๔. นตุมฺหากวคฺโค
๑. นตุมฺหากสุตฺตวณฺณนา
๓๓. นตุมฺหากวคฺคสฺส ปฐเม ปชหถาติ ฉนฺทราคปฺปหาเนน ปชหถ. ติณาทีสุ ติณํ นาม อนฺโตเผคฺคุ พหิสารํ ตาลนาฬิเกราทิ. กฏฺฐํ นาม อนฺโตสารํ พหิเผคฺคุ ขทิรสาลสากปนสาทิ. สาขา นาม รุกฺขสฺส พาหา วิย นิกฺขนฺตา. ปลาสํ นาม ตาลนาฬิเกรปณฺณาทิ. ปฐมํ.
๒. ทุติยนตุมฺหากสุตฺตวณฺณนา
๓๔. ทุติยํ วินา อุปมาย พุชฺฌนกานํ อชฺฌาสเยน วุตฺตํ. ทุติยํ.
๓. อญฺญตรภิกฺขุสุตฺตวณฺณนา
๓๕. ตติเย รูปญฺเจ, ภนฺเต, อนุเสตีติ ยทิ รูปํ อนุเสติ. เตน สงฺขํ คจฺฉตีติ กามราคาทีสุ เยน อนุสเยน ตํ รูปํ อนุเสติ, เตเนว อนุสเยน ‘‘รตฺโต ทุฏฺโฐ มูโฬฺห’’ติ ปณฺณตฺตึ คจฺฉติ. น เตน สงฺขํ คจฺฉตีติ เตน อภูเตน อนุสเยน ‘‘รตฺโต ทุฏฺโฐ มูโฬฺห’’ติ สงฺขํ น คจฺฉตีติ. ตติยํ.
๔. ทุติยอญฺญตรภิกฺขุสุตฺตวณฺณนา
๓๖. จตุตฺเถ ตํ อนุมียตีติ ตํ อนุสยิตํ รูปํ มรนฺเตน อนุสเยน อนุมรติ. น หิ อารมฺมเณ ภิชฺชมาเน ตทารมฺมณา ธมฺมา ติฏฺฐนฺติ. ยํ อนุมียตีติ ยํ รูปํ เยน อนุสเยน อนุมรติ. เตน สงฺขํ คจฺฉตีติ เตน อนุสเยน ‘‘รตฺโต ทุฏฺโฐ มูโฬฺห’’ติ สงฺขํ คจฺฉติ. อถ วา ยนฺติ กรณวจนเมตํ, เยน อนุสเยน อนุมียติ, เตน ‘‘รตฺโต ทุฏฺโฐ มูโฬฺห’’ติ สงฺขํ คจฺฉตีติ อตฺโถ. จตุตฺถํ.
๕-๖. อานนฺทสุตฺตาทิวณฺณนา
๓๗-๓๘. ปญฺจเม ฐิตสฺส อญฺญถตฺตํ ปญฺญายตีติ ธรมานสฺส ชีวมานสฺส ชรา ปญฺญายติ. ฐิตีติ หิ ชีวิตินฺทฺริยสงฺขาตาย อนุปาลนาย นามํ. อญฺญถตฺตนฺติ ชราย. เตนาหุ โปราณา –
‘‘อุปฺปาโท ชาติ อกฺขาโต, ภงฺโค วุตฺโต วโยติ จ;
อญฺญถตฺตํ ชรา วุตฺตา, ฐิตี จ อนุปาลนา’’ติ.
เอวํ เอเกกสฺส ขนฺธสฺส อุปฺปาทชราภงฺคสงฺขาตานิ ตีณิ ลกฺขณานิ โหนฺติ ยานิ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, สงฺขตสฺส สงฺขตลกฺขณานี’’ติ (อ. นิ. ๓.๔๗).
ตตฺถ สงฺขตํ นาม ปจฺจยนิพฺพตฺโต โย โกจิ สงฺขาโร. สงฺขาโร จ น ลกฺขณํ, ลกฺขณํ น สงฺขาโร, น จ สงฺขาเรน วินา ลกฺขณํ ปญฺญาเปตุํ สกฺกา, นาปิ ลกฺขณํ วินา สงฺขาโร, ลกฺขเณน ปน สงฺขาโร ปากโฏ โหติ. ยถา หิ น จ คาวีเยว ลกฺขณํ, ลกฺขณเมว น คาวี, นาปิ คาวึ มุญฺจิตฺวา ลกฺขณํ ปญฺญาเปตุํ สกฺกา, นาปิ ลกฺขณํ มุญฺจิตฺวา คาวึ, ลกฺขเณน ปน คาวี ปากฏา โหติ, เอวํสมฺปทมิทํ เวทิตพฺพํ.
ตตฺถ สงฺขารานํ อุปฺปาทกฺขเณ สงฺขาโรปิ อุปฺปาทลกฺขณมฺปิ กาลสงฺขาโต ตสฺส ขโณปิ ปญฺญายติ. ‘‘อุปฺปาโทปี’’ติ วุตฺเต สงฺขาโรปิ ชราลกฺขณมฺปิ กาลสงฺขาโต ตสฺส ขโณปิ ปญฺญายติ. ภงฺคกฺขเณ สงฺขาโรปิ ตํลกฺขณมฺปิ กาลสงฺขาโต ตสฺส ขโณปิ ปญฺญายติ. อปเร ปน วทนฺติ ‘‘อรูปธมฺมานํ ชราขโณ นาม น สกฺกา ปญฺญาเปตุํ, สมฺมาสมฺพุทฺโธ จ ‘เวทนาย อุปฺปาโท ปญฺญายติ, วโย ปญฺญายติ, ฐิตาย อญฺญถตฺตํ ปญฺญายตี’ติ วทนฺโต อรูปธมฺมานมฺปิ ตีณิ ลกฺขณานิ ปญฺญาเปติ, ตานิ อตฺถิกฺขณํ อุปาทาย ลพฺภนฺตี’’ติ วตฺวา –
‘‘อตฺถิตา สพฺพธมฺมานํ, ฐิติ นาม ปวุจฺจติ;
ตสฺเสว เภโท มรณํ, สพฺพทา สพฺพปาณิน’’นฺติ. –
อิมาย อาจริยคาถาย ตมตฺถํ สาเธนฺติ. อถ วา สนฺตติวเสน ฐานํ ฐิตีติ เวทิตพฺพนฺติ จ วทนฺติ. ยสฺมา ปน สุตฺเต อยํ วิเสโส นตฺถิ, ตสฺมา อาจริยมติยา สุตฺตํ อปฏิพาเหตฺวา สุตฺตเมว ปมาณํ กตฺตพฺพํ. ฉฏฺฐํ อุตฺตานเมว. ปญฺจมฉฏฺฐานิ.
๗-๑๐. อนุธมฺมสุตฺตาทิวณฺณนา
๓๙-๔๒. สตฺตเม ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปนฺนสฺสาติ นวนฺนํ โลกุตฺตรธมฺมานํ อนุโลมธมฺมํ ปุพฺพภาคปฏิปทํ ปฏิปนฺนสฺส. อยมนุธมฺโมติ อยํ อนุโลมธมฺโม โหติ. นิพฺพิทาพหุโลติ อุกฺกณฺฐนพหุโล หุตฺวา. ปริชานาตีติ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริชานาติ. ปริมุจฺจตีติ มคฺคกฺขเณ อุปฺปนฺนาย ปหานปริญฺญาย ปริมุจฺจติ. เอวํ อิมสฺมึ สุตฺเต มคฺโคว กถิโต โหติ, ตถา อิโต ปเรสุ ตีสุ. อิธ ปน อนุปสฺสนา อนิยมิตา, เตสุ นิยมิตา. ตสฺมา อิธาปิ สา ตตฺถ นิยมิตวเสเนว นิยเมตพฺพา. น หิ สกฺกา ตีสุ อญฺญตรํ อนุปสฺสนํ วินา นิพฺพินฺทิตุํ ปริชานิตุํ วาติ. สตฺตมาทีนิ.
นตุมฺหากวคฺโค จตุตฺโถ.