๖. สปฺปสุตฺตวณฺณนา

๑๔๒. ฉฏฺเฐ โสณฺฑิกากิลญฺชนฺติ สุราการกานํ ปิฏฺฐปตฺถรณกกิลญฺชํ. โกสลิกา กํสปาตีติ โกสลรญฺโญ รถจกฺกปฺปมาณา ปริโภคปาติ. คฬคฬายนฺเตติ คชฺชนฺเต. กมฺมารคคฺคริยาติ กมฺมารุทฺธนปณาฬิยา. ธมมานายาติ ภสฺตวาเตน ปูริยมานาย. อิติ วิทิตฺวาติ – ‘‘สมโณ โคตโม ปธานมนุยุตฺโต สุเขน นิสินฺโน, ฆฏฺฏยิสฺสามิ น’’นฺติ วุตฺตปฺปการํ อตฺตภาวํ มาเปตฺวา นิยามภูมิยํ อิโต จิโต จ สญฺจรนฺตํ วิชฺชุลตาโลเกน ทิสฺวา, ‘‘โก นุ โข เอโส สตฺโต’’ติ? อาวชฺเชนฺโต, ‘‘มาโร อย’’นฺติ เอวํ วิทิตฺวา.

สุญฺญเคหานีติ สุญฺญาคารานิ. เสยฺยาติ เสยฺยตฺถาย. ฐสฺสามิ จงฺกมิสฺสามิ นิสีทิสฺสามิ นิปชฺชิสฺสามีติ เอตทตฺถาย โย สุญฺญาคารานิ เสวตีติ อตฺโถ. โส มุนิ อตฺตสญฺญโตติ โส พุทฺธมุนิ หตฺถปาทกุกฺกุจฺจาภาเวน สํยตตฺตภาโว. โวสฺสชฺช จเรยฺย ตตฺถ โสติ โส ตสฺมึ อตฺตภาเว อาลยํ นิกนฺตึ โวสฺสชฺชิตฺวา ปหาย จเรยฺย. ปติรูปํ หิ ตถาวิธสฺส ตนฺติ ตาทิสสฺส ตํสณฺฐิตสฺส พุทฺธมุนิโน ตํ อตฺตภาเว นิกนฺตึ โวสฺสชฺชิตฺวา จรณํ นาม ปติรูปํ ยุตฺตํ อนุจฺฉวิกํ.

จรกาติ สีหพฺยคฺฆาทิกา สญฺจรณสตฺตา. เภรวาติ สวิญฺญาณกอวิญฺญาณกเภรวา. ตตฺถ สวิญฺญาณกา สีหพฺยคฺฆาทโย, อวิญฺญาณกา รตฺติภาเค ขาณุวมฺมิกาทโย. เตปิ หิ ตสฺมึ กาเล ยกฺขา วิย อุปฏฺฐหนฺติ, รชฺชุวลฺลิยาทีนิ สพฺพานิ สปฺปา วิย อุปฏฺฐหนฺติ. ตตฺถาติ เตสุ เภรเวสุ สุญฺญาคารคโต พุทฺธมุนิ โลมจลนมตฺตกมฺปิ น กโรติ.

อิทานิ อฏฺฐานปริกปฺปํ ทสฺเสนฺโต นภํ ผเลยฺยาติอาทิมาห. ตตฺถ ผเลยฺยาติ กากปทํ วิย หีรหีรโส ผเลยฺย. จเลยฺยาติ โปกฺขรปตฺเต วาตาหโต อุทกพินฺทุ วิย จเลยฺย. สลฺลมฺปิ เจ อุรสิ ปกปฺปเยยฺยุนฺติ ติขิณสตฺติสลฺลํ เจปิ อุรสฺมึ จาเรเยยฺยุํ. อุปธีสูติ ขนฺธูปธีสุ. ตาณํ น กโรนฺตีติ ติขิเณ สลฺเล อุรสฺมึ จาริยมาเน ภเยน คุมฺพนฺตรกนฺทราทีนิ ปวิสนฺตา ตาณํ กโรนฺติ นาม. พุทฺธา ปน สมุจฺฉินฺนสพฺพภยา เอวรูปํ ตาณํ นาม น กโรนฺติ. ฉฏฺฐํ.