๑. ปฐมวคฺโค

๑. โลภสุตฺตํ

๑. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘เอกธมฺมํ, ภิกฺขเว, ปชหถ; อหํ โว ปาฏิโภโค อนาคามิตาย. กตมํ เอกธมฺมํ? โลภํ, ภิกฺขเว, เอกธมฺมํ ปชหถ; อหํ โว ปาฏิโภโค อนาคามิตายา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘เยน โลเภน ลุทฺธาเส, สตฺตา คจฺฉนฺติ ทุคฺคตึ;

ตํ โลภํ สมฺมทญฺญาย, ปชหนฺติ วิปสฺสิโน;

ปหาย น ปุนายนฺติ, อิมํ โลกํ กุทาจน’’นฺติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ปฐมํ.

๒. โทสสุตฺตํ

๒. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘เอกธมฺมํ, ภิกฺขเว, ปชหถ; อหํ โว ปาฏิโภโค อนาคามิตาย. กตมํ เอกธมฺมํ? โทสํ, ภิกฺขเว, เอกธมฺมํ ปชหถ; อหํ โว ปาฏิโภโค อนาคามิตายา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘เยน โทเสน ทุฏฺฐาเส, สตฺตา คจฺฉนฺติ ทุคฺคตึ;

ตํ โทสํ สมฺมทญฺญาย, ปชหนฺติ วิปสฺสิโน;

ปหาย น ปุนายนฺติ, อิมํ โลกํ กุทาจน’’นฺติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ทุติยํ.

๓. โมหสุตฺตํ

๓. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘เอกธมฺมํ, ภิกฺขเว, ปชหถ; อหํ โว ปาฏิโภโค อนาคามิตาย. กตมํ เอกธมฺมํ? โมหํ, ภิกฺขเว, เอกธมฺมํ ปชหถ; อหํ โว ปาฏิโภโค อนาคามิตายา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘เยน โมเหน มูฬฺหาเส, สตฺตา คจฺฉนฺติ ทุคฺคตึ;

ตํ โมหํ สมฺมทญฺญาย, ปชหนฺติ วิปสฺสิโน;

ปหาย น ปุนายนฺติ, อิมํ โลกํ กุทาจน’’นฺติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ตติยํ.

๔. โกธสุตฺตํ

๔. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘เอกธมฺมํ, ภิกฺขเว, ปชหถ; อหํ โว ปาฏิโภโค อนาคามิตาย. กตมํ เอกธมฺมํ? โกธํ, ภิกฺขเว, เอกธมฺมํ ปชหถ; อหํ โว ปาฏิโภโค อนาคามิตายา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘เยน โกเธน กุทฺธาเส, สตฺตา คจฺฉนฺติ ทุคฺคตึ;

ตํ โกธํ สมฺมทญฺญาย, ปชหนฺติ วิปสฺสิโน;

ปหาย น ปุนายนฺติ, อิมํ โลกํ กุทาจน’’นฺติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. จตุตฺถํ.

๕. มกฺขสุตฺตํ

๕. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘เอกธมฺมํ, ภิกฺขเว, ปชหถ; อหํ โว ปาฏิโภโค อนาคามิตาย. กตมํ เอกธมฺมํ? มกฺขํ, ภิกฺขเว, เอกธมฺมํ ปชหถ; อหํ โว ปาฏิโภโค อนาคามิตายา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘เยน มกฺเขน มกฺขาเส [มกฺขิตาเส (สฺยา.)], สตฺตา คจฺฉนฺติ ทุคฺคตึ;

ตํ มกฺขํ สมฺมทญฺญาย, ปชหนฺติ วิปสฺสิโน;

ปหาย น ปุนายนฺติ, อิมํ โลกํ กุทาจน’’นฺติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ปญฺจมํ.

๖. มานสุตฺตํ

๖. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘เอกธมฺมํ, ภิกฺขเว, ปชหถ; อหํ โว ปาฏิโภโค อนาคามิตาย. กตมํ เอกธมฺมํ? มานํ, ภิกฺขเว, เอกธมฺมํ ปชหถ; อหํ โว ปาฏิโภโค อนาคามิตายา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘เยน มาเนน มตฺตาเส, สตฺตา คจฺฉนฺติ ทุคฺคตึ;

ตํ มานํ สมฺมทญฺญาย, ปชหนฺติ วิปสฺสิโน;

ปหาย น ปุนายนฺติ, อิมํ โลกํ กุทาจน’’นฺติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ฉฏฺฐํ.

๗. สพฺพปริญฺญาสุตฺตํ

๗. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘สพฺพํ, ภิกฺขเว, อนภิชานํ อปริชานํ ตตฺถ จิตฺตํ อวิราชยํ อปฺปชหํ อภพฺโพ ทุกฺขกฺขยาย. สพฺพญฺจ โข, ภิกฺขเว, อภิชานํ ปริชานํ ตตฺถ จิตฺตํ วิราชยํ ปชหํ ภพฺโพ ทุกฺขกฺขยายา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘โย สพฺพํ สพฺพโต ญตฺวา, สพฺพตฺเถสุ น รชฺชติ;

ส เว สพฺพปริญฺญา [สพฺพํ ปริญฺญา (สฺยา. ปี.)] โส, สพฺพทุกฺขมุปจฺจคา’’ติ [สพฺพํ ทุกฺขํ อุปจฺจคาติ (สฺยา.), สพฺพทุกฺขํ อุปจฺจคาติ (ปี. อฏฺฐ.)].

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. สตฺตมํ.

๘. มานปริญฺญาสุตฺตํ

๘. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘มานํ, ภิกฺขเว, อนภิชานํ อปริชานํ ตตฺถ จิตฺตํ อวิราชยํ อปฺปชหํ อภพฺโพ ทุกฺขกฺขยาย. มานญฺจ โข, ภิกฺขเว, อภิชานํ ปริชานํ ตตฺถ จิตฺตํ วิราชยํ ปชหํ ภพฺโพ ทุกฺขกฺขยายา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘มานุเปตา อยํ ปชา, มานคนฺถา ภเว รตา;

มานํ อปริชานนฺตา, อาคนฺตาโร ปุนพฺภวํ.

‘‘เย จ มานํ ปหนฺตฺวาน, วิมุตฺตา มานสงฺขเย;

เต มานคนฺถาภิภุโน, สพฺพทุกฺขมุปจฺจคุ’’นฺติ [สพฺพทุกฺขํ อุปจฺจคุนฺติ (ปี.), สพฺพํ ทุกฺขํ อุปจฺจคุนฺติ (อฏฺฐกถา)].

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. อฏฺฐมํ.

๙. โลภปริญฺญาสุตฺตํ

๙. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘โลภํ, ภิกฺขเว, อนภิชานํ อปริชานํ ตตฺถ จิตฺตํ อวิราชยํ อปฺปชหํ อภพฺโพ ทุกฺขกฺขยาย. โลภญฺจ โข, ภิกฺขเว, อภิชานํ ปริชานํ ตตฺถ จิตฺตํ วิราชยํ ปชหํ ภพฺโพ ทุกฺขกฺขยายา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘เยน โลเภน ลุทฺธาเส, สตฺตา คจฺฉนฺติ ทุคฺคตึ;

ตํ โลภํ สมฺมทญฺญาย, ปชหนฺติ วิปสฺสิโน;

ปหาย น ปุนายนฺติ, อิมํ โลกํ กุทาจน’’นฺติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. นวมํ.

๑๐. โทสปริญฺญาสุตฺตํ

๑๐. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘โทสํ, ภิกฺขเว, อนภิชานํ อปริชานํ ตตฺถ จิตฺตํ อวิราชยํ อปฺปชหํ อภพฺโพ ทุกฺขกฺขยาย. โทสญฺจ โข, ภิกฺขเว, อภิชานํ ปริชานํ ตตฺถ จิตฺตํ วิราชยํ ปชหํ ภพฺโพ ทุกฺขกฺขยายา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘เยน โทเสน ทุฏฺฐาเส, สตฺตา คจฺฉนฺติ ทุคฺคตึ;

ตํ โทสํ สมฺมทญฺญาย, ปชหนฺติ วิปสฺสิโน;

ปหาย น ปุนายนฺติ, อิมํ โลกํ กุทาจน’’นฺติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ทสมํ.

ปฐโม วคฺโค นิฏฺฐิโต.

ตสฺสุทฺทานํ –

ราคโทสา อถ โมโห, โกธมกฺขา มานํ สพฺพํ;

มานโต ราคโทสา ปุน เทฺว, ปกาสิตา วคฺคมาหุ ปฐมนฺติ.