๓. โกฏิปญฺญายนปโญฺห
๓. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ยํ ปเนตํ พฺรูสิ ‘ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายตี’ติ, กตมา จ สา ปุริมา โกฏี’’ติ? ‘‘โย โข, มหาราช, อตีโต อทฺธา, เอสา ปุริมา โกฏี’’ติ. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ยํ ปเนตํ พฺรูสิ ‘ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายตี’ติ, กึ ปน, ภนฺเต, สพฺพาปิ ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายตี’’ติ? ‘‘กาจิ, มหาราช, ปญฺญายติ, กาจิ น ปญฺญายตี’’ติ. ‘‘กตมา, ภนฺเต, ปญฺญายติ, กตมา น ปญฺญายตี’’ติ? ‘‘อิโต ปุพฺเพ, มหาราช, สพฺเพน สพฺพํ สพฺพถา สพฺพํ อวิชฺชา นาโหสีติ เอสา ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ, ยํ อหุตฺวา สมฺโภติ, หุตฺวา ปฏิวิคจฺฉติ, เอสป ปุริมา โกฏิ ปญฺญายตี’’ติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, ยํ อหุตฺวา สมฺโภติ, หุตฺวา ปฏิวิคจฺฉติ, นนุ ตํ อุภโต ฉินฺนํ อตฺถํ คจฺฉตี’’ติ? ‘‘ยทิ, มหาราช, อุภโต ฉินฺนํ อตฺถํ คจฺฉติ, อุภโต ฉินฺนา สกฺกา วฑฺเฒตุ’’นฺติ? ‘‘อาม, สาปิ สกฺกา วฑฺเฒตุ’’นฺติ.’’นาหํ, ภนฺเต, เอตํ ปุจฺฉามิ โกฏิโต สกฺกา วฑฺเฒตุ’’นฺติ? ‘‘อาม สกฺกา วฑฺเฒตุ’’นฺติ.
‘‘โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. เถโร ตสฺส รุกฺขูปมํ อกาสิ, ขนฺธา จ เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส พีชานี’’ติ.
‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.
โกฏิปญฺญายนปโญฺห ตติโย.