๓. อนฺธกวินฺทสุตฺตวณฺณนา
๑๘๔. ตติเย อนฺธกวินฺทนฺติ เอวํนามกํ คามํ. อุปสงฺกมีติ ‘‘สตฺถา อิทานิปิ วีริยํ กโรติ ปธานมนุยุญฺชติ, คจฺฉามิสฺส สนฺติเก ฐตฺวา สาสนานุจฺฉวิกํ วีริยปฏิสํยุตฺตํ คาถํ วกฺขามี’’ติ อุปสงฺกมิ.
ปนฺตานีติ ชนตํ อติกฺกมิตฺวา มนุสฺสานํ อนุปจาเร ฐิตานิ. สํโยชนวิปฺปโมกฺขาติ ตานิ จ เสนาสนานิ เสวมาโน น จีวราทีนํ อตฺถาย เสเวยฺย, อถ โข ทสสํโยชนวิปฺปโมกฺขตฺถาย จเรยฺย. สงฺเฆ วเสติ เตสุ เสนาสเนสุ รตึ อลภนฺโต อุปฏฺฐากาทีนํ จิตฺตานุรกฺขณตฺถํ คทฺรภปิฏฺเฐ รชํ วิย อุปฺปตนฺโต อรญฺเญ อจริตฺวา สงฺฆมชฺเฌ วเสยฺย. รกฺขิตตฺโต สตีมาติ ตตฺถ จ วสนฺโต สควจณฺโฑ โคโณ วิย สพฺรหฺมจาริโน อวิชฺฌนฺโต อฆฏฺเฏนฺโต รกฺขิตตฺโต สติปฏฺฐานปรายโณ หุตฺวา วเสยฺย.
อิทานิ สงฺเฆ วสมานสฺส ภิกฺขุโน ภิกฺขาจารวตฺตํ อาจิกฺขนฺโต กุลากุลนฺติอาทิมาห. ตตฺถ ปิณฺฑิกาย จรนฺโตติ ปิณฺฑตฺถาย จรมาโน. เสเวถ ปนฺตานิ เสนาสนานีติ สงฺฆมชฺฌํ โอตริตฺวา วสมาโนปิ ธุรปริเวเณ ตาลนาฬิเกรอาทีนิ โรเปตฺวา อุปฏฺฐากาทิสํสฏฺโฐ น วเสยฺย, จิตฺตกลฺลตํ ปน ชเนตฺวา จิตฺตํ หาเสตฺวา โตเสตฺวา ปุน ปนฺตเสนาสเน วเสยฺยาติ อรญฺญสฺเสว วณฺณํ กเถติ. ภยาติ วฏฺฏภยโต. อภเยติ นิพฺพาเน. วิมุตฺโตติ อธิมุตฺโต หุตฺวา วเสยฺย.
ยตฺถ เภรวาติ ยสฺมึ ฐาเน ภยชนกา สวิญฺญาณกา สีหพฺยคฺฆาทโย, อวิญฺญาณกา รตฺติภาเค ขาณุวลฺลิอาทโย พหู อตฺถิ. สรีสปาติ ทีฆชาติกาทิสรีสปา. นิสีทิ ตตฺถ ภิกฺขูติ ตาทิเส ฐาเน ภิกฺขุ นิสินฺโน. อิมินา อิทํ ทีเปติ – ภควา ยถา ตุเมฺห เอตรหิ ตตฺรฏฺฐกเภรวารมฺมณานิ เจว สรีสเป จ วิชฺชุนิจฺฉารณาทีนิ จ อมนสิกตฺวา นิสินฺนา, เอวเมวํ ปธานมนุยุตฺตา ภิกฺขู นิสีทนฺตีติ.
ชาตุ เม ทิฏฺฐนฺติ เอกํเสน มยา ทิฏฺฐํ. น ยิทํ อิติหีติหนฺติ อิทํ อิติห อิติหาติ น ตกฺกเหตุ วา นยเหตุ วา ปิฏกสมฺปทาเนน วา อหํ วทามิ. เอกสฺมึ พฺรหฺมจริยสฺมินฺติ เอกาย ธมฺมเทสนาย. ธมฺมเทสนา หิ อิธ พฺรหฺมจริยนฺติ อธิปฺเปตา. มจฺจุหายินนฺติ มรณปริจฺจาคินํ ขีณาสวานํ.
ทสา จ ทสธา ทสาติ เอตฺถ ทสาติ ทเสว, ทสธา ทสาติ สตํ, อญฺเญ จ ทสุตฺตรํ เสขสตํ ปสฺสามีติ วทติ. โสตสมาปนฺนาติ มคฺคโสตํ สมาปนฺนา. อติรจฺฉานคามิโนติ เทสนามตฺตเมตํ, อวินิปาตธมฺมาติ อตฺโถ. สงฺขาตุํ โนปิ สกฺโกมีติ มุสาวาทภเยน เอตฺตกา นาม ปุญฺญภาคิโน สตฺตาติ คเณตุํ น สกฺโกมีติ พหุํ พฺรหฺมธมฺมเทสนํ สนฺธาย เอวมาห. ตติยํ.