(๒) ปาราชิกาทิปญฺหาวณฺณนา

๔๘๐. ฉิทฺทํ ตสฺมึ ฆเร นตฺถีติ อยํ ปญฺหา ทุสฺสกุฏิอาทีนิ สนฺถตเปยฺยาลญฺจ สนฺธาย วุตฺตา.

เตลํ มธุํ ผาณิตนฺติ คาถา ลิงฺคปริวตฺตํ สนฺธาย วุตฺตา.

นิสฺสคฺคิเยนาติ คาถา ปริณามนํ สนฺธาย วุตฺตา. โย หิ สงฺฆสฺส ปริณตลาภโต เอกํ จีวรํ อตฺตโน, เอกํ อญฺญสฺสาติ เทฺว จีวรานิ ‘‘เอกํ มยฺหํ, เอกํ ตสฺส เทหี’’ติ เอกปยโอเคน ปริณาเมติ, โส นิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยญฺเจว สุทฺธิกปาจิตฺติยญฺจ เอกโต อาปชฺชติ.

กมฺมญฺจ ตํ กุปฺเปยฺย วคฺคปจฺจยาติ อยํ ปญฺหา ทฺวาทสโยชนปมาเณสุ พาราณสิอาทีสุ นคเรสุ คามสีมํ สนฺธาย วุตฺตา.

ปทวีติหารมตฺเตนาติ คาถา สญฺจริตฺตํ สนฺธาย วุตฺตา, อตฺโถปิ จสฺสา สญฺจริตฺตวณฺณนายเมว วุตฺโต.

สพฺพานิ ตานิ นิสฺสคฺคิยานีติ อยํ ปญฺหา อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา โธวาปนํ สนฺธาย วุตฺตา. สเจ หิ ติณฺณมฺปิ จีวรานํ กากอูหทนํ วา กทฺทมมกฺขิตํ วา กณฺณํ คเหตฺวา ภิกฺขุนี อุทเกน โธวติ, ภิกฺขุสฺส กายคตาเนว นิสฺสคฺคิยานิ โหนฺติ.

สรณคมนมฺปิ น ตสฺส อตฺถีติ สรณคมนอุปสมฺปทาปิ นตฺถิ. อยํ ปน ปญฺหา มหาปชาปติยา อุปสมฺปทํ สนฺธาย วุตฺตา.

หเนยฺย อนริยํ มนฺโทติ ตญฺหิ อิตฺถึ วา ปุริสํ วา อนริยํ หเนยฺย. อยํ ปญฺหา ลิงฺคปริวตฺเตน อิตฺถิภูตํ ปิตรํ ปุริสภูตญฺจ มาตรํ สนฺธาย วุตฺตา.

น เตนานนฺตรํ ผุเสติ อยํ ปญฺหา มิคสิงฺคตาปสสีหกุมาราทีนํ วิย ติรจฺฉานมาตาปิตโร สนฺธาย วุตฺตา.

อโจทยิตฺวาติ คาถา ทูเตนุปสมฺปทํ สนฺธาย วุตฺตา. โจทยิตฺวาติ คาถา ปณฺฑกาทีนํ อุปสมฺปทํ สนฺธาย วุตฺตา. กุรุนฺทิยํ ปน ‘‘ปฐมคาถา อฏฺฐ อสมฺมุขากมฺมานิ, ทุติยา อนาปตฺติกสฺส กมฺมํ สนฺธาย วุตฺตา’’ติ อาคตํ.

ฉินฺทนฺตสฺส อาปตฺตีติ วนปฺปตึ ฉินฺทนฺตสฺส ปาราชิกํ, ติณลตาทึ ฉินฺทนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ, องฺคชาตํ ฉินฺทนฺตสฺส ถุลฺลจฺจยํ. ฉินฺทนฺตสฺส อนาปตฺตีติ เกเส จ นเข จ ฉินฺทนฺตสฺส อนาปตฺติ. ฉาเทนฺตสฺส อาปตฺตีติ อตฺตโน อาปตฺตึ ฉาเทนฺตสฺส อญฺเญสํ วา อาปตฺตึ. ฉาเทนฺตสฺส อนาปตฺตีติ เคหาทีนิ ฉาเทนฺตสฺส อนาปตฺติ.

สจฺจํ ภณนฺโตติ คาถาย ‘‘สิขรณีสิ อุภโตพฺยญฺชนาสี’’ติ สจฺจํ ภณนฺโต ครุกํ อาปชฺชติ, สมฺปชานมุสาวาเท ปน มุสา ภาสโต ลหุกาปตฺติ โหติ, อภูตาโรจเน มุสา ภณนฺโต ครุกํ อาปชฺชติ, ภูตาโรจเน สจฺจํ ภาสโต ลหุกาปตฺติ โหตีติ.