ราชปจฺจตฺถิกาทิจตุกฺกเภทกถา

๖๕. ยสฺมา ปน น ภิกฺขุปจฺจตฺถิกา เอว เอวํ กโรนฺติ, ราชปจฺจตฺถิกาทโยปิ กโรนฺติ. ตสฺมา ตมฺปิ ปเภทํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ราชปจฺจตฺถิกา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ราชาโน เอว ปจฺจตฺถิกา ราชปจฺจตฺถิกา. เต จ สยํ อาเนนฺตาปิ อญฺเญหิ อาณาเปนฺตาปิ อาเนนฺติเยวาติ เวทิตพฺพา. โจรา เอว ปจฺจตฺถิกา โจรปจฺจตฺถิกา. ธุตฺตาติ เมถุนุปสํหิตขิฑฺฑาปสุตา นาคริกเกราฏิยปุริสา, อิตฺถิธุตฺตสุราธุตฺตาทโย วา; ธุตฺตา เอว ปจฺจตฺถิกา ธุตฺตปจฺจตฺถิกา. คนฺธนฺติ หทยํ วุจฺจติ, ตํ อุปฺปาเฏนฺตีติ อุปฺปลคนฺธา, อุปฺปลคนฺธา เอว ปจฺจตฺถิกา อุปฺปลคนฺธปจฺจตฺถิกา. เอเต กิร น กสิวณิชฺชาทีหิ ชีวนฺติ, ปนฺถฆาตคามฆาตาทีนิ กตฺวา ปุตฺตทารํ โปเสนฺติ. เต กมฺมสิทฺธึ ปตฺถยมานา เทวตานํ อายาเจตฺวา ตาสํ พลิกมฺมตฺถํ มนุสฺสานํ หทยํ อุปฺปาเฏนฺติ. สพฺพกาเล จ มนุสฺสา ทุลฺลภา. ภิกฺขู ปน อรญฺเญ วิหรนฺตา สุลภา โหนฺติ. เต สีลวนฺตํ ภิกฺขุํ คเหตฺวา ‘‘สีลวโต วโธ นาม ภาริโย โหตี’’ติ มญฺญมานา ตสฺส สีลวินาสนตฺถํ มนุสฺสิตฺถิอาทิเก วา อาเนนฺติ; ตํ วา ตตฺถ เนนฺติ. อยเมตฺถ วิเสโส. เสสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. ภิกฺขุปจฺจตฺถิกวาเร วุตฺตนเยเนว จ อิเมสุ จตูสุปิ วาเรสุ จตุกฺกานิ เวทิตพฺพานิ. ปาฬิยํ ปน สํขิตฺเตน วุตฺตานิ.

สพฺพากาเรน จตุกฺกเภทกถา นิฏฺฐิตา.