๓. ตติยวคฺโค

๑. ปสนฺนจิตฺตสุตฺตํ

๒๑. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘อิธาหํ, ภิกฺขเว, เอกจฺจํ ปุคฺคลํ ปสนฺนจิตฺตํ เอวํ เจตสา เจโต ปริจฺจ ปชานามิ – ‘อิมมฺหิ จายํ สมเย ปุคฺคโล กาลํ กเรยฺย ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเค’. ตํ กิสฺส เหตุ? จิตฺตํ หิสฺส, ภิกฺขเว, ปสนฺนํ. เจโตปสาทเหตุ โข ปน, ภิกฺขเว, เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺตี’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘ปสนฺนจิตฺตํ ญตฺวาน, เอกจฺจํ อิธ ปุคฺคลํ;

เอตมตฺถญฺจ พฺยากาสิ, พุทฺโธ ภิกฺขูน สนฺติเก.

‘‘อิมมฺหิ จายํ สมเย, กาลํ กยิราถ ปุคฺคโล;

สุคตึ อุปปชฺเชยฺย, จิตฺตํ หิสฺส ปสาทิตํ.

‘‘ยถา หริตฺวา นิกฺขิเปยฺย, เอวเมว ตถาวิโธ;

เจโตปสาทเหตุ หิ, สตฺตา คจฺฉนฺติ สุคฺคติ’’นฺติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ปฐมํ.

๒. เมตฺตสุตฺตํ

๒๒. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘มา, ภิกฺขเว, ปุญฺญานํ ภายิตฺถ. สุขสฺเสตํ, ภิกฺขเว, อธิวจนํ อิฏฺฐสฺส กนฺตสฺส ปิยสฺส มนาปสฺส ยทิทํ ปุญฺญานิ [ปุญฺญานนฺติ, (อ. นิ. ๗.๖๒)]. อภิชานามิ โข ปนาหํ, ภิกฺขเว, ทีฆรตฺตํ กตานํ ปุญฺญานํ อิฏฺฐํ กนฺตํ ปิยํ มนาปํ วิปากํ ปจฺจนุภูตํ. สตฺต วสฺสานิ เมตฺตจิตฺตํ ภาเวตฺวา สตฺต สํวฏฺฏวิวฏฺฏกปฺเป นยิมํ โลกํ ปุนราคมาสึ. สํวฏฺฏมาเน สุทํ, ภิกฺขเว, กปฺเป อาภสฺสรูปโค โหมิ; วิวฏฺฏมาเน กปฺเป สุญฺญํ พฺรหฺมวิมานํ อุปปชฺชามิ.

‘‘ตตฺร สุทํ, ภิกฺขเว, พฺรหฺมา โหมิ มหาพฺรหฺมา อภิภู อนภิภูโต อญฺญทตฺถุทโส วสวตฺตี. ฉตฺตึสกฺขตฺตุํ โข ปนาหํ, ภิกฺขเว, สกฺโก อโหสึ เทวานมินฺโท; อเนกสตกฺขตฺตุํ ราชา อโหสึ จกฺกวตฺตี ธมฺมิโก ธมฺมราชา จาตุรนฺโต วิชิตาวี ชนปทตฺถาวริยปฺปตฺโต สตฺตรตนสมนฺนาคโต. โก ปน วาโท ปเทสรชฺชสฺส!

‘‘ตสฺส มยฺหํ, ภิกฺขเว, เอตทโหสิ – ‘กิสฺส นุ โข เม อิทํ กมฺมสฺส ผลํ, กิสฺส กมฺมสฺส วิปาโก, เยนาหํ เอตรหิ เอวํมหิทฺธิโก เอวํมหานุภาโว’ติ? ตสฺส มยฺหํ, ภิกฺขเว, เอตทโหสิ – ‘ติณฺณํ โข เม อิทํ กมฺมานํ ผลํ, ติณฺณํ กมฺมานํ วิปาโก, เยนาหํ เอตรหิ เอวํมหิทฺธิโก เอวํมหานุภาโวติ, เสยฺยถิทํ [เสยฺยถีทํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] – ทานสฺส, ทมสฺส, สญฺญมสฺสา’’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘ปุญฺญเมว โส สิกฺเขยฺย, อายตคฺคํ สุขุทฺรยํ;

ทานญฺจ สมจริยญฺจ, เมตฺตจิตฺตญฺจ ภาวเย.

‘‘เอเต ธมฺเม ภาวยิตฺวา, ตโย สุขสมุทฺทเย [สุขสมุทฺรเย (สี. อฏฺฐ.)];

อพฺยาปชฺฌํ [อพฺยาปชฺชํ (สฺยา. ก.), อพฺยาพชฺฌํ (?)] สุขํ โลกํ, ปณฺฑิโต อุปปชฺชตี’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ทุติยํ.

๓. อุภยตฺถสุตฺตํ

๒๓. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘เอกธมฺโม, ภิกฺขเว, ภาวิโต พหุลีกโต อุโภ อตฺเถ สมธิคยฺห ติฏฺฐติ – ทิฏฺฐธมฺมิกญฺเจว อตฺถํ สมฺปรายิกญฺจ. กตโม เอกธมฺโม? อปฺปมาโท กุสเลสุ ธมฺเมสุ. อยํ โข, ภิกฺขเว, เอกธมฺโม ภาวิโต พหุลีกโต อุโภ อตฺเถ สมธิคยฺห ติฏฺฐติ – ทิฏฺฐธมฺมิกญฺเจว อตฺถํ สมฺปรายิกญฺจา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘อปฺปมาทํ ปสํสนฺติ, ปุญฺญกิริยาสุ ปณฺฑิตา;

อปฺปมตฺโต อุโภ อตฺเถ, อธิคณฺหาติ ปณฺฑิโต.

‘‘ทิฏฺเฐ ธมฺเม จ โย อตฺโถ, โย จตฺโถ สมฺปรายิโก;

อตฺถาภิสมยา ธีโร, ปณฺฑิโตติ ปวุจฺจตี’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ตติยํ.

๔. อฏฺฐิปุญฺชสุตฺตํ

๒๔. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘เอกปุคฺคลสฺส, ภิกฺขเว, กปฺปํ สนฺธาวโต สํสรโต สิยา เอวํ มหา อฏฺฐิกงฺกโล อฏฺฐิปุญฺโช อฏฺฐิราสิ ยถายํ เวปุลฺโล ปพฺพโตः สเจ สํหารโก อสฺส, สมฺภตญฺจ น วินสฺเสยฺยา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘เอกสฺเสเกน กปฺเปน, ปุคฺคลสฺสฏฺฐิสญฺจโย;

สิยา ปพฺพตสโม ราสิ, อิติ วุตฺตํ มเหสินา.

‘‘โส โข ปนายํ อกฺขาโต, เวปุลฺโล ปพฺพโต มหา;

อุตฺตโร คิชฺฌกูฏสฺส, มคธานํ คิริพฺพเช.

‘‘ยโต จ อริยสจฺจานิ, สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสติ;

ทุกฺขํ ทุกฺขสมุปฺปาทํ, ทุกฺขสฺส จ อติกฺกมํ;

อริยญฺจฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ, ทุกฺขูปสมคามินํ.

‘‘ส สตฺตกฺขตฺตุํ ปรมํ, สนฺธาวิตฺวาน ปุคฺคโล;

ทุกฺขสฺสนฺตกโร โหติ, สพฺพสํโยชนกฺขยา’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. จตุตฺถํ.

๕. มุสาวาทสุตฺตํ

๒๕. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘เอกธมฺมํ อตีตสฺส, ภิกฺขเว, ปุริสปุคฺคลสฺส นาหํ ตสฺส กิญฺจิ ปาปกมฺมํ อกรณียนฺติ วทามิ. กตมํ เอกธมฺมํ? ยทิทํ [ยถยิทํ (สี. สฺยา. ก.), ยถายิทํ (ปี.)] ภิกฺขเว, สมฺปชานมุสาวาโท’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘เอกธมฺมํ อตีตสฺส, มุสาวาทิสฺส ชนฺตุโน;

วิติณฺณปรโลกสฺส, นตฺถิ ปาปํ อการิย’’นฺติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ปญฺจมํ.

๖. ทานสุตฺตํ

๒๖. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘เอวญฺเจ, ภิกฺขเว, สตฺตา ชาเนยฺยุํ ทานสํวิภาคสฺส วิปากํ ยถาหํ ชานามิ, น อทตฺวา ภุญฺเชยฺยุํ, น จ เนสํ มจฺเฉรมลํ จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺเฐยฺย. โยปิ เนสํ อสฺส จริโม อาโลโป จริมํ กพฬํ, ตโตปิ น อสํวิภชิตฺวา ภุญฺเชยฺยุํ, สเจ เนสํ ปฏิคฺคาหกา อสฺสุ. ยสฺมา จ โข, ภิกฺขเว, สตฺตา น เอวํ ชานนฺติ ทานสํวิภาคสฺส วิปากํ ยถาหํ ชานามิ, ตสฺมา อทตฺวา ภุญฺชนฺติ, มจฺเฉรมลญฺจ เนสํ จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐตี’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘เอวํ เจ สตฺตา ชาเนยฺยุํ, ยถาวุตฺตํ มเหสินา;

วิปากํ สํวิภาคสฺส, ยถา โหติ มหปฺผลํ.

‘‘วิเนยฺย มจฺเฉรมลํ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา;

ทชฺชุํ กาเลน อริเยสุ, ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ.

‘‘อนฺนญฺจ ทตฺวา [ทตฺวาน (สฺยา.)] พหุโน, ทกฺขิเณยฺเยสุ ทกฺขิณํ;

อิโต จุตา มนุสฺสตฺตา, สคฺคํ คจฺฉนฺติ ทายกา.

‘‘เต จ สคฺคคตา [สคฺคํ คตา (สี. ปี. ก.)] ตตฺถ, โมทนฺติ กามกามิโน;

วิปากํ สํวิภาคสฺส, อนุโภนฺติ อมจฺฉรา’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ฉฏฺฐํ.

๗. เมตฺตาภาวนาสุตฺตํ

๒๗. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ยานิ กานิจิ, ภิกฺขเว, โอปธิกานิ ปุญฺญกิริยวตฺถูนิ สพฺพานิ ตานิ เมตฺตาย เจโตวิมุตฺติยา กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ. เมตฺตาเยว ตานิ เจโตวิมุตฺติ อธิคฺคเหตฺวา ภาสเต จ ตปเต จ วิโรจติ จ.

‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ยา กาจิ ตารกรูปานํ ปภา สพฺพา ตา จนฺทิยา ปภาย กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ, จนฺทปภาเยว ตา อธิคฺคเหตฺวา ภาสเต จ ตปเต จ วิโรจติ จ; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ยานิ กานิจิ โอปธิกานิ ปุญฺญกิริยวตฺถูนิ สพฺพานิ ตานิ เมตฺตาย เจโตวิมุตฺติยา กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ, เมตฺตาเยว ตานิ เจโตวิมุตฺติ อธิคฺคเหตฺวา ภาสเต จ ตปเต จ วิโรจติ จ.

‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, วสฺสานํ ปจฺฉิเม มาเส สรทสมเย วิทฺเธ วิคตวลาหเก เทเว [นเภ (สี.)] อาทิจฺโจ นภํ อพฺภุสฺสกฺกมาโน [อพฺภุคฺคมมาโน (ก. อฏฺฐ.)] สพฺพํ อากาสคตํ [อากาสํ (สฺยา.)] ตมคตํ อภิวิหจฺจ [อภิหจฺจ (สฺยา.)] ภาสเต จ ตปเต จ วิโรจติ จ; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ยานิ กานิจิ โอปธิกานิ ปุญฺญกิริยวตฺถูนิ สพฺพานิ ตานิ เมตฺตาย เจโตวิมุตฺติยา กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ, เมตฺตาเยว ตานิ เจโตวิมุตฺติ อธิคฺคเหตฺวา ภาสเต จ ตปเต จ วิโรจติ จ.

‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ โอสธิตารกา ภาสเต จ ตปเต จ วิโรจติ จ; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ยานิ กานิจิ โอปธิกานิ ปุญฺญกิริยวตฺถูนิ สพฺพานิ ตานิ เมตฺตาย เจโตวิมุตฺติยา กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ, เมตฺตาเยว ตานิ เจโตวิมุตฺติ อธิคฺคเหตฺวา ภาสเต จ ตปเต จ วิโรจติ จา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘โย จ เมตฺตํ ภาวยติ, อปฺปมาณํ ปฏิสฺสโต;

ตนู [ตนุ (สี.)] สํโยชนา โหนฺติ, ปสฺสโต อุปธิกฺขยํ.

‘‘เอกมฺปิ เจ ปาณมทุฏฺฐจิตฺโต, เมตฺตายติ กุสโล เตน โหติ;

สพฺเพ จ ปาเณ มนสานุกมฺปํ, ปหูตมริโย ปกโรติ ปุญฺญํ.

‘‘เย [โย (สี.)] สตฺตสณฺฑํ ปถวึ วิชิตฺวา, ราชิสโย [ราชีสโย (สี.)] ยชมานานุปริยคา;

อสฺสเมธํ ปุริสเมธํ, สมฺมาปาสํ วาชเปยฺยํ นิรคฺคฬํ.

‘‘เมตฺตสฺส จิตฺตสฺส สุภาวิตสฺส, กลมฺปิ เต นานุภวนฺติ โสฬสึ;

จนฺทปฺปภา ตารคณาว สพฺเพ.

‘‘โย น หนฺติ น ฆาเตติ, น ชินาติ น ชาปเย;

เมตฺตํโส สพฺพภูเตสุ, เวรํ ตสฺส น เกนจี’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. สตฺตมํ.

ตติโย วคฺโค นิฏฺฐิโต.

ตสฺสุทฺทานํ –

จิตฺตํ เมตฺตํ [ฌายี (สี. สฺยา.), ฌายิ (ปี. ก.)] อุโภ อตฺเถ, ปุญฺชํ เวปุลฺลปพฺพตํ;

สมฺปชานมุสาวาโท, ทานญฺจ เมตฺตภาวนา [เมตฺตภาวญฺจ (สี. สฺยา. ปี.), เมตฺตวาจญฺจ (ก.)].

สตฺติมานิ จ [สตฺติมานิธ (สี. ก.)] สุตฺตานิ, ปุริมานิ จ วีสติ;

เอกธมฺเมสุ สุตฺตนฺตา, สตฺตวีสติสงฺคหาติ.

เอกกนิปาโต นิฏฺฐิโต.