๑-๒. อวิชฺชาสุตฺตาทิวณฺณนา

๑-๒. มหาวคฺคสฺส ปฐเม ปุพฺพงฺคมาติ สหชาตวเสน จ อุปนิสฺสยวเสน จาติ ทฺวีหากาเรหิ ปุพฺพงฺคมา. สมาปตฺติยาติ สมาปชฺชนาย สภาวปฏิลาภาย, อุปฺปตฺติยาติ อตฺโถ. อนฺวเทว อหิริกํ อโนตฺตปฺปนฺติ สา ปเนสา ยเทตํ อลชฺชนาการสณฺฐิกํ อหิริกํ, อภายนาการสณฺฐิตญฺจ อโนตฺตปฺปํ, เอตํ อนุเทว สเหว เอกโตว, น วินา เตน อุปฺปชฺชตีติ อตฺโถ. อวิชฺชาคตสฺสาติ อวิชฺชาย อุปคตสฺส สมนฺนาคตสฺส. มิจฺฉาทิฏฺฐีติ อยาถาวทิฏฺฐิ อนิยฺยานิกทิฏฺฐิ. ปโหตีติ โหติ อุปฺปชฺชติ. มิจฺฉาสงฺกปฺปาทีสุปิ อยาถาวอนิยฺยานิกวเสเนว มิจฺฉาภาโว เวทิตพฺโพ. อิติ อิมานิ อฏฺฐปิ อกุสลธมฺมสมาปตฺติยา มิจฺฉตฺตองฺคานิ นาม โหนฺติ. ตานิ ปน น เอกกฺขเณ สพฺพานิ ลพฺภนฺติ, นานกฺขเณ ลพฺภนฺติ.

กถํ? ยทา หิ ทิฏฺฐิสมฺปยุตฺตจิตฺตํ กายวิญฺญตฺตึ สมุฏฺฐาเปนฺตํ อุปฺปชฺชติ, ตทา มิจฺฉาทิฏฺฐิ มิจฺฉาสงฺกปฺโป มิจฺฉาวายาโม มิจฺฉาสติ มิจฺฉาสมาธิ มิจฺฉากมฺมนฺโตติ ฉ องฺคานิ โหนฺติ. ยทา ทิฏฺฐิวิปฺปยุตฺตํ, ตทา มิจฺฉาทิฏฺฐิวชฺชานิ ปญฺจ. ยทา ตาเนว เทฺว วจีวิญฺญตฺตึ สมุฏฺฐาเปนฺติ, ตทา มิจฺฉากมฺมนฺตฏฺฐาเน มิจฺฉาวาจาย สทฺธึ ตาเนว ฉ วา ปญฺจ วา. อยํ อาชีโว นาม กุปฺปมาโน กายวจีทฺวาเรสุเยว อญฺญตรสฺมึ กุปฺปติ, น มโนทฺวาเร. ตสฺมา ยทา อาชีวสีเสน ตาเนว จิตฺตานิ กายวจีวิญฺญตฺติโย สมุฏฺฐาเปนฺติ, ตทา กายกมฺมํ มิจฺฉาชีโว นาม โหติ, ตถา วจีกมฺมนฺติ มิจฺฉาชีวสฺส วเสน ตาเนว ฉ วา ปญฺจ วา. ยทา ปน วิญฺญตฺตึ อสมุฏฺฐาเปตฺวา ตานิ จิตฺตานิ อุปฺปชฺชนฺติ, ตทา มิจฺฉาทิฏฺฐิมิจฺฉาสงฺกปฺปมิจฺฉาวายามมิจฺฉาสติมิจฺฉาสมาธิวเสน ปญฺจ วา, มิจฺฉาสงฺกปฺปาทิวเสน จตฺตาริ วา โหนฺตีติ เอวํ น เอกกฺขเณ สพฺพานิ ลพฺภนฺติ, นานกฺขเณ ลพฺภนฺตีติ.

สุกฺกปกฺเข วิชฺชาติ กมฺมสฺสกตญาณํ. อิหาปิ สหชาตวเสน จ อุปนิสฺสยวเสน จาติ ทฺวีหากาเรหิ ปุพฺพงฺคมตา เวทิตพฺพา. หิโรตฺตปฺปนฺติ หิรี จ โอตฺตปฺปญฺจ. ตตฺถ ลชฺชนาการสณฺฐิตา หิรี, ภายนาการสณฺฐิตํ โอตฺตปฺปํ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺโตว. วิชฺชาคตสฺสาติ วิชฺชาย อุปคตสฺส สมนฺนาคตสฺส. วิทฺทสุโนติ วิทุโน ปณฺฑิตสฺส. สมฺมาทิฏฺฐีติ ยาถาวทิฏฺฐิ นิยฺยานิกทิฏฺฐิ. สมฺมากมฺมนฺตาทีสุปิ เอเสว นโย. อิติ กุสลธมฺมสมาปตฺติยา อิมานิ อฏฺฐงฺคานิ โหนฺติ, ตานิ โลกิยมคฺคกฺขเณ น เอกโต สพฺพานิ ลพฺภนฺติ, โลกุตฺตรมคฺคกฺขเณ ปน ลพฺภนฺติ. ตานิ จ โข ปฐมชฺฌานิกมคฺเค, ทุติยชฺฌานิกาทีสุ ปน สมฺมาสงฺกปฺปวชฺชานิ สตฺเตว โหนฺติ.

ตตฺถ โย เอวํ วเทยฺย ‘‘ยสฺมา มชฺฌิมนิกายมฺหิ มหาสฬายตนิกสุตฺเต (ม. นิ. ๓.๔๓๑) ‘ยา ตถาภูตสฺส ทิฏฺฐิ, สาสฺส โหติ สมฺมาทิฏฺฐิ. โย ตถาภูตสฺส, สงฺกปฺโป, สฺวาสฺส โหติ สมฺมาสงฺกปฺโป. โย ตถาภูตสฺส วายาโม, สฺวาสฺส โหติ สมฺมาวายาโม. ยา ตถาภูตสฺส สติ, สฺวาสฺส โหติ สมฺมาสติ. โย ตถาภูตสฺส สมาธิ, สฺวาสฺส โหติ สมฺมาสมาธิ. ปุพฺเพว โข ปนสฺส กายกมฺมํ วจีกมฺมํ อาชีโว จ สุปริสุทฺโธ’ติ วุตฺตํ ตสฺมา ปญฺจงฺคิโกปิ โลกุตฺตรมคฺโค โหตี’’ติ โส วตฺตพฺโพ – ตสฺมึเยว สุตฺเต ‘‘เอวมสฺสายํ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉตี’’ติ อิทํ กสฺมา น ปสฺสสิ? ยํ ปเนตํ ‘‘ปุพฺเพว โข ปนสฺสา’’ติ วุตฺตํ, ตํ ปพฺพชิตทิวสโต ปฏฺฐาย ปริสุทฺธภาวทสฺสนตฺถํ. ปพฺพชิตทิวสโต ปฏฺฐาย หิ ปริสุทฺธานิ กายกมฺมาทีนิ โลกุตฺตรมคฺคกฺขเณ อติปริสุทฺธานิ โหนฺตีติ อยมตฺโถ ทีปิโต.

ยมฺปิ อภิธมฺเม วุตฺตํ ‘‘ตสฺมึ โข ปน สมเย ปญฺจงฺคิโก มคฺโค โหตี’’ติ (วิภ. ๒๑๒), ตํ เอกํ กิจฺจนฺตรํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ยสฺมิญฺหิ กาเล มิจฺฉากมฺมนฺตํ ปหาย สมฺมากมฺมนฺตํ ปูเรติ, ตสฺมึ กาเล มิจฺฉาวาจา วา มิจฺฉาชีโว วา น โหติ, ทิฏฺฐิ สงฺกปฺโป วายาโม สติ สมาธีติ อิเมสุเยว ปญฺจสุ การกงฺเคสุ สมฺมากมฺมนฺโต ปูรติ. วิรติวเสน หิ สมฺมากมฺมนฺโต ปูรติ นาม. สมฺมาวาจาสมฺมาอาชีเวสุปิ เอเสว นโย. อิติ อิมํ กิจฺจนฺตรํ ทสฺเสตุํ เอวํ วุตฺตํ. โลกิยมคฺคกฺขเณ จ ปญฺเจว โหนฺติ, วิรติ ปน อนิยตา. ตสฺมา ‘‘ฉองฺคิโก’’ติ อวตฺวา ‘‘ปญฺจงฺคิโก’’เตฺวว วุตฺตํ. ‘‘ยา จ, ภิกฺขเว, อริยจิตฺตสฺส อนาสวจิตฺตสฺส อริยมคฺคสมงฺคิโน อริยมคฺคํ ภาวยโต ตีหิ กายทุจฺจริเตหิ อารติ วิรติ ปฏิวิรติ เวรมณี อกิริยา อกรณํ, อยํ ภิกฺขเว สมฺมากมฺมนฺโต อริโย อนาสโว โลกุตฺตรมคฺโค’’ติ (ม. นิ. ๓.๑๓๙). เอวํ ปน มหาจตฺตาลีสกสุตฺตาทีสุ อเนเกสุ สุตฺเตสุ สมฺมากมฺมนฺตาทีนญฺจ โลกุตฺตรมคฺคสฺส องฺคภาวสิทฺธิโต อฏฺฐงฺคิโกว โลกุตฺตรมคฺโค โหตีติ เวทิตพฺโพติ. อิมสฺมึ สุตฺเต อยํ อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสโกว กถิโต. ทุติยํ โกสลสํยุตฺเต วุตฺตเมว.