๑๒. ธมฺมกถิกวคฺโค
๑-๒. อวิชฺชาสุตฺตาทิวณฺณนา
๑๑๓-๑๑๔. ธมฺมกถิกวคฺคสฺส ปฐเม เอตฺตาวตา จ อวิชฺชาคโต โหตีติ ยาวตา อิมาย จตูสุ สจฺเจสุ อญฺญาณภูตาย อวิชฺชาย สมนฺนาคโต, เอตฺตาวตา อวิชฺชาคโต โหตีติ อตฺโถ. ทุติเยปิ เอเสว นโย. ปฐมทุติยานิ.
๓. ธมฺมกถิกสุตฺตวณฺณนา
๑๑๕. ตติเย ปฐเมน ธมฺมกถิโก, ทุติเยน เสขภูมิ, ตติเยน อเสขภูมีติ เอวํ ธมฺมกถิกํ ปุจฺฉิเตน วิเสเสตฺวา เทฺว ภูมิโย กถิตา. ตติยํ.
๔. ทุติยธมฺมกถิกสุตฺตวณฺณนา
๑๑๖. จตุตฺเถ ติสฺสนฺนมฺปิ ปุจฺฉานํ ตีณิ วิสฺสชฺชนานิ กถิตานิ. จตุตฺถํ.
๕-๙. พนฺธนสุตฺตาทิวณฺณนา
๑๑๗-๑๒๑. ปญฺจเม อตีรทสฺสีติ ตีรํ วุจฺจติ วฏฺฏํ, ตํ น ปสฺสติ. อปารทสฺสีติ ปารํ วุจฺจติ นิพฺพานํ, ตํ น ปสฺสติ. พทฺโธติ กิเลสพนฺธเนน พทฺโธ หุตฺวา ชียติ จ มียติ จ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ คจฺฉตีติ. อิมสฺมึ สุตฺเต วฏฺฏทุกฺขํ กถิตนฺติ. ฉฏฺฐาทีนิ อุตฺตานตฺถาเนว. ปญฺจมาทีนิ.
๑๐. สีลวนฺตสุตฺตวณฺณนา
๑๒๒. ทสเม อนิจฺจโตติอาทีสุ หุตฺวา อภาวากาเรน อนิจฺจโต, ปฏิปีฬนากาเรน ทุกฺขโต, อาพาธฏฺเฐน โรคโต, อนฺโตโทสฏฺเฐน คณฺฑโต, เตสํ เตสํ คณฺฑานํ ปจฺจยภาเวน วา ขณนฏฺเฐน วา สลฺลโต ทุกฺขฏฺเฐน อฆโต, วิสภาคมหาภูตสมุฏฺฐานอาพาธปจฺจยฏฺเฐน อาพาธโต, อสกฏฺเฐน ปรโต, ปลุชฺชนฏฺเฐน ปโลกโต, สตฺตสุญฺญตฏฺเฐน สุญฺญโต, อตฺตาภาเวน อนตฺตโต. เอวเมตฺถ ‘‘อนิจฺจโต ปโลกโต’’ติ ทฺวีหิ ปเทหิ อนิจฺจมนสิกาโร, ‘‘สุญฺญโต อนตฺตโต’’ติ ทฺวีหิ อนตฺตมนสิกาโร, เสเสหิ ทุกฺขมนสิกาโร วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. ทสมํ.
๑๑. สุตวนฺตสุตฺตวณฺณนา
๑๒๓. ตถา เอกาทสเม. ทสมสฺมิญฺหิ ‘‘สีลวตา’’ติ จตุปาริสุทฺธิสีลํ วุตฺตํ, อิธ สุตวตาติ กมฺมฏฺฐานสุตํ อิทเมว นานากรณํ. เอกาทสมํ.
๑๒-๑๓. กปฺปสุตฺตาทิวณฺณนา
๑๒๔-๑๒๕. ทฺวาทสมเตรสมานิ ราหุโลวาทสทิสาเนวาติ. ทฺวาทสมเตรสมานิ.
ธมฺมกถิกวคฺโค ทฺวาทสโม.