๑. ทหรสุตฺตวณฺณนา

๑๑๒. โกสลสํยุตฺตสฺส ปฐเม ภควตา สทฺธึ สมฺโมทีติ ยถา ขมนียาทีนิ ปุจฺฉนฺโต ภควา เตน, เอวํ โสปิ ภควตา สทฺธึ สมปฺปวตฺตโมโท อโหสิ. สีโตทกํ วิย อุโณฺหทเกน สมฺโมทิตํ เอกีภาวํ อคมาสิ. ยาย จ – ‘‘กจฺจิ, โภ โคตม, ขมนียํ, กจฺจิ ยาปนียํ, กจฺจิ โภโต จ โคตมสฺส สาวกานญฺจ อปฺปาพาธํ อปฺปาตงฺกํ ลหุฏฺฐานํ พลํ ผาสุวิหาโร’’ติอาทิกาย กถาย สมฺโมทิ, ตํ ปีติปาโมชฺชสงฺขาตสมฺโมทชนนโต สมฺโมทิตุํ ยุตฺตภาวโต จ สมฺโมทนียํ, อตฺถพฺยญฺชนมธุรตาย จิรมฺปิ กาลํ สาเรตุํ นิรนฺตรํ ปวตฺเตตุํ อรหรูปโต สริตพฺพภาวโต จ สารณียํ. สุยฺยมานสุขโต จ สมฺโมทนียํ, อนุสฺสริยมานสุขโต สารณียํ. ตถา พฺยญฺชนปริสุทฺธตาย สมฺโมทนียํ, อตฺถปริสุทฺธตาย สารณียนฺติ เอวํ อเนเกหิ ปริยาเยหิ สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา ปริโยสาเปตฺวา นิฏฺฐเปตฺวา อิโต ปุพฺเพ ตถาคตสฺส อทิฏฺฐตฺตา คุณาคุณวเสน คมฺภีรภาวํ วา อุตฺตานภาวํ วา อชานนฺโต เอกมนฺตํ นิสีทิ, เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ยํ โอวฏฺฏิกสารํ กตฺวา อาคโต โลกนิสฺสรณภโวกฺกนฺติปญฺหํ สตฺถุ สมฺมาสมฺพุทฺธตํ ปุจฺฉิตุํ ภวมฺปิ โนติอาทิมาห.

ตตฺถ ภวมฺปีติ ปิ-กาโร สมฺปิณฺฑนตฺเถ นิปาโต, เตน จ ฉ สตฺถาเร สมฺปิณฺเฑติ. ยถา ปูรณาทโย ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺธมฺหา’’ติ ปฏิชานนฺติ, เอวํ ภวมฺปิ นุ ปฏิชานาตีติ อตฺโถ. อิทํ ปน ราชา น อตฺตโน ลทฺธิยา, โลเก มหาชเนน คหิตปฏิญฺญาวเสน ปุจฺฉติ. อถ ภควา พุทฺธสีหนาทํ นทนฺโต ยํ หิ ตํ มหาราชาติอาทิมาห. ตตฺถ อหํ หิ มหาราชาติ อนุตฺตรํ สพฺพเสฏฺฐํ สพฺพญฺญุตญฺญาณสงฺขาตํ สมฺมาสมฺโพธึ อหํ อภิสมฺพุทฺโธติ อตฺโถ. สมณพฺราหฺมณาติ ปพฺพชฺชูปคมเนน สมณา, ชาติวเสน พฺราหฺมณา. สงฺฆิโนติอาทีสุ ปพฺพชิตสมูหสงฺขาโต สงฺโฆ เอเตสํ อตฺถีติ สงฺฆิโน. เสฺวว คโณ เอเตสํ อตฺถีติ คณิโน. อาจารสิกฺขาปนวเสน ตสฺส คณสฺส อาจริยาติ คณาจริยา. ญาตาติ ปญฺญาตา ปากฏา. ‘‘อปฺปิจฺฉา สนฺตุฏฺฐา อปฺปิจฺฉตาย วตฺถมฺปิ น นิวาเสนฺตี’’ติ เอวํ สมุคฺคโต ยโส เอเตสํ อตฺถีติ ยสสฺสิโน. ติตฺถกราติ ลทฺธิกรา. สาธุสมฺมตาติ ‘‘สนฺโต สปฺปุริสา’’ติ เอวํ สมฺมตา. พหุชนสฺสาติ อสฺสุตวโต อนฺธพาลปุถุชฺชนสฺส. ปูรโณติอาทีนิ เตสํ นามโคตฺตานิ. ปูรโณติ หิ นามเมว. ตถา, มกฺขลีติ. โส ปน โคสาลาย ชาตตฺตา โคสาโลติ วุตฺโต. นาฏปุตฺโตติ นาฏสฺส ปุตฺโต. เพลฏฺฐปุตฺโตติ เพลฏฺฐสฺส ปุตฺโต. กจฺจายโนติ ปกุธสฺส โคตฺตํ. เกสกมฺพลสฺส ธารณโต อชิโต เกสกมฺพโลติ วุตฺโต.

เตปิ มยาติ กปฺปโกลาหลํ พุทฺธโกลาหลํ จกฺกวตฺติโกลาหลนฺติ ตีณิ โกลาหลานิ. ตตฺถ ‘‘วสฺสสตสหสฺสมตฺถเก กปฺปุฏฺฐานํ ภวิสฺสตี’’ติ กปฺปโกลาหลํ นาม โหติ – ‘‘อิโต วสฺสสตสหสฺสมตฺถเก โลโก วินสฺสิสฺสติ, เมตฺตํ มาริสา, ภาเวถ, กรุณํ มุทิตํ อุเปกฺข’’นฺติ มนุสฺสปฺปเถ เทวตา โฆเสนฺติโย วิจรนฺติ. ‘‘วสฺสสหสฺสมตฺถเก ปน พุทฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ พุทฺธโกลาหลํ นาม โหติ – ‘‘อิโต วสฺสสหสฺสมตฺถเก พุทฺโธ อุปฺปชฺชิตฺวา ธมฺมานุธมฺมปฏิปทํ ปฏิปนฺเนน สงฺฆรตเนน ปริวาริโต ธมฺมํ เทเสนฺโต วิจริสฺสตี’’ติ เทวตา อุคฺโฆเสนฺติ. ‘‘วสฺสสตมตฺถเก ปน จกฺกวตฺตี อุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ จกฺกวตฺติโกลาหลํ นาม โหติ – ‘‘อิโต วสฺสสตมตฺถเก สตฺตรตนสมฺปนฺโน จตุทฺทีปิสฺสโร สหสฺส ปุตฺตปริวาโร เวหาสงฺคโม จกฺกวตฺติราชา อุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ เทวตา อุคฺโฆเสนฺติ.

อิเมสุ ตีสุ โกลาหเลสุ อิเม ฉ สตฺถาโร พุทฺธโกลาหลํ สุตฺวา อาจริเย ปยิรุปาสิตฺวา จินฺตามาณิวิชฺชาทีนิ อุคฺคณฺหิตฺวา – ‘‘มยํ พุทฺธมฺหา’’ติ ปฏิญฺญํ กตฺวา มหาชนปริวุตา ชนปทํ วิจรนฺตา อนุปุพฺเพน สาวตฺถิยํ ปตฺตา. เตสํ อุปฏฺฐากา ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา, ‘‘มหาราช, ปูรโณ กสฺสโป…เป… อชิโต เกสกมฺพโล พุทฺโธ กิร สพฺพญฺญู กิรา’’ติ อาโรเจสุํ. ราชา ‘‘ตุเมฺหว เน นิมนฺเตตฺวา อาเนถา’’ติ อาห. เต คนฺตฺวา เตหิ, ‘‘ราชา โว นิมนฺเตติ. รญฺโญ เคเห ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ วุตฺตา คนฺตุํ น อุสฺสหนฺติ, ปุนปฺปุนํ วุจฺจมานา อุปฏฺฐากานํ จิตฺตานุรกฺขณตฺถาย อธิวาเสตฺวา สพฺเพ เอกโตว อคมํสุ. ราชา อาสนานิ ปญฺญาเปตฺวา ‘‘นิสีทนฺตู’’ติ อาห. นิคฺคุณานํ อตฺตภาเว ราชุสฺมา นาม ผรติ, เต มหารเหสุ อาสเนสุ นิสีทิตุํ อสกฺโกนฺตา ผลเกสุ เจว ภูมิยํ จ นิสีทึสุ.

ราชา ‘‘เอตฺตเกเนว นตฺถิ เตสํ อนฺโต สุกฺกธมฺโม’’ติ วตฺวา อาหารํ อทตฺวาว ตาลโต ปติตํ มุคฺคเรน โปเถนฺโต วิย ‘‘ตุเมฺห พุทฺธา, น พุทฺธา’’ติ ปญฺหํ ปุจฺฉิ. เต จินฺตยึสุ – ‘‘สเจ ‘พุทฺธมฺหา’ติ วกฺขาม, ราชา พุทฺธวิสเย ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา กเถตุํ อสกฺโกนฺเต ‘ตุเมฺห มยํ พุทฺธาติ มหาชนํ วญฺเจตฺวา อาหิณฺฑถา’ติ ชิวฺหมฺปิ ฉินฺทาเปยฺย, อญฺญมฺปิ อนตฺถํ กเรยฺยา’’ติ สกปฏิญฺญาย เอว ‘น มยํ พุทฺธา’ติ วทึสุ. อถ เน ราชา เคหโต นิกฑฺฒาเปสิ. เต ราชฆรโต นิกฺขนฺเต อุปฏฺฐากา ปุจฺฉึสุ – ‘‘กึ อาจริยา ราชา ตุเมฺห ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา สกฺการสมฺมานํ อกาสี’’ติ? ราชา ‘‘พุทฺธา ตุเมฺห’’ติ ปุจฺฉิ, ตโต มยํ – ‘‘สเจ อยํ ราชา พุทฺธวิสเย ปญฺหํ กถิยมานํ อชานนฺโต อเมฺหสุ มนํ ปโทเสสฺสติ, พหุํ อปุญฺญํ ปสวิสฺสตี’’ติ รญฺโญ อนุกมฺปาย ‘น มยํ พุทฺธา’ติ วทิมฺหา, มยํ ปน พุทฺธา เอว, อมฺหากํ พุทฺธภาโว, อุทเกน โธวิตฺวาปิ หริตุํ น สกฺกาติ. อิติ พหิทฺธา ‘พุทฺธมฺหา’ติ อาหํสุ – รญฺโญ สนฺติเก ‘น มยํ พุทฺธา’ติ วทึสูติ, อิทํ คเหตฺวา ราชา เอวมาห. ตตฺถ กึ ปน ภวํ โคตโม ทหโร เจว ชาติยา, นโว จ ปพฺพชฺชายาติ อิทํ อตฺตโน ปฏิญฺญํ คเหตฺวา วทติ. ตตฺถ กินฺติ ปฏิกฺเขปวจนํ. เอเต ชาติมหลฺลกา จ จิรปพฺพชิตา จ ‘‘พุทฺธมฺหา’’ติ น ปฏิชานนฺติ, ภวํ โคตโม ชาติยา จ ทหโร ปพฺพชฺชาย จ นโว กึ ปฏิชานาติ? มา ปฏิชานาหีติ อตฺโถ.

น อุญฺญาตพฺพาติ น อวชานิตพฺพา. น ปริโภตพฺพาติ น ปริภวิตพฺพา. กตเม จตฺตาโรติ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา. ขตฺติโยติ ราชกุมาโร. อุรโคติ อาสีวิโส. อคฺคีติ อคฺคิเยว. ภิกฺขูติ อิมสฺมึ ปน ปเท เทสนากุสลตาย อตฺตานํ อพฺภนฺตรํ กตฺวา สีลวนฺตํ ปพฺพชิตํ ทสฺเสติ. เอตฺถ จ ทหรํ ราชกุมารํ ทิสฺวา, อุกฺกมิตฺวา มคฺคํ อเทนฺโต, ปารุปนํ อนปเนนฺโต, นิสินฺนาสนโต อนุฏฺฐหนฺโต, หตฺถิปิฏฺฐาทีหิ อโนตรนฺโต, เหฏฺฐา กตฺวา มญฺญนวเสน อญฺญมฺปิ เอวรูปํ อนาจารํ กโรนฺโต ขตฺติยํ อวชานาติ นาม. ‘‘ภทฺทโก วตายํ ราชกุมาโร, มหากณฺโฑ มโหทโร – กึ นาม ยํกิญฺจิ โจรูปทฺทวํ วูปสเมตุํ ยตฺถ กตฺถจิ ฐาเน รชฺชํ อนุสาสิตุํ สกฺขิสฺสตี’’ติอาทีนิ วทนฺโต ปริโภติ นาม. อญฺชนิสลากมตฺตมฺปิ อาสีวิสโปตกํ กณฺณาทีสุ ปิฬนฺธนฺโต องฺคุลิมฺปิ ชิวฺหมฺปิ ฑํสาเปนฺโต อุรคํ อวชานาติ นาม. ‘‘ภทฺทโก วตายํ อาสีวิโส อุทกเทฑฺฑุโภ วิย กึ นาม กิญฺจิเทว ฑํสิตุํ กสฺสจิเทว กาเย วิสํ ผริตุํ สกฺขิสฺสตี’’ติอาทีนิ วทนฺโต ปริโภติ นาม. ขชฺโชปนกมตฺตมฺปิ อคฺคึ คเหตฺวา หตฺเถน กีฬนฺโต ภณฺฑุกฺขลิกาย ขิปนฺโต จูฬาย วา สยนปิฏฺฐสาฏกปสิพฺพกาทีสุ วา ฐเปนฺโต อคฺคึ อวชานาติ นาม. ‘‘ภทฺทโก วตายํ อคฺคิ กตรํ นุ โข ยาคุภตฺตํ ปจิสฺสติ, กตรํ มจฺฉมํสํ, กสฺส สีตํ วิโนเทสฺสตี’’ติอาทีนิ วทนฺโต ปริโภติ นาม. ทหรสามเณรมฺปิ ปน ทิสฺวา อุกฺกมิตฺวา มคฺคํ อเทนฺโตติ ราชกุมาเร วุตฺตํ อนาจารํ กโรนฺโต ภิกฺขุํ อวชานาติ นาม. ‘‘ภทฺทโก วตายํ สามเณโร มหากณฺโฐ มโหทโร ยํกิญฺจิ พุทฺธวจนํ อุคฺคเหตุํ ยํกิญฺจิ อรญฺญํ อชฺโฌคาเหตฺวา วสิตุํ สกฺขิสฺสติ, สงฺฆตฺเถรกาเล มนาโป ภวิสฺสตี’’ติอาทีนิ วทนฺโต ปริโภติ นาม. ตํ สพฺพมฺปิ น กาตพฺพนฺติ ทสฺเสนฺโต น อุญฺญาตพฺโพ น ปริโภตพฺโพติ อาห.

เอตทโวจาติ เอตํ คาถาพนฺธํ อโวจ. คาถา จ นาเมตา ตทตฺถทีปนาปิ โหนฺติ วิเสสตฺถทีปนาปิ, ตตฺริมา ตทตฺถมฺปิ วิเสสตฺถมฺปิ ทีเปนฺติเยว. ตตฺถ ขตฺติยนฺติ เขตฺตานํ อธิปตึ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘เขตฺตานํ อธิปตีติ โข, วาเสฏฺฐ, ‘ขตฺติโย ขตฺติโย’เตฺวว ทุติยํ อกฺขรํ อุปนิพฺพตฺต’’นฺติ (ที. นิ. ๓.๑๓๑). ชาติสมฺปนฺนนฺติ ตาเยว ขตฺติยชาติยา ชาติสมฺปนฺนํ. อภิชาตนฺติ ตีณิ กุลานิ อติกฺกมิตฺวา ชาตํ.

ฐานํ หีติ การณํ วิชฺชติ. มนุชินฺโทติ มนุสฺสเชฏฺฐโก. ราชทณฺเฑนาติ รญฺโญ อุทฺธฏทณฺเฑน, โส อปฺปโก นาม น โหติ, ทสสหสฺสวีสติสหสฺสปฺปมาโณ โหติเยว. ตสฺมึ ปกฺกมเต ภุสนฺติ ตสฺมึ ปุคฺคเล พลวอุปกฺกมํ อุปกฺกมติ. รกฺขํ ชีวิตมตฺตโนติ อตฺตโน ชีวิตํ รกฺขมาโน ตํ ขตฺติยํ ปริวชฺเชยฺย น ฆฏฺเฏยฺย.

อุจฺจาวเจหีติ นานาวิเธหิ. วณฺเณหีติ สณฺฐาเนหิ. เยน เยน หิ วณฺเณน จรนฺโต โคจรํ ลภติ, ยทิ สปฺปวณฺเณน, ยทิ เทฑฺฑุภวณฺเณน, ยทิ ธมนิวณฺเณน, อนฺตมโส กลนฺทกวณฺเณนปิ จรติเยว. อาสชฺชาติ ปตฺวา. พาลนฺติ เยน พาเลน ฆฏฺฏิโต, ตํ พาลํ นรํ วา นารึ วา ฑํเสยฺย.

ปหูตภกฺขนฺติ พหุภกฺขํ. อคฺคิสฺส หิ อภกฺขํ นาม นตฺถิ. ชาลินนฺติ ชาลวนฺตํ. ปาวกนฺติ อคฺคึ. ปาวคนฺติปิ ปาโฐ. กณฺหวตฺตนินฺติ วตฺตนีติ มคฺโค, อคฺคินา คตมคฺโค กโณฺห โหติ กาฬโก, ตสฺมา ‘‘กณฺหวตฺตนี’’ติ วุจฺจติ.

มหา หุตฺวานาติ มหนฺโต หุตฺวา. อคฺคิ หิ เอกทา ยาวพฺรหฺมโลกปฺปมาโณปิ โหติ. ชายนฺติ ตตฺถ ปาโรหาติ ตตฺถ อคฺคินา ทฑฺฒวเน ปาโรหา ชายนฺติ. ปาโรหาติ ติณรุกฺขาทโย วุจฺจนฺติ. เต หิ อคฺคินา ทฑฺฒฏฺฐาเน มูลมตฺเตปิ อวสิฏฺเฐ ปาทโต โรหนฺติ ชายนฺติ วฑฺฒนฺติ, ตสฺมา ‘‘ปาโรหา’’ติ วุจฺจนฺติ. ปุน โรหนตฺเถน วา ปาโรหา. อโหรตฺตานมจฺจเยติ รตฺตินฺทิวานํ อติกฺกเม. นิทาเฆปิ เทเว วุฏฺฐมตฺเต ชายนฺติ.

ภิกฺขุ ฑหติ เตชสาติ เอตฺถ อกฺโกสนฺตํ ปจฺจกฺโกสนฺโต ภณฺฑนฺตํ ปฏิภณฺฑนฺโต ปหรนฺตํ ปฏิปหรนฺโต ภิกฺขุ นาม กิญฺจิ ภิกฺขุเตชสา ฑหิตุํ น สกฺโกติ. โย ปน อกฺโกสนฺตํ น ปจฺจกฺโกสติ, ภณฺฑนฺตํ น ปฏิภณฺฑติ. ปหรนฺตํ น ปฏิปหรติ, ตสฺมึ วิปฺปฏิปนฺโน ตสฺส สีลเตเชน ฑยฺหติ. เตเนเวตํ วุตฺตํ. น ตสฺส ปุตฺตา ปสโวติ ตสฺส ปุตฺตธีตโรปิ โคมหึสกุกฺกุฏสูกราทโย ปสโวปิ น ภวนฺติ, วินสฺสนฺตีติ อตฺโถ. ทายาทา วินฺทเร ธนนฺติ ตสฺส ทายาทาปิ ธนํ น วินฺทนฺติ. ตาลาวตฺถู ภวนฺติ เตติ เต ภิกฺขุเตชสา ทฑฺฒา วตฺถุมตฺตาวสิฏฺโฐ มตฺถกจฺฉินฺนตาโล วิย ภวนฺติ, ปุตฺตธีตาทิวเสน น วฑฺฒนฺตีติ อตฺโถ.

ตสฺมาติ ยสฺมา สมณเตเชน ทฑฺฒา มตฺถกจฺฉินฺนตาโล วิย อวิรุฬฺหิธมฺมา ภวนฺติ, ตสฺมา. สมฺมเทว สมาจเรติ สมฺมา สมาจเรยฺย. สมฺมา สมาจรนฺเตน ปน กึ กาตพฺพนฺติ? ขตฺติยํ ตาว นิสฺสาย ลทฺธพฺพํ คามนิคมยานวาหนาทิอานิสํสํ, อุรคํ นิสฺสาย ตสฺส กีฬาปเนน ลทฺธพฺพํ วตฺถหิรญฺญสุวณฺณาทิอานิสํสํ อคฺคึ นิสฺสาย ตสฺสานุภาเวน ปตฺตพฺพํ ยาคุภตฺตปจนสีตวิโนทนาทิอานิสํสํ, ภิกฺขุํ นิสฺสาย ตสฺส วเสน ปตฺตพฺพํ อสุตสวนสุตปริโยทปน-สคฺคมคฺคาธิคมาทิอานิสํสํ สมฺปสฺสมาเนน ‘‘เอเต นิสฺสาย ปุพฺเพ วุตฺตปฺปกาโร อาทีนโว อตฺถิ. กึ อิเมหี’’ติ? น สพฺพโส ปหาตพฺพา. อิสฺสริยตฺถิเกน ปน วุตฺตปฺปการํ อวชานนญฺจ ปริภวนญฺจ อกตฺวา ปุพฺพุฏฺฐายิปจฺฉานิปาติตาทีหิ อุปาเยหิ ขตฺติยกุมาโร โตเสตพฺโพ, เอวํ ตโต อิสฺสริยํ อธิคมิสฺสติ. อหิตุณฺฑิเกน อุรเค วิสฺสาสํ อกตฺวา นาควิชฺชํ ปริวตฺเตตฺวา อชปเทน ทณฺเฑน คีวาย คเหตฺวา วิสหเรน มูเลน ทาฐา โธวิตฺวา เปฬายํ ปกฺขิปิตฺวา กีฬาเปนฺเตน จริตพฺพํ. เอวํ ตํ นิสฺสาย ฆาสจฺฉาทนาทีนิ ลภิสฺสติ. ยาคุปจนาทีนิ กตฺตุกาเมน อคฺคึ วิสฺสาเสน ภณฺฑุกฺขลิกาทีสุ อปกฺขิปิตฺวา หตฺเถหิ อนามสนฺเตน โคมยจุณฺณาทีหิ ชาเลตฺวา ยาคุปจนาทีนิ กตฺตพฺพานิ, เอวํ ตํ นิสฺสาย อานิสํสํ ลภิสฺสติ. อสุตสวนาทีนิ ปตฺถยนฺเตนปิ ภิกฺขุํ อติวิสฺสาเสน เวชฺชกมฺมนวกมฺมาทีสุ อโยเชตฺวา จตูหิ ปจฺจเยหิ สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐาตพฺโพ, เอวํ ตํ นิสฺสาย อสุตปุพฺพํ พุทฺธวจนํ อสุตปุพฺพํ ปญฺหาวินิจฺฉยํ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกํ อตฺถํ ติสฺโส กุลสมฺปตฺติโย ฉ กามสคฺคานิ นว จ พฺรหฺมโลเก ปตฺวา อมตมหานิพฺพานทสฺสนมฺปิ ลภิสฺสตีติ อิมมตฺถํ สนฺธาย สมฺมเทว สมาจเรติ อาห.

เอตทโวจาติ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ปสนฺโน ปสาทํ อาวิกโรนฺโต เอตํ ‘‘อภิกฺกนฺต’’นฺติอาทิวจนํ อโวจ. ตตฺถ อภิกฺกนฺตนฺติ อภิกนฺตํ อติอิฏฺฐํ อติมนาปํ, อติสุนฺทรนฺติ อตฺโถ. เอตฺถ เอเกน อภิกฺกนฺตสทฺเทน เทสนํ โถเมติ ‘‘อภิกฺกนฺตํ, ภนฺเต, ยทิทํ ภควโต ธมฺมเทสนา’’ติ. เอเกน อตฺตโน ปสาทํ ‘‘อภิกฺกนฺตํ, ภนฺเต, ยทิทํ ภควโต ธมฺมเทสนํ อาคมฺม มม ปสาโท’’ติ.

ตโต ปรํ จตูหิ อุปมาหิ เทสนํเยว โถเมติ. ตตฺถ นิกฺกุชฺชิตนฺติ อโธมุขฐปิตํ, เหฏฺฐามุขชาตํ วา. อุกฺกุชฺเชยฺยาติ อุปริมุขํ กเรยฺย. ปฏิจฺฉนฺนนฺติ ติณปณฺณาทิฉาทิตํ. วิวเรยฺยาติ อุคฺฆาเฏยฺย. มูฬฺหสฺสาติ ทิสามูฬฺหสฺส. มคฺคํ อาจิกฺเขยฺยาติ หตฺเถ คเหตฺวา ‘‘เอส มคฺโค’’ติ วเทยฺย. อนฺธกาเรติ กาฬปกฺขจาตุทฺทสี อฑฺฒรตฺตฆนวนสณฺฑ เมฆปฏเลหิ จตุรงฺเค ตเม. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา โกจิ นิกฺกุชฺชิตํ อุกฺกุชฺเชยฺย, เอวํ สทฺธมฺมวิมุขํ อสทฺธมฺเม ปติตํ มํ อสทฺธมฺมา วุฏฺฐาเปนฺเตน, ยถา ปฏิจฺฉนฺนํ วิวเรยฺย, เอวํ กสฺสปสฺส ภควโต สาสนนฺตรธานา ปภุติ มิจฺฉาทิฏฺฐิคหนปฏิจฺฉนฺนํ สาสนํ วิวรนฺเตน, ยถา มูฬฺหสฺส มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย, เอวํ กุมฺมคฺคมิจฺฉามคฺคปฏิปนฺนสฺส เม สคฺคโมกฺขมคฺคํ อาวิกโรนฺเตน, ยถา อนฺธกาเร เตลปชฺโชตํ ธาเรยฺย, เอวํ โมหนฺธกาเร นิมุคฺคสฺส เม พุทฺธาทิรตนรูปานิ อปสฺสโต ตปฺปฏิจฺฉาทกโมหนฺธการวิทฺธํสกเทสนาปชฺโชตํ ธาเรนฺเตน มยฺหํ ภควตา เอเตหิ ปริยาเยหิ ปกาสิตตฺตา อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโตติ.

เอวํ เทสนํ โถเมตฺวา อิมาย เทสนาย รตนตฺตเย ปสนฺนจิตฺโต ปสนฺนาการํ กโรนฺโต เอสาหนฺติอาทิมาห. ตตฺถ เอสาหนฺติ เอโส อหํ. ภควนฺตํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจาติ ภควนฺตญฺจ ธมฺมญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจาติ อิมํ รตนตฺตยํ สรณํ คจฺฉามิ. อุปาสกํ มํ, ภนฺเต, ภควา ธาเรตูติ มํ ภควา ‘อุปาสโก อย’นฺติ เอวํ ธาเรตุ, ชานาตูติ อตฺโถ. อชฺชตคฺเคติ อชฺชตํ อาทึ กตฺวา. อชฺชทคฺเคติ วา ปาโฐ, ท-กาโร ปทสนฺธิกโร, อชฺช อคฺคํ กตฺวาติ อตฺโถ. ปาณุเปตนฺติ ปาเณหิ อุเปตํ ยาว เม ชีวิตํ ปวตฺตติ, ตาว อุเปตํ อนญฺญสตฺถุกํ ตีหิ สรณคมเนหิ สรณํ คตํ อุปาสกํ กปฺปิยการกํ มํ ภควา ธาเรตูติ อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน สุมงฺคลวิลาสินิยา ทีฆนิกายฏฺฐกถาย สามญฺญผลสุตฺเต สพฺพากาเรน วุตฺโตติ. ปฐมํ.