วชฺชิปุตฺตกวตฺถุวณฺณนา
๔๓-๔๔. อิทานิ ยํ ตํ อญฺญมฺปิ วตฺถุ อุปฺปนฺนํ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘เตน โข ปน สมเยนา’’ติอาทิมาห. ตตฺราปิ อยมนุตฺตานปทวณฺณนา – เวสาลิกาติ เวสาลิวาสิโน. วชฺชิปุตฺตกาติ วชฺชิรฏฺเฐ เวสาลิยํ กุลานํ ปุตฺตา. สาสเน กิร โย โย อุปทฺทโว อาทีนโว อพฺพุทมุปฺปชฺชิ, สพฺพํ ตํ วชฺชิปุตฺตเก นิสฺสาย. ตถา หิ เทวทตฺโตปิ วชฺชิปุตฺตเก ปกฺเข ลภิตฺวา สงฺฆํ ภินฺทิ. วชฺชิปุตฺตกา เอว จ วสฺสสตปรินิพฺพุเต ภควติ อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ สตฺถุสาสนํ ทีเปสุํ. อิเมปิ เตสํ เยว เอกจฺเจ เอวํ ปญฺญตฺเตปิ สิกฺขาปเท ยาวทตฺถํ ภุญฺชึสุ…เป… เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวึสูติ.
ญาติพฺยสเนนปีติ เอตฺถ อสนํ พฺยสนํ วิกฺเขโป วิทฺธํสนํ วินาโสติ สพฺพเมตํ เอกตฺถํ. ญาตีนํ พฺยสนํ ญาติพฺยสนํ, เตน ญาติพฺยสเนน, ราชทณฺฑพฺยาธิมรณวิปฺปวาสนิมิตฺเตน ญาติวินาเสนาติ อตฺโถ. เอส นโย ทุติยปเทปิ. ตติยปเท ปน อาโรคฺยวินาสโก โรโค เอว โรคพฺยสนํ. โส หิ อาโรคฺยํ พฺยสติ วิกฺขิปติ วินาเสตีติ พฺยสนํ. โรโคว พฺยสนํ โรคพฺยสนํ, เตน โรคพฺยสเนน. ผุฏฺฐาติ อธิปนฺนา อภิภูตา สมนฺนาคตาติ อตฺโถ.
น มยํ, ภนฺเต อานนฺท, พุทฺธครหิโนติ ภนฺเต อานนฺท, มยํ น พุทฺธํ ครหาม, น พุทฺธสฺส โทสํ เทม. น ธมฺมครหิโน, น สงฺฆครหิโน. อตฺตครหิโน มยนฺติ อตฺตานเมว มยํ ครหาม, อตฺตโน โทสํ เทม. อลกฺขิกาติ นิสฺสิริกา. อปฺปปุญฺญาติ ปริตฺตปุญฺญา. วิปสฺสกา กุสลานํ ธมฺมานนฺติ เย อฏฺฐตึสารมฺมเณสุ วิภตฺตา กุสลา ธมฺมา, เตสํ วิปสฺสกา; ตโต ตโต อารมฺมณโต วุฏฺฐาย เตว ธมฺเม วิปสฺสมานาติ อตฺโถ. ปุพฺพรตฺตาปรรตฺตนฺติ รตฺติยา ปุพฺพํ ปุพฺพรตฺตํ, รตฺติยา อปรํ อปรรตฺตํ, ปฐมยามญฺจ ปจฺฉิมยามญฺจาติ วุตฺตํ โหติ. โพธิปกฺขิกานนฺติ โพธิสฺส ปกฺเข ภวานํ, อรหตฺตมคฺคญาณสฺส อุปการกานนฺติ อตฺโถ. ภาวนานุโยคนฺติ วฑฺฒนานุโยคํ. อนุยุตฺตา วิหเรยฺยามาติ คิหิปลิโพธํ อาวาสปลิโพธญฺจ ปหาย วิวิตฺเตสุ เสนาสเนสุ ยุตฺตปยุตฺตา อนญฺญกิจฺจา วิหเรยฺยาม.
เอวมาวุโสติ เถโร เอเตสํ อาสยํ อชานนฺโต อิทํ เนสํ มหาคชฺชิตํ สุตฺวา ‘‘สเจ อิเม อีทิสา ภวิสฺสนฺติ, สาธู’’ติ มญฺญมาโน ‘‘เอวมาวุโส’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ. อฏฺฐานเมตํ อนวกาโสติ อุภยมฺเปตํ การณปฏิกฺเขปวจนํ. การณญฺหิ ยสฺมา ตตฺถ ตทายตฺตวุตฺติภาเวน ผลํ ติฏฺฐติ. ยสฺมา จสฺส ตํ โอกาโส โหติ ตทายตฺตวุตฺติภาเวน, ตสฺมา ‘‘ฐานญฺจ อวกาโส จา’’ติ วุจฺจติ, ตํ ปฏิกฺขิปนฺโต อาห – ‘‘อฏฺฐานเมตํ, อานนฺท, อนวกาโส’’ติ. เอตํ ฐานํ วา โอกาโส วา นตฺถิ. ยํ ตถาคโตติ เยน ตถาคโต วชฺชีนํ วา…เป… สมูหเนยฺย, ตํ การณํ นตฺถีติ อตฺโถ. ยทิ หิ ภควา เอเตสํ ‘‘ลเภยฺยาม อุปสมฺปท’’นฺติ ยาจนฺตานํ อุปสมฺปทํ ทเทยฺย, เอวํ สนฺเต ‘‘ปาราชิโก โหติ อสํวาโส’’ติ ปญฺญตฺตํ สมูหเนยฺย. ยสฺมา ปเนตํ น สมูหนติ, ตสฺมา ‘‘อฏฺฐานเมต’’นฺติอาทิมาห.
โส อาคโต น อุปสมฺปาเทตพฺโพติ ‘‘ยทิ หิ เอวํ อาคโต อุปสมฺปทํ ลเภยฺย, สาสเน อคารโว ภเวยฺย. สามเณรภูมิยํ ปน ฐิโต สคารโว จ ภวิสฺสติ, อตฺตตฺถญฺจ กริสฺสตี’’ติ ญตฺวา อนุกมฺปมาโน ภควา อาห – ‘‘โส อาคโต น อุปสมฺปาเทตพฺโพ’’ติ. โส อาคโต อุปสมฺปาเทตพฺโพติ เอวํ อาคโต ภิกฺขุภาเว ฐตฺวา อวิปนฺนสีลตาย สาสเน สคารโว ภวิสฺสติ, โส สติ อุปนิสฺสเย นจิรสฺเสว อุตฺตมตฺถํ ปาปุณิสฺสตีติ ญตฺวา อุปสมฺปาเทตพฺโพติ อาห.
เอวํ เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวิตฺวา อาคเตสุ อนุปสมฺปาเทตพฺพญฺจ อุปสมฺปาเทตพฺพญฺจ ทสฺเสตฺวา ตีณิปิ วตฺถูนิ สโมธาเนตฺวา ปริปุณฺณํ กตฺวา สิกฺขาปทํ ปญฺญเปตุกาโม ‘‘เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถา’’ติ วตฺวา ‘‘โย ปน ภิกฺขุ…เป… อสํวาโส’’ติ ปริปุณฺณํ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสิ.
วชฺชิปุตฺตกวตฺถุวณฺณนา นิฏฺฐิตา.