๗. กามโยคสุตฺตํ
๙๖. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –
‘‘กามโยคยุตฺโต, ภิกฺขเว, ภวโยคยุตฺโต อาคามี โหติ อาคนฺตา [อาคนฺตฺวา (สฺยา. ก.)] อิตฺถตฺตํ. กามโยควิสํยุตฺโต, ภิกฺขเว, ภวโยคยุตฺโต อนาคามี โหติ อนาคนฺตา อิตฺถตฺตํ. กามโยควิสํยุตฺโต, ภิกฺขเว, ภวโยควิสํยุตฺโต อรหา โหติ, ขีณาสโว’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –
‘‘กามโยเคน สํยุตฺตา, ภวโยเคน จูภยํ;
สตฺตา คจฺฉนฺติ สํสารํ, ชาติมรณคามิโน.
‘‘เย จ กาเม ปหนฺตฺวาน, อปฺปตฺตา อาสวกฺขยํ;
ภวโยเคน สํยุตฺตา, อนาคามีติ วุจฺจเร.
‘‘เย จ โข ฉินฺนสํสยา, ขีณมานปุนพฺภวา;
เต เว ปารงฺคตา โลเก, เย ปตฺตา อาสวกฺขย’’นฺติ.
อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. สตฺตมํ.
กลฺยาณสีลสุตฺตํ
๙๗. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –
‘‘กลฺยาณสีโล, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ กลฺยาณธมฺโม กลฺยาณปญฺโญ อิมสฺมึ ธมฺมวินเย ‘เกวลี วุสิตวา อุตฺตมปุริโส’ติ วุจฺจติ –
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ กลฺยาณสีโล โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สีลวา โหติ, ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรติ, อาจารโคจรสมฺปนฺโน อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี, สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ กลฺยาณสีโล โหติ. อิติ กลฺยาณสีโล.
‘‘กลฺยาณธมฺโม จ กถํ โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สตฺตนฺนํ โพธิปกฺขิยานํ ธมฺมานํ ภาวนานุโยคมนุยุตฺโต วิหรติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ กลฺยาณธมฺโม โหติ. อิติ กลฺยาณสีโล, กลฺยาณธมฺโม.
‘‘กลฺยาณปญฺโญ จ กถํ โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ กลฺยาณปญฺโญ โหติ.
‘‘อิติ กลฺยาณสีโล กลฺยาณธมฺโม กลฺยาณปญฺโญ อิมสฺมึ ธมฺมวินเย ‘เกวลี วุสิตวา อุตฺตมปุริโส’ติ วุจฺจตี’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –
‘‘ยสฺส กาเยน วาจาย, มนสา นตฺถิ ทุกฺกฏํ;
ตํ เว กลฺยาณสีโลติ, อาหุ ภิกฺขุํ หิรีมนํ [หิรีมตํ (สฺยา. ก.)].
‘‘ยสฺส ธมฺมา สุภาวิตา, สตฺต [ปตฺต (สพฺพตฺถ)] สมฺโพธิคามิโน;
ตํ เว กลฺยาณธมฺโมติ, อาหุ ภิกฺขุํ อนุสฺสทํ.
‘‘โย ทุกฺขสฺส ปชานาติ, อิเธว ขยมตฺตโน;
ตํ เว กลฺยาณปญฺโญติ, อาหุ ภิกฺขุํ อนาสวํ.
‘‘เตหิ ธมฺเมหิ สมฺปนฺนํ, อนีฆํ ฉินฺนสํสยํ;
อสิตํ สพฺพโลกสฺส, อาหุ สพฺพปหายิน’’นฺติ.
อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. อฏฺฐมํ.