ทุติยสงฺคีติกถา

ทุติยสงฺคีติวิชานนตฺถํ ปน อยมนุกฺกโม เวทิตพฺโพ. ยทา หิ –

สงฺคายิตฺวาน สทฺธมฺมํ, โชตยิตฺวา จ สพฺพธิ;

ยาว ชีวิตปริยนฺตํ, ฐตฺวา ปญฺจสตาปิ เต.

ขีณาสวา ชุตีมนฺโต, เถรา กสฺสปอาทโย;

ขีณเสฺนหปทีปาว, นิพฺพายึสุ อนาลยา.

อถานุกฺกเมน คจฺฉนฺเตสุ รตฺตินฺทิเวสุ วสฺสสตปรินิพฺพุเต ภควติ เวสาลิกา วชฺชิปุตฺตกา ภิกฺขู เวสาลิยํ ‘‘กปฺปติ สิงฺคีโลณกปฺโป, กปฺปติ ทฺวงฺคุลกปฺโป, กปฺปติ คามนฺตรกปฺโป, กปฺปติ อาวาสกปฺโป, กปฺปติ อนุมติกปฺโป, กปฺปติ อาจิณฺณกปฺโป, กปฺปติ อมถิตกปฺโป, กปฺปติ ชโฬคึ ปาตุํ, กปฺปติ อทสกํ นิสีทนํ, กปฺปติ ชาตรูปรชต’’นฺติ อิมานิ ทส วตฺถูนิ ทีเปสุํ. เตสํ สุสุนาคปุตฺโต กาฬาโสโก นาม ราชา ปกฺโข อโหสิ.

เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา ยโส กากณฺฑกปุตฺโต วชฺชีสุ จาริกํ จรมาโน ‘‘เวสาลิกา กิร วชฺชิปุตฺตกา ภิกฺขู เวสาลิยํ ทส วตฺถูนิ ทีเปนฺตี’’ติ สุตฺวา ‘‘น โข ปเนตํ ปติรูปํ ยฺวาหํ ทสพลสฺส สาสนวิปตฺตึ สุตฺวา อปฺโปสฺสุกฺโก ภเวยฺยํ. หนฺทาหํ อธมฺมวาทิโน นิคฺคเหตฺวา ธมฺมํ ทีเปมี’’ติ จินฺเตนฺโต เยน เวสาลี ตทวสริ. ตตฺร สุทํ อายสฺมา ยโส กากณฺฑกปุตฺโต เวสาลิยํ วิหรติ มหาวเน กูฏาคารสาลายํ.

เตน โข ปน สมเยน เวสาลิกา วชฺชิปุตฺตกา ภิกฺขู ตทหุโปสเถ กํสปาตึ อุทเกน ปูเรตฺวา มชฺเฌ ภิกฺขุสงฺฆสฺส ฐเปตฺวา อาคตาคเต เวสาลิเก อุปาสเก เอวํ วทนฺติ – ‘‘เทถาวุโส, สงฺฆสฺส กหาปณมฺปิ อฑฺฒมฺปิ ปาทมฺปิ มาสกรูปมฺปิ, ภวิสฺสติ สงฺฆสฺส ปริกฺขาเรน กรณีย’’นฺติ สพฺพํ ตาว วตฺตพฺพํ, ยาว ‘‘อิมาย ปน วินยสงฺคีติยา สตฺต ภิกฺขุสตานิ อนูนานิ อนธิกานิ อเหสุํ, ตสฺมา อยํ ทุติยสงฺคีติ สตฺตสติกาติ วุจฺจตี’’ติ.

เอวํ ตสฺมิญฺจ สนฺนิปาเต ทฺวาทส ภิกฺขุสตสหสฺสานิ สนฺนิปตึสุ อายสฺมตา ยเสน สมุสฺสาหิตา. เตสํ มชฺเฌ อายสฺมตา เรวเตน ปุฏฺเฐน สพฺพกามิตฺเถเรน วินยํ วิสฺสชฺเชนฺเตน ตานิ ทส วตฺถูนิ วินิจฺฉิตานิ, อธิกรณํ วูปสมิตํ. อถ เถรา ‘‘ปุน ธมฺมญฺจ วินยญฺจ สงฺคายิสฺสามา’’ติ ติปิฏกธเร ปตฺตปฏิสมฺภิเท สตฺตสเต ภิกฺขู อุจฺจินิตฺวา เวสาลิยํ วาลิการาเม สนฺนิปติตฺวา มหากสฺสปตฺเถเรน สงฺคายิตสทิสเมว สพฺพํ สาสนมลํ โสเธตฺวา ปุน ปิฏกวเสน นิกายวเสน องฺควเสน ธมฺมกฺขนฺธวเสน จ สพฺพํ ธมฺมญฺจ วินยญฺจ สงฺคายึสุ. อยํ สงฺคีติ อฏฺฐหิ มาเสหิ นิฏฺฐิตา. ยา โลเก –

สเตหิ สตฺตหิ กตา, เตน สตฺตสตาติ จ;

ปุพฺเพ กตํ อุปาทาย, ทุติยาติ จ วุจฺจตีติ.

สา ปนายํ –

เยหิ เถเรหิ สงฺคีตา, สงฺคีติ เตสุ วิสฺสุตา;

สพฺพกามี จ สาโฬฺห จ, เรวโต ขุชฺชโสภิโต.

ยโส จ สาณสมฺภูโต, เอเต สทฺธิวิหาริกา;

เถรา อานนฺทเถรสฺส, ทิฏฺฐปุพฺพา ตถาคตํ.

สุมโน วาสภคามี จ, เญยฺยา สทฺธิวิหาริกา;

เทฺว อิเม อนุรุทฺธสฺส, ทิฏฺฐปุพฺพา ตถาคตํ.

ทุติโย ปน สงฺคีโต, เยหิ เถเรหิ สงฺคโห;

สพฺเพปิ ปนฺนภารา เต, กตกิจฺจา อนาสวาติ.

อยํ ทุติยสงฺคีติ.

เอวมิมํ ทุติยสงฺคีตึ สงฺคายิตฺวา เถรา ‘‘อุปฺปชฺชิสฺสติ นุ โข อนาคเตปิ สาสนสฺส เอวรูปํ อพฺพุท’’นฺติ โอโลกยมานา อิมํ อทฺทสํสุ – ‘‘อิโต วสฺสสตสฺส อุปริ อฏฺฐารสเม วสฺเส ปาฏลิปุตฺเต ธมฺมาโสโก นาม ราชา อุปฺปชฺชิตฺวา สกลชมฺพุทีเป รชฺชํ กาเรสฺสติ. โส พุทฺธสาสเน ปสีทิตฺวา มหนฺตํ ลาภสกฺการํ ปวตฺตยิสฺสติ. ตโต ติตฺถิยา ลาภสกฺการํ ปตฺถยมานา สาสเน ปพฺพชิตฺวา สกํ สกํ ทิฏฺฐึ ปริทีเปสฺสนฺติ. เอวํ สาสเน มหนฺตํ อพฺพุทํ อุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ. อถ เนสํ เอตทโหสิ – ‘‘กินฺนุ โข มยํ เอตสฺมึ อพฺพุเท อุปฺปนฺเน สมฺมุขา ภวิสฺสาม, น ภวิสฺสามา’’ติ. อถ เต สพฺเพว ตทา อตฺตโน อสมฺมุขภาวํ ญตฺวา ‘‘โก นุ โข ตํ อธิกรณํ วูปสเมตุํ สมตฺโถ ภวิสฺสตี’’ติ สกลํ มนุสฺสโลกํ ฉกามาวจรเทวโลกญฺจ โอโลเกนฺตา น กญฺจิ ทิสฺวา พฺรหฺมโลเก ติสฺสํ นาม มหาพฺรหฺมานํ อทฺทสํสุ ปริตฺตายุกํ อุปริพฺรหฺมโลกูปปตฺติยา ภาวิตมคฺคํ. ทิสฺวาน เนสํ เอตทโหสิ – ‘‘สเจ มยํ เอตสฺส พฺรหฺมุโน มนุสฺสโลเก นิพฺพตฺตนตฺถาย อุสฺสาหํ กเรยฺยาม, อทฺธา เอส โมคฺคลิพฺราหฺมณสฺส เคเห ปฏิสนฺธึ คเหสฺสติ. ตโต จ มนฺเตหิ ปโลภิโต นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชิสฺสติ. โส เอวํ ปพฺพชิตฺวา สกลํ พุทฺธวจนํ อุคฺคเหตฺวา อธิคตปฏิสมฺภิโท หุตฺวา ติตฺถิเย มทฺทิตฺวา ตํ อธิกรณํ วินิจฺฉิตฺวา สาสนํ ปคฺคณฺหิสฺสตี’’ติ.

เต พฺรหฺมโลกํ คนฺตฺวา ติสฺสํ มหาพฺรหฺมานํ เอตทโวจุํ – ‘‘อิโต วสฺสสตสฺส อุปริ อฏฺฐารสเม วสฺเส สาสเน มหนฺตํ อพฺพุทํ อุปฺปชฺชิสฺสติ. มยญฺจ สกลํ มนุสฺสโลกํ ฉกามาวจรเทวโลกญฺจ โอโลกยมานา กญฺจิ สาสนํ ปคฺคเหตุํ สมตฺถํ อทิสฺวา พฺรหฺมโลกํ วิจินนฺตา ภวนฺตเมว อทฺทสาม. สาธุ, สปฺปุริส, มนุสฺสโลเก นิพฺพตฺติตฺวา ทสพลสฺส สาสนํ ปคฺคณฺหิตุํ ปฏิญฺญํ เทหี’’ติ.

เอวํ วุตฺเต มหาพฺรหฺมา, ‘‘อหํ กิร สาสเน อุปฺปนฺนํ อพฺพุทํ โสเธตฺวา สาสนํ ปคฺคเหตุํ สมตฺโถ ภวิสฺสามี’’ติ หฏฺฐปหฏฺโฐ อุทคฺคุทคฺโค หุตฺวา, ‘‘สาธู’’ติ ปฏิสฺสุณิตฺวา ปฏิญฺญํ อทาสิ. เถรา พฺรหฺมโลเก ตํ กรณียํ ตีเรตฺวา ปุน ปจฺจาคมึสุ.

เตน โข ปน สมเยน สิคฺควตฺเถโร จ จณฺฑวชฺชิตฺเถโร จ เทฺวปิ นวกา โหนฺติ ทหรภิกฺขู ติปิฏกธรา ปตฺตปฏิสมฺภิทา ขีณาสวา, เต ตํ อธิกรณํ น สมฺปาปุณึสุ. เถรา ‘‘ตุเมฺห, อาวุโส, อมฺหากํ อิมสฺมึ อธิกรเณ โน สหายกา อหุวตฺถ, เตน โว อิทํ ทณฺฑกมฺมํ โหตุ – ‘ติสฺโส นาม พฺรหฺมา โมคฺคลิพฺราหฺมณสฺส เคเห ปฏิสนฺธึ คณฺหิสฺสติ, ตํ ตุมฺหากํ เอโก นีหริตฺวา ปพฺพาเชตุ, เอโก พุทฺธวจนํ อุคฺคณฺหาเปตู’’’ติ วตฺวา สพฺเพปิ ยาวตายุกํ ฐตฺวา –

สพฺพกามิปฺปภุตโย, เตปิ เถรา มหิทฺธิกา;

อคฺคิกฺขนฺธาว โลกมฺหิ, ชลิตฺวา ปรินิพฺพุตา.

ทุติยํ สงฺคหํ กตฺวา, วิโสเธตฺวาน สาสนํ;

อนาคเตปิ กตฺวาน, เหตุํ สทฺธมฺมสุทฺธิยา.

ขีณาสวา วสิปฺปตฺถา, ปภินฺนปฏิสมฺภิทา;

อนิจฺจตาวสํ เถรา, เตปิ นาม อุปาคตา.

เอวํ อนิจฺจตํ ชมฺมึ, ญตฺวา ทุรภิสมฺภวํ;

ตํ ปตฺตุํ วายเม ธีโร, ยํ นิจฺจํ อมตํ ปทนฺติ.

เอตฺตาวตา สพฺพากาเรน ทุติยสงฺคีติวณฺณนา นิฏฺฐิตา โหติ.

ทุติยสงฺคีติกถา นิฏฺฐิตา