๑. กมฺมกฺขนฺธกํ

ตชฺชนียกมฺมกถา

๑. จูฬวคฺคสฺส ปฐเม กมฺมกฺขนฺธเก ตาว ปณฺฑุกโลหิตกาติ ปณฺฑุโก เจว โลหิตโก จาติ ฉพฺพคฺคิเยสุ เทฺว ชนา; เตสํ นิสฺสิตกาปิ ปณฺฑุกโลหิตกาเตฺวว ปญฺญายนฺติ. พลวาพลวํ ปฏิมนฺเตถาติ สุฏฺฐุพลวํ ปฏิวทถ. อลมตฺถตราติ สมตฺถตรา.

ตชฺชนียกมฺมกถา นิฏฺฐิตา.

อธมฺมกมฺมทฺวาทสกกถา

๔. อสมฺมุขา กตนฺติอาทีสุ สงฺฆธมฺมวินยปุคฺคลสมฺมุขานํ วินา กตํ, จุทิตกํ อปฺปฏิปุจฺฉิตฺวา กตํ, ตสฺเสว อปฺปฏิญฺญาย กตํ. อเทสนาคามินิยาติ ปาราชิกาปตฺติยา วา สงฺฆาทิเสสาปตฺติยา วา. เอตฺถ ปุริมเกสุ ตีสุ ติเกสุ นว ปทา อธมฺเมนกตํ วคฺเคนกตนฺติ อิเมหิ สทฺธึ เอเกกํ คเหตฺวา นว ติกา วุตฺตา. เอวํ สพฺเพปิ ทฺวาทส ติกา โหนฺติ. ปฏิปกฺขวเสน สุกฺกปกฺเขสุปิ เอเตเยว ทฺวาทส ติกา วุตฺตา.

๖. อนนุโลมิเกหิ คิหิสํสคฺเคหีติ ปพฺพชิตานํ อนนุจฺฉวิเกหิ สหโสกิตาทีหิ คิหิสํสคฺเคหิ.

ติณฺณํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขูนนฺติอาทิ เอเกเกนาปิ องฺเคน ตชฺชนียกมฺมํ กาตุํ วฏฺฏตีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ตชฺชนียสฺส หิ วิเสเสน ภณฺฑนการกตฺตํ องฺคํ, นิยสฺสสฺส อภิณฺหาปตฺติกตฺตํ, ปพฺพาชนียสฺส กุลทูสกตฺตํ วุตฺตํ. อิเมสุ ปน ตีสุ องฺเคสุ เยน เกนจิ สพฺพานิปิ กาตุํ วฏฺฏติ. ยทิ เอวํ ยํ จมฺเปยฺยกฺขนฺธเก วุตฺตํ – ‘‘ตชฺชนียกมฺมารหสฺส นิยสฺสกมฺมํ กโรติ…เป… อุปสมฺปทารหํ อพฺเภติ; เอวํ โข อุปาลิ อธมฺมกมฺมํ โหติ อวินยกมฺมํ, เอวญฺจ ปน สงฺโฆ สาติสาโร โหตี’’ติ อิทํ วิรุชฺฌตีติ. อิทญฺจ น วิรุชฺฌติ. กสฺมา? วจนตฺถนานตฺตโต, ‘‘ตชฺชนียกมฺมารหสฺสา’’ติ อิมสฺส หิ วจนสฺส กมฺมสนฺนิฏฺฐานํ อตฺโถ. ‘‘ติณฺณํ, ภิกฺขเว’’ติอาทิวจนสฺส องฺคสมฺภโว, ตสฺมา ยทา สงฺเฆน สนฺนิปติตฺวา ‘‘อิทํ นาม อิมสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ กโรมา’’ติ สนฺนิฏฺฐานํ กตํ โหติ, ตทา กมฺมารโห นาม โหติ. ตสฺส อิมินา ลกฺขเณน ตชฺชนียาทิกมฺมารหสฺส นิยสฺสกมฺมาทิกรณํ อธมฺมกมฺมญฺเจว อวินยกมฺมญฺจาติ เวทิตพฺพํ. ยสฺส ปน ภณฺฑนการกาทีสุ องฺเคสุ อญฺญตรํ องฺคํ อตฺถิ, ตสฺส อากงฺขมาโน สงฺโฆ ยถานุญฺญาเตสุ องฺเคสุ จ กมฺเมสุ จ เยน เกนจิ องฺเคน ยํกิญฺจิ กมฺมํ ววตฺถเปตฺวา ตํ ภิกฺขุํ กมฺมารหํ กตฺวา กมฺมํ กเรยฺย. อยเมตฺถ วินิจฺฉโย. เอวํ ปุพฺเพนาปรํ สเมติ.

ตตฺถ กิญฺจาปิ ตชฺชนียกมฺเม ภณฺฑนการกวเสน กมฺมวาจา วุตฺตา, อถ โข พาลสฺส อพฺยตฺตสฺส อาปตฺติพหุลสฺส ตชฺชนียกมฺมํ กโรนฺเตน พาลอพฺยตฺตวเสเนว กมฺมวาจา กาตพฺพา. เอวญฺหิ ภูเตน วตฺถุนา กตํ กมฺมํ โหติ, น จ อญฺญสฺส กมฺมสฺส วตฺถุนา. กสฺมา? ยสฺมา อิทมฺปิ อนุญฺญาตนฺติ. เอส นโย สพฺพตฺถ. อฏฺฐารส สมฺมาวตฺตนวตฺถูนิ ปาริวาสิกกฺขนฺธเก วณฺณยิสฺสาม.

อธมฺมกมฺมทฺวาทสกกถา นิฏฺฐิตา.

นปฺปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพอฏฺฐารสกาทิกถา

๘. โลมํ ปาเตนฺตีติ ปนฺนโลมา โหนฺติ; ภิกฺขู อนุวตฺตนฺตีติ อตฺโถ. เนตฺถารํ วตฺตนฺตีติ นิตฺถรนฺตานํ เอตนฺติ เนตฺถารํ; เยน สกฺกา นิสฺสารณา นิตฺถริตุํ, ตํ อฏฺฐารสวิธํ สมฺมาวตฺตนํ วตฺตนฺตีติ อตฺโถ. กิตฺตกํ กาลํ วตฺตํ ปูเรตพฺพนฺติ? ทส วา ปญฺจ วา ทิวสานิ. อิมสฺมิญฺหิ กมฺมกฺขนฺธเก เอตฺตเกน วตฺตํ ปูริตเมว โหติ.

นปฺปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพอฏฺฐารสกาทิกถา นิฏฺฐิตา.

นิยสฺสกมฺมกถา

๑๑. เสยฺยสกวตฺถุสฺมึ – อปิสฺสุ ภิกฺขู ปกตาติ อปิสฺสุ ภิกฺขู นิจฺจํ พฺยาวฏา โหนฺติ. เสสํ ตชฺชนีเย วุตฺตสทิสเมว.

นิยสฺสกมฺมกถา นิฏฺฐิตา.

ปพฺพาชนียกมฺมกถา

๒๑. อสฺสชิปุนพฺพสุกวตฺถุ สงฺฆาทิเสสวณฺณนายํ วุตฺตํ.

๒๗. กายิเกน ทเวนาติอาทีสุ ปเนตฺถ กายิโก ทโว นาม กายกีฬา วุจฺจติ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. กายิโก อนาจาโร นาม กายทฺวาเร ปญฺญตฺตสิกฺขาปทวีติกฺกโม วุจฺจติ. เสสทฺวเยปิ เอเสว นโย. กายิกํ อุปฆาติกํ นาม กายทฺวาเร ปญฺญตฺตสิกฺขาปทสฺส อสิกฺขนภาเวน อุปหนนํ วุจฺจติ; นาสนํ วินาสนนฺติ อตฺโถ. เสสทฺวเยปิ เอเสว นโย. กายิโก มิจฺฉาชีโว นาม ปฏิกฺขิตฺตเวชฺชกมฺมาทิวเสน เตลปจนอริฏฺฐปจนาทีนิ. วาจสิโก มิจฺฉาชีโว นาม คิหีนํ สาสนสมฺปฏิจฺฉนาโรจนาทีนิ. กายิกวาจสิโก นาม ตทุภยํ. เสสํ ตชฺชนีเย วุตฺตนยเมว.

ปพฺพาชนียกมฺมกถา นิฏฺฐิตา.

ปฏิสารณียกมฺมกถา

๓๓. สุธมฺมวตฺถุสฺมึ ปน – อนปโลเกตฺวาติ น อาปุจฺฉิตฺวา. เอตทโวจาติ กึ เต คหปติ เถรานํ ปฏิยตฺตนฺติ สพฺพํ วิวราเปตฺวา ทิสฺวา เอตํ อโวจ. เอกา จ โข อิธ นตฺถิ ยทิทํ ติลสํคุฬิกาติ ยา อยํ ติลสกฺขลิกา นาม วุจฺจติ, สา นตฺถีติ อตฺโถ. ตสฺส กิร คหปติโน วํเส อาทิมฺหิ เอโก ปูวิโย อโหสิ. เตน นํ เถโร ชาติยา ขุํเสตุกาโม เอวมาห. ยเทว กิญฺจีติ เอวํ พหุํ พุทฺธวจนํ รตนํ ปหาย กิญฺจิเทว ติลสํคุฬิกาวจนํ ภาสิตํ. กุกฺกุฏโปตกอุทาหรเณน อิทํ ทสฺเสติ ‘‘ยถา โส เนว กากวสฺสิตํ น กุกฺกุฏวสฺสิตํ อกาสิ, เอวํ ตยาปิ เนว ภิกฺขุวจนํ น คิหิวจนํ วุตฺต’’นฺติ.

ปฏิสารณียกมฺมกถา นิฏฺฐิตา.

อธมฺมกมฺมาทิทฺวาทสกกถา

๓๗. อสมฺมุขา กตนฺติอาทโย ติกา วุตฺตปฺปการา เอว.

๓๙. องฺคสมนฺนาคโม ปุริเมหิ อสทิโส. ตตฺถ ยถา ลาภํ น ลภนฺติ; เอวํ ปริสกฺกนฺโต ปรกฺกมนฺโต อลาภาย ปริสกฺกติ นาม. เอส นโย อนตฺถาทีสุ. ตตฺถ อนตฺโถติ อตฺถภงฺโค. อนาวาโสติ ตสฺมึ ฐาเน อวสนํ. คิหีนํ พุทฺธสฺส อวณฺณนฺติ คิหีนํ สนฺติเก พุทฺธสฺส อวณฺณํ ภาสติ. ธมฺมิกํ ปฏิสฺสวํ น สจฺจาเปตีติ ยถา สจฺโจ โหติ, เอวํ น กโรติ; วสฺสาวาสํ ปฏิสฺสุณิตฺวา น คจฺฉติ, อญฺญํ วา เอวรูปํ กโรติ. ปญฺจนฺนํ ภิกฺขเวติอาทิ เอกงฺเคนปิ กมฺมารหภาวทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานตฺถญฺเจว, ตชฺชนีเย จ วุตฺตนยเมว.

อธมฺมกมฺมาทิทฺวาทสกกถา นิฏฺฐิตา.

อาปตฺติยา อทสฺสเน อุกฺเขปนียกมฺมกถา

๔๖. ฉนฺนวตฺถุสฺมึ – อาวาสปรมฺปรญฺจ ภิกฺขเว สํสถาติ สพฺพาวาเสสุ อาโรเจถ.

๕๐. ภณฺฑนการโกติอาทีสุ ภณฺฑนาทิปจฺจยา อาปนฺนํ อาปตฺตึ โรเปตฺวา ตสฺสา อทสฺสเนเยว กมฺมํ กาตพฺพํ. ติกา วุตฺตปฺปการา เอว.

๕๑. สมฺมาวตฺตนายํ ปเนตฺถ เตจตฺตาลีส วตฺตานิ. ตตฺถ น อนุทฺธํเสตพฺโพติ น โจเทตพฺโพ. น ภิกฺขุ ภิกฺขูหีติ อญฺโญ ภิกฺขุ อญฺเญหิ ภิกฺขูหิ น ภินฺทิตพฺโพ. น คิหิทฺธโชติ โอทาตวตฺถานิ อจฺฉินฺนทสปุปฺผทสานิ จ น ธาเรตพฺพานิ. น ติตฺถิยทฺธโชติ กุสจีราทีนิ น ธาเรตพฺพานิ. น อาสาเทตพฺโพติ น อปสาเทตพฺโพ. อนฺโต วา พหิ วาติ วิหารสฺส อนฺโต วา พหิ วา. น ติตฺถิยาทิปทตฺตยํ อุตฺตานเมว. เสสํ สพฺพํ ปาริวาสิกกฺขนฺธเก วณฺณยิสฺสาม. เสสํ ตชฺชนีเย วุตฺตนยเมว. อาปตฺติยา อปฺปฏิกมฺเม อุกฺเขปนียกมฺมํ อิมินา สทิสเมว.

๖๕. อริฏฺฐวตฺถุ ขุทฺทกวณฺณนายํ วุตฺตํ. ‘‘ภณฺฑนการโก’’ติอาทีสุ ยํ ทิฏฺฐึ นิสฺสาย ภณฺฑนาทีนิ กโรติ, ตสฺสา อปฺปฏินิสฺสคฺเคเยว กมฺมํ กาตพฺพํ. เสสํ ตชฺชนีเย วุตฺตนยเมว. สมฺมาวตฺตนายมฺปิ หิ อิธ เตจตฺตาลีสํเยว วตฺตานีติ.

อาปตฺติยา อทสฺสเน อุกฺเขปนียกมฺมกถา นิฏฺฐิตา.

กมฺมกฺขนฺธกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.