๕. อปรลกุณฺฑกภทฺทิยสุตฺตวณฺณนา

๖๕. ปญฺจเม สมฺพหุลานํ ภิกฺขูนํ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโตติ อายสฺมา ลกุณฺฑกภทฺทิโย เอกทิวสํ สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ คามนฺตเรน ปิณฺฑาย จริตฺวา กตภตฺตกิจฺโจ ปตฺตํ โวทกํ กตฺวา ถวิกาย ปกฺขิปิตฺวา อํเส ลคฺเคตฺวา จีวรํ สงฺฆริตฺวา ตมฺปิ วามํเส ฐเปตฺวา ปาสาทิเกน อภิกฺกนฺเตน ปฏิกฺกนฺเตน อาโลกิเตน วิโลกิเตน สมิญฺชิเตน ปสาริเตน โอกฺขิตฺตจกฺขุ อิริยาปถสมฺปนฺโน อตฺตโน สติปญฺญาเวปุลฺลํ ปกาเสนฺโต วิย สติสมฺปชญฺญํ สูปฏฺฐิตํ กตฺวา สมาหิเตน จิตฺเตน ปเท ปทํ นิกฺขิปนฺโต คจฺฉติ, คจฺฉนฺโต จ ภิกฺขูนํ ปจฺฉโต ปจฺฉโต คจฺฉติ เตหิ ภิกฺขูหิ อสํมิสฺโส. กสฺมา? อสํสฏฺฐวิหาริตาย. อปิจ ตสฺสายสฺมโต รูปํ ปริภูตํ ปริภวฏฺฐานียํ ปุถุชฺชนา โอหีเฬนฺติ. เถโร ตํ ชานิตฺวา ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต คจฺฉติ ‘‘มา อิเม มํ นิสฺสาย อปุญฺญํ ปสวึสู’’ติ. เอวํ เต ภิกฺขู จ เถโร จ สาวตฺถึ ปตฺวา วิหารํ ปวิสิตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมนฺติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา ลกุณฺฑกภทฺทิโย’’ติอาทิ.

ตตฺถ ทุพฺพณฺณนฺติ วิรูปํ. เตนสฺส วณฺณสมฺปตฺติยา สณฺฐานสมฺปตฺติยา จ อภาวํ ทสฺเสติ. ทุทฺทสิกนฺติ อปาสาทิกทสฺสนํ. เตนสฺส อนุพฺยญฺชนสมฺปตฺติยา อาการสมฺปตฺติยา จ อภาวํ ทสฺเสติ. โอโกฏิมกนฺติ รสฺสํ. อิมินา อาโรหสมฺปตฺติยา อภาวํ ทสฺเสติ. เยภุยฺเยน ภิกฺขูนํ ปริภูตรูปนฺติ ปุถุชฺชนภิกฺขูหิ โอหีฬิตรูปํ. ปุถุชฺชนา เอกจฺเจ ฉพฺพคฺคิยาทโย ตสฺสายสฺมโต คุณํ อชานนฺตา หตฺถกณฺณจูฬิกาทีสุ คณฺหนฺตา ปรามสนฺตา กีฬนฺตา ปริภวนฺติ, น อริยา, กลฺยาณปุถุชฺชนา วา.

ภิกฺขู อามนฺเตสีติ กสฺมา อามนฺเตสิ? เถรสฺส คุณํ ปกาเสตุํ. เอวํ กิร ภควโต อโหสิ ‘‘อิเม ภิกฺขู มม ปุตฺตสฺส มหานุภาวตํ น ชานนฺติ, เตน ตํ ปริภวนฺติ, ตํ เนสํ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขาย ภวิสฺสติ, หนฺทาหํ อิมสฺส คุเณ ภิกฺขูนํ ปกาเสตฺวา ปริภวโต นํ โมเจสฺสามี’’ติ.

ปสฺสถ โนติ ปสฺสถ นุ. น จ สา สมาปตฺติ สุลภรูปา, ยา เตน ภิกฺขุนา อสมาปนฺนปุพฺพาติ รูปสมาปตฺติ อรูปสมาปตฺติ พฺรหฺมวิหารสมาปตฺติ นิโรธสมาปตฺติ ผลสมาปตฺตีติ เอวํ ปเภทา สาวกสาธารณา ยา กาจิ สมาปตฺติโย นาม, ตาสุ เอกาปิ สมาปตฺติ น สุลภรูปา, ทุลฺลภา, นตฺถิเยว สา เตน ลกุณฺฑกภทฺทิเยน ภิกฺขุนา อสมาปนฺนปุพฺพา. เอเตนสฺส ยํ วุตฺตํ. ‘‘มหิทฺธิโก มหานุภาโว’’ติ, ตตฺถ มหิทฺธิกตํ ปกาเสตฺวา อิทานิ มหานุภาวตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺส จตฺถายา’’ติอาทิมาห. ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว. เอตฺถ จ ภควา ‘‘เอโส, ภิกฺขเว, ภิกฺขู’’ติอาทินา, ‘‘ภิกฺขเว, อยํ ภิกฺขุ น โย วา โส วา ทุพฺพณฺโณ ทุทฺทสิโก โอโกฏิมโกติ ภิกฺขูนํ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อาคจฺฉตีติ จ เอตฺตเกน น โอญฺญาตพฺโพ, อถ โข มหิทฺธิโก มหานุภาโว, ยํกิญฺจิ สาวเกน ปตฺตพฺพํ, สพฺพํ ตํ เตน อนุปฺปตฺตํ, ตสฺมา ตํ ปาสาณจฺฉตฺตํ วิย ครุํ กตฺวา โอโลเกถ, ตํ โว ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย ภวิสฺสตี’’ติ ทสฺเสติ.

เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ เอตํ อายสฺมโต ลกุณฺฑกภทฺทิยสฺส มหิทฺธิกตามหานุภาวตาทิเภทํ คุณราสึ สพฺพาการโต ชานิตฺวา ตทตฺถทีปนํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ.

ตตฺถ เนลงฺโคติ เอลํ วุจฺจติ โทโส, นาสฺส เอลนฺติ เนลํ. กึ ปน ตํ? สุปริสุทฺธสีลํ. ตญฺหิ นิทฺโทสฏฺเฐน อิธ ‘‘เนล’’นฺติ อธิปฺเปตํ. ตํ เนลํ ปธานภูตํ องฺคํ เอตสฺสาติ เนลงฺโค. โส ยํ ‘‘รโถ’’ติ วกฺขติ, เตน สมฺพนฺโธ, ตสฺมา สุปริสุทฺธสีลงฺโคติ อตฺโถ. อรหตฺตผลสีลญฺหิ อิธาธิปฺเปตํ. เสโต ปจฺฉาโท เอตสฺสาติ เสตปจฺฉาโท. ปจฺฉาโทติ รถสฺส อุปริ อตฺถริตพฺพกมฺพลาทิ. โส ปน สุปริสุทฺธธวลภาเวน เสโต วา โหติ รตฺตนีลาทีสุ วา อญฺญตโร. อิธ ปน อรหตฺตผลวิมุตฺติยา อธิปฺเปตตฺตา สุปริสุทฺธภาวํ อุปาทาย ‘‘เสตปจฺฉาโท’’ติ วุตฺตํ ยถา อญฺญตฺราปิ ‘‘รโถ สีลปริกฺขาโร’’ติ. เอโก สติสงฺขาโต อโร เอตสฺสาติ เอกาโร. วตฺตตีติ ปวตฺตติ. รโถติ เถรสฺส อตฺตภาวํ สนฺธาย วทติ.

อนีฆนฺติ นิทฺทุกฺขํ, โขภวิรหิตํ ยานํ วิย กิเลสปริโขภวิรหิตนฺติ อตฺโถ. อายนฺตนฺติ สมฺพหุลานํ ภิกฺขูนํ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อาคจฺฉนฺตํ. ฉินฺนโสตนฺติ ปจฺฉินฺนโสตํ. ปกติรถสฺส หิ สุขปวตฺตนตฺถํ อกฺขสีเสสุ นาภิยญฺจ อุปลิตฺตานํ สปฺปิเตลาทีนํ โสโต สวนํ สนฺทนํ โหติ, เตน โส อจฺฉินฺนโสโต นาม โหติ. อยํ ปน ฉตฺตึสติยา โสตานํ อนวเสสโต ปหีนตฺตา ฉินฺนโสโต นาม โหติ, ตํ ฉินฺนโสตํ. นตฺถิ เอตสฺส พนฺธนนฺติ อพนฺธโน. รถูปตฺถรสฺส หิ อกฺเขน สทฺธึ นิจฺจลภาวกรณตฺถํ พหูนิ พนฺธนานิ โหนฺติ, เตน โส สพนฺธโน. อยํ ปน สพฺพสํโยชนพนฺธนานํ อนวเสสโต ปริกฺขีณตฺตา อพนฺธโน, ตํ อพนฺธนํ. ปสฺสาติ ภควา เถรสฺส คุเณหิ โสมนสฺสปฺปตฺโต หุตฺวา อตฺตานํ วทติ.

อิติ สตฺถา อายสฺมนฺตํ ลกุณฺฑกภทฺทิยํ อรหตฺตผลสีเสน สุจกฺกํ, อรหตฺตผลวิมุตฺติยา สุอุตฺตรจฺฉทํ, สูปฏฺฐิตาย สติยา สฺวารํ, กิเลสปริโขภาภาเวน อปริโขภํ, ตณฺหูปเลปาภาเวน อนุปเลปํ, สํโยชนาทีนํ อภาเวน อพนฺธนํ สุปริกฺขิตฺตํ สุยุตฺตํ อาชญฺญรถํ กตฺวา ทสฺเสติ.

ปญฺจมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.