๑. เวฬุทฺวารวคฺโค

๑. จกฺกวตฺติราชสุตฺตวณฺณนา

๙๙๗. โสตาปตฺติสํยุตฺตสฺส ปฐเม กิญฺจาปีติ อนุคฺคหครหเณสุ นิปาโต. จตุนฺนญฺหิ มหาทีปานํ อิสฺสริยาธิปจฺจํ รชฺชํ อนุคฺคณฺหนฺโต จตุนฺนญฺจ อปายานํ อปฺปหีนภาวํ ครหนฺโต สตฺถา ‘‘กิญฺจาปิ, ภิกฺขเว, ราชา จกฺกวตฺตี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ จตุนฺนํ ทีปานนฺติ ทฺวิสหสฺสทีปปริวารานํ จตุนฺนํ มหาทีปานํ. อิสฺสริยาธิปจฺจนฺติ อิสฺสรภาโว อิสฺสริยํ, อธิปติภาโว อาธิปจฺจํ, อิสฺสริยํ อาธิปจฺจํ เอตสฺมึ รชฺเช, น เฉทนเภทนนฺติ อิสฺสริยาธิปจฺจํ. กาเรตฺวาติ เอวรูปํ รชฺชํ ปวตฺตาเปตฺวา. กิญฺจาปิ, ภิกฺขเว, อริยสาวโกติ เอตฺถ อนุคฺคหปสํสาสุ นิปาโต. ปิณฺฑิยาโลเปน หิ ยาปนํ อนุคฺคหนฺโต จตุนฺนญฺจ อปายานํ ปหีนภาวํ ปสํสนฺโต สตฺถา ‘‘กิญฺจาปิ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก’’ติอาทิมาห. ตตฺถ นนฺตกานีติ อนนฺตกานิ. เตรสหตฺโถปิ หิ วตฺถสาฏโก ทสจฺเฉทนโต ปฏฺฐาย นนฺตกนฺเตว สงฺขํ คจฺฉติ.

อเวจฺจปฺปสาเทนาติ อจลปฺปสาเทน. โส ปนายํ ปสาโท กึ เอโก, อเนโกติ? เอโกว, โส มคฺเคน อาคตปฺปสาโท. เยสุ ปน วตฺถูสุ อปุพฺพํ อจริมํ รุหติ, เตสํ วเสน ‘‘พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทนา’’ติอาทินา นเยน ติธา วุตฺโต. ยสฺมา จ เอโก, ตสฺมาว นินฺนานากรโณ โหติ. อริยสาวกสฺส หิ พุทฺเธเยว ปสาโท จ เปมญฺจ คารวญฺจ มหนฺตํ, น ธมฺเม วา สงฺเฆ วา, ธมฺเมเยว วา มหนฺตํ, น พุทฺเธ วา สงฺเฆ วา, สงฺเฆเยว วา มหนฺตํ, น พุทฺเธ วา ธมฺเม วาติ เอตํ นตฺถิ. อิติปิ โส ภควาติอาทีนิ วิสุทฺธิมคฺเค วิตฺถาริตาเนว.

อริยกนฺเตหีติ อริยานํ กนฺเตหิ ปิเยหิ มนาเปหิ. ปญฺจ หิ สีลานิ ภวนฺตรคตาปิ อริยา น โกเปนฺติ, เอวํ เตสํ ปิยานิ. ตานิ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. อขณฺเฑหีติอาทิ สทิสวเสน วุตฺตํ. มุขวฏฺฏิยญฺหิ ฉินฺเนกเทสา ปาติ ขณฺฑาติ วุจฺจติ, มชฺเฌ ภินฺนา ฉิทฺทาติ, เอกสฺมึ ปเทเส วิสภาควณฺณา คาวี สพลาติ, นานาพินฺทุจิตฺตา กมฺมาสาติ, เอวเมว ปฏิปาฏิยา อาทิมฺหิ วา อนฺเต วา ภินฺนํ สีลํ ขณฺฑํ นาม, มชฺเฌ ภินฺนํ ฉิทฺทํ, ยตฺถ กตฺถจิ ทฺวินฺนํ วา ติณฺณํ วา ปฏิปาฏิยา ภินฺนตฺตา สพลํ, เอกนฺตรํ ภินฺนํ กมฺมาสํ. เตสํ โทสานํ อภาเวน อขณฺฑาทิตา เวทิตพฺพา. ภุชิสฺเสหีติ ภุชิสฺสภาวกเรหิ. วิญฺญุปฺปสตฺเถหีติ พุทฺธาทีหิ วิญฺญูหิ ปสํสิเตหิ. อปรามฏฺเฐหีติ ‘‘อิทํ นาม ตยา กตํ, อิทํ วีติกฺกนฺต’’นฺติ เอวํ ปรามสิตุํ อสกฺกุเณยฺเยหิ. สมาธิสํวตฺตนิเกหีติ อปฺปนาสมาธึ อุปจารสมาธึ วา สํวตฺเตตุํ สมตฺเถหิ.

๒. พฺรหฺมจริโยคธสุตฺตวณฺณนา

๙๙๘. ทุติเย เยสํ สทฺธาติ ปเทน พุทฺเธ ปสาโท คหิโต. สีลนฺติ ปเทน อริยกนฺตานิ สีลานิ คหิตานิ. ปสาโทติ ปเทน สงฺเฆ ปสาโท คหิโต. ธมฺมทสฺสนนฺติ ปเทน ธมฺเม ปสาโท คหิโตติ เอวํ จตฺตาริ โสตาปตฺติยงฺคานิ วุตฺตานิ. กาเลน ปจฺเจนฺตีติ กาเลน ปาปุณนฺติ. พฺรหฺมจริโยคธํ สุขนฺติ พฺรหฺมจริยํ โอคาหิตฺวา ฐิตํ อุปริมคฺคตฺตยสมฺปยุตฺตํ สุขํ. โย ปเนส คาถาย อาคโต ปสาโท, โส กตรปสาโท โหตีติ. ติปิฏกจูฬาภยตฺเถโร ตาว ‘‘มคฺคปสาโท’’ติ อาห, ติปิฏกจูฬนาคตฺเถโร ‘‘อาคตมคฺคสฺส ปจฺจเวกฺขณปฺปสาโท’’ติ. อุโภปิ เถรา ปณฺฑิตา พหุสฺสุตา, อุภินฺนํ สุภาสิตํ. มิสฺสกปฺปสาโท เอโสติ.

๓. ทีฆาวุอุปาสกสุตฺตวณฺณนา

๙๙๙. ตติเย ตสฺมาติ ยสฺมา จตูสุ โสตาปตฺติยงฺเคสุ สนฺทิสฺสสิ, ตสฺมา. วิชฺชาภาคิเยติ วิชฺชาโกฏฺฐาสิเก. สพฺพสงฺขาเรสูติ สพฺเพสุ เตภูมกสงฺขาเรสุ. เอวมสฺส อุปริ ติณฺณํ มคฺคานํ วิปสฺสนา กถิตา. วิฆาตนฺติ ทุกฺขํ.

๔-๕. ปฐมสาริปุตฺตสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๐๐๐-๑๐๐๑. จตุตฺถ อุตฺตานเมว. ปญฺจเม โสตาปตฺติยงฺคนฺติ โสตาปตฺติยา ปุพฺพภาคปฏิลาภงฺคํ. พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาทาทโย ปน ปฏิลทฺธคุณา โสตาปนฺนสฺส องฺคา นาม, เตปิ ปน โสตาปตฺติยงฺคนฺติ อาคตา. ตตฺรายํ ทฺวินฺนมฺปิ วจนตฺโถ – สปฺปุริเส เสวนฺโต ภชนฺโต ปยิรุปาสนฺโต ธมฺมํ สุณนฺโต โยนิโส มนสิกโรนฺโต ธมฺมานุธมฺมํ ปุพฺพภาคปฏิปทํ ปฏิปชฺชนฺโต โสตาปตฺตึ ปฏิลภตีติ สปฺปุริสสํเสวาทโย โสตาปตฺติอตฺถาย องฺคนฺติ โสตาปตฺติยงฺคํ นาม, อิตเร ปฐมมคฺคสงฺขาตาย โสตาปตฺติยา องฺคนฺติปิ โสตาปตฺติยงฺคํ, ปฏิวิทฺธโสตาปตฺติมคฺคสฺส โสตาปตฺติมคฺโค องฺคนฺติปิ โสตาปตฺติยงฺคํ.

๖. ถปติสุตฺตวณฺณนา

๑๐๐๒. ฉฏฺเฐ สาธุเก ปฏิวสนฺตีติ สาธุกนามเก อตฺตโน โภคคามเก วสนฺติ. เตสุ อิสิทตฺโต สกทาคามี, ปุราโณ โสตาปนฺโน สทารสนฺตุฏฺโฐ. มคฺเค ปุริสํ ฐเปสุนฺติ เตสํ กิร คามทฺวาเรน ภควโต คมนมคฺโค. ตสฺมา ‘‘ภควา กาเล วา อกาเล วา อมฺหากํ สุตฺตานํ วา ปมตฺตานํ วา คจฺเฉยฺย, อถ ปสฺสิตุํ น ลเภยฺยามา’’ติ มคฺคมชฺเฌ ปุริสํ ฐเปสุํ.

อนุพนฺธึสูติ น ทูรโตว ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธึสุ, ภควา ปน สกฏมคฺคสฺส มชฺเฌ ชงฺฆมคฺเคน อคมาสิ, อิตเร อุโภสุ ปสฺเสสุ อนุคจฺฉนฺตา อคมํสุ. มคฺคา โอกฺกมฺมาติ พุทฺธานญฺหิ เกนจิ สทฺธึ คจฺฉนฺตานํเยว ปฏิสนฺถารํ กาตุํ วฏฺฏติ เกนจิ สทฺธึ ฐิตกานํ, เกนจิ สทฺธึ ทิวสภาคํ นิสินฺนานํ. ตสฺมา ภควา จินฺเตสิ – ‘‘อิเมหิ เม สทฺธึ คจฺฉนฺตสฺส ปฏิสนฺถารํ กาตุํ อยุตฺตํ, ฐิตเกนปิ กาตุํ น ยุตฺตํ, อิเม หิ มยฺหํ สาสเน สามิโน อาคตผลา. อิเมหิ สทฺธึ นิสีทิตฺวาว ทิวสภาคํ ปฏิสนฺถารํ กริสฺสามี’’ติ มคฺคา โอกฺกมฺม เยน อญฺญตรํ รุกฺขมูลํ เตนุปสงฺกมิ.

ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทีติ เต กิร ฉตฺตุปาหนํ กตฺตรทณฺฑํ ปาทพฺภญฺชนเตลาทีนิ เจว อฏฺฐวิธญฺจ ปานกํ สรภปาทปลฺลงฺกญฺจ คาหาเปตฺวา อคมํสุ, อาภตํ ปลฺลงฺกมฺปิ ปญฺญาเปตฺวา อทํสุ, สตฺถา ตสฺมึ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสีทึสูติ เสสานิ ฉตฺตุปาหนาทีนิ ภิกฺขุสงฺฆสฺส เทถาติ วตฺวา สยมฺปิ ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ.

สาวตฺถิยา โกสเลสุ จาริกํ ปกฺกมิสฺสตีติอาทิ สพฺพํ มชฺฌิมปเทสวเสนว วุตฺตํ. กสฺมา? นิยตตฺตา. ภควโต หิ จาริกาจรณมฺปิ อรุณุฏฺฐาปนมฺปิ นิยตํ, มชฺฌิมปเทเสเยว จาริกํ จรติ, มชฺฌิมเทเส อรุณํ อุฏฺฐเปตีติ นิยตตฺตา มชฺฌิมเทสวเสน วุตฺตํ. อาสนฺเน โน ภควา ภวิสฺสตีติ เอตฺถ น เกวลํ อาสนฺนตฺตาเยว เตสํ โสมนสฺสํ โหติ, อถ โข ‘‘อิทานิ ทานํ ทาตุํ คนฺธมาลาทีหิ ปูชํ กาตุํ ธมฺมํ โสตุํ ปญฺหํ ปุจฺฉิตุํ ลภิสฺสามา’’ติ เตสํ โสมนสฺสํ โหติ.

ตสฺมาติห ถปตโย สมฺพาโธ ฆราวาโสติ ถปตโย ยสฺมา ตุมฺหากํ มยิ ทูรีภูเต อนปฺปกํ โทมนสฺสํ, อาสนฺเน อนปฺปกํ โสมนสฺสํ โหติ, ตสฺมาปิ เวทิตพฺพเมตํ ‘‘สมฺพาโธ ฆราวาโส’’ติ. ฆราวาสสฺส หิ โทเสน ตุมฺหากํ เอวํ โหติ. สเจ ปน ฆราวาสํ ปหาย ปพฺพชิตา, อถ เอวํ โว มยา สทฺธึเยว คจฺฉนฺตานญฺจ อาคจฺฉนฺตานญฺจ ตํ น ภเวยฺยาติ อิมมตฺถํ ทีเปนฺโต เอวมาห. ตตฺถ สกิญฺจนสปลิโพธฏฺเฐน สมฺพาธตา เวทิตพฺพา. มหาวาเส วสนฺตสฺสปิ หิ สกิญฺจนสปลิโพธฏฺเฐน ฆราวาโส สมฺพาโธว. รชาปโถติ ราคโทสโมหรชานํ อาปโถ, อาคมนฏฺฐานนฺติ อตฺโถ. อพฺโภกาโส ปพฺพชฺชาติ ปพฺพชฺชา ปน อกิญฺจนอปลิโพธฏฺเฐน อพฺโภกาโส. จตุรตนิเกปิ หิ คพฺเภ ทฺวินฺนํ ภิกฺขูนํ ปลฺลงฺเกน ปลฺลงฺกํ ฆเฏตฺวา นิสินฺนานมฺปิ อกิญฺจนอปลิโพธฏฺเฐน ปพฺพชฺชา อพฺโภกาโส นาม โหติ. อลญฺจ ปน โว ถปตโย อปฺปมาทายาติ เอวํ สมฺพาเธ ฆราวาเส วสนฺตานํ ตุมฺหากํ อปฺปมาทเมว กาตุํ ยุตฺตนฺติ อตฺโถ.

เอกํ ปุรโต เอกํ ปจฺฉโต นิสีทาเปมาติ เต กิร เทฺวปิ ชนา สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิเตสุ ทฺวีสุ นาเคสุ ตา อิตฺถิโย เอวํ นิสีทาเปตฺวา รญฺโญ นาคํ มชฺเฌ กตฺวา อุโภสุ ปสฺเสสุ คจฺฉนฺติ, ตสฺมา เอวมาหํสุ. นาโคปิ รกฺขิตพฺโพติ ยถา กิญฺจิ วิเสวิตํ น กโรติ, เอวํ รกฺขิตพฺโพ โหติ. ตาปิ ภคินิโยติ ยถา ปมาทํ นาปชฺชนฺติ, เอวํ รกฺขิตพฺพา โหนฺติ. อตฺตาปีติ สิตหสิตกถิตวิเปกฺขิตาทีนิ อกโรนฺเตหิ อตฺตาปิ รกฺขิตพฺโพ โหติ. (เตหิ ตถา กโรนฺเตหิ น อตฺตาปิ รกฺขิตพฺโพ โหติ). ตถา กโรนฺโต หิ ‘‘สามิทุพฺโภ เอโส’’ติ นิคฺคเหตพฺโพ โหติ. ตสฺมาติห ถปตโยติ ยสฺมา ตุเมฺห ราชา นิจฺจํ ราชภณฺฑํ ปฏิจฺฉาเปติ, ตสฺมาปิ สมฺพาโธ ฆราวาโส รชาปโถ. ยสฺมา ปน ปํสุกูลิกภิกฺขุํ เอวํ ปฏิจฺฉาเปนฺโต นตฺถิ, ตสฺมา อพฺโภกาโส ปพฺพชฺชา. เอวํ สพฺพตฺถาปิ อลญฺจ ปน โว ถปตโย อปฺปมาทาย อปฺปมาทเมว กโรถาติ ทสฺเสติ.

มุตฺตจาโคติ วิสฺสฏฺฐจาโค. ปยตปาณีติ อาคตาคตานํ ทานตฺถาย โธตหตฺโถ. โวสฺสคฺครโตติ โวสฺสคฺคสงฺขาเต จาเค รโต. ยาจโยโคติ ยาจิตพฺพกยุตฺโต. ทานสํวิภาครโตติ ทาเนน เจว อปฺปมตฺตกมฺปิ กิญฺจิ ลทฺธา ตโตปิ สํวิภาเค รโต. อปฺปฏิวิภตฺตนฺติ ‘‘อิทํ อมฺหากํ ภวิสฺสติ, อิทํ ภิกฺขูน’’นฺติ เอวํ อกตวิภาคํ, สพฺพํ ทาตพฺพเมว หุตฺวา ฐิตนฺติ อตฺโถ.

๗. เวฬุทฺวาเรยฺยสุตฺตวณฺณนา

๑๐๐๓. สตฺตเม เวฬุทฺวารนฺติ คามทฺวาเร ปเวณิอาคตสฺส เวฬุคจฺฉสฺส อตฺถิตาย เอวํลทฺธนาโม คาโม. อตฺตุปนายิกนฺติ อตฺตนิ อุปเนตพฺพํ. สมฺผภาเสนาติ อมนฺตภาเสน. สมฺผปฺปลาปภาเสนาติ สมฺผปฺปลาปสมฺภาเสน นิรตฺถเกน อญฺญาณวจเนนาติ อตฺโถ.

๘-๙. ปฐมคิญฺชกาวสถสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๐๐๔-๕. อฏฺฐเม ญาติเกติ เอกํ ตฬากํ นิสฺสาย ทฺวินฺนํ จูฬปิติมหาปิติปุตฺตานํ เทฺว คามา, เตสุ เอกสฺมึ คามเก. คิญฺชกาวสเถติ อิฏฺฐกามเย อาวสเถ. โอรมฺภาคิยานนฺติ เหฏฺฐาภาคิยานํ, กามภเวเยว ปฏิสนฺธิคฺคาหาปกานนฺติ อตฺโถ. โอรนฺติ ลทฺธนาเมหิ วา ตีหิ มคฺเคหิ ปหาตพฺพานีติปิ โอรมฺภาคิยานิ. ตตฺถ กามจฺฉนฺโท พฺยาปาโทติ อิมานิ เทฺว สมาปตฺติยา วา อวิกฺขมฺภิตานิ มคฺเคน วา อสมุจฺฉินฺนานิ นิพฺพตฺติวเสน อุทฺธํ ภาคํ รูปภวํ อรูปภวํ วา คนฺตุํ น เทนฺติ. สกฺกายทิฏฺฐิอาทีนิ ตีณิ ตตฺถ นิพฺพตฺตมฺปิ อาเนตฺวา ปุน อิเธว นิพฺพตฺตาเปนฺตีติ สพฺพานิปิ โอรมฺภาคิยาเนว. อนาวตฺติธมฺโมติ ปฏิสนฺธิวเสน อนาคมนสภาโว.

ราคโทสโมหานํ ตนุตฺตาติ เอตฺถ กทาจิ อุปฺปตฺติยา จ ปริยุฏฺฐานมนฺทตาย จาติ เทฺวธาปิ ตนุภาโว เวทิตพฺโพ. สกทาคามิสฺส หิ ปุถุชฺชนานํ วิย อภิณฺหํ ราคาทโย น อุปฺปชฺชนฺติ, กทาจิ กรหจิ อุปฺปชฺชนฺติ. อุปฺปชฺชมานา จ น ปุถุชฺชนานํ วิย พหลพหลา อุปฺปชฺชนฺติ, มกฺขิปตฺตํ วิย ตนุกา อุปฺปชฺชนฺติ. ทีฆภาณกติปิฏกมหาสีวตฺเถโร ปนาห – ‘‘ยสฺมา สกทาคามิสฺส ปุตฺตธีตโร โหนฺติ, โอโรธา จ โหนฺติ, ตสฺมา พหลา กิเลสา. อิทํ ปน ภวตนุกวเสน กถิต’’นฺติ. ตํ อฏฺฐกถายํ ‘‘โสตาปนฺนสฺส สตฺต ภเว ฐเปตฺวา อฏฺฐเม ภเว ภวตนุกํ นตฺถิ, สกทาคามิสฺส เทฺว ภเว ฐเปตฺวา ปญฺจสุ ภเวสุ ภวตนุกํ นตฺถิ, อนาคามิสฺส รูปารูปภวํ ฐเปตฺวา กามภเว ภวตนุกํ นตฺถิ, ขีณาสวสฺส กิสฺมิญฺจิ ภเว ภวตนุกํ นตฺถี’’ติ วุตฺตตฺตา ปฏิกฺขิตฺตํ โหติ.

อิมํ โลกนฺติ อิมํ กามาวจรโลกํ สนฺธาย วุตฺตํ. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – สเจ หิ มนุสฺเสสุ สกทาคามิผลํ ปตฺโต เทเวสุ นิพฺพตฺติตฺวา อรหตฺตํ สจฺฉิกโรติ, อิจฺเจตํ กุสลํ. อสกฺโกนฺโต ปน อวสฺสํ มนุสฺสโลกํ อาคนฺตฺวา สจฺฉิกโรติ. เทเวสุ สกทาคามิผลํ ปตฺโตปิ สเจ มนุสฺเสสุ นิพฺพตฺติตฺวา อรหตฺตํ สจฺฉิกโรติ, อิจฺเจตํ กุสลํ. อสกฺโกนฺโต ปน อวสฺสํ เทวโลกํ คนฺตฺวา สจฺฉิกโรตีติ.

วินิปตนํ วินิปาโต, นาสฺส วินิปาโต ธมฺโมติ อวินิปาตธมฺโม, จตูสุ อปาเยสุ อวินิปาตนสภาโวติ อตฺโถ. นิยโตติ ธมฺมนิยาเมน นิยโต. สมฺโพธิปรายโณติ อุปริมคฺคตฺตยสงฺขาตา สมฺโพธิ ปรํ อยนํ อสฺส คติ ปฏิสรณํ อวสฺสํ ปตฺตพฺพาติ สมฺโพธิปรายโณ. วิเหสาเวสาติ เตสํ เตสํ ญาณคตึ ญาณูปปตฺตึ ญาณาภิสมฺปรายํ โอโลเกนฺตสฺส กายกิลมโถว เอส, อานนฺท, ตถาคตสฺสาติ ทีเปติ. จิตฺตวิเหสา ปน พุทฺธานํ นตฺถิ.

ธมฺมาทาสนฺติ ธมฺมมยํ อาทาสํ. เยนาติ เยน ธมฺมาทาเสน สมนฺนาคโต. ขีณาปายทุคฺคติวินิปาโตติ อิทํ นิรยาทีนํเยว เววจนวเสเนว วุตฺตํ. นิรยาทโย หิ วฑฺฒิสงฺขาตโต อยโต อเปตตฺตา อปาโย, ทุกฺขสฺส คติ ปฏิสรณนฺติ. ทุคฺคติ, ทุกฺกฏการิโน เอตฺถ วิวสา นิปตนฺตีติ วินิปาโต. นวมํ อุตฺตานเมว.

๑๐. ตติยคิญฺชกาวสถสุตฺตวณฺณนา

๑๐๐๖. ทสเม ปโรปญฺญาสาติ อติเรกปญฺญาส. สาธิกนวุตีติ อติเรกนวุติ. ฉาติเรกานีติ ฉหิ อธิกานิ. โส กิร คาโม กิญฺจาปิ นาติมหา อโหสิ, อริยสาวกา ปเนตฺถ พหู. ตตฺถ ตตฺถ อหิวาตโรเคน เอกปฺปหาเรเนว จตุวีสติ ปาณสตสหสฺสานิ กาลมกํสุ, เตสุ อริยสาวกา เอตฺตกา นาม อเหสุํ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

เวฬุทฺวารวคฺโค ปฐโม.