๖. อุปยวคฺโค
๑. อุปยสุตฺตวณฺณนา
๕๓. อุปยวคฺคสฺส ปฐเม อุปโยติ ตณฺหามานทิฏฺฐิวเสน ปญฺจกฺขนฺเธ อุปคโต. วิญฺญาณนฺติ กมฺมวิญฺญาณํ. อาปชฺเชยฺยาติ กมฺมํ ชวาเปตฺวา ปฏิสนฺธิอากฑฺฒนสมตฺถตาย วุทฺธิอาทีนิ อาปชฺเชยฺย. วิญฺญาณุปยนฺติ ปทสฺส อคฺคหเณ การณํ วุตฺตเมว. โวจฺฉิชฺชตารมฺมณนฺติ ปฏิสนฺธิอากฑฺฒนสมตฺถตาย อภาเวน อารมฺมณํ โวจฺฉิชฺชติ. ปติฏฺฐา วิญฺญาณสฺสาติ กมฺมวิญฺญาณสฺส ปติฏฺฐา น โหติ. ตทปฺปติฏฺฐิตนฺติ ตํ อปฺปติฏฺฐิตํ. อนภิสงฺขจฺจ วิมุตฺตนฺติ ปฏิสนฺธึ อนภิสงฺขริตฺวา วิมุตฺตํ. ปฐมํ.
๒. พีชสุตฺตวณฺณนา
๕๔. ทุติเย พีชชาตานีติ พีชานิ. มูลพีชนฺติ วจํ วจตฺตํ หลิทฺทํ สิงฺคิเวรนฺติ เอวมาทิ. ขนฺธพีชนฺติ อสฺสตฺโถ นิโคฺรโธติ เอวมาทิ. ผลุพีชนฺติ อุจฺฉุ เวฬุ นโฬติ เอวมาทิ. อคฺคพีชนฺติ อชฺชุกํ ผณิชฺชกนฺติ เอวมาทิ. พีชพีชนฺติ สาลิวีหิอาทิ ปุพฺพณฺณญฺเจว มุคฺคมาสาทิ อปรณฺณญฺจ. อขณฺฑานีติ อภินฺนานิ. ภินฺนกาลโต ปฏฺฐาย พีชํ พีชตฺถาย น อุปกปฺปติ. อปูติกานีติ อุทกเตมเนน อปูติกานิ. ปูติพีชญฺหิ พีชตฺถาย น อุปกปฺปติ. อวาตาตปหตานีติ วาเตน จ อาตเปน จ น หตานิ, นิโรชตํ น ปาปิตานิ. นิโรชญฺหิ กสฏํ พีชํ พีชตฺถาย น อุปกปฺปติ. สาราทานีติ คหิตสารานิ ปติฏฺฐิตสารานิ. นิสฺสารญฺหิ พีชํ พีชตฺถาย น อุปกปฺปติ. สุขสยิตานีติ จตฺตาโร มาเส โกฏฺเฐ ปกฺขิตฺตนิยาเมเนว สุขํ สยิตานิ. ปถวีติ เหฏฺฐา ปติฏฺฐานปถวี. อาโปติ อุปริเสฺนหนอาโป. จตสฺโส วิญฺญาณฏฺฐิติโยติ กมฺมวิญฺญาณสฺส อารมฺมณภูตา รูปาทโย จตฺตาโร ขนฺธา. เต หิ อารมฺมณวเสน ปติฏฺฐาภูตตฺตา ปถวีธาตุสทิสา. นนฺทิราโค สิเนหนฏฺเฐน อาโปธาตุสทิโส. วิญฺญาณํ สาหารนฺติ สปฺปจฺจยํ กมฺมวิญฺญาณํ. ตญฺหิ พีชํ วิย ปถวิยํ อารมฺมณปถวิยํ วิรุหติ. ทุติยํ.
๓. อุทานสุตฺตวณฺณนา
๕๕. ตติเย อุทานํ อุทาเนสีติ พลวโสมนสฺสสมุฏฺฐานํ อุทานํ อุทาหริ. กึ นิสฺสาย ปเนส ภควโต อุปฺปนฺโนติ. สาสนสฺส นิยฺยานิกภาวํ. กถํ? เอวํ กิรสฺส อโหสิ, ‘‘ตโยเม อุปนิสฺสยา – ทานูปนิสฺสโย สีลูปนิสฺสโย ภาวนูปนิสฺสโย จา’’ติ. เตสุ ทานสีลูปนิสฺสยา ทุพฺพลา, ภาวนูปนิสฺสโย พลวา. ทานสีลูปนิสฺสยา หิ ตโย มคฺเค จ ผลานิ จ ปาเปนฺติ, ภาวนูปนิสฺสโย อรหตฺตํ ปาเปติ. อิติ ทุพฺพลูปนิสฺสเย ปติฏฺฐิโต ภิกฺขุ ฆเฏนฺโต วายมนฺโต ปญฺโจรมฺภาคิยานิ พนฺธนานิ เฉตฺวา ตีณิ มคฺคผลานิ นิพฺพตฺเตติ, ‘‘อโห สาสนํ นิยฺยานิก’’นฺติ อาวชฺเชนฺตสฺส อยํ อุทปาทิ.
ตตฺถ ‘‘ทุพฺพลูปนิสฺสเย ฐตฺวา ฆฏมาโน ตีณิ มคฺคผลานิ ปาปุณาตี’’ติ อิมสฺสตฺถสฺสาวิภาวนตฺถํ มิลกตฺเถรสฺส วตฺถุ เวทิตพฺพํ – โส กิร คิหิกาเล ปาณาติปาตกมฺเมน ชีวิกํ กปฺเปนฺโต อรญฺเญ ปาสสตญฺเจว อทูหลสตญฺจ โยเชสิ. อเถกทิวสํ องฺคารปกฺกมํสํ ขาทิตฺวา ปาสฏฺฐาเนสุ วิจรนฺโต ปิปาสาภิภูโต เอกสฺส อรญฺญวาสิตฺเถรสฺส วิหารํ คนฺตฺวา เถรสฺส จงฺกมนฺตสฺส อวิทูเร ฐิตํ ปานียฆฏํ วิวริ, หตฺถเตมนมตฺตมฺปิ อุทกํ นาทฺทส. โส กุชฺฌิตฺวา อาห – ‘‘ภิกฺขุ, ภิกฺขุ ตุเมฺห คหปติเกหิ ทินฺนํ ภุญฺชิตฺวา ภุญฺชิตฺวา สุปถ, ปานียฆเฏ อญฺชลิมตฺตมฺปิ อุทกํ น ฐเปถ, น ยุตฺตเมต’’นฺติ. เถโร ‘‘มยา ปานียฆโฏ ปูเรตฺวา ฐปิโต, กึ นุ โข เอต’’นฺติ? คนฺตฺวา โอโลเกนฺโต ปริปุณฺณฆฏํ ทิสฺวา ปานียสงฺขํ ปูเรตฺวา อทาสิ. โส ทฺวตฺติสงฺขปูรํ ปิวิตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘เอวํ ปูริตฆโฏ นาม มม กมฺมํ อาคมฺม ตตฺตกปาโล วิย ชาโต. กึ นุ โข อนาคเต อตฺตภาเว ภวิสฺสตี’’ติ? สํวิคฺคจิตฺโต ธนุํ ฉฑฺเฑตฺวา, ‘‘ปพฺพาเชถ มํ, ภนฺเต’’ติ อาห. เถโร ตจปญฺจกกมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขิตฺวา ตํ ปพฺพาเชสิ.
ตสฺส สมณธมฺมํ กโรนฺตสฺส พหูนํ มิคสูกรานํ มาริตฏฺฐานํ ปาสอทูหลานญฺจ โยชิตฏฺฐานํ อุปฏฺฐาติ. ตํ อนุสฺสรโต สรีเร ทาโห อุปฺปชฺชติ, กูฏโคโณ วิย กมฺมฏฺฐานมฺปิ วีถึ น ปฏิปชฺชติ. โส ‘‘กึ กริสฺสามิ ภิกฺขุภาเวนา’’ติ? อนภิรติยา ปีฬิโต เถรสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา อาห – ‘‘น สกฺโกมิ, ภนฺเต, สมณธมฺมํ กาตุ’’นฺติ. อถ นํ เถโร ‘‘หตฺถกมฺมํ กโรหี’’ติ อาห. โส ‘‘สาธุ, ภนฺเต’’ติ วตฺวา อุทุมฺพราทโย อลฺลรุกฺเข ฉินฺทิตฺวา มหนฺตํ ราสึ กตฺวา, ‘‘อิทานิ กึ กโรมี’’ติ ปุจฺฉิ? ฌาเปหิ นนฺติ. โส จตูสุ ทิสาสุ อคฺคึ ทตฺวา ฌาเปตุํ อสกฺโกนฺโต, ‘‘ภนฺเต, น สกฺโกมี’’ติ อาห. เถโร ‘‘เตน หิ อเปหี’’ติ ปถวึ ทฺวิธา กตฺวา อวีจิโต ขชฺโชปนกมตฺตํ อคฺคึ นีหริตฺวา ตตฺถ ปกฺขิปิ. โส ตาว มหนฺตํ ราสึ สุกฺขปณฺณํ วิย ขเณน ฌาเปสิ. อถสฺส เถโร อวีจึ ทสฺเสตฺวา, ‘‘สเจ วิพฺภมิสฺสสิ, เอตฺถ ปจฺจิสฺสสี’’ติ สํเวคํ ชเนสิ. โส อวีจิทสฺสนโต ปฏฺฐาย ปเวธมาโน ‘‘นิยฺยานิกํ, ภนฺเต, พุทฺธสาสน’’นฺติ ปุจฺฉิ, อามาวุโสติ. ภนฺเต, พุทฺธสาสนสฺส นิยฺยานิกตฺเต สติ มิลโก อตฺตโมกฺขํ กริสฺสติ, มา จินฺตยิตฺถาติ. ตโต ปฏฺฐาย สมณธมฺมํ กโรติ ฆเฏติ, ตสฺส วตฺตปฏิวตฺตํ ปูเรติ, นิทฺทาย พาธยมานาย ตินฺตํ ปลาลํ สีเส ฐเปตฺวา ปาเท โสณฺฑิยํ โอตาเรตฺวา นิสีทติ. โส เอกทิวสํ ปานียํ ปริสฺสาเวตฺวา ฆฏํ อูรุมฺหิ ฐเปตฺวา อุทกมณิกานํ ปจฺเฉทํ อาคมยมาโน อฏฺฐาสิ. อถ โข เถโร สามเณรสฺส อิมํ อุทฺเทสํ เทติ –
‘‘อุฏฺฐานวโต สตีมโต,
สุจิกมฺมสฺส นิสมฺมการิโน;
สญฺญตสฺส ธมฺมชีวิโน,
อปฺปมตฺตสฺส ยโสภิวฑฺฒตี’’ติ. (ธ. ป. ๒๔);
โส จตุปฺปทิกมฺปิ ตํ คาถํ อตฺตนิเยว อุปเนสิ – ‘‘อุฏฺฐานวตา นาม มาทิเสน ภวิตพฺพํ. สติมตาปิ มาทิเสเนว…เป… อปฺปมตฺเตนปิ มาทิเสเนว ภวิตพฺพ’’นฺติ. เอวํ ตํ คาถํ อตฺตนิ อุปเนตฺวา ตสฺมึเยว ปทวาเร ฐิโต ปญฺโจรมฺภาคิยานิ สํโยชนานิ ฉินฺทิตฺวา อนาคามิผเล ปติฏฺฐาย หฏฺฐตุฏฺโฐ –
‘‘อลฺลํ ปลาลปุญฺชาหํ, สีเสนาทาย จงฺกมึ;
ปตฺโตสฺมิ ตติยํ ฐานํ, เอตฺถ เม นตฺถิ สํสโย’’ติ. –
อิมํ อุทานคาถํ อาห. เอวํ ทุพฺพลูปนิสฺสเย ฐิโต ฆเฏนฺโต วายมนฺโต ปญฺโจรมฺภาคิยานิ สํโยชนานิ ฉินฺทิตฺวา ตีณิ มคฺคผลานิ นิพฺพตฺเตติ. เตนาห ภควา – ‘‘โน จสฺสํ, โน จ เม สิยา, นาภวิสฺส, น เม ภวิสฺสตีติ เอวํ อธิมุจฺจมาโน ภิกฺขุ ฉินฺเทยฺย โอรมฺภาคิยานิ สํโยชนานี’’ติ.
ตตฺถ โน จสฺสํ, โน จ เม สิยาติ สเจ อหํ น ภเวยฺยํ, มม ปริกฺขาโรปิ น ภเวยฺย. สเจ วา ปน เม อตีเต กมฺมาภิสงฺขาโร นาภวิสฺส, อิทํ เม เอตรหิ ขนฺธปญฺจกํ น ภเวยฺย. นาภวิสฺส, น เม ภวิสฺสตีติ อิทานิ ปน ตถา ปรกฺกมิสฺสามิ, ยถา เม อายตึ ขนฺธาภินิพฺพตฺตโก กมฺมสงฺขาโร น ภวิสฺสติ, ตสฺมึ อสติ อายตึ ปฏิสนฺธิ นาม น เม ภวิสฺสติ. เอวํ อธิมุจฺจมาโนติ เอวํ อธิมุจฺจนฺโต ภิกฺขุ ทุพฺพลูปนิสฺสเย ฐิโต ปญฺโจรมฺภาคิยานิ สํโยชนานิ ฉินฺเทยฺย. เอวํ วุตฺเตติ เอวํ สาสนสฺส นิยฺยานิกภาวํ อาวชฺเชนฺเตน ภควตา อิมสฺมึ อุทาเน วุตฺเต. รูปํ วิภวิสฺสตีติ รูปํ ภิชฺชิสฺสติ. รูปสฺส วิภวาติ วิภวทสฺสเนน สหวิปสฺสเนน. สหวิปสฺสนกา หิ จตฺตาโร มคฺคา รูปาทีนํ วิภวทสฺสนํ นาม. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. เอวํ อธิมุจฺจมาโน, ภนฺเต, ภิกฺขุ ฉินฺเทยฺยาติ, ภนฺเต, เอวํ อธิมุจฺจมาโน ภิกฺขุ ฉินฺเทยฺเยว ปญฺโจรมฺภาคิยานิ สํโยชนานิ. กสฺมา น ฉินฺทิสฺสตีติ?
อิทานิ อุปริ มคฺคผลํ ปุจฺฉนฺโต กถํ ปน, ภนฺเตติอาทิมาห. ตตฺถ อนนฺตราติ เทฺว อนนฺตรานิ อาสนฺนานนฺตรญฺจ ทูรานนฺตรญฺจ. วิปสฺสนา มคฺคสฺส อาสนฺนานนฺตรํ นาม, ผลสฺส ทูรานนฺตรํ นาม. ตํ สนฺธาย ‘‘กถํ ปน, ภนฺเต, ชานโต กถํ ปสฺสโต วิปสฺสนานนฺตรา ‘อาสวานํ ขโย’ติ สงฺขํ คตํ อรหตฺตผลํ โหตี’’ติ ปุจฺฉติ. อตสิตาเยติ อตสิตพฺเพ อภายิตพฺเพ ฐานมฺหิ. ตาสํ อาปชฺชตีติ ภยํ อาปชฺชติ. ตาโส เหโสติ ยา เอสา ‘‘โน จสฺสํ, โน จ เม สิยา’’ติ เอวํ ปวตฺตา ทุพฺพลวิปสฺสนา, สา ยสฺมา อตฺตสิเนหํ ปริยาทาตุํ น สกฺโกติ, ตสฺมา อสฺสุตวโต ปุถุชฺชนสฺส ตาโส นาม โหติ. โส หิ ‘‘อิทานาหํ อุจฺฉิชฺชิสฺสามิ, น ทานิ กิญฺจิ ภวิสฺสามี’’ติ อตฺตานํ ปปาเต ปตนฺตํ วิย ปสฺสติ อญฺญตโร พฺราหฺมโณ วิย. โลหปาสาทสฺส กิร เหฏฺฐา ติปิฏกจูฬนาคตฺเถโร ติลกฺขณาหตํ ธมฺมํ ปริวตฺเตติ. อถ อญฺญตรสฺส พฺราหฺมณสฺส เอกมนฺเต ฐตฺวา ธมฺมํ สุณนฺตสฺส สงฺขารา สุญฺญโต อุปฏฺฐหึสุ. โส ปปาเต ปตนฺโต วิย หุตฺวา วิวฏทฺวาเรน ตโต ปลายิตฺวา เคหํ ปวิสิตฺวา, ปุตฺตํ อุเร สยาเปตฺวา, ‘‘ตาต, สกฺยสมยํ อาวชฺเชนฺโต มนมฺหิ นฏฺโฐ’’ติ อาห. น เหโส ภิกฺขุ ตาโสติ เอสา เอวํ ปวตฺตา พลววิปสฺสนา สุตวโต อริยสาวกสฺส น ตาโส นาม โหติ. น หิ ตสฺส เอวํ โหติ ‘‘อหํ อุจฺฉิชฺชิสฺสามี’’ติ วา ‘‘วินสฺสิสฺสามี’’ติ วาติ. เอวํ ปน โหติ ‘‘สงฺขาราว อุปฺปชฺชนฺติ, สงฺขาราว นิรุชฺฌนฺตี’’ติ. ตติยํ.
๔. อุปาทานปริปวตฺตสุตฺตวณฺณนา
๕๖. จตุตฺเถ จตุปริวฏฺฏนฺติ เอเกกสฺมึ ขนฺเธ จตุนฺนํ ปริวฏฺฏนวเสน. รูปํ อพฺภญฺญาสินฺติ รูปํ ทุกฺขสจฺจนฺติ อภิญฺญาสึ. เอวํ สพฺพปเทสุ จตุสจฺจวเสเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อาหารสมุทยาติ เอตฺถ สจฺฉนฺทราโค กพฬีการาหาโร อาหาโร นาม. ปฏิปนฺนาติ สีลโต ปฏฺฐาย ยาว อรหตฺตมคฺคา ปฏิปนฺนา โหนฺติ. คาธนฺตีติ ปติฏฺฐหนฺติ. เอตฺตาวตา เสกฺขภูมึ กเถตฺวา อิทานิ อเสกฺขภูมึ กเถนฺโต เย จ โข เกจิ, ภิกฺขเวติอาทิมาห. สุวิมุตฺตาติ อรหตฺตผลวิมุตฺติยา สุฏฺฐุ วิมุตฺตา. เกวลิโนติ สกลิโน กตสพฺพกิจฺจา. วฏฺฏํ เตสํ นตฺถิ ปญฺญาปนายาติ เยน เต อวสิฏฺเฐน วฏฺเฏน ปญฺญาเปยฺยุํ, ตํ เนสํ วฏฺฏํ นตฺถิ ปญฺญาปนาย. อถ วา วฏฺฏนฺติ การณํ, ปญฺญาปนาย การณํ นตฺถีติ. เอตฺตาวตา อเสกฺขภูมิวาโร กถิโต. จตุตฺถํ.
๕. สตฺตฏฺฐานสุตฺตวณฺณนา
๕๗. ปญฺจเม สตฺตฏฺฐานกุสโลติ สตฺตสุ โอกาเสสุ เฉโก. วุสิตวาติ วุสิตวาโส. อุตฺตมปุริโสติ เสฏฺฐปุริโส. เสสเมตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อิทํ ปน สุตฺตํ อุสฺสทนนฺทิยญฺเจว ปโลภนียญฺจาติ เวทิตพฺพํ. ยถา หิ ราชา วิชิตสงฺคาโม สงฺคาเม วิชยิโน โยเธ อุจฺจฏฺฐาเน ฐเปตฺวา เตสํ สกฺการํ กโรติ. กึ การณา? เอเตสํ สกฺการํ ทิสฺวา เสสาปิ สูรา ภวิตุํ มญฺญิสฺสนฺตีติ, เอวเมว ภควา อปฺปเมยฺยํ กาลํ ปารมิโย ปูเรตฺวา มหาโพธิมณฺเฑ กิเลสมารวิชยํ กตฺวา สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต สาวตฺถิยํ เชตวนมหาวิหาเร นิสีทิตฺวา อิมํ สุตฺตํ เทเสนฺโต ขีณาสเว อุกฺขิปิตฺวา โถเมสิ วณฺเณสิ. กึ การณา? เอวํ อวเสสา เสกฺขปุคฺคลา อรหตฺตผลํ ปตฺตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺตีติ. เอวเมตํ สุตฺตํ ขีณาสวานํ อุกฺขิปิตฺวา ปสํสิตตฺตา อุสฺสทนนฺทิยํ, เสกฺขานํ ปโลภิตตฺตา ปโลภนียนฺติ เวทิตพฺพํ.
เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สตฺตฏฺฐานกุสโล โหตีติ เอตฺตาวตา เจตฺถ มคฺคผลปจฺจเวกฺขณวเสน เทสนํ นิฏฺฐเปตฺวาปิ ปุน กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ติวิธูปปริกฺขี โหตีติ อิทํ ‘‘ขีณาสโว ยสฺมึ อารมฺมเณ สตตวิหาเรน วิหรติ, ตํ สตฺโต วา ปุคฺคโล วา น โหติ, ธาตุอาทิมตฺตเมว ปน โหตี’’ติ เอวํ ขีณาสวสฺส สตตวิหารญฺจ, ‘‘อิเมสุ ธมฺเมสุ กมฺมํ กตฺวา อยํ อาคโต’’ติ อาคมนียปฏิปทญฺจ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ตตฺถ ธาตุโส อุปปริกฺขตีติ ธาตุสภาเวน ปสฺสติ โอโลเกติ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. ปญฺจมํ.
๖. สมฺมาสมฺพุทฺธสุตฺตวณฺณนา
๕๘. ฉฏฺเฐ โก อธิปฺปยาโสติ โก อธิกปโยโค. อนุปฺปนฺนสฺสาติ อิมญฺหิ มคฺคํ กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺโธ อุปฺปาเทสิ, อนฺตรา อญฺโญ สตฺถา อุปฺปาเทตุํ นาสกฺขิ, อิติ ภควา อนุปฺปนฺนสฺส มคฺคสฺส อุปฺปาเทตา นาม. นคโรปมสฺมิญฺหิ อวฬญฺชนฏฺฐาเนสุ ปุราณมคฺโค ชาโต, อิธ อวตฺตมานฏฺเฐน อนุปฺปนฺนมคฺโค นาม. อสญฺชาตสฺสาติ ตสฺเสว เววจนํ. อนกฺขาตสฺสาติ อกถิตสฺส. มคฺคํ ชานาตีติ มคฺคญฺญู. มคฺคํ วิทิตํ ปากฏํ อกาสีติ มคฺควิทู. มคฺเค จ อมคฺเค จ โกวิโทติ มคฺคโกวิโท. มคฺคานุคาติ มคฺคํ อนุคจฺฉนฺตา. ปจฺฉา สมนฺนาคตาติ อหํ ปฐมํ คโต, สาวกา ปจฺฉา สมนฺนาคตา. ฉฏฺฐํ.
๗. อนตฺตลกฺขณสุตฺตวณฺณนา
๕๙. สตฺตเม ปญฺจวคฺคิเยติ อญฺญาสิ โกณฺฑญฺญตฺเถราทิเก ปญฺจ ชเน ปุราณุปฏฺฐาเก. อามนฺเตสีติ อาสาฬฺหิปุณฺณมทิวเส ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนโต ปฏฺฐาย อนุกฺกเมน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐิเต ‘‘อิทานิ เนสํ อาสวกฺขยาย ธมฺมํ เทเสสฺสามี’’ติ ปญฺจมิยํ ปกฺขสฺส อามนฺเตสิ. เอตทโวจาติ เอตํ ‘‘รูปํ, ภิกฺขเว, อนตฺตา’’ติอาทินยปฺปวตฺตํ อนตฺตลกฺขณสุตฺตํ อโวจ. ตตฺถ อนตฺตาติ ปุพฺเพ วุตฺเตหิ จตูหิ การเณหิ อนตฺตา. ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเวติ อิทํ กสฺมา อารทฺธํ? เอตฺตเกน ฐาเนน อนตฺตลกฺขณเมว กถิตํ, น อนิจฺจทุกฺขลกฺขณานิ, อิทานิ ตานิ ทสฺเสตฺวา สโมธาเนตฺวา ตีณิปิ ลกฺขณานิ ทสฺเสตุํ อิทมารทฺธนฺติ เวทิตพฺพํ. ตสฺมาติ ยสฺมา อิเม ปญฺจกฺขนฺธา อนิจฺจา ทุกฺขา อนตฺตา, ตสฺมา. ยํกิญฺจิ รูปนฺติอาทีสุ วิตฺถารกถา วิสุทฺธิมคฺเค ปญฺญาภาวนาธิกาเร ขนฺธนิทฺเทเส วุตฺตาว. เสสํ สพฺพตฺถ วุตฺตานุสาเรเนว เวทิตพฺพํ. อิมสฺมึ ปน สุตฺเต อนตฺตลกฺขณเมว กถิตนฺติ. สตฺตมํ.
๘. มหาลิสุตฺตวณฺณนา
๖๐. อฏฺฐเม เอกนฺตทุกฺขนฺติอาทีนิ ธาตุสํยุตฺเต วุตฺตนยาเนว. อฏฺฐมํ.
๙. อาทิตฺตสุตฺตวณฺณนา
๖๑. นวเม อาทิตฺตนฺติ เอกาทสหิ อคฺคีหิ อาทิตฺตํ ปชฺชลิตํ. อิติ ทฺวีสุปิ อิเมสุ สุตฺเตสุ ทุกฺขลกฺขณเมว กถิตํ. นวมํ.
๑๐. นิรุตฺติปถสุตฺตวณฺณนา
๖๒. ทสเม นิรุตฺติโยว นิรุตฺติปถา, อถ วา นิรุตฺติโย จ ตา นิรุตฺติวเสน วิญฺญาตพฺพานํ อตฺถานํ ปถตฺตา ปถา จาติ นิรุตฺติปถา. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. ตีณิปิ เจตานิ อญฺญมญฺญเววจนาเนวาติ เวทิตพฺพานิ. อสํกิณฺณาติ อวิชหิตา, ‘‘โก อิเมหิ อตฺโถ’’ติ วตฺวา อฉฑฺฑิตา. อสํกิณฺณปุพฺพาติ อตีเตปิ น ชหิตปุพฺพา. น สํกียนฺตีติ เอตรหิปิ ‘‘กิเมเตหี’’ติ น ฉฑฺฑียนฺติ. น สํกียิสฺสนฺตีติ อนาคเตปิ น ฉฑฺฑียิสฺสนฺติ. อปฺปฏิกุฏฺฐาติ อปฺปฏิพาหิตา. อตีตนฺติ อตฺตโน สภาวํ ภงฺคเมว วา อติกฺกนฺตํ. นิรุทฺธนฺติ เทสนฺตรํ อสงฺกมิตฺวา ตตฺเถว นิรุทฺธํ วูปสนฺตํ. วิปริณตนฺติ วิปริณามํ คตํ นฏฺฐํ. อชาตนฺติ อนุปฺปนฺนํ. อปาตุภูตนฺติ อปากฏีภูตํ.
อุกฺกลาติ อุกฺกลชนปทวาสิโน. วสฺสภญฺญาติ วสฺโส จ ภญฺโญ จ. เทฺวปิ หิ เต มูลทิฏฺฐิคติกา. อเหตุกวาทาติอาทีสุ ‘‘นตฺถิ เหตุ นตฺถิ ปจฺจโย’’ติ คหิตตฺตา อเหตุกวาทา. ‘‘กโรโต น กรียติ ปาป’’นฺติ คหิตตฺตา อกิริยวาทา. ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทิคหณโต นตฺถิกวาทา. ตตฺถ อิเม เทฺว ชนา, ติสฺโส ทิฏฺฐิโย, กึ เอเกกสฺส ทิยฑฺฒา โหตีติ? น ตถา, ยถา ปน เอโก ภิกฺขุ ปฏิปาฏิยา จตฺตาริปิ ฌานานิ นิพฺพตฺเตติ, เอวเมตฺถ เอเกโก ติสฺโสปิ ทิฏฺฐิโย นิพฺพตฺเตสีติ เวทิตพฺโพ. ‘‘นตฺถิ เหตุ นตฺถิ ปจฺจโย’’ติ ปุนปฺปุนํ อาวชฺเชนฺตสฺส อาหรนฺตสฺส อภินนฺทนฺตสฺส อสฺสาเทนฺตสฺส มคฺคทสฺสนํ วิย โหติ. โส มิจฺฉตฺตนิยามํ โอกฺกมติ, โส เอกนฺตกาฬโกติ วุจฺจติ. ยถา ปน อเหตุกทิฏฺฐิยํ, เอวํ ‘‘กโรโต น กรียติ ปาปํ, นตฺถิ ทินฺน’’นฺติ อิเมสุปิ ฐาเนสุ มิจฺฉตฺตนิยามํ โอกฺกมติ.
น ครหิตพฺพํ นปฺปฏิกฺโกสิตพฺพํ อมญฺญึสูติ เอตฺถ ‘‘ยเทตํ อตีตํ นาม, นยิทํ อตีตํ, อิทมสฺส อนาคตํ วา ปจฺจุปฺปนฺนํ วา’’ติ วทนฺโต ครหติ นาม. ตตฺถ โทสํ ทสฺเสตฺวา ‘‘กึ อิมินา ครหิเตนา’’ติ? วทนฺโต ปฏิกฺโกสติ นาม. อิเม ปน นิรุตฺติปเถ เตปิ อจฺจนฺตกาฬกา ทิฏฺฐิคติกา น ครหิตพฺเพ น ปฏิกฺโกสิตพฺเพ มญฺญึสุ. อตีตํ ปน อตีตเมว, อนาคตํ อนาคตเมว, ปจฺจุปฺปนฺนํ ปจฺจุปฺปนฺนเมว กถยึสุ. นินฺทาฆฏฺฏนพฺยาโรสอุปารมฺภภยาติ วิญฺญูนํ สนฺติกา นินฺทาภเยน จ ฆฏฺฏนภเยน จ โทสาโรปนภเยน จ อุปารมฺภภเยน จ. อิติ อิมสฺมึ สุตฺเต จตุภูมิกขนฺธานํ ปณฺณตฺติ กถิตาติ. ทสมํ.
อุปยวคฺโค ฉฏฺโฐ.