๒. หตฺถิราชวณฺณสุตฺตวณฺณนา

๑๓๘. ทุติเย รตฺตนฺธการติมิสายนฺติ รตฺตึ อนฺธภาวการเก มหาตเม จตุรงฺเค ตมสิ. อพฺโภกาเส นิสินฺโน โหตีติ คนฺธกุฏิโต นิกฺขมิตฺวา จงฺกมนโกฏิยํ ปาสาณผลเก มหาจีวรํ สีเส ฐเปตฺวา ปธานํ ปริคฺคณฺหมาโน นิสินฺโน โหติ.

นนุ จ ตถาคตสฺส อภาวิโต วา มคฺโค, อปฺปหีนา วา กิเลสา, อปฺปฏิวิทฺธํ วา อกุปฺปํ, อสจฺฉิกโต วา นิโรโธ นตฺถิ, กสฺมา เอวมกาสีติ? อนาคเต กุลปุตฺตานํ องฺกุสตฺถํ. ‘‘อนาคเต หิ กุลปุตฺตา มยา คตมคฺคํ อาวชฺชิตฺวา อพฺโภกาสวาสํ วสิตพฺพํ มญฺญมานา ปธานกมฺมํ กริสฺสนฺตี’’ติ สมฺปสฺสมาโน สตฺถา เอวมกาสิ. มหาติ มหนฺโต. อริฏฺฐโกติ กาฬโก. มณีติ ปาสาโณ. เอวมสฺส สีสํ โหตีติ เอวรูปํ ตสฺส กาฬวณฺณํ กูฏาคารปฺปมาณํ มหาปาสาณสทิสํ สีสํ โหติ.

สุภาสุภนฺติ ทีฆมทฺธานํ สํสรนฺโต สุนฺทราสุนฺทรํ วณฺณํ กตฺวา อาคโตสีติ วทติ. อถ วา สํสรนฺติ สํสรนฺโต อาคจฺฉนฺโต. ทีฆมทฺธานนฺติ วสวตฺติฏฺฐานโต ยาว อุรุเวลาย ทีฆมคฺคํ, ปุเร โพธาย วา ฉพฺพสฺสานิ ทุกฺกรการิกสมยสงฺขาตํ ทีฆกาลํ. วณฺณํ กตฺวา สุภาสุภนฺติ สุนฺทรญฺจ อสุนฺทรญฺจ นานปฺปการํ วณฺณํ กตฺวา อเนกวารํ มม สนฺติกํ อาคโตสีติ อตฺโถ. โส กิร วณฺโณ นาม นตฺถิ, เยน วณฺเณน มาโร วิภึสกตฺถาย ภควโต สนฺติกํ น อาคตปุพฺโพ. เตน ตํ ภควา เอวมาห. อลํ เต เตนาติ อลํ ตุยฺหํ เอเตน มารวิภึสาการทสฺสนพฺยาปาเรน. ทุติยํ.