๕. สมนุปสฺสนาสุตฺตวณฺณนา
๔๗. ปญฺจเม ปญฺจุปาทานกฺขนฺเธ สมนุปสฺสนฺติ เอเตสํ วา อญฺญตรนฺติ ปริปุณฺณคาหวเสน ปญฺจกฺขนฺเธ สมนุปสฺสนฺติ, อปริปุณฺณคาหวเสน เอเตสํ อญฺญตรํ. อิติ อยญฺเจว สมนุปสฺสนาติ อิติ อยญฺจ ทิฏฺฐิสมนุปสฺสนา. อสฺมีติ จสฺส อวิคตํ โหตีติ ยสฺส อยํ สมนุปสฺสนา อตฺถิ, ตสฺมึ อสฺมีติ ตณฺหามานทิฏฺฐิสงฺขาตํ ปปญฺจตฺตยํ อวิคตเมว โหติ. ปญฺจนฺนํ อินฺทฺริยานํ อวกฺกนฺติ โหตีติ ตสฺมึ กิเลสชาเต สติ กมฺมกิเลสปจฺจยานํ ปญฺจนฺนํ อินฺทฺริยานํ นิพฺพตฺติ โหติ.
อตฺถิ, ภิกฺขเว, มโนติ อิทํ กมฺมมนํ สนฺธาย วุตฺตํ. ธมฺมาติ อารมฺมณํ. อวิชฺชาธาตูติ ชวนกฺขเณ อวิชฺชา. อวิชฺชาสมฺผสฺสเชนาติ อวิชฺชาสมฺปยุตฺตผสฺสโต ชาเตน. อปิจ มโนติ ภวงฺคกฺขเณ วิปากมโนธาตุ, อาวชฺชนกฺขเณ กิริยมโนธาตุ. ธมฺมาทโย วุตฺตปฺปการาว. อสฺมีติปิสฺส โหตีติ ตณฺหามานทิฏฺฐิวเสน อสฺมีติ เอวมฺปิสฺส โหติ. อิโต ปเรสุ อยมหมสฺมีติ รูปาทีสุ กิญฺจิเทว ธมฺมํ คเหตฺวา ‘‘อยํ อหมสฺมี’’ติ อตฺตทิฏฺฐิวเสน วุตฺตํ. ภวิสฺสนฺติ สสฺสตทิฏฺฐิวเสน. น ภวิสฺสนฺติ อุจฺเฉททิฏฺฐิวเสน. รูปี ภวิสฺสนฺติอาทีนิ สพฺพานิ สสฺสตเมว ภชนฺติ. อเถตฺถาติ อถ เตเนวากาเรน ฐิเตสุ เอเตสุ อินฺทฺริเยสุ. อวิชฺชา ปหียตีติ จตูสุ สจฺเจสุ อญฺญาณภูตา อวิชฺชา ปหียติ. วิชฺชา อุปฺปชฺชตีติ อรหตฺตมคฺควิชฺชา อุปฺปชฺชติ. เอวเมตฺถ อสฺมีติ ตณฺหามานทิฏฺฐิโย. กมฺมสฺส ปญฺจนฺนญฺจ อินฺทฺริยานํ อนฺตเร เอโก สนฺธิ, วิปากมนํ ปญฺจินฺทฺริยปกฺขิกํ กตฺวา ปญฺจนฺนญฺจ อินฺทฺริยานํ กมฺมสฺส จ อนฺตเร เอโก สนฺธีติ. อิติ ตโย ปปญฺจา อตีโต อทฺธา, อินฺทฺริยาทีนิ ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธา, ตตฺถ กมฺมมนํ อาทึ กตฺวา อนาคตสฺส ปจฺจโย ทสฺสิโตติ. ปญฺจมํ.