๑. ปฐมลกุณฺฑกภทฺทิยสุตฺตวณฺณนา

๖๑. จูฬวคฺคสฺส ปฐเม ลกุณฺฑกภทฺทิยนฺติ เอตฺถ ภทฺทิโยติ ตสฺส อายสฺมโต นามํ, กายสฺส ปน รสฺสตฺตา ‘‘ลกุณฺฑกภทฺทิโย’’ติ นํ สญฺชานนฺติ. โส กิร สาวตฺถิวาสี กุลปุตฺโต มหทฺธโน มหาโภโค รูเปน อปาสาทิโก ทุพฺพณฺโณ ทุทฺทสิโก โอโกฏิมโก. โส เอกทิวสํ สตฺถริ เชตวเน วิหรนฺเต อุปาสเกหิ สทฺธึ วิหารํ คนฺตฺวา ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา ลทฺธูปสมฺปโท สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต โสตาปตฺติผลํ ปาปุณิ. ตทา เสกฺขา ภิกฺขู เยภุยฺเยน อายสฺมนฺตํ สาริปุตฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา อุปริมคฺคตฺถาย กมฺมฏฺฐานํ ยาจนฺติ, ธมฺมเทสนํ ยาจนฺติ, ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติ. โส เตสํ อธิปฺปายํ ปูเรนฺโต กมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขติ, ธมฺมํ เทเสติ, ปญฺหํ วิสฺสชฺเชติ. เต ฆเฏนฺตา วายมนฺตา อปฺเปกจฺเจ สกทาคามิผลํ, อปฺเปกจฺเจ อนาคามิผลํ, อปฺเปกจฺเจ อรหตฺตํ, อปฺเปกจฺเจ ติสฺโส วิชฺชา, อปฺเปกจฺเจ ฉฬภิญฺญา, อปฺเปกจฺเจ จตสฺโส ปฏิสมฺภิทา อธิคจฺฉนฺติ. เต ทิสฺวา ลกุณฺฑกภทฺทิโยปิ เสโข สมาโน กาลํ ญตฺวา อตฺตโน จิตฺตกลฺลตญฺจ สลฺเลขญฺจ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ธมฺมเสนาปตึ อุปสงฺกมิตฺวา กตปฏิสนฺถาโร สมฺโมทมาโน ธมฺมเทสนํ ยาจิ. โสปิสฺส อชฺฌาสยสฺส อนุรูปํ กถํ กเถสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา สาริปุตฺโต อายสฺมนฺตํ ลกุณฺฑกภทฺทิยํ อเนกปริยาเยน ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสตี’’ติอาทิ.

ตตฺถ อเนกปริยาเยนาติ ‘‘อิติปิ ปญฺจกฺขนฺธา อนิจฺจา, อิติปิ ทุกฺขา, อิติปิ อนตฺตา’’ติ เอวํ อเนเกหิ การเณหิ. ธมฺมิยา กถายาติ ปญฺจนฺนํ อุปาทานกฺขนฺธานํ อุทยพฺพยาทิปกาสนิยา ธมฺมิยา กถาย. สนฺทสฺเสตีติ ตานิเยว อนิจฺจาทิลกฺขณานิ อุทยพฺพยาทิเก จ สมฺมา ทสฺเสติ, หตฺเถน คเหตฺวา วิย ปจฺจกฺขโต ทสฺเสติ. สมาทเปตีติ ตตฺถ ลกฺขณารมฺมณิกํ วิปสฺสนํ สมฺมา อาทเปติ, ยถา วีถิปฏิปนฺนา หุตฺวา ปวตฺตติ, เอวํ คณฺหาเปติ. สมุตฺเตเชตีติ วิปสฺสนาย อารทฺธาย สงฺขารานํ อุทยพฺพยาทีสุ อุปฏฺฐหนฺเตสุ ยถากาลํ ปคฺคหนิคฺคหสมุเปกฺขเณหิ โพชฺฌงฺคานํ อนุปวตฺตเนน ภาวนํ มชฺฌิมํ วีถึ โอตาเรตฺวา ยถา วิปสฺสนาญาณํ สูรํ ปสนฺนํ หุตฺวา วหติ, เอวํ อินฺทฺริยานํ วิสทภาวกรเณน วิปสฺสนาจิตฺตํ สมฺมา อุตฺเตเชติ, วิสทาปนวเสน โวทเปติ. สมฺปหํเสตีติ ตถา ปวตฺติยมานาย วิปสฺสนาย สมปฺปวตฺตภาวนาวเสน เจว อุปริลทฺธพฺพภาวนาพเลน จ จิตฺตํ สมฺมา ปหํเสติ, ลทฺธสฺสาทวเสน วา สุฏฺฐุ โตเสติ. อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ วิมุจฺจีติ ยถา ยถา ธมฺมเสนาปติ ธมฺมํ เทเสติ, ตถา ตถา ตถลกฺขณํ วิปสฺสนฺตสฺส เถรสฺส จ เทสนานุภาเวน, อตฺตโน จ อุปนิสฺสยสมฺปตฺติยา ญาณสฺส ปริปากํ คตตฺตา เทสนานุสาเรน ญาเณ อนุปวตฺตนฺเต กามาสวาทีสุ กญฺจิ อาสวํ อคฺคเหตฺวา มคฺคปฏิปาฏิยาว อนวเสสโต จิตฺตํ วิมุจฺจิ, อรหตฺตผลํ สจฺฉากาสีติ อตฺโถ.

เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ เอตํ อายสฺมโต ลกุณฺฑกภทฺทิยสฺส อญฺญาราธนสงฺขาตํ อตฺถํ สพฺพาการโต วิทิตฺวา ตทตฺถทีปนํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ.

ตตฺถ อุทฺธนฺติ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา จ. อโธติ กามธาตุยา. สพฺพธีติ สพฺพสฺมิมฺปิ สงฺขารคเต. วิปฺปมุตฺโตติ ปุพฺพภาเค วิกฺขมฺภนวิมุตฺติยา อปรภาเค สมุจฺเฉทปฏิปสฺสทฺธิวิมุตฺตีหิ สพฺพปฺปกาเรน วิมุตฺโต. เอตฺถ จ อุทฺธํ วิปฺปมุตฺโตติ เอเตน ปญฺจุทฺธมฺภาคิยสํโยชนปหานํ ทสฺเสติ. อโธ วิปฺปมุตฺโตติ เอเตน ปญฺโจรมฺภาคิยสํโยชนปหานํ. สพฺพธิ วิปฺปมุตฺโตติ เอเตน อวสิฏฺฐสพฺพากุสลปหานํ ทสฺเสติ. อถ วา อุทฺธนฺติ อนาคตกาลคฺคหณํ. อโธติ อตีตกาลคฺคหณํ. อุภยคฺคหเณเนว ตทุภยปฏิสํยุตฺตตฺตา ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธา คหิโต โหติ, ตตฺถ อนาคตกาลคฺคหเณน อนาคตกฺขนฺธายตนธาตุโย คหิตา. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. สพฺพธีติ กามเภทาทิเก สพฺพสฺมึ ภเว. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อนาคโต อตีโต ปจฺจุปฺปนฺโนติ เอวํ ติยทฺธสงฺคหิเต สพฺพสฺมึ ภเว วิปฺปมุตฺโตติ.

อยํหมสฺมีติ อนานุปสฺสีติ โย เอวํ วิปฺปมุตฺโต, โส รูปเวทนาทีสุ ‘‘อยํ นาม ธมฺโม อหมสฺมี’’ติ ทิฏฺฐิมานมญฺญนาวเสน เอวํ นานุปสฺสติ. ตสฺส ตถา ทสฺสเน การณํ นตฺถีติ อธิปฺปาโย. อถ วา อยํหมสฺมีติ อนานุปสฺสีติ อิทํ ยถาวุตฺตาย วิมุตฺติยา อธิคมุปายทีปนํ. ติยทฺธสงฺคหิเต เตภูมเก สงฺขาเร ‘‘เอตํ มม, เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตา’’ติ ปวตฺตนสภาวาย มญฺญนาย อนธิฏฺฐานํ กตฺวา ‘‘เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เม โส อตฺตา’’ติ เอวํ อุปฺปชฺชมานา ยา ปุพฺพภาควุฏฺฐานคามินี วิปสฺสนา, สา วิมุตฺติยา ปทฏฺฐานํ. เอวํ วิมุตฺโต อุทตาริ โอฆํ, อติณฺณปุพฺพํ อปุนพฺภวายาติ เอวํ ทสหิ สํโยชเนหิ สพฺพากุสเลหิ จ สพฺพถา วิมุตฺโต อรหา อริยมคฺคาธิคมนโต ปุพฺเพ สุปินนฺเตปิ อติณฺณปุพฺพํ กาโมโฆ ภโวโฆ ทิฏฺโฐโฆ อวิชฺโชโฆติ อิมํ จตุพฺพิธํ โอฆํ, สํสารมโหฆเมว วา อปุนพฺภวาย อนุปาทิเสสาย นิพฺพานาย อุทตาริ อุตฺติณฺโณ, อุตฺตริตฺวา ปาเร ฐิโตติ อตฺโถ.

ปฐมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.