๑. รโหคตวคฺโค

๑-๒. ปฐมรโหคตสุตฺตาทิวณฺณนา

๘๙๙-๙๐๐. อนุรุทฺธสํยุตฺตสฺส ปฐเม อารทฺธาติ ปริปุณฺณา. สงฺเขปโต ปเนตฺถ ฉตฺตึสาย ฐาเนสุ อรหตฺตํ ปาเปตฺวา วิปสฺสนา กถิตา, ทุติเย ทฺวาทสสุ ฐาเนสุ อรหตฺตํ ปาเปตฺวา วิปสฺสนา กถิตา.

๓. สุตนุสุตฺตวณฺณนา

๙๐๑. ตติเย มหาภิญฺญตนฺติ ฉอภิญฺญาภาวํ. หีนํ ธมฺมนฺติอาทีสุ อิมาย ปาฬิยา อตฺโถ เวทิตพฺโพ –

‘‘กตเม ธมฺมา หีนา? ทฺวาทส อกุสลจิตฺตุปฺปาทา, อิเม ธมฺมา หีนา. กตเม ธมฺมา มชฺฌิมา? ตีสุ ภูมีสุ กุสลํ, ตีสุ ภูมีสุ วิปาโก, ตีสุ ภูมีสุ กิริยาพฺยากตํ สพฺพญฺจ รูปํ, อิเม ธมฺมา มชฺฌิมา. กตเม ธมฺมา ปณีตา? จตฺตาโร มคฺคา อปริยาปนฺนา, จตฺตาริ จ สามญฺญผลานิ นิพฺพานญฺจ, อิเม ธมฺมา ปณีตา’’ติ (ธ. ส. ๑๔๒๓-๑๔๒๕).

๔-๗. ปฐมกณฺฑกีสุตฺตาทิวณฺณนา

๙๐๒-๙๐๕. จตุตฺเถ กณฺฑกีวเนติ มหากรมนฺทวเน. ฉฏฺเฐ สหสฺสํ โลกนฺติ อิมินา เถรสฺส สตต วิหาโร ทสฺสิโต. เถโร หิ ปาโตว มุขํ โธวิตฺวา อตีตานาคเต กปฺปสหสฺสํ อนุสฺสรติ. ปจฺจุปฺปนฺเน ปน ทสจกฺกวาฬสหสฺสํ เอกาวชฺชนสฺส อาปาถมาคจฺฉติ. สตฺตมํ อุตฺตานเมว.

๘. สลฬาคารสุตฺตวณฺณนา

๙๐๖. อฏฺฐเม สลฬาคาเรติ สลฬรุกฺขมยาย ปณฺณสาลาย, สลฬรุกฺขสฺส วา ทฺวาเร ฐิตตฺตา เอวํนามเก อคาเร. อิมสฺมึ สุตฺเต วิปสฺสนาย สทฺธึ วิปสฺสกปุคฺคโล กถิโต.

๙. อมฺพปาลิวนสุตฺตวณฺณนา

๙๐๗. นวเม อาสภึ วาจนฺติ อตฺตโน อรหตฺตภาวทีปกํ อุตฺตมวาจํ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.

รโหคตวคฺโค ปฐโม.