๒. อุปฏฺฐานสุตฺตวณฺณนา
๒๒๒. ทุติเย สุปตีติ อยํ กิร ขีณาสโว, โส ทูเร ภิกฺขาจารคามํ คนฺตฺวา อาคโต ปณฺณสาลาย ปตฺตจีวรํ ปฏิสาเมตฺวา อวิทูเร ชาตสฺสรํ โอตริตฺวา คตฺตานิ อุตุํ คาหาเปตฺวา ทิวาฏฺฐานํ สมฺมชฺชิตฺวา ตตฺถ นีจมญฺจกํ ปญฺญาเปตฺวา นิทฺทํ อโนกฺกมนฺโตว นิปนฺโน. ขีณาสวสฺสาปิ หิ กายทรโถ โหติเยวาติ ตสฺส วิโนทนตฺถํ, ตํ สนฺธาย สุปตีติ วุตฺตํ. อชฺฌภาสีติ ‘‘อยํ ภิกฺขุ สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา ทิวา สุปติ, ทิวาโสปฺปญฺจ นาเมตํ วฑฺฒิตํ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกํ อตฺถํ นาเสตี’’ติ มญฺญมานา ‘‘โจเทสฺสามิ น’’นฺติ จินฺเตตฺวา อภาสิ.
อาตุรสฺสาติ ชราตุโร โรคาตุโร กิเลสาตุโรติ ตโย อาตุรา, เตสุ กิเลสาตุรํ สนฺธาเยวมาห. สลฺลวิทฺธสฺสาติ สวิเสน สตฺติสลฺเลน วิย อวิชฺชาวิสวิฏฺเฐน ตณฺหาสลฺเลน หทเย วิทฺธสฺส. รุปฺปโตติ ฆฏฺฏิยมานสฺส.
อิทานิสฺส กาเมสุ อาทีนวํ กถยนฺตี อนิจฺจาติอาทิมาห. ตตฺถ อสิตนฺติ ตณฺหาทิฏฺฐินิสฺสเยน อนิสฺสิตํ. กสฺมา ปพฺพชิตํ ตเปติ เอวรูปํ ขีณาสวํ ทิวาโสปฺปํ น ตปติ, ตาทิสํ ปน กสฺมา น ตเปสฺสตีติ? วทติ. เถรสฺเสว วา เอตํ วจนํ, ตสฺมา อยเมตฺถ อตฺโถ – พทฺเธสุ มุตฺตํ อสิตํ มาทิสํ ขีณาสวปพฺพชิตํ กสฺมา ทิวาโสปฺปํ ตเป, น ตเปสฺสตีติ? เสสคาถาสุปิ เอเสว นโย. เทวตาย หิ วจนปกฺเข – ‘‘เอวรูปํ ขีณาสวปพฺพชิตํ ทิวาโสปฺปํ น ตปติ, ตาทิสํ ปน กสฺมา น ตเปสฺสติ? ตเปสฺสติเยวา’’ติ อตฺโถ. เถรสฺส วจนปกฺเข – ‘‘เอวรูปํ มาทิสํ ขีณาสวปพฺพชิตํ กสฺมา ทิวาโสปฺปํ ตเป? น ตปติเยวา’’ติ อตฺโถ. อยํ ปเนตฺถ อนุตฺตานปทวณฺณนา. วินยาติ วินเยน. สมติกฺกมาติ วฏฺฏมูลิกาย อวิชฺชาย สมติกฺกเมน. ตํ ญาณนฺติ ตํ จตุสจฺจญาณํ. ปรโมทานนฺติ ปรมปริสุทฺธํ. ปพฺพชิตนฺติ เอวรูเปน ญาเณน สมนฺนาคตํ ปพฺพชิตํ. วิชฺชายาติ จตุตฺถมคฺควิชฺชาย. อารทฺธวีริยนฺติ ปคฺคหิตวีริยํ ปริปุณฺณวีริยํ. ทุติยํ.