๑. อินฺทกสุตฺตวณฺณนา

๒๓๕. ยกฺขสํยุตฺตสฺส ปฐเม อินฺทกสฺสาติ อินฺทกูฏนิวาสิโน ยกฺขสฺส. ยกฺขโต หิ กูเฏน, กูฏโต จ ยกฺเขน นามํ ลทฺธํ. รูปํ น ชีวนฺติ วทนฺตีติ ยทิ พุทฺธา รูปํ ชีวนฺติ น วทนฺติ, ยทิ รูปํ สตฺโต ปุคฺคโลติ เอวํ น วทนฺตีติ อตฺโถ. กถํ นฺวยนฺติ กถํ นุ อยํ? กุตสฺส อฏฺฐียกปิณฺฑเมตีติ อสฺส สตฺตสฺส อฏฺฐิยกปิณฺฑญฺจ กุโต อาคจฺฉติ? เอตฺถ จ อฏฺฐิคฺคหเณน ตีณิ อฏฺฐิสตานิ, ยกปิณฺฑคฺคหเณน นว มํสเปสิสตานิ คหิตานิ. ยทิ รูปํ น ชีโว, อถสฺส อิมานิ จ อฏฺฐีนิ อิมา จ มํสเปสิโย กุโต อาคจฺฉนฺตีติ ปุจฺฉติ. กถํ นฺวยํ สชฺชติ คพฺภรสฺมินฺติ เกน นุ การเณน อยํ สตฺโต มาตุกุจฺฉิสฺมึ สชฺชติ ลคฺคติ, ติฏฺฐตีติ? ปุคฺคลวาที กิเรส ยกฺโข, ‘‘เอกปฺปหาเรเนว สตฺโต มาตุกุจฺฉิสฺมึ นิพฺพตฺตตี’’ติ คเหตฺวา คพฺภเสยฺยกสตฺตสฺส มาตา มจฺฉมํสาทีนิ ขาทติ, สพฺพานิ เอกรตฺติวาเสน ปจิตฺวา เผณํ วิย วิลียนฺติ. ยทิ รูปํ สตฺโต น ภเวยฺย, เอวเมว วิลีเยยฺยาติ ลทฺธิยา เอวมาห. อถสฺส ภควา – ‘‘น มาตุกุจฺฉิสฺมึ เอกปฺปหาเรเนว นิพฺพตฺตติ, อนุปุพฺเพน ปน วฑฺฒตี’’ติ ทสฺเสนฺโต ปฐมํ กลลํ โหตีติอาทิมาห. ตตฺถ ปฐมนฺติ ปฐเมน ปฏิสนฺธิวิญฺญาเณน สทฺธึ ติสฺโสติ วา ผุสฺโสติ วา นามํ นตฺถิ, อถ โข ตีหิ ชาติอุณฺณํสูหิ กตสุตฺตคฺเค สณฺฐิตเตลพินฺทุปฺปมาณํ กลลํ โหติ, ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –

‘‘ติลเตลสฺส ยถา พินฺทุ, สปฺปิมณฺโฑ อนาวิโล;

เอวํ วณฺณปฺปฏิภาคํ, กลลํ สมฺปวุจฺจตี’’ติ.

กลลา โหติ อพฺพุทนฺติ ตสฺมา กลลา สตฺตาหจฺจเยน มํสโธวนอุทกวณฺณํ อพฺพุทํ นาม โหติ, กลลนฺติ นามํ อนฺตรธายติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘สตฺตาหํ กลลํ โหติ, ปริปกฺกํ สมูหตํ;

วิวฏฺฏมานํ ตพฺภาวํ, อพฺพุทํ นาม ชายตี’’ติ.

อพฺพุทา ชายเต เปสีติ ตสฺมาปิ อพฺพุทา สตฺตาหจฺจเยน วิลีนติปุสทิสา เปสิ นาม สญฺชายติ. สา มริจผาณิเตน ทีเปตพฺพา. คามทาริกา หิ สุปกฺกานิ มริจานิ คเหตฺวา สาฏกนฺเต ภณฺฑิกํ กตฺวา ปีเฬตฺวา มณฺฑํ อาทาย กปาเล ปกฺขิปิตฺวา อาตเป ฐเปนฺติ, ตํ สุกฺขมานํ สพฺพภาเคหิ มุจฺจติ. เอวรูปา เปสิ โหติ, อพฺพุทนฺติ นามํ อนฺตรธายติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘สตฺตาหํ อพฺพุทํ โหติ, ปริปกฺกํ สมูหตํ;

วิวฏฺฏมานํ ตพฺภาวํ, เปสิ นาม ปชายตี’’ติ.

เปสิ นิพฺพตฺตตี ฆโนติ ตโต เปสิโต สตฺตาหจฺจเยน กุกฺกุฏณฺฑสณฺฐาโน ฆโน นาม มํสปิณฺโฑ นิพฺพตฺตติ, เปสีติ นามํ อนฺตรธายติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘สตฺตาหํ เปสิ ภวติ, ปริปกฺกํ สมูหตํ;

วิวฏฺฏมานํ ตพฺภาวํ, ฆโนติ นาม ชายติ.

‘‘ยถา กุกฺกุฏิยา อณฺฑํ, สมนฺตา ปริมณฺฑลํ;

เอวํ ฆนสฺส สณฺฐานํ, นิพฺพตฺตํ กมฺมปจฺจยา’’ติ.

ฆนา ปสาขา ชายนฺตีติ ปญฺจเม สตฺตาเห ทฺวินฺนํ หตฺถปาทานํ สีสสฺส จตฺถาย ปญฺจ ปีฬกา ชายนฺติ, ยํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ ‘‘ปญฺจเม, ภิกฺขเว, สตฺตาเห ปญฺจ ปีฬกา สณฺฐหนฺติ กมฺมโต’’ติ.

อิโต ปรํ ฉฏฺฐสตฺตมาทีนิ สตฺตาหานิ อติกฺกมฺม เทสนํ สงฺขิปิตฺวา ทฺวาจตฺตาลีเส สตฺตาเห ปริณตกาลํ คเหตฺวา ทสฺเสนฺโต เกสาติอาทิมาห. ตตฺถ เกสา โลมา นขาปิ จาติ ทฺวาจตฺตาลีเส สตฺตาเห เอตานิ ชายนฺติ.

เตน โส ตตฺถ ยาเปตีติ ตสฺส หิ นาภิโต อุฏฺฐิโต นาโฬ มาตุ อุทรปฏเลน เอกาพทฺโธ โหติ, โส อุปฺปลทณฺฑโก วิย ฉิทฺโท, เตน อาหารรโส สํสริตฺวา อาหารสมุฏฺฐานรูปํ สมุฏฺฐาเปติ. เอวํ โส ทส มาเส ยาเปติ. มาตุกุจฺฉิคโต นโรติ มาตุยา ติโรกุจฺฉิคโต, กุจฺฉิยา อพฺภนฺตรคโตติ อตฺโถ. อิติ ภควา ‘‘เอวํ โข, ยกฺข, อยํ สตฺโต อนุปุพฺเพน มาตุกุจฺฉิยํ วฑฺฒติ, น เอกปฺปหาเรเนว นิพฺพตฺตตี’’ติ ทสฺเสติ. ปฐมํ.