ภิกฺขุปทภาชนียวณฺณนา

อิทานิ สิกฺขาปทวิภงฺคสฺส อตฺถํ วณฺณยิสฺสาม. ยํ วุตฺตํ โย ปนาติ โย ยาทิโสติอาทิ. เอตฺถ โย ปนาติ วิภชิตพฺพปทํ; โย ยาทิโสติอาทีนิ ตสฺส วิภชนปทานิ. เอตฺถ จ ยสฺมา ปนาติ นิปาตมตฺตํ; โยติ อตฺถปทํ; ตญฺจ อนิยเมน ปุคฺคลํ ทีเปติ, ตสฺมา ตสฺส อตฺถํ ทสฺเสนฺโต อนิยเมน ปุคฺคลทีปกํ โย สทฺทเมว อาห. ตสฺมา เอตฺถ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ – โย ปนาติ โย โยโกจีติ วุตฺตํ โหติ. ยสฺมา ปน โย โยโกจิ นาม, โส อวสฺสํ ลิงฺค-ยุตฺต-ชาติ-นาม-โคตฺต-สีล-วิหาร-โคจรวเยสุ เอเกนากาเรน ปญฺญายติ, ตสฺมา ตํ ตถา ญาเปตุํ ตํ ปเภทํ ปกาเสนฺโต ‘‘ยาทิโส’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ยาทิโสติ ลิงฺควเสน ยาทิโส วา ตาทิโส วา โหตุ; ทีโฆ วา รสฺโส วา กาโฬ วา โอทาโต วา มงฺคุรจฺฉวิ วา กิโส วา ถูโล วาติ อตฺโถ. ยถายุตฺโตติ โยควเสน เยน วา เตน วา ยุตฺโต โหตุ; นวกมฺมยุตฺโต วา อุทฺเทสยุตฺโต วา วาสธุรยุตฺโต วาติ อตฺโถ. ยถาชจฺโจติ ชาติวเสน ยํชจฺโจ วา ตํชจฺโจ วา โหตุ; ขตฺติโย วา พฺราหฺมโณ วา เวสฺโส วา สุทฺโท วาติ อตฺโถ. ยถานาโมติ นามวเสน ยถานาโม วา ตถานาโม วา โหตุ; พุทฺธรกฺขิโต วา ธมฺมรกฺขิโต วา สงฺฆรกฺขิโต วาติ อตฺโถ. ยถาโคตฺโตติ โคตฺตวเสน ยถาโคตฺโต วา ตถาโคตฺโต วา เยน วา เตน วา โคตฺเตน โหตุ; กจฺจายโน วา วาสิฏฺโฐ วา โกสิโย วาติ อตฺโถ. ยถาสีโลติ สีเลสุ ยถาสีโล วา ตถาสีโล วา โหตุ; นวกมฺมสีโล วา อุทฺเทสสีโล วา วาสธุรสีโล วาติ อตฺโถ. ยถาวิหารีติ วิหาเรสุปิ ยถาวิหารี วา ตถาวิหารี วา โหตุ; นวกมฺมวิหารี วา อุทฺเทสวิหารี วา วาสธุรวิหารี วาติ อตฺโถ. ยถาโคจโรติ โคจเรสุปิ ยถาโคจโร วา ตถาโคจโร วา โหตุ; นวกมฺมโคจโร วา อุทฺเทสโคจโร วา วาสธุรโคจโร วาติ อตฺโถ. เถโร วาติ อาทีสุ วโยวุฑฺฒาทีสุ โย วา โส วา โหตุ; ปริปุณฺณทสวสฺสตาย เถโร วา อูนปญฺจวสฺสตาย นโว วา อติเรกปญฺจวสฺสตาย มชฺฌิโม วาติ อตฺโถ. อถ โข สพฺโพว อิมสฺมึ อตฺเถ เอโส วุจฺจติ ‘‘โย ปนา’’ติ.

ภิกฺขุนิทฺเทเส ภิกฺขตีติ ภิกฺขโก; ลภนฺโต วา อลภนฺโต วา อริยาย ยาจนาย ยาจตีติ อตฺโถ. พุทฺธาทีหิ อชฺฌุปคตํ ภิกฺขาจริยํ อชฺฌุปคตตฺตา ภิกฺขาจริยํ อชฺฌุปคโต นาม. โย หิ โกจิ อปฺปํ วา มหนฺตํ วา โภคกฺขนฺธํ ปหาย อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต, โส กสิโครกฺขาทีหิ ชีวิกกปฺปนํ หิตฺวา ลิงฺคสมฺปฏิจฺฉเนเนว ภิกฺขาจริยํ อชฺฌุปคโตติ ภิกฺขุ. ปรปฏิพทฺธชีวิกตฺตา วา วิหารมชฺเฌ กาชภตฺตํ ภุญฺชมาโนปิ ภิกฺขาจริยํ อชฺฌุปคโตติ ภิกฺขุ; ปิณฺฑิยาโลปโภชนํ นิสฺสาย ปพฺพชฺชาย อุสฺสาหชาตตฺตา วา ภิกฺขาจริยํ อชฺฌุปคโตติ ภิกฺขุ. อคฺฆผสฺสวณฺณเภเทน ภินฺนํ ปฏํ ธาเรตีติ ภินฺนปฏธโร. ตตฺถ สตฺถกจฺเฉทเนน อคฺฆเภโท เวทิตพฺโพ. สหสฺสคฺฆนโกปิ หิ ปโฏ สตฺถเกน ขณฺฑาขณฺฑิกํ ฉินฺโน ภินฺนคฺโฆ โหติ. ปุริมคฺฆโต อุปฑฺฒมฺปิ น อคฺฆติ. สุตฺตสํสิพฺพเนน ผสฺสเภโท เวทิตพฺโพ. สุขสมฺผสฺโสปิ หิ ปโฏ สุตฺเตหิ สํสิพฺพิโต ภินฺนผสฺโส โหติ. ขรสมฺผสฺสตํ ปาปุณาติ. สูจิมลาทีหิ วณฺณเภโท เวทิตพฺโพ. สุปริสุทฺโธปิ หิ ปโฏ สูจิกมฺมโต ปฏฺฐาย สูจิมเลน, หตฺถเสทมลชลฺลิกาหิ, อวสาเน รชนกปฺปกรเณหิ จ ภินฺนวณฺโณ โหติ; ปกติวณฺณํ วิชหติ. เอวํ ตีหากาเรหิ ภินฺนปฏธารณโต ภินฺนปฏธโรติ ภิกฺขุ. คิหิวตฺถวิสภาคานํ วา กาสาวานํ ธารณมตฺเตเนว ภินฺนปฏธโรติ ภิกฺขุ.

สมญฺญายาติ ปญฺญตฺติยา โวหาเรนาติ อตฺโถ. สมญฺญาย เอว หิ เอกจฺโจ ‘‘ภิกฺขู’’ติ ปญฺญายติ. ตถา หิ นิมนฺตนาทิมฺหิ ภิกฺขูสุ คณิยมาเนสุ สามเณเรปิ คเหตฺวา ‘‘สตํ ภิกฺขู สหสฺสํ ภิกฺขู’’ติ วทนฺติ. ปฏิญฺญายาติ อตฺตโน ปฏิชานเนน ปฏิญฺญายปิ หิ เอกจฺโจ ‘‘ภิกฺขู’’ติ ปญฺญายติ. ตสฺส ‘‘โก เอตฺถาติ? อหํ, อาวุโส, ภิกฺขู’’ติ (อ. นิ. ๑๐.๙๖) เอวมาทีสุ สมฺภโว ทฏฺฐพฺโพ. อยํ ปน อานนฺทตฺเถเรน วุตฺตา ธมฺมิกา ปฏิญฺญา. รตฺติภาเค ปน ทุสฺสีลาปิ ปฏิปถํ อาคจฺฉนฺตา ‘‘โก เอตฺถา’’ติ วุตฺเต อธมฺมิกาย ปฏิญฺญาย อภูตาย ‘‘มยํ ภิกฺขู’’ติ วทนฺติ.

เอหิ ภิกฺขูติ เอหิ ภิกฺขุ นาม ภควโต ‘‘เอหิ ภิกฺขู’’ติ วจนมตฺเตน ภิกฺขุภาวํ เอหิภิกฺขูปสมฺปทํ ปตฺโต. ภควา หิ เอหิภิกฺขุภาวาย อุปนิสฺสยสมฺปนฺนํ ปุคฺคลํ ทิสฺวา รตฺตปํสุกูลนฺตรโต สุวณฺณวณฺณํ ทกฺขิณหตฺถํ นีหริตฺวา พฺรหฺมโฆสํ นิจฺฉาเรนฺโต ‘‘เอหิ, ภิกฺขุ, จร พฺรหฺมจริยํ สมฺมา ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยายา’’ติ วทติ. ตสฺส สเหว ภควโต วจเนน คิหิลิงฺคํ อนฺตรธายติ, ปพฺพชฺชา จ อุปสมฺปทา จ รุหติ. ภณฺฑุ กาสายวสโน โหติ. เอกํ นิวาเสตฺวา เอกํ ปารุปิตฺวา เอกํ อํเส ฐเปตฺวา วามํสกูเฏ อาสตฺตนีลุปฺปลวณฺณมตฺติกาปตฺโต –

‘‘ติจีวรญฺจ ปตฺโต จ, วาสิ สูจิ จ พนฺธนํ;

ปริสฺสาวเนน อฏฺเฐเต, ยุตฺตโยคสฺส ภิกฺขุโน’’ติ.

เอวํ วุตฺเตหิ อฏฺฐหิ ปริกฺขาเรหิ สรีเร ปฏิมุกฺเกหิเยว สฏฺฐิวสฺสิกตฺเถโร วิย อิริยาปถสมฺปนฺโน พุทฺธาจริยโก พุทฺธุปชฺฌายโก สมฺมาสมฺพุทฺธํ วนฺทมาโนเยว ติฏฺฐติ. ภควา หิ ปฐมโพธิยํ เอกสฺมึ กาเล เอหิภิกฺขูปสมฺปทาย เอว อุปสมฺปาเทติ. เอวํ อุปสมฺปนฺนานิ จ สหสฺสุปริ เอกจตฺตาลีสุตฺตรานิ ตีณิ ภิกฺขุสตานิ อเหสุํ; เสยฺยถิทํ – ปญฺจ ปญฺจวคฺคิยตฺเถรา, ยโส กุลปุตฺโต, ตสฺส ปริวารา จตุปณฺณาส สหายกา, ตึส ภทฺทวคฺคิยา, สหสฺสปุราณชฏิลา, สทฺธึ ทฺวีหิ อคฺคสาวเกหิ อฑฺฒเตยฺยสตา ปริพฺพาชกา, เอโก องฺคุลิมาลตฺเถโรติ. วุตฺตเญฺหตํ อฏฺฐกถายํ –

‘‘ตีณิ สตํ สหสฺสญฺจ, จตฺตาลีสํ ปุนาปเร;

เอโก จ เถโร สปฺปญฺโญ, สพฺเพ เต เอหิภิกฺขุกา’’ติ.

น เกวลญฺจ เอเต เอว, อญฺเญปิ พหู สนฺติ. เสยฺยถิทํ – ติสตปริวาโร เสโล พฺราหฺมโณ, สหสฺสปริวาโร มหากปฺปิโน, ทสสหสฺสา กปิลวตฺถุวาสิโน กุลปุตฺตา, โสฬสสหสฺสา ปารายนิกพฺราหฺมณาติ เอวมาทโย. เต ปน วินยปิฏเก ปาฬิยํ น นิทฺทิฏฺฐตฺตา น วุตฺตา. อิเม ตตฺถ นิทฺทิฏฺฐตฺตา วุตฺตาติ.

‘‘สตฺตวีส สหสฺสานิ, ตีณิเยว สตานิ จ;

เอเตปิ สพฺเพ สงฺขาตา, สพฺเพ เต เอหิภิกฺขุกา’’ติ.

ตีหิ สรณคมเนหิ อุปสมฺปนฺโนติ ‘‘พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามี’’ติอาทินา นเยน ติกฺขตฺตุํ วาจํ ภินฺทิตฺวา วุตฺเตหิ ตีหิ สรณคมเนหิ อุปสมฺปนฺโน. อยญฺหิ อุปสมฺปทา นาม อฏฺฐวิธา – เอหิภิกฺขูปสมฺปทา, สรณคมนูปสมฺปทา, โอวาทปฏิคฺคหณูปสมฺปทา, ปญฺหพฺยากรณูปสมฺปทา, ครุธมฺมปฏิคฺคหณูปสมฺปทา, ทูเตนูปสมฺปทา, อฏฺฐวาจิกูปสมฺปทา, ญตฺติจตุตฺถกมฺมูปสมฺปทาติ. ตตฺถ เอหิภิกฺขูปสมฺปทา, สรณคมนูปสมฺปทา จ วุตฺตา เอว.

โอวาทปฏิคฺคหณูปสมฺปทา นาม ‘‘ตสฺมาติห เต, กสฺสป, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ – ‘ติพฺพํ เม หิโรตฺตปฺปํ ปจฺจุปฏฺฐิตํ ภวิสฺสติ เถเรสุ นเวสุ มชฺฌิเมสุ จา’ติ. เอวญฺหิ เต, กสฺสป, สิกฺขิตพฺพํ. ตสฺมาติห เต, กสฺสป, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ – ‘ยํ กิญฺจิ ธมฺมํ โสสฺสามิ กุสลูปสํหิตํ, สพฺพํ ตํ อฏฺฐึ กตฺวา มนสิ กตฺวา สพฺพเจตสา สมนฺนาหริตฺวา โอหิตโสโต ธมฺมํ โสสฺสามี’ติ. เอวํ หิ เต, กสฺสป, สิกฺขิตพฺพํ. ตสฺมาติห เต, กสฺสป, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ – ‘สาตสหคตา จ เม กายคตาสติ น วิชหิสฺสตี’ติ. เอวญฺหิ เต, กสฺสป, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๑๕๔) อิมินา โอวาทปฏิคฺคหเณน มหากสฺสปตฺเถรสฺส อนุญฺญาตอุปสมฺปทา.

ปญฺหพฺยากรณูปสมฺปทา นาม โสปากสฺส อนุญฺญาตอุปสมฺปทา. ภควา กิร ปุพฺพาราเม อนุจงฺกมนฺตํ โสปากสามเณรํ ‘‘‘อุทฺธุมาตกสญฺญา’ติ วา, โสปาก, ‘รูปสญฺญา’ติ วา อิเม ธมฺมา นานตฺถา นานาพฺยญฺชนา, อุทาหุ เอกตฺถา, พฺยญฺชนเมว นาน’’นฺติ ทส อสุภนิสฺสิเต ปเญฺห ปุจฺฉิ. โส เต พฺยากาสิ. ภควา ตสฺส สาธุการํ ทตฺวา ‘‘กติวสฺโสสิ ตฺวํ, โสปากา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘สตฺตวสฺโสหํ, ภควา’’ติ. ‘‘โสปาก, ตฺวํ มม สพฺพญฺญุตญฺญาเณน สทฺธึ สํสนฺทิตฺวา ปเญฺห พฺยากาสี’’ติ อารทฺธจิตฺโต อุปสมฺปทํ อนุชานิ. อยํ ปญฺหพฺยากรณูปสมฺปทา.

ครุธมฺมปฏิคฺคหณูปสมฺปทา นาม มหาปชาปติยา อฏฺฐครุธมฺมสฺส ปฏิคฺคหเณน อนุญฺญาตอุปสมฺปทา.

ทูเตนูปสมฺปทา นาม อฑฺฒกาสิยา คณิกาย อนุญฺญาตอุปสมฺปทา.

อฏฺฐวาจิกูปสมฺปทา นาม ภิกฺขุนิยา ภิกฺขุนิสงฺฆโต ญตฺติจตุตฺเถน ภิกฺขุสงฺฆโต ญตฺติจตุตฺเถนาติ อิเมหิ ทฺวีหิ กมฺเมหิ อุปสมฺปทา.

ญตฺติจตุตฺถกมฺมูปสมฺปทา นาม ภิกฺขูนํ เอตรหิ อุปสมฺปทา. อิมาสุ อฏฺฐสุ อุปสมฺปทาสุ ‘‘ยา สา, ภิกฺขเว, มยา ตีหิ สรณคมเนหิ อุปสมฺปทา อนุญฺญาตา, ตํ อชฺชตคฺเค ปฏิกฺขิปามิ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ญตฺติจตุตฺเถน กมฺเมน อุปสมฺปาเทตุ’’นฺติ (มหาว. ๖๙) เอวํ อนุญฺญาตาย อิมาย อุปสมฺปทาย อุปสมฺปนฺโนติ วุตฺตํ โหติ.

ภโทฺรติ อปาปโก. กลฺยาณปุถุชฺชนาทโย หิ ยาว อรหา, ตาว ภเทฺรน สีเลน สมาธินา ปญฺญาย วิมุตฺติยา วิมุตฺติญาณทสฺสเนน จ สมนฺนาคตตฺตา ‘‘ภโทฺร ภิกฺขู’’ติ สงฺขฺยํ คจฺฉนฺติ. สาโรติ เตหิเยว สีลสาราทีหิ สมนฺนาคตตฺตา นีลสมนฺนาคเมน นีโล ปโฏ วิย ‘‘สาโร ภิกฺขู’’ติ เวทิตพฺโพ. วิคตกิเลสเผคฺคุภาวโต วา ขีณาสโวว ‘‘สาโร’’ติ เวทิตพฺโพ. เสโขติ ปุถุชฺชนกลฺยาณเกน สทฺธึ สตฺต อริยา ติสฺโส สิกฺขา สิกฺขนฺตีติ เสขา. เตสุ โย โกจิ ‘‘เสโข ภิกฺขู’’ติ เวทิตพฺโพ. น สิกฺขตีติ อเสโข. เสกฺขธมฺเม อติกฺกมฺม อคฺคผเล ฐิโต, ตโต อุตฺตริ สิกฺขิตพฺพาภาวโต ขีณาสโว ‘‘อเสโข’’ติ วุจฺจติ. สมคฺเคน สงฺเฆนาติ สพฺพนฺติเมน ปริยาเยน ปญฺจวคฺคกรณีเย กมฺเม ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา, เตสํ อาคตตฺตา ฉนฺทารหานํ ฉนฺทสฺส อาหฏตฺตา, สมฺมุขีภูตานญฺจ อปฺปฏิกฺโกสนโต เอกสฺมึ กมฺเม สมคฺคภาวํ อุปคเตน. ญตฺติจตุตฺเถนาติ ตีหิ อนุสฺสาวนาหิ เอกาย จ ญตฺติยา กาตพฺเพน. กมฺเมนาติ ธมฺมิเกน วินยกมฺเมน. อกุปฺเปนาติ วตฺถุ-ญตฺติ-อนุสฺสาวน-สีมา-ปริสสมฺปตฺติสมฺปนฺนตฺตา อโกเปตพฺพตํ อปฺปฏิกฺโกสิตพฺพตญฺจ อุปคเตน. ฐานารเหนาติ การณารเหน สตฺถุสาสนารเหน. อุปสมฺปนฺโน นาม อุปริภาวํ สมาปนฺโน, ปตฺโตติ อตฺโถ. ภิกฺขุภาโว หิ อุปริภาโว, ตญฺเจส ยถาวุตฺเตน กมฺเมน สมาปนฺนตฺตา ‘‘อุปสมฺปนฺโน’’ติ วุจฺจติ. เอตฺถ จ ญตฺติจตุตฺถกมฺมํ เอกเมว อาคตํ. อิมสฺมึ ปน ฐาเน ฐตฺวา จตฺตาริ สงฺฆกมฺมานิ นีหริตฺวา วิตฺถารโต กเถตพฺพานีติ สพฺพอฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ. ตานิ จ ‘‘อปโลกนกมฺมํ ญตฺติกมฺมํ ญตฺติทุติยกมฺมํ ญตฺติจตุตฺถกมฺม’’นฺติ ปฏิปาฏิยา ฐเปตฺวา วิตฺถาเรน ขนฺธกโต ปริวาราวสาเน กมฺมวิภงฺคโต จ ปาฬึ อาหริตฺวา กถิตานิ. ตานิ มยํ ปริวาราวสาเน กมฺมวิภงฺเคเยว วณฺณยิสฺสาม. เอวญฺหิ สติ ปฐมปาราชิกวณฺณนา จ น ภาริยา ภวิสฺสติ; ยถาฐิตาย จ ปาฬิยา วณฺณนา สุวิญฺเญยฺยา ภวิสฺสติ. ตานิ จ ฐานานิ อสุญฺญานิ ภวิสฺสนฺติ; ตสฺมา อนุปทวณฺณนเมว กโรม.

ตตฺราติ เตสุ ‘‘ภิกฺขโก’’ติอาทินา นเยน วุตฺเตสุ ภิกฺขูสุ. ยฺวายํ ภิกฺขูติ โย อยํ ภิกฺขุ. สมคฺเคน สงฺเฆน…เป… อุปสมฺปนฺโนติ อฏฺฐสุ อุปสมฺปทาสุ ญตฺติจตุตฺเถเนว กมฺเมน อุปสมฺปนฺโน. อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต ภิกฺขูติ อยํ อิมสฺมึ ‘‘เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวิตฺวา ปาราชิโก โหตี’’ติ อตฺเถ ‘‘ภิกฺขู’’ติ อธิปฺเปโต. อิตเร ปน ‘‘ภิกฺขโก’’ติ อาทโย อตฺถุทฺธารวเสน วุตฺตา. เตสุ จ ‘‘ภิกฺขโก’’ติ อาทโย นิรุตฺติวเสน วุตฺตา, ‘‘สมญฺญาย ภิกฺขุ, ปฏิญฺญาย ภิกฺขู’’ติ อิเม เทฺว อภิลาปวเสน วุตฺตา, ‘‘เอหิ ภิกฺขู’’ติ พุทฺเธน อุปชฺฌาเยน ปฏิลทฺธอุปสมฺปทาวเสน วุตฺโต. สรณคมนภิกฺขุ อนุปฺปนฺนาย กมฺมวาจาย อุปสมฺปทาวเสน วุตฺโต, ‘‘ภโทฺร’’ติอาทโย คุณวเสน วุตฺตาติ เวทิตพฺพา.

ภิกฺขุปทภาชนียํ นิฏฺฐิตํ.