุตฺตมฺปิ ขณมฺปิ ลยมฺปิ วยมฺปิ อทฺธมฺปีติ – มุหุตฺตมปิ. ปิงฺคิยาติ พาวรี ตํ นตฺตารํ นาเมน อาลปติ.
โคตมา ภูริปญฺญาณาติ โคตมา ภูริปญฺญาณา ญาณปญฺญาณา ปญฺญาธชา ปญฺญาเกตุมฺหา ปญฺญาธิปเตยฺยมฺหา วิจยพหุลา ปวิจยพหุลา โอกฺขายนพหุลา สโมกฺขายนธมฺมา วิภูตวิหาริมฺหา ตจฺจริตา ตพฺพหุลา ตคฺครุกา ตนฺนินฺนา ตปฺโปณา ตปฺปพฺภารา ตทธิมุตฺตา ตทธิปเตยฺยมฺหาติ – โคตมา ภูริปญฺญาณา.
โคตมา ภูริเมธสาติ ภูริ วุจฺจติ ปถวี. ภควา ตาย ปถวิสมาย ปญฺญาย วิปุลาย วิตฺถตาย สมนฺนาคโต. เมธา วุจฺจติ ปญฺญา. ยา ปญฺญา ปชานนา…เป… อโมโห ธมฺมวิจโย สมฺมาทิฏฺฐิ. ภควา อิมาย เมธาย ปญฺญาย อุเปโต สมุเปโต อุปาคโต สมุปาคโต อุปปนฺโน สมุปปนฺโน สมนฺนาคโต, ตสฺมา พุทฺโธ สุเมธโสติ – โคตมา ภูริเมธสา. เตนาห โส พฺราหฺมโณ –
‘‘กึนุ ตมฺหา วิปฺปวสิ, มุหุตฺตมปิ ปิงฺคิย;
โคตมา ภูริปญฺญาณา, โคตมา ภูริเมธสา’’ติ.
๑๑๐. โย เต ธมฺมมเทเสสิ, สนฺทิฏฺฐิกมกาลิกํ;
ตณฺหกฺขยมนีติกํ, ยสฺส นตฺถิ อุปมา กฺวจิ.
โย เต ธมฺมมเทเสสีติ โย โส ภควา…เป… ตตฺถ จ สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต พเลสุ จ วสีภาวํ. ธมฺมมเทเสสีติ ธมฺมนฺติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ…เป… นิพฺพานญฺจ นิพฺพานคามินิญฺจ ปฏิปทํ อาจิกฺขิ เทเสสิ ปญฺญเปสิ ปฏฺฐเปสิ วิวริ วิภชิ อุตฺตานีอกาสิ ปกาเสสีติ – โย เต ธมฺมมเทเสสิ.
สนฺทิฏฺฐิกมกาลิกนฺติ สนฺทิฏฺฐิกํ อกาลิกํ เอหิปสฺสิกํ โอปเนยฺยิกํ ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺพํ วิญฺญูหีติ – เอวํ สนฺทิฏฺฐิกํ. อถ วา, โย ทิฏฺเฐว ธมฺเม อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวติ, ตสฺส มคฺคสฺส อนนฺตรา สมนนฺตรา อธิคจฺฉเตว ผลํ วินฺทติ ปฏิลภตีติ – เอวมฺปิ สนฺทิฏฺฐิกํ. อกาลิกนฺติ ยถา มนุสฺสา กาลิกํ ธนํ ทตฺวา อนนฺตรา น ลภนฺติ, กาลํ อาคเมนฺติ, เนวายํ ธมฺโม. โย ทิฏฺเฐว ธมฺเม อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวติ; ตสฺส มคฺคสฺส อนนฺตรา สมนนฺตรา อธิคจฺฉเตว ผลํ วินฺทติ ปฏิลภติ, น ปรตฺถ น ปรโลเก, เอวํ อกาลิกนฺติ – สนฺทิฏฺฐิกมกาลิกํ.
ตณฺหกฺขยมนีติกนฺติ. ตณฺหาติ รูปตณฺหา…เป… ธมฺมตณฺหา. ตณฺหกฺขยนฺติ ตณฺหกฺขยํ ราคกฺขยํ โทสกฺขยํ โมหกฺขยํ คติกฺขยํ อุปปตฺติกฺขยํ ปฏิสนฺธิกฺขยํ ภวกฺขยํ สํสารกฺขยํ วฏฺฏกฺขยํ. อนีติกนฺติ อีติ วุจฺจนฺติ กิเลสา จ ขนฺธา จ อภิสงฺขารา จ. อีติปฺปหานํ อีติวูปสมํ อีติปฏินิสฺสคฺคํ อีติปฏิปฺปสฺสทฺธึ อมตํ นิพฺพานนฺติ – ตณฺหกฺขยมนีติกํ.
ยสฺส นตฺถิ อุปมา กฺวจีติ. ยสฺสาติ นิพฺพานสฺส. นตฺถิ อุปมาติ อุปมา นตฺถิ, อุปนิธา นตฺถิ, สทิสํ นตฺถิ, ปฏิภาโค นตฺถิ น สติ น สํวิชฺชติ นุปลพฺภติ. กฺวจีติ กฺวจิ กิมฺหิจิ กตฺถจิ อชฺฌตฺตํ วา พหิทฺธา วา อชฺฌตฺตพหิทฺธา วาติ – ยสฺส นตฺถิ อุปมา กฺวจิ. เตนาห โส พฺราหฺมโณ –
‘‘โย เต ธมฺมมเทเสสิ, สนฺทิฏฺฐิกมกาลิกํ;
ตณฺหกฺขยมนีติกํ, ยสฺส นตฺถิ อุปมา กฺวจี’’ติ.
๑๑๑. นาหํ ตมฺหา วิปฺปวสามิ, มุหุตฺตมปิ พฺราหฺมณ;
โคตมา ภูริปญฺญาณา, โคตมา ภูริเมธสา.
นาหํ ตมฺหา วิปฺปวสามีติ นาหํ พุทฺธมฺหา วิปฺปวสามิ อเปมิ อปคจฺฉามิ วินา โหมีติ – นาหํ ตมฺหา วิปฺปวสามิ.
มุหุตฺตมปิ พฺราหฺมณาติ มุหุตฺตมฺปิ ขณมฺปิ ลยมฺปิ วยมฺปิ อทฺธมฺปีติ มุหุตฺตมปิ. พฺราหฺมณาติ คารเวน มาตุลํ อาลปติ.
โคตมา ภูริปญฺญาณาติ โคตมา ภูริปญฺญาณา ญาณปญฺญาณา ปญฺญาธชา ปญฺญาเกตุมฺหา ปญฺญาธิปเตยฺยมฺหา วิจยพหุลา ปวิจยพหุลา โอกฺขายนพหุลา สโมกฺขายนธมฺมา วิภูตวิหาริมฺหา ตจฺจริตา ตพฺพหุลา ตคฺครุกา ตนฺนินฺนา ตปฺโปณา ตปฺปพฺภารา ตทธิมุตฺตา ตทธิปเตยฺยมฺหาติ – โคตมา ภูริปญฺญาณา.
โคตมา ภูริเมธสาติ ภูริ วุจฺจติ ปถวี. ภควา ตาย ปถวิสมาย ปญฺญาย วิปุลาย วิตฺถตาย สมนฺนาคโต. เมธา วุจฺจติ ปญฺญา. ยา ปญฺญา ปชานนา…เป… อโมโห ธมฺมวิจโย สมฺมาทิฏฺฐิ. ภควา อิมาย เมธาย ปญฺญาย อุเปโต สมุเปโต อุปาคโต สมุปาคโต อุปปนฺโน สมุปปนฺโน สมนฺนาคโต. ตสฺมา พุทฺโธ สุเมธโสติ – โคตมา ภูริเมธสา. เตนาห เถโร ปิงฺคิโย –
‘‘นาหํ ตมฺหา วิปฺปวสามิ, มุหุตฺตมปิ พฺราหฺมณ;
โคตมา ภูริปญฺญาณา, โคตมา ภูริเมธสา’’ติ.
๑๑๒. โย เม ธมฺมมเทเสสิ, สนฺทิฏฺฐิกมกาลิกํ;
ตณฺหกฺขยมนีติกํ, ยสฺส นตฺถิ อุปมา กฺวจิ.
โย เม ธมฺมมเทเสสีติ โย โส ภควา สยมฺภู อนาจริยโก ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสุ สามํ สจฺจานิ อภิสมฺพุชฺฌิ, ตตฺถ จ สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต พเลสุ จ วสีภาวํ. ธมฺมมเทเสสีติ. ธมฺมนฺติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ, จตฺตาโร สติปฏฺฐาเน จตฺตาโร สมฺมปฺปธาเน จตฺตาโร อิทฺธิปาเท ปญฺจินฺทฺริยานิ ปญฺจ พลานิ สตฺต โพชฺฌงฺเค อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ นิพฺพานญฺจ นิพฺพานคามินิญฺจ ปฏิปทํ อาจิกฺขิ เทเสสิ ปญฺญเปสิ ปฏฺฐเปสิ วิวริ วิภชิ อุตฺตานีอกาสิ ปกาเสสีติ – โย เม ธมฺมมเทเสสิ.
สนฺทิฏฺฐิกมกาลิกนฺติ สนฺทิฏฺฐิกํ อกาลิกํ เอหิปสฺสิกํ โอปเนยฺยิกํ ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺพํ วิญฺญูหีติ, เอวํ สนฺทิฏฺฐิกํ. อถ วา, โย ทิฏฺเฐว ธมฺเม อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวติ, ตสฺส มคฺคสฺส อนนฺตรา สมนนฺตรา อธิคจฺฉเตว ผลํ วินฺทติ ปฏิลภตีติ, เอวมฺปิ สนฺทิฏฺฐิกํ. อกาลิกนฺติ ยถา มนุสฺสา กาลิกํ ธนํ ทตฺวา อนนฺตรา น ลภนฺติ, กาลํ อาคเมนฺติ, เนวายํ ธมฺโม. โย ทิฏฺเฐว ธมฺเม อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวติ, ตสฺส มคฺคสฺส อนนฺตรา สมนนฺตรา อธิคจฺฉเตว ผลํ วินฺทติ ปฏิลภติ, น ปรตฺถ น ปรโลเก, เอวํ อกาลิกนฺติ – สนฺทิฏฺฐิกมกาลิกํ.
ตณฺหกฺขยมนีติกนฺติ. ตณฺหาติ รูปตณฺหา…เป… ธมฺมตณฺหา. ตณฺหกฺขยนฺติ ตณฺหกฺขยํ ราคกฺขยํ โทสกฺขยํ โมหกฺขยํ คติกฺขยํ อุปปตฺติกฺขยํ ปฏิสนฺธิกฺขยํ ภวกฺขยํ สํสารกฺขยํ วฏฺฏกฺขยํ. อนีติกนฺติ อีติ วุจฺจนฺติ กิเลสา จ ขนฺธา จ อภิสงฺขารา จ. อีติปฺปหานํ อีติวูปสมํ อีติปฏิปฺปสฺสทฺธึ อมตํ นิพฺพานนฺติ – ตณฺหกฺขยมนีติกํ.
ยสฺส นตฺถิ อุปมา กฺวจีติ. ยสฺสาติ นิพฺพานสฺส. นตฺถิ อุปมาติ อุปมา นตฺถิ, อุปนิธา นตฺถิ, สทิสํ นตฺถิ, ปฏิภาโค นตฺถิ น อตฺถิ น สํวิชฺชติ นุปลพฺภติ. กฺวจีติ กฺวจิ กิมฺหิจิ กตฺถจิ อชฺฌตฺตํ วา พหิทฺธา วา อชฺฌตฺตพหิทฺธา วาติ – ยสฺส นตฺถิ อุปมา กฺวจิ. เตนาห เถโร ปิงฺคิโย –
‘‘โย เม ธมฺมมเทเสสิ, สนฺทิฏฺฐิกมกาลิกํ;
ตณฺหกฺขยมนีติกํ, ยสฺส นตฺถิ อุปมา กฺวจี’’ติ.
๑๑๓. ปสฺสามิ นํ มนสา จกฺขุนาว, รตฺตินฺทิวํ พฺราหฺมณ อปฺปมตฺโต;
นมสฺสมาโน วิวเสมิ [นมสฺสมาโนว วเสมิ (สี. อฏฺฐ.) … วิวสามิ (สฺยา.)] รตฺตึ, เตเนว มญฺญามิ อวิปฺปวาสํ.
ปสฺสามิ นํ มนสา จกฺขุนาวาติ ยถา จกฺขุมา ปุริโส อาโลเก รูปคตานิ ปสฺเสยฺย ทกฺเขยฺย โอโลเกยฺย นิชฺฌาเยยฺย อุปปริกฺเขยฺย, เอวเมวาหํ พุทฺธํ ภควนฺตํ มนสา ปสฺสามิ ทกฺขามิ โอโลเกมิ นิชฺฌายามิ อุปปริกฺขามีติ – ปสฺสามิ นํ มนสา จกฺขุนาว.
รตฺตินฺทิวํ พฺราหฺมณ อปฺปมตฺโตติ รตฺติญฺจ ทิวา จ พุทฺธานุสฺสตึ มนสา ภาเวนฺโต อปฺปมตฺโตติ – รตฺตินฺทิวํ พฺราหฺมณ อปฺปมตฺโต.
นมสฺสมาโน วิวเสมิ รตฺตินฺติ. นมสฺสมาโนติ กาเยน วา นมสฺสมาโน, วาจาย วา นมสฺสมาโน, จิตฺเตน วา นมสฺสมาโน, อนฺวตฺถปฏิปตฺติยา วา นมสฺสมาโน, ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺติยา วา นมสฺสมาโน สกฺการมาโน ครุการมาโน มานยมาโน ปูชยมาโน รตฺตินฺทิวํ วิวเสมิ อตินาเมมิ อติกฺกเมมีติ – นมสฺสมาโน วิวเสมิ รตฺตึ.
เตเนว มญฺญามิ อวิปฺปวาสนฺติ ตาย พุทฺธานุสฺสติยา ภาเวนฺโต อวิปฺปวาโสติ ตํ มญฺญามิ, อวิปฺปวุฏฺโฐติ ตํ มญฺญามิ ชานามิ. เอวํ ชานามิ เอวํ อาชานามิ เอวํ วิชานามิ เอวํ ปฏิวิชานามิ เอวํ ปฏิวิชฺฌามีติ – เตเนว มญฺญามิ อวิปฺปวาสํ. เตนาห เถโร ปิงฺคิโย –
‘‘ปสฺสามิ นํ มนสา จกฺขุนาว, รตฺตินฺทิวํ พฺราหฺมณ อปฺปมตฺโต;
นมสฺสมาโน วิวเสมิ รตฺตึ, เตเนว มญฺญามิ อวิปฺปวาส’’นฺติ.
๑๑๔. สทฺธา จ ปีติ จ มโน สติ จ,นาเปนฺติเม โคตมสาสนมฺหา;
ยํ ยํ ทิสํ วชติ ภูริปญฺโญ, ส เตน เตเนว นโตหมสฺมิ.
สทฺธา จ ปีติ จ มโน สติ จาติ. สทฺธาติ ยา จ ภควนฺตํ อารพฺภ สทฺธา สทฺทหนา [สทฺธหนา (ก.)] โอกปฺปนา อภิปฺปสาโท สทฺธา สทฺธินฺทฺริยํ สทฺธาพลํ. ปีตีติ ยา ภควนฺตํ อารพฺภ ปีติ ปาโมชฺชํ [ปามุชฺชํ (สฺยา.)] โมทนา อาโมทนา ปโมทนา หาโส ปหาโส วิตฺติ ตุฏฺฐิ โอทคฺยํ อตฺตมนตา จิตฺตสฺส. มโนติ ยญฺจ ภควนฺตํ อารพฺภ จิตฺตํ มโน มานสํ หทยํ ปณฺฑรํ มโน มนายตนํ มนินฺทฺริยํ วิญฺญาณํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ตชฺชา มโนวิญฺญาณธาตุ. สตีติ ยา ภควนฺตํ อารพฺภ สติ อนุสฺสติ สมฺมาสตีติ – สทฺธา จ ปีติ จ มโน สติ จ.
นาเปนฺติเม โคตมสาสนมฺหาติ อิเม จตฺตาโร ธมฺมา โคตมสาสนา พุทฺธสาสนา ชินสาสนา ตถาคตสาสนา อรหนฺตสาสนา นาเปนฺติ น คจฺฉนฺติ น วิชหนฺติ น วินาเสนฺตีติ – นาเปนฺติเม โคตมสาสนมฺหา.
ยํ ยํ ทิสํ วชติ ภูริปญฺโญติ. ยํ ยํ ทิสนฺติ ปุรตฺถิมํ วา ทิสํ ปจฺฉิมํ วา ทิสํ ทกฺขิณํ วา ทิสํ อุตฺตรํ วา ทิสํ วชติ คจฺฉติ กมติ อภิกฺกมติ. ภูริปญฺโญติ ภูริปญฺโญ มหาปญฺโญ ติกฺขปญฺโญ ปุถุปญฺโญ หาสปญฺโญ ชวนปญฺโญ นิพฺเพธิกปญฺโญ. ภูริ วุจฺจติ ปถวี. ภควา ตาย ปถวิสมาย ปญฺญาย วิปุลาย วิตฺถตาย สมนฺนาคโตติ – ยํ ยํ ทิสํ วชติ ภูริปญฺโญ.
ส เตน เตเนว นโตหมสฺมีติ โส เยน พุทฺโธ เตน เตเนว นโต ตนฺนินฺโน ตปฺโปโณ ตปฺปพฺภาโร ตทธิมุตฺโต ตทธิปเตยฺโยติ – ส เตน เตเนว นโตหมสฺมิ. เตนาห เถโร ปิงฺคิโย –
‘‘สทฺธา จ ปีติ จ มโน สติ จ, นาเปนฺติเม โคตมสาสนมฺหา;
ยํ ยํ ทิสํ วชติ ภูริปญฺโญ, ส เตน เตเนว นโตหมสฺมี’’ติ.
๑๑๕. ชิณฺณสฺส เม ทุพฺพลถามกสฺส,เตเนว กาโย น ปเลติ ตตฺถ;
สงฺกปฺปยนฺตาย วชามิ นิจฺจํ, มโน หิ เม พฺราหฺมณ เตน ยุตฺโต.
ชิณฺณสฺส เม ทุพฺพลถามกสฺสาติ ชิณฺณสฺส วุฑฺฒสฺส มหลฺลกสฺส อทฺธคตสฺส วโยอนุปฺปตฺตสฺส. ทุพฺพลถามกสฺสาติ ทุพฺพลถามกสฺส อปฺปถามกสฺส ปริตฺตถามกสฺสาติ – ชิณฺณสฺส เม ทุพฺพลถามกสฺส.
เตเนว กาโย น ปเลติ ตตฺถาติ กาโย เยน พุทฺโธ เตน น ปเลติ น วชติ น คจฺฉติ นาติกฺกมตีติ – เตเนว กาโย น ปเลติ ตตฺถ.
สงฺกปฺปยนฺตาย วชามิ นิจฺจนฺติ สงฺกปฺปคมเนน วิตกฺกคมเนน ญาณคมเนน ปญฺญาคมเนน พุทฺธิคมเนน วชามิ คจฺฉามิ อติกฺกมามีติ – สงฺกปฺปยนฺตาย วชามิ นิจฺจํ.
มโน หิ เม พฺราหฺมณ เตน ยุตฺโตติ. มโนติ ยํ จิตฺตํ มโน มานสํ…เป… ตชฺชา มโนวิญฺญาณธาตุ. มโน หิ เม พฺราหฺมณ เตน ยุตฺโตติ มโน เยน พุทฺโธ เตน ยุตฺโต ปยุตฺโต สํยุตฺโตติ – มโน หิ เม พฺราหฺมณ เตน ยุตฺโต. เตนาห เถโร ปิงฺคิโย –
‘‘ชิณฺณสฺส เม ทุพฺพลถามกสฺส, เตเนว กาโย น ปเลติ ตตฺถ;
สงฺกปฺปยนฺตาย วชามิ นิจฺจํ, มโน หิ เม พฺราหฺมณ เตน ยุตฺโต’’ติ.
๑๑๖. ปงฺเก สยาโน ปริผนฺทมาโน, ทีปา ทีปํ อุปลฺลวึ;
อถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ, โอฆติณฺณมนาสวํ.
ปงฺเก สยาโน ปริผนฺทมาโนติ. ปงฺเก สยาโนติ กามปงฺเก กามกทฺทเม กามกิเลเส กามพฬิเส กามปริฬาเห กามปลิโพเธ เสมาโน สยมาโน วสมาโน อาวสมาโน ปริวสมาโน [อวเสมาโน ปริเสมาโน (สฺยา.)] ติ – ปงฺเก สยาโน. ปริผนฺทมาโนติ ตณฺหาผนฺทนาย ผนฺทมาโน, ทิฏฺฐิผนฺทนาย ผนฺทมาโน, กิเลสผนฺทนาย ผนฺทมาโน, ปโยคผนฺทนาย ผนฺทมาโน, วิปากผนฺทนาย ผนฺทมาโน, มโนทุจฺจริตผนฺทนาย ผนฺทมาโน, รตฺโต ราเคน ผนฺทมาโน, ทุฏฺโฐ โทเสน ผนฺทมาโน, มูโฬฺห โมเหน ผนฺทมาโน, วินิพนฺโธ มาเนน ผนฺทมาโน, ปรามฏฺโฐ ทิฏฺฐิยา ผนฺทมาโน, วิกฺเขปคโต อุทฺธจฺเจน ผนฺทมาโน, อนิฏฺฐงฺคโต วิจิกิจฺฉาย ผนฺทมาโน, ถามคโต อนุสเยหิ ผนฺทมาโน, ลาเภน ผนฺทมาโน, อลาเภน ผนฺทมาโน, ยเสน ผนฺทมาโน, อยเสน ผนฺทมาโน, ปสํสาย ผนฺทมาโน, นินฺทาย ผนฺทมาโน, สุเขน ผนฺทมาโน, ทุกฺเขน ผนฺทมาโน, ชาติยา ผนฺทมาโน, ชราย ผนฺทมาโน, พฺยาธินา ผนฺทมาโน, มรเณน ผนฺทมาโน, โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาเสหิ ผนฺทมาโน, เนรยิเกน ทุกฺเขน ผนฺทมาโน, ติรจฺฉานโยนิเกน ทุกฺเขน ผนฺทมาโน, เปตฺติวิสยิเกน ทุกฺเขน ผนฺทมาโน, มานุสิเกน ทุกฺเขน…เป… คพฺโภกฺกนฺติมูลเกน ทุกฺเขน… คพฺภฏฺฐิติมูลเกน ทุกฺเขน… คพฺภวุฏฺฐานมูลเกน ทุกฺเขน… ชาตสฺสูปนิพนฺธเกน ทุกฺเขน… ชาตสฺส ปราเธยฺยเกน ทุกฺเขน… อตฺตูปกฺกเมน ทุกฺเขน… ปรูปกฺกเมน ทุกฺเขน… สงฺขารทุกฺเขน… วิปริณามทุกฺเขน… จกฺขุโรเคน ทุกฺเขน… โสตโรเคน ทุกฺเขน… ฆานโรเคน ทุกฺเขน… ชิวฺหาโรเคน ทุกฺเขน… กายโรเคน ทุกฺเขน… สีสโรเคน ทุกฺเขน… กณฺณโรเคน ทุกฺเขน… มุขโรเคน ทุกฺเขน… ทนฺตโรเคน ทุกฺเขน… โอฏฺฐโรเคน ทุกฺเขน… กาเสน… สาเสน… ปินาเสน… ฑาเหน [ทาเหน (ก.) มหานิ. ๑๑] … ชเรน… กุจฺฉิโรเคน… มุจฺฉาย… ปกฺขนฺทิกาย… สูลาย… วิสูจิกาย… กุฏฺเฐน… คณฺเฑน… กิลาเสน… โสเสน… อปมาเรน … ททฺทุยา… กณฺฑุยา… กจฺฉุยา… รขสาย… วิตจฺฉิกาย… โลหิตปิตฺเตน [โลหิเตน. ปิตฺเตน (สฺยา. ก.)] … มธุเมเหน… อํสาย… ปิฬกาย… ภคนฺทเลน [ภคนฺทลาย (สฺยา.)] … ปิตฺตสมุฏฺฐาเนน อาพาเธน… เสมฺหสมุฏฺฐาเนน อาพาเธน… วาตสมุฏฺฐาเนน อาพาเธน… สนฺนิปาติเกน อาพาเธน… อุตุปริณามเชน อาพาเธน… วิสมปริหารเชน อาพาเธน… โอปกฺกมิเกน อาพาเธน… กมฺมวิปากเชน อาพาเธน… สีเตน… อุเณฺหน… ชิฆจฺฉาย … ปิปาสาย… อุจฺจาเรน… ปสฺสาเวน… ฑํสมกสวาตาตปสรีสปสมฺผสฺเสน ทุกฺเขน… มาตุมรเณน ทุกฺเขน… ปิตุมรเณน ทุกฺเขน… ปุตฺตมรเณน ทุกฺเขน… ธีตุมรเณน ทุกฺเขน… ญาติพฺยสเนน ทุกฺเขน… โภคพฺยสเนน ทุกฺเขน… โรคพฺยสเนน ทุกฺเขน… สีลพฺยสเนน ทุกฺเขน… ทิฏฺฐิพฺยสเนน ทุกฺเขน ผนฺทมาโน ปริผนฺทมาโน ปเวธมาโน สมฺปเวธมาโนติ – ปงฺเก สยาโน ปริผนฺทมาโน.
ทีปา ทีปํ อุปลฺลวินฺติ สตฺถารโต สตฺถารํ ธมฺมกฺขานโต ธมฺมกฺขานํ คณโต คณํ ทิฏฺฐิยา ทิฏฺฐึ ปฏิปทาย ปฏิปทํ มคฺคโต มคฺคํ ปลฺลวึ อุปลฺลวึ สมฺปลฺลวินฺติ – ทีปา ทีปํ อุปลฺลวึ.
อถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธนฺติ. อถาติ ปทสนฺธิ ปทสํสคฺโค ปทปาริปูรี อกฺขรสมวาโย พฺยญฺชนสิลิฏฺฐตา ปทานุปุพฺพตาเปตํ – อถาติ. อทฺทสาสินฺติ อทฺทสํ อทฺทกฺขึ อปสฺสึ ปฏิวิชฺฌึ. พุทฺโธติ โย โส ภควา สยมฺภู อนาจริยโก…เป… สจฺฉิกา ปญฺญตฺติ, ยทิทํ พุทฺโธติ – อถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ.
โอฆติณฺณมนาสวนฺติ. โอฆติณฺณนฺติ ภควา กาโมฆํ ติณฺโณ, ภโวฆํ ติณฺโณ, ทิฏฺโฐฆํ ติณฺโณ, อวิชฺโชฆํ ติณฺโณ, สพฺพสํสารปถํ ติณฺโณ อุตฺติณฺโณ นิตฺถิณฺโณ อติกฺกนฺโต สมติกฺกนฺโต วีติวตฺโต, โส วุตฺถวาโส จิณฺณจรโณ…เป… ชาติมรณสํสาโร, นตฺถิ ตสฺส ปุนพฺภโวติ – โอฆติณฺณํ. อนาสวนฺติ จตฺตาโร อาสวา – กามาสโว, ภวาสโว, ทิฏฺฐาสโว, อวิชฺชาสโว. เต อาสวา พุทฺธสฺส ภควโต ปหีนา อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวํกตา อายตึ อนุปฺปาทธมฺมา. ตสฺมา พุทฺโธ อนาสวาติ – โอฆติณฺณมนาสวํ. เตนาห เถโร ปิงฺคิโย –
‘‘ปงฺเก สยาโน ปริผนฺทมาโน, ทีปา ทีปํ อุปลฺลวึ;