๗. จกฺขุวิญฺญาณาทิปโญฺห

๗. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ยตฺถ จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ, ตตฺถ มโนวิญฺญาณมฺปิ อุปฺปชฺชตี’’ติ? ‘‘อาม, มหาราช, ยตฺถ จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ, ตตฺถ มโนวิญฺญาณมฺปิ อุปฺปชฺชตี’’ติ.

‘‘กึ นุ โข, ภนฺเต นาคเสน, ปฐมํ จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ, ปจฺฉา มโนวิญฺญาณํ, อุทาหุ มโนวิญฺญาณํ ปฐมํ อุปฺปชฺชติ, ปจฺฉา จกฺขุวิญฺญาณ’’นฺติ? ‘‘ปฐมํ, มหาราช, จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ, ปจฺฉา มโนวิญฺญาณ’’นฺติ.

‘‘กึ นุ โข, ภนฺเต นาคเสน, จกฺขุวิญฺญาณํ มโนวิญฺญาณํ อาณาเปติ ‘ยตฺถาหํ อุปฺปชฺชามิ, ตฺวมฺปิ ตตฺถ อุปฺปชฺชาหี’ติ, อุทาหุ มโนวิญฺญาณํ จกฺขุวิญฺญาณํ อาณาเปติ ‘ยตฺถ ตฺวํ อุปฺปชฺชิสฺสสิ, อหมฺปิ ตตฺถ อุปฺปชฺชิสฺสามี’’’ติ? ‘‘น หิ, มหาราช, อนาลาโป เตสํ อญฺญมญฺเญหี’’ติ.

‘‘กถํ, ภนฺเต นาคเสน, ยตฺถ จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ, ตตฺถ มโนวิญฺญาณมฺปิ อุปฺปชฺชตี’’ติ? ‘‘นินฺนตฺตา จ, มหาราช, ทฺวารตฺตา จ จิณฺณตฺตา จ สมุทาจริตตฺตา จา’’ติ.

‘‘กถํ, ภนฺเต นาคเสน, นินฺนตฺตา ยตฺถ จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ, ตตฺถ มโนวิญฺญาณมฺปิ อุปฺปชฺชติ? โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, มหาราช, เทเว วสฺสนฺเต กตเมน อุทกํ คจฺเฉยฺยา’’ติ? ‘‘เยน, ภนฺเต, นินฺนํ, เตน คจฺเฉยฺยา’’ติ. ‘‘อถาปเรน สมเยน เทโว วสฺเสยฺย, กตเมน ตํ อุทกํ คจฺเฉยฺยา’’ติ. ‘‘เยน, ภนฺเต, ปุริมํ อุทกํ คตํ, ตมฺปิ เตน คจฺเฉยฺยา’’ติ.

‘‘กึ นุํ โข, มหาราช, ปุริมํ อุทกํ ปจฺฉิมํ อุทกํ อาณาเปติ ‘เยนาหํ คจฺฉามิ, ตฺวมฺปิ เตน คจฺฉาหี’ติ, ปจฺฉิมํ วา อุทกํ ปุริมํ อุทกํ อาณาเปติ ‘เยน ตฺวํ คจฺฉิสฺสสิ, อหมฺปิ เตน คจฺฉิสฺสามี’’’ติ. ‘‘น หิ, ภนฺเต, อนาลาโป เตสํ อญฺญมญฺเญหิ, นินฺนตฺตา คจฺฉนฺตี’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, นินฺนตฺตา ยตฺถ จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ, ตตฺถ มโนวิญฺญาณมฺปิ อุปฺปชฺชติ, น จกฺขุวิญฺญาณํ มโนวิญฺญาณํ อาณาเปติ ‘ยตฺถาหํ อุปฺปชฺชามิ, ตฺวมฺปิ ตตฺถ อุปฺปชฺชาหี’ติ, นาปิ มโนวิญฺญาณํ จกฺขุวิญฺญาณํ อาณาเปติ ‘ยตฺถ ตฺวํ อุปฺปชฺชิสฺสสิ, อหมฺปิ ตตฺถ อุปฺปชฺชิสฺสามี’ติ, อนาลาโป เตสํ อญฺญมญฺเญหิ, นินฺนตฺตา อุปฺปชฺชนฺตี’’’ติ.

‘‘กถํ, ภนฺเต นาคเสน, ทฺวารตฺตา ยตฺถ จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ, ตตฺถ มโนวิญฺญาณมฺปิ อุปฺปชฺชติ? อเปปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, มหาราช, รญฺโญ ปจฺจนฺติมํ นครํ อสฺส ทฬฺหปาการโตรณํ เอกทฺวารํ, ตโต ปุริโส นิกฺขมิตุกาโม ภเวยฺย, กตเมน นิกฺขเมยฺยา’’ติ? ‘‘ทฺวาเรน, ภนฺเต, นิกฺขเมยฺยา’’ติ. ‘‘อถาปโร ปุริโส นิกฺขมิตุกาโม ภเวยฺย, กตเมน โส นิกฺขเมยฺยา’’ติ? ‘‘เยน, ภนฺเต, ปุริโม ปุริโส นิกฺขนฺโต, โสปิ เตน นิกฺขเมยฺยา’’ติ.

‘‘กึ นุ โข, มหาราช, ปุริโม ปุริโส ปจฺฉิมํ ปุริสํ อาณาเปติ ‘เยนาหํ คจฺฉามิ, ตฺวมฺปิ เตน คจฺฉาหี’ติ, ปจฺฉิโม วา ปุริโส ปุริมํ ปุริสํ อาณาเปติ ‘เยน ตฺวํ คจฺฉิสฺสสิ, อหมฺปิ เตน คจฺฉิสฺสามี’ติ. ‘‘น หิ, ภนฺเต, อนาลาโป เตสํ อญฺญมญฺเญหิ, ทฺวารตฺตา คจฺฉนฺตี’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ทฺวารตฺตา ยตฺถ จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ, ตตฺถ มโนวิญฺญาณมฺปิ อุปฺปชฺชติ, น จกฺขุวิญฺญาณํ มโนวิญฺญาณํ อาณาเปติ ‘ยตฺถาหํ อุปฺปชฺชามิ, ตฺวมฺปิ ตตฺถ อุปฺปชฺชาหี’ติ, นาปิ มโนวิญฺญาณํ จกฺขุวิญฺญาณํ อาณาเปติ ‘ยตฺถ ตฺวํ อุปฺปชฺชิสฺสสิ, อหมฺปิ ตตฺถ อุปฺปชฺชิสฺสามี’ติ, อนาลาโป เตสํ อญฺญมญฺเญหิ, ทฺวารตฺตา อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ.

‘‘กถํ, ภนฺเต นาคเสน, จิณฺณตฺตา ยตฺถ จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ, ตตฺถ มโนวิญฺญาณมฺปิ อุปฺปชฺชติ?โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, มหาราช, ปฐมํ เอกํ สกฏํ คจฺเฉยฺย, อถ ทุติยํ สกฏํ กตเมน คจฺเฉยฺยา’’ติ? ‘‘เยน, ภนฺเต, ปุริมํ สกฏํ คตํ, ตมฺปิ เตน คจฺเฉยฺยา’’ติ.

‘‘กึ นุ โข, มหาราช, ปุริมํ สกฏํ ปจฺฉิมํ สกฏํ อาณาเปติ ‘เยนาหํ คจฺฉามิ, ตฺวมฺปิ เตน คจฺฉาหี’ติ, ปจฺฉิมํ วา สกฏํ ปุริมํ สกฏํ อาณาเปติ ‘เยน ตฺวํ คจฺฉิสฺสสิ, อหมฺปิ เตน คจฺฉิสฺสามี’’’ติ. ‘‘น หิ, ภนฺเต, อนาลาโป เตสํ อญฺญมญฺเญหิ, จิณฺณตฺตา คจฺฉนฺตี’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, จิณฺณตฺตา ยตฺถ จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ, ตตฺถ มโนวิญฺญาณมฺปิ อุปฺปชฺชติ, น จกฺขุวิญฺญาณํ มโนวิญฺญาณํ อาณาเปติ ‘ยตฺถาหํ อุปฺปชฺชามิ, ตฺวมฺปิ ตตฺถ อุปฺปชฺชาหี’ติ, นาปิ มโนวิญฺญาณํ จกฺขุวิญฺญาณํ อาณาเปติ ‘ยตฺถ ตฺวํ อุปฺปชฺชิสฺสสิ, อหมฺปิ ตตฺถ อุปฺปชฺชิสฺสามี’ติ, อนาลาโป เตสํ อญฺญมญฺเญหิ, จิณฺณตฺตา อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ.

‘‘กถํ, ภนฺเต นาคเสน, สมุทาจริตตฺตา ยตฺถ จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ, ตตฺถ มโนวิญฺญาณมฺปิ อุปฺปชฺชติ? โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, มุทฺทาคณนาสงฺขฺยาเลขาสิปฺปฏฺฐาเนสุ อาทิกมฺมิกสฺส ทนฺธายนา ภวติ, อถาปเรน สมเยน นิสมฺมกิริยาย สมุทาจริตตฺตา อทนฺธายนา ภวติ. เอวเมว โข, มหาราช, สมุทาจริตตฺตา ยตฺถ จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ, ตตฺถ มโนวิญฺญาณมฺปิ อุปฺปชฺชติ, น จกฺขุวิญฺญาณํ มโนวิญฺญาณํ อาณาเปติ ‘ยตฺถาหํ อุปฺปชฺชามิ, ตฺวมฺปิ ตตฺถ อุปฺปชฺชาหี’ติ, นาปิ มโนวิญฺญาณํ จกฺขุวิญฺญาณํ อาณาเปติ ‘ยตฺถ ตฺวํ อุปฺปชฺชิสฺสสิ, อหมฺปิ ตตฺถ อุปฺปชฺชิสฺสามี’ติ, อนาลาโป เตสํ อญฺญมญฺเญหิ, สมุทาจริตตฺตา อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ.

‘‘ภนฺเต นาคเสน, ยตฺถ โสตวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ, ตตฺถ มโนวิญฺญาณมฺปิ อุปฺปชฺชตีติ…เป… ยตฺถ ฆานวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ…เป… ยตฺถ ชิวฺหาวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ …เป… ยตฺถ กายวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ, ตตฺถ มโนวิญฺญาณมฺปิ อุปฺปชฺชตี’’ติ? ‘‘อาม, มหาราช, ยตฺถ กายวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ, ตตฺถ มโนวิญฺญาณมฺปิ อุปฺปชฺชตี’’ติ.

‘‘กึ นุ โข, ภนฺเต นาคเสน, ปฐมํ กายวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ, ปจฺฉา มโนวิญฺญาณํ, อุทาหุ มโนวิญฺญาณํ ปฐมํ อุปฺปชฺชติ, ปจฺฉา กายวิญฺญาณ’’นฺติ? ‘‘กายวิญฺญาณํ, มหาราช, ปฐมํ อุปฺปชฺชติ, ปจฺฉา มโนวิญฺญาณ’’นฺติ.

‘‘กึ นุ โข, ภนฺเต นาคเสน,…เป… อนาลาโป เตสํ อญฺญมญฺเญหิ, สมุทาจริตตฺตา อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ.

‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.

จกฺขุวิญฺญาณาทิปโญฺห สตฺตโม.