๘. อานาปานสฺสติสุตฺตวณฺณนา

๑๔๔. เอวํ เม สุตนฺติ อานาปานสฺสติสุตฺตํ. ตตฺถ อญฺเญหิ จาติ ฐเปตฺวา ปาฬิยํ อาคเต ทส เถเร อญฺเญหิปิ อภิญฺญาเตหิ พหูหิ สาวเกหิ สทฺธึ. ตทา กิร มหา ภิกฺขุสงฺโฆ อโหสิ อปริจฺฉินฺนคณโน.

โอวทนฺติ อนุสาสนฺตีติ อามิสสงฺคเหน ธมฺมสงฺคเหน จาติ ทฺวีหิ สงฺคเหหิ สงฺคณฺหิตฺวา กมฺมฏฺฐาโนวาทานุสาสนีหิ โอวทนฺติ จ อนุสาสนฺติ จ. เต จาติ จกาโร อาคมสนฺธิมตฺตํ. อุฬารํ ปุพฺเพนาปรํ วิเสสํ ชานนฺตีติ สีลปริปูรณาทิโต ปุพฺพวิเสสโต อุฬารตรํ อปรํ กสิณปริกมฺมาทิวิเสสํ ชานนฺตีติ อตฺโถ.

๑๔๕. อารทฺโธติ ตุฏฺโฐ. อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยาติ อปฺปตฺตสฺส อรหตฺตสฺส ปาปุณนตฺถํ. เสสปททฺวเยปิ อยเมว อตฺโถ. โกมุทึ จาตุมาสินินฺติ ปจฺฉิมกตฺติกจาตุมาสปุณฺณมํ. สา หิ กุมุทานํ อตฺถิตาย โกมุที, จตุนฺนํ วสฺสิกานํ มาสานํ ปริโยสานตฺตา จาตุมาสินีติ วุจฺจติ. อาคเมสฺสามีติ อุทิกฺขิสฺสามิ, อชฺช อปวาเรตฺวา ยาว สา อาคจฺฉติ, ตาว กตฺถจิ อคนฺตฺวา อิเธว วสิสฺสามีติ อตฺโถ. อิติ ภิกฺขูนํ ปวารณสงฺคหํ อนุชานนฺโต เอวมาห.

ปวารณสงฺคโห นาม ญตฺติทุติเยน กมฺเมน ทิยฺยติ กสฺส ปเนส ทิยฺยติ, กสฺส น ทิยฺยตีติ. อการกสฺส ตาว พาลปุถุชฺชนสฺส น ทิยฺยติ, ตถา อารทฺธวิปสฺสกสฺส เจว อริยสาวกสฺส จ. ยสฺส ปน สมโถ วา ตรุโณ โหติ วิปสฺสนา วา, ตสฺส ทิยฺยติ. ภควาปิ ตทา ภิกฺขูนํ จิตฺตาจารํ ปริวีมํสนฺโต สมถวิปสฺสนานํ ตรุณภาวํ ญตฺวา – ‘‘มยิ อชฺช ปวาเรนฺเต ทิสาสุ วสฺสํวุฏฺฐา ภิกฺขู อิธ โอสริสฺสนฺติ. ตโต อิเม ภิกฺขู วุฑฺฒตเรหิ ภิกฺขูหิ เสนาสเน คหิเต วิเสสํ นิพฺพตฺเตตุํ น สกฺขิสฺสนฺติ. สเจปิ จาริกํ ปกฺกมิสฺสามิ, อิเมสํ วสนฏฺฐานํ ทุลฺลภเมว ภวิสฺสติ. มยิ ปน อปวาเรนฺเต ภิกฺขูปิ อิมํ สาวตฺถึ น โอสริสฺสนฺติ, อหมฺปิ จาริกํ น ปกฺกมิสฺสามิ, เอวํ อิเมสํ ภิกฺขูนํ วสนฏฺฐานํ อปลิพุทฺธํ ภวิสฺสติ. เต อตฺตโน อตฺตโน วสนฏฺฐาเน ผาสุ วิหรนฺตา สมถวิปสฺสนา ถามชาตา กตฺวา วิเสสํ นิพฺพตฺเตตุํ สกฺขิสฺสนฺตี’’ติ โส ตํทิวสํ อปวาเรตฺวา กตฺติกปุณฺณมายํ ปวาเรสฺสามีติ ภิกฺขูนํ ปวารณสงฺคหํ อนุชานิ. ปวารณสงฺคหสฺมิญฺหิ ลทฺเธ ยสฺส นิสฺสยปฏิปนฺนสฺส อาจริยุปชฺฌายา ปกฺกมนฺติ, โสปิ ‘‘สเจ ปติรูโป นิสฺสยทายโก อาคมิสฺสติ, ตสฺส สนฺติเก นิสฺสยํ คณฺหิสฺสามี’’ติ ยาว คิมฺหานํ ปจฺฉิมมาสา วสิตุํ ลภติ. สเจปิ สฏฺฐิวสฺสา ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ, ตสฺส เสนาสนํ คเหตุํ น ลภนฺติ. อยญฺจ ปน ปวารณสงฺคโห เอกสฺส ทินฺโนปิ สพฺเพสํ ทินฺโนเยว โหติ.

สาวตฺถึ โอสรนฺตีติ ภควตา ปวารณสงฺคโห ทินฺโนติ สุตสุตฏฺฐาเนเยว ยถาสภาเวน เอกํ มาสํ วสิตฺวา กตฺติกปุณฺณมาย อุโปสถํ กตฺวา โอสรนฺเต สนฺธาย อิทํ วุตฺตํ. ปุพฺเพนาปรนฺติ อิธ ตรุณสมถวิปสฺสนาสุ กมฺมํ กตฺวา สมถวิปสฺสนา ถามชาตา อกํสุ, อยํ ปุพฺเพ วิเสโส นาม. ตโต สมาหิเตน จิตฺเตน สงฺขาเร สมฺมสิตฺวา เกจิ โสตาปตฺติผลํ…เป… เกจิ อรหตฺตํ สจฺฉิกรึสุ. อยํ อปโร อุฬาโร วิเสโส นาม.

๑๔๖. อลนฺติ ยุตฺตํ. โยชนคณนานีติ เอกํ โยชนํ โยชนเมว, ทสปิ โยชนานิ โยชนาเนว, ตโต อุทฺธํ โยชนคณนานีติ วุจฺจนฺติ. อิธ ปน โยชนสตมฺปิ โยชนสหสฺสมฺปิ อธิปฺเปตํ. ปุโฏเสนาปีติ ปุโฏสํ วุจฺจติ ปาเถยฺยํ. ตํ ปาเถยฺยํ คเหตฺวาปิ อุปสงฺกมิตุํ ยุตฺตเมวาติ อตฺโถ. ‘‘ปุฏํเสนา’’ติปิ ปาโฐ, ตสฺสตฺโถ – ปุโฏ อํเส อสฺสาติ ปุฏํโส, เตน ปุฏํเสน, อํเส ปาเถยฺยปุฏํ วหนฺเตนาปีติ วุตฺตํ โหติ.

๑๔๗. อิทานิ เอวรูเปหิ จรเณหิ สมนฺนาคตา เอตฺถ ภิกฺขู อตฺถีติ ทสฺเสตุํ สนฺติ, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ จตุนฺนํ สติปฏฺฐานานนฺติอาทีนิ เตสํ ภิกฺขูนํ อภินิวิฏฺฐกมฺมฏฺฐานทสฺสนตฺถํ วุตฺตานิ. ตตฺถ สตฺตตึส โพธิปกฺขิยธมฺมา โลกิยโลกุตฺตรา กถิตา. ตตฺร หิ เย ภิกฺขู ตสฺมึ ขเณ มคฺคํ ภาเวนฺติ, เตสํ โลกุตฺตรา โหนฺติ. อารทฺธวิปสฺสกานํ โลกิยา. อนิจฺจสญฺญาภาวนานุโยคนฺติ เอตฺถ สญฺญาสีเสน วิปสฺสนา กถิตา. ยสฺมา ปเนตฺถ อานาปานกมฺมฏฺฐานวเสน อภินิวิฏฺฐาว พหู ภิกฺขู, ตสฺมา เสสกมฺมฏฺฐานานิ สงฺเขเปน กเถตฺวา อานาปานกมฺมฏฺฐานํ วิตฺถาเรน กเถนฺโต อานาปานสฺสติ, ภิกฺขเวติอาทิมาห. อิทํ ปน อานาปานกมฺมฏฺฐานํ สพฺพากาเรน วิสุทฺธิมคฺเค วิตฺถาริตํ, ตสฺมา ตตฺถ วุตฺตนเยเนวสฺส ปาฬิตฺโถ จ ภาวนานโย จ เวทิตพฺโพ.

๑๔๙. กายญฺญตรนฺติ ปถวีกายาทีสุ จตูสุ กาเยสุ อญฺญตรํ วทามิ, วาโย กายํ วทามีติ อตฺโถ. อถ วา รูปายตนํ…เป… กพฬีกาโร อาหาโรติ ปญฺจวีสติ รูปโกฏฺฐาสา รูปกาโย นาม. เตสุ อานาปานํ โผฏฺฐพฺพายตเน สงฺคหิตตฺตา กายญฺญตรํ โหติ, ตสฺมาปิ เอวมาห. ตสฺมาติหาติ ยสฺมา จตูสุ กาเยสุ อญฺญตรํ วาโยกายํ, ปญฺจวีสติรูปโกฏฺฐาเส วา รูปกาเย อญฺญตรํ อานาปานํ อนุปสฺสติ, ตสฺมา กาเย กายานุปสฺสีติ อตฺโถ. เอวํ สพฺพตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เวทนาญฺญตรนฺติ ตีสุ เวทนาสุ อญฺญตรํ, สุขเวทนํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. สาธุกํ มนสิการนฺติ ปีติปฏิสํเวทิตาทิวเสน อุปฺปนฺนํ สุนฺทรมนสิการํ. กึ ปน มนสิกาโร สุขเวทนา โหตีติ. น โหติ, เทสนาสีสํ ปเนตํ. ยเถว หิ ‘‘อนิจฺจสญฺญาภาวนานุโยคมนุยุตฺตา’’ติ เอตฺถ สญฺญานาเมน ปญฺญา วุตฺตา, เอวมิธาปิ มนสิการนาเมน เวทนา วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. เอตสฺมึ จตุกฺเก ปฐมปเท ปีติสีเสน เวทนา วุตฺตา, ทุติยปเท สุขนฺติ สรูเปเนว วุตฺตา. จิตฺตสงฺขารปททฺวเย ‘‘สญฺญา จ เวทนา จ เจตสิกา, เอเต ธมฺมา จิตฺตปฏิพทฺธา จิตฺตสงฺขารา’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๗๔) วจนโต ‘‘วิตกฺกวิจาเร ฐเปตฺวา สพฺเพปิ จิตฺตสมฺปยุตฺตกา ธมฺมา จิตฺตสงฺขาเร สงฺคหิตา’’ติ วจนโต จิตฺตสงฺขารนาเมน เวทนา วุตฺตา. ตํ สพฺพํ มนสิการนาเมน สงฺคเหตฺวา อิธ ‘‘สาธุกํ มนสิการ’’นฺติ อาห.

เอวํ สนฺเตปิ ยสฺมา เอสา เวทนา อารมฺมณํ น โหติ, ตสฺมา เวทนานุปสฺสนา น ยุชฺชตีติ. โน น ยุชฺชติ, สติปฏฺฐานวณฺณนายมฺปิ หิ ‘‘ตํตํสุขาทีนํ วตฺถุํ อารมฺมณํ กตฺวา เวทนาว เวทยติ, ตํ ปน เวทนาปวตฺตึ อุปาทาย ‘อหํ เวทยามี’ติ โวหารมตฺตํ โหตี’’ติ วุตฺตํ. อปิจ ปีติปฏิสํเวทีติอาทีนํ อตฺถวณฺณนายเมตสฺส ปริหาโร วุตฺโตเยว. วุตฺตเญฺหตํ วิสุทฺธิมคฺเค –

‘‘ทฺวีหากาเรหิ ปีติ ปฏิสํวิทิตา โหติ อารมฺมณโต จ อสมฺโมหโต จ. กถํ อารมฺมณโต ปีติ ปฏิสํวิทิตา โหติ? สปฺปีติเก เทฺว ฌาเน สมาปชฺชติ, ตสฺส สมาปตฺติกฺขเณ ฌานปฏิลาเภน อารมฺมณโต ปีติ ปฏิสํวิทิตา โหติ อารมฺมณสฺส ปฏิสํวิทิตตฺตา. กถํ อสมฺโมหโต (ปีติ ปฏิสํวิทิตา โหติ)? สปฺปีติเก เทฺว ฌาเน สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย ฌานสมฺปยุตฺตํ ปีตึ ขยโต วยโต สมฺมสติ, ตสฺส วิปสฺสนากฺขเณ ลกฺขณปฏิเวธา อสมฺโมหโต ปีติ ปฏิสํวิทิตา โหติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ปฏิสมฺภิทายํ ‘ทีฆํ อสฺสาสวเสน จิตฺตสฺส เอกคฺคตํ อวิกฺเขปํ ปชานโต สติ อุปฏฺฐิตา โหติ, ตาย สติยา, เตน ญาเณน สา ปีติ ปฏิสํวิทิตา โหตี’ติ. เอเตเนว นเยน อวเสสปทานิปิ อตฺถโต เวทิตพฺพานี’’ติ.

อิติ ยเถว ฌานปฏิลาเภน อารมฺมณโต ปีติสุขจิตฺตสงฺขารา ปฏิสํวิทิตา โหนฺติ, เอวํ อิมินาปิ ฌานสมฺปยุตฺเตน เวทนาสงฺขาตมนสิการปฏิลาเภน อารมฺมณโต เวทนา ปฏิสํวิทิตา โหติ. ตสฺมา สุวุตฺตเมตํ โหติ ‘‘เวทนาสุ เวทนานุปสฺสี ตสฺมึ สมเย ภิกฺขุ วิหรตี’’ติ.

นาหํ, ภิกฺขเว, มุฏฺฐสฺสติสฺส อสมฺปชานสฺสาติ เอตฺถ อยมธิปฺปาโย – ยสฺมา จิตฺตปฏิสํเวที อสฺสสิสฺสามีติอาทินา นเยน ปวตฺโต ภิกฺขุ กิญฺจาปิ อสฺสาสปสฺสาสนิมิตฺตํ อารมฺมณํ กโรติ, ตสฺส ปน จิตฺตสฺส อารมฺมเณ สติญฺจ สมฺปชญฺญญฺจ อุปฏฺฐเปตฺวา ปวตฺตนโต จิตฺเต จิตฺตานุปสฺสีเยว นาเมส โหติ. น หิ มุฏฺฐสฺสติสฺส อสมฺปชานสฺส อานาปานสฺสติภาวนา อตฺถิ. ตสฺมา อารมฺมณโต จิตฺตปฏิสํวิทิตาทิวเสน จิตฺเต จิตฺตานุปสฺสี ตสฺมึ สมเย ภิกฺขุ วิหรตีติ. โส ยํ ตํ อภิชฺฌาโทมนสฺสานํ ปหานํ, ตํ ปญฺญาย ทิสฺวา สาธุกํ อชฺฌุเปกฺขิตา โหตีติ เอตฺถ อภิชฺฌาย กามจฺฉนฺทนีวรณํ, โทมนสฺสวเสน พฺยาปาทนีวรณํ ทสฺสิตํ. อิทญฺหิ จตุกฺกํ วิปสฺสนาวเสเนว วุตฺตํ, ธมฺมานุปสฺสนา จ นีวรณปพฺพาทิวเสน ฉพฺพิธา โหติ, ตสฺสา นีวรณปพฺพํ อาทิ, ตสฺสปิ อิทํ นีวรณทฺวยํ อาทิ, อิติ ธมฺมานุปสฺสนาย อาทึ ทสฺเสตุํ ‘‘อภิชฺฌาโทมนสฺสาน’’นฺติ อาห. ปหานนฺติ อนิจฺจานุปสฺสนาย นิจฺจสญฺญํ ปชหตีติ เอวํ ปหานกรญาณํ อธิปฺเปตํ. ตํ ปญฺญาย ทิสฺวาติ ตํ อนิจฺจวิราคนิโรธปฏินิสฺสคฺคาญาณสงฺขาตํ ปหานญาณํ อปราย วิปสฺสนาปญฺญาย, ตมฺปิ อปรายาติ เอวํ วิปสฺสนาปรมฺปรํ ทสฺเสติ. อชฺฌุเปกฺขิตา โหตีติ ยญฺจ สมถปฏิปนฺนํ อชฺฌุเปกฺขติ, ยญฺจ เอกโต อุปฏฺฐานํ อชฺฌุเปกฺขตีติ ทฺวิธา อชฺฌุเปกฺขติ นาม. ตตฺถ สหชาตานมฺปิ อชฺฌุเปกฺขนา โหติ อารมฺมณสฺสปิ อชฺฌุเปกฺขนา, อิธ อารมฺมณอชฺฌุเปกฺขนา อธิปฺเปตา. ตสฺมาติห, ภิกฺขเวติ ยสฺมา อนิจฺจานุปสฺสี อสฺสสิสฺสามีติอาทินา นเยน ปวตฺโต น เกวลํ นีวรณาทิธมฺเม, อภิชฺฌาโทมนสฺสสีเสน ปน วุตฺตานํ ธมฺมานํ ปหานญาณมฺปิ ปญฺญาย ทิสฺวา อชฺฌุเปกฺขิตา โหติ, ตสฺมา ‘‘ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี ตสฺมึ สมเย ภิกฺขุ วิหรตี’’ติ เวทิตพฺโพ.

๑๕๐. ปวิจินตีติ อนิจฺจาทิวเสน ปวิจินติ. อิตรํ ปททฺวยํ เอตสฺเสว เววจนํ. นิรามิสาติ นิกฺกิเลสา. ปสฺสมฺภตีติ กายิกเจตสิกทรถปฏิปฺปสฺสทฺธิยา กาโยปิ จิตฺตมฺปิ ปสฺสมฺภติ. สมาธิยตีติ สมฺมา ฐปิยติ, อปฺปนาปตฺตํ วิย โหติ. อชฺฌุเปกฺขิตา โหตีติ สหชาตอชฺฌุเปกฺขนาย อชฺฌุเปกฺขิตา โหติ.

เอวํ จุทฺทสวิเธน กายปริคฺคาหกสฺส ภิกฺขุโน ตสฺมึ กาเย สติ สติสมฺโพชฺฌงฺโค, สติยา สมฺปยุตฺตํ ญาณํ ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค, ตํสมฺปยุตฺตเมว กายิกเจตสิกวีริยํ วีริยสมฺโพชฺฌงฺโค, ปีติ, ปสฺสทฺธิ, จิตฺเตกคฺคตา สมาธิสมฺโพชฺฌงฺโค, อิเมสํ ฉนฺนํ สมฺโพชฺฌงฺคานํ อโนสกฺกนอนติวตฺตนสงฺขาโต มชฺฌตฺตากาโร อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค. ยเถว หิ สมปฺปวตฺเตสุ อสฺเสสุ สารถิโน ‘‘อยํ โอลียตี’’ติ ตุทนํ วา, ‘‘อยํ อติธาวตี’’ติ อากฑฺฒนํ วา นตฺถิ, เกวลํ เอวํ ปสฺสมานสฺส ฐิตากาโรว โหติ, เอวเมว อิเมสํ ฉนฺนํ สมฺโพชฺฌงฺคานํ อโนสกฺกนอนติวตฺตนสงฺขาโต มชฺฌตฺตากาโร อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค นาม โหติ. เอตฺตาวตา กึ กถิตํ? เอกจิตฺตกฺขณิกา นานารสลกฺขณา วิปสฺสนาสมฺโพชฺฌงฺคา นาม กถิตา.

๑๕๒. วิเวกนิสฺสิตนฺติอาทีนิ วุตฺตตฺถาเนว. เอตฺถ ปน อานาปานปริคฺคาหิกา สติ โลกิยา โหติ, โลกิยา อานาปานา โลกิยสติปฏฺฐานํ ปริปูเรนฺติ, โลกิยา สติปฏฺฐานา โลกุตฺตรโพชฺฌงฺเค ปริปูเรนฺติ, โลกุตฺตรา โพชฺฌงฺคา วิชฺชาวิมุตฺติผลนิพฺพานํ ปริปูเรนฺติ. อิติ โลกิยสฺส อาคตฏฺฐาเน โลกิยํ กถิตํ, โลกุตฺตรสฺส อาคตฏฺฐาเน โลกุตฺตรํ กถิตนฺติ. เถโร ปนาห ‘‘อญฺญตฺถ เอวํ โหติ, อิมสฺมึ ปน สุตฺเต โลกุตฺตรํ อุปริ อาคตํ, โลกิยา อานาปานา โลกิยสติปฏฺฐาเน ปริปูเรนฺติ, โลกิยา สติปฏฺฐานา โลกิเย โพชฺฌงฺเค ปริปูเรนฺติ, โลกิยา โพชฺฌงฺคา โลกุตฺตรํ วิชฺชาวิมุตฺติผลนิพฺพานํ ปริปูเรนฺติ, วิชฺชาวิมุตฺติปเทน หิ อิธ วิชฺชาวิมุตฺติผลนิพฺพานํ อธิปฺเปต’’นฺติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

อานาปานสฺสติสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.