๖. เสนาสนกฺขนฺธกํ

วิหารานุชานนกถา

๒๙๔. เสนาสนกฺขนฺธเก – อปญฺญตฺตํ โหตีติ อนนุญฺญาตํ โหติ. วิหาโร นาม อฑฺฒโยคาทิมุตฺตโก อวเสสาวาโส. อฑฺฒโยโคติ สุปณฺณวงฺกเคหํ. ปาสาโทติ ทีฆปาสาโท. หมฺมิยนฺติ อุปริอากาสตเล ปติฏฺฐิตกูฏาคาโร ปาสาโทเยว. คุหาติ อิฏฺฐกาคุหา สิลาคุหา ทารุคุหา ปํสุคุหา. อาคตานาคตสฺส จาตุทฺทิสสฺส สงฺฆสฺสาติ อาคตสฺส จ อนาคตสฺส จ จตูสุ ทิสาสุ อปฺปฏิหตจารสฺส จาตุทฺทิสสฺส สงฺฆสฺส.

๒๙๕. อนุโมทนคาถาสุ – สีตํ อุณฺหนฺติ อุตุวิสภาควเสน วุตฺตํ. สิสิเร จาปิ วุฏฺฐิโยติ เอตฺถ สิสิโรติ สมฺผุสิตกวาโต วุจฺจติ. วุฏฺฐิโยติ อุชุกเมฆวุฏฺฐิโย เอว. เอตานิ สพฺพานิ ปฏิหนฺตีติ อิมินาว ปเทน โยเชตพฺพานิ.

ปฏิหญฺญตีติ วิหาเรน ปฏิหญฺญติ. เลณตฺถนฺติ นิลียนตฺถํ. สุขตฺถนฺติ สีตาทิปริสฺสยาภาเวน สุขวิหารตฺถํ. ฌายิตุญฺจ วิปสฺสิตุนฺติ อิทมฺปิ ปททฺวยํ ‘‘สุขตฺถญฺจา’’ติ อิมินาว ปเทน โยเชตพฺพํ. อิทญฺหิ วุตฺตํ โหติ – สุขตฺถญฺจ วิหารทานํ, กตมํ สุขตฺถํ? ฌายิตุํ วิปสฺสิตุญฺจ ยํ สุขํ, ตทตฺถํ. อถ วา ปรปเทนปิ โยเชตพฺพํ – ฌายิตุญฺจ วิปสฺสิตุญฺจ วิหารทานํ; อิธ ฌายิสฺสนฺติ วิปสฺสิสฺสนฺตีติ ททโต วิหารทานํ สงฺฆสฺส อคฺคํ พุทฺเธน วณฺณิตํ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘โส จ สพฺพทโท โหติ, โย ททาติ อุปสฺสย’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๔๒).

ยสฺมา จ อคฺคํ วณฺณิตํ, ‘‘ตสฺมา หิ ปณฺฑิโต โปโส’’ติ คาถา. วาสเยตฺถ พหุสฺสุเตติ เอตฺถ วิหาเร ปริยตฺติพหุสฺสุเต จ ปฏิเวธพหุสฺสุเต จ วาเสยฺย. เตสํ อนฺนญฺจาติ ยํ เตสํ อนุจฺฉวิกํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ วตฺถานิ จ มญฺจปีฐาทิเสนาสนานิ จ, ตํ สพฺพํ เตสุ อุชุภูเตสุ อกุฏิลจิตฺเตสุ. ทเทยฺยาติ นิทเหยฺย. ตญฺจ โข วิปฺปสนฺเนน เจตสา น จิตฺตปฺปสาทํ วิราเธตฺวา, เอวํ วิปฺปสนฺนจิตฺตสฺส หิ เต ตสฺส ธมฺมํ เทเสนฺติ…เป… ปรินิพฺพาติ อนาสโวติ.

๒๙๖. อาวิญฺฉนจฺฉิทฺทํ อาวิญฺฉนรชฺชุนฺติ เอตฺถ รชฺชุ นาม สเจปิ ทีปินงฺคุฏฺเฐน กตา โหติ, วฏฺฏติเยว; น กาจิ น วฏฺฏติ. ตีณิ ตาฬานีติ ติสฺโส กุญฺจิกาโย. ยนฺตกํ สูจิกนฺติ เอตฺถ ยํ ยํ ชานาติ ตํ ตํ ยนฺตกํ, ตสฺส วิวรณสูจิกญฺจ กาตุํ วฏฺฏติ. เวทิกาวาตปานํ นาม เจติเย เวทิกาสทิสํ. ชาลวาตปานํ นาม ชาลกพทฺธํ. สลากวาตปานํ นาม ถมฺภกวาตปานํ. จกฺกลิกนฺติ เอตฺถ โจฬกปาทปุญฺฉนํ พนฺธิตุํ อนุชานามีติ อตฺโถ. วาตปานภิสีติ วาตปานปฺปมาเณน ภิสึ กตฺวา พนฺธิตุํ อนุชานามีติ อตฺโถ. มิฑฺฒินฺติ มิฑฺฒกํ. พิทลมญฺจกนฺติ เวตฺตมญฺจํ; เวฬุวิลีเวหิ วา วีตํ.

๒๙๗. อาสนฺทิโกติ จตุรสฺสปีฐํ วุจฺจติ. อุจฺจกมฺปิ อาสนฺทิกนฺติ วจนโต เอกโตภาเคน ทีฆปีฐเมว หิ อฏฺฐงฺคุลปาทกํ วฏฺฏติ, จตุรสฺสอาสนฺทิโก ปน ปมาณาติกฺกนฺโตปิ วฏฺฏตีติ เวทิตพฺโพ. สตฺตงฺโค นาม ตีสุ ทิสาสุ อปสฺสยํ กตฺวา กตมญฺโจ, อยมฺปิ ปมาณาติกฺกนฺโต วฏฺฏติ. ภทฺทปีฐนฺติ เวตฺตมยํ ปีฐํ วุจฺจติ. ปีฐิกาติ ปิโลติกาพทฺธปีฐเมว. เอฬกปาทปีฐํ นาม ทารุปฏฺฏิกาย อุปริ ปาเท ฐเปตฺวา โภชนผลกํ วิย กตปีฐํ วุจฺจติ. อามลกวฏฺฏิกปีฐํ นาม อามลกากาเรน โยชิตํ พหุปาทกปีฐํ. อิมานิ ตาว ปาฬิยํ อาคตปีฐานิ. ทารุมยํ ปน สพฺพํ ปีฐํ วฏฺฏตีติ อยเมตฺถ วินิจฺฉโย. โกจฺฉนฺติ อุสิรมยํ วา มุญฺชปพฺพชมยํ วา.

อฏฺฐงฺคุลปรมํ มญฺจปฏิปาทกนฺติ เอตฺถ มนุสฺสานํ ปมาณงฺคุลเมว อฏฺฐงฺคุลํ. จิมิลิกา นาม ปริกมฺมกตาย ภูมิยา ฉวิสํรกฺขณตฺถาย อตฺถรณํ วุจฺจติ. รุกฺขตูลนฺติ สิมฺพลิรุกฺขาทีนํ เยสํ เกสญฺจิ รุกฺขานํ ตูลํ. ลตาตูลนฺติ ขีรวลฺลิอาทีนํ ยาสํ กาสญฺจิ วลฺลีนํ ตูลํ. โปฏกิตูลนฺติ โปฏกิติณาทีนํ เยสํ เกสญฺจิ ติณชาติกานํ อนฺตมโส อุจฺฉุนฬาทีนมฺปิ ตูลํ. เอเตหิ ตีหิ สพฺพภูตคามา สงฺคหิตา โหนฺติ. รุกฺขวลฺลิติณชาติโย หิ มุญฺจิตฺวา อญฺโญ ภูตคาโม นาม นตฺถิ, ตสฺมา ยสฺส กสฺสจิ ภูตคามสฺส ตูลํ พิมฺโพหเน วฏฺฏติ, ภิสึ ปน ปาปุณิตฺวา สพฺพมฺเปตํ อกปฺปิยตูลนฺติ วุจฺจติ. น เกวลญฺจ พิมฺโพหเน เอตํ ตูลเมว, หํสโมราทีนํ สพฺพสกุณานํ สีหาทีนํ สพฺพจตุปฺปทานญฺจ โลมมฺปิ วฏฺฏติ. ปิยงฺคุปุปฺผพกุฬปุปฺผาทิ ปน ยํกิญฺจิ ปุปฺผํ น วฏฺฏติ. ตมาลปตฺตํ สุทฺธเมว น วฏฺฏติ, มิสฺสกํ ปน วฏฺฏติ. ภิสีนํ อนุญฺญาตํ ปญฺจวิธํ อุณฺณาทิตูลมฺปิ วฏฺฏติ.

อทฺธกายิกานีติ อุปฑฺฒกายปฺปมาณานิ, เยสุ กฏิโต ปฏฺฐาย ยาว สีสํ อุปทหนฺติ. สีสปฺปมาณํ นาม ยสฺส วิตฺถารโต ตีสุ กณฺเณสุ ทฺวินฺนํ กณฺณานํ อนฺตรํ มินียมานํ วิทตฺถิ เจว จตุรงฺคุลญฺจ โหติ, มชฺฌฏฺฐานํ มุฏฺฐิรตนํ โหติ. ทีฆโต ปน ทิยฑฺฒรตนํ วา ทฺวิรตนํ วาติ กุรุนฺทิยํ วุตฺตํ. อยํ สีสปฺปมาณสฺส อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉโท. อิโต อุทฺธํ น วฏฺฏติ, เหฏฺฐา ปน วฏฺฏติ. อคิลานสฺส สีสุปธานญฺจ ปาทุปธานญฺจาติ ทฺวยเมว วฏฺฏติ. คิลานสฺส พิมฺโพหนานิ สนฺถริตฺวา อุปริ ปจฺจตฺถรณํ กตฺวา นิปชฺชิตุมฺปิ วฏฺฏติ. ‘‘ยานิ ปน ภิสีนํ อนุญฺญาตานิ ปญฺจ กปฺปิยตูลานิ, เตหิ พิมฺโพหนํ มหนฺตมฺปิ วฏฺฏตี’’ติ ผุสฺสเทวตฺเถโร อาห. วินยธรอุปติสฺสตฺเถโร ปน ‘‘พิมฺโพหนํ กริสฺสามี’ติ กปฺปิยตูลํ วา อกปฺปิยตูลํ วา ปกฺขิปิตฺวา กโรนฺตสฺส ปมาณเมว วฏฺฏตี’’ติ อาห.

ปญฺจ ภิสิโยติ ปญฺจหิ อุณฺณาทีหิ ปูริตภิสิโย. ตูลคณนาย หิ เอตาสํ คณนา วุตฺตา. ตตฺถ อุณฺณคฺคหเณน น เกวลํ เอฬกโลมเมว คหิตํ, ฐเปตฺวา มนุสฺสโลมํ ยํกิญฺจิ กปฺปิยากปฺปิยมํสชาตีนํ ปกฺขิจตุปฺปทานํ โลมํ, สพฺพํ อิธ อุณฺณคฺคหเณเนว คหิตํ. ตสฺมา ฉนฺนํ จีวรานํ ฉนฺนํ อนุโลมจีวรานญฺจ อญฺญตเรน ภิสิจฺฉวึ กตฺวา ตํ สพฺพํ ปกฺขิปิตฺวา ภิสึ กาตุํ วฏฺฏติ. เอฬกโลมานิ ปน อปกฺขิปิตฺวา กมฺพลเมว จตุคฺคุณํ วา ปญฺจคุณํ วา ปกฺขิปิตฺวา กตาปิ อุณฺณภิสิสงฺขฺยเมว คจฺฉติ.

โจฬภิสิอาทีสุ ยํกิญฺจิ นวโจฬํ วา ปุราณโจฬํ วา สํหริตฺวา วา อนฺโต ปกฺขิปิตฺวา วา กตา โจฬภิสิ, ยํกิญฺจิ วากํ ปกฺขิปิตฺวา กตา วากภิสิ, ยํกิญฺจิ ติณํ ปกฺขิปิตฺวา กตา ติณภิสิ, อญฺญตฺร สุทฺธตมาลปตฺตํ ยํกิญฺจิ ปณฺณํ ปกฺขิปิตฺวา กตา ปณฺณภิสีติ เวทิตพฺพา. ตมาลปตฺตํ ปน อญฺเญน มิสฺสเมว วฏฺฏติ, สุทฺธํ น วฏฺฏติ. ภิสิยา ปมาณนิยโม นตฺถิ, มญฺจภิสิ ปีฐภิสิ ภูมตฺถรณภิสิ จงฺกมนภิสิ ปาทปุญฺฉนภิสีติ เอตาสํ อนุรูปโต สลฺลกฺเขตฺวา อตฺตโน รุจิวเสน ปมาณํ กาตพฺพํ. ยํ ปเนตํ อุณฺณาทิปญฺจวิธตูลมฺปิ ภิสิยํ วฏฺฏติ, ตํ ‘‘มสูรเกปิ วฏฺฏตี’’ติ กุรุนฺทิยํ วุตฺตํ. เอเตน มสูรกํ ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏตีติ สิทฺธํ โหติ.

มญฺจภิสึ ปีเฐ สนฺถรนฺตีติ มญฺจภิสึ ปีเฐ อตฺถรนฺติ; อตฺถรณตฺถาย หรนฺตีติ ยุชฺชติ. อุลฺโลกํ อกริตฺวาติ เหฏฺฐา จิมิลิกํ อทตฺวา. โผสิตุนฺติ รชเนน วา หลิทฺทิยา วา อุปริ ผุสิตานิ ทาตุํ. ภตฺติกมฺมนฺติ ภิสิจฺฉวิยา อุปริ ภตฺติกมฺมํ. หตฺถภตฺตินฺติ ปญฺจงฺคุลิภตฺตึ.

๒๙๘. อิกฺกาสนฺติ รุกฺขนิยฺยาสํ วา สิเลสํ วา. ปิฏฺฐมทฺทนฺติ ปิฏฺฐขลึ. กุณฺฑกมตฺติกนฺติ กุณฺฑกมิสฺสกมตฺติกํ. สาสปกุฏฺฏนฺติ สาสปปิฏฺฐํ. สิตฺถเตลกนฺติ วิลีนมธุสิตฺถกํ. อจฺจุสฺสนฺนํ โหตีติ พินฺทุ พินฺทุ หุตฺวา ติฏฺฐติ. ปจฺจุทฺธริตุนฺติ ปุญฺฉิตุํ. คณฺฑุมตฺติกนฺติ คณฺฑุปฺปาทคูถมตฺติกํ. กสาวนฺติ อามลกหรีตกานํ กสาวํ.

๒๙๙. น ภิกฺขเว ปฏิภานจิตฺตนฺติ เอตฺถ น เกวลํ อิตฺถิปุริสรูปเมว, ติรจฺฉานรูปมฺปิ อนฺตมโส คณฺฑุปฺปาทรูปมฺปิ ภิกฺขุโน สยํ กาตุํ วา ‘‘กโรหี’’ติ วตฺตุํ วา น วฏฺฏติ, ‘‘อุปาสก ทฺวารปาลํ กโรหี’’ติ วตฺตุมฺปิ น ลพฺภติ. ชาตกปกรณอสทิสทานาทีนิ ปน ปสาทนียานิ นิพฺพิทาปฏิสํยุตฺตานิ วา วตฺถูนิ ปเรหิ การาเปตุํ ลพฺภติ. มาลากมฺมาทีนิ สยมฺปิ กาตุํ ลพฺภติ.

๓๐๐. อฬกมนฺทาติ เอกงฺคณา มนุสฺสาภิกิณฺณา. ตโย คพฺเภติ เอตฺถ สิวิกาคพฺโภติ จตุรสฺสคพฺโภ. นาฬิกาคพฺโภติ วิตฺถารโต ทิคุณติคุณายาโม ทีฆคพฺโภ. หมฺมิยคพฺโภติ อากาสตเล กูฏาคารคพฺโภ วา มุณฺฑจฺฉทนคพฺโภ วา.

กลงฺกปาทกนฺติ รุกฺขํ วิชฺฌิตฺวา ตตฺถ ขาณุเก อาโกเฏตฺวา กตํ, ตํ อาหริมํ ภิตฺติปาทํ ชิณฺณกุฏฺฏปาทสฺส อุปตฺถมฺภนตฺถํ ภูมิยํ ปติฏฺฐาเปตุํ อนุชานามีติ อตฺโถ. ปริตฺตาณกิฏิกนฺติ วสฺสปริตฺตาณตฺถํ กิฏิกํ. อุทฺทสุธนฺติ วจฺฉกโคมเยน เจว ฉาริกาย จ สทฺธึ มทฺทิตมตฺติกํ.

อาฬินฺโท นาม ปมุขํ วุจฺจติ. ปฆนํ นาม ยํ นิกฺขมนฺตา จ ปวิสนฺตา จ ปาเทหิ หนนฺติ, ตสฺส วิหารทฺวาเร อุภโต กุฏฺฏํ นีหริตฺวา กตปเทสสฺเสตํ อธิวจนํ, ‘‘ปฆาน’’นฺติปิ วุจฺจติ. ปกุฏฺฏนฺติ มชฺเฌ คพฺภสฺส สมนฺตา ปริยาคาโร วุจฺจติ. ‘‘ปกุฏ’’นฺติปิ ปาโฐ. โอสารกนฺติ อนาฬินฺทเก วิหาเร วํสํ ทตฺวา ตโต ทณฺฑเก โอสาเรตฺวา กตฉทนปมุขํ. สํสารณกิฏิโก นาม จกฺกลยุตฺโต กิฏิโก.

๓๐๑. ปานียภาชนนฺติ ปิวนฺตานํ ปานียทานภาชนํ. อุฬุงฺโก จ ถาลกญฺจ ปานียสงฺขสฺส อนุโลมานิ.

๓๐๓. อเปสีติ ทีฆทารุมฺหิ ขาณุเก ปเวเสตฺวา กณฺฏกสาขาหิ วินนฺธิตฺวา กตํ ทฺวารถกนกํ. ปลิโฆติ คามทฺวาเรสุ วิย จกฺกยุตฺตํ ทฺวารถกนกํ.

๓๐๕. อสฺสตรีหิ ยุตฺตา รถา อสฺสตรีรถา. อามุตฺตมณิกุณฺฑลาติ อามุตฺตมณิกุณฺฑลานิ.

ปรินิพฺพุโตติ กิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพุโต. สีติภูโตติ กิเลสาตปาภาเวน สีติภูโต. นิรูปธีติ กิเลสุปธิอภาเวน นิรูปธีติ วุจฺจติ.

สพฺพา อาสตฺติโย เฉตฺวาติ รูปาทีสุ วา วิสเยสุ สพฺพภเวสุ วา ปตฺถนาโย ฉินฺทิตฺวา. หทเย ทรนฺติ จิตฺเต กิเลสทรถํ วิเนตฺวา. เวยฺยายิกนฺติ วยกรณํ วุจฺจติ.

๓๐๗. อาเทยฺยวาโจติ ตสฺส วจนํ พหู ชนา อาทิยิตพฺพํ โสตพฺพํ มญฺญนฺตีติ อตฺโถ. อาราเม อกํสูติ เย สธนา, เต อตฺตโน ธเนน อกํสุ. เย มนฺทธนา เจว อธนา จ, เตสํ ธนํ อทาสิ. อิติ โส สตสหสฺสกหาปเณ สตสหสฺสคฺฆนกญฺจ ภณฺฑํ ทตฺวา ปญฺจจตฺตาลีสโยชนิเก อทฺธาเน โยชเน โยชเน วิหารปติฏฺฐานํ กตฺวา สาวตฺถึ อคมาสิ.

โกฏิสนฺถรํ สนฺถราเปสีติ กหาปณโกฏิยา กหาปณโกฏึ ปฏิปาเทตฺวา สนฺถริ. เย ตตฺถ รุกฺขา วา โปกฺขรณิโย วา เตสํ ปริกฺเขปปฺปมาณํ คเหตฺวา อญฺญสฺมึ ฐาเน สนฺถริตฺวา อทาสิ. เอวมสฺส อฏฺฐารสโกฏิกํ นิธานํ ปริกฺขยํ อคมาสิ.

กุมารสฺส เอตทโหสีติ คหปติโน เอวํ พหุธนํ จชนฺตสฺสาปิ มุขสฺส วิปฺปสนฺนาการํ ทิสฺวา เอตํ อโหสิ. โกฏฺฐกํ มาเปสีติ สตฺตภูมิกํ ทฺวารโกฏฺฐกปาสาทํ มาเปสิ.

อถ โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ เชตวเน วิหาเร การาเปสิ…เป… มณฺฑเป การาเปสีติ อปราหิปิ อฏฺฐารสหิ โกฏีหิ เอเต วิหาราทโย การาเปสิ อฏฺฐกรีสปฺปมาณาย ภูมิยา. วิปสฺสิสฺส หิ ภควโต ปุนพฺพสุมิตฺโต คหปติ โยชนปฺปมาณํ ภูมึ สุวณฺณิฏฺฐกาสนฺถเรน กิณิตฺวา วิหารํ การาเปสิ. สิขิสฺส ปน สิริวฑฺโฒ คหปติ ติคาวุตปฺปมาณํ สุวณฺณยฏฺฐิสนฺถเรน, เวสฺสภุสฺส โสตฺถิโช คหปติ อฑฺฒโยชนปฺปมาณํ สุวณฺณผาลสนฺถเรน, กกุสนฺธสฺส ปน อจฺจุโต คหปติ คาวุตปฺปมาณํ สุวณฺณหตฺถิปทสนฺถเรน, โกณาคมนสฺส อุคฺโค คหปติ อฑฺฒคาวุตปฺปมาณํ สุวณฺณิฏฺฐกาสนฺถเรน, กสฺสปสฺส สุมงฺคโล คหปติ วีสติอุสภปฺปมาณํ สุวณฺณกจฺฉปสนฺถเรน, อมฺหากํ ภควโต สุทตฺโต คหปติ อฏฺฐกรีสปฺปมาณํ ภูมึ กหาปณสนฺถเรน กิณิตฺวา วิหารํ การาเปสีติ; เอวํ อนุปุพฺเพน ปริหายนฺติ สมฺปตฺติโยติ อลเมว สพฺพสมฺปตฺตีสุ วิรชฺชิตุํ อลํ วิมุจฺจิตุนฺติ.

๓๐๘. ขณฺฑนฺติ ภินฺโนกาโส. ผุลฺลนฺติ ผลิโตกาโส. ปฏิสงฺขริสฺสตีติ ปากติกํ กริสฺสติ. ลทฺธนวกมฺเมน ปน ภิกฺขุนา วาสิผรสุนิขาทนาทีนิ คเหตฺวา สยํ น กาตพฺพํ, กตากตํ ชานิตพฺพํ.

๓๑๐. ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต คนฺตฺวาติ เถโร กิร คิลาเน ปฏิชคฺคนฺโต ชิณฺเณ วุฑฺเฒ สงฺคณฺหนฺโต สพฺพปจฺฉโต อาคจฺฉติ. อิทมสฺส จาริตฺตํ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต คนฺตฺวา’’ติ. อคฺคาสนนฺติ เถราสนํ. อคฺโคทกนฺติ ทกฺขิโณทกํ. อคฺคปิณฺฑนฺติ สงฺฆตฺเถรปิณฺฑํ. อนฺตรา สตฺถีนํ กริตฺวาติ จตุนฺนํ ปาทานํ อนฺตเร กริตฺวา.

๓๑๕. ปติฏฺฐาเปสีติ อฏฺฐารสโกฏิปริจฺจาคํ กตฺวา ปติฏฺฐาเปสิ. เอวํ สพฺพาปิ จตุปณฺณาสโกฏิโย ปริจฺจชิ.

วิหารานุชานนกถา นิฏฺฐิตา.

อาสนปฺปฏิพาหนาทิกถา

๓๑๖. วิปฺปกตโภชโนติ อนฺตรฆเร วา วิหาเร วา อรญฺเญ วา ยตฺถ กตฺถจิ ภุญฺชมาโน ภิกฺขุ อนิฏฺฐิเต โภชเน น วุฏฺฐาเปตพฺโพ. อนฺตรฆเร ปจฺฉา อาคเตน ภิกฺขํ คเหตฺวา คนฺตพฺพํ. สเจ มนุสฺสา วา ภิกฺขู วา ‘‘ปวิสถา’’ติ วทนฺติ, ‘‘มยิ ปวิสนฺเต ภิกฺขู อุฏฺฐหิสฺสนฺตี’’ติ วตฺตพฺพํ. ‘‘เอถ, ภนฺเต, อาสนํ อตฺถี’’ติ วุตฺเตน ปน ปวิสิตพฺพํ. สเจ โกจิ กิญฺจิ น วทติ, อาสนสาลํ คนฺตฺวา อติสมีปํ อคนฺตฺวา สภาคฏฺฐาเน ฐาตพฺพํ. โอกาเส กเต ‘‘ปวิสถา’’ติ วุตฺเตน ปน ปวิสิตพฺพํ. สเจ ปน ยํ อาสนํ ตสฺส ปาปุณาติ, ตตฺถ อภุญฺชนฺโต ภิกฺขุ นิสินฺโน โหติ, ตํ อุฏฺฐาเปตุํ วฏฺฏติ. ยาคุขชฺชกาทีสุ ปน ยํกิญฺจิ ปิวิตฺวา วา ขาทิตฺวา วา ยาว อญฺโญ อาคจฺฉติ, ตาว นิสินฺนํ ริตฺตหตฺถมฺปิ วุฏฺฐาเปตุํ น วฏฺฏติ. วิปฺปกตโภชโนเยว หิ โส โหติ.

สเจ วุฏฺฐาเปตีติ สเจ อาปตฺตึ อติกฺกมิตฺวาปิ วุฏฺฐาเปติเยว. ปวาริโต จ โหตีติ ยํ โส วุฏฺฐาเปติ, อยญฺจ ภิกฺขุ ปวาริโต จ โหติ, เตน วตฺตพฺโพ – ‘‘คจฺฉ อุทกํ อาหราหี’’ติ. วุฑฺฒตรญฺหิ ภิกฺขุํ อาณาเปตุํ อิทเมว เอกํ ฐานนฺติ. สเจ โส อุทกมฺปิ น อาหรติ, ตโต ยญฺจ นวกตเรน กตฺตพฺพํ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สาธุกํ สิตฺถานี’’ติอาทิมาห.

คิลานสฺส ปติรูปํ เสยฺยนฺติ เอตฺถ โย กาสภคนฺทราติสาราทีหิ คิลาโน โหติ, เขฬมลฺลกวจฺจกปาลาทีนิ ฐเปตพฺพานิ โหนฺติ. กุฏฺฐิ วา โหติ, เสนาสนํ ทูเสติ; เอวรูปสฺส เหฏฺฐาปาสาทปณฺณสาลาทีสุ อญฺญตรํ เอกมนฺตํ เสนาสนํ ทาตพฺพํ. ยสฺมึ วสนฺเต เสนาสนํ น ทุสฺสติ, ตสฺส วรเสยฺยาปิ ทาตพฺพาว. โยปิ สิเนหปานวิเรจนนตฺถุกมฺมาทีสุ ยํกิญฺจิ เภสชฺชํ กโรติ, สพฺโพ โส คิลาโนเยว, ตสฺสาปิ สลฺลกฺเขตฺวา ปติรูปํ เสนาสนํ ทาตพฺพํ. เลสกปฺเปนาติ อปฺปเกน สีสาพาธาทิมตฺเตน. ภิกฺขู คเณตฺวาติ ‘‘เอตฺตกา นาม ภิกฺขู’’ติ วิหาเร ภิกฺขูนํ ปริจฺเฉทํ ญตฺวา.

อาสนปฺปฏิพาหนาทิกถา นิฏฺฐิตา.

เสนาสนคฺคาหกถา

๓๑๘. เสยฺยาติ มญฺจฏฺฐานานิ วุจฺจนฺติ. เสยฺยคฺเคนาติ เสยฺยาปริจฺเฉเทน, วสฺสูปนายิกทิวเส กาลํ โฆเสตฺวา เอกมญฺจฏฺฐานํ เอกสฺส ภิกฺขุโน คาเหตุํ อนุชานามีติ อตฺโถ. เสยฺยคฺเคน คาเหนฺตาติ เสยฺยาปริจฺเฉเทน คาหิยมานา. เสยฺยา อุสฺสารยึสูติ มญฺจฏฺฐานานิ อติเรกานิ อเหสุํ. วิหารคฺคาทีสุปิ เอเสว นโย. อนุภาคนฺติ ปุน อปรมฺปิ ภาคํ ทาตุํ. อติมนฺเทสุ หิ ภิกฺขูสุ เอเกกสฺส ภิกฺขุโน เทฺว ตีณิ ปริเวณานิ ทาตพฺพานิ. น อกามา ทาตพฺโพติ อนิจฺฉาย น ทาตพฺโพ. ตตฺถ วสฺสูปนายิกทิวเส คหิเต อนุภาเค ปจฺฉา อาคตานํ น อตฺตโน อรุจิยา โส อนุภาโค ทาตพฺโพ. สเจ ปน เยน คหิโต, โส จ อตฺตโน รุจิยา ตํ อนุภาคํ วา ปฐมภาคํ วา เทติ, วฏฺฏติ.

นิสฺสีเม ฐิตสฺสาติ อุปจารสีมโต พหิ ฐิตสฺส. อนฺโต อุปจารสีมาย ปน ทูเร ฐิตสฺสาปิ ลพฺภติเยว. เสนาสนํ คเหตฺวาติ วสฺสูปนายิกทิวเส คเหตฺวา. สพฺพกาลํ ปฏิพาหนฺตีติ จตุมาสจฺจเยน อุตุกาเลปิ ปฏิพาหนฺติ. ตีสุ เสนาสนคฺคาเหสุ ปุริมโก จ ปจฺฉิมโก จาติ อิเม เทฺว คาหา ถาวรา.

อนฺตรามุตฺตเก อยํ วินิจฺฉโย – เอกสฺมึ วิหาเร มหาลาภเสนาสนํ โหติ. เสนาสนสามิกา วสฺสูปคตํ ภิกฺขุํ สพฺพปจฺจเยหิ สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐหิตฺวา ปวาเรตฺวา คมนกาเล พหุํ สมณปริกฺขารํ เทนฺติ. มหาเถรา ทูรโตปิ อาคนฺตฺวา วสฺสูปนายิกทิวเส ตํ คเหตฺวา ผาสุํ วสิตฺวา วุตฺถวสฺสา ลาภํ คณฺหิตฺวา ปกฺกมนฺติ. อาวาสิกา ‘‘มยํ เอตฺถุปฺปนฺนํ ลาภํ น ลภาม, นิจฺจํ อาคนฺตุกมหาเถราว ลภนฺติ, เตเยว นํ อาคนฺตฺวา ปฏิชคฺคิสฺสนฺตี’’ติ ปลุชฺชนฺตมฺปิ น โอโลเกนฺติ. ภควา ตสฺส ปฏิชคฺคนตฺถํ ‘‘อปรชฺชุคตาย ปวารณาย อายตึ วสฺสาวาสตฺถาย อนฺตรามุตฺตโก คาเหตพฺโพ’’ติ อาห.

ตํ คาเหนฺเตน สงฺฆตฺเถโร วตฺตพฺโพ – ‘‘ภนฺเต อนฺตรามุตฺตกเสนาสนํ คณฺหถา’’ติ. สเจ คณฺหาติ, ทาตพฺพํ; โน เจ เอเตเนว อุปาเยน อนุเถรํ อาทึ กตฺวา โย คณฺหาติ, ตสฺส อนฺตมโส สามเณรสฺสาปิ ทาตพฺพํ. เตน ตํ เสนาสนํ อฏฺฐมาเส ปฏิชคฺคิตพฺพํ. ฉทนภิตฺติภูมีสุ ยํ กิญฺจิ ขณฺฑํ วา ผุลฺลํ วา โหติ, ตํ สพฺพํ ปฏิสงฺขริตพฺพํ. อุทฺเทสปริปุจฺฉาทีหิ ทิวสํ เขเปตฺวา รตฺตึ ตตฺถ วสิตุมฺปิ วฏฺฏติ. รตฺตึ ปริเวเณ วสิตฺวา ตตฺถ ทิวสํ เขเปตุมฺปิ วฏฺฏติ. รตฺตินฺทิวํ ตตฺเถว วสิตุมฺปิ วฏฺฏติ. อุตุกาเล อาคตานํ วุฑฺฒานํ น ปฏิพาหิตพฺพํ. วสฺสูปนายิกทิวเส ปน สมฺปตฺเต สเจ สงฺฆตฺเถโร ‘‘มยฺหํ อิทํ เสนาสนํ เทถา’’ติ วทติ, น ลภติ. ‘‘ภนฺเต, อิทํ อนฺตรามุตฺตกํ คเหตฺวา อฏฺฐมาเส เอเกน ภิกฺขุนา ปฏิชคฺคิต’’นฺติ วตฺวา น ทาตพฺพํ. อฏฺฐมาเส ปฏิชคฺคกภิกฺขุสฺเสว คหิตํ โหติ.

ยสฺมึ ปน เสนาสเน เอกสํวจฺฉเร ทฺวิกฺขตฺตุํ ปจฺจเย เทนฺติ ฉมาสจฺจเยน ฉมาสจฺจเยน, ตํ อนฺตรามุตฺตกํ น คาเหตพฺพํ. ยสฺมึ วา ติกฺขตฺตุํ เทนฺติ จตุมาสจฺจเยน จตุมาสจฺจเยน, ยสฺมึ วา จตุกฺขตฺตุํ เทนฺติ เตมาสจฺจเยน เตมาสจฺจเยน, ตํ อนฺตรามุตฺตกํ น คาเหตพฺพํ. ปจฺจเยเนว หิ ตํ ปฏิชคฺคนํ ลภิสฺสติ. ยสฺมึ ปน เอกสํวจฺฉเร สกิเทว พหุปจฺจเย เทนฺติ, เอตํ อนฺตรามุตฺตกํ คาเหตพฺพนฺติ. อยํ ตาว อนฺโตวสฺเส วสฺสูปนายิกทิวเสน ปาฬิยํ อาคตเสนาสนคฺคาหกถา.

อยํ ปน เสนาสนคฺคาโห นาม ทุวิโธ โหติ – อุตุกาเล จ วสฺสาวาเส จ. ตตฺถ อุตุกาเล ตาว เกจิ อาคนฺตุกา ภิกฺขู ปุเรภตฺตํ อาคจฺฉนฺติ, เกจิ ปจฺฉาภตฺตํ ปฐมยามํ วา มชฺฌิมยามํ วา ปจฺฉิมยามํ วา เย ยทา อาคจฺฉนฺติ, เตสํ ตทาว ภิกฺขู อุฏฺฐาเปตฺวา เสนาสนํ ทาตพฺพํ. อกาโล นาม นตฺถิ. เสนาสนปญฺญาปเกน ปน ปณฺฑิเตน ภวิตพฺพํ, เอกํ วา เทฺว วา มญฺจฏฺฐานานิ ฐเปตพฺพานิ. สเจ วิกาเล เอโก วา เทฺว วา เถรา อาคจฺฉนฺติ, เต วตฺตพฺพา – ‘‘ภนฺเต, อาทิโต ปฏฺฐาย วุฏฺฐาปิยมาเน สพฺเพปิ ภิกฺขู อุพฺภณฺฑิกา ภวิสฺสนฺติ, ตุเมฺห อมฺหากํ วสนฏฺฐาเนเยว วสถา’’ติ.

พหูสุ ปน อาคเตสุ วุฏฺฐาเปตฺวา ปฏิปาฏิยา ทาตพฺพํ. สเจ เอเกกํ ปริเวณํ ปโหติ, เอเกกํ ปริเวณํ ทาตพฺพํ. ตตฺถ อคฺคิสาลทีฆสาลมณฺฑลมาลาทโย สพฺเพปิ ตสฺเสว ปาปุณนฺติ. เอวํ อปฺปโหนฺเต ปาสาทคฺเคน ทาตพฺพํ. ปาสาเทสุ อปฺปโหนฺเตสุ โอวรกคฺเคน ทาตพฺพํ. โอวรเกสุ อปฺปโหนฺเตสุ เสยฺยคฺเคน ทาตพฺพํ. เสยฺยคฺเคสุ อปฺปโหนฺเตสุ มญฺจฏฺฐาเนน ทาตพฺพํ. มญฺจฏฺฐาเน อปฺปโหนฺเต เอกปีฐกฏฺฐานวเสน ทาตพฺพํ. ภิกฺขุโน ปน ฐิโตกาสมตฺตํ น คาเหตพฺพํ. เอตญฺหิ เสนาสนํ นาม น โหติ. ปีฐกฏฺฐาเน ปน อปฺปโหนฺเต เอกํ มญฺจฏฺฐานํ วา ปีฐกฏฺฐานํ วา วาเรน วาเรน คเหตฺวา ‘‘ภนฺเต, วิสฺสมถา’’ติ ติณฺณํ ชนานํ ทาตพฺพํ, น หิ สกฺกา สีตสมเย สพฺพรตฺตึ อชฺโฌกาเส วสิตุํ. มหาเถเรน ปฐมยามํ วิสฺสมิตฺวา นิกฺขมิตฺวา ทุติยตฺเถรสฺส วตฺตพฺพํ – ‘‘อาวุโส, อิธ ปวิสาหี’’ติ. สเจ มหาเถโร นิทฺทาครุโก โหติ, กาลํ น ชานาติ, อุกฺกาสิตฺวา ทฺวารํ อาโกเฏตฺวา ‘‘ภนฺเต, กาโล ชาโต, สีตํ อนุทหตี’’ติ วตฺตพฺพํ. เตน นิกฺขมิตฺวา โอกาโส ทาตพฺโพ, อทาตุํ น ลภติ. ทุติยตฺเถเรนปิ มชฺฌิมยามํ วิสฺสมิตฺวา ปุริมนเยเนว อิตรสฺส ทาตพฺพํ. นิทฺทาครุโก วุตฺตนเยเนว วุฏฺฐาเปตพฺโพ. เอวํ เอกรตฺตึ เอกมญฺจฏฺฐานํ ติณฺณํ ทาตพฺพํ. ชมฺพุทีเป ปน เอกจฺเจ ภิกฺขู ‘‘เสนาสนํ นาม มญฺจฏฺฐานํ วา ปีฐฏฺฐานํ วา กิญฺจิเทว กสฺสจิ สปฺปายํ โหติ, กสฺสจิ อสปฺปาย’’นฺติ อาคนฺตุกา โหนฺตุ วา มา วา, เทวสิกํ เสนาสนํ คาเหนฺติ. อยํ อุตุกาเล เสนาสนคฺคาโห นาม.

วสฺสาวาเส ปน อตฺถิ อาคนฺตุกวตฺตํ, อตฺถิ อาวาสิกวตฺตํ, อาคนฺตุเกน ตาว สกฏฺฐานํ มุญฺจิตฺวา อญฺญตฺถ คนฺตฺวา วสิตุกาเมน วสฺสูปนายิกทิวสเมว ตตฺถ น คนฺตพฺพํ. วสนฏฺฐานํ วา หิ ตตฺร สมฺพาธํ ภเวยฺย, ภิกฺขาจาโร วา น สมฺปชฺเชยฺย, เตน น ผาสุํ วิหเรยฺย. ตสฺมา ‘‘อิทานิ มาสมตฺเตน วสฺสูปนายิกา ภวิสฺสตี’’ติ ตํ วิหารํ ปวิสิตพฺพํ. ตตฺถ มาสมตฺตํ วสนฺโต สเจ อุทฺเทสตฺถิโก อุทฺเทสสมฺปตฺตึ สลฺลกฺเขตฺวา, สเจ กมฺมฏฺฐานิโก กมฺมฏฺฐานสปฺปายตํ สลฺลกฺเขตฺวา, สเจ ปจฺจยตฺถิโก ปจฺจยลาภํ สลฺลกฺเขตฺวา อนฺโตวสฺเส สุขํ วสิสฺสติ.

สกฏฺฐานโต จ ตตฺถ คจฺฉนฺเตน น โคจรคาโม ฆฏฺเฏตพฺโพ, น ตตฺถ มนุสฺสา วตฺตพฺพา – ‘‘ตุเมฺห นิสฺสาย สลากภตฺตาทีนิ วา ยาคุขชฺชกาทีนิ วา วสฺสาวาสิกํ วา นตฺถิ, อยํ เจติยสฺส ปริกฺขาโร, อยํ อุโปสถาคารสฺส, อิทํ ตาฬญฺเจว สูจิ จ สมฺปฏิจฺฉถ ตุมฺหากํ วิหาร’’นฺติ. เสนาสนํ ปน ชคฺคิตฺวา ทารุภณฺฑมตฺติกาภณฺฑานิ ปฏิสาเมตฺวา คมิยวตฺตํ ปูเรตฺวา คนฺตพฺพํ. เอวํ คจฺฉนฺเตนาปิ ทหเรหิ ปตฺตจีวรภณฺฑิกาโย อุกฺขิปาเปตฺวา เตลนาฬิกตฺตรทณฺฑาทีนิ คาหาเปตฺวา ฉตฺตํ ปคฺคยฺห อตฺตานํ ทสฺเสนฺเตน คามทฺวาเรเนว น คนฺตพฺพํ, ปฏิจฺฉนฺเนน อฏวิมคฺเคน คนฺตพฺพํ. อฏวิมคฺเค อสติ คุมฺพาทีนิ มทฺทนฺเตน น คนฺตพฺพํ, คมิยวตฺตํ ปน ปูเรตฺวา วิตกฺกํ ฉินฺทิตฺวา สุทฺธจิตฺเตน คมนวตฺเตเนว คนฺตพฺพํ. สเจ ปน คามทฺวาเรน มคฺโค โหติ, คจฺฉนฺตญฺจ นํ สปริวารํ ทิสฺวา มนุสฺสา ‘‘อมฺหากํ เถโร วิยา’’ติ อุปธาวิตฺวา ‘‘กุหึ, ภนฺเต, สพฺพปริกฺขาเร คเหตฺวา คจฺฉถา’’ติ วทนฺติ, เตสุ เจ เอโก เอวํ วทติ – ‘‘วสฺสูปนายิกกาโล นามายํ, ยตฺถ อนฺโตวสฺเส นิพทฺธภิกฺขาจาโร ภณฺฑปฏิจฺฉาทนญฺจ ลพฺภติ, ตตฺถ ภิกฺขู คจฺฉนฺตี’’ติ. ตสฺส เจ สุตฺวา เต มนุสฺสา ‘‘ภนฺเต, อิมสฺมิมฺปิ คาเม ชโน ภุญฺชติ เจว นิวาเสติ จ, มา อญฺญตฺถ คจฺฉถา’’ติ วตฺวา มิตฺตามจฺเจ ปกฺโกสาเปตฺวา สพฺเพ สมฺมนฺตยิตฺวา วิหาเร นิพทฺธวตฺตญฺจ สลากภตฺตาทีนิ จ วสฺสาวาสิกญฺจ ปฏฺฐเปตฺวา ‘‘อิเธว ภนฺเต วสถา’’ติ ยาจนฺติ, สพฺพํ สาทิตุํ วฏฺฏติ. สพฺพเญฺหตํ กปฺปิยญฺเจว อนวชฺชญฺจ. กุรุนฺทิยํ ปน ‘‘‘กุหึ คจฺฉถา’ติ วุตฺเต ‘อสุกฏฺฐาน’นฺติ วตฺวา, ‘กสฺมา ตตฺถ คจฺฉถา’ติ วุตฺเต ‘การณํ อาจิกฺขิตพฺพ’’’นฺติ วุตฺตํ. อุภยมฺปิ ปเนตฺถ สุทฺธจิตฺตตฺตาว อนวชฺชํ. อิทํ อาคนฺตุกวตฺตํ นาม.

อิทํ ปน อาวาสิกวตฺตํ – ปฏิกจฺเจว หิ อาวาสิเกหิ วิหาโร ชคฺคิตพฺโพ. ขณฺฑผุลฺลปฏิสงฺขรณปริภณฺฑานิ กาตพฺพานิ. รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานวจฺจกุฏิปสฺสาวฏฺฐานานิ ปธานฆรวิหารมคฺโคติ อิมานิ สพฺพานิ ปฏิชคฺคิตพฺพานิ, เจติเย สุธากมฺมํ มุทฺทเวทิกาย เตลมกฺขนํ มญฺจปีฐปฏิชคฺคนนฺติ อิทมฺปิ สพฺพํ กาตพฺพํ – ‘‘วสฺสํ วสิตุกามา อาคนฺตฺวา อุทฺเทสปริปุจฺฉากมฺมฏฺฐานานุโยคาทีนิ กโรนฺตา สุขํ วสิสฺสนฺตี’’ติ. กตปริกมฺเมหิ อาสาฬฺหีชุณฺหปญฺจมิโต ปฏฺฐาย วสฺสาวาสิกํ ปุจฺฉิตพฺพํ. กตฺถ ปุจฺฉิตพฺพํ? ยโต ปกติยา ลพฺภติ. เยหิ ปน น ทินฺนปุพฺพํ, เต ปุจฺฉิตุํ น วฏฺฏติ. กสฺมา ปุจฺฉิตพฺพํ? กทาจิ หิ มนุสฺสา เทนฺติ, กทาจิ ทุพฺภิกฺขาทีหิ อุปทฺทุตา น เทนฺติ. ตตฺถ เย น ทสฺสนฺติ, เต อปุจฺฉิตฺวา วสฺสาวาสิเก คาหิเต คาหิตภิกฺขูนํ ลาภนฺตราโย โหติ, ตสฺมา ปุจฺฉิตฺวาว คาเหตพฺพํ, ปุจฺฉนฺเตน ‘‘ตุมฺหากํ วสฺสาวาสิกคฺคาหกกาโล อุปกฏฺโฐ’’ติ วตฺตพฺพํ. สเจ วทนฺติ ‘‘ภนฺเต, อิมํ สํวจฺฉรํ ฉาตกาทีหิ อุปทฺทุตมฺห, น สกฺโกม ทาตุ’’นฺติ วา ‘‘ยํ มยํ ปุพฺเพ เทม, ตโต อูนตรํ ทสฺสามา’’ติ วา ‘‘อิทานิ กปฺปาโส สุลโภ, ยํ ปุพฺเพ เทม, ตโต พหุตรํ ทสฺสามา’’ติ วา วทนฺติ, ตํ สลฺลกฺเขตฺวา ตทนุรูเปน นเยน เตสํ เตสํ เสนาสเน ภิกฺขูนํ วสฺสาวาสิกํ คาเหตพฺพํ.

สเจ มนุสฺสา วทนฺติ – ‘‘ยสฺส อมฺหากํ วสฺสาวาสิกํ ปาปุณาติ, โส เตมาสํ ปานียํ อุปฏฺฐาเปตุ, วิหารมคฺคํ ชคฺคตุ, เจติยงฺคณโพธิยงฺคณานิ ชคฺคตุ, โพธิรุกฺเข อุทกํ อาสิญฺจตู’’ติ, ยสฺส ตํ ปาปุณาติ, ตสฺส อาจิกฺขิตพฺพํ. โย ปน คาโม ปฏิกฺกมฺม โยชนทฺวิโยชนนฺตเร โหติ, ตตฺร เจ กุลานิ อุปนิกฺเขปํ ฐเปตฺวา วิหาเร วสฺสาวาสิกํ เทนฺติเยว, ตานิ กุลานิ อปุจฺฉิตฺวาปิ เตสํ เสนาสเน วตฺตํ กตฺวา วสนฺตสฺส วสฺสาวาสิกํ คาเหตพฺพํ. สเจ ปน เตสํ เสนาสเน ปํสุกูลิโก วสติ, อาคตญฺจ ตํ ทิสฺวา ‘‘ตุมฺหากํ วสฺสาวาสิกํ เทมา’’ติ วทนฺติ, เตน สงฺฆสฺส อาจิกฺขิตพฺพํ. สเจ ตานิ กุลานิ สงฺฆสฺส ทาตุํ น อิจฺฉนฺติ, ‘‘ตุมฺหากํเยว เทมา’’ติ วทนฺติ, สภาโค ภิกฺขุ ‘‘วตฺตํ กตฺวา คณฺหาหี’’ติ วตฺตพฺโพ. ปํสุกูลิกสฺส ปเนตํ น วฏฺฏติ, อิติ สทฺธาเทยฺเย ทายกมนุสฺสา ปุจฺฉิตพฺพา.

ตตฺรุปฺปาเท ปน กปฺปิยการกา ปุจฺฉิตพฺพา. กถํ ปุจฺฉิตพฺพา? ‘‘กึ, อาวุโส, สงฺฆสฺส ภณฺฑปฏิจฺฉาทนํ ภวิสฺสตี’’ติ. สเจ วทนฺติ – ‘‘ภวิสฺสติ, ภนฺเต, เอเกกสฺส นวหตฺถํ สาฏกํ ทสฺสาม, วสฺสาวาสิกํ คาเหถา’’ติ, คาเหตพฺพํ. สเจปิ วทนฺติ – ‘‘สาฏกํ นตฺถิ; วตฺถุ ปน อตฺถิ, คาเหถ, ภนฺเต’’ติ, วตฺถุมฺหิ สนฺเตปิ คาเหตุํ วฏฺฏติเยว. กปฺปิยการกานญฺหิ หตฺเถ ‘‘กปฺปิยภณฺฑํ ปริภุญฺชถา’’ติ ทินฺนวตฺถุโต ยํ ยํ กปฺปํ, ตํ ตํ สพฺพํ ปริภุญฺชิตุํ อนุญฺญาตํ.

ยํ ปเนตฺถ ปิณฺฑปาตตฺถาย คิลานปจฺจยตฺถาย วา อุทฺทิสฺส ทินฺนํ, ตํ จีวเร อุปนาเมนฺเตหิ สงฺฆสุฏฺฐุตาย อปโลเกตฺวา อุปนาเมตพฺพํ. เสนาสนตฺถาย อุทฺทิสฺส ทินฺนํ ครุภณฺฑํ โหติ, จีวรวเสเนว จตุปจฺจยวเสน วา ทินฺนํ จีวเร อุปนาเมนฺตานํ อปโลกนกมฺมกิจฺจํ นตฺถิ, อปโลกนกมฺมํ กโรนฺเตหิ จ ปุคฺคลวเสเนว กาตพฺพํ, สงฺฆวเสน น กาตพฺพํ. ชาตรูปรชตวเสนาปิ อามกธญฺญวเสน วา อปโลกนกมฺมํ น วฏฺฏติ. กปฺปิยภณฺฑวเสน จีวรตณฺฑุลาทิวเสเนว จ วฏฺฏติ. ตํ ปน เอวํ กตฺตพฺพํ – ‘‘อิทานิ สุภิกฺขํ สุลภปิณฺฑํ, ภิกฺขู จีวเรน กิลมนฺติ, เอตฺตกํ นาม ตณฺฑุลภาคํ ภิกฺขูนํ จีวรํ กาตุํ รุจฺจตี’’ติ. ‘‘คิลานปจฺจโย สุลโภ คิลาโน วา นตฺถิ, เอตฺตกํ นาม ตณฺฑุลภาคํ ภิกฺขูนํ จีวรํ กาตุํ รุจฺจตี’’ติ.

เอวํ จีวรปจฺจยํ สลฺลกฺเขตฺวา เสนาสนสฺส กาเล โฆสิเต สนฺนิปติเต สงฺเฆ เสนาสนคฺคาหโก สมฺมนฺนิตพฺโพ. สมฺมนฺนนฺเตน จ เทฺว สมฺมนฺนิตพฺพาติ วุตฺตํ. เอวญฺหิ นวโก วุฑฺฒตรสฺส, วุฑฺโฒ จ นวกสฺส คาเหสฺสติ. มหนฺเต ปน มหาวิหารสทิเส วิหาเร ตโย จตฺตาโร ชนา สมฺมนฺนิตพฺพา. กุรุนฺทิยํ ปน ‘‘อฏฺฐปิ โสฬสปิ ชเน สมฺมนฺนิตุํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. เตสํ สมฺมุติ กมฺมวาจายปิ อปโลกเนนปิ วฏฺฏติเยว.

เตหิ สมฺมเตหิ ภิกฺขูหิ เสนาสนํ สลฺลกฺเขตพฺพํ, เจติยฆรํ โพธิฆรํ อาสนฆรํ สมฺมุญฺชนิอฏฺโฏ ทารุอฏฺโฏ วจฺจกุฏิ อิฏฺฐกสาลา วฑฺฒกิสาลา ทฺวารโกฏฺฐโก ปานียมาโฬ มคฺโค โปกฺขรณีติ เอตานิ หิ อเสนาสนานิ, วิหาโร อฑฺฒโยโค ปาสาโท หมฺมิยํ คุหา มณฺฑโป รุกฺขมูลํ เวฬุคุมฺโพติ อิมานิ เสนาสนานิ, ตานิ คาเหตพฺพานิ. คาเหนฺเตน จ ‘‘ปฐมํ ภิกฺขู คเณตุํ, ภิกฺขู คเณตฺวา เสยฺยา คเณตุ’’นฺติ เอตฺถ วุตฺตนเยน คาเหตพฺพานิ. สเจ สงฺฆิโก จ สทฺธาเทยฺโย จาติ เทฺว จีวรปจฺจยา โหนฺติ, เตสุ ยํ ภิกฺขู ปฐมํ คณฺหิตุํ อิจฺฉนฺติ, ตํ คาเหตฺวา ตสฺส ฐิติกโต ปฏฺฐาย อิตโร คาเหตพฺโพ.

สเจ ปน ภิกฺขูนํ อปฺปตาย ปริเวณคฺเคน เสนาสเน คาหิยมาเน เอกํ ปริเวณํ มหาลาภํ โหติ, ทส วา ทฺวาทส วา จีวรานิ ลภนฺติ, ตํ วิชเฏตฺวา อญฺเญสุ อลาภเกสุ อาวาเสสุ ปกฺขิปิตฺวา อญฺเญสมฺปิ ภิกฺขูนํ คาเหตพฺพนฺติ มหาสุมตฺเถโร อาห. มหาปทุมตฺเถโร ปนาห – ‘‘น เอวํ กาตพฺพํ, มนุสฺสา หิ อตฺตโน อาวาสชคฺคนตฺถาย ปจฺจยํ เทนฺติ, ตสฺมา อญฺเญหิ ภิกฺขูหิ ตตฺถ ปวิสิตพฺพ’’นฺติ. สเจ ปเนตฺถ มหาเถโร ปฏิกฺโกสติ – ‘‘มาวุโส, เอวํ คาเหถ, ภควโต อนุสิฏฺฐึ กโรถ, วุตฺตเญฺหตํ ภควตา – ‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปริเวณคฺเคน คาเหตุ’’’นฺติ ตสฺส ปฏิกฺโกสนาย อฏฺฐตฺวา ‘‘ภนฺเต ภิกฺขู พหู, ปจฺจโย มนฺโท, สงฺคหํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ ตํ สญฺญาเปตฺวา คาเหตพฺพเมว.

คาเหนฺเตน จ สมฺมเตน ภิกฺขุนา มหาเถรสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา เอวํ วตฺตพฺพํ – ‘‘ภนฺเต, ตุมฺหากํ เสนาสนํ ปาปุณาติ, คณฺหถ ปจฺจยํ ธาเรถา’’ติ. ‘‘อสุกกุลสฺส ปจฺจโย อสุกเสนาสนญฺจ มยฺหํ ปาปุณาติ, อาวุโส’’ติ, ‘‘ปาปุณาติ, ภนฺเต, คณฺหถ น’’นฺติ, ‘‘คณฺหามิ, อาวุโส’’ติ, คหิตํ โหติ. สเจ ปน ‘‘คหิตํ โว, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘คหิตํ เม’’ติ วา ‘‘คณฺหิสฺสถ, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘คณฺหิสฺสามี’’ติ วา วทติ, ‘‘อคหิตํ โหตี’’ติ มหาสุมตฺเถโร อาห. มหาปทุมตฺเถโร ปนาห – ‘‘อตีตานาคตวจนํ วา โหตุ, วตฺตมานวจนํ วา, สตุปฺปาทมตฺตอาลยกรณมตฺตเมว เจตฺถ ปมาณํ, ตสฺมา คหิตเมว โหตี’’ติ.

โยปิ ปํสุกูลิโก ภิกฺขุ เสนาสนํ คเหตฺวา ปจฺจยํ วิสฺสชฺเชติ, อยมฺปิ น อญฺญสฺมึ อาวาเส ปกฺขิปิตพฺโพ. ตสฺมึเยว ปริเวเณ อคฺคิสาลาย วา ทีฆสาลาย วา รุกฺขมูเล วา อญฺญสฺส คาเหตุํ วฏฺฏติ. ปํสุกูลิโก ‘‘วสามี’’ติ เสนาสนํ ชคฺคิสฺสติ, อิตโร ‘‘ปจฺจยํ คณฺหามี’’ติ, เอวํ ทฺวีหิ การเณหิ เสนาสนํ สุชคฺคิตตรํ ภวิสฺสติ. มหาปจฺจริยํ ปน วุตฺตํ – ‘‘ปํสุกูลิเก วาสตฺถาย เสนาสนํ คณฺหนฺเต เสนาสนคฺคาหาปเกน วตฺตพฺพํ – ‘ภนฺเต, อิธ ปจฺจโย อตฺถิ, โส กึ กาตพฺโพ’ติ. เตน ‘เหฏฺฐา อญฺญํ คาหาเปหี’ติ วตฺตพฺโพ. สเจ ปน กิญฺจิ อวตฺวาว วสติ, วุตฺถวสฺสสฺส จ ปาทมูเล ฐเปตฺวา สาฏกํ เทนฺติ, วฏฺฏติ. อถ วสฺสาวาสิกํ เทมาติ วทนฺติ, ตสฺมึ เสนาสเน วสฺสํวุตฺถภิกฺขูนํ ปาปุณาตี’’ติ. เยสํ ปน เสนาสนํ นตฺถิ; เกวลํ ปจฺจยเมว เทนฺติ, เตสํ ปจฺจยํ อวสฺสาวาสิเก เสนาสเน คาเหตุํ วฏฺฏติ.

มนุสฺสา ถูปํ กตฺวา วสฺสาวาสิกํ คาหาเปนฺติ, ถูโป นาม อเสนาสนํ, ตสฺส สมีเป รุกฺเข วา มณฺฑเป วา อุปนิพนฺธิตฺวา คาหาเปตพฺพํ. เตน ภิกฺขุนา เจติยํ ปฏิชคฺคิตพฺพํ. โพธิรุกฺขโพธิฆรอาสนฆรสมฺมุญฺชนิอฏฺฏทารุอฏฺฏวจฺจกุฏิทฺวารโกฏฺฐกปานียมาฬกทนฺตกฏฺฐมาฬเกสุปิ เอเสว นโย. โภชนสาลา ปน เสนาสนเมว, ตสฺมา ตํ เอกสฺส วา พหูนํ วา ปริจฺฉินฺทิตฺวา คาเหตุํ วฏฺฏตีติ สพฺพมิทํ วิตฺถาเรน มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ.

เสนาสนคฺคาหาปเกน ปน ปาฏิปทอรุณโต ปฏฺฐาย ยาว ปุน อรุณํ น ภิชฺชติ ตาว คาเหตพฺพํ, อิทญฺหิ เสนาสนคฺคาหสฺส เขตฺตํ. สเจ ปาโตว คาหิเต เสนาสเน อญฺโญ วิตกฺกจาริโก ภิกฺขุ อาคนฺตฺวา เสนาสนํ ยาจติ, ‘‘คหิตํ, ภนฺเต, เสนาสนํ, วสฺสูปคโต สงฺโฆ, รมณีโย วิหาโร, รุกฺขมูลาทีสุ ยตฺถ อิจฺฉถ ตตฺถ วสถา’’ติ วตฺตพฺโพ. วสฺสูปคเตหิ อนฺโตวสฺเส นิพทฺธวตฺตํ ฐเปตฺวา วสฺสูปคตา ภิกฺขู ‘‘สมฺมุญฺชนิโย พนฺธถา’’ติ วตฺตพฺพา. สุลภา เจ ทณฺฑกา เจว สลากาโย จ โหนฺติ, เอเกเกน ฉ ปญฺจ มุฏฺฐิสมฺมุญฺชนิโย, เทฺว ติสฺโส ยฏฺฐิสมฺมุญฺชนิโย วา พนฺธิตพฺพา. ทุลฺลภา เจ โหนฺติ, เทฺว ติสฺโส มุฏฺฐิสมฺมุญฺชนิโย เอกา ยฏฺฐิสมฺมุญฺชนี พนฺธิตพฺพา. สามเณเรหิ ปญฺจ ปญฺจ อุกฺกา โกฏฺเฏตพฺพา. วสนฏฺฐาเน กสาวปริภณฺฑํ กาตพฺพํ.

วตฺตํ กโรนฺเตหิ ปน ‘‘น อุทฺทิสิตพฺพํ, น อุทฺทิสาเปตพฺพํ, น สชฺฌาโย กาตพฺโพ, น ปพฺพาเชตพฺพํ, น อุปสมฺปาเทตพฺพํ, น นิสฺสโย ทาตพฺโพ, น ธมฺมสวนํ กาตพฺพํ, สพฺเพว หิ เอเต ปปญฺจา. นิปฺปปญฺจา หุตฺวา สมณธมฺมเมว กริสฺสามา’’ติ วา ‘‘สพฺเพ เตรส ธุตงฺคานิ สมาทิยนฺตุ, เสยฺยํ อกปฺเปตฺวา ฐานจงฺกเมหิ วีตินาเมนฺตุ, มูคพฺพตํ คณฺหนฺตุ, สตฺตาหกรณีเยน คตาปิ ภาชนียภณฺฑํ ลภนฺตู’’ติ วา เอวรูปํ อธมฺมิกวตฺตํ น กาตพฺพํ. เอวํ ปน กาตพฺพํ – ปริยตฺติธมฺโม นาม ติวิธมฺปิ สทฺธมฺมํ ปติฏฺฐาเปติ; ตสฺมา สกฺกจฺจํ อุทฺทิสถ, อุทฺทิสาเปถ, สชฺฌายํ กโรถ, ปธานฆเร วสนฺตานํ สงฺฆฏฺฏนํ อกตฺวา อนฺโตวิหาเร นิสีทิตฺวา อุทฺทิสถ, อุทฺทิสาเปถ, สชฺฌายํ กโรถ, ธมฺมสวนํ สมิทฺธํ กโรถ, ปพฺพาเชนฺตา โสเธตฺวา ปพฺพาเชถ, โสเธตฺวา อุปสมฺปาเทถ, โสเธตฺวา นิสฺสยํ เทถ, เอโกปิ หิ กุลปุตฺโต ปพฺพชฺชํ อุปสมฺปทญฺจ ลภิตฺวา สกลสาสนํ ปติฏฺฐาเปติ, อตฺตโน ถาเมน ยตฺตกานิ สกฺโกถ ตตฺตกานิ ธุตงฺคานิ สมาทิยถ. อนฺโตวสฺสํ นาเมตํ สกลทิวสํ รตฺติยา จ ปฐมปจฺฉิมยาเมสุ อปฺปมตฺเตหิ ภวิตพฺพํ, วีริยํ อารภิตพฺพํ. โปราณกมหาเถราปิ สพฺพปลิโพเธ ฉินฺทิตฺวา อนฺโตวสฺเส เอกจาริกวตฺตํ ปูรยึสุ, ภสฺเส มตฺตํ ชานิตฺวา ทสวตฺถุกกถํ ทสอสุภทสานุสฺสติอฏฺฐตึสารมฺมณกถญฺจ กาตุํ วฏฺฏติ, อาคนฺตุกานํ วตฺตํ กาตุํ สตฺตาหกรณีเยน คตานํ อปโลเกตฺวา ทาตุํ วฏฺฏตีติ เอวรูปํ วตฺตํ กาตพฺพํ.

อปิจ ภิกฺขู โอวทิตพฺพา – ‘‘วิคฺคาหิกปิสุณผรุสวจนานิ มา วทถ, ทิวเส ทิวเส สีลานิ อาวชฺเชนฺตา จตุรารกฺขํ อหาเปนฺตา มนสิการพหุลา วิหรถา’’ติ. ทนฺตกฏฺฐขาทนวตฺตํ อาจิกฺขิตพฺพํ, เจติยํ วา โพธึ วา วนฺทนฺเตน คนฺธมาลํ วา ปูเชนฺเตน ปตฺตํ วา ถวิกาย ปกฺขิปนฺเตน น กเถตพฺพํ, ภิกฺขาจารวตฺตํ อาจิกฺขิตพฺพํ – ‘‘อนฺโตคาเม มนุสฺเสหิ สทฺธึ ปจฺจยสญฺญุตฺตกถา วา วิสภาคกถา วา น กเถตพฺพา, รกฺขิตินฺทฺริเยหิ ภวิตพฺพํ, ขนฺธกวตฺตญฺจ เสขิยวตฺตญฺจ ปูเรตพฺพ’’นฺติ เอวรูปา พหุกาปิ นิยฺยานิกกถา อาจิกฺขิตพฺพาติ.

ปจฺฉิมวสฺสูปนายิกทิวเส ปน สเจ กาลํ โฆเสตฺวา สนฺนิปติเต สงฺเฆ โกจิ ทสหตฺถํ วตฺถํ อาหริตฺวา วสฺสาวาสิกํ เทติ, อาคนฺตุโก สเจ ภิกฺขุ สงฺฆตฺเถโร โหติ, ตสฺส ทาตพฺพํ. นวโก เจ โหติ, สมฺมเตน ภิกฺขุนา สงฺฆตฺเถโร วตฺตพฺโพ – ‘‘สเจ ภนฺเต อิจฺฉถ, ปฐมภาคํ มุญฺจิตฺวา อิทํ วตฺถํ คณฺหถา’’ติ, อมุญฺจนฺตสฺส น ทาตพฺพํ. สเจ ปน ปุพฺเพ คาหิตํ มุญฺจิตฺวา คณฺหาติ, ทาตพฺพํ. เอเตเนวุปาเยน ทุติยตฺเถรโต ปฏฺฐาย ปริวตฺเตตฺวา ปตฺตฏฺฐาเน อาคนฺตุกสฺส ทาตพฺพํ. สเจ ปฐมวสฺสูปคตา เทฺว ตีณิ จตฺตาริ ปญฺจ วา วตฺถานิ อลตฺถุํ, ลทฺธํ ลทฺธํ เอเตเนวุปาเยน วิสฺสชฺชาเปตฺวา ยาว อาคนฺตุกสฺส สมกํ โหติ, ตาว ทาตพฺพํ. เตน ปน สมเก ลทฺเธ อวสิฏฺโฐ อนุภาโค เถราสเน ทาตพฺโพ. ปจฺจุปฺปนฺเน ลาเภ สติ ฐิติกาย คาเหตุํ กติกํ กาตุํ วฏฺฏติ.

สเจ ทุพฺภิกฺขํ โหติ, ทฺวีสุปิ วสฺสูปนายิกาสุ วสฺสูปคตา ภิกฺขู ภิกฺขาย กิลมนฺตา ‘‘อาวุโส, อิธ วสนฺตา สพฺเพว กิลมาม, สาธุ วต เทฺวภาคา โหม, เยสํ ญาติปวาริตฏฺฐานานิ อตฺถิ, เต ตตฺถ วสิตฺวา ปวารณาย อาคนฺตฺวา อตฺตโน ปตฺตํ วสฺสาวาสิกํ คณฺหนฺตู’’ติ วทนฺติ, เตสุ เย ตตฺถ วสิตฺวา ปวารณาย อาคจฺฉนฺติ, เตสํ อปโลเกตฺวา วสฺสาวาสิกํ ทาตพฺพํ. สาทิยนฺตาปิ หิ เต เนว วสฺสาวาสิกสฺส สามิโน, ขียนฺตาปิ จ อาวาสิกา เนว อทาตุํ ลภนฺติ. กุรุนฺทิยํ ปน วุตฺตํ – ‘‘กติกวตฺตํ กาตพฺพํ – ‘สพฺเพสํ โน อิธ ยาคุภตฺตํ นปฺปโหติ, สภาคฏฺฐาเน วสิตฺวา อาคจฺฉถ, ตุมฺหากํ ปตฺตํ วสฺสาวาสิกํ ลภิสฺสถา’ติ. ตญฺเจ เอโก ปฏิพาหติ, สุปฏิพาหิตํ; โน เจ ปฏิพาหติ, กติกา สุกตา. ปจฺฉา เตสํ ตตฺถ วสิตฺวา อาคตานํ อปโลเกตฺวา ทาตพฺพํ, อปโลกนกาเล ปฏิพาหิตุํ น ลพฺภตี’’ติ. ปุนปิ วุตฺตํ – ‘‘สเจ วสฺสูปคเตสุ เอกจฺจานํ วสฺสาวาสิเก อปาปุณนฺเต ภิกฺขู กติกํ กโรนฺติ – ‘ฉินฺนวสฺสานํ วสฺสาวาสิกญฺจ อิทานิ อุปฺปชฺชนกวสฺสาวาสิกญฺจ อิเมสํ ทาตุํ รุจฺจตี’ติ เอวํ กติกาย กตาย คาหิตสทิสเมว โหติ, อุปฺปนฺนุปฺปนฺนํ เตสเมว ทาตพฺพ’’นฺติ.

เตมาสํ ปานียํ อุปฏฺฐาเปตฺวา วิหารมคฺคเจติยงฺคณโพธิยงฺคณานิ ชคฺคิตฺวา โพธิรุกฺเข อุทกํ สิญฺจิตฺวา ปกฺกนฺโตปิ วิพฺภนฺโตปิ วสฺสาวาสิกํ ลภติเยว. ภตินิวิฏฺฐญฺหิ เตน กตํ. สงฺฆิกํ ปน อปโลกนกมฺมํ กตฺวา คาหิตํ อนฺโตวสฺเส วิพฺภนฺโตปิ ลภเตว. ปจฺจยวเสน คาหิตํ ปน น ลภตีติ วทนฺติ.

สเจ วุตฺถวสฺโส ทิสํคมิโก ภิกฺขุ อาวาสิกสฺส หตฺถโต กิญฺจิเทว กปฺปิยภณฺฑํ คเหตฺวา ‘‘อสุกกุเล มยฺหํ วสฺสาวาสิกํ ปตฺตํ, ตํ คณฺหถา’’ติ วตฺวา คตฏฺฐาเน วิพฺภมติ, วสฺสาวาสิกํ สงฺฆิกํ โหติ. สเจ ปน มนุสฺเส สมฺมุขา สมฺปฏิจฺฉาเปตฺวา คจฺฉติ, ลภติ. ‘‘อิทํ วสฺสาวาสิกํ อมฺหากํ เสนาสเน วุตฺถภิกฺขุโน เทมา’’ติ วุตฺเต, ยสฺส คาหิตํ ตสฺเสว โหติ. สเจ ปน เสนาสนสามิกสฺส ปิยกมฺยตาย ปุตฺตธีตาทโย พหูนิ วตฺถานิ อาหริตฺวา ‘‘อมฺหากํ เสนาสเน เทมา’’ติ เทนฺติ, ตตฺถ วสฺสูปคตสฺส เอกเมว วตฺถํ ทาตพฺพํ, เสสานิ สงฺฆิกานิ โหนฺติ, วสฺสาวาสิกฏฺฐิติกาย คาเหตพฺพานิ. ฐิติกาย อสติ เถราสนโต ปฏฺฐาย คาเหตพฺพานิ. เสนาสเน วสฺสูปคตํ ภิกฺขุํ นิสฺสาย อุปฺปนฺเนน จิตฺตปฺปสาเทน พหูนิ วตฺถานิ อาหริตฺวา ‘‘เสนาสนสฺส เทมา’’ติ ทินฺเนสุปิ เอเสว นโย. สเจ ปน ปาทมูเล ฐเปตฺวา ‘‘เอตสฺส ภิกฺขุโน เทมา’’ติ วทนฺติ, ตสฺเสว โหนฺติ.

เอกสฺส เคเห เทฺว วสฺสาวาสิกานิ – ปฐมภาโค สามเณรสฺส คาหิโต โหติ, ทุติโย เถราสเน. โส เอกํ ทสหตฺถํ, เอกํ อฏฺฐหตฺถํ สาฏกํ เปเสติ ‘‘วสฺสาวาสิกํ ปตฺตภิกฺขูนํ เทถา’’ติ วิจินิตฺวา วรภาคํ สามเณรสฺส ทตฺวา อนุภาโค เถราสเน ทาตพฺโพ. สเจ ปน อุโภปิ ฆรํ เนตฺวา โภเชตฺวา สยเมว ปาทมูเล ฐเปติ, ยํ ยสฺส ทินฺนํ, ตเทว ตสฺส โหติ.

อิโต ปรํ มหาปจฺจริยํ อาคตนโย โหติ – ‘‘เอกสฺส ฆเร ทหรสามเณรสฺส วสฺสาวาสิกํ ปาปุณาติ, โส เจ ปุจฺฉติ – ‘อมฺหากํ วสฺสาวาสิกํ กสฺส ปตฺต’นฺติ, ‘สามเณรสฺสา’ติ อวตฺวา ‘ทานกาเล ชานิสฺสสี’ติ วตฺวา ทานทิวเส เอกํ มหาเถรํ เปเสตฺวา นีหราเปตพฺพํ. สเจ ยสฺส วสฺสาวาสิกํ ปตฺตํ, โส วิพฺภมติ วา กาลํ วา กโรติ, มนุสฺสา เจ ปุจฺฉนฺติ – ‘กสฺส อมฺหากํ วสฺสาวาสิกํ ปตฺต’นฺติ, เตสํ ยถาภูตํ อาจิกฺขิตพฺพํ. สเจ เต วทนฺติ – ‘ตุมฺหากํ เทมา’ติ, ตสฺส ภิกฺขุโน ปาปุณาติ. อถ สงฺฆสฺส วา คณสฺส วา เทนฺติ, สงฺฆสฺส วา คณสฺส วา ปาปุณาติ. สเจ วสฺสูปคตา สุทฺธปํสุกูลิกาเยว โหนฺติ, อาเนตฺวา ทินฺนํ วสฺสาวาสิกํ เสนาสนปริกฺขารํ วา กตฺวา ฐเปตพฺพํ, พิมฺโพหนาทีนิ วา กาตพฺพานี’’ติ. อิทํ เนวาสิกวตฺตํ.

เสนาสนคฺคาหกถา นิฏฺฐิตา.

อุปนนฺทวตฺถุกถา

๓๑๙. อุปนนฺทวตฺถุสฺมึ – ตตฺถ ตยา โมฆปุริส คหิตํ อิธ มุตฺตํ, อิธ ตยา คหิตํ ตตฺร มุตฺตนฺติ เอตฺถ อยมตฺโถ – ยํ ตยา ตตฺถ เสนาสนํ คหิตํ, ตํ เต คณฺหนฺเตเนว อิธ มุตฺตํ โหติ. ‘‘อิธ ทานาหํ, อาวุโส, มุญฺจามี’’ติ วทนฺเตน ปน ตํ ตตฺราปิ มุตฺตํ. เอวํ ตฺวํ อุภยตฺถ ปริพาหิโรติ.

อยํ ปเนตฺถ วินิจฺฉโย – คหเณน คหณํ ปฏิปฺปสฺสมฺภติ, คหเณน อาลโย ปฏิปฺปสฺสมฺภติ, อาลเยน คหณํ ปฏิปฺปสฺสมฺภติ, อาลเยน อาลโย ปฏิปฺปสฺสมฺภติ. กถํ? อิเธกจฺโจ วสฺสูปนายิกทิวเส เอกสฺมึ วิหาเร เสนาสนํ คเหตฺวา สามนฺตวิหารํ คนฺตฺวา ตตฺราปิ คณฺหาติ, ตสฺส อิมินา คหเณน ปุริมํ คหณํ ปฏิปฺปสฺสมฺภติ. อปโร ‘‘อิธ วสิสฺสามี’’ติ อาลยมตฺตํ กตฺวา สามนฺตวิหารํ คนฺตฺวา ตตฺถ เสนาสนํ คณฺหาติ, ตสฺส อิมินา คหเณน ปุริโม อาลโย ปฏิปฺปสฺสมฺภติ. เอโก ‘‘อิธ วสิสฺสามี’’ติ เสนาสนํ วา คเหตฺวา อาลยํ วา กตฺวา สามนฺตวิหารํ คนฺตฺวา ‘‘อิเธว ทานิ วสิสฺสามี’’ติ อาลยํ กโรติ, อิจฺจสฺส อาลเยน วา คหณํ อาลเยน วา อาลโย ปฏิปฺปสฺสมฺภติ, สพฺพตฺถ ปจฺฉิเม คหเณ วา อาลเย วา ติฏฺฐติ. โย ปน ‘‘เอกสฺมึ วิหาเร เสนาสนํ คเหตฺวา อญฺญสฺมึ วิหาเร วสิสฺสามี’’ติ คจฺฉติ, ตสฺส อุปจารสีมาติกฺกเม เสนาสนคฺคาโห ปฏิปฺปสฺสมฺภติ. ยทิ ปน ‘‘ตตฺถ ผาสุ ภวิสฺสติ, วสิสฺสามิ; โน เจ, อาคมิสฺสามี’’ติ คนฺตฺวา อผาสุภาวํ ญตฺวา ปจฺจาคจฺฉติ, วฏฺฏติ.

๓๒๐. ติวสฺสนฺตเรนาติ เอตฺถ ติวสฺสนฺตโร นาม โย ทฺวีหิ วสฺเสหิ มหนฺตตโร วา ทหรตโร วา โหติ. โย ปน เอเกน วสฺเสน มหนฺตตโร วา ทหรตโร วา โหติ, โย วา สมานวสฺโส, ตตฺถ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. อิเม สพฺเพ เอกสฺมึ มญฺเจ วา ปีเฐ วา เทฺว เทฺว หุตฺวา นิสีทิตุํ ลภนฺติ. ยํ ติณฺณํ ปโหติ, ตํ สํหาริมํ วา โหตุ อสํหาริมํ วา, ตถารูเป อปิ ผลกขณฺเฑ อนุปสมฺปนฺเนนาปิ สทฺธึ นิสีทิตุํ วฏฺฏติ.

หตฺถินขกนฺติ หตฺถิกุมฺเภ ปติฏฺฐิตํ; เอวํ กตสฺส กิเรตํ นามํ. สพฺพํ ปาสาทปริโภคนฺติ สุวณฺณรชตาทิวิจิตฺรานิ กวาฏานิ มญฺจปีฐานิ ตาลวณฺฏานิ สุวณฺณรชตมยปานียฆฏปานียสราวานิ ยํกิญฺจิ จิตฺตกมฺมกตํ, สพฺพํ วฏฺฏติ. ‘‘ปาสาทสฺส ทาสิทาสํ เขตฺตวตฺถุํ โคมหึสํ เทมา’’ติ วทนฺติ, ปาเฏกฺกํ คหณกิจฺจํ นตฺถิ, ปาสาเท ปฏิคฺคหิเต ปฏิคฺคหิตเมว โหติ. โคนกาทีนิ สงฺฆิกวิหาเร วา ปุคฺคลิกวิหาเร วา มญฺจปีฐเกสุ อตฺถริตฺวา ปริภุญฺชิตุํ น วฏฺฏนฺติ. ธมฺมาสเน ปน คิหิวิกฏนิหาเรน ลพฺภนฺติ, ตตฺราปิ นิปชฺชิตุํ น วฏฺฏติ.

อุปนนฺทวตฺถุกถา นิฏฺฐิตา.

อวิสฺสชฺชิยวตฺถุกถา

๓๒๑. ปญฺจิมานีติ ราสิวเสน ปญฺจ, สรูปวเสน ปเนตานิ พหูนิ โหนฺติ. ตตฺถ อาราโม นาม ปุปฺผาราโม วา ผลาราโม วา. อารามวตฺถุ นาม เตสํเยว อารามานํ อตฺถาย ปริจฺฉินฺทิตฺวา ฐปิโตกาโส; เตสุ วา อาราเมสุ วินฏฺเฐสุ เตสํ โปราณกภูมิภาโค. วิหาโร นาม ยํกิญฺจิ ปาสาทาทิเสนาสนํ. วิหารวตฺถุ นาม ตสฺส ปติฏฺฐาโนกาโส. มญฺโจ นาม – มสารโก, พุนฺทิกาพทฺโธ, กุฬีรปาทโก อาหจฺจปาทโกติ อิเมสํ ปุพฺเพ วุตฺตานํ จตุนฺนํ มญฺจานํ อญฺญตโร. ปีฐํ นาม มสารกาทีนํเยว จตุนฺนํ ปีฐานํ อญฺญตรํ. ภิสิ นาม อุณฺณภิสิอาทีนํ ปญฺจนฺนํ อญฺญตรา. พิมฺโพหนํ นาม วุตฺตปฺปการานํ พิมฺโพหนานํ อญฺญตรํ. โลหกุมฺภี นาม กาฬโลเหน วา ตมฺพโลเหน วา เยน เกนจิ โลเหน กตา กุมฺภี. โลหภาณกาทีสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ ปน ภาณกนฺติ อรญฺชโร วุจฺจติ. วารโกติ ฆโฏ. กฏาหํ กฏาหเมว. วาสิอาทีสุ วลฺลิอาทีสุ จ ทุวิญฺเญยฺยํ นาม นตฺถิ. เอวํ –

ทฺวิสงฺคหานิ เทฺว โหนฺติ, ตติยํ จตุสงฺคหํ;

จตุตฺถํ นวโกฏฺฐาสํ, ปญฺจมํ อฏฺฐเภทนํ.

อิติ ปญฺจหิ ราสีหิ, ปญฺจนิมฺมลโลจโน;

ปญฺจวีสวิธํ นาโถ, ครุภณฺฑํ ปกาสยิ.

ตตฺรายํ วินิจฺฉยกถา – อิทญฺหิ สพฺพมฺปิ ครุภณฺฑํ อิธ อวิสฺสชฺชิยํ, กีฏาคิริวตฺถุสฺมึ ‘‘อเวภงฺคิย’’นฺติ วุตฺตํ. ปริวาเร ปน –

‘‘อวิสฺสชฺชิยํ อเวภงฺคิยํ, ปญฺจ วุตฺตา มเหสินา;

วิสฺสชฺเชนฺตสฺส ปริภุญฺชนฺตสฺส อนาปตฺติ,

ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา’’ติ. (ปริ. ๔๗๙) –

อาคตํ. ตสฺมา มูลจฺเฉชฺชวเสน อวิสฺสชฺชิยํ อเวภงฺคิยญฺจ ปริวตฺตนวเสน ปน วิสฺสชฺเชนฺตสฺส ปริภุญฺชนฺตสฺส จ อนาปตฺตีติ เอวเมตฺถ อธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ.

ตตฺรายํ อนุปุพฺพิกถา – อิทํ ตาว ปญฺจวิธมฺปิ จีวรปิณฺฑปาตเภสชฺชตฺถาย อุปเนตุํ น วฏฺฏติ. ถาวเรน จ ถาวรํ ครุภณฺเฑน จ ครุภณฺฑํ ปริวตฺเตตุํ วฏฺฏติ. ถาวเร ปน เขตฺตํ วตฺถุ ตฬากํ มาติกาติ เอวรูปํ ภิกฺขุสงฺฆสฺส วิจาเรตุํ วา สมฺปฏิจฺฉิตุํ วา อธิวาเสตุํ วา น วฏฺฏติ, กปฺปิยการเกเหว วิจาริตโต กปฺปิยภณฺฑํ วฏฺฏติ. อาราเมน ปน อารามํ อารามวตฺถุํ วิหารํ วิหารวตฺถุนฺติ อิมานิ จตฺตาริ ปริวตฺเตตุํ วฏฺฏติ.

ตตฺรายํ ปริวตฺตนนโย – สงฺฆสฺส นาฬิเกราราโม ทูเร โหติ, กปฺปิยการกา วา พหุตรํ ขาทนฺติ. ยมฺปิ น ขาทนฺติ, ตโต สกฏเวตนํ ทตฺวา อปฺปเมว หรนฺติ. อญฺเญสํ ปน ตสฺส อารามสฺส อวิทูรคามวาสีนํ มนุสฺสานํ วิหารสฺส สมีเป อาราโม โหติ, เต สงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา สเกน อาราเมน ตํ อารามํ ยาจนฺติ, สงฺเฆน ‘‘รุจฺจติ สงฺฆสฺสา’’ติ อปโลเกตฺวา สมฺปฏิจฺฉิตพฺโพ. สเจปิ ภิกฺขูนํ รุกฺขสหสฺสํ โหติ, มนุสฺสานํ ปญฺจ สตานิ, ‘‘ตุมฺหากํ อาราโม ขุทฺทโก’’ติ น วตฺตพฺพํ. กิญฺจาปิ หิ อยํ ขุทฺทโก, อถ โข อิตรโต พหุตรํ อายํ เทติ. สเจปิ สมกเมว เทติ; เอวมฺปิ อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ ปริภุญฺชิตุํ สกฺกาติ คเหตพฺพเมว. สเจ ปน มนุสฺสานํ พหุตรา รุกฺขา โหนฺติ, ‘‘นนุ ตุมฺหากํ พหุตรา รุกฺขา’’ติ วตฺตพฺพํ. สเจ ‘‘อติเรกํ อมฺหากํ ปุญฺญํ โหตุ, สงฺฆสฺส เทมา’’ติ วทนฺติ, ชานาเปตฺวา สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏติ. ภิกฺขูนํ รุกฺขา ผลธาริโน, มนุสฺสานํ รุกฺขา น ตาว ผลํ คณฺหนฺติ, กิญฺจาปิ น คณฺหนฺติ, น จิเรน คณฺหิสฺสนฺตีติ สมฺปฏิจฺฉิตพฺพเมว. มนุสฺสานํ รุกฺขา ผลธาริโน, ภิกฺขูนํ น ตาว ผลํ คณฺหนฺติ, ‘‘นนุ ตุมฺหากํ รุกฺขา ผลธาริโน’’ติ วตฺตพฺพํ. สเจ ‘‘คณฺหถ, ภนฺเต, อมฺหากํ ปุญฺญํ ภวิสฺสตี’’ติ เทนฺติ, ชานาเปตฺวา สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏติ; เอวํ อาราเมน อาราโม ปริวตฺเตตพฺโพ. เอเตเนว นเยน อารามวตฺถุปิ วิหาโรปิ วิหารวตฺถุปิ อาราเมน ปริวตฺเตตพฺพํ. อารามวตฺถุนา จ มหนฺเตน วา ขุทฺทเกน วา อารามอารามวตฺถุ วิหารวิหารวตฺถูนิ.

กถํ วิหาเรน วิหาโร ปริวตฺเตตพฺโพ? สงฺฆสฺส อนฺโตคาเม เคหํ โหติ, มนุสฺสานํ วิหารมชฺเฌ ปาสาโท, อุโภปิ อคฺเฆน สมกา, สเจ มนุสฺสา เตน ปาสาเทน ตํ เคหํ ยาจนฺติ, สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏติ. ภิกฺขูนํ เจ มหคฺฆตรํ เคหํ โหติ, ‘‘มหคฺฆตรํ อมฺหากํ เคห’’นฺติ วุตฺเต ‘‘กิญฺจาปิ มหคฺฆตรํ, ปพฺพชิตานํ อสารุปฺปํ, น สกฺกา ตตฺถ ปพฺพชิเตหิ วสิตุํ, อิทํ ปน สารุปฺปํ คณฺหถา’’ติ วทนฺติ; เอวมฺปิ สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏติ. สเจ ปน มนุสฺสานํ มหคฺฆํ โหติ, ‘‘นนุ ตุมฺหากํ เคหํ มหคฺฆ’’นฺติ วตฺตพฺพํ. ‘‘โหตุ, ภนฺเต, อมฺหากํ ปุญฺญํ ภวิสฺสติ, คณฺหถา’’ติ วุตฺเต ปน สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏติ. เอวํ วิหาเรน วิหาโร ปริวตฺเตตพฺโพ. เอเตเนว นเยน วิหารวตฺถุปิ อาราโมปิ อารามวตฺถุปิ วิหาเรน ปริวตฺเตตพฺพํ. วิหารวตฺถุนา จ มหคฺเฆน วา อปฺปคฺเฆน วา วิหารวิหารวตฺถุอารามอารามวตฺถูนิ. เอวํ ตาว ถาวเรน ถาวรปริวตฺตนํ เวทิตพฺพํ.

ครุภณฺเฑน ครุภณฺฑปริวตฺตเน ปน มญฺจปีฐํ มหนฺตํ วา โหตุ ขุทฺทกํ วา, อนฺตมโส จตุรงฺคุลปาทกํ วา คามทารเกหิ ปํสฺวาคารเกสุ กีฬนฺเตหิ กตมฺปิ สงฺฆสฺส ทินฺนกาลโต ปฏฺฐาย ครุภณฺฑํ โหติ. สเจปิ ราชราชมหามตฺตาทโย เอกปฺปหาเรเนว มญฺจสตํ วา มญฺจสหสฺสํ วา เทนฺติ, สพฺเพ กปฺปิยมญฺจา สมฺปฏิจฺฉิตพฺพา, สมฺปฏิจฺฉิตฺวา วุฑฺฒปฏิปาฏิยา ‘‘สงฺฆิกปริโภเคน ปริภุญฺชถา’’ติ ทาตพฺพา, ปุคฺคลิกวเสน น ทาตพฺพา. อติเรกมญฺเจ ภณฺฑาคาราทีสุ ปญฺญเปตฺวา ปตฺตจีวรํ นิกฺขิปิตุมฺปิ วฏฺฏติ. พหิสีมาย ‘‘สงฺฆสฺส เทมา’’ติ ทินฺนมญฺโจ สงฺฆตฺเถรสฺส วสนฏฺฐาเน ทาตพฺโพ. ตตฺถ เจ พหู มญฺจา โหนฺติ, มญฺเจน กมฺมํ นตฺถิ; ยสฺส วสนฏฺฐาเน กมฺมํ อตฺถิ, ตตฺถ ‘‘สงฺฆิกปริโภเคน ปริภุญฺชถา’’ติ ทาตพฺโพ. มหคฺเฆน สตคฺฆนเกน วา สหสฺสคฺฆนเกน วา สตสหสฺสคฺฆนเกน วา มญฺเจน อญฺญํ มญฺจสตํ ลภติ, ปริวตฺเตตฺวา คเหตพฺพํ. น เกวลํ มญฺเจน มญฺโจเยว, อารามอารามวตฺถุวิหารวิหารวตฺถุปีฐภิสิพิมฺโพหนานิปิ ปริวตฺเตตุํ วฏฺฏนฺติ. เอส นโย ปีฐภิสิพิมฺโพหเนสุปิ. เอเตสุ หิ กปฺปิยากปฺยิยํ วุตฺตนยเมว. ตตฺถ อกปฺปิยํ น ปริภุญฺชิตพฺพํ, กปฺปิยํ สงฺฆิกปริโภเคน ปริภุญฺชิตพฺพํ. อกปฺปิยํ วา มหคฺฆํ กปฺปิยํ วา ปริวตฺเตตฺวา วุตฺตวตฺถูนิ คเหตพฺพานิ. อครุภณฺฑุปคํ ปน ภิสิพิมฺโพหนํ นาม นตฺถิ.

โลหกุมฺภี โลหภาณกํ โลหกฏาหนฺติ อิมานิ ตีณิ มหนฺตานิ วา โหนฺตุ ขุทฺทกานิ วา อนฺตมโส ปสตมตฺตอุทกคณฺหนกานิปิ ครุภณฺฑานิเยว. โลหวารโก ปน กาฬโลหตมฺพโลหวฏฺฏโลหกํสโลหานํ เยน เกนจิ กโต สีหฬทีเป ปาทคณฺหนโก ภาเชตพฺโพ. ปาโท จ นาม มคธนาฬิยา ปญฺจนาฬิมตฺตํ คณฺหาติ, ตโต อธิกคณฺหนโก ครุภณฺฑํ. อิมานิ ตาว ปาฬิยํ อาคตานิ โลหภาชนานิ.

ปาฬิยํ ปน อนาคตานิปิ ภิงฺคารปฏิคฺคหอุฬุงฺกทพฺพิกฏจฺฉุปาติตฏฺฏกสรกสมุคฺคองฺคารกปลฺลธูมกฏจฺฉุอาทีนิ ขุทฺทกานิ วา มหนฺตานิ วา สพฺพานิ ครุภณฺฑานิ. ปตฺโต, อยถาลกํ, ตมฺพโลหถาลกนฺติ อิมานิ ปน ภาชนียานิ. กํสโลหวฏฺฏโลหภาชนวิกติ สงฺฆิกปริโภเคน วา คิหิวิกฏา วา วฏฺฏติ, ปุคฺคลิกปริโภเคน น วฏฺฏติ. กํสโลหาทิภาชนํ สงฺฆสฺส ทินฺนมฺปิ หิ ปาริหาริยํ น วฏฺฏติ. ‘‘คิหิวิกฏนิหาเรเนว ปริภุญฺชิตพฺพ’’นฺติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ.

ฐเปตฺวา ปน ภาชนวิกตึ อญฺญสฺมิมฺปิ กปฺปิยโลหภณฺเฑ – อญฺชนี, อญฺชนิสลากา, กณฺณมลหรณี, สูจิ, ปณฺณสูจิ, ขุทฺทโก, ปิปฺผลโก, ขุทฺทกํ, อารกณฺฏกํ, กุญฺจิกา, ตาฬํ, กตฺตรยฏฺฐิ เวธโก, นตฺถุทานํ, ภินฺทิวาโล, โลหกูโฏ, โลหกุฏฺฏิ, โลหคุโฬ, โลหปิณฺฑิ, โลหจกฺกลิกํ, อญฺญมฺปิ วิปฺปกตโลหภณฺฑํ ภาชนียํ. ธูมเนตฺตผาลทีปรุกฺขทีปกปลฺลกโอลมฺพกทีปอิตฺถิปุริสติรจฺฉานคตรูปกานิ ปน อญฺญานิ วา ภิตฺติจฺฉทนกวาฏาทีสุ อุปเนตพฺพานิ, อนฺตมโส โลหขิลกํ อุปาทาย สพฺพานิ โลหภณฺฑานิ ครุภณฺฑานิเยว โหนฺติ, อตฺตนา ลทฺธานิปิ ปริหริตฺวา ปุคฺคลิกปริโภเคน น ปริภุญฺชิตพฺพานิ, สงฺฆิกปริโภเคน วา คิหิวิกฏานิ วา วฏฺฏนฺติ. ติปุภณฺเฑปิ เอเสว นโย. ขีรปาสาณมยานิ ตฏฺฏกสรกาทีนิ ครุภณฺฑานิเยว.

ฆฏโก ปน เตลภาชนํ วา ปาทคณฺหนกโต อติเรกเมว ครุภณฺฑํ. สุวณฺณรชตหารกูฏชาติผลิกภาชนานิ คิหิวิกฏานิปิ น วฏฺฏนฺติ, ปเคว สงฺฆิกปริโภเคน วา ปุคฺคลิกปริโภเคน วา. เสนาสนปริโภเค ปน อามาสมฺปิ อนามาสมฺปิ สพฺพํ วฏฺฏติ.

วาสิอาทีสุ ยาย วาสิยา ฐเปตฺวา ทณฺฑกฏฺฐจฺเฉทนํ วา อุจฺฉุตจฺฉนํ วา อญฺญํ มหากมฺมํ กาตุํ น สกฺกา, อยํ ภาชนียา. ตโต มหตฺตรี เยน เกนจิ อากาเรน กตา วาสิ ครุภณฺฑเมว. ผรสุ ปน อนฺตมโส เวชฺชานํ สิราเวธนผรสุปิ ครุภณฺฑเมว. กุฐาริยํ ผรสุสทิโส เอว วินิจฺฉโย. ยา ปน อาวุธสงฺเขเปน กตา, อยํ อนามาสา. กุทาโล อนฺตมโส จตุรงฺคุลมตฺโตปิ ครุภณฺฑเมว. นิขาทนํ จตุรสฺสมุขํ วา โหตุ โทณิมุขํ วา วงฺกํ วา อุชุกํ วา, อนฺตมโส สมฺมุญฺชนิทณฺฑกเวธนมฺปิ ทณฺฑพทฺธํ เจ, ครุภณฺฑเมว. สมฺมุญฺชนิทณฺฑขณนกํ ปน อทณฺฑกํ ผลมตฺตเมว, ยํ สกฺกา สิปาฏิกาย ปกฺขิปิตฺวา ปริหริตุํ, ตํ ภาชนียํ. สิขรมฺปิ นิขาทเนเนว สงฺคหิตํ. เยหิ มนุสฺเสหิ วิหาเร วาสิอาทีนิ ทินฺนานิ โหนฺติ, เต จ ฆเร ทฑฺเฒ วา โจเรหิ วา วิลุตฺเต ‘‘เทถ โน, ภนฺเต, อุปกรเณ, ปุน ปากติเก กริสฺสามา’’ติ วทนฺติ, ทาตพฺพา. สเจ อาหรนฺติ, น วาเรตพฺพา; อนาหรนฺตาปิ น โจเทตพฺพา.

กมฺมารตฏฺฏการจุนฺทการนฬการมณิการปตฺตพนฺธกานํ อธิกรณิมุฏฺฐิกสณฺฑาสตุลาทีนิ สพฺพานิ โลหมยอุปกรณานิ สงฺเฆ ทินฺนกาลโต ปฏฺฐาย ครุภณฺฑานิ. ติปุโกฏฺฏกสุวณฺณการจมฺมการอุปกรเณสุปิ เอเสว นโย. อยํ ปน วิเสโส – ติปุโกฏฺฏกอุปกรเณสุปิ ติปุจฺเฉทนสตฺถกํ, สุวณฺณการอุปกรเณสุ สุวณฺณจฺเฉทนสตฺถกํ, จมฺมการอุปกรเณสุ กตปริกมฺมจมฺมฉิทฺทนกํ ขุทฺทกสตฺถกนฺติ อิมานิ ภาชนียภณฺฑานิ. นหาปิตตุนฺนการอุปกรเณสุปิ ฐเปตฺวา มหากตฺตรึ มหาสณฺฑาสํ มหาปิปฺผลกญฺจ สพฺพํ ภาชนียํ. มหากตฺตริอาทีนิ ครุภณฺฑานิ.

วลฺลิอาทีสุ เวตฺตวลฺลิอาทิกา ยา กาจิ อฑฺฒพาหุปฺปมาณา วลฺลิ สงฺฆสฺส ทินฺนา วา ตตฺถชาตกา วา รกฺขิตโคปิตา ครุภณฺฑํ โหติ, สา สงฺฆกมฺเม จ เจติยกมฺเม จ กเต สเจ อติเรกา โหติ, ปุคฺคลิกกมฺเมปิ อุปเนตุํ วฏฺฏติ; อรกฺขิตา ปน ครุภณฺฑเมว น โหติ. สุตฺตมกจิวากนาฬิเกรหีรจมฺมมยา รชฺชุกา วา โยตฺตานิ วา วาเก จ นาฬิเกรหีเร จ วฏฺเฏตฺวา กตา เอกวฏฺฏา วา ทฺวิวฏฺฏา วา สงฺฆสฺส ทินฺนกาลโต ปฏฺฐาย ครุภณฺฑํ. สุตฺตํ ปน อวฏฺเฏตฺวา ทินฺนํ มกจิวากนาฬิเกรหีรา จ ภาชนียา. เยหิ ปเนตานิ รชฺชุกโยตฺตาทีนิ ทินฺนานิ โหนฺติ, เต อตฺตโน กรณีเยน หรนฺตา น วาเรตพฺพา.

โย โกจิ อนฺตมโส อฏฺฐงฺคุลสูจิทณฺฑมตฺโตปิ เวฬุ สงฺฆสฺส ทินฺโน วา ตตฺถชาตโก วา รกฺขิตโคปิโต ครุภณฺฑํ, โสปิ สงฺฆกมฺเม จ เจติยกมฺเม จ กเต อติเรโก ปุคฺคลิกกมฺเม ทาตุํ วฏฺฏติ. ปาทคณฺหนกเตลนาฬิ ปน กตฺตรยฏฺฐิ, อุปาหนทณฺฑโก, ฉตฺตทณฺโฑ, ฉตฺตสลากาติ อิทเมตฺถ ภาชนียภณฺฑํ. ทฑฺฒเคหมนุสฺสา คณฺหิตฺวา คจฺฉนฺตา น วาเรตพฺพา. รกฺขิตโคปิตํ เวฬุํ คณฺหนฺเตน สมกํ วา อติเรกํ วา ถาวรํ อนฺตมโส ตํอคฺฆนกมฺปิ ผาติกมฺมํ กตฺวา คเหตพฺโพ. ผาติกมฺมํ อกตฺวา คณฺหนฺเตน ตตฺเถว วฬญฺเชตพฺโพ, คมนกาเล สงฺฆิกาวาเส ฐเปตฺวา คนฺตพฺพํ. อสติยา คเหตฺวา คเตน ปหิณิตฺวา ทาตพฺโพ. เทสนฺตรํ คเตน สมฺปตฺตวิหาเร สงฺฆิกาวาเส ฐเปตพฺโพ.

ติณนฺติ มุญฺชํ ปพฺพชญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสํ ยํกิญฺจิ ติณํ. ยตฺถ ปน ติณํ นตฺถิ, ตตฺถ ปณฺเณหิ ฉาเทนฺติ; ตสฺมา ปณฺณมฺปิ ติเณเนว สงฺคหิตํ. อิติ มุญฺชาทีสุ ยํกิญฺจิ มุฏฺฐิปฺปมาณมฺปิ ติณํ ตาลปณฺณาทีสุ จ เอกํ ปณฺณมฺปิ สงฺฆสฺส ทินฺนํ วา ตตฺถชาตกํ วา พหาราเม สงฺฆสฺส ติณวตฺถุโต ชาตติณํ วา รกฺขิตโคปิตํ ครุภณฺฑํ โหติ, ตมฺปิ สงฺฆกมฺเม จ เจติยกมฺเม จ กเต อติเรกํ ปุคฺคลิกกมฺเม ทาตุํ วฏฺฏติ. ทฑฺฒเคหมนุสฺสา คเหตฺวา คจฺฉนฺตา น วาเรตพฺพา. อฏฺฐงฺคุลปฺปมาโณปิ ริตฺตโปตฺถโก ครุภณฺฑเมว.

มตฺติกา ปกติมตฺติกา วา โหตุ ปญฺจวณฺณา วา สุธา วา สชฺชุรสกงฺคุฏฺฐสิเลสาทีสุ วา ยํกิญฺจิ, ทุลฺลภฏฺฐาเน อาเนตฺวา วา ทินฺนํ ตตฺถชาตกํ วา รกฺขิตโคปิตํ ตาลผลปกฺกมตฺตํ ครุภณฺฑํ โหติ. ตมฺปิ สงฺฆกมฺเม จ เจติยกมฺเม จ นิฏฺฐิเต อติเรกํ ปุคฺคลิกกมฺเม ทาตุํ วฏฺฏติ. หิงฺคุหิงฺคุลกหริตาลมโนสิลญฺชนานิ ปน ภาชนียภณฺฑานิ.

ทารุภณฺเฑ โย โกจิ อฏฺฐงฺคุลสูจิทณฺฑมตฺโตปิ ทารุภณฺฑโก ทารุทุลฺลภฏฺฐาเน สงฺฆสฺส ทินฺโน วา ตตฺถชาตโก วา รกฺขิตโคปิโต, อยํ ครุภณฺฑํ โหตีติ กุรุนฺทิยํ วุตฺตํ. มหาอฏฺฐกถายํ ปน สพฺพมฺปิ ทารุเวฬุจมฺมปาสาณาทิวิกตึ ทารุภณฺเฑน สงฺคณฺหิตฺวา ‘‘เตน โข ปน สมเยน สงฺฆสฺส อาสนฺทิโก อุปฺปนฺโน โหตี’’ติ อิโต ปฏฺฐาย ทารุภณฺฑวินิจฺฉโย วุตฺโต.

ตตฺรายํ อตฺถุทฺธาโร, อาสนฺทิโก, สตฺตงฺโค, ภทฺทปีฐํ, ปีฐิกา, เอฬกปาทกปีฐํ, อามลกวฏฺฏกปีฐํ, ผลกํ, โกจฺฉํ, ปลาลปีฐกนฺติ อิเมสุ ตาว ยํกิญฺจิ ขุทฺทกํ วา โหตุ มหนฺตํ วา, สงฺฆสฺส ทินฺนํ ครุภณฺฑํ โหติ. ปลาลปีเฐน เจตฺถ กทลิปตฺตาทิปีฐานิปิ สงฺคหิตานิ. พฺยคฺฆจมฺมโอนทฺธมฺปิ วาฬรูปปริกฺขิตฺตํ, รตนปริสิพฺพิตํ, โกจฺฉกํ ครุภณฺฑเมว.

วงฺกผลกํ, ทีฆผลกํ, จีวรโธวนผลกํ, ฆฏฺฏนผลกํ, ฆฏฺฏนมุคฺคโร, ทนฺตกฏฺฐจฺเฉทนคณฺฐิกา, ทณฺฑมุคฺคโร, อมฺพณํ, รชนโทณิ, อุทกปฏิจฺฉโก, ทารุมโย วา ทนฺตมโย วา เวฬุมโย วา สปาทโกปิ อปาทโกปิ สมุคฺโค, มญฺชูสา, ปาทคณฺหนกโต อติเรกปฺปมาโณ กรณฺโฑ, อุทกโทณิ, อุทกกฏาหํ, อุฬุงฺโก, กฏจฺฉุ, ปานียสราวํ, ปานียสงฺโขติ เอเตสุปิ ยํกิญฺจิ สงฺเฆ ทินฺนํ ครุภณฺฑํ. สงฺขถาลกํ ปน ภาชนียํ, ตถา ทารุมโย อุทกตุมฺโพ.

ปาทกถลิกมณฺฑลํ ทารุมยํ วา โหตุ โจฬปณฺณาทิมยํ วา สพฺพํ ครุภณฺฑํ. อาธารโก ปตฺตปิธานํ, ตาลวณฺฏํ, พีชนี, จงฺโกฏกํ, ปจฺฉิ, ยฏฺฐิสมฺมุญฺชนี มุฏฺฐิสมฺมุญฺชนีติ เอเตสุปิ ยํกิญฺจิ ขุทฺทกํ วา มหนฺตํ วา ทารุเวฬุปณฺณจมฺมาทีสุ เยน เกนจิ กตํ ครุภณฺฑเมว.

ถมฺภตุลาโสปานผลกาทีสุ ทารุมยํ วา ปาสาณมยํ วา ยํกิญฺจิ เคหสมฺภารรูปํ, โย โกจิ กฏสารโก, ยํกิญฺจิ ภูมตฺถรณํ, ยํกิญฺจิ อกปฺปิยจมฺมํ, สพฺพํ สงฺเฆ ทินฺนํ ครุภณฺฑํ, ภูมตฺถรณํ กาตุํ วฏฺฏติ. เอฬกจมฺมํ ปน ปจฺจตฺถรณคติกํ โหติ, ตมฺปิ ครุภณฺฑเมว. กปฺปิยจมฺมานิ ภาชนียานิ. กุรุนฺทิยํ ปน ‘‘สพฺพํ มญฺจปฺปมาณํ จมฺมํ ครุภณฺฑ’’นฺติ วุตฺตํ.

อุทุกฺขลํ, มุสลํ, สุปฺปํ, นิสทํ, นิสทโปโต, ปาสาณโทณิ, ปาสาณกฏาหํ, ตุริเวมภสฺตาทิ สพฺพํ เปสการาทิภณฺฑํ, สพฺพํ กสิภณฺฑํ, สพฺพํ จกฺกยุตฺตกยานํ ครุภณฺฑเมว. มญฺจปาโท, มญฺจอฏนี, ปีฐปาโท, ปีฐอฏนี, วาสิผรสุอาทีนํ ทณฺฑาติ เอเตสุ ยํกิญฺจิ วิปฺปกตตจฺฉนกมฺมํ อนิฏฺฐิตเมว ภาชนียํ, ตจฺฉิตมฏฺฐํ ปน ครุภณฺฑํ โหติ. อนุญฺญาตวาสิยา ปน ทณฺโฑ ฉตฺตมุฏฺฐิปณฺณํ กตฺตรยฏฺฐิ อุปาหนา อรณิสหิตํ ธมฺมกรโณ ปาทคณฺหนกโต อนติริตฺตํ อามลกตุมฺพํ อามลกฆโฏ ลาพุกตุมฺพํ ลาพุฆโฏ วิสาณกตุมฺพนฺติ สพฺพเมตํ ภาชนียํ, ตโต มหนฺตตรํ ครุภณฺฑํ.

หตฺถิทนฺโต วา ยํกิญฺจิ วิสาณํ วา อตจฺฉิตํ ยถาชาตเมว ภาชนียํ, เตหิ กตมญฺจปาทาทีสุ ปุริมสทิโสเยว วินิจฺฉโย. ตจฺฉิตนิฏฺฐิโตปิ หิงฺคุกรณฺฑโก อญฺชนกรณฺฑโก คณฺฐิกา วิโธ อญฺชนี อญฺชนิสลากา อุทกปุญฺฉนีติ อิทํ สพฺพํ ภาชนียเมว.

มตฺติกาภณฺเฑ สพฺพํ มนุสฺสานํ อุปโภคปริโภคํ ฆฏปิฐราทิกุลาลภาชนํ ปตฺตกฏาหํ องฺคารกฏาหํ ธูมทานกํ ทีปรุกฺขโก ทีปกปลฺลิกา จยนิฏฺฐกา ฉทนิฏฺฐกา ถูปิกาติ สงฺฆสฺส ทินฺนกาลโต ปฏฺฐาย ครุภณฺฑํ, ปาทคณฺหนกโต อนติริตฺตปฺปมาโณ ปน ฆฏโก ปตฺตํ ถาลกํ กญฺจนโก กุณฺฑิกาติ อิทเมตฺถ ภาชนียภณฺฑํ. ยถา จ มตฺติกาภณฺเฑ; เอวํ โลหภณฺเฑปิ กุณฺฑิกา ภาชนียโกฏฺฐาสเมว ภชตีติ อยเมตฺถ อนุปุพฺพิกถา.

อวิสฺสชฺชิยวตฺถุกถา นิฏฺฐิตา.

นวกมฺมทานกถา

๓๒๓. ภณฺฑิกาฏฺฐปนมตฺเตนาติ ทฺวารพาหานํ อุปริ กโปตภณฺฑิกโยชนมตฺเตน. ปริภณฺฑกรณมตฺเตนาติ โคมยปริภณฺฑกสาวปริภณฺฑกรณมตฺเตน. ธูมกาลิกนฺติ อิทํ ยาวสฺส จิตกธูโม น ปญฺญายติ, ตาว อยํ วิหาโร เอตสฺเสวาติ เอวํ ธูมกาเล อปโลเกตฺวา กตปริโยสิตํ วิหารํ เทนฺติ. วิปฺปกตนฺติ เอตฺถ วิปฺปกโต นาม ยาว โคปานสิโย น อาโรหนฺติ. โคปานสีสุ ปน อารุฬฺหาสุ พหุกโต นาม โหติ, ตสฺมา ตโต ปฏฺฐาย น ทาตพฺโพ, กิญฺจิเทว สมาทเปตฺวา กาเรสฺสติ. ขุทฺทเก วิหาเร กมฺมํ โอโลเกตฺวา ฉปฺปญฺจวสฺสิกนฺติ กมฺมํ โอโลเกตฺวา จตุหตฺถวิหาเร จตุวสฺสิกํ, ปญฺจหตฺเถ ปญฺจวสฺสิกํ, ฉหตฺเถ ฉวสฺสิกํ ทาตพฺพํ. อฑฺฒโยโค ปน ยสฺมา สตฺตฏฺฐหตฺโถ โหติ, ตสฺมา เอตฺถ ‘‘สตฺตฏฺฐวสฺสิก’’นฺติ วุตฺตํ. สเจ ปน โส นวหตฺโถ โหติ นววสฺสิกมฺปิ ทาตพฺพํ. มหลฺลเก ปน ทสหตฺเถ เอกาทสหตฺเถ วิหาเร วา ปาสาเท วา ทสวสฺสิกํ วา เอกาทสวสฺสิกํ วา ทาตพฺพํ. ทฺวาทสหตฺเถ ปน ตโต อธิเก วา โลหปาสาทสทิเสปิ ทฺวาทสวสฺสิกเมว ทาตพฺพํ, น ตโต อุตฺตริ.

นวกมฺมิโก ภิกฺขุ อนฺโตวสฺเส ตํ อาวาสํ ลภติ, อุตุกาเล ปฏิพาหิตุํ น ลภติ. สเจ โส อาวาโส ชีรติ, อาวาสสามิกสฺส วา ตสฺส วํเส อุปฺปนฺนสฺส วา กสฺสจิ กเถตพฺพํ – ‘‘อาวาโส เต นสฺสติ, ชคฺคถ เอตํ อาวาส’’นฺติ. สเจ โส น สกฺโกติ, ภิกฺขูหิ ญาตี วา อุปฏฺฐาเก วา สมาทเปตฺวา ชคฺคิตพฺโพ. สเจ เตปิ น สกฺโกนฺติ, สงฺฆิเกน ปจฺจเยน ชคฺคิตพฺโพ. ตสฺมิมฺปิ อสติ เอกํ อาวาสํ วิสฺสชฺเชตฺวา อวเสสา ชคฺคิตพฺพา. พหู วิสฺสชฺเชตฺวา เอกํ สณฺฐาเปตุมฺปิ วฏฺฏติเยว.

ทุพฺภิกฺเข ภิกฺขูสุ ปกฺกนฺเตสุ สพฺเพ อาวาสา นสฺสนฺติ, ตสฺมา เอกํ วา เทฺว วา ตโย วา อาวาเส วิสฺสชฺเชตฺวา ตโต ยาคุภตฺตจีวราทีนิ ปริภุญฺชนฺเตหิ เสสาวาสา ชคฺคิตพฺพาเยว. กุรุนฺทิยํ ปน วุตฺตํ ‘‘สงฺฆิเก ปจฺจเย อสติ เอโก ภิกฺขุ ‘ตุยฺหํ เอกํ มญฺจฏฺฐานํ คเหตฺวา ชคฺคาหี’ติ วตฺตพฺโพ. สเจ พหุตรํ อิจฺฉติ, ติภาคํ วา อุปฑฺฒภาคํ วา ทตฺวาปิ ชคฺคาเปตพฺพํ. อถ ‘ถมฺภมตฺตเมเวตฺถ อวสิฏฺฐํ, พหุกมฺมํ กาตพฺพ’นฺติ น อิจฺฉติ, ‘ตุยฺหํ ปุคฺคลิกเมว กตฺวา ชคฺค; เอวมฺปิ หิ สงฺฆสฺส ภณฺฑกฏฺฐปนฏฺฐานํ นวกานญฺจ วสนฏฺฐานํ ลภิสฺสตี’ติ ชคฺคาเปตพฺโพ. เอวํ ชคฺคิโต ปน ตสฺมึ ชีวนฺเต ปุคฺคลิโก โหติ, มเต สงฺฆิโกเยว. สเจ สทฺธิวิหาริกานํ ทาตุกาโม โหติ, กมฺมํ โอโลเกตฺวา ติภาคํ วา อุปฑฺฒํ วา ปุคฺคลิกํ กตฺวา ชคฺคาเปตพฺโพ. เอวญฺหิ สทฺธิวิหาริกานํ ทาตุํ ลภติ. เอวํ ชคฺคนเก ปน อสติ ‘เอกํ อาวาสํ วิสฺสชฺเชตฺวา’ติอาทินา นเยน ชคฺคาเปตพฺโพ’’ติ.

อิทมฺปิ จ อญฺญํ ตตฺเถว วุตฺตํ – เทฺว ภิกฺขู สงฺฆิกํ ภูมึ คเหตฺวา โสเธตฺวา สงฺฆิกํ เสนาสนํ กโรนฺติ. เยน สา ภูมิ ปฐมํ คหิตา, โส สามี. อุโภปิ ปุคฺคลิกํ กโรนฺติ, โสเยว สามี. โส สงฺฆิกํ กโรติ, อิตโร ปุคฺคลิกํ กโรติ, อญฺญํ เจ พหุํ เสนาสนฏฺฐานํ อตฺถิ, ปุคฺคลิกํ กโรนฺโตปิ น วาเรตพฺโพ. อญฺญสฺมึ ปน ตาทิเส ปฏิรูเป ฐาเน อสติ ตํ ปฏิพาหิตฺวา สงฺฆิกํ กโรนฺเตเนว กาตพฺพํ. ยํ ปน ตสฺส ตตฺถ วยกมฺมํ กตํ, ตํ ทาตพฺพํ. สเจ ปน กตาวาเส วา อาวาสกรณฏฺฐาเน วา ฉายูปคผลูปครุกฺขา โหนฺติ, อปโลเกตฺวา หาเรตพฺพา. ปุคฺคลิกา เจ โหนฺติ, สามิกา อาปุจฺฉิตพฺพา; โน เจ เทนฺติ, ยาวตติยํ อาปุจฺฉิตฺวา ‘‘รุกฺขอคฺฆนกมูลํ ทสฺสามา’’ติ หาเรตพฺพา.

โย ปน สงฺฆิกวลฺลิมตฺตมฺปิ อคฺคเหตฺวา อาหริเมน อุปกรเณน สงฺฆิกาย ภูมิยา ปุคฺคลิกวิหารํ กาเรติ, อุปฑฺฒํ สงฺฆิกํ โหติ; อุปฑฺฒํ ปุคฺคลิกํ. ปาสาโท เจ โหติ, เหฏฺฐาปาสาโท สงฺฆิโก; อุปริ ปุคฺคลิโก. สเจ โส เหฏฺฐาปาสาทํ อิจฺฉติ, ตสฺส โหติ. อถ เหฏฺฐา จ อุปริ จ อิจฺฉติ, อุภยตฺถ อุปฑฺฒํ ลภติ. เทฺว เสนาสนานิ กาเรติ – เอกํ สงฺฆิกํ, เอกํ ปุคฺคลิกํ. สเจ วิหาเร อุฏฺฐิเตน ทพฺพสมฺภาเรน กาเรติ, ตติยภาคํ ลภติ. สเจ อกตฏฺฐาเน จยํ วา ปมุขํ วา กโรติ, พหิกุฏฺเฏ อุปฑฺฒํ สงฺฆสฺส, อุปฑฺฒํ ตสฺส. อถ มหนฺตํ วิสมํ ปูเรตฺวา อปเท ปทํ ทสฺเสตฺวา กตํ โหติ, อนิสฺสโร ตตฺถ สงฺโฆ.

เอกํ วรเสยฺยนฺติ เอตฺถ นวกมฺมทานฏฺฐาเน วา วสฺสคฺเคน ปตฺตฏฺฐาเน วา ยํ อิจฺฉติ, ตํ เอกํ วรเสยฺยํ อนุชานามีติ อตฺโถ.

ปริโยสิเต ปกฺกมติ ตสฺเสเวตนฺติ ปุน อาคนฺตฺวา วสนฺตสฺส อนฺโตวสฺสํ ตสฺเสว ตํ; อนาคจฺฉนฺตสฺส ปน สทฺธิวิหาริกาทโย คเหตุํ น ลภนฺติ.

นวกมฺมทานกถา นิฏฺฐิตา.

อญฺญตฺรปฏิโภคปฏิกฺเขปาทิกถา

๓๒๔. นาติหรนฺตีติ อญฺญตฺร หริตฺวา น ปริภุญฺชนฺติ. คุตฺตตฺถายาติ ยํ ตตฺถ มญฺจปีฐาทิ, ตสฺส คุตฺตตฺถาย, ตํ อญฺญตฺร หริตุํ อนุชานามีติ อตฺโถ. ตสฺมา ตํ อญฺญตฺร หริตฺวา สงฺฆิกปริโภเคน ปริภุญฺชนฺตสฺส นฏฺฐํ สุนฏฺฐํ, ชิณฺณํ สุชิณฺณํ. สเจ อโรคํ ตสฺมึ วิหาเร ปฏิสงฺขเต ปุน ปากติกํ กาตพฺพํ. ปุคฺคลิกปริโภเคน ปริภุญฺชโต นฏฺฐํ วา ชิณฺณํ วา คีวา โหติ, ตสฺมึ ปฏิสงฺขเต ทาตพฺพเมว. สเจ ตโต โคปานสิอาทีนิ คเหตฺวา อญฺญสฺมึ สงฺฆิกาวาเส โยเชนฺติ, สุโยชิตานิ. ปุคฺคลิกาวาเส โยเชนฺเตหิ ปน มูลํ วา ทาตพฺพํ, ปฏิปากติกํ วา กาตพฺพํ ฉฑฺฑิตวิหารโต มญฺจปีฐาทีนิ เถยฺยจิตฺเตน คณฺหนฺโต อุทฺธาเรเยว ภณฺฑคฺเฆน กาเรตพฺโพ. ปุน อาวาสิกกาเล ทสฺสามีติ คเหตฺวา สงฺฆิกปริโภเคน ปริภุญฺชนฺตสฺส นฏฺฐํ สุนฏฺฐํ, ชิณฺณํ สุชิณฺณํ. อโรคญฺเจ ปากติกํ กาตพฺพํ. ปุคฺคลิกปริโภเคน ปริภุญฺชนฺตสฺส นฏฺฐํ คีวา โหติ. ตโต ทฺวารวาตปานาทีนิ สงฺฆิกาวาเส วา ปุคฺคลิกาวาเส วา โยชิตานิ ปฏิทาตพฺพานิเยว.

ผาติกมฺมตฺถายาติ วฑฺฒิกมฺมตฺถาย. ผาติกมฺมญฺเจตฺถ สมกํ วา อติเรกํ วา อคฺฆนกํ มญฺจปีฐาทิเสนาสนเมว วฏฺฏติ.

จกฺกลิกนฺติ กมฺพลาทีหิ เวเฐตฺวา กตจกฺกลิกํ. อลฺเลหิ ปาเทหีติ เยหิ อกฺกนฺตฏฺฐาเน อุทกํ ปญฺญายติ, เอวรูเปหิ ปาเทหิ ปริภณฺฑกตภูมิ วา เสนาสนํ วา น อกฺกมิตพฺพํ. สเจ ปน อุทกสิเนหมตฺตเมว ปญฺญายติ, น อุทกํ, วฏฺฏติ. ปาทปุญฺฉนึ ปน อลฺลปาเทหิปิ อกฺกมิตุํ วฏฺฏติเยว. สอุปาหเนน โธตปาเทหิ อกฺกมิตพฺพฏฺฐาเนเยว น วฏฺฏติ.

โจฬเกน ปลิเวเฐตุนฺติ สุธาภูมิยํ วา ปริภณฺฑภูมิยํ วา สเจ ตฏฺฏิกา วา กฏสารโก วา นตฺถิ, โจฬเกน ปาทา เวเฐตพฺพา, ตสฺมึ อสติ ปณฺณมฺปิ อตฺถริตุํ วฏฺฏติ. กิญฺจิ อนตฺถริตฺวา ฐเปนฺตสฺส ปน ทุกฺกฏํ. ยทิ ปน ตตฺถ เนวาสิกา อนตฺถตายปิ ภูมิยา ฐเปนฺติ, อโธตปาเทหิปิ วฬญฺเชนฺติ, ตเถว วฬญฺเชตุํ วฏฺฏติ.

น ภิกฺขเว ปริกมฺมกตา ภิตฺตีติ เสตภิตฺติ วา จิตฺตกมฺมกตา วา. น เกวลญฺจ ภิตฺติเมว, ทฺวารมฺปิ วาตปานมฺปิ อปสฺเสนผลกมฺปิ ปาสาณตฺถมฺภมฺปิ รุกฺขตฺถมฺภมฺปิ จีวเรน วา เกนจิ วา อปฺปฏิจฺฉาเทตฺวา อปสฺสยิตุํ น ลพฺภติเยว.

โธตปาทกาติ โธตปาทกา หุตฺวา โธเตหิ ปาเทหิ อกฺกมิตพฺพฏฺฐาเน นิปชฺชิตุํ กุกฺกุจฺจายนฺติ. ‘‘โธตปาทเก’’ติปิ ปาโฐ. โธเตหิ ปาเทหิ อกฺกมิตพฺพฏฺฐานสฺเสตํ อธิวจนํ. ปจฺจตฺถริตฺวาติ ปริภณฺฑกตํ ภูมึ วา ภูมตฺถรณเสนาสนํ วา สงฺฆิกมญฺจปีฐํ วา อตฺตโน สนฺตเกน ปจฺจตฺถรเณน ปจฺจตฺถริตฺวาว นิปชฺชิตพฺพํ. สเจ นิทฺทายโตปิ ปจฺจตฺถรเณ สงฺกุฏิเต โกจิ สรีราวยโว มญฺจํ วา ปีฐํ วา ผุสติ, อาปตฺติเยว. โลเมสุ ปน โลมคณนาย อาปตฺติเยว. ปริโภคสีเสน อปสฺสยนฺตสฺสาปิ เอเสว นโย. หตฺถตลปาทตเลหิ ปน ผุสิตุํ วา อกฺกมิตุํ วา วฏฺฏติ. มญฺจปีฐํ นีหรนฺตสฺส กาเย ปฏิหญฺญติ, อนาปตฺติ.

อญฺญตฺรปริโภคปฏิกฺเขปาทิกถา นิฏฺฐิตา.

สงฺฆภตฺตาทิอนุชานนกถา

๓๒๕. น สกฺโกนฺติ สงฺฆภตฺตํ กาตุนฺติ สกลสฺส สงฺฆสฺส ภตฺตํ กาตุํ น สกฺโกนฺติ. อุทฺเทสภตฺตนฺติอาทีสุ ‘‘เอกํ วา เทฺว วา…เป… ทส วา ภิกฺขู สงฺฆโต อุทฺทิสิตฺวา เทถา’’ติ เอวํ อุทฺเทเสน ลทฺธภิกฺขูนํ ภตฺตํ กาตุํ อิจฺฉนฺติ. อปเร ตเถว ภิกฺขู ปริจฺฉินฺทิตฺวา นิมนฺเตตฺวา เตสํ ภตฺตํ กาตุํ อิจฺฉนฺติ. อปเร สลากาโย ฉินฺทิตฺวา, อปเร ปกฺขิกํ อุโปสถิกํ ปาฏิปทิกนฺติ เอวํ นิยาเมตฺวา, เอกสฺส วา ทฺวินฺนํ วา…เป… ทสนฺนํ วา ภิกฺขูนํ ภตฺตํ กาตุํ อิจฺฉนฺติ. อิติ เอตานิ ภตฺตานิ อุทฺเทสภตฺตํ นิมนฺตนนฺติ อิมํ โวหารํ ปตฺตานิ. ยสฺมา ปน เต สเจปิ ทุพฺภิกฺเข น สกฺโกนฺติ, สุภิกฺเข ชาเต ปน ปุน สงฺฆภตฺตํ กาตุํ สกฺขิสฺสนฺติ, ตสฺมา ภควา ตมฺปิ อนฺโต กตฺวา ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สงฺฆภตฺตํ อุทฺเทสภตฺต’’นฺติอาทิมาห.

ตตฺถ สงฺฆภตฺเต ฐิติกา นาม นตฺถิ, ตสฺมา ‘‘อมฺหากํ อชฺช ทส ทฺวาทส ทิวสา ภุญฺชนฺตานํ อิทานิ อญฺญโต ภิกฺขู อาเนถา’’ติ น เอวํ ตตฺถ วตฺตพฺพํ. ‘‘ปุริมทิวเสสุ อเมฺหหิ น ลทฺธํ, อิทานิ ตํ อมฺหากํ คาเหถา’’ติ เอวมฺปิ วตฺตุํ น ลพฺภติ. ตญฺหิ อาคตาคตานํ ปาปุณาติเยว.

สงฺฆภตฺตาทิอนุชานนกถา นิฏฺฐิตา.

อุทฺเทสภตฺตกถา

อุทฺเทสภตฺตาทีสุ ปน อยํ นโย – รญฺญา วา ราชมหามตฺเตน วา สงฺฆโต อุทฺทิสิตฺวา ‘‘เอตฺตเก ภิกฺขู อาเนถา’’ติ ปหิเต กาลํ โฆเสตฺวา ฐิติกา ปุจฺฉิตพฺพา. สเจ อตฺถิ, ตโต ปฏฺฐาย คาเหตพฺพํ; โน เจ, เถราสนโต ปฏฺฐาย คาเหตพฺพํ. อุทฺเทสเกน ปิณฺฑปาติกานมฺปิ น อติกฺกาเมตพฺพํ. เต ปน ธุตงฺคํ รกฺขนฺตา สยเมว อติกฺกมิสฺสนฺติ; เอวํ คาหิยมาเน อลสชาติกา มหาเถรา ปจฺฉา อาคจฺฉนฺติ, ‘‘ภนฺเต, วีสติวสฺสานํ คาหิยติ, ตุมฺหากํ ฐิติกา อติกฺกนฺตา’’ติ น วตฺตพฺพา, ฐิติกํ ฐเปตฺวา เตสํ คาเหตฺวา ปจฺฉา ฐิติกาย คาเหตพฺพํ. ‘‘อสุกวิหาเร พหุํ อุทฺเทสภตฺตํ อุปฺปนฺน’’นฺติ สุตฺวา โยชนนฺตริกวิหารโตปิ ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ, สมฺปตฺตสมฺปตฺตานํ ฐิตฏฺฐานโต ปฏฺฐาย คาเหตพฺพํ. อสมฺปตฺตานมฺปิ อุปจารสีมํ ปวิฏฺฐานํ อนฺเตวาสิกาทีสุ คณฺหนฺเตสุ คาเหตพฺพเมว. พหิอุปจารสีมาย ฐิตานํ คาเหถาติ วทนฺติ, น คาเหตพฺพํ. สเจ ปน อุปจารสีมํ โอกฺกนฺเตหิ เอกาพทฺธา หุตฺวา อตฺตโน วิหารทฺวาเร วา อนฺโตวิหาเรเยว วา โหนฺติ, ปริสาวเสน วฑฺฒิตา นาม สีมา โหติ, ตสฺมา คาเหตพฺพํ. สงฺฆนวกสฺส ทินฺเนปิ ปจฺฉา อาคตานํ คาเหตพฺพเมว. ทุติยภาเค ปน เถราสนํ อารุเฬฺห ปุน อาคตานํ ปฐมภาโค น ปาปุณาติ, ทุติยภาคโต วสฺสคฺเคน คาเหตพฺพํ.

เอกสฺมึ วิหาเร เอกํ ภตฺตุทฺเทสฏฺฐานํ ปริจฺฉินฺทิตฺวา คาวุตปฺปมาณายปิ อุปจารสีมาย ยตฺถ กตฺถจิ อาโรจิตํ อุทฺเทสภตฺตํ, ตสฺมึเยว ภตฺตุทฺเทสฏฺฐาเน คาเหตพฺพํ. เอโก เอกสฺส ภิกฺขุโน ปหิณาติ ‘‘เสฺวปิ สงฺฆโต อุทฺทิสิตฺวา ทส ภิกฺขู ปหิณถา’’ติ, เตน โส อตฺโถ ภตฺตุทฺเทสกสฺส อาโรเจตพฺโพ. สเจ ตํ ทิวสํ ปมุสฺสติ, ทุติยทิวเส ปาโตว อาโรเจตพฺโพ. อถ ปมุสฺสิตฺวาว ปิณฺฑาย ปวิสนฺโต สรติ, ยาว อุปจารสีมํ นาติกฺกมติ, ตาว ยา โภชนสาลาย ปกติฏฺฐิติกา, ตสฺสาเยว วเสน คาเหตพฺพํ. สเจปิ อุปจารสีมํ อติกฺกนฺตา ภิกฺขู จ อุปจารสีมฏฺฐเกหิ เอกาพทฺธา โหนฺติ, อญฺญมญฺญํ ทฺวาทสหตฺถนฺตรํ อวิชหิตฺวา คจฺฉนฺติ, ปกติฏฺฐิติกาย วเสน คาเหตพฺพํ. ภิกฺขูนํ ปน ตาทิเส เอกาพทฺเธ อสติ พหิอุปจารสีมาย ยสฺมึ ฐาเน สรติ, ตตฺถ นวํ ฐิติกํ กตฺวา คาเหตพฺพํ. อนฺโตคาเม อาสนสาลาย สรนฺเตน อาสนสาลาย ฐิติกาย คาเหตพฺพํ. ยตฺถ กตฺถจิ สริตฺวา คาเหตพฺพเมว, อคาเหตุํ น วฏฺฏติ. น หิ เอตํ ทุติยทิวเส ลพฺภตีติ.

สเจ สกวิหารโต อญฺญํ วิหารํ คจฺฉนฺเต ภิกฺขู ทิสฺวา โกจิ อุทฺเทสภตฺตํ อุทฺทิสาเปติ, ยาว อนฺโตอุปจาเร วา อุปจารสีมฏฺฐเกหิ สทฺธึ วุตฺตนเยน เอกาพทฺธา วา โหนฺติ, ตาว สกวิหาเร ฐิติกาวเสเนว คาเหตพฺพํ. พหิอุปจาเร ฐิตานํ ทินฺนํ ปน ‘‘สงฺฆโต ภนฺเต เอตฺตเก นาม ภิกฺขู อุทฺทิสถา’’ติ วุตฺเต สมฺปตฺตานํ คาเหตพฺพํ. ตตฺถ ทฺวาทสหตฺถนฺตรํ อวิชหิตฺวา เอกาพทฺธนเยน ทูเร ฐิตาปิ สมฺปตฺตาเยวาติ เวทิตพฺพํ. สเจ ยํ วิหารํ คจฺฉนฺติ, ตตฺถ ปวิฏฺฐานํ อาโรเจนฺติ, ตสฺส วิหารสฺส ฐิติกาวเสน คาเหตพฺพํ. สเจปิ คามทฺวาเร วา วีถิยํ วา จตุกฺเก วา อนฺตรฆเร วา ภิกฺขู ทิสฺวา โกจิ สงฺฆุทฺเทสํ อาโรเจติ, ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน อนฺโตอุปจารคตานํ คาเหตพฺพํ.

ฆรูปจาโร เจตฺถ ‘‘เอกํ ฆรํ เอกูปจารํ, เอกํ ฆรํ นานูปจารํ, นานาฆรํ เอกูปจารํ, นานาฆรํ นานูปจาร’’นฺติ อิเมสํ วเสน เวทิตพฺโพ. ตตฺถ ยํ เอกกุลสฺส ฆรํ เอกวฬญฺชํ โหติ, ตํ สุปฺปปาตปริจฺเฉทสฺส อนฺโต เอกูปจารํ นาม. ตตฺถุปฺปนฺโน อุทฺเทสลาโภ ตสฺมึ อุปจาเร ภิกฺขาจารวตฺเตนปิ ฐิตานํ สพฺเพสํ ปาปุณาติ, เอตํ ‘‘เอกํ ฆรํ เอกูปจารํ’’ นาม.

ยํ ปน เอกํ ฆรํ ทฺวินฺนํ ภริยานํ สุขวิหารตฺถาย มชฺเฌ ภิตฺตึ อุฏฺฐาเปตฺวา นานาทฺวารวฬญฺชํ กตํ, ตตฺถุปฺปนฺโน อุทฺเทสลาโภ ภิตฺติอนฺตริกสฺส น ปาปุณาติ, ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน นิสินฺนสฺเสว ปาปุณาติ, เอตํ ‘‘เอกํ ฆรํ นานูปจารํ’’ นาม.

ยสฺมึ ปน ฆเร พหู ภิกฺขู นิมนฺเตตฺวา อนฺโตเคหโต ปฏฺฐาย เอกาพทฺเธ กตฺวา ปฏิวิสฺสกฆรานิปิ ปูเรตฺวา นิสีทาเปนฺติ, ตตฺถุปฺปนฺโน อุทฺเทสลาโภ สพฺเพสํ ปาปุณาติ. ยมฺปิ นานากุลสฺส นิเวสนํ มชฺเฌ ภิตฺตึ อกตฺวา เอกทฺวาเรเนว วฬญฺชนฺติ, ตตฺราปิ เอเสว นโย. เอตํ ‘‘นานาฆรํ เอกูปจารํ’’ นาม.

โย ปน นานานิเวสเนสุ นิสินฺนานํ ภิกฺขูนํ อุทฺเทสลาโภ อุปฺปชฺชติ, กิญฺจาปิ ภิตฺติจฺฉิทฺเทน ภิกฺขู ทิสฺสนฺติ, ตสฺมึ ตสฺมึ นิเวสเน นิสินฺนานํเยว ปาปุณาติ, เอตํ ‘‘นานาฆรํ นานูปจารํ’’ นาม.

โย ปน คามทฺวารวีถิจตุกฺเกสุ อญฺญตรสฺมึ ฐาเน อุทฺเทสภตฺตํ ลภิตฺวา อญฺญสฺมึ ภิกฺขุสฺมึ อสติ อตฺตโนว ปาปุณาเปตฺวา ทุติยทิวเสปิ ตสฺมึเยว ฐาเน อญฺญํ ลภติ, เตน ยํ อญฺญํ นวกํ วา วุฑฺฒํ วา ภิกฺขุํ ปสฺสติ, ตสฺส คาเหตพฺพํ. สเจ โกจิ นตฺถิ, อตฺตโนว ปาเปตฺวา ภุญฺชิตพฺพํ.

สเจ อาสนสาลาย นิสีทิตฺวา กาลํ ปฏิมาเนนฺเตสุ ภิกฺขูสุ โกจิ อาคนฺตฺวา ‘‘สงฺฆุทฺเทสปตฺตํ เทถ, อุทฺเทสปตฺตํ เทถ, สงฺฆโต อุทฺทิสิตฺวา ปตฺตํ เทถ, สงฺฆิกํ ปตฺตํ เทถา’’ติ วา วทติ, อุทฺเทสปตฺตํ ฐิติกาย คาเหตฺวา ทาตพฺพํ. ‘‘สงฺฆุทฺเทสภิกฺขุํ เทถ, สงฺฆโต อุทฺทิสิตฺวา ภิกฺขุํ เทถ, สงฺฆิกํ ภิกฺขุํ เทถา’’ติ วุตฺเตปิ เอเสว นโย.

อุทฺเทสโก ปเนตฺถ เปสโล ลชฺชี เมธาวี อิจฺฉิตพฺโพ, เตน ติกฺขตฺตุํ ฐิติกํ ปุจฺฉิตฺวา สเจ โกจิ ฐิติกํ ชานนฺโต นตฺถิ, เถราสนโต คาเหตพฺพํ. สเจ ปน ‘‘อหํ ชานามิ, ทสวสฺเสน ลทฺธ’’นฺติ โกจิ ภณติ, ‘‘อตฺถาวุโส, ทสวสฺสา ภิกฺขู’’ติ ปุจฺฉิตพฺพํ. สเจ ตสฺส สุตฺวา ‘‘ทสวสฺสมฺห ทสวสฺสมฺหา’’ติ พหู อาคจฺฉนฺติ, ‘‘ตุยฺหํ ปาปุณาติ, ตุยฺหํ ปาปุณาตี’’ติ อวตฺวา ‘‘สพฺเพ อปฺปสทฺทา โหถา’’ติ วตฺวา ปฏิปาฏิยา ฐเปตพฺพา. ฐเปตฺวา ‘‘กติ อิจฺฉถา’’ติ อุปาสโก ปุจฺฉิตพฺโพ. ‘‘เอตฺตเก นาม, ภนฺเต, ภิกฺขู’’ติ วุตฺเต ‘‘ตุยฺหํ ปาปุณาติ, ตุยฺหํ ปาปุณาตี’’ติ อวตฺวา สพฺพนวกสฺส วสฺสคฺคญฺจ อุตุ จ ทิวสภาโค จ ฉายา จ ปุจฺฉิตพฺพา. สเจ ฉายายปิ ปุจฺฉิยมานาย อญฺโญ วุฑฺฒตโร อาคจฺฉติ, ตสฺส ทาตพฺพํ. อถ ฉายํ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘ตุยฺหํ ปาปุณาตี’’ติ วุตฺเต วุฑฺฒตโร อาคจฺฉติ, น ลภติ. กถาปปญฺเจน หิ นิสินฺนสฺสาปิ นิทฺทายนฺตสฺสาปิ คาหิตํ สุคฺคาหิตํ, อติกฺกนฺตํ สุอติกฺกนฺตํ, ภาชนียภณฺฑญฺหิ นาเมตํ สมฺปตฺตสฺเสว ปาปุณาติ, ตตฺถ สมฺปตฺตภาโว อุปจาเรน ปริจฺฉินฺทิตพฺโพ. อาสนสาลาย จ อนฺโตปริกฺเขโป อุปจาโร, ตสฺมึ ฐิตสฺส ลาโภ ปาปุณาตีติ.

โกจิ อาสนสาลโต อฏฺฐ อุทฺเทสปตฺเต อาหราเปตฺวา สตฺต ปตฺเต ปณีตโภชนานํ เอกํ อุทกสฺส ปูเรตฺวา อาสนสาลายํ ปหิณาติ, คเหตฺวา อาคตา กิญฺจิ อวตฺวา ภิกฺขูนํ หตฺเถสุ ปติฏฺฐาเปตฺวา ปกฺกมนฺติ. เยน ยํ ลทฺธํ, ตสฺเสว ตํ โหติ. เยน ปน อุทกํ ลทฺธํ, ตสฺส อติกฺกนฺตมฺปิ ฐิติกํ ฐเปตฺวา อญฺญํ อุทฺเทสภตฺตํ คาเหตพฺพํ. ตญฺจ ลูขํ วา ลภตุ ปณีตํ วา ติจีวรปริวารํ วา, ตสฺเสเวตํ. อีทิโส หิสฺส ปุญฺญวิเสโส. อุทกํ ปน ยสฺมา อามิสํ น โหติ, ตสฺมา อญฺญํ อุทฺเทสภตฺตํ ลพฺภติ.

สเจ ปน เต คเหตฺวา อาคตา ‘‘อิทํ กิร ภนฺเต สพฺพํ ภาเชตฺวา ภุญฺชถา’’ติ วตฺวา คจฺฉนฺติ, สพฺเพหิ ภาเชตฺวา ภุญฺชิตฺวา อุทกํ ปาตพฺพํ. สงฺฆโต อุทฺทิสิตฺวา ‘‘อฏฺฐ มหาเถเร เทถ, มชฺฌิเม เทถ, นวเก เทถ, ปริปุณฺณวสฺสสามเณเร เทถ, มชฺฌิมภาณกาทโย เทถ, มยฺหํ ญาติภิกฺขู เทถา’’ติ วทนฺตสฺส ปน ‘‘อุปาสก, ตฺวํ เอวํ วทสิ, ฐิติกาย ปน เตสํ น ปาปุณาตี’’ติ วตฺวา ฐิติกาวเสเนว ทาตพฺพา. ทหรสามเณเรหิ ปน อุทฺเทสภตฺเตสุ ลทฺเธสุ สเจ ทายกานํ ฆเร มงฺคลํ โหติ, ‘‘ตุมฺหากํ อาจริยุปชฺฌาเย เปเสถา’’ติ วตฺตพฺพํ.

ยสฺมึ ปน อุทฺเทสภตฺเต ปฐมภาโค สามเณรานํ ปาปุณาติ, อนุภาโค มหาเถรานํ, น ตตฺถ สามเณรา ‘‘มยํ ปฐมภาคํ ลภิมฺหา’’ติ ปุรโต คนฺตุํ ลภนฺติ, ยถาปฏิปาฏิยา เอว คนฺตพฺพํ. ‘‘สงฺฆโต อุทฺทิสิตฺวา ‘ตุเมฺห เอถา’ติ วุตฺเต ‘มยฺหํ อญฺญทาปิ ชานิสฺสสิ, ฐิติกา ปน เอวํ คจฺฉตี’’’ติ ฐิติกาวเสเนว คาเหตพฺพํ. อถ ‘‘สงฺฆุทฺเทสปตฺตํ เทถา’’ติ วตฺวา อคาหิเตเยว ปตฺเต ยสฺส กสฺสจิ ปตฺตํ คเหตฺวา ปูเรตฺวา อาหรติ, อาหฏมฺปิ ฐิติกาย เอว คาเหตพฺพํ.

เอโก ‘‘สงฺฆุทฺเทสปตฺตํ อาหรา’’ติ เปสิโต ‘‘ภนฺเต, เอกํ ปตฺตํ เทถ, นิมนฺตนภตฺตํ อาหริสฺสามี’’ติ วทติ, โส เจ อุทฺเทสภตฺตฆรโต อยํ อาคโตติ ญตฺวา ภิกฺขูหิ ‘‘นนุ ตฺวํ อสุกฆรโต อาคโต’’ติ วุตฺโต ‘‘อาม, ภนฺเต, น นิมนฺตนภตฺตํ, อุทฺเทสภตฺต’’นฺติ ภณติ, ฐิติกาย คเหตพฺพํ. โย ปน ‘‘เอกํ ปตฺตํ อาหรา’’ติ วุตฺโต ‘‘‘กิ’นฺติ วตฺวา อาหรามี’’ติ วตฺวา ‘‘ยถา เต รุจฺจตี’’ติ วุตฺโต อาคจฺฉติ, อยํ วิสฺสฏฺฐทูโต นาม. อุทฺเทสปตฺตํ วา ปฏิปาฏิปตฺตํ วา ปุคฺคลิกปตฺตํ วา ยํ อิจฺฉติ, ตํ ตสฺส ทาตพฺพํ. เอโก พาโล อพฺยตฺโต ‘‘อุทฺเทสปตฺตํ อาหรา’’ติ เปสิโต วตฺตุํ น ชานาติ, ตุณฺหีภูโต ติฏฺฐติ, โส ‘‘กสฺส สนฺติกํ อาคโตสี’’ติ วา ‘‘กสฺส ปตฺตํ หริสฺสสี’’ติ วา น วตฺตพฺโพ. เอวญฺหิ วุตฺโต ปุจฺฉาสภาเคน ‘‘ตุมฺหากํ สนฺติกํ อาคโตมฺหี’’ติ ‘‘ตุมฺหากํ ปตฺตํ หริสฺสามี’’ติ วา วเทยฺย, ตโต ตํ ภิกฺขุํ อญฺเญ ภิกฺขู ชิคุจฺฉนฺตา น โอโลเกยฺยุํ. ‘‘กุหึ คจฺฉสิ, กึ กโรนฺโต อาหิณฺฑสี’’ติ ปน วตฺตพฺโพ. ตสฺส ‘‘อุทฺเทสปตฺตตฺถาย อาคโตมฺหี’’ติ วทนฺตสฺส คาเหตฺวา ปตฺโต ทาตพฺโพ.

เอกา กูฏฏฺฐิติกา นาม โหติ. รญฺโญ วา หิ ราชมหามตฺตสฺส วา เคเห อติปณีตานิ อฏฺฐ อุทฺเทสภตฺตานิ นิจฺจํ ทิยฺยนฺติ, ตานิ เอกจาริกภตฺตานิ กตฺวา ภิกฺขู วิสุํ ฐิติกาย ปริภุญฺชนฺติ. เอกจฺเจ ภิกฺขู ‘‘เสฺว ทานิ อมฺหากํ ปาปุณิสฺสนฺตี’’ติ อตฺตโน ฐิติกํ สลฺลกฺเขตฺวา คตา, เตสุ อนาคเตสุเยว อญฺเญ อาคนฺตุกา ภิกฺขู อาคนฺตฺวา อาสนสาลาย นิสีทนฺติ; ตงฺขณญฺเญว ราชปุริสา อาคนฺตฺวา ‘‘ปณีตภตฺตปตฺเต เทถา’’ติ วทนฺติ. อาคนฺตุกา ฐิติกํ อชานนฺตา คาเหนฺติ. ตงฺขณญฺเญว จ ฐิติกํ ชานนกภิกฺขู อาคนฺตฺวา ‘‘กึ คาเหถา’’ติ วทนฺติ. ‘‘ราชเคเห ปณีตภตฺต’’นฺติ. ‘‘กติวสฺสโต ปฏฺฐายา’’ติ? ‘‘เอตฺตกวสฺสโต นามา’’ติ. ‘‘มา คาเหถา’’ติ นิวาเรตฺวา ฐิติกาย คาเหตพฺพํ. คาหิเต อาคเตหิปิ ปตฺตทานกาเล อาคเตหิปิ ทินฺนกาเล อาคเตหิปิ ราชเคหโต ปตฺเต ปูเรตฺวา อาหฏกาเล อาคเตหิปิ ราชา ‘‘อชฺช ภิกฺขูเยว อาคจฺฉนฺตู’’ติ เปเสตฺวา ภิกฺขูนํเยว หตฺเถ ปิณฺฑปาตํ เทติ; เอวํ ทินฺนปิณฺฑปาตํ คเหตฺวา อาคตกาเล อาคเตหิปิ ฐิติกํ ชานนกภิกฺขูหิ ‘‘มา ภุญฺชิตฺถา’’ติ วาเรตฺวา ฐิติกายเมว คาเหตพฺพํ.

อถ เน ราชา โภเชตฺวา ปตฺเตปิ เนสํ ปูเรตฺวา เทติ, ยํ อาหฏํ ตํ ฐิติกาย คาเหตพฺพํ. สเจ ปน ‘‘มา ตุจฺฉหตฺถา คจฺฉนฺตู’’ติ โถกเมว ปตฺเตสุ ปกฺขิตฺตํ โหติ, ตํ น คาเหตพฺพํ. อถ ภุญฺชิตฺวา ตุจฺฉปตฺตาว อาคจฺฉนฺติ, ยํ เตหิ ภุตฺตํ, ตํ เนสํ คีวา โหตีติ มหาสุมตฺเถโร อาห. มหาปทุมตฺเถโร ปนาห – ‘‘คีวากิจฺจํ เอตฺถ นตฺถิ, ฐิติกํ ปน อชานนฺเตหิ ยาว ชานนกา อาคจฺฉนฺติ, ตาว นิสีทิตพฺพํ สิยา; เอวํ สนฺเตปิ ภุตฺตํ สุภุตฺตํ, อิทานิ ปตฺตฏฺฐาเนน คาเหตพฺพ’’นฺติ.

เอโก ติจีวรปริวาโร สตคฺฆนโก ปิณฺฑปาโต อวสฺสิกสฺส ภิกฺขุโน ปตฺโต, วิหาเร จ ‘‘เอวรูโป ปิณฺฑปาโต อวสฺสิกสฺส ปตฺโต’’ติ ลิขิตฺวา ฐเปสุํ. อถ สฏฺฐิวสฺสจฺจเยน อญฺโญ ตถารูโป ปิณฺฑปาโต อุปฺปนฺโน, อยํ กึ อวสฺสิกฏฺฐิติกาย คาเหตพฺโพ, อุทาหุ สฏฺฐิวสฺสิกฏฺฐิติกายาติ. สฏฺฐิวสฺสิกฏฺฐิติกายาติ วุตฺตํ, อยญฺหิ ภิกฺขุ ฐิติกํ คเหตฺวาเยว วฑฺฒิโตติ.

เอโก อุทฺเทสภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา สามเณโร ชาโต, ปุน ตํ ภตฺตํ สามเณรฏฺฐิติกาย ปตฺตํ คณฺหิตุํ ลภติ. อยํ กิร อนฺตราภฏฺฐโก นาม. โย ปน ปริปุณฺณวสฺโส สามเณโร ‘‘เสฺว อุทฺเทสภตฺตํ ลภิสฺสตี’’ติ อชฺเชว อุปสมฺปชฺชติ, อติกฺกนฺตา ตสฺส ฐิติกา. เอกสฺส ภิกฺขุโน อุทฺเทสภตฺตํ ปตฺตํ, ปตฺโต จสฺส น ตุจฺโฉ โหติ, โส อญฺญสฺส สมีเป นิสินฺนสฺส ปตฺตํ ทาเปติ, ตญฺเจ เถยฺยาย หรนฺติ, คีวา โหติ. สเจ ปน โส ภิกฺขุ ‘‘มยฺหํ ปตฺตํ ทมฺมี’’ติ สยเมว เทติ, อสฺส คีวา น โหติ. อถาปิ เตน ภตฺเตน อนตฺถิโก หุตฺวา ‘‘อลํ มยฺหํ, ตเวตํ ภตฺตํ ทมฺมิ, ปตฺตํ เปเสตฺวา อาหราเปหี’’ติ อญฺญํ วทติ, ยํ ตโต อาหรียติ สพฺพํ ปตฺตสามิกสฺส โหติ. ปตฺตญฺเจ เถยฺยาย หรนฺติ, สุหโฏ; ภตฺตสฺส ทินฺนตฺตา คีวา น โหติ.

วิหาเร ทส ภิกฺขู โหนฺติ, เตสุ นว ปิณฺฑปาติกา, เอโก สาทิยนโก. ‘‘ทส อุทฺเทสปตฺเต เทถา’’ติ วุตฺเต ปิณฺฑปาติกา คเหตุํ น อิจฺฉนฺติ. อิตโร ภิกฺขุ ‘‘สพฺพานิ มยฺหํ ปาปุณนฺตี’’ติ คณฺหาติ, ฐิติกา น โหติ. เอเกกํ เจ ปาเปตฺวา คณฺหาติ, ฐิติกา ติฏฺฐติ. เอวํ คาเหตฺวา ทสหิปิ ปตฺเตหิ อาหราเปตฺวา ‘‘ภนฺเต, มยฺหํ สงฺคหํ กโรถา’’ติ นว ปตฺเต ปิณฺฑปาติกานํ เทติ, ภิกฺขุทตฺติยํ นาเมตํ, คณฺหิตุํ วฏฺฏติ.

สเจ โส อุปาสโก ‘‘ภนฺเต, ฆรํ อาคนฺตพฺพ’’นฺติ วทติ, โส จ ภิกฺขุ เต ภิกฺขู ‘‘เอถ, ภนฺเต, มยฺหํ สหายา โหถา’’ติ ตสฺส ฆรํ คจฺฉติ. ยํ ตตฺถ ลภติ, สพฺพํ ตสฺเสว โหติ. อิตเร เตน ทินฺนํ ลภนฺติ. อถ เนสํ ฆเรเยว นิสีทาเปตฺวา ทกฺขิโณทกํ ทตฺวา ยาคุขชฺชกาทีนิ เทนฺติ, ‘‘ภนฺเต, ยํ มนุสฺสา เทนฺติ, ตํ คณฺหถา’’ติ ตสฺส ภิกฺขุโน วจเนเนว อิตเรสํ วฏฺฏติ. ภุตฺตาวีนํ ปตฺเต ปูเรตฺวา คณฺหิตฺวา คมนตฺถาย เทนฺติ, สพฺพํ ตสฺเสว ภิกฺขุโน โหติ, เตน ทินฺนํ อิตเรสํ วฏฺฏติ.

ยทิ ปน เต วิหาเรเยว เตน ภิกฺขุนา ‘‘ภนฺเต, มยฺหํ ภิกฺขํ คณฺหถ, มนุสฺสานญฺจ วจนํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตา คจฺฉนฺติ, ยํ ตตฺถ ภุญฺชนฺติ เจว นีหรนฺติ จ, สพฺพํ ตํ ตสฺเสว สนฺตกํ. อถาปิ ‘‘มยฺหํ ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ อวุตฺตา ‘‘มนุสฺสานํ วจนํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ คจฺฉนฺติ, ตตฺร เจ เอกสฺส มธุเรน สเรน อนุโมทนํ กโรนฺตสฺส สุตฺวา เถรานญฺจ อุปสเม ปสีทิตฺวา พหุํ สมณปริกฺขารํ เทนฺติ, อยํ เถเรสุ ปสาเทน อุปฺปนฺโน ‘‘อกตภาโค’’ นาม, ตสฺมา สพฺเพสํ ปาปุณาติ.

เอโก สงฺฆโต อุทฺทิสาเปตฺวา ฐิติกาย คาหิตํ ปตฺตํ หริตฺวา ปณีตสฺส ขาทนียโภชนียสฺส ปูเรตฺวา อาหริตฺวา ‘‘อิมํ, ภนฺเต, สพฺโพ สงฺโฆ ปริภุญฺชตู’’ติ เทติ, สพฺเพหิ ภาเชตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพํ. ปตฺตสามิกสฺส ปน อติกฺกนฺตมฺปิ ฐิติกํ ฐเปตฺวา อญฺญํ อุทฺเทสภตฺตํ ทาตพฺพํ. อถ ‘‘ปฐมํเยว สพฺพํ สงฺฆิกํ ปตฺตํ เทถา’’ติ วทติ, เอกสฺส ลชฺชิภิกฺขุโน สนฺตโก ปตฺโต ทาตพฺโพ. อาหริตฺวา จ ‘‘สพฺโพ สงฺโฆ ปริภุญฺชตู’’ติ วุตฺเต ภาเชตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพํ.