๕. สีลสมฺปนฺนสุตฺตํ

๑๐๔. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘เย เต, ภิกฺขเว, ภิกฺขู สีลสมฺปนฺนา สมาธิสมฺปนฺนา ปญฺญาสมฺปนฺนา วิมุตฺติสมฺปนฺนา วิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปนฺนา โอวาทกา วิญฺญาปกา สนฺทสฺสกา สมาทปกา สมุตฺเตชกา สมฺปหํสกา อลํสมกฺขาตาโร สทฺธมฺมสฺส ทสฺสนมฺปหํ, ภิกฺขเว, เตสํ ภิกฺขูนํ พหูปการํ วทามิ; สวนมฺปหํ, ภิกฺขเว, เตสํ ภิกฺขูนํ พหูปการํ วทามิ; อุปสงฺกมนมฺปหํ, ภิกฺขเว, เตสํ ภิกฺขูนํ พหูปการํ วทามิ; ปยิรุปาสนมฺปหํ, ภิกฺขเว, เตสํ ภิกฺขูนํ พหูปการํ วทามิ; อนุสฺสรณมฺปหํ, ภิกฺขเว, เตสํ ภิกฺขูนํ พหูปการํ วทามิ; อนุปพฺพชฺชมฺปหํ [อนุสฺสติมฺปหํ (สฺยา.)], ภิกฺขเว, เตสํ ภิกฺขูนํ พหูปการํ วทามิ. ตํ กิสฺส เหตุ? ตถารูเป, ภิกฺขเว, ภิกฺขู เสวโต ภชโต ปยิรุปาสโต อปริปูโรปิ สีลกฺขนฺโธ ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉติ, อปริปูโรปิ สมาธิกฺขนฺโธ ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉติ, อปริปูโรปิ ปญฺญากฺขนฺโธ ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉติ, อปริปูโรปิ วิมุตฺติกฺขนฺโธ ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉติ, อปริปูโรปิ วิมุตฺติญาณทสฺสนกฺขนฺโธ ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉติ. เอวรูปา จ เต, ภิกฺขเว, ภิกฺขู สตฺถาโรติปิ วุจฺจนฺติ, สตฺถวาหาติปิ วุจฺจนฺติ, รณญฺชหาติปิ วุจฺจนฺติ, ตโมนุทาติปิ วุจฺจนฺติ, อาโลกกราติปิ วุจฺจนฺติ, โอภาสกราติปิ วุจฺจนฺติ, ปชฺโชตกราติปิ วุจฺจนฺติ, อุกฺกาธาราติปิ วุจฺจนฺติ, ปภงฺกราติปิ วุจฺจนฺติ, อริยาติปิ วุจฺจนฺติ, จกฺขุมนฺโตติปิ วุจฺจนฺตี’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘ปาโมชฺชกรณํ ฐานํ [… กรณฐานํ (สี. สฺยา.)], เอตํ โหติ วิชานตํ;

ยทิทํ ภาวิตตฺตานํ, อริยานํ ธมฺมชีวินํ.

‘‘เต โชตยนฺติ สทฺธมฺมํ, ภาสยนฺติ ปภงฺกรา;

อาโลกกรณา ธีรา, จกฺขุมนฺโต รณญฺชหา.

‘‘เยสํ เว สาสนํ สุตฺวา, สมฺมทญฺญาย ปณฺฑิตา;

ชาติกฺขยมภิญฺญาย, นาคจฺฉนฺติ ปุนพฺภว’’นฺติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ปญฺจมํ.