๑๐. นทีโสตสุตฺตํ
๑๐๙. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –
‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ปุริโส นทิยา โสเตน โอวุเยฺหยฺย ปิยรูปสาตรูเปน. ตเมนํ จกฺขุมา ปุริโส ตีเร ฐิโต ทิสฺวา เอวํ วเทยฺย – ‘กิญฺจาปิ โข ตฺวํ, อมฺโภ ปุริส, นทิยา โสเตน โอวุยฺหสิ ปิยรูปสาตรูเปน, อตฺถิ เจตฺถ เหฏฺฐา รหโท สอูมิ สาวฏฺโฏ สคโห สรกฺขโส ยํ ตฺวํ, อมฺโภ ปุริส, รหทํ ปาปุณิตฺวา มรณํ วา นิคจฺฉสิ มรณมตฺตํ วา ทุกฺข’นฺติ. อถ โข โส, ภิกฺขเว, ปุริโส ตสฺส ปุริสสฺส สทฺทํ สุตฺวา หตฺเถหิ จ ปาเทหิ จ ปฏิโสตํ วายเมยฺย.
‘‘อุปมา โข เม อยํ, ภิกฺขเว, กตา อตฺถสฺส วิญฺญาปนาย. อยํ เจตฺถ [อยํ เจเวตฺถ (สฺยา.)] อตฺโถ – ‘นทิยา โสโต’ติ โข, ภิกฺขเว, ตณฺหาเยตํ อธิวจนํ.
‘‘‘ปิยรูปํ สาตรูป’นฺติ โข, ภิกฺขเว, ฉนฺเนตํ อชฺฌตฺติกานํ อายตนานํ อธิวจนํ.
‘‘‘เหฏฺฐา รหโท’ติ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สํโยชนานํ อธิวจนํ;
‘‘‘อูมิภย’นฺติ โข [สญีมีติ โข (พหูสุ)], ภิกฺขเว, โกธุปายาสสฺเสตํ อธิวจนํ;
‘‘‘อาวฏฺฏ’นฺติ โข [สาวฏฺโฏติ โข (พหูสุ)], ภิกฺขเว, ปญฺจนฺเนตํ กามคุณานํ อธิวจนํ;
‘‘‘คหรกฺขโส’ติ โข [สคโห สรกฺขโสติ โข (พหูสุ)], ภิกฺขเว, มาตุคามสฺเสตํ อธิวจนํ;
‘‘‘ปฏิโสโต’ติ โข, ภิกฺขเว, เนกฺขมฺมสฺเสตํ อธิวจนํ;
‘‘‘หตฺเถหิ จ ปาเทหิ จ วายาโม’ติ โข, ภิกฺขเว, วีริยารมฺภสฺเสตํ อธิวจนํ;
‘‘‘จกฺขุมา ปุริโส ตีเร ฐิโตติ โข, ภิกฺขเว, ตถาคตสฺเสตํ อธิวจนํ อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺสา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –
‘‘สหาปิ ทุกฺเขน ชเหยฺย กาเม, โยคกฺเขมํ อายตึ ปตฺถยาโน;
สมฺมปฺปชาโน สุวิมุตฺตจิตฺโต, วิมุตฺติยา ผสฺสเย ตตฺถ ตตฺถ;
ส เวทคู วูสิตพฺรหฺมจริโย, โลกนฺตคู ปารคโตติ วุจฺจตี’’ติ.
อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ทสมํ.