๓. สุปฺปพุทฺธกุฏฺฐิสุตฺตวณฺณนา
๔๓. ตติเย ราชคเห สุปฺปพุทฺโธ นาม กุฏฺฐี อโหสีติ สุปฺปพุทฺธนามโก เอโก ปุริโส ราชคเห อโหสิ. โส จ กุฏฺฐี กุฏฺฐโรเคน พาฬฺหวิทูสิตคตฺโต. มนุสฺสทลิทฺโทติ ยตฺตกา ราชคเห มนุสฺสา เตสุ สพฺพทุคฺคโต. โส หิ สงฺการกูฏวติอาทีสุ มนุสฺเสหิ ฉฑฺฑิตปิโลติกขณฺฑานิ สิพฺพิตฺวา ปริทหติ, กปาลํ คเหตฺวา ฆรา ฆรํ คนฺตฺวา ลทฺธอาจามอุจฺฉิฏฺฐภตฺตานิ นิสฺสาย ชีวติ, ตมฺปิ ปุพฺเพ กตกมฺมปจฺจยา น ยาวทตฺถํ ลภติ. เตน วุตฺตํ ‘‘มนุสฺสทลิทฺโท’’ติ. มนุสฺสกปโณติ มนุสฺเสสุ ปรมกปณตํ ปตฺโต. มนุสฺสวราโกติ มนุสฺสานํ หีฬิตปริภูตตาย อติวิย ทีโน. มหติยา ปริสายาติ มหติยา ภิกฺขุปริสาย เจว อุปาสกปริสาย จ.
เอกทิวสํ กิร ภควา มหาภิกฺขุสงฺฆปริวาโร ราชคหํ ปิณฺฑาย ปวิสิตฺวา ภิกฺขูนํ สุลภปิณฺฑปาตํ กตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฺปฏิกฺกนฺโต กติปยภิกฺขุปริวาโร นิกฺขนฺโต เยหิ ทานํ ทินฺนํ, เตสํ อุปาสกานํ อวเสสภิกฺขูนญฺจ อาคมนํ อาคมยมาโน อนฺโตนคเรเยว อญฺญตรสฺมึ รมณีเย ปเทเส อฏฺฐาสิ. ตาวเทว ภิกฺขู ตโต ตโต อาคนฺตฺวา ภควนฺตํ ปริวาเรสุํ, อุปาสกาปิ ‘‘อนุโมทนํ สุตฺวา วนฺทิตฺวา นิวตฺติสฺสามา’’ติ ภควนฺตํ อุปสงฺกมึสุ, มหาสนฺนิปาโต อโหสิ. ภควา นิสีทนาการํ ทสฺเสสิ. ตาวเทว พุทฺธารหํ อาสนํ ปญฺญาเปสุํ. อถ ภควา อสีติอนุพฺยญฺชนปฺปฏิมณฺฑิเตหิ ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขเณหิ วิโรจมานาย พฺยามปฺปภาปริกฺเขปสมุชฺชลาย นีลปีตโลหิโตทาตมญฺเชฏฺฐปภสฺสรานํ วเสน ฉพฺพณฺณพุทฺธรํสิโย วิสฺสชฺเชนฺติยา อนุปมาย รูปกายสิริยา สกลเมว ตํ ปเทสํ โอภาเสนฺโต ตาราคณปริวุโต วิย ปุณฺณจนฺโท ภิกฺขุคณปริวุโต ปญฺญตฺตวรพุทฺธาสเน นิสีทิตฺวา มโนสิลาตเล เกสรสีโห วิย สีหนาทํ นทนฺโต กรวีกรุตมญฺชุนา พฺรหฺมสฺสเรน ธมฺมํ เทเสติ.
ภิกฺขูปิ โข อปฺปิจฺฉา สนฺตุฏฺฐา ปวิวิตฺตา อสํสฏฺฐา อารทฺธวีริยา ปหิตตฺตา โจทกา ปาปครหิโน วตฺตาโร วจนกฺขมา สีลสมฺปนฺนา สมาธิสมฺปนฺนา ปญฺญาสมฺปนฺนา วิมุตฺติสมฺปนฺนา วิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปนฺนา เมฆวณฺณํ ปํสุกูลจีวรํ ปารุปิตฺวา สุวมฺมิตา วิย คนฺธหตฺถิโน ภควนฺตํ ปริวาเรตฺวา โอหิตโสตา ธมฺมํ สุณนฺติ. อุปาสกาปิ สุทฺธวตฺถนิวตฺถา สุทฺธุตฺตราสงฺคา ปุพฺพณฺหสมยํ มหาทานานิ ปวตฺเตตฺวา คนฺธมาลาทีหิ ภควนฺตํ ปูเชตฺวา วนฺทิตฺวา ภิกฺขุสงฺฆสฺส นิปจฺจการํ ทสฺเสตฺวา ภควนฺตํ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ ปริวาเรตฺวา สํยตหตฺถปาทา โอหิตโสตา สกฺกจฺจํ ธมฺมํ สุณนฺติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘เตน โข ปน สมเยน ภควา มหติยา ปริสาย ปริวุโต ธมฺมํ เทเสนฺโต นิสินฺโน โหตี’’ติ.
สุปฺปพุทฺโธ ปน ชิฆจฺฉาทุพฺพลฺยปเรโต ฆาสปริเยสนํ จรมาโน อนฺตรวีถึ โอติณฺโณ ทูรโตว ตํ มหาชนสนฺนิปาตํ ทิสฺวา, ‘‘กึ นุ โข อยํ มหาชนกาโย สนฺนิปติโต, อทฺธา เอตฺถ โภชนํ ทียติ มญฺเญ, อปฺเปว นาเมตฺถ คเตน กิญฺจิ ขาทนียํ วา โภชนียํ วา ลทฺธุํ สกฺกา’’ติ สญฺชาตาภิลาโส ตตฺถ คนฺตฺวา อทฺทส ภควนฺตํ ปาสาทิกํ ทสฺสนียํ ปสาทนียํ อุตฺตมทมถสมถมนุปฺปตฺตํ ทนฺตํ คุตฺตํ สนฺตินฺทฺริยํ สุสมาหิตํ ตาย ปริสาย ปริวุตํ ธมฺมํ เทเสนฺตํ, ทิสฺวาน ปุริมชาติสมฺภตาย ปริปกฺกาย อุปนิสฺสยสมฺปตฺติยา โจทิยมาโน ‘‘ยํนูนาหมฺปิ ธมฺมํ สุเณยฺย’’นฺติ ปริสปริยนฺเต นิสีทิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘อทฺทสา โข สุปฺปพุทฺโธ กุฏฺฐี…เป… ตตฺเถว เอกมนฺตํ นิสีทิ ‘อหมฺปิ ธมฺมํ โสสฺสามี’’’ติ.
สพฺพาวนฺตนฺติ สพฺพาวตึ หีนาทิสพฺพปุคฺคลวตํ, ตตฺถ กิญฺจิปิ อนวเสเสตฺวาติ อตฺโถ. ‘‘สพฺพวนฺต’’นฺติปิ ปฐนฺติ. เจตสาติ พุทฺธจกฺขุสมฺปยุตฺตจิตฺเตน. จิตฺตสีเสน หิ ญาณํ นิทฺทิฏฺฐํ, ตสฺมา อาสยานุสยญาเณน อินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาเณน จาติ อตฺโถ. เจโต ปริจฺจ มนสากาสีติ ตสฺสา ปริสาย จิตฺตํ ปจฺเจกํ ปริจฺฉินฺทิตฺวา มนสิ อกาสิ เต โวโลเกสิ. ภพฺโพ ธมฺมํ วิญฺญาตุนฺติ มคฺคผลธมฺมํ อธิคนฺตุํ สมตฺโถ, อุปนิสฺสยสมฺปนฺโนติ อตฺโถ. เอตทโหสีติ อยํ สุปฺปพุทฺโธ กิญฺจาปิ ตครสิขิมฺหิ ปจฺเจกพุทฺเธ อปรชฺฌิตฺวา อีทิโส ชาโต, มคฺคผลูปนิสฺสโย ปนสฺส ปํสุปฏิจฺฉนฺนสุวณฺณนิกฺขํ วิย อนฺโตหทเยเยว วิชฺโชตติ, ตสฺมา สุวิญฺญาปิโยติ อิทํ อโหสิ. เตนาห – ‘‘อยํ โข อิธ ภพฺโพ ธมฺมํ วิญฺญาตุ’’นฺติ.
อนุปุพฺพึ กถนฺติ ทานานนฺตรํ สีลํ, สีลานนฺตรํ สคฺคํ, สคฺคานนฺตรํ มคฺคนฺติ เอวํ อนุปฏิปาฏิกถํ. ภควา หิ ปฐมํ เหตุนา สทฺธึ อสฺสาทํ ทสฺเสตฺวา ตโต สตฺเต วิเวเจตุํ นานานเยหิ อาทีนวํ ปกาเสตฺวา อาทีนวสวเนน สํวิคฺคหทยานํ เนกฺขมฺมคุณวิภาวนมุเขน จ วิวฏฺฏํ ทสฺเสติ.
ทานกถนฺติ อิทํ นาม สุขานํ นิทานํ, สมฺปตฺตีนํ มูลํ, โภคานํ ปติฏฺฐา, วิสมคตสฺส ตาณํ เลณํ คติ ปรายณํ, อิธโลกปรโลเกสุ ทานสทิโส อวสฺสโย ปติฏฺฐา อาลมฺพนํ ตาณํ เลณํ คติ ปรายณํ นตฺถิ. อิทญฺหิ อวสฺสยฏฺเฐน รตนมยสีหาสนสทิสํ, ปติฏฺฐานฏฺเฐน มหาปถวิสทิสํ, อาลมฺพนฏฺเฐน อาลมฺพนรชฺชุสทิสํ, ทุกฺขนิตฺถรณฏฺเฐน นาวาสทิสํ, สมสฺสาสนฏฺเฐน สงฺคามสูโร, ภยปริตฺตาณฏฺเฐน สุปริขาปริกฺขิตฺตนครํ, มจฺเฉรมลาทีหิ อนุปลิตฺตฏฺเฐน ปทุมํ, เตสํ นิทหนฏฺเฐน ชาตเวโท, ทุราสทฏฺเฐน อาสีวิโส, อสนฺตาสฏฺเฐน สีโห, พลวนฺตฏฺเฐน หตฺถี, อภิมงฺคลสมฺมตฏฺเฐน เสตอุสโภ, เขมนฺตภูมิสมฺปาปนฏฺเฐน วลาหโก อสฺสราชา. ทานญฺหิ โลเก รชฺชสิรึ เทติ, จกฺกวตฺติสมฺปตฺตึ สกฺกสมฺปตฺตึ มารสมฺปตฺตึ พฺรหฺมสมฺปตฺตึ สาวกปารมีญาณํ ปจฺเจกโพธิญาณํ สมฺมาสมฺโพธิญาณํ เทตีติ เอวมาทิทานคุณปฺปฏิสํยุตฺตกถํ.
ยสฺมา ปน ทานํ เทนฺโต สีลํ สมาทาตุํ สกฺโกติ, ตสฺมา ทานกถานนฺตรํ สีลกถํ กเถสิ. สีลกถนฺติ สีลํ นาเมตํ สตฺตานํ อวสฺสโย ปติฏฺฐา อาลมฺพนํ ตาณํ เลณํ คติ ปรายณํ. อิธโลกปรโลกสมฺปตฺตีนญฺหิ สีลสทิโส อวสฺสโย ปติฏฺฐา อาลมฺพนํ ตาณํ เลณํ คติ ปรายณํ นตฺถิ, สีลาลงฺการสทิโส อลงฺกาโร, สีลปุปฺผสทิสํ ปุปฺผํ, สีลคนฺธสทิโส คนฺโธ นตฺถิ, สีลาลงฺกาเรน หิ อลงฺกตํ สีลกุสุมปิฬนฺธิตํ สีลคนฺธานุลิตฺตํ สเทวโก โลโก โอโลเกนฺโต ติตฺตึ น คจฺฉตีติ เอวมาทีหิ สีลคุณปฺปฏิสํยุตฺตกถํ.
อิทํ ปน สีลํ นิสฺสาย อยํ สคฺโค ลพฺภตีติ ทสฺเสตุํ สีลานนฺตรํ สคฺคกถํ กเถสิ. สคฺคกถนฺติ สคฺโค นาม อิฏฺโฐ กนฺโต มนาโป, นิจฺจเมตฺถ กีฬา นิจฺจสมฺปตฺติโย ลพฺภนฺติ, จาตุมหาราชิกา เทวา นวุติวสฺสสตสหสฺสานิ ทิพฺพสุขํ ทิพฺพสมฺปตฺตึ ปฏิลภนฺติ, ตาวตึสา ติสฺโส วสฺสโกฏิโย สฏฺฐิ จ วสฺสสตสหสฺสานีติ เอวมาทิสคฺคคุณปฺปฏิสํยุตฺตกถํ. สคฺคสมฺปตฺตึ กเถนฺตานญฺหิ พุทฺธานํ มุขํ นปฺปโหติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘อเนกปริยาเยน โข อหํ, ภิกฺขเว, สคฺคกถํ กเถยฺย’’นฺติอาทิ.
เอวํ เหตุนา สทฺธึ สคฺคกถาย ปโลเภตฺวา ปุน หตฺถึ อลงฺกริตฺวา ตสฺส โสณฺฑํ ฉินฺทนฺโต วิย ‘‘อยมฺปิ สคฺโค อนิจฺโจ อธุโว, น เอตฺถ ฉนฺทราโค กาตพฺโพ’’ติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘อปฺปสฺสาทา กามา พหุทุกฺขา พหุปายาสา, อาทีนโว เอตฺถ ภิยฺโย’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๑๗๗; ๒.๔๒) นเยน กามานํ อาทีนวํ โอการํ สํกิเลสํ กเถสิ. ตตฺถ อาทีนวนฺติ โทสํ. โอการนฺติ ลามกสภาวํ, อเสฏฺเฐหิ เสวิตพฺพํ เสฏฺเฐหิ น เสวิตพฺพํ นิหีนสภาวนฺติ อตฺโถ. สํกิเลสนฺติ เตหิ สตฺตานํ สํสาเร สํกิลิสฺสนํ. เตนาห – ‘‘กิลิสฺสนฺติ วต โภ สตฺตา’’ติ (ม. นิ. ๒.๓๕๑).
เอวํ กามาทีนเวน ตชฺเชตฺวา เนกฺขมฺเม อานิสํสํ ปกาเสสิ ปพฺพชฺชาย ฌานาทีสุ จ คุณํ ทีเปสิ วณฺเณสิ. กลฺลจิตฺตนฺติอาทีสุ กลฺลจิตฺตนฺติ กมฺมนิยจิตฺตํ, เหฏฺฐา ปวตฺติตเทสนาย อสฺสทฺธิยาทีนํ จิตฺตโทสานํ วิคตตฺตา อุปริเทสนาย ภาชนภาวูปคมเนน กมฺมนิยจิตฺตํ, กมฺมกฺขมจิตฺตนฺติ อตฺโถ. ทิฏฺฐิมานาทิสํกิเลสวิคเมน มุทุจิตฺตํ. กามจฺฉนฺทาทิวิคเมน วินีวรณจิตฺตํ. สมฺมาปฏิปตฺติยํ อุฬารปีติปาโมชฺชโยเคน อุทคฺคจิตฺตํ. ตตฺถ สทฺธาสมฺปตฺติยา ปสนฺนจิตฺตํ, ยทา ภควา อญฺญาสีติ สมฺพนฺโธ.
อถ วา กลฺลจิตฺตนฺติ กามจฺฉนฺทวิคเมน อโรคจิตฺตํ. มุทุจิตฺตนฺติ พฺยาปาทวิคเมน เมตฺตาวเสน อกถินจิตฺตํ. วินีวรณจิตฺตนฺติ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจวิคเมน อวิกฺขิปนโต น ปิหิตจิตฺตํ. อุทคฺคจิตฺตนฺติ ถินมิทฺธวิคเมน สมฺปคฺคหวเสน อลีนจิตฺตํ. ปสนฺนจิตฺตนฺติ วิจิกิจฺฉาวิคเมน สมฺมาปฏิปตฺติยา อธิมุตฺตจิตฺตํ.
อถาติ ปจฺฉา. สามุกฺกํสิกาติ สามํ อุกฺกํสิกา อตฺตนาว อุทฺธริตฺวา คหิตา, สยมฺภูญาเณน สามํ ทิฏฺฐา, อญฺเญสํ อสาธารณาติ อตฺโถ. กา จ ปน สาติ? อริยสจฺจเทสนา. เตเนวาห – ‘‘ทุกฺขํ สมุทยํ นิโรธํ มคฺค’’นฺติ. อิทญฺหิ สจฺจานํ สรูปทสฺสนํ, ตสฺมา อิมสฺมึ ฐาเน อริยสจฺจานิ กเถตพฺพานิ, ตานิ สพฺพาการโต วิตฺถาเรน วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๕๒๙) วุตฺตานีติ ตตฺถ วุตฺตนเยน เวทิตพฺพานิ.
เสยฺยถาปีติอาทินา อุปมาวเสน สุปฺปพุทฺธสฺส กิเลสปฺปหานํ อริยมคฺคุปฺปาทญฺจ ทสฺเสติ. อปคตกาฬกนฺติ วิคตกาฬกํ. สมฺมเทวาติ สุฏฺฐุเยว. รชนนฺติ นีลปีตโลหิตมญฺเชฏฺฐาทิรงฺคชาตํ. ปฏิคฺคเณฺหยฺยาติ คเณฺหยฺย, ปภสฺสรํ ภเวยฺย. ตสฺมึเยว อาสเนติ ตสฺสํเยว นิสชฺชายํ. เอเตนสฺส ลหุวิปสฺสนกตา ติกฺขปญฺญตา สุขาปฏิปทา ขิปฺปาภิญฺญตา จ ทสฺสิตา โหนฺติ. วิรชํ วีตมลนฺติ อปายคมนียราครชาทีนํ อภาเวน วิรชํ, อนวเสสทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉามลาปคเมน วีตมลํ. ปฐมมคฺควชฺฌกิเลสรชาภาเวน วา วิรชํ, ปญฺจวิธทุสฺสีลมลาปคเมน วีตมลํ. ธมฺมจกฺขุนฺติ โสตาปตฺติมคฺโค อธิปฺเปโต. ตสฺส อุปฺปตฺติอาการทสฺสนตฺถํ ‘‘ยํกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ, สพฺพํ ตํ นิโรธธมฺม’’นฺติ วุตฺตํ. ตญฺหิ นิโรธํ อารมฺมณํ กตฺวา กิจฺจวเสน เอว สงฺขตธมฺเม ปฏิวิชฺฌนฺตํ อุปฺปชฺชติ.
ตตฺริทํ อุปมาสํสนฺทนํ – วตฺถํ วิย จิตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ, วตฺถสฺส อาคนฺตุกมเลหิ กิลิฏฺฐภาโว วิย จิตฺตสฺส ราคาทิมเลหิ สํกิลิฏฺฐภาโว, โธวนผลกํ วิย อนุปุพฺพิกถา, อุทกํ วิย สทฺธา, อุทเกน เตเมตฺวา เตเมตฺวา โคมยขาเรหิ กาฬเก สมฺมทฺทิตฺวา วตฺถสฺส โธวนปฺปโยโค วิย สทฺธาสลิเลน เตเมตฺวา สติสมาธิปญฺญาหิ โทเส สิถิเล กตฺวา สทฺธาทิวิธินา จิตฺตสฺส โสธเน วีริยารมฺโภ, เตน ปโยเคน วตฺเถ กาฬกาปคโม วิย วีริยารมฺเภน กิเลสวิกฺขมฺภนํ, รงฺคชาตํ วิย อริยมคฺโค, เตน สุทฺธสฺส วตฺถสฺส ปภสฺสรภาโว วิย วิกฺขมฺภิตกิเลสสฺส จิตฺตสฺส มคฺเคน ปริโยทาปนนฺติ.
เอวํ ปน สุปฺปพุทฺโธ ปริสปริยนฺเต นิสินฺโน ธมฺมเทสนํ สุตฺวา โสตาปตฺติผลํ ปตฺวา อตฺตนา ปฏิลทฺธคุณํ สตฺถุ อาโรเจตุกาโม ปริสมชฺฌํ โอคาหิตุํ อวิสหนฺโต มหาชนสฺส สตฺถารํ วนฺทิตฺวา อนุคนฺตฺวา นิวตฺตกาเล ภควติ วิหารํ คเต สยมฺปิ วิหารํ อคมาสิ. ตสฺมึ ขเณ สกฺโก เทวราชา ‘‘อยํ สุปฺปพุทฺโธ กุฏฺฐี อตฺตนา สตฺถุ สาสเน ปฏิลทฺธคุณํ ปากฏํ กาตุกาโม’’ติ ญตฺวา ‘‘วีมํสิสฺสามิ น’’นฺติ คนฺตฺวา อากาเส ฐิโต เอตทโวจ – ‘‘สุปฺปพุทฺธ ตฺวํ มนุสฺสทลิทฺโท มนุสฺสกปโณ มนุสฺสวราโก, อหํ เต อปริมิตํ ธนํ ทสฺสามิ, ‘พุทฺโธ น พุทฺโธ, ธมฺโม น ธมฺโม, สงฺโฆ น สงฺโฆ, อลํ เม พุทฺเธน, อลํ เม ธมฺเมน, อลํ เม สงฺเฆนา’ติ วเทหี’’ติ. อถ นํ โส อาห ‘‘โกสิ ตฺว’’นฺติ? ‘‘อหํ สกฺโก เทวราชา’’ติ. ‘‘อนฺธพาล อหิริก, ตฺวํ มยา สทฺธึ กเถตุํ น ยุตฺตรูโป, โย ตฺวํ เอวํ อวตฺตพฺพํ วเทสิ, อปิจ มํ ตฺวํ ‘ทุคฺคโต ทลิทฺโท กปโณ’ติ กสฺมา วเทสิ, นนุ อหํ โลกนาถสฺส โอรสปุตฺโต, เนวาหํ ทุคฺคโต น ทลิทฺโท น กปโณ, อถ โข สุขปฺปตฺโต ปรเมน สุเขน อปาหมสฺมิ มหทฺธโน’’ติ วตฺวา อาห –
‘‘สทฺธาธนํ สีลธนํ, หิริโอตฺตปฺปิยํ ธนํ;
สุตธนญฺจ จาโค จ, ปญฺญา เว สตฺตมํ ธนํ.
‘‘ยสฺส เอเต ธนา อตฺถิ, อิตฺถิยา ปุริสสฺส วา;
‘อทลิทฺโท’ติ ตํ อาหุ, อโมฆํ ตสฺส ชีวิต’’นฺติ. (อ. นิ. ๗.๕) –
ตสฺสิมานิ เม สตฺต อริยธนานิ สนฺติ. เยสญฺหิ อิมานิ ธนานิ สนฺติ, น เตฺวว เต พุทฺเธหิ วา ปจฺเจกพุทฺเธหิ วา ‘ทลิทฺทา’ติ วุจฺจนฺตี’’ติ.
สกฺโก ตสฺส กถํ สุตฺวา ตํ อนฺตรามคฺเค โอหาย สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา สพฺพํ ตํ วจนํ ปฏิวจนญฺจ อาโรเจสิ. อถ นํ ภควา อาห – ‘‘น โข สกฺก สกฺกา ตาทิสานํ สเตนปิ สหสฺเสนปิ สุปฺปพุทฺธํ กุฏฺฐึ ‘พุทฺโธ น พุทฺโธ, ธมฺโม น ธมฺโม, สงฺโฆ น สงฺโฆ’ติ กถาเปตุ’’นฺติ. สุปฺปพุทฺโธปิ โข กุฏฺฐี สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา สตฺถารา กตปฏิสนฺถาโร อตฺตนา ปฏิลทฺธคุณํ อาโรเจสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข สุปฺปพุทฺโธ กุฏฺฐี ทิฏฺฐธมฺโม’’ติอาทิ.
ตตฺถ ทิฏฺฐธมฺโมติ ทิฏฺโฐ อริยสจฺจธมฺโม เอเตนาติ ทิฏฺฐธมฺโม. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. ตตฺถ ‘‘ทิฏฺฐธมฺโม’’ติ เจตฺถ สามญฺญวจโน ธมฺมสทฺโท. ทสฺสนํ นาม ญาณทสฺสนโต อญฺญมฺปิ อตฺถีติ ตํ นิวตฺตนตฺถํ ‘‘ปตฺตธมฺโม’’ติ วุตฺตํ. ปตฺติ จ ญาณสมฺปตฺติโต อญฺญาปิ วิชฺชตีติ ตโต วิเสสนตฺถํ ‘‘วิทิตธมฺโม’’ติ วุตฺตํ. สา ปนายํ วิทิตธมฺมตา ธมฺเมสุ เอกเทเสนาปิ โหตีติ นิปฺปเทสโต วิทิตภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปริโยคาฬฺหธมฺโม’’ติ วุตฺตํ. เตนสฺส ยถาวุตฺตํ สจฺจาภิสมฺโพธํเยว ทีเปติ. มคฺคญาณญฺหิ เอกาภิสมยวเสน ปริญฺญาทิกิจฺจํ สาเธนฺตํ นิปฺปเทเสนปิ ปริญฺเญยฺยธมฺมํ สมนฺตโต โอคาฬฺหํ นาม โหติ, น ตทญฺญญาณํ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ทิฏฺโฐ อริยสจฺจธมฺโม เอเตนาติ ทิฏฺฐธมฺโม’’ติ. เตเนวาห ‘‘ติณฺณวิจิกิจฺโฉ’’ติอาทิ.
ตตฺถ ปฏิภยกนฺตารสทิสา โสฬสวตฺถุกา จ อฏฺฐวตฺถุกา จ ติณฺณา วิจิกิจฺฉา เอเตนาติ ติณฺณวิจิกิจฺโฉ. ตโต เอว ปวตฺติอาทีสุ ‘‘เอวํ นุ โข, น นุ โข’’ติ เอวํ ปวตฺติตา วิคตา สมุจฺฉินฺนา กถํกถา เอตสฺสาติ วิคตกถํกโถ. สารชฺชกรานํ ปาปธมฺมานํ ปหีนตฺตา ตปฺปฏิปกฺเขสุ จ สีลาทิคุเณสุ สุปฺปติฏฺฐิตตฺตา เวสารชฺชํ วิสารทภาวํ เวยฺยตฺติยํ ปตฺโตติ เวสารชฺชปฺปตฺโต. นาสฺส ปโร ปจฺจโย, น ปรสฺส สทฺธาย เอตฺถ วตฺตตีติ อปรปฺปจฺจโย. กตฺถาติ อาห ‘‘สตฺถุสาสเน’’ติ.
อภิกฺกนฺตนฺติอาทีสุ กิญฺจาปิ อยํ อภิกฺกนฺตสทฺโท ขยสุนฺทราภิรูปพฺภนุโมทนาทีสุ อเนเกสุ อตฺเถสุ ทิสฺสติ, อิธ ปน อพฺภนุโมทเน ทฏฺฐพฺโพ. เตเนว โส ปสาทวเสน ปสํสาวเสน จ ทฺวิกฺขตฺตุํ วุตฺโต, สาธุ สาธุ, ภนฺเตติ วุตฺตํ โหติ. อภิกฺกนฺตนฺติ วา อติกนฺตํ อติอิฏฺฐํ อติมนาปํ, อติสุนฺทรนฺติ อตฺโถ. ตตฺถ เอเกน อภิกฺกนฺตสทฺเทน ภควโต เทสนํ โถเมติ, เอเกน อตฺตโน ปสาทํ.
อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – อภิกฺกนฺตํ, ภนฺเต, ยทิทํ ภควโต ธมฺมเทสนา, อภิกฺกนฺตํ, ภนฺเต, ยทิทํ ภควโต ธมฺมเทสนํ อาคมฺม มม ปสาโทติ. ภควโต เอว วา วจนํ อภิกฺกนฺตํ โทสนาสนโต, อภิกฺกนฺตํ คุณาธิคมนโต, ตถา สทฺธาวฑฺฒนโต, ปญฺญาชนนโต, สาตฺถโต, สพฺยญฺชนโต, อุตฺตานปทโต, คมฺภีรตฺถโต, กณฺณสุขโต, หทยงฺคมโต, อนตฺตุกฺกํสนโต, อปรวมฺภนโต, กรุณาสีตลโต, ปญฺญาวทาตโต, อาปาถรมณียโต, วิมทฺทกฺขมโต, สุยฺยมานสุขโต, วีมํสิยมานหิตโตติ เอวมาทินเยหิ โถเมนฺโต ปททฺวยํ อาห.
ตโต ปรมฺปิ จตูหิ อุปมาหิ เทสนํเยว โถเมติ. ตตฺถ นิกฺกุชฺชิตนฺติ อโธมุขฏฺฐปิตํ, เหฏฺฐามุขชาตํ วา. อุกฺกุชฺเชยฺยาติ อุปริ มุขํ กเรยฺย. ปฏิจฺฉนฺนนฺติ ติณปณฺณาทินา ฉาทิตํ. วิวเรยฺยาติ อุคฺฆาเฏยฺย. มูฬฺหสฺสาติ ทิสามูฬฺหสฺส. มคฺคํ อาจิกฺเขยฺยาติ หตฺเถ คเหตฺวา ‘‘เอส มคฺโค’’ติ มคฺคํ อุปทิเสยฺย. อนฺธกาเรติ จตุรงฺคสมนฺนาคเต. อยํ ตาว ปทตฺโถ.
อยํ ปน อธิปฺปายโยชนา – ยถา โกจิ นิกฺกุชฺชิตํ อุกฺกุชฺเชยฺย, เอวํ สทฺธมฺมวิมุขํ อสทฺธมฺเม ปติฏฺฐิตํ มํ อสทฺธมฺมา วุฏฺฐาเปนฺเตน, ยถา ปฏิจฺฉนฺนํ วิวเรยฺย, เอวํ กสฺสปสฺส ภควโต สาสนนฺตรธานโต ปฏฺฐาย มิจฺฉาทิฏฺฐิคหนปฏิจฺฉนฺนํ สาสนํ วิวรนฺเตน, ยถา มูฬฺหสฺส มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย, เอวํ กุมฺมคฺคมิจฺฉามคฺคปฺปฏิปนฺนสฺส เม สคฺคโมกฺขมคฺคํ อาวิกโรนฺเตน, ยถา อนฺธกาเร เตลปชฺโชตํ ธาเรยฺย, เอวํ โมหนฺธกาเร นิมุคฺคสฺส เม พุทฺธาทิรตนรูปานิ อปสฺสโต ตปฺปฏิจฺฉาทกโมหนฺธการวิทฺธํสนเทสนาปชฺโชตธารเณน ภควตา นานานเยหิ ปกาสิตตฺตา อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโต.
เอวํ เทสนํ โถเมตฺวา ตาย เทสนาย รตนตฺตเย ปสนฺนจิตฺโต ปสนฺนาการํ กโรนฺโต ‘‘เอสาห’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ เอสาหนฺติ เอโส อหํ. ภควนฺตํ สรณํ คจฺฉามีติ ภควา เม สรณํ ปรายณํ อฆสฺส ฆาตา, หิตสฺส วิธาตาติ อิมินา อธิปฺปาเยน ภควนฺตํ คจฺฉามิ ภชามิ, เอวํ วา ชานามิ พุชฺฌามีติ. เยสญฺหิ ธาตูนํ คติอตฺโถ, พุทฺธิปิ เตสํ อตฺโถติ. ธมฺมนฺติ อธิคตมคฺเค สจฺฉิกตนิโรเธ ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมาเน จตูสุ อปาเยสุ อปตมาเน ธาเรตีติ ธมฺโม. โส อตฺถโต อริยมคฺโค เจว นิพฺพานญฺจ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘ยาวตา, ภิกฺขเว, ธมฺมา สงฺขตา, อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เตสํ อคฺคมกฺขายตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๓๔; อิติวุ. ๙๐).
‘‘ยาวตา, ภิกฺขเว, ธมฺมา สงฺขตา วา อสงฺขตา วา, วิราโค เตสํ อคฺคมกฺขายตี’’ติ (อิติวุ. ๙๐) จ –
น เกวลํ อริยมคฺโค เจว นิพฺพานญฺจ, อปิจ โข อริยผเลหิ สทฺธึ ปริยตฺติธมฺโมปิ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘ราควิราคมเนชมโสกํ, ธมฺมมสงฺขตมปฺปฏิกูลํ;
มธุรมิมํ ปคุณํ สุวิภตฺตํ, ธมฺมมิมํ สรณตฺถมุเปหี’’ติ. (วิ. ว. ๘๘๗);
เอตฺถ หิ ราควิราคนฺติ มคฺโค วุตฺโต. อเนชมโสกนฺติ ผลํ. อสงฺขตนฺติ นิพฺพานํ. อปฺปฏิกูลํ มธุรมิมํ ปคุณํ สุวิภตฺตนฺติ ปริยตฺติธมฺโม วุตฺโตติ.
ภิกฺขุสงฺฆนฺติ ทิฏฺฐิสีลสามญฺเญน สํหตํ อฏฺฐอริยปุคฺคลสมูหํ. เอตฺตาวตา สุปฺปพุทฺโธ ตีณิ สรณคมนานิ ปฏิเวเทสิ. อุปาสกํ มํ ภควา ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คตนฺติ อชฺชตคฺเคติ อชฺชตํ อาทึ กตฺวา. ‘‘อชฺชทคฺเค’’ติปิ ปาโฐ, ตตฺถ ทกาโร ปทสนฺธิกโร, อชฺช อคฺเค อชฺช อาทึ กตฺวาติ อตฺโถ. ปาณุเปตนฺติ ปาเณหิ อุเปตํ, ยาว เม ชีวิตํ ปวตฺตติ, ตาว อุเปตํ อนญฺญสตฺถุกํ ตีหิ สรณคมเนหิ สรณํ คตํ รตนตฺตยสฺส อุปาสนโต อุปาสกํ กปฺปิยการกํ มํ ภควา อุปธาเรตุ ชานาตูติ อตฺโถ. อิมสฺส จ สรณคมนํ อริยมคฺคาธิคเมเนว นิปฺผนฺนํ, อชฺฌาสยํ ปน อาวิกโรนฺโต เอวมาห.
ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทิตฺวา อนุโมทิตฺวาติ ภควโต วจนํ จิตฺเตน อภินนฺทิตฺวา ตเมว อภินนฺทิตภาวํ ปกาเสนฺโต วุตฺตนเยน วาจาย อนุโมทิตฺวา. อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามีติ ตํ ภควนฺตํ ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา สตฺถุ คุณนินฺนจิตฺโต ยาว ทสฺสนวิสยสมติกฺกมา ภควนฺตํเยว เปกฺขมาโน ปญฺชลิโก นมสฺสมาโน ปกฺกามิ.
ปกฺกนฺโต จ กุฏฺฐโรคาภิภเวน ฉินฺนหตฺถปาทงฺคุลิ อุกฺการคตฺโต สมนฺตโต วิสฺสนฺทมานาสโว กณฺฑูติปติปีฬิโต อสุจิ ทุคฺคนฺโธ เชคุจฺฉตโม ปรมการุญฺญตํ ปตฺโต ‘‘นายํ กาโย อิมสฺส อจฺจนฺตสนฺตสฺส ปณีตตมสฺส อริยธมฺมสฺส อาธาโร ภวิตุํ ยุตฺโต’’ติ อุปฺปนฺนาภิสนฺธินา วิย สคฺคสํวตฺตนิเยน ปุญฺญกมฺเมน โอกาเส กเต อปฺปายุกสํวตฺตนิเยน อุปจฺเฉทเกน ปาปกมฺเมน กตูปจิเตน โจทิยมาโน ตรุณวจฺฉาย เธนุยา อาปติตฺวา มาริโต. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข อจิรปกฺกนฺตํ สุปฺปพุทฺธํ กุฏฺฐึ คาวี ตรุณวจฺฉา อธิปติตฺวา ชีวิตา โวโรเปสี’’ติ.
โส กิร อตีเต เอโก เสฏฺฐิปุตฺโต หุตฺวา อตฺตโน สหาเยหิ ตีหิ เสฏฺฐิปุตฺเตหิ สทฺธึ กีฬนฺโต เอกํ นครโสภินึ คณิกํ อุยฺยานํ เนตฺวา ทิวสํ สมฺปตฺตึ อนุภวิตฺวา อตฺถงฺคเต สูริเย สหาเย เอตทโวจ – ‘‘อิมิสฺสา หตฺเถ กหาปณสหสฺสํ พหุกญฺจ สุวณฺณํ มหคฺฆานิ จ ปสาธนานิ สํวิชฺชนฺติ, อิมสฺมึ วเน อญฺโญ โกจิ นตฺถิ, รตฺติ จ ชาตา, หนฺท อิมํ มยํ มาเรตฺวา สพฺพํ ธนํ คเหตฺวา คจฺฉามา’’ติ. เต จตฺตาโรปิ ชนา เอกชฺฌาสยา หุตฺวา ตํ มาเรตุํ อุปกฺกมึสุ. สา เตหิ มาริยมานา ‘‘อิเม นิลฺลชฺชา นิกฺกรุณา มยา สทฺธึ กิเลสสนฺถวํ กตฺวา นิรปราธํ มํ เกวลํ ธนโลเภน มาเรนฺติ, เอกวารํ ตาว มํ อิเม มาเรนฺตุ, อหํ ปน ยกฺขินี หุตฺวา อเนกวารํ อิเม มาเรตุํ สมตฺถา ภเวยฺย’’นฺติ ปตฺถนํ กตฺวา กาลมกาสิ. เตสุ กิร เอโก ปกฺกุสาติ กุลปุตฺโต อโหสิ, เอโก พาหิโย ทารุจีริโย, เอโก ตมฺพทาฐิโก โจรฆาตโก, เอโก สุปฺปพุทฺโธ กุฏฺฐี, อิติ อิเมสํ จตุนฺนํ ชนานํ อเนกสเต อตฺตภาเว สา ยกฺขโยนิยํ นิพฺพตฺตา คาวี หุตฺวา ชีวิตา โวโรเปสิ. เต ตสฺส กมฺมสฺส นิสฺสนฺเทน ตตฺถ ตตฺถ อนฺตรามรณํ ปาปุณึสุ. เอวํ สุปฺปพุทฺธสฺส กุฏฺฐิสฺส สหสา มรณํ ชาตํ, เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข อจิรปกฺกนฺตํ…เป… โวโรเปสี’’ติ.
อถ สมฺพหุลา ภิกฺขู ตสฺส กาลกิริยํ ภควโต อาโรเจตฺวา อภิสมฺปรายํ ปุจฺฉึสุ. ภควา พฺยากาสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู’’ติอาทิ.
ตตฺถ ติณฺณํ สํโยชนานํ ปริกฺขยาติ สกฺกายทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา สีลพฺพตปรามาโสติ อิเมสํ ติณฺณํ ภวพนฺธนานํ สมุจฺเฉทวเสน ปหานา. โสตาปนฺโนติ โสตสงฺขาตํ อริยมคฺคํ อาทิโต ปนฺโน. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘โสโต โสโตติ อิทํ, อาวุโส สาริปุตฺต, วุจฺจติ. กตโม นุ โข, อาวุโส, โสโตติ? อยเมว อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค’’ติอาทิ (สํ. นิ. ๕.๑๐๐๑).
อวินิปาตธมฺโมติ วินิปตนํ วินิปาโต, นาสฺส วินิปาโต ธมฺโมติ อวินิปาตธมฺโม, จตูสุ อปาเยสุ อุปปชฺชนวเสน อปตนสภาโวติ อตฺโถ. นิยโตติ ธมฺมนิยาเมน สมฺมตฺตนิยาเมน นิยโต. สมฺโพธิปรายโณติ อุปริมคฺคตฺตยสงฺขาตา สมฺโพธิ ปรํ อยนํ อสฺส คติ ปฏิสรณํ อวสฺสํ ปตฺตพฺพนฺติ สมฺโพธิปรายโณ. เอเตน ‘‘ตสฺส กา คติ, โก อภิสมฺปราโย’’ติ ปุจฺฉาย ภทฺทิกา เอว สุปฺปพุทฺธสฺส คติ, น ปาปิกาติ อยมตฺโถ ทสฺสิโต. น ปน เตน สมฺปตฺตา คติ, ตํ ปน ปุจฺฉานุสนฺธิวเสน ปกาเสตุกาโม ธมฺมราชา เอตฺตกเมว อภาสิ. ปสฺสติ หิ ภควา ‘‘มยา เอตฺตเก กถิเต อิมิสฺสํเยว ปริสติ อนุสนฺธิกุสโล เอโก ภิกฺขุ สุปฺปพุทฺธสฺส กุฏฺฐิภาวทาลิทฺทิยกปณภาวานํ การณํ ปุจฺฉิสฺสติ, อถาหํ ตสฺส ตํ การณํ เตน ปุจฺฉานุสนฺธินา ปกาเสตฺวา เทสนํ นิฏฺฐาเปสฺสามี’’ติ. เตเนวาห – ‘‘เอวํ วุตฺเต อญฺญตโร ภิกฺขู’’ติอาทิ. ตตฺถ เหตูติ อสาธารณการณํ, สาธารณการณํ ปน ปจฺจโยติ, อยเมเตสํ วิเสโส. เยนาติ เยน เหตุนา เยน ปจฺจเยน จ.
ภูตปุพฺพนฺติ ชาตปุพฺพํ. อตีเต กาเล นิพฺพตฺตํ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สุปฺปพุทฺโธ’’ติอาทิ วุตฺตํ. กทา ปน ภูตนฺติ? อตีเต กิร อนุปฺปนฺเน ตถาคเต พาราณสิยา สามนฺตา เอกสฺมึ คาเม เอกา กุลธีตา เขตฺตํ รกฺขติ. สา เอกํ ปจฺเจกพุทฺธํ ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺตา ตสฺส ปญฺจหิ ลาชาสเตหิ สทฺธึ เอกํ ปทุมปุปฺผํ ทตฺวา ปญฺจ ปุตฺตสตานิ ปตฺเถสิ. ตสฺมึเยว ขเณ ปญฺจสตา มิคลุทฺทกา ปจฺเจกพุทฺธสฺส มธุรมํสํ ทตฺวา ‘‘เอติสฺสา ปุตฺตา ภเวยฺยาม, ตุเมฺหหิ ปตฺตวิเสสํ ลเภยฺยามา’’ติ จ ปตฺถยึสุ. สา ยาวตายุกํ ฐตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺตา. ตโต จุตา เอกสฺมึ ชาตสฺสเร ปทุมคพฺเภ นิพฺพตฺติ. ตเมโก ตาปโส ทิสฺวา ปฏิชคฺคิ. ตสฺสา วิจรนฺติยา ปาทุทฺธาเร ปาทุทฺธาเร ภูมิโต ปทุมานิ อุฏฺฐหนฺติ. เอโก วนจรโก ทิสฺวา พาราณสิรญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา ตํ อาเนตฺวา อคฺคมเหสึ อกาสิ. ตสฺสา กุจฺฉิยํ คพฺโภ สณฺฐาสิ. มหาปทุมกุมาโร ตสฺสา กุจฺฉิยํ วสิ, เสสา คพฺภมลํ นิสฺสาย นิพฺพตฺตา, เต วยปฺปตฺตา อุยฺยาเน ปทุมสเร กีฬนฺตา เอเกกสฺมึ ปทุเม นิสีทิตฺวา ปริปกฺกญาณา สงฺขาเรสุ ขยวยํ ปฏฺฐเปตฺวา ปจฺเจกโพธึ ปาปุณึสุ. เตสํ พฺยากรณคาถา อโหสิ –
‘‘สโรรุหํ ปทุมปลาสปตฺรชํ,
สุปุปฺผิตํ ภมรคณานุกิณฺณํ;
อนิจฺจตํ ขยวยตํ วิทิตฺวา,
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป’’ติ.
เอวํ ปจฺเจกโพธึ อภิสมฺพุทฺเธสุ เตสุ ปญฺจสุ ปจฺเจกพุทฺธสเตสุ อพฺภนฺตโร ตครสิขี นาม ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ คนฺธมาทนปพฺพเต นนฺทมูลปพฺภาเร สตฺตาหํ นิโรธสมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา สตฺตาหสฺส อจฺจเยน นิโรธา วุฏฺฐิโต อากาเสน อาคนฺตฺวา อิสิคิลิปพฺพเต โอตริตฺวา ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย ราชคหํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ. ตสฺมิญฺจ สมเย ราชคเห เอโก เสฏฺฐิปุตฺโต มหตา ปริวาเรน อุยฺยานกีฬนตฺถํ นครโต นิกฺขมนฺโต ตครสิขิปจฺเจกพุทฺธํ ทิสฺวา ‘‘โก อยํ ภณฺฑุกาสาววสโน, กุฏฺฐี ภวิสฺสติ, ตถา หิ กุฏฺฐิจีวเรน สรีรํ ปารุปิตฺวา คจฺฉตี’’ติ นิฏฺฐุภิตฺวา อปสพฺยํ กตฺวา ปกฺกามิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘สุปฺปพุทฺโธ กุฏฺฐี อิมสฺมึเยว ราชคเห…เป… ปกฺกามี’’ติ.
ตตฺถ กฺวายนฺติ โก อยํ. ขุํสนวเสน วทติ. ‘‘โกวาย’’นฺติปิ ปาฬิ. กุฏฺฐีติ อกุฏฺฐึเยว ตํ เสฏฺฐิ กุฏฺฐโรคํ อกฺโกสวตฺถุํ ปาเปนฺโต วทติ. กุฏฺฐิจีวเรนาติ กุฏฺฐีนํ จีวเรน. เยภุยฺเยน หิ กุฏฺฐิโน ฑํสมกสสรีสปปฏิพาหนตฺถํ โรคปฏิจฺฉาทนตฺถญฺจ ยํ วา ตํ วา ปิโลติกขณฺฑํ คเหตฺวา ปารุปติ, เอวมยมฺปีติ ทสฺเสติ. ปํสุกูลจีวรธรตฺตา วา อคฺคฬานํ อเนกวณฺณภาเวน กุฏฺฐสรีรสทิโสติ หีเฬนฺโต ‘‘กุฏฺฐิจีวเรนา’’ติ อาห. นิฏฺฐุภิตฺวาติ เขฬํ ปาเตตฺวา. อปสพฺยโต กริตฺวาติ ปณฺฑิตา ตาทิสํ ปจฺเจกพุทฺธํ ทิสฺวา วนฺทิตฺวา ปทกฺขิณํ กโรนฺติ, อยํ ปน อวิญฺญุตาย ปริภเวน ตํ อปสพฺยํ กตฺวา อตฺตโน อปสพฺยํ อปทกฺขิณํ กตฺวา คโต. ‘‘อปสพฺยามโต’’ติปิ ปาโฐ. ตสฺส กมฺมสฺสาติ ตครสิขิมฺหิ ปจฺเจกพุทฺเธ ‘‘กฺวายํ กุฏฺฐี’’ติ หีเฬตฺวา นิฏฺฐุภนอปสพฺยกรณวเสน ปวตฺตปาปกมฺมสฺส. นิรเย ปจฺจิตฺถาติ นิรเย นิรยคฺคินา ทยฺหิตฺถ. ‘‘ปจฺจิตฺวา นิรยคฺคินา’’ติปิ ปฐนฺติ. ตสฺเสว กมฺมสฺส วิปากาวเสเสนาติ เยน กมฺเมน โส นิรเย ปฏิสนฺธึ คณฺหิ, น ตํ กมฺมํ มนุสฺสโลเก วิปากํ เทติ. ยา ปนสฺส นานกฺขณิกา เจตนา ตทา ปจฺเจกพุทฺเธ วิปฺปฏิปชฺชนวเสน ปวตฺตา อปราปริยเวทนียภูตา, สา อปราปริยเวทนีเยเนว ปุญฺญกมฺเมน มนุสฺเสสุ ติเหตุกปฏิสนฺธิยา ทินฺนาย ปวตฺติยํ กุฏฺฐิภาวํ ทาลิทฺทิยํ ปรมการุญฺญตํ อาปาเทสิ. ตํ สนฺธาย กมฺมสภาคตาวเสน ‘‘ตสฺเสว กมฺมสฺส วิปากวเสเสนา’’ติ วุตฺตํ. สทิเสปิ หิ โลเก ตพฺโพหาโร ทิฏฺโฐ ยถา ตํ ‘‘สา เอว ติตฺติรี, ตานิเยว โอสธานี’’ติ.
เอตฺตาวตา ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, เหตู’’ติ เตน ภิกฺขุนา ปุฏฺฐปญฺหํ วิสฺสชฺเชตฺวา อิทานิ โย ‘‘ตสฺส กา คติ, โก อภิสมฺปราโย’’ติ ปุพฺเพ ภิกฺขูหิ ปุฏฺฐปโญฺห, ตํ วิสฺสชฺเชตุํ ‘‘โส ตถาคตปฺปเวทิต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตถาคตปฺปเวทิตนฺติ ตถาคเตน ภควตา เทสิตํ อกฺขาตํ ปกาสิตนฺติ ตถาคตปฺปเวทิตํ. อาคมฺมาติ อธิคนฺตฺวา, นิสฺสาย ญตฺวา วา. ‘‘ตถาคตปฺปเวทิเต ธมฺมวินเย’’ติปิ ปาโฐ. สทฺธํ สมาทิยีติ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภควา, สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม, สุปฺปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆติ รตนตฺตยสนฺนิสฺสยํ ปุพฺพภาคสทฺธญฺเจว โลกุตฺตรสทฺธญฺจาติ ทุวิธมฺปิ สทฺธํ สมฺมา อาทิยิ. ยถา น ปุน อาทาตพฺพา โหติ, เอวํ ยาว ภวกฺขยา คณฺหิ, อตฺตโน จิตฺตสนฺตาเน อุปฺปาเทสีติ อตฺโถ. สีลํ สมาทิยีติอาทีสุปิ เอเสว นโย. สีลนฺติ ปุพฺพภาคสีเลน สทฺธึ มคฺคสีลํ ผลสีลญฺจ. สุตนฺติ ปริยตฺติพาหุสจฺจํ ปฏิเวธพาหุสจฺจญฺจาติ ทุวิธมฺปิ สุตํ. ปริยตฺติธมฺมาปิ หิ เตน ธมฺมสฺสวนกาเล สจฺจปฺปฏิเวธาย สาวเกหิ ยถาลทฺธปฺปการํ สุตา ปริจิตา มนสานุเปกฺขิตา ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธา จาติ. จาคนฺติ ปฐมมคฺควชฺฌกิเลสาภิสงฺขารานํ โวสฺสคฺคสงฺขาตํ จาคํ, เยน อริยสาวกา เทยฺยธมฺเมสุ มุตฺตจาคา จ โหนฺติ ปยตปาณี โวสฺสคฺครตา. ปญฺญนฺติ สทฺธึ วิปสฺสนาปญฺญาย มคฺคปญฺญญฺเจว ผลปญฺญญฺจ.
กายสฺส เภทาติ อุปาทินฺนกฺขนฺธปริจฺจาคา. ปรํ มรณาติ ตทนนฺตรํ อภินิพฺพตฺตกฺขนฺธคหณา. อถ วา กายสฺส เภทาติ ชีวิตินฺทฺริยสฺส อุปจฺเฉทา. ปรํ มรณาติ จุติโต อุทฺธํ. สุคตึ สคฺคํ โลกนฺติ ปทตฺตเยนาปิ เทวโลกเมว วทติ. โส หิ สมฺปตฺตีนํ โสภนตฺตา สุนฺทรา คตีติ สุคติ, รูปาทีหิ วิเสเสหิ สุฏฺฐุ อคฺโคติ สคฺโค, สพฺพกาลํ สุขเมเวตฺถ โลกิยติ, ลุชฺชตีติ วา โลโกติ วุจฺจติ. อุปปนฺโนติ ปฏิสนฺธิคฺคหณวเสน อุปคโต. สหพฺยตนฺติ สหภาวํ. วจนตฺโถ ปน สห พฺยติ ปวตฺตติ, วสตีติ วา สหโพฺย, สหฐายี สหวายี วา. ตสฺส ภาโว สหพฺยตา. อติโรจตีติ อติกฺกมฺม อภิภวิตฺวา โรจติ วิโรจติ. วณฺเณนาติ รูปสมฺปตฺติยา. ยสสาติ ปริวาเรน. โส หิ อสุจิมกฺขิตํ ชชฺชรํ มตฺติกาภาชนํ ฉฑฺเฑตฺวา อเนกรตนวิจิตฺตํ ปภสฺสรรํสิชาลวินทฺธสุทฺธชมฺพุนทภาชนํ คณฺหนฺโต วิย วุตฺตปฺปการํ กเฬวรํ อิธ นิกฺขิปิตฺวา เอกจิตฺตกฺขเณน ยถาวุตฺตํ ทิพฺพตฺตภาวํ มหตา ปริวาเรน สทฺธึ ปฏิลภีติ.
เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ เอตํ ปาปานํ อปริวชฺชเน อาทีนวํ, ปริวชฺชเน จ อานิสํสํ สพฺพาการโต วิทิตฺวา ตทตฺถวิภาวนํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ.
ตสฺสายํ สงฺเขปตฺโถ – ยถา จกฺขุมา ปุริโส ปรกฺกเม กายิกวีริเย วิชฺชมาเน สรีเร วหนฺเต วิสมานิ ปปาตาทิฏฺฐานานิ จณฺฑภาเวน วา วิสมานิ หตฺถิอสฺสอหิกุกฺกุรโครูปาทีนิ ปริวชฺชเย, เอวํ ชีวโลกสฺมึ อิมสฺมึ สตฺตโลเก ปณฺฑิโต สปฺปญฺโญ ปุริโส ตาย สปฺปญฺญตาย อตฺตโน หิตํ ชานนฺโต ปาปานิ ลามกานิ ทุจฺจริตานิ ปริวชฺเชยฺย. เอวญฺหิ ยถายํ สุปฺปพุทฺโธ ตครสิขิมฺหิ ปจฺเจกพุทฺเธ ปาปํ อปริวชฺเชตฺวา มหนฺตํ อนยพฺยสนํ อาปชฺชิ, เอวํ อาปชฺเชยฺยาติ อธิปฺปาโย. ยถา วา สุปฺปพุทฺโธ กุฏฺฐี มม ธมฺมเทสนํ อาคมฺม อิทานิ สํเวคปฺปตฺโต ปาปานิ ปริวชฺเชนฺโต อุฬารํ วิเสสํ อธิคญฺฉิ, เอวํ อญฺโญปิ อุฬารํ วิเสสาธิคมํ อิจฺฉนฺโต ปาปานิ ปริวชฺเชยฺยาติ อธิปฺปาโย.
ตติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.