สุทินฺนภาณวารวณฺณนา

๒๔. อิโต ปรํ เตน โข ปน สมเยน เวสาลิยา อวิทูเรติอาทิ เยภุยฺเยน อุตฺตานตฺถํ. ตสฺมา อนุปทวณฺณนํ ปหาย ยตฺถ ยตฺถ วตฺตพฺพํ อตฺถิ, ตํ ตเทว วณฺณยิสฺสาม. กลนฺทคาโมติ กลนฺทกา วุจฺจนฺติ กาฬกา, เตสํ วเสน ลทฺธนาโม คาโม. กลนฺทปุตฺโตติ คามวเสน ลทฺธนามสฺส ราชสมฺมตสฺส จตฺตาลีสโกฏิวิภวสฺส กลนฺทเสฏฺฐิโน ปุตฺโต. ยสฺมา ปน ตสฺมึ คาเม อญฺเญปิ กลนฺทนามกา มนุสฺสา อตฺถิ, ตสฺมา กลนฺทปุตฺโตติ วตฺวา ปุน เสฏฺฐิปุตฺโตติ วุตฺตํ. สมฺพหุเลหีติ พหุเกหิ. สหายเกหีติ สุขทุกฺขานิ สห อายนฺติ อุปคจฺฉนฺตีติ สหายา, สหายา เอว สหายกา, เตหิ สหายเกหิ. สทฺธินฺติ เอกโต. เกนจิเทว กรณีเยนาติ เกนจิเทว ภณฺฑปฺปโยชนอุทฺธารสารณาทินา กิจฺเจน; กตฺติกนกฺขตฺตกีฬากิจฺเจนาติปิ วทนฺติ. ภควา หิ กตฺติกชุณฺหปกฺเข เวสาลึ สมฺปาปุณิ. กตฺติกนกฺขตฺตกีฬา เจตฺถ อุฬารา โหติ. ตทตฺถํ คโตติ เวทิตพฺโพ.

อทฺทส โขติ กถํ อทฺทส? โส กิร นครโต ภุตฺตปาตราสํ สุทฺธุตฺตราสงฺคํ มาลาคนฺธวิเลปนหตฺถํ พุทฺธทสฺสนตฺถํ ธมฺมสวนตฺถญฺจ นิกฺขมนฺตํ มหาชนํ ทิสฺวา ‘‘กฺว คจฺฉถา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘พุทฺธทสฺสนตฺถํ ธมฺมสวนตฺถญฺจา’’ติ. เตน หิ ‘‘อหมฺปิ คจฺฉามี’’ติ คนฺตฺวา จตุพฺพิธาย ปริสาย ปริวุตํ พฺรหฺมสฺสเรน ธมฺมํ เทเสนฺตํ ภควนฺตํ อทฺทส. เตน วุตฺตํ – ‘‘อทฺทส โข…เป… เทเสนฺต’’นฺติ. ทิสฺวานสฺสาติ ทิสฺวาน อสฺส. เอตทโหสีติ ปุพฺเพ กตปุญฺญตาย โจทิยมานสฺส ภพฺพกุลปุตฺตสฺส เอตํ อโหสิ. กึ อโหสิ? ยํนูนาหมฺปิ ธมฺมํ สุเณยฺยนฺติ. ตตฺถ ยนฺนูนาติ ปริวิตกฺกทสฺสนเมตํ. เอวํ กิรสฺส ปริวิตกฺโก อุปฺปนฺโน ‘‘ยมยํ ปริสา เอกคฺคจิตฺตา ธมฺมํ สุณาติ, อโห วตาหมฺปิ ตํ สุเณยฺย’’นฺติ.

อถ โข สุทินฺโน กลนฺทปุตฺโต เยน สา ปริสาติ อิธ กสฺมา ‘‘เยน ภควา’’ติ อวตฺวา ‘‘เยน สา ปริสา’’ติ วุตฺตนฺติ เจ. ภควนฺตญฺหิ ปริวาเรตฺวา อุฬารุฬารชนา มหตี ปริสา นิสินฺนา, ตตฺร น สกฺกา อิมินา ปจฺฉา อาคเตน ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา นิสีทิตุํ. ปริสาย ปน เอกสฺมึ ปเทเส สกฺกาติ โส ตํ ปริสํเยว อุปสงฺกมนฺโต. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข สุทินฺโน กลนฺทปุตฺโต เยน สา ปริสา’’ติ. เอกมนฺตํ นิสินฺนสฺส โข สุทินฺนสฺส กลนฺทปุตฺตสฺส เอตทโหสีติ น นิสินฺนมตฺตสฺเสว อโหสิ, อถ โข ภควโต สิตฺตยูปสํหิตํ โถกํ ธมฺมกถํ สุตฺวา; ตํ ปนสฺส ยสฺมา เอกมนฺตํ นิสินฺนสฺเสว อโหสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘เอกมนฺตํ นิสินฺนสฺส โข สุทินฺนสฺส กลนฺทปุตฺตสฺส เอตทโหสี’’ติ. กึ อโหสีติ? ยถา ยถา โขติอาทิ.

ตตฺรายํ สงฺเขปกถา – อหํ โข เยน เยน อากาเรน ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามิ, เตน เตน เม อุปปริกฺขโต เอวํ โหติ ยเทตํ สิตฺตยพฺรหฺมจริยํ เอกมฺปิ ทิวสํ อขณฺฑํ กตฺวา จริมกจิตฺตํ ปาเปตพฺพตาย เอกนฺตปริปุณฺณํ จริตพฺพํ, เอกทิวสมฺปิ จ กิเลสมเลน อมลีนํ กตฺวา จริมกจิตฺตํ ปาเปตพฺพตาย เอกนฺตปริสุทฺธํ. สงฺขลิขิตํ ลิขิตสงฺขสทิสํ โธตสงฺขสปฺปฏิภาคํ จริตพฺพํ. อิทํ น สุกรํ อคารํ อชฺฌาวสตา อคารมชฺเฌ วสนฺเตน เอกนฺตปริปุณฺณํ…เป… จริตุํ. ยํนูนาหํ เกเส จ มสฺสุญฺจ โอหาเรตฺวา กสายรสปีตตาย กาสายานิ พฺรหฺมจริยํ จรนฺตานํ อนุจฺฉวิกานิ วตฺถานิ อจฺฉาเทตฺวา ปริทหิตฺวา อคารสฺมา นิกฺขมิตฺวา อนคาริยํ ปพฺพเชยฺยนฺติ. เอตฺถ จ ยสฺมา อคารสฺส หิตํ กสิวาณิชฺชาทิกมฺมํ อคาริยนฺติ วุจฺจติ, ตญฺจ ปพฺพชฺชาย นตฺถิ; ตสฺมา ปพฺพชฺชา ‘‘อนคาริยา’’ติ ญาตพฺพา. ตํ อนคาริยํ ปพฺพชฺชํ. ปพฺพเชยฺยนฺติ ปริพฺพเชยฺยํ.

๒๕. อจิรวุฏฺฐิตาย ปริสาย เยน ภควา เตนุปสงฺกมีติ สุทินฺโน อวุฏฺฐิตาย ปริสาย น ภควนฺตํ ปพฺพชฺชํ ยาจิ. กสฺมา? ตตฺรสฺส พหู ญาติสาโลหิตา มิตฺตามจฺจา สนฺติ, เต ‘‘‘ตฺวํ มาตาปิตูนํ เอกปุตฺตโก, น ลพฺภา ตยา ปพฺพชิตุ’นฺติ พาหายมฺปิ คเหตฺวา อากฑฺเฒยฺยุํ, ตโต ปพฺพชฺชาย อนฺตราโย ภวิสฺสตี’’ติ สเหว ปริสาย อุฏฺฐหิตฺวา โถกํ คนฺตฺวา ปุน เกนจิ สรีรกิจฺจเลเสน นิวตฺติตฺวา ภควนฺตํ อุปสงฺกมฺม ปพฺพชฺชํ ยาจิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข สุทินฺโน กลนฺทปุตฺโต อจิรวุฏฺฐิตาย ปริสาย…เป… ปพฺพาเชตุ มํ ภควา’’ติ.

ภควา ปน ยสฺมา ราหุลกุมารสฺส ปพฺพชิตโต ปภุติ มาตาปิตูหิ อนนุญฺญาตํ ปุตฺตํ น ปพฺพาเชติ, ตสฺมา นํ ปุจฺฉิ – ‘‘อนุญฺญาโตสิ ปน ตฺวํ สุทินฺน มาตาปิตูหิ…เป… ปพฺพชฺชายา’’ติ.

๒๖. อิโต ปรํ ปาฐานุสาเรเนว คนฺตฺวา ตํ กรณียํ ตีเรตฺวาติ เอตฺถ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ – ธุรนิกฺเขเปเนว ตํ กรณียํ นิฏฺฐาเปตฺวาติ; น หิ ปพฺพชฺชาย ติพฺพจฺฉนฺทสฺส ภณฺฑปฺปโยชนอุทฺธารสารณาทีสุ วา นกฺขตฺตกีฬายํ วา จิตฺตํ นมติ. อมฺม ตาตาติ เอตฺถ ปน อมฺมาติ มาตรํ อาลปติ; ตาตาติ ปิตรํ. ตฺวํ โขสีติ ตฺวํ โข อสิ. เอกปุตฺตโกติ เอโกว ปุตฺตโก; อญฺโญ เต เชฏฺโฐ วา กนิฏฺโฐ วา นตฺถิ. เอตฺถ จ ‘‘เอกปุตฺโต’’ติ วตฺตพฺเพ อนุกมฺปาวเสน ‘‘เอกปุตฺตโก’’ติ วุตฺตํ. ปิโยติ ปีติชนนโก. มนาโปติ มนวฑฺฒนโก. สุเขธิโตติ สุเขน เอธิโต; สุขสํวฑฺฒิโตติ อตฺโถ. สุขปริหโตติ สุเขน ปริหโต; ชาตกาลโต ปภุติ ธาตีหิ องฺกโต องฺกํ หริตฺวา ธาริยมาโน อสฺสกรถกาทีหิ พาลกีฬนเกหิ กีฬมาโน สาทุรสโภชนํ โภชิยมาโน สุเขน ปริหโต.

น ตฺวํ, ตาต สุทินฺน, กิญฺจิ ทุกฺขสฺส ชานาสีติ ตฺวํ ตาต สุทินฺน กิญฺจิ อปฺปมตฺตกมฺปิ กลภาคํ ทุกฺขสฺส น ชานาสิ; อถ วา กิญฺจิ ทุกฺเขน นานุโภสีติ อตฺโถ. กรณตฺเถ สามิวจนํ, อนุภวนตฺเถ จ ชานนา; อถ วา กิญฺจิ ทุกฺขํ นสฺสรสีติ อตฺโถ. อุปโยคตฺเถ สามิวจนํ, สรณตฺเถ จ ชานนา. วิกปฺปทฺวเยปิ ปุริมปทสฺส อุตฺตรปเทน สมานวิภตฺติโลโป ทฏฺฐพฺโพ. ตํ สพฺพํ สทฺทสตฺถานุสาเรน ญาตพฺพํ. มรเณนปิ มยํ เต อกามกา วินา ภวิสฺสามาติ สเจปิ ตว อเมฺหสุ ชีวมาเนสุ มรณํ ภเวยฺย, เตน เต มรเณนปิ มยํ อกามกา อนิจฺฉกา น อตฺตโน รุจิยา, วินา ภวิสฺสาม; ตยา วิโยคํ วา ปาปุณิสฺสามาติ อตฺโถ. กึ ปน มยํ ตนฺติ เอวํ สนฺเต กึ ปน กึ นาม ตํ การณํ เยน มยํ ตํ ชีวนฺตํ อนุชานิสฺสาม; อถ วา กึ ปน มยํ ตนฺติ เกน ปน การเณน มยํ ตํ ชีวนฺตํ อนุชานิสฺสามาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

๒๗. ตตฺเถวาติ ยตฺถ นํ ฐิตํ มาตาปิตโร นานุชานึสุ, ตตฺเถว ฐาเน. อนนฺตรหิตายาติ เกนจิ อตฺถรเณน อนตฺถตาย.

๒๘. ปริจาเรหีติ คนฺธพฺพนฏนาฏกาทีนิ ปจฺจุปฏฺฐาเปตฺวา ตตฺถ สหายเกหิ สทฺธึ ยถาสุขํ อินฺทฺริยานิ จาเรหิ สญฺจาเรหิ; อิโต จิโต จ อุปเนหีติ วุตฺตํ โหติ. อถ วา ปริจาเรหีติ คนฺธพฺพนฏนาฏกาทีนิ ปจฺจุปฏฺฐาเปตฺวา ตตฺถ สหายเกหิ สทฺธึ ลฬ, อุปลฬ, รม, กีฬสฺสูติปิ วุตฺตํ โหติ. กาเม ปริภุญฺชนฺโตติ อตฺตโน ปุตฺตทาเรหิ สทฺธึ โภเค ภุญฺชนฺโต. ปุญฺญานิ กโรนฺโตติ พุทฺธญฺจ ธมฺมญฺจ สงฺฆญฺจ อารพฺภ ทานปฺปทานาทีนิ สุคติมคฺคโสธกานิ กุสลกมฺมานิ กโรนฺโต. ตุณฺหี อโหสีติ กถานุปฺปพนฺธวิจฺเฉทนตฺถํ นิราลาปสลฺลาโป อโหสิ. อถสฺส มาตาปิตโร ติกฺขตฺตุํ วตฺวา ปฏิวจนมฺปิ อลภมานา สหายเก ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘เอส โว สหายโก ปพฺพชิตุกาโม, นิวาเรถ น’’นฺติ อาหํสุ. เตปิ ตํ อุปสงฺกมิตฺวา ติกฺขตฺตุํ อโวจุํ, เตสมฺปิ ตุณฺหี อโหสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข สุทินฺนสฺส กลนฺทปุตฺตสฺส สหายกา…เป… ตุณฺหี อโหสี’’ติ.

๒๙. อถสฺส สหายกานํ เอตทโหสิ – ‘‘สเจ อยํ ปพฺพชฺชํ อลภมาโน มริสฺสติ น โกจิ คุโณ ภวิสฺสติ. ปพฺพชิตํ ปน นํ มาตาปิตโรปิ กาเลน กาลํ ปสฺสิสฺสนฺติ. มยมฺปิ ปสฺสิสฺสาม. ปพฺพชฺชาปิ จ นาเมสา ภาริยา, ทิวเส ทิวเส มตฺติกาปตฺตํ คเหตฺวา ปิณฺฑาย จริตพฺพํ. เอกเสยฺยํ เอกภตฺตํ พฺรหฺมจริยํ อติทุกฺกรํ. อยญฺจ สุขุมาโล นาคริกชาติโย, โส ตํ จริตุํ อสกฺโกนฺโต ปุน อิเธว อาคมิสฺสติ. หนฺทสฺส มาตาปิตโร อนุชานาเปสฺสามา’’ติ. เต ตถา อกํสุ. มาตาปิตโรปิ นํ อนุชานึสุ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข สุทินฺนสฺส กลนฺทปุตฺตสฺส สหายกา เยน สุทินฺนสฺส กลนฺทปุตฺตสฺส มาตาปิตโร…เป… อนุญฺญาโตสิ มาตาปิตูหิ อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชฺชายา’’ติ.

๓๐. หฏฺโฐติ ตุฏฺโฐ. อุทคฺโคติ ปีติวเสน อพฺภุนฺนตกายจิตฺโต. กติปาหนฺติ กติปยานิ ทิวสานิ. พลํ คาเหตฺวาติ สปฺปายโภชนานิ ภุญฺชนฺโต, อุจฺฉาทนนฺหาปนาทีหิ จ กายํ ปริหรนฺโต, กายพลํ ชเนตฺวา มาตาปิตโร วนฺทิตฺวา อสฺสุมุขํ ญาติปริวฏฺฏํ ปหาย เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ…เป… ปพฺพาเชตุ มํ ภนฺเต ภควาติ. ภควา สมีเป ฐิตํ อญฺญตรํ ปิณฺฑจาริกํ ภิกฺขุํ อามนฺเตสิ – ‘‘เตน หิ ภิกฺขุ สุทินฺนํ ปพฺพาเชหิ เจว อุปสมฺปาเทหิ จา’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต’’ติ โข โส ภิกฺขุ ภควโต ปฏิสฺสุณิตฺวา สุทินฺนํ กลนฺทปุตฺตํ ชินทตฺติยํ สทฺธิวิหาริกํ ลทฺธา ปพฺพาเชสิ เจว อุปสมฺปาเทสิ จ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อลตฺถ โข สุทินฺโน กลนฺทปุตฺโต ภควโต สนฺติเก ปพฺพชฺชํ, อลตฺถ อุปสมฺปท’’นฺติ.

เอตฺถ ปน ฐตฺวา สพฺพอฏฺฐกถาสุ ปพฺพชฺชา จ อุปสมฺปทา จ กถิตา. มยํ ปน ยถาฐิตปาฬิวเสเนว ขนฺธเก กถยิสฺสาม. น เกวลญฺเจตํ, อญฺญมฺปิ ยํ ขนฺธเก วา ปริวาเร วา กเถตพฺพํ อฏฺฐกถาจริเยหิ วิภงฺเคกถิตํ, ตํ สพฺพํ ตตฺถ ตตฺเถว กถยิสฺสาม. เอวญฺหิ กถิยมาเน ปาฬิกฺกเมเนว วณฺณนา กตา โหติ. ตโต เตน เตน วินิจฺฉเยน อตฺถิกานํ ปาฬิกฺกเมเนว อิมํ วินยสํวณฺณนํ โอโลเกตฺวา โส โส วินิจฺฉโย สุวิญฺเญยฺโย ภวิสฺสตีติ.

อจิรูปสมฺปนฺโนติ อจิรํ อุปสมฺปนฺโน หุตฺวา; อุปสมฺปทโต นจิรกาเลเยวาติ วุตฺตํ โหติ. เอวรูเปติ เอวํวิเธ เอวํชาติเก. ธุตคุเณติ กิเลสนิทฺธุนนเก คุเณ. สมาทาย วตฺตตีติ สมาทิยิตฺวา คณฺหิตฺวา วตฺตติ จรติ วิหรติ. อารญฺญิโก โหตีติ คามนฺตเสนาสนํ ปฏิกฺขิปิตฺวา อารญฺญิกธุตงฺควเสน อรญฺญวาสิโก โหติ. ปิณฺฑปาติโกติ อติเรกลาภปฏิกฺเขเปน จุทฺทส ภตฺตานิ ปฏิกฺขิปิตฺวา ปิณฺฑปาติกธุตงฺควเสน ปิณฺฑปาติโก โหติ. ปํสุกูลิโกติ คหปติจีวรํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ปํสุกูลิกธุตงฺควเสน ปํสุกูลิโก โหติ. สปทานจาริโกติ โลลุปฺปจารํ ปฏิกฺขิปิตฺวา สปทานจาริกธุตงฺควเสน สปทานจาริโก โหติ; ฆรปฏิปาฏิยา ภิกฺขาย ปวิสติ. วชฺชิคามนฺติ วชฺชีนํ คามํ วชฺชีสุ วา คามํ.

อฑฺฒา มหทฺธนาติอาทีสุ อุปโภคปริโภคูปกรณมหนฺตตาย อฑฺฒา; เย หิ เตสํ อุปโภคา ยานิ จ อุปโภคูปกรณานิ, ตานิ มหนฺตานิ พหุลานิ สารกานีติ วุตฺตํ โหติ. นิเธตฺวา ฐปิตธนมหนฺตตาย มหทฺธนา. มหาโภคาติ ทิวสปริพฺพยสงฺขาตโภคมหนฺตตาย มหาโภคา. อญฺเญหิ อุปโภเคหิ ชาตรูปรชตสฺเสว ปหูตตาย ปหูตชาตรูปรชตา. อลงฺการภูตสฺส วิตฺตูปกรณสฺส ปีติปาโมชฺชกรณสฺส ปหูตตาย ปหูตวิตฺตูปกรณา. โวหารวเสน ปริวตฺเตนฺตสฺส ธนธญฺญสฺส ปหูตตาย ปหูตธนธญฺญาติ เวทิตพฺพา.

เสนาสนํ สํสาเมตฺวาติ เสนาสนํ ปฏิสาเมตฺวา; ยถา น วินสฺสติ ตถา นํ สุฏฺฐุ ฐเปตฺวาติ อตฺโถ. สฏฺฐิมตฺเต ถาลิปาเกติ คณนปริจฺเฉทโต สฏฺฐิถาลิปาเก. เอกเมโก เจตฺถ ถาลิปาโก ทสนฺนํ ภิกฺขูนํ ภตฺตํ คณฺหาติ. ตํ สพฺพมฺปิ ฉนฺนํ ภิกฺขุสตานํ ภตฺตํ โหติ. ภตฺตาภิหารํ อภิหรึสูติ เอตฺถ อภิหรียตีติ อภิหาโร. กึ อภิหรียติ? ภตฺตํ. ภตฺตเมว อภิหาโร ภตฺตาภิหาโร, ตํ ภตฺตาภิหารํ. อภิหรึสูติ อภิมุขา หรึสุ. ตสฺส สนฺติกํ คเหตฺวา อาคมํสูติ อตฺโถ. เอตสฺส กึ ปมาณนฺติ? สฏฺฐิ ถาลิปากา. เตน วุตฺตํ – ‘‘สฏฺฐิมตฺเต ถาลิปาเก ภตฺตาภิหารํ อภิหรึสู’’ติ. ภิกฺขูนํ วิสฺสชฺเชตฺวาติ สยํ อุกฺกฏฺฐปิณฺฑปาติกตฺตา สปทานจารํ จริตุกาโม ภิกฺขูนํ ปริโภคตฺถาย ปริจฺจชิตฺวา ทตฺวา. อยํ หิ อายสฺมา ‘‘ภิกฺขู จ ลาภํ ลจฺฉนฺติ อหญฺจ ปิณฺฑเกน น กิลมิสฺสามี’’ติ เอตทตฺถเมว อาคโต. ตสฺมา อตฺตโน อาคมนานุรูปํ กโรนฺโต ภิกฺขูนํ วิสฺสชฺเชตฺวา สยํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ.

๓๑. ญาติทาสีติ ญาตกานํ ทาสี. อาภิโทสิกนฺติ ปาริวาสิกํ เอกรตฺตาติกฺกนฺตํ ปูติภูตํ. ตตฺรายํ ปทตฺโถ – ปูติภาวโทเสน อภิภูโตติ อภิโทโส, อภิโทโสว อาภิโทสิโก, เอกรตฺตาติกฺกนฺตสฺส วา นามสญฺญา เอสา, ยทิทํ อาภิโทสิโกติ, ตํ อาภิโทสิกํ. กุมฺมาสนฺติ ยวกุมฺมาสํ. ฉฑฺเฑตุกามา โหตีติ ยสฺมา อนฺตมโส ทาสกมฺมกรานมฺปิ โครูปานมฺปิ อปริโภคารโห, ตสฺมา ตํ กจวรํ วิย พหิ ฉฑฺเฑตุกามา โหติ. สเจตนฺติ สเจ เอตํ. ภคินีติ อริยโวหาเรน ญาติทาสึ อาลปติ. ฉฑฺฑนียธมฺมนฺติ ฉฑฺเฑตพฺพสภาวํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘ภคินิ, เอตํ สเจ พหิ ฉฑฺฑนียธมฺมํ นิสฺสฏฺฐปริคฺคหํ, ตํ อิธ เม ปตฺเต อากิรา’’ติ.

กึ ปน เอวํ วตฺตุํ ลพฺภติ, วิญฺญตฺติ วา ปยุตฺตวาจา วา น โหตีติ? น โหติ. กสฺมา? นิสฺสฏฺฐปริคฺคหตฺตา. ยญฺหิ ฉฑฺฑนียธมฺมํ นิสฺสฏฺฐปริคฺคหํ, ยตฺถ สามิกา อนาลยา โหนฺติ, ตํ สพฺพํ ‘‘เทถ อาหรถ อิธ อากิรถา’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. ตถา หิ อคฺคอริยวํสิโก อายสฺมา รฏฺฐปาโลปิ ‘‘ฉฑฺฑนียธมฺมํ กุมฺมาสํ อิธ เม ปตฺเต อากิรา’’ติ (ม. นิ. ๒.๒๙๙) อวจ. ตสฺมา ยํ เอวรูปํ ฉฑฺฑนียธมฺมํ อญฺญํ วา อปริคฺคหิตํ วนมูลผลเภสชฺชาทิกํ ตํ สพฺพํ ยถาสุขํ อาหราเปตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพํ, น กุกฺกุจฺจายิตพฺพํ. หตฺถานนฺติ ภิกฺขาคฺคหณตฺถํ ปตฺตํ อุปนามยโต มณิพนฺธโต ปภุติ ทฺวินฺนมฺปิ หตฺถานํ. ปาทานนฺติ นิวาสนนฺตโต ปฏฺฐาย ทฺวินฺนมฺปิ ปาทานํ. สรสฺสาติ ‘‘สเจตํ ภคินี’’ติ วาจํ นิจฺฉารยโต สรสฺส จ. นิมิตฺตํ อคฺคเหสีติ คิหิกาเล สลฺลกฺขิตปุพฺพํ อาการํ อคฺคเหสิ สญฺชานิ สลฺลกฺเขสิ. สุทินฺโน หิ ภควโต ทฺวาทสเม วสฺเส ปพฺพชิโต วีสติเม วสฺเส ญาติกุลํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺโฐ สยํ ปพฺพชฺชาย อฏฺฐวสฺสิโก หุตฺวา; เตน นํ สา ญาติทาสี ทิสฺวาว น สญฺชานิ, นิมิตฺตํ ปน อคฺคเหสีติ.

สุทินฺนสฺส มาตรํ เอตทโวจาติ อติครุนา ปพฺพชฺชูปคเตน สามิปุตฺเตน สทฺธึ ‘‘ตฺวํ นุ โข เม, ภนฺเต, อยฺโย สุทินฺโน’’ติอาทิวจนํ วตฺตุํ อวิสหนฺตี เวเคน ฆรํ ปวิสิตฺวา สุทินฺนสฺส มาตรํ เอตํ อโวจ. ยคฺเฆติ อาโรจนตฺเถ นิปาโต. สเจ เช สจฺจนฺติ เอตฺถ เชติ อาลปเน นิปาโต. เอวญฺหิ ตสฺมึ เทเส ทาสิชนํ อาลปนฺติ, ตสฺมา ‘‘ตฺวํ, โภติ ทาสิ, สเจ สจฺจํ ภณสี’’ติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

๓๒. อญฺญตรํ กุฏฺฏมูลนฺติ ตสฺมึ กิร เทเส ทานปตีนํ ฆเรสุ สาลา โหนฺติ, อาสนานิ เจตฺถ ปญฺญตฺตานิ โหนฺติ, อุปฏฺฐาปิตํ อุทกกญฺชิยํ; ตตฺถ ปพฺพชิตา ปิณฺฑาย จริตฺวา นิสีทิตฺวา ภุญฺชนฺติ. สเจ อิจฺฉนฺติ, ทานปตีนมฺปิ สนฺตกํ คณฺหนฺติ. ตสฺมา ตมฺปิ อญฺญตรสฺส กุลสฺส อีทิสาย สาลาย อญฺญตรํ กุฏฺฏมูลนฺติ เวทิตพฺพํ. น หิ ปพฺพชิตา กปณมนุสฺสา วิย อสารุปฺเป ฐาเน นิสีทิตฺวา ภุญฺชนฺตีติ.

อตฺถิ นาม ตาตาติ เอตฺถ อตฺถีติ วิชฺชมานตฺเถ; นามาติ ปุจฺฉนตฺเถ มญฺญนตฺเถ จ นิปาโต. อิทญฺหิ วุตฺตํ โหติ – ‘‘อตฺถิ นุ โข, ตาต สุทินฺน, อมฺหากํ ธนํ, น มยํ นิทฺธนาติ วตฺตพฺพา, เยสํ โน ตฺวํ อีทิเส ฐาเน นิสีทิตฺวา อาภิโทสิกํ กุมฺมาสํ ปริภุญฺชิสฺสสิ’’; ตถา ‘‘อตฺถิ นุ โข, ตาต สุทินฺน, อมฺหากํ ชีวิตํ, น มยํ มตาติ วตฺตพฺพา, เยสํ โน ตฺวํ อีทิเส ฐาเน นิสีทิตฺวา อาภิโทสิกํ กุมฺมาสํ ปริภุญฺชิสฺสสิ’’; ตถา ‘‘อตฺถิ มญฺเญ, ตาต สุทินฺน, ตว อพฺภนฺตเร สาสนํ นิสฺสาย ปฏิลทฺโธ สมณคุโณ, ยํ ตฺวํ สุโภชนรสสํวฑฺฒิโตปิ อิมํ ชิคุจฺฉเนยฺยํ อาภิโทสิกํ กุมฺมาสํ อมตมิว นิพฺพิกาโร ปริภุญฺชิสฺสสี’’ติ.

โส ปน คหปติ ทุกฺขาภิตุนฺนตาย เอตมตฺถํ ปริปุณฺณํ กตฺวา วตฺตุมสกฺโกนฺโต ‘‘อตฺถิ นาม, ตาต สุทินฺน, อาภิโทสิกํ กุมฺมาสํ ปริภุญฺชิสฺสสี’’ติ เอตฺตกเมว อโวจ. อกฺขรจินฺตกา ปเนตฺถ อิมํ ลกฺขณํ วทนฺติ – อโนกปฺปนามริสนตฺถวเสน เอตํ อตฺถินามสทฺเท อุปปเท ‘‘ปริภุญฺชิสฺสสี’’ติ อนาคตวจนํ กตํ. ตสฺสายมตฺโถ – อตฺถิ นาม…เป… ปริภุญฺชิสฺสสิ, อิทํ ปจฺจกฺขมฺปิ อหํ น สทฺทหามิ น มริสยามีติ. ตตายํ อาภิโทสิโกติ ตโต ตว เคหโต อยํ อาภิโทสิโก กุมฺมาโส ลทฺโธติ อตฺโถ. ตโตยนฺติปิ ปาโฐ. ตทายนฺติปิ ปฐนฺติ, ตํ น สุนฺทรํ. เยน สกปิตุ นิเวสนนฺติ เยน สกสฺส ปิตุ อตฺตโน ปิตุ นิเวสนนฺติ อตฺโถ; เถโร ปิตริ เปเมเนว สุพฺพโจ หุตฺวา อคมาสิ. อธิวาเสสีติ เถโร อุกฺกฏฺฐปิณฺฑปาติโกปิ สมาโน ‘‘สเจ เอกภตฺตมฺปิ น คเหสฺสามิ, อติวิย เนสํ โทมนสฺสํ ภวิสฺสตี’’ติ ญาตีนํ อนุกมฺปาย อธิวาเสสิ.

๓๓. โอปุญฺชาเปตฺวาติ อุปลิมฺปาเปตฺวา. เอกํ หิรญฺญสฺสาติ เอตฺถ หิรญฺญนฺติ กหาปโณ เวทิตพฺโพ. ปุริโสติ นาติทีโฆ นาติรสฺโส มชฺฌิมปฺปมาโณ เวทิตพฺโพ. ติโรกรณียนฺติ กรณตฺเถ ภุมฺมํ; สาณิปากาเรน ปริกฺขิปิตฺวาติ อตฺโถ. อถ วา ติโร กโรนฺติ เอเตนาติ ติโรกรณียํ, ตํ ปริกฺขิปิตฺวา; สมนฺตโต กตฺวาติ อตฺโถ. เตน หีติ ยสฺมา อชฺช สุทินฺโน อาคมิสฺสติ เตน การเณน. หิ อิติ ปทปูรณมตฺเต นิปาโต. เตนาติ อยมฺปิ วา อุยฺโยชนตฺเถ นิปาโตเยว.

๓๔. ปุพฺพณฺหสมยนฺติ เอตฺถ กิญฺจาปิ ปาฬิยํ กาลาโรจนํ น วุตฺตํ, อถ โข อาโรจิเตเยว กาเล อคมาสีติ เวทิตพฺโพ. อิทํ เต ตาตาติ เทฺว ปุญฺเช ทสฺเสนฺโต อาห. มาตูติ ชเนตฺติยา. มตฺติกนฺติ มาติโต อาคตํ; อิทํ เต มาตามหิยา มาตุ อิมํ เคหํ อาคจฺฉนฺติยา ทินฺนธนนฺติ อตฺโถ. อิตฺถิกาย อิตฺถิธนนฺติ หีเฬนฺโต อาห. อิตฺถิกาย นาม อิตฺถิปริโภคานํเยว นฺหานจุณฺณาทีนํ อตฺถาย ลทฺธํ ธนํ กิตฺตกํ ภเวยฺย. ตสฺสาปิ ตาว ปริมาณํ ปสฺส. อถ วา อิทํ เต ตาต สุทินฺน มาตุ ธนํ, ตญฺจ โข มตฺติกํ, น มยา ทินฺนํ, ตว มาตุเยว สนฺตกนฺติ วุตฺตํ โหติ. ตํ ปเนตํ น กสิยา น วณิชฺชาย สมฺภูตํ, อปิจ โข อิตฺถิกาย อิตฺถิธนํ. ยํ อิตฺถิกาย ญาติกุลโต สามิกกุลํ คจฺฉนฺติยา ลทฺธพฺพํ นฺหานจุณฺณาทีนํ อตฺถาย อิตฺถิธนํ, ตํ ตาว เอตฺตกนฺติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

อญฺญํ เปตฺติกํ อญฺญํ ปิตามหนฺติ ยํ ปน เต ปิตุ จ ปิตามหานญฺจ สนฺตกํ, ตํ อญฺญํเยว. นิหิตญฺจ ปยุตฺตญฺจ อติวิย พหุ; เอตฺถ จ ปิตามหนฺติ ตทฺธิตโลปํ กตฺวา เวทิตพฺพํ. เปตามหนฺติ วา ปาโฐ. ลพฺภา ตาต สุทินฺน หีนายาวตฺติตฺวาติ ตาต, สุทินฺน, อุตฺตมํ อริยทฺธชํ ปพฺพชิตลิงฺคํ ปหาย หีนาย คิหิภาวาย อาวตฺติตฺวา ลพฺภา โภคา ภุญฺชิตุํ, นาลพฺภา ภุญฺชิตุํ, น ตฺวํ ราชภีโต ปพฺพชิโต, น อิณายิเกหิ ปลิพุทฺโธ หุตฺวาติ. ตาต น อุสฺสหามีติ เอตฺถ ปน ตาตาติ วจนํ เคหสิตเปเมน อาห, น สมณเตเชน. น อุสฺสหามีติ น สกฺโกมิ. น วิสหามีติ นปฺปโหมิ, น สมตฺโถมฺหิ.

‘‘วเทยฺยาม โข ตํ คหปตี’’ติ อิทํ ปน วจนํ สมณเตเชนาห. นาติกฑฺเฒยฺยาสีติ ยํ เต มยิ เปมํ ปติฏฺฐิตํ, ตํ โกธวเสน น อติกฑฺเฒยฺยาสิ; สเจ น กุชฺเฌยฺยาสีติ วุตฺตํ โหติ. ตโต เสฏฺฐิ ‘‘ปุตฺโต เม สงฺคหํ มญฺเญ กตฺตุกาโม’’ติ อุทคฺคจิตฺโต อาห – ‘‘วเทหิ ตาต สุทินฺนา’’ติ. เตนหีติ อุยฺโยชนตฺเถ วิภตฺติปติรูปโก นิปาโต. ตโตนิทานนฺติ ตํนิทานํ ตํเหตุกนฺติ ปจฺจตฺตวจนสฺส โต-อาเทโส เวทิตพฺโพ; สมาเส จสฺส โลปาภาโว. ภยํ วาติ ‘‘กินฺติ เม โภเค เนว ราชาโน หเรยฺยุ’’นฺติอาทินา นเยน วุตฺตํ ราชาทิภยํ; จิตฺตุตฺราโสติ อตฺโถ. ฉมฺภิตตฺตนฺติ ราชูหิ วา โจเรหิ วา ‘‘ธนํ เทหี’’ติ กมฺมการณํ การิยมานสฺส กายิญฺชนํ กายกมฺโป หทยมํสจลนํ. โลมหํโสติ อุปฺปนฺเน ภเย โลมานํ หํสนํ อุทฺธคฺคภาโว. อารกฺโขติ อนฺโต จ พหิ จ รตฺติญฺจ ทิวา จ อารกฺขณํ.

๓๕. เตน หิ วธูติ เสฏฺฐิ คหปติ ธนํ ทสฺเสตฺวา ปุตฺตํ อตฺตนา คิหิภาวตฺถาย ปโลเภตุํ อสกฺโกนฺโต ‘‘มาตุคามสทิสํ ทานิ ปุริสานํ พนฺธนํ นตฺถี’’ติ มญฺญิตฺวา ตสฺส ปุราณทุติยิกํ อามนฺเตสิ – ‘‘เตน หิ วธู’’ติ. ปุราณทุติยิกนฺติ ปุราณํ ทุติยิกํ ปุพฺเพ คิหิกาเล ทุติยิกํ, เคหสิตสุขุปโภคสหายิกํ ภูตปุพฺพภริยนฺติ อตฺโถ. เตน หีติ เยน การเณน มาตุคามสทิสํ พนฺธนํ นตฺถิ. ปาเทสุ คเหตฺวาติ ปาเท คเหตฺวา; อุปโยคตฺเถ ภุมฺมวจนํ, ปาเทสุ วา ตํ คเหตฺวา. ‘‘กีทิสา นาม ตา อยฺยปุตฺต อจฺฉราโย’’ติ กสฺมา เอวมาห? ตทา กิร สมฺพหุเล ขตฺติยกุมาเรปิ พฺราหฺมณกุมาเรปิ เสฏฺฐิปุตฺเตปิ มหาสมฺปตฺติโย ปหาย ปพฺพชนฺเต ทิสฺวา ปพฺพชฺชาคุณํ อชานนฺตา กถํ สมุฏฺฐาเปนฺติ – ‘‘กสฺมา เอเต ปพฺพชนฺตี’’ติ. อถญฺเญ วทนฺติ – ‘‘เทวจฺฉรานํ เทวนาฏกานํ การณา’’ติ. สา กถา วิตฺถาริกา อโหสิ. ตํ คเหตฺวา อยํ เอวมาหาติ. เถโร ตํ ปฏิกฺขิปนฺโต น โข อหํ ภคินีติ อาห. สมุทาจรตีติ โวหรติ วเทติ. ตตฺเถว มุจฺฉิตา ปปตาติ นํ ภคินิวาเทน สมุทาจรนฺตํ ทิสฺวา ‘‘อนตฺถิโก ทานิ มยา อยํ โย มํ ปชาปตึ สมานํ อตฺตนา สทฺธึ เอกมาตุกุจฺฉิยา สยิตทาริกํ วิย มญฺญตี’’ติ สมุปฺปนฺนพลวโสกา หุตฺวา ตสฺมึเยว ปเทเส มุจฺฉิตา ปปตา; ปติตาติ อตฺโถ.

มา โน วิเหฐยิตฺถาติ มา อเมฺห ธนํ ทสฺเสตฺวา มาตุคามญฺจ อุยฺโยเชตฺวา วิเหฐยิตฺถ; วิเหสา เหสา ปพฺพชิตานนฺติ. เตน หิ ตาต สุทินฺน พีชกมฺปิ เทหีติ เอตฺถ เตน หีติ อภิรติยํ อุยฺโยเชติ. สเจ ตฺวํ อภิรโต พฺรหฺมจริยํ จรสิ, จริตฺวา อากาเส นิสีทิตฺวา ปรินิพฺพายิตา โหหิ, อมฺหากํ ปน กุลวํสพีชกํ เอกํ ปุตฺตํ เทหิ. มา โน อปุตฺตกํ สาปเตยฺยํ ลิจฺฉวโย อติหราเปสุนฺติ มยญฺหิ ลิจฺฉวีนํ คณราชูนํ รชฺเช วสาม, เต เต ปิตุโน อจฺจเยน อิมํ สาปเตยฺยํ เอวํ มหนฺตํ อมฺหากํ วิภวํ อปุตฺตกํ กุลธนรกฺขเกน ปุตฺเตน วิรหิตํ อตฺตโน ราชนฺเตปุรํ อติหราเปยฺยุนฺติ, ตํ เต มา อติหราเปสุํ, มา อติหราเปนฺตูติ.

เอตํ โข เม, อมฺม, สกฺกา กาตุนฺติ กสฺมา เอวมาห? โส กิร จินฺเตสิ – ‘‘เอเตสํ สาปเตยฺยสฺส อหเมว สามี, อญฺโญ นตฺถิ. เต มํ สาปเตยฺยรกฺขณตฺถาย นิจฺจํ อนุพนฺธิสฺสนฺติ; เตนาหํ น ลจฺฉามิ อปฺโปสฺสุกฺโก สมณธมฺมํ กาตุํ, ปุตฺตกํ ปน ลภิตฺวา โอรมิสฺสนฺติ, ตโต อหํ ยถาสุขํ สมณธมฺมํ กริสฺสามี’’ติ อิมํ นยํ ปสฺสนฺโต เอวมาหาติ.

๓๖. ปุปฺผนฺติ อุตุกาเล อุปฺปนฺนโลหิตสฺส นามํ. มาตุคามสฺส หิ อุตุกาเล คพฺภปติฏฺฐานฏฺฐาเน โลหิตวณฺณา ปิฬกา สณฺฐหิตฺวา สตฺต ทิวสานิ วฑฺฒิตฺวา ภิชฺชนฺติ, ตโต โลหิตํ ปคฺฆรติ, ตสฺเสตํ นามํ ‘‘ปุปฺผ’’นฺติ. ตํ ปน ยาว พลวํ โหติ พหุ ปคฺฆรติ, ตาว ทินฺนาปิ ปฏิสนฺธิ น ติฏฺฐติ, โทเสเนว สทฺธึ ปคฺฆรติ; โทเส ปน ปคฺฆริเต สุทฺเธ วตฺถุมฺหิ ทินฺนา ปฏิสนฺธิ ขิปฺปํ ปติฏฺฐาติ. ปุปฺผํสา อุปฺปชฺชีติ ปุปฺผํ อสฺสา อุปฺปชฺชิ; อการโลเปน สนฺธิ ปุราณทุติยิกาย พาหายํ คเหตฺวาติ ปุราณทุติยิกาย ยา พาหา, ตตฺร นํ คเหตฺวาติ อตฺโถ.

อปญฺญตฺเต สิกฺขาปเทติ ปฐมปาราชิกสิกฺขาปเท อฏฺฐปิเต. ภควโต กิร ปฐมโพธิยํ วีสติ วสฺสานิ ภิกฺขู จิตฺตํ อาราธยึสุ, น เอวรูปํ อชฺฌาจารมกํสุ. ตํ สนฺธาเยว อิทํ สุตฺตมาห – ‘‘อาราธยึสุ วต เม, ภิกฺขเว, ภิกฺขู เอกํ สมยํ จิตฺต’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๒๒๕). อถ ภควา อชฺฌาจารํ อปสฺสนฺโต ปาราชิกํ วา สงฺฆาทิเสสํ วา น ปญฺญเปสิ. ตสฺมึ ตสฺมึ ปน วตฺถุสฺมึ อวเสเส ปญฺจ ขุทฺทกาปตฺติกฺขนฺเธ เอว ปญฺญเปสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อปญฺญตฺเต สิกฺขาปเท’’ติ.

อนาทีนวทสฺโสติ ยํ ภควา อิทานิ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปนฺโต อาทีนวํ ทสฺเสสฺสติ, ตํ อปสฺสนฺโต อนวชฺชสญฺญี หุตฺวา. สเจ หิ ‘‘อยํ อิทํ น กรณียนฺติ วา มูลจฺเฉชฺชาย วา สํวตฺตตี’’ติ ชาเนยฺย, สทฺธาปพฺพชิโต กุลปุตฺโต ตโตนิทานํ ชีวิตกฺขยํ ปาปุณนฺโตปิ น กเรยฺย. เอตฺถ ปน อาทีนวํ อปสฺสนฺโต นิทฺโทสสญฺญี อโหสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อนาทีนวทสฺโส’’ติ. ปุราณทุติยิกายาติ ภุมฺมวจนํ. อภิวิญฺญาเปสีติ ปวตฺเตสิ; ปวตฺตนาปิ หิ กายวิญฺญตฺติโจปนโต ‘‘วิญฺญาปนา’’ติ วุจฺจติ. ติกฺขตฺตุํ อภิวิญฺญาปนญฺเจส คพฺภสณฺฐานสนฺนิฏฺฐานตฺถมกาสีติ เวทิตพฺโพ.

สา เตน คพฺภํ คณฺหีติ สา จ เตเนว อชฺฌาจาเรน คพฺภํ คณฺหิ, น อญฺญถา. กึ ปน อญฺญถาปิ คพฺภคฺคหณํ โหตีติ? โหติ. กถํ? กายสํสคฺเคน, โจฬคฺคหเณน, อสุจิปาเนน, นาภิปรามสเนน, รูปทสฺสเนน, สทฺเทน, คนฺเธน. อิตฺถิโย หิ เอกจฺจา อุตุสมเย ฉนฺทราครตฺตา ปุริสานํ หตฺถคฺคาห-เวณิคฺคาห-องฺคปจฺจงฺคปรามสนํ สาทิยนฺติโยปิ คพฺภํ คณฺหนฺติ. เอวํ กายสํสคฺเคน คพฺภคฺคหณํ โหติ.

อุทายิตฺเถรสฺส ปน ปุราณทุติยิกา ภิกฺขุนี ตํ อสุจึ เอกเทสํ มุเขน อคฺคเหสิ, เอกเทสํ โจฬเกเนว สทฺธึ องฺคชาเต ปกฺขิปิ. สา เตน คพฺภํ คณฺหิ. เอวํ โจฬคฺคหเณน คพฺภคฺคหณํ โหติ.

มิคสิงฺคตาปสสฺส มาตา มิคี อุตุสมเย ตาปสสฺส ปสฺสาวฏฺฐานํ อาคนฺตฺวา สสมฺภวํ ปสฺสาวํ ปิวิ. สา เตน คพฺภํ คณฺหิตฺวา มิคสิงฺคํ วิชายิ. เอวํ อสุจิปาเนน คพฺภคฺคหณํ โหติ.

สามสฺส ปน โพธิสตฺตสฺส มาตาปิตูนํ จกฺขุปริหานึ ญตฺวา สกฺโก ปุตฺตํ ทาตุกาโม ทุกูลปณฺฑิตํ อาห – ‘‘วฏฺฏติ ตุมฺหากํ เมถุนธมฺโม’’ติ? ‘‘อนตฺถิกา มยํ เอเตน, อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตามฺหา’’ติ. ‘‘เตน หิ อิมิสฺสา อุตุสมเย องฺคุฏฺเฐน นาภึ ปรามเสยฺยาถา’’ติ. โส ตถา อกาสิ. สา เตน คพฺภํ คณฺหิตฺวา สามํ ตาปสทารกํ วิชายิ. เอวํ นาภิปรามสเนน คพฺภคฺคหณํ โหติ. เอเตเนว นเยน มณฺฑพฺยสฺส จ จณฺฑปชฺโชตสฺส จ วตฺถุ เวทิตพฺพํ.

กถํ รูปทสฺสเนน โหติ? อิเธกจฺจา อิตฺถี อุตุสมเย ปุริสสํสคฺคํ อลภมานา ฉนฺทราควเสน อนฺโตเคหคตาว ปุริสํ อุปนิชฺฌายติ ราโชโรธา วิย, สา เตน คพฺภํ คณฺหาติ. เอวํ รูปทสฺสเนน คพฺภคฺคหณํ โหติ.

พลากาสุ ปน ปุริโส นาม นตฺถิ, ตา อุตุสมเย เมฆสทฺทํ สุตฺวา คพฺภํ คณฺหนฺติ. กุกฺกุฏิโยปิ กทาจิ เอกสฺส กุกฺกุฏสฺส สทฺทํ สุตฺวา พหุกาปิ คพฺภํ คณฺหนฺติ. ตถา คาวี อุสภสฺส. เอวํ สทฺเทน คพฺภคฺคหณํ โหติ.

คาวี เอว จ กทาจิ อุสภคนฺเธน คพฺภํ คณฺหนฺติ. เอวํ คนฺเธน คพฺภคฺคหณํ โหติ.

อิธ ปนายํ อชฺฌาจาเรน คพฺภํ คณฺหิ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘มาตาปิตโร จ สนฺนิปติตา โหนฺติ, มาตา จ อุตุนี โหติ, คนฺธพฺโพ จ ปจฺจุปฏฺฐิโต โหติ, เอวํ ติณฺณํ สนฺนิปาตา คพฺภสฺสาวกฺกนฺติ โหตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๐๘).

ภุมฺมา เทวา สทฺทมนุสฺสาเวสุนฺติ ยสฺมา นตฺถิ โลเก รโห นาม ปาปกมฺมํ ปกุพฺพโต. สพฺพปฐมํ หิสฺส ตํ ปาปํ อตฺตนา ชานาติ, ตโต อารกฺขเทวตา, อถญฺญาปิ ปรจิตฺตวิทุนิโย เทวตา. ตสฺมาสฺส ปรจิตฺตวิทู สกลวนสณฺฑนิสฺสิตา ภุมฺมา เทวา ตํ อชฺฌาจารํ ทิสฺวา สทฺทํ อนุสฺสาเวสุํ. ยถา อญฺเญปิ เทวา สุณนฺติ, ตถา นิจฺฉาเรสุํ. กินฺติ? นิรพฺพุโท วต, โภ…เป… อาทีนโว อุปฺปาทิโตติ. ตสฺสตฺโถ เวรญฺชกณฺเฑ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.

ภุมฺมานํ เทวานํ สทฺทํ สุตฺวา จาตุมหาราชิกาติ เอตฺถ ปน ภุมฺมานํ เทวานํ สทฺทํ อากาสฏฺฐเทวตา อสฺโสสุํ; อากาสฏฺฐานํ จาตุมหาราชิกาติ อยมนุกฺกโม เวทิตพฺโพ. พฺรหฺมกายิกาติ อสญฺญสตฺเต จ อรูปาวจเร จ ฐเปตฺวา สพฺเพปิ พฺรหฺมาโน อสฺโสสุํ; สุตฺวา จ สทฺทมนุสฺสาเวสุนฺติ เวทิตพฺโพ. อิติห เตน ขเณนาติ เอวํ เตน สุทินฺนสฺส อชฺฌาจารกฺขเณน. เตน มุหุตฺเตนาติ อชฺฌาจารมุหุตฺเตเนว. ยาว พฺรหฺมโลกาติ ยาว อกนิฏฺฐพฺรหฺมโลกา. อพฺภุคฺคจฺฉีติ อภิอุคฺคจฺฉิ อพฺภุฏฺฐาสิ เอกโกลาหลมโหสีติ.

ปุตฺตํ วิชายีติ สุวณฺณพิมฺพสทิสํ ปจฺฉิมภวิกสตฺตํ ชเนสิ. พีชโกติ นามมกํสูติ น อญฺญํ นามํ กาตุมทํสุ, ‘‘พีชกมฺปิ เทหี’’ติ มาตามหิยา วุตฺตภาวสฺส ปากฏตฺตา ‘‘พีชโก เตฺววสฺส นามํ โหตู’’ติ ‘‘พีชโก’’ติ นามมกํสุ. ปุตฺตสฺส ปน นามวเสเนว จ มาตาปิตูนมฺปิสฺส นามมกํสุ. เต อปเรน สมเยนาติ พีชกญฺจ พีชกมาตรญฺจ สนฺธาย วุตฺตํ. พีชกสฺส กิร สตฺตฏฺฐวสฺสกาเล ตสฺส มาตา ภิกฺขุนีสุ โส จ ภิกฺขูสุ ปพฺพชิตฺวา กลฺยาณมิตฺเต อุปนิสฺสาย อรหตฺเต ปติฏฺฐหึสุ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อุโภ อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ สจฺฉากํสู’’ติ.

๓๗. เอวํ มาตาปุตฺตานํ ปพฺพชฺชา สผลา อโหสิ. ปิตา ปน วิปฺปฏิสาราภิภูโต วิหาสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข อายสฺมโต สุทินฺนสฺสอหุเทว กุกฺกุจฺจ’’นฺติอาทิ. ตตฺถ อหุเทวาติ อหุ เอว, ทกาโร ปทสนฺธิกโร. อโหสิเยวาติ อตฺโถ. กุกฺกุจฺจนฺติ อชฺฌาจารเหตุโก ปจฺฉานุตาโป. วิปฺปฏิสาโรติปิ ตสฺเสว นามํ. โส หิ วิญฺญูหิ อกตฺตพฺพตาย กุจฺฉิตกิริยภาวโต กุกฺกุจฺจํ. กตํ อชฺฌาจารํ นิวตฺเตตุํ อสมตฺถตาย ตํ ปฏิจฺจ วิรูปํ สรณภาวโต วิปฺปฏิสาโรติ วุจฺจติ. อลาภา วต เมติ มยฺหํ วต อลาภา; เย ฌานาทีนํ คุณานํ อลาภา นาม, เต มยฺหํ, น อญฺญสฺสาติ อธิปฺปาโย. น วต เม ลาภาติ เยปิ เม ปฏิลทฺธา ปพฺพชฺชสรณคมนสิกฺขาสมาทานคุณา, เตปิ เนว มยฺหํ ลาภา อชฺฌาจารมลีนตฺตา. ทุลฺลทฺธํ วต เมติ อิทํ สาสนํ ลทฺธมฺปิ เม ทุลฺลทฺธํ. น วต เม สุลทฺธนฺติ ยถา อญฺเญสํ กุลปุตฺตานํ, เอวํ น วต เม สุลทฺธํ. กสฺมา? ยมหํ เอวํ สฺวากฺขาเตธมฺมวินเย…เป… พฺรหฺมจริยํ จริตุนฺติ. พฺรหฺมจริยนฺติ สิกฺขตฺตยสงฺคหิตํ มคฺคพฺรหฺมจริยํ. กิโส อโหสีติ ขาทิตุํ วา ภุญฺชิตุํ วา อสกฺโกนฺโต ตนุโก อโหสิ อปฺปมํสโลหิโต. อุปฺปณฺฑุปฺปณฺฑุกชาโตติ สญฺชาตุปฺปณฺฑุปฺปณฺฑุกภาโว ปณฺฑุปลาสปฺปฏิภาโค. ธมนิสนฺถตคตฺโตติ ปริยาทินฺนมํสโลหิตตฺตา สิราชาเลเนว สนฺถริตคตฺโต. อนฺโตมโนติ อนุโสจนวเสน อพฺภนฺตเรเยว ฐิตจิตฺโต. หทยวตฺถุํ นิสฺสาย ปวตฺตนวเสน ปน สพฺเพปิ อนฺโตมนาเยว. ลีนมโนติ อุทฺเทเส ปริปุจฺฉาย กมฺมฏฺฐาเน อธิสีเล อธิจิตฺเต อธิปญฺญาย วตฺตปฏิปตฺติปูรเณ จ นิกฺขิตฺตธุโร อวิปฺผาริโก อญฺญทตฺถุ โกสชฺชวเสเนว ลีโน สงฺกุจิโต มโน อสฺสาติ ลีนมโน. ทุกฺขีติ เจโตทุกฺเขน ทุกฺขี. ทุมฺมโนติ โทเสน ทุฏฺฐมโน, วิรูปมโน วา โทมนสฺสาภิภูตตาย. ปชฺฌายีติ วิปฺปฏิสารวเสน วหจฺฉินฺโน วิย คทฺรโภ ตํ ตํ จินฺตยิ.

๓๘. สหายกา ภิกฺขูติ ตํ เอวํภูตํ คณสงฺคณิกาปปญฺเจน วีตินาเมนฺตํ ทิสฺวา ยสฺส วิสฺสาสิกา กถาผาสุกา ภิกฺขู เต นํ เอตทโวจุํ. ปีณินฺทฺริโยติ ปสาทปติฏฺฐาโนกาสสฺส สมฺปุณฺณตฺตา ปริปุณฺณจกฺขุอาทิอินฺทฺริโย. โส ทานิ ตฺวนฺติ เอตฺถ ทานีติ นิปาโต, โส ปน ตฺวนฺติ วุตฺตํ โหติ. กจฺจิโน ตฺวนฺติ กจฺจิ นุ ตฺวํ. อนภิรโตติ อุกฺกณฺฐิโต; คิหิภาวํ ปตฺถยมาโนติ อตฺโถ. ตสฺมา ตเมว อนภิรตึ ปฏิกฺขิปนฺโต อาห – ‘‘น โข อหํ, อาวุโส, อนภิรโต’’ติ. อธิกุสลานํ ปน ธมฺมานํ ภาวนาย อภิรโตว อหนฺติ. อตฺถิ เม ปาปกมฺมํ กตนฺติ มยา กตํ เอกํ ปาปกมฺมํ อตฺถิ อุปลพฺภติ สํวิชฺชติ, นิจฺจกาลํ อภิมุขํ วิย เม ติฏฺฐติ. อถ นํ ปกาเสนฺโต ‘‘ปุราณทุติยิกายา’’ติอาทิมาห.

อลญฺหิ เต, อาวุโส สุทินฺน, กุกฺกุจฺจายาติ อาวุโส สุทินฺน, ตุเยฺหตํ ปาปกมฺมํ อลํ สมตฺถํ กุกฺกุจฺจาย; ปฏิพลํ กุกฺกุจฺจํ อุปฺปาเทตุนฺติ วุตฺตํ โหติ. ยํ ตฺวนฺติ อาทิมฺหิ เยน ปาเปน ตฺวํ น สกฺขิสฺสสิ พฺรหฺมจริยํ จริตุํ, ตํ เต ปาปํ อลํ กุกฺกุจฺจายาติ เอวํ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. อถ นํ อนุสาสนฺตา ‘‘นนุ อาวุโส ภควตา’’ติอาทิมาหํสุ. ตตฺถ นนูติ อนุมติคฺคหณตฺเถ นิปาโต. อเนกปริยาเยนาติ อเนกการเณน. วิราคายาติ วิราคตฺถาย. โน สราคายาติ โน ราเคน รชฺชนตฺถาย. ภควตา หิ ‘‘อิมํ เม ธมฺมํ สุตฺวา สตฺตา สพฺพภวโภเคสุ วิรชฺชิสฺสนฺติ, โน รชฺชิสฺสนฺตี’’ เอตทตฺถาย ธมฺโม เทสิโตติ อธิปฺปาโย. เอส นโย สพฺพปเทสุ. อิทํ ปเนตฺถ ปริยายวจนมตฺตํ. วิสํโยคายาติ กิเลเสหิ วิสํยุชฺชนตฺถาย. โน สํโยคายาติ น สํยุชฺชนตฺถาย. อนุปาทานายาติ อคฺคหณตฺถาย. โนสอุปาทานายาติ น สงฺคหณตฺถาย.

ตตฺถ นาม ตฺวนฺติ ตสฺมึ นาม ตฺวํ. สราคาย เจเตสฺสสีติ สห ราเคน วตฺตมานาย เมถุนธมฺมาย เจเตสฺสสิ กปฺเปสฺสสิ ปกปฺเปสฺสสิ; เอตทตฺถํ วายมิสฺสสีติ อตฺโถ. เอส นโย สพฺพตฺถ. ปุน ราควิราคาทีนิ นว ปทานิ นิพฺพตฺติตโลกุตฺตรนิพฺพานเมว สนฺธาย วุตฺตานิ. ตสฺมา ราควิราคายาติ วา มทนิมฺมทนายาติ วา วุตฺเตปิ ‘‘นิพฺพานตฺถายา’’ติ เอวเมว อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. นิพฺพานญฺหิ ยสฺมา ตํ อาคมฺม อารพฺภ ปฏิจฺจ ราโค วิรชฺชติ น โหติ, ตสฺมา ราควิราโคติ วุจฺจติ. ยสฺมา ปน ตํ อาคมฺม มานมท-ปุริสมทาทโย มทา นิมฺมทา อมทา โหนฺติ วินสฺสนฺติ, ตสฺมา มทนิมฺมทนนฺติ วุจฺจติ. ยสฺมา จ ตํ อาคมฺม สพฺพาปิ กามปิปาสา วินยํ อพฺภตฺถํ ยาติ, ตสฺมา ปิปาสวินโยติ วุจฺจติ. ยสฺมา ปน ตํ อาคมฺม ปญฺจ กามคุณาลยา สมุคฺฆาตํ คจฺฉนฺติ, ตสฺมา อาลยสมุคฺฆาโตติ วุจฺจติ. ยสฺมา จ ตํ อาคมฺม เตภูมกวฏฺฏํ อุปจฺฉิชฺชติ, ตสฺมา วฏฺฏุปจฺเฉโทติ วุจฺจติ. ยสฺมา ปน ตํ อาคมฺม สพฺพโส ตณฺหา ขยํ คจฺฉติ วิรชฺชติ นิรุชฺฌติ จ, ตสฺมา ตณฺหกฺขโย วิราโค นิโรโธติ วุจฺจติ. ยสฺมา ปเนตํ จตสฺโส โยนิโย, ปญฺจ คติโย, สตฺต วิญฺญาณฏฺฐิติโย, นว จ สตฺตาวาเส, อปราปรภาวาย วินนโต อาพนฺธนโต สํสิพฺพนโต วานนฺติ ลทฺธโวหาราย ตณฺหาย นิกฺขนฺตํ นิสฺสฏํ วิสํยุตฺตํ, ตสฺมา นิพฺพานนฺติ วุจฺจตีติ.

กามานํ ปหานํ อกฺขาตนฺติ วตฺถุกามานํ, กิเลสกามานญฺจ ปหานํ วุตฺตํ. กามสญฺญานํ ปริญฺญาติ สพฺพาสมฺปิ กามสญฺญานํ ญาตตีรณปหานวเสน ติวิธา ปริญฺญา อกฺขาตา. กามปิปาสานนฺติ กาเมสุ ปาตพฺยตานํ กาเม วา ปาตุมิจฺฉานํ. กามวิตกฺกานนฺติ กามุปสญฺหิตานํวิตกฺกานํ. กามปริฬาหานนฺติ ปญฺจกามคุณิกราควเสน อุปฺปนฺนปริฬาหานํ อนฺโตทาหานํ. อิเมสุ ปญฺจสุ ฐาเนสุ กิเลสกฺขยกโร โลกุตฺตรมคฺโคว กถิโต. สพฺพปฐเมสุ ปน ตีสุ ฐาเนสุ โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสโก มคฺโค กถิโตติ เวทิตพฺโพ.

เนตํ อาวุโสติ น เอตํ อาวุโส, ตว ปาปกมฺมํ อปฺปสนฺนานญฺจ ปสาทาย เอวรูปานํ ปสาทตฺถาย น โหติ. อถ เขฺวตนฺติ อถ โข เอตํ. อถ โข ตนฺติปิ ปาโฐ. อญฺญถตฺตายาติ ปสาทญฺญถาภาวาย วิปฺปฏิสาราย โหติ. เย มคฺเคน อนาคตสทฺธา, เตสํ วิปฺปฏิสารํ กโรติ – ‘‘อีทิเสปิ นาม ธมฺมวินเย มยํ ปสนฺนา, ยตฺเถวํ ทุปฺปฏิปนฺนา ภิกฺขู’’ติ. เย ปน มคฺเคนาคตสทฺธา, เตสํ สิเนรุ วิย วาเตหิ อจโล ปสาโท อีทิเสหิ วตฺถูหิ อิโต วา ทารุณตเรหิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘เอกจฺจานํ อญฺญถตฺตายา’’ติ.

๓๙. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุนฺติ ภควโต เอตํ อตฺถํ อาจิกฺขึสุ ปฏิเวทยึสุ. อาโรจยมานา จ เนว ปิยกมฺยตาย น เภทปุเรกฺขารตาย, น ตสฺสายสฺมโต อวณฺณปกาสนตฺถาย, น กลิสาสนาโรปนตฺถาย, นาปิ ‘‘อิทํ สุตฺวา ภควา อิมสฺส สาสเน ปติฏฺฐํ น ทสฺสติ, นิกฺกฑฺฒาเปสฺสติ น’’นฺติ มญฺญมานา อาโรเจสุํ. อถ โข ‘‘อิมํ สาสเน อุปฺปนฺนํ อพฺพุทํ ญตฺวา ภควา สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสฺสติ, เวลํ มริยาทํ อาณํ ฐเปสฺสตี’’ติ อาโรเจสุํ.

เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณติ เอตฺถ สุทินฺนสฺส อชฺฌาจารวีติกฺกโม สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา การณตฺตา นิทานญฺเจว ปกรณญฺจาติ วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ. การณญฺหิ ยสฺมา นิเทติ อตฺตโน ผลํ ‘‘คณฺหาถ น’’นฺติ ทสฺเสนฺตํ วิย อปฺเปติ, ปกโรติ จ นํ กตฺตุํ อารภติ, กโรติเยว วา; ตสฺมา นิทานญฺเจว ปกรณญฺจาติ วุจฺจติ. วิครหิ พุทฺโธ ภควาติ พุทฺโธ ภควา วิครหิ นินฺทิ; ยถา ตํ วณฺณาวณฺณารหานํ วณฺณญฺจ อวณฺณญฺจ ภณนฺเตสุ อคฺคปุคฺคโล. น หิ ภควโต สีลวีติกฺกมกรํ ปุคฺคลํ ทิสฺวา ‘‘อยํ ชาติยา วา โคตฺเตน วา โกลปุตฺติเยน วา คนฺเถน วา ธุตงฺเคน วา ญาโต ยสสฺสี อีทิสํ ปุคฺคลํ รกฺขิตุํ วฏฺฏตี’’ติ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ, นาปิ เปสลํ คุณวนฺตํ ทิสฺวา ตสฺส คุณํ ปฏิจฺฉาเทตุํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ. อถ โข ครหิตพฺพํ ครหติ เอว, ปสํสิตพฺพญฺจ ปสํสติ เอว, อยญฺจ ครหิตพฺโพ; ตสฺมา ตํ ตาทิลกฺขเณ ฐิโต อวิกมฺปมาเนน จิตฺเตน วิครหิ พุทฺโธ ภควา ‘‘อนนุจฺฉวิก’’นฺติอาทีหิ วจเนหิ.

ตตฺถายํ อตฺถวณฺณนา – ยทิทํ ตยา, โมฆปุริส, ตุจฺฉมนุสฺส กมฺมํ กตํ, ตํ สมณกรณานํ ธมฺมานํ มคฺคผลนิพฺพานสาสนานํ วา น อนุจฺฉวิกํ, เตสํ ฉวึ ฉายํ สุนฺทรภาวํ น อเนฺวติ นานุคจฺฉติ, อถ โข อารกาว เตหิ ธมฺเมหิ. อนนุจฺฉวิกตฺตา เอว จ อนนุโลมิกํ, เตสํ น อนุโลเมติ; อถ โข วิโลมํ ปจฺจนีกภาเว ฐิตํ. อนนุโลมิกตฺตา เอว จ อปฺปติรูปํ, ปติรูปํ สทิสํ ปฏิภาคํ น โหติ, อถ โข อสทิสํ อปฺปฏิภาคเมว. อปฺปติรูปตฺตา เอว จ อสฺสามณกํ, สมณานํ กมฺมํ น โหติ. อสฺสามณกตฺตา อกปฺปิยํ. ยญฺหิ สมณกมฺมํ น โหติ, ตํ เตสํ น กปฺปติ. อกปฺปิยตฺตา อกรณียํ. น หิ สมณา ยํ น กปฺปติ, ตํ กโรนฺติ. ตญฺเจตํ ตยา กตํ, ตสฺมา อนนุจฺฉวิกํ เต, โมฆปุริส, กตํ…เป… อกรณียนฺติ. กถญฺหิ นามาติ เกน นาม การเณน, กึ นาม การณํ ปสฺสนฺโตติ วุตฺตํ โหติ. ตโต การณาภาวํ ทสฺเสนฺโต ปรโต ‘‘นนุ มยา โมฆปุริสา’’ติอาทิมาห. ตํ สพฺพํ วุตฺตตฺถเมว.

อิทานิ ยสฺมา ยํ เตน ปาปกมฺมํ กตํ, ตํ วิปจฺจมานํ อติวิย ทุกฺขวิปากํ โหติ, ตสฺมาสฺส ตํ วิปากํ ทสฺเสตุํ กตาปราธํ วิย ปุตฺตํ อนุกมฺปกา มาตาปิตโร ทยาลุเกน จิตฺเตน สุทินฺนํ ปริภาสนฺโต ‘‘วรํ เต โมฆปุริสา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อาสุ สีฆํ เอตสฺส วิสํ อาคจฺฉตีติ อาสีวิโส. โฆรํ จณฺฑมสฺส วิสนฺติ โฆรวิโส, ตสฺส อาสีวิสสฺส โฆรวิสสฺส. ‘‘ปกฺขิตฺต’’นฺติ เอตสฺส ‘‘วร’’นฺติ อิมินา สมฺพนฺโธ. อีทิสสฺส อาสีวิสสฺส โฆรวิสสฺส มุเข องฺคชาตํ วรํ ปกฺขิตฺตํ; สเจ ปกฺขิตฺตํ ภเวยฺย, วรํ สิยา; สุนฺทรํ สาธุ สุฏฺฐุ สิยาติ อตฺโถ. น เตฺววาติ น ตุ เอว วรํ น สุนฺทรเมว น สาธุเมว น สุฏฺฐุเมว. เอส นโย สพฺพตฺถ. กณฺหสปฺปสฺสาติ กาฬสปฺปสฺส. องฺคารกาสุยาติ องฺคารปุณฺณกูเป, องฺคารราสิมฺหิ วา. อาทิตฺตายาติ ปทิตฺตาย คหิตอคฺคิวณฺณาย. สมฺปชฺชลิตายาติ สมนฺตโต ปชฺชลิตาย อจฺจิโย มุจฺจนฺติยา. สโชติภูตายาติ สปฺปภาย. สมนฺตโต อุฏฺฐิตาหิ ชาลาหิ เอกปฺปภาสมุทยภูตายาติ วุตฺตํ โหติ.

ตํ กิสฺส เหตูติ ยํ มยา วุตฺตํ ‘‘วร’’นฺติ ตํ กิสฺส เหตุ, กตเรน การเณนาติ เจ? มรณํ วา นิคจฺเฉยฺยาติ โย ตตฺถ องฺคชาตํ ปกฺขิเปยฺย, โส มรณํ วา นิคจฺเฉยฺย มรณมตฺตํ วา ทุกฺขํ. อิโตนิทานญฺจ โข…เป… อุปปชฺเชยฺยาติ ยํ อิทํ มาตุคามสฺส องฺคชาเต องฺคชาตปกฺขิปนํ, อิโตนิทานํ ตสฺส การโก ปุคฺคโล นิรยํ อุปปชฺเชยฺย; เอวํ กมฺมสฺส มหาสาวชฺชตํ ปสฺสนฺโต ตํ ครหิ, น ตสฺส ทุกฺขาคมํ อิจฺฉมาโน. ตตฺถ นาม ตฺวนฺติ ตสฺมึ นาม เอวรูเป กมฺเม เอวํ มหาสาวชฺเช สมาเนปิ ตฺวํ. ยํ ตฺวนฺติ เอตฺถ ยนฺติ หีฬนตฺเถ นิปาโต. ตฺวนฺติ ตํ-สทฺทสฺส เววจนํ; ทฺวีหิปิ ยํ วา ตํ วา หีฬิตมวญฺญาตนฺติ วุตฺตํ โหติ. อสทฺธมฺมนฺติ อสตํ นีจชนานํ ธมฺมํ; เตหิ เสวิตพฺพนฺติ อตฺโถ. คามธมฺมนฺติ คามานํ ธมฺมํ; คามวาสิกมนุสฺสานํ ธมฺมนฺติ วุตฺตํ โหติ. วสลธมฺมนฺติ ปาปธมฺเม วสนฺติ ปคฺฆรนฺตีติ วสลา, เตสํ วสลานํ หีนปุริสานํ ธมฺมํ, วสลํ วา กิเลสปคฺฆรณกํ ธมฺมํ. ทุฏฺฐุลฺลนฺติ ทุฏฺฐุ จ กิเลสทูสิตํ ถูลญฺจ อสุขุมํ, อนิปุณนฺติ วุตฺตํ โหติ. โอทกนฺติกนฺติ อุทกกิจฺจํ อนฺติกํ อวสานํ อสฺสาติ โอทกนฺติโก, ตํ โอทกนฺติกํ. รหสฺสนฺติ รโหภวํ, ปฏิจฺฉนฺเน โอกาเส อุปฺปชฺชนกํ. อยญฺหิ ธมฺโม ชิคุจฺฉนียตฺตา น สกฺกา อาวิ อญฺเญสํ ทสฺสนวิสเย กาตุํ, เตน วุตฺตํ – ‘‘รหสฺส’’นฺติ. ทฺวยํทฺวยสมาปตฺตินฺติ ทฺวีหิ ทฺวีหิ สมาปชฺชิตพฺพํ, ทฺวยํ ทฺวยํ สมาปตฺตินฺติปิ ปาโฐ. ทยํ ทยํ สมาปตฺตินฺติปิ ปฐนฺติ, ตํ น สุนฺทรํ. สมาปชฺชิสฺสสีติ เอตํ ‘‘ตตฺถ นาม ตฺว’’นฺติ เอตฺถ วุตฺตนามสทฺเทน โยเชตพฺพํ ‘‘สมาปชฺชิสฺสสิ นามา’’ติ.

พหูนํ โข…เป… อาทิกตฺตา ปุพฺพงฺคโมติ สาสนํ สนฺธาย วทติ. อิมสฺมึ สาสเน ตฺวํ พหูนํ ปุคฺคลานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ อาทิกตฺตา, สพฺพปฐมํ กรณโต; ปุพฺพงฺคโม สพฺพปฐมํ เอตํ มคฺคํ ปฏิปนฺนตฺตา; ทฺวารํทโท, อุปายทสฺสโกติ วุตฺตํ โหติ. อิมญฺหิ เลสํ ลทฺธา ตว อนุสิกฺขมานา พหู ปุคฺคลา นานปฺปการเก มกฺกฏิยา เมถุนปฏิเสวนาทิเก อกุสลธมฺเม กริสฺสนฺตีติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย.

อเนกปริยาเยนาติ อิเมหิ ‘‘อนนุจฺฉวิก’’นฺติอาทินา นเยน วุตฺเตหิ, พหูหิ การเณหิ. ทุพฺภรตาย…เป… โกสชฺชสฺส อวณฺณํ ภาสิตฺวาติ ทุพฺภรตาทีนํ วตฺถุภูตสฺส อสํวรสฺส อวณฺณํ นินฺทํ ครหํ ภาสิตฺวาติ อตฺโถ. ยสฺมา หิ อสํวเร ฐิตสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺตา ทุพฺภรตญฺเจว ทุปฺโปสตญฺจ อาปชฺชติ, ตสฺมา อสํวโร ‘‘ทุพฺภรตา, ทุปฺโปสตา’’ติ จ วุจฺจติ. ยสฺมา ปน อสํวเร ฐิตสฺส อตฺตา จตูสุ ปจฺจเยสุ มหิจฺฉตํ สิเนรุปฺปมาเณปิ จ ปจฺจเย ลทฺธา อสนฺตุฏฺฐิตํ อาปชฺชติ, ตสฺมา อสํวโร ‘‘มหิจฺฉตา, อสนฺตุฏฺฐิตา’’ติ จ วุจฺจติ. ยสฺมา จ อสํวเร ฐิตสฺส อตฺตา คณสงฺคณิกาย เจว กิเลสสงฺคณิกาย จ สํวตฺตติ, โกสชฺชานุคโต จ โหติ อฏฺฐกุสีตวตฺถุปาริปูริยา สํวตฺตติ, ตสฺมา อสํวโร ‘‘สงฺคณิกา, เจว โกสชฺชญฺจา’’ติ วุจฺจติ.

สุภรตาย…เป… วีริยารมฺภสฺส วณฺณํ ภาสิตฺวาติ สุภรตาทีนํ วตฺถุภูตสฺส สํวรสฺส วณฺณํ ภาสิตฺวาติ อตฺโถ. ยสฺมา หิ อสํวรํ ปหาย สํวเร ฐิตสฺส อตฺตา สุภโร โหติ สุโปโส, จตูสุ จ ปจฺจเยสุ อปฺปิจฺฉตํ นิตฺตณฺหภาวํ อาปชฺชติ, เอกเมกสฺมิญฺจ ปจฺจเย ยถาลาภ-ยถาพล-ยถาสารุปฺปวเสน ติปฺปเภทาย สนฺตุฏฺฐิยา สํวตฺตติ, ตสฺมา สํวโร ‘‘สุภรตา เจว สุโปสตา จ อปฺปิจฺโฉ จ สนฺตุฏฺโฐ จา’’ติ วุจฺจติ.

ยสฺมา ปน อสํวรํ ปหาย สํวเร ฐิตสฺส อตฺตา กิเลสสลฺเลขนตาย เจว นิทฺธุนนตาย จ สํวตฺตติ, ตสฺมา สํวโร ‘‘สลฺเลโข จ ธุโต จา’’ติ วุจฺจติ.

ยสฺมา จ อสํวรํ ปหาย สํวเร ฐิตสฺส อตฺตา กายวาจานํ อปฺปาสาทิกํ อปฺปสาทนียํ อสนฺตํ อสารุปฺปํ กายวจีทุจฺจริตํ จิตฺตสฺส อปฺปาสาทิกํ อปฺปสาทนียํ อสนฺตํ อสารุปฺปํ อกุสลวิตกฺกตฺตยญฺจ อนุปคมฺม ตพฺพิปรีตสฺส กายวจีสุจริตสฺส เจว กุสลวิตกฺกตฺตยสฺส จ ปาสาทิกสฺส ปสาทนียสฺส สนฺตสฺส สารุปฺปสฺส ปาริปูริยา สํวตฺตติ, ตสฺมา สํวโร ‘‘ปาสาทิโก’’ติ วุจฺจติ.

ยสฺมา ปน อสํวรํ ปหาย สํวเร ฐิตสฺส อตฺตา สพฺพกิเลสาปจยภูตาย, วิวฏฺฏาย, อฏฺฐวีริยารมฺภวตฺถุปาริปูริยา จ สํวตฺตติ, ตสฺมา สํวโร ‘‘อปจโย เจว วีริยารมฺโภ จา’’ติ วุจฺจตีติ.

ภิกฺขูนํ ตทนุจฺฉวิกํ ตทนุโลมิกนฺติ ตตฺถ สนฺนิปติตานํ ภิกฺขูนํ ยํ อิทานิ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสฺสติ, ตสฺส อนุจฺฉวิกญฺเจว อนุโลมิกญฺจ. โย วา อยํ สุภรตาทีหิ สํวโร วุตฺโต, ตสฺส อนุจฺฉวิกญฺเจว อนุโลมิกญฺจ สํวรปฺปหานปฏิสํยุตฺตํ อสุตฺตนฺตวินิพทฺธํ ปาฬิวินิมุตฺตํ โอกฺกนฺติกธมฺมเทสนํ กตฺวาติ อตฺโถ. ภควา กิร อีทิเสสุ ฐาเนสุ ปญฺจวณฺณกุสุมมาลํ กโรนฺโต วิย, รตนทามํ สชฺเชนฺโต วิย, จ เย ปฏิกฺขิปนาธิปฺปายา อสํวราภิรตา เต สมฺปรายิเกน วฏฺฏภเยน ตชฺเชนฺโต อเนกปฺปการํ อาทีนวํ ทสฺเสนฺโต, เย สิกฺขากามา สํวเร ฐิตา เต อปฺเปกจฺเจ อรหตฺเต ปติฏฺฐเปนฺโต อปฺเปกจฺเจ อนาคามิ-สกทาคามิ-โสตาปตฺติผเลสุ อุปนิสฺสยวิรหิเตปิ สคฺคมคฺเค ปติฏฺฐเปนฺโต ทีฆนิกายปฺปมาณมฺปิ มชฺฌิมนิกายปฺปมาณมฺปิ ธมฺมเทสนํ กโรติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ – ‘‘ภิกฺขูนํ ตทนุจฺฉวิกํ ตทนุโลมิกํ ธมฺมึ กถํ กตฺวา’’ติ.

เตน หีติ เตน สุทินฺนสฺส อชฺฌาจาเรน การณภูเตน. สิกฺขาปทนฺติ เอตฺถ สิกฺขิตพฺพาติ สิกฺขา, ปชฺชเต อิมินาติ ปทํ, สิกฺขาย ปทํ สิกฺขาปทํ; สิกฺขาย อธิคมุปาโยติ อตฺโถ. อถ วา มูลํ นิสฺสโย ปติฏฺฐาติ วุตฺตํ โหติ. เมถุนวิรติยา เมถุนสํวรสฺเสตํ อธิวจนํ. เมถุนสํวโร หิ ตทญฺเญสํ สิกฺขาสงฺขาตานํ สีลวิปสฺสนาฌานมคฺคธมฺมานํ วุตฺตตฺถวเสน ปทตฺตา อิธ ‘‘สิกฺขาปท’’นฺติ อธิปฺเปโต. อยญฺจ อตฺโถ สิกฺขาปทวิภงฺเค วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. อปิจ ตสฺสตฺถสฺส ทีปกํ วจนมฺปิ ‘‘สิกฺขาปท’’นฺติ เวทิตพฺพํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ – ‘‘สิกฺขาปทนฺติ โย ตตฺถ นามกาโย ปทกาโย นิรุตฺติกาโย พฺยญฺชนกาโย’’ติ. อถ วา ยถา ‘‘อนภิชฺฌา ธมฺมปท’’นฺติ วุตฺเต อนภิชฺฌา เอโก ธมฺมโกฏฺฐาโสติ อตฺโถ โหติ, เอวมิธาปิ ‘‘สิกฺขาปท’’นฺติ สิกฺขาโกฏฺฐาโส สิกฺขาย เอโก ปเทโสติปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

ทสอตฺถวเส ปฏิจฺจาติ ทส การณวเส สิกฺขาปทปญฺญตฺติเหตุ อธิคมนีเย หิตวิเสเส ปฏิจฺจ อาคมฺม อารพฺภ, ทสนฺนํ หิตวิเสสานํ นิปฺผตฺตึ สมฺปสฺสมาโนติ วุตฺตํ โหติ. อิทานิ เต ทส อตฺถวเส ทสฺเสนฺโต ‘‘สงฺฆสุฏฺฐุตายา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สงฺฆสุฏฺฐุตา นาม สงฺฆสฺส สุฏฺฐุภาโว, ‘‘สุฏฺฐุ เทวา’’ติ อาคตฏฺฐาเน วิย ‘‘สุฏฺฐุ, ภนฺเต’’ติ วจนสมฺปฏิจฺฉนภาโว. โย จ ตถาคตสฺส วจนํ สมฺปฏิจฺฉติ, ตสฺส ตํ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย โหติ, ตสฺมา สงฺฆสฺส ‘‘สุฏฺฐุ, ภนฺเต’’ติ มม วจนสมฺปฏิจฺฉนตฺถํ ปญฺญเปสฺสามิ, อสมฺปฏิจฺฉเน อาทีนวํ สมฺปฏิจฺฉเน จ อานิสํสํ ทสฺเสตฺวา, น พลกฺกาเรน อภิภวิตฺวาติ เอตมตฺถํ อาวิกโรนฺโต อาห – ‘‘สงฺฆสุฏฺฐุตายา’’ติ. สงฺฆผาสุตายาติ สงฺฆสฺส ผาสุภาวาย; สหชีวิตาย สุขวิหารตฺถายาติ อตฺโถ.

ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหายาติ ทุมฺมงฺกู นาม ทุสฺสีลปุคฺคลา; เย มงฺกุตํ อาปาทิยมานาปิ ทุกฺเขน อาปชฺชนฺติ, วีติกฺกมํ กโรนฺตา วา กตฺวา วา น ลชฺชนฺติ, เตสํ นิคฺคหตฺถาย; เต หิ สิกฺขาปเท อสติ ‘‘กึ ตุเมฺหหิ ทิฏฺฐํ, กึ สุตํ – กึ อเมฺหหิ กตํ; กตรสฺมึ วตฺถุสฺมึ กตมํ อาปตฺตึ อาโรเปตฺวา อเมฺห นิคฺคณฺหถา’’ติ สงฺฆํ วิเหเฐสฺสนฺติ, สิกฺขาปเท ปน สติ เต สงฺโฆ สิกฺขาปทํ ทสฺเสตฺวา ธมฺเมน วินเยน สตฺถุสาสเนน นิคฺคเหสฺสติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหายา’’ติ.

เปสลานํ ภิกฺขูนํ ผาสุวิหารายาติ เปสลานํ ปิยสีลานํ ภิกฺขูนํ ผาสุวิหารตฺถาย. ปิยสีลา หิ ภิกฺขู กตฺตพฺพากตฺตพฺพํ สาวชฺชานวชฺชํ เวลํ มริยาทํ อชานนฺตา สิกฺขตฺตยปาริปูริยา ฆฏมานา กิลมนฺติ, สนฺทิฏฺฐมานา อุพฺพาฬฺหา โหนฺติ. กตฺตพฺพากตฺตพฺพํ ปน สาวชฺชานวชฺชํ เวลํ มริยาทํ ญตฺวา สิกฺขตฺตยปาริปูริยา ฆฏมานา น กิลมนฺติ, สนฺทิฏฺฐมานา น อุพฺพาฬฺหา โหนฺติ. เตน เนสํ สิกฺขาปทปญฺญาปนา ผาสุวิหาราย สํวตฺตติ. โย วา ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคโห, เสฺวว เอเตสํ ผาสุวิหาโร. ทุสฺสีลปุคฺคเล นิสฺสาย หิ อุโปสโถ น ติฏฺฐติ, ปวารณา น ติฏฺฐติ, สงฺฆกมฺมานิ นปฺปวตฺตนฺติ, สามคฺคี น โหติ, ภิกฺขู อเนกคฺคา อุทฺเทสปริปุจฺฉากมฺมฏฺฐานาทีนิ อนุยุญฺชิตุํ น สกฺโกนฺติ. ทุสฺสีเลสุ ปน นิคฺคหิเตสุ สพฺโพปิ อยํ อุปทฺทโว น โหติ. ตโต เปสลา ภิกฺขู ผาสุ วิหรนฺติ. เอวํ ‘‘เปสลานํ ภิกฺขูนํ ผาสุ วิหารายา’’ติ เอตฺถ ทฺวิธา อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวรายาติ ทิฏฺฐธมฺมิกา อาสวา นาม อสํวเร ฐิเตน ตสฺมิญฺเญว อตฺตภาเว ปตฺตพฺพา ปาณิปฺปหาร-ทณฺฑปฺปหาร-หตฺถจฺเฉท-ปาทจฺเฉท-อกิตฺติ-อยสวิปฺปฏิสาราทโย ทุกฺขวิเสสา. อิติ อิเมสํ ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย ปิธานาย อาคมนมคฺคถกนายาติ อตฺโถ.

สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตายาติ สมฺปรายิกา อาสวา นาม อสํวเร ฐิเตน กตปาปกมฺมมูลกา สมฺปราเย นรกาทีสุ ปตฺตพฺพา ทุกฺขวิเสสา, เตสํ ปฏิฆาตตฺถาย ปฏิปฺปสฺสมฺภนตฺถาย วูปสมตฺถายาติ วุตฺตํ โหติ.

อปฺปสนฺนานํ ปสาทายาติ สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา หิ สติ สิกฺขาปทปญฺญตฺตึ ญตฺวา วา ยถาปญฺญตฺตํ ปฏิปชฺชมาเน ภิกฺขู ทิสฺวา วา เยปิ อปฺปสนฺนา ปณฺฑิตมนุสฺสา, เต ‘‘ยานิ วต โลเก มหาชนสฺส รชฺชน-ทุสฺสน-มุยฺหนฏฺฐานานิ, เตหิ อิเม สมณา สกฺยปุตฺติยา อารกา วิรตา วิหรนฺติ, ทุกฺกรํ วต กโรนฺติ, ภาริยํ วต กโรนฺตี’’ติ ปสาทํ อาปชฺชนฺติ, วินยปิฏเก โปตฺถกํ ทิสฺวา มิจฺฉาทิฏฺฐิก-ติเวที พฺราหฺมโณ วิย. เตน วุตฺตํ – ‘‘อปฺปสนฺนานํ ปสาทายา’’ติ.

ปสนฺนานํ ภิยฺโยภาวายาติ เยปิ สาสเน ปสนฺนา กุลปุตฺตา เตปิ สิกฺขาปทปญฺญตฺตึ ญตฺวา ยถาปญฺญตฺตํ ปฏิปชฺชมาเน ภิกฺขู วา ทิสฺวา ‘‘อโห อยฺยา ทุกฺกรการิโน, เย ยาวชีวํ เอกภตฺตํ พฺรหฺมจริยํ วินยสํวรํ อนุปาเลนฺตี’’ติ ภิยฺโย ภิยฺโย ปสีทนฺติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ปสนฺนานํ ภิยฺโยภาวายา’’ติ.

สทฺธมฺมฏฺฐิติยาติ ติวิโธ สทฺธมฺโม – ปริยตฺติสทฺธมฺโม, ปฏิปตฺติสทฺธมฺโม, อธิคมสทฺธมฺโมติ. ตตฺถ ปิฏกตฺตยสงฺคหิตํ สพฺพมฺปิ พุทฺธวจนํ ‘‘ปริยตฺติสทฺธมฺโม’’ นาม. เตรส ธุตคุณา, จุทฺทส ขนฺธกวตฺตานิ, เทฺวอสีติ มหาวตฺตานิ, สีลสมาธิวิปสฺสนาติ อยํ ‘‘ปฏิปตฺติสทฺธมฺโม’’ นาม. จตฺตาโร อริยมคฺคา จตฺตาริ จ สามญฺญผลานิ นิพฺพานญฺจาติ อยํ ‘‘อธิคมสทฺธมฺโม’’ นาม. โส สพฺโพปิ ยสฺมา สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา สติ ภิกฺขู สิกฺขาปทญฺจ ตสฺส วิภงฺคญฺจ ตทตฺถโชตนตฺถํ อญฺญญฺจ พุทฺธวจนํ ปริยาปุณนฺติ, ยถาปญฺญตฺตญฺจ ปฏิปชฺชมานา ปฏิปตฺตึ ปูเรตฺวา ปฏิปตฺติยา อธิคนฺตพฺพํ โลกุตฺตรธมฺมํ อธิคจฺฉนฺติ, ตสฺมา สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา จิรฏฺฐิติโก โหติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘สทฺธมฺมฏฺฐิติยา’’ติ.

วินยานุคฺคหายาติ สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา หิ สติ สํวรวินโย จ ปหานวินโย จ สมถวินโย จ ปญฺญตฺติวินโย จาติ จตุพฺพิโธปิ วินโย อนุคฺคหิโต โหติ อุปตฺถมฺภิโต สูปตฺถมฺภิโต. เตน วุตฺตํ – ‘‘วินยานุคฺคหายา’’ติ.

สพฺพาเนว เจตานิ ปทานิ ‘‘สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสฺสามี’’ติ อิมินา วจเนน สทฺธึ โยเชตพฺพานิ. ตตฺรายํ ปฐมปจฺฉิมปทโยชนา – ‘‘สงฺฆสุฏฺฐุตาย สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสฺสามิ, วินยานุคฺคหาย สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสฺสามี’’ติ.

อปิ เจตฺถ ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ ตํ สงฺฆผาสุ, ยํ สงฺฆผาสุ ตํ ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหายาติ เอวํ สงฺขลิกนยํ; ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ ตํ สงฺฆผาสุ, ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ ตํ ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหายาติ เอวญฺจ เอเกกปทมูลิกํ ทสกฺขตฺตุํ โยชนํ กตฺวา ยํ วุตฺตํ ปริวาเร (ปริ. ๓๓๔) –

‘‘อตฺถสตํ ธมฺมสตํ, เทฺว จ นิรุตฺติสตานิ;

จตฺตาริ ญาณสตานิ, อตฺถวเส ปกรเณ’’ติ.

ตํ สพฺพํ เวทิตพฺพํ. ตํ ปเนตํ ยสฺมา ปริวาเรเยว อาวิ ภวิสฺสติ, ตสฺมา อิธ น วณฺณิตนฺติ.

เอวํ สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา อานิสํสํ ทสฺเสตฺวา ตสฺมึ สิกฺขาปเท ภิกฺขูหิ กตฺตพฺพกิจฺจํ ทีเปนฺโต ‘‘เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถา’’ติ อาห. กึ วุตฺตํ โหติ? ภิกฺขเว, อิมํ ปน มยา อิติ สนฺทสฺสิตานิสํสํ สิกฺขาปทํ เอวํ ปาติโมกฺขุทฺเทเส อุทฺทิเสยฺยาถ จ ปริยาปุเณยฺยาถ จ ธาเรยฺยาถ จ อญฺเญสญฺจ วาเจยฺยาถาติ. อติเรกานยนตฺโถ หิ เอตฺถ จ สทฺโท, เตนายมตฺโถ อานีโต โหตีติ.

อิทานิ ยํ วุตฺตํ ‘‘อิมํ สิกฺขาปท’’นฺติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘โย ปน ภิกฺขุ เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺย, ปาราชิโก โหติ อสํวาโส’’ติ อาห. เอวํ มูลจฺเฉชฺชวเสน ทฬฺหํ กตฺวา ปฐมปาราชิเก ปญฺญตฺเต อปรมฺปิ อนุปญฺญตฺตตฺถาย มกฺกฏีวตฺถุ อุทปาทิ. ตสฺสุปฺปตฺติทีปนตฺถเมตํ วุตฺตํ – เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหตีติ. ตสฺสตฺโถ – ภควตา ภิกฺขูนํ อิทํ สิกฺขาปทํ เอวํ ปญฺญตฺตํ โหติ จ, อิทญฺจ อญฺญํ วตฺถุ อุทปาทีติ.

ปฐมปญฺญตฺติกถา นิฏฺฐิตา.

สุทินฺนภาณวารํ นิฏฺฐิตํ.