๘. สุนฺทรีสุตฺตวณฺณนา

๓๘. อฏฺฐเม สกฺกโตติอาทีนํ ปทานํ อตฺโถ เหฏฺฐา วณฺณิโตเยว. อสหมานาติ น สหมานา, อุสูยนฺตาติ อตฺโถ. ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ สกฺการํ อสหมานาติ สมฺพนฺโธ.

สุนฺทรีติ ตสฺสา นามํ. สา กิร ตสฺมึ กาเล สพฺพปริพฺพาชิกาสุ อภิรูปา ทสฺสนียา ปาสาทิกา ปรมาย วณฺณโปกฺขรตาย สมนฺนาคตา, เตเนว สา ‘‘สุนฺทรี’’ติ ปญฺญายิตฺถ. สา จ อนตีตโยพฺพนา อสํยตสมาจาราว โหติ, ตสฺมา เต สุนฺทรึ ปริพฺพาชิกํ ปาปกมฺเม อุยฺโยเชสุํ. เต หิ อญฺญติตฺถิยา พุทฺธุปฺปาทโต ปฏฺฐาย สยํ หตลาภสกฺการา เหฏฺฐา อกฺโกสสุตฺตวณฺณนายํ อาคตนเยน ภควโต ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ อุฬารํ อปริมิตํ ลาภสกฺการํ ปวตฺตมานํ ทิสฺวา อิสฺสาปกตา เอกโต หุตฺวา สมฺมนฺตยึสุ – มยํ สมณสฺส โคตมสฺส อุปฺปนฺนกาลโต ปฏฺฐาย นฏฺฐา หตลาภสกฺการา, น โน โกจิ อตฺถิภาวมฺปิ ชานาติ, กึ นิสฺสาย นุ โข โลโก สมเณ โคตเม อภิปฺปสนฺโน อุฬารํ สกฺการสมฺมานํ อุปเนตีติ? ตตฺเถโก อาห – ‘‘อุจฺจากุลปฺปสุโต อสมฺภินฺนาย มหาสมฺมตปฺปเวณิยา ชาโต’’ติ, อปโร ‘‘อภิชาติยํ ตสฺส อเนกานิ อจฺฉริยานิ ปาตุภูตานี’’ติ, อญฺโญ ‘‘กาลเทวิลํ วนฺทาเปตุํ อุปนีตสฺส ปาทา ปริวตฺติตฺวา ตสฺส ชฏาสุ ปติฏฺฐิตา’’ติ, อปโร ‘‘วปฺปมงฺคลกาเล ชมฺพุจฺฉายาย สยาปิตสฺส วีติกฺกนฺเตปิ มชฺฌนฺหิเก ชมฺพุจฺฉายา อปริวตฺติตฺวา ฐิตา’’ติ, อญฺโญ ‘‘อภิรูโป ทสฺสนีโย ปาสาทิโก รูปสมฺปตฺติยา’’ติ, อปโร ‘‘ชิณฺณาตุรมตปพฺพชิตสงฺขาตนิมิตฺเต ทิสฺวา สํเวคชาโต อาคามินํ จกฺกวตฺติรชฺชํ ปหาย ปพฺพชิโต’’ติ. เอวํ อปริมาณกาเล สมฺภตํ อนญฺญสาธารณํ ภควโต ปุญฺญญาณสมฺภารํ อุกฺกํสปารมิปฺปตฺตํ นิรุปมํ สลฺเลขปฺปฏิปทํ อนุตฺตรญฺจ ญาณปหานสมฺปทาทิพุทฺธานุภาวํ อชานนฺตา อตฺตนา ยถาทิฏฺฐํ ยถาสุตํ ธรมานํ ตํ ตํ ภควโต พหุมานการณํ กิตฺเตตฺวา อพหุมานการณํ ปริเยสิตฺวา อปสฺสนฺตา ‘‘เกน นุ โข การเณน มยํ สมณสฺส โคตมสฺส อยสํ อุปฺปาเทตฺวา ลาภสกฺการํ นาเสยฺยามา’’ติ. เตสุ เอโก ติขิณมนฺตี เอวมาห – ‘‘อมฺโภ อิมสฺมึ สตฺตโลเก มาตุคามสุเข อสตฺตสตฺตา นาม นตฺถิ, อยญฺจ สมโณ โคตโม อภิรูโป เทวสโม ตรุโณ, อตฺตโน สมรูปํ มาตุคามํ ลภิตฺวา สชฺเชยฺย. อถาปิ น สชฺเชยฺย, ชนสฺส ปน สงฺกิโย ภเวยฺย, หนฺท มยํ สุนฺทรึ ปริพฺพาชิกํ ตถา อุยฺโยเชม, ยถา สมณสฺส โคตมสฺส อยโส ปถวิยํ ปตฺถเรยฺยา’’ติ.

ตํ สุตฺวา อิตเร ‘‘อิทํ สุฏฺฐุ ตยา จินฺติตํ, เอวญฺหิ กเต สมโณ โคตโม อยสเกน อุปทฺทุโต สีสํ อุกฺขิปิตุํ อสกฺโกนฺโต เยน วา เตน วา ปลายิสฺสตี’’ติ สพฺเพว เอกชฺฌาสยา หุตฺวา ตถา อุยฺโยเชตุํ สุนฺทริยา สนฺติกํ อคมํสุ. สา เต ทิสฺวา ‘‘กึ ตุเมฺห เอกโต อาคตตฺถา’’ติ อาห. ติตฺถิยา อนาลปนฺตา อารามปริยนฺเต ปฏิจฺฉนฺเน ฐาเน นิสีทึสุ. สา ตตฺถ คนฺตฺวา ปุนปฺปุนํ อาลปนฺตี ปฏิวจนํ อลภิตฺวา กึ ตุมฺหากํ อปรชฺฌํ? กสฺมา เม ปฏิวจนํ น เทถาติ? ตถา หิ ปน ตฺวํ อเมฺห วิเหฐิยมาเน อชฺฌุเปกฺขสีติ. โก ตุเมฺห วิเหเฐตีติ? ‘‘กึ ปน ตฺวํ น ปสฺสสิ, สมณํ โคตมํ อเมฺห วิเหเฐตฺวา หตลาภสกฺกาเร กตฺวา วิจรนฺต’’นฺติ วตฺวา ‘‘ตตฺถ มยา กึ กาตพฺพ’’นฺติ วุตฺเต ‘‘เตน หิ ตฺวํ อภิกฺขณํ เชตวนสมีปํ คนฺตฺวา มหาชนสฺส เอวญฺเจวญฺจ วเทยฺยาสี’’ติ อาหํสุ. สาปิ ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อญฺญติตฺถิยา ปริพฺพาชกา ภควโตสกฺการํ อสหมานา’’ติอาทิ.

ตตฺถ อุสฺสหสีติ สกฺโกสิ. อตฺถนฺติ หิตํ กิจฺจํ วา. กฺยาหนฺติ กึ อหํ. ยสฺมา เต ติตฺถิยา ตสฺสา อญฺญาตกาปิ สมานา ปพฺพชฺชสมฺพนฺธมตฺเตน สงฺคณฺหิตุํ ญาตกา วิย หุตฺวา ‘‘อุสฺสหสิ ตฺวํ ภคินิ ญาตีนํ อตฺถํ กาตุ’’นฺติ อาหํสุ. ตสฺมา สาปิ มิคํ วลฺลิ วิย ปาเท ลคฺคา ชีวิตมฺปิ เม ปริจฺจตฺตํ ญาตีนํ อตฺถายาติ อาห.

เตน หีติ ‘‘ยสฺมา ตฺวํ ‘ชีวิตมฺปิ เม ตุมฺหากํ อตฺถาย ปริจฺจตฺต’นฺติ วทสิ, ตฺวญฺจ ปฐมวเย ฐิตา อภิรูปา โสภคฺคปฺปตฺตา จ, ตสฺมา ยถา ตํ นิสฺสาย สมณสฺส โคตมสฺส อยโส อุปฺปชฺชิสฺสติ, ตถา กเรยฺยาสี’’ติ วตฺวา ‘‘อภิกฺขณํ เชตวนํ คจฺฉาหี’’ติ อุยฺโยเชสุํ. สาปิ โข พาลา กกจทนฺตปนฺติยา ปุปฺผาวลิกีฬํ กีฬิตุกามา วิย, ปภินฺนมทํ จณฺฑหตฺถึ โสณฺฑาย ปรามสนฺตี วิย, นลาเฏน มจฺจุํ คณฺหนฺตี วิย ติตฺถิยานํ วจนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา มาลาคนฺธวิเลปนตมฺพูลมุขวาสาทีนิ คเหตฺวา มหาชนสฺส สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา นครํ ปวิสนกาเล เชตวนาภิมุขี คจฺฉนฺตี ‘‘กหํ คจฺฉสี’’ติ จ ปุฏฺฐา ‘‘สมณสฺส โคตมสฺส สนฺติกํ, อหญฺหิ เตน สทฺธึ เอกคนฺธกุฏิยํ วสามี’’ติ วตฺวา อญฺญตรสฺมึ ติตฺถิยาราเม วสิตฺวา ปาโตว เชตวนมคฺคํ โอตริตฺวา นคราภิมุขี อาคจฺฉนฺตี ‘‘กึ สุนฺทริ กหํ คตาสี’’ติ จ ปุฏฺฐา ‘‘สมเณน โคตเมน สทฺธึ เอกคนฺธกุฏิยํ วสิตฺวา ตํ กิเลสรติยา รมาเปตฺวา อาคตามฺหี’’ติ วทติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘เอวํ อยฺยาติ โข สุนฺทรี ปริพฺพาชิกา เตสํ อญฺญติตฺถิยานํ ปริพฺพาชกานํ ปฏิสฺสุตฺวา อภิกฺขณํ เชตวนํ อคมาสี’’ติ.

ติตฺถิยา กติปาหสฺส อจฺจเยน ธุตฺตานํ กหาปเณ ทตฺวา ‘‘คจฺฉถ, สุนฺทรึ มาเรตฺวา สมณสฺส โคตมสฺส คนฺธกุฏิยา อวิทูเร มาลากจวรนฺตเร นิกฺขิปิตฺวา เอถา’’ติ วทึสุ. เต ตถา อกํสุ. ตโต ติตฺถิยา ‘‘สุนฺทรึ น ปสฺสามา’’ติ โกลาหลํ กตฺวา รญฺโญ อาโรเจตฺวา ‘‘กตฺถ ปน ตุเมฺห ปริสงฺกถา’’ติ รญฺญา วุตฺตา อิเมสุ ทิวเสสุ เชตวเน วสติ, ตตฺถสฺสา ปวตฺตึ น ชานามาติ. ‘‘เตน หิ คจฺฉถ, นํ ตตฺถ วิจินถา’’ติ รญฺญา อนุญฺญาตา อตฺตโน อุปฏฺฐาเก คเหตฺวา เชตวนํ คนฺตฺวา วิจินนฺตา วิย หุตฺวา มาลากจวรํ พฺยูหิตฺวา ตสฺสา สรีรํ มญฺจกํ อาโรเปตฺวา นครํ ปเวเสตฺวา ‘‘สมณสฺส โคตมสฺส สาวกา ‘สตฺถุนา กตํ ปาปกมฺมํ ปฏิจฺฉาเทสฺสามา’ติ สุนฺทรึ มาเรตฺวา มาลากจวรนฺตเร นิกฺขิปึสู’’ติ รญฺโญ อาโรเจสุํ. ราชาปิ อนุปปริกฺขิตฺวา ‘‘เตน หิ คจฺฉถ, นครํ อาหิณฺฑถา’’ติ อาห. เต นครวีถีสุ ‘‘ปสฺสถ สมณานํ สกฺยปุตฺติยานํ กมฺม’’นฺติอาทีนิ วทนฺตา วิจริตฺวา ปุน รญฺโญ นิเวสนทฺวารํ อคมํสุ. ราชา สุนฺทริยา สรีรํ อามกสุสาเน อฏฺฏกํ อาโรเปตฺวา รกฺขาเปสิ. สาวตฺถิวาสิโน ฐเปตฺวา อริยสาวเก เยภุยฺเยน ‘‘ปสฺสถ สมณานํ สกฺยปุตฺติยานํ กมฺม’’นฺติอาทีนิ วตฺวา อนฺโตนคเร พหินคเร จ ภิกฺขู อกฺโกสนฺตา วิจรึสุ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ยทา เต อญฺญึสุ ติตฺถิยา ปริพฺพาชกา ‘โวทิฏฺฐา โข สุนฺทรี’’’ติอาทิ.

ตตฺถ อญฺญึสูติ ชานึสุ. โวทิฏฺฐาติ พฺยปทิฏฺฐา, เชตวนํ อาคจฺฉนฺตี จ คจฺฉนฺตี จ วิเสสโต ทิฏฺฐา, พหุลํ ทิฏฺฐาติ อตฺโถ. ปริขากูเปติ ทีฆิกาวาเฏ. ยา สา, มหาราช, สุนฺทรีติ, มหาราช, ยา สา อิมสฺมึ นคเร รูปสุนฺทรตาย ‘‘สุนฺทรี’’ติ ปากฏา อภิญฺญาตา ปริพฺพาชิกา. สา โน น ทิสฺสตีติ สา อมฺหากํ จกฺขุ วิย ชีวิตํ วิย จ ปิยายิตพฺพา, อิทานิ น ทิสฺสติ. ยถานิกฺขิตฺตนฺติ ปุริเส อาณาเปตฺวา มาลากจวรนฺตเร อตฺตนา ยถาฐปิตํ. ‘‘ยถานิขาต’’นฺติปิ ปาโฐ, ปถวิยํ นิขาตปฺปการนฺติ อตฺโถ.

รถิยาย รถิยนฺติ วีถิโต วีถึ. วีถีติ หิ วินิวิชฺฌนกรจฺฉา. สิงฺฆาฏกนฺติ ติโกณรจฺฉา. อลชฺชิโนติ น ลชฺชิโน, ปาปชิคุจฺฉาวิรหิตาติ อตฺโถ. ทุสฺสีลาติ นิสฺสีลา. ปาปธมฺมาติ ลามกสภาวา นิหีนาจารา. มุสาวาทิโนติ ทุสฺสีลา สมานา ‘‘สีลวนฺโต มย’’นฺติ อลิกวาทิตาย มุสาวาทิโน. อพฺรหฺมจาริโนติ ‘‘เมถุนปฺปฏิเสวิตาย อเสฏฺฐจาริโน อิเม หิ นามา’’ติ หีเฬนฺตา วทนฺติ. ธมฺมจาริโนติ กุสลธมฺมจาริโน. สมจาริโนติ กายกมฺมาทิสมจาริโน. กลฺยาณธมฺมาติ สุนฺทรสภาวา, ปฏิชานิสฺสนฺติ นามาติ สมฺพนฺโธ. นามสทฺทโยเคน หิ เอตฺถ ปฏิชานิสฺสนฺตีติ อนาคตกาลวจนํ. สามญฺญนฺติ สมณภาโว สมิตปาปตา. พฺรหฺมญฺญนฺติ เสฏฺฐภาโว พาหิตปาปตา. กุโตติ เกน การเณน. อปคตาติ อเปตา ปริภฏฺฐา. ปุริสกิจฺจนฺติ เมถุนปฺปฏิเสวนํ สนฺธาย วทนฺติ.

อถ ภิกฺขู ตํ ปวตฺตึ ภควโต อาโรเจสุํ. สตฺถา ‘‘เตน หิ, ภิกฺขเว, ตุเมฺหปิ เต มนุสฺเส อิมาย คาถาย ปฏิโจเทถา’’ติ วตฺวา ‘‘อภูตวาที’’ติ คาถมาห. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘อถ โข สมฺพหุลา…เป… นิหีนกมฺมา มนุชา ปรตฺถา’’ติ. ตตฺถ เนโส, ภิกฺขเว, สทฺโท จิรํ ภวิสฺสตีติ อิทํ สตฺถา ตสฺส อยสสฺส นิปฺผตฺตึ สพฺพญฺญุตญฺญาเณน ชานิตฺวา ภิกฺขู สมสฺสาเสนฺโต อาห.

คาถายํ อภูตวาทีติ ปรสฺส โทสํ อทิสฺวาว มุสาวาทํ กตฺวา อภูเตน อตจฺเฉน ปรํ อพฺภาจิกฺขนฺโต. โย วาปิ กตฺวาติ โย วา ปน ปาปกมฺมํ กตฺวา ‘‘นาหํ เอตํ กโรมี’’ติ อาห. เปจฺจ สมา ภวนฺตีติ เต อุโภปิ ชนา อิโต ปรโลกํ คนฺตฺวา นิรยูปคมเนน คติยา สมา ภวนฺติ. คติเยว หิ เนสํ ปริจฺฉินฺนา, อายู ปน อปริจฺฉินฺนา. พหุกญฺหิ ปาปํ กตฺวา จิรํ นิรเย ปจฺจติ, ปริตฺตกํ กตฺวา อปฺปมตฺตกเมว กาลํ ปจฺจติ. ยสฺมา ปน เนสํ อุภินฺนมฺปิ ลามกเมว กมฺมํ, เตน วุตฺตํ – นิหีนกมฺมา มนุชา ปรตฺถาติ. ‘‘ปรตฺถา’’ติ อิมสฺส ปน ปทสฺส ปุรโต ‘‘เปจฺจา’’ติปเทน สมฺพนฺโธ, เปจฺจ ปรตฺถ อิโต คนฺตฺวา เต นิหีนกมฺมา ปรโลเก สมา ภวนฺตีติ อตฺโถ.

ปริยาปุณิตฺวาติ อุคฺคเหตฺวา. อการกาติ อปราธสฺส น การกา. นยิเมหิ กตนฺติ เอวํ กิร เนสมโหสิ – อิเมหิ สมเณหิ สกฺยปุตฺติเยหิ อทฺธา ตํ ปาปกมฺมํ น กตํ, ยํ อญฺญติตฺถิยา อุคฺโฆสิตฺวา สกลนครํ อาหิณฺฑึสุ, ยสฺมา อิเม อเมฺหสุ เอวํ อสพฺภาหิ ผรุสาหิ วาจาหิ อพฺภาจิกฺขนฺเตสุปิ น กิญฺจิ วิการํ ทสฺเสนฺติ, ขนฺติโสรจฺจญฺจ น วิชหนฺติ, เกวลํ ปน ‘‘อภูตวาที นิรยํ อุเปตี’’ติ ธมฺมํเยว วทนฺตา สปนฺติเยว, อิเม สมณา สกฺยปุตฺติยา อเมฺห อนุปธาเรตฺวา อพฺภาจิกฺขนฺเต สปนฺติ, สปถํ กโรนฺตา วิย วทนฺติ. อถ วา ‘‘โย วาปิ กตฺวา ‘น กโรมิ’ จาหา’’ติ วทนฺตา สปนฺติ, อตฺตโน อการกภาวํ โพเธตุํ อมฺหากํ สปถํ กโรนฺติ อิเมติ อตฺโถ.

เตสญฺหิ มนุสฺสานํ ภควตา ภาสิตคาถาย สวนสมนนฺตรเมว พุทฺธานุภาเวน สารชฺชํ โอกฺกมิ, สํเวโค อุปฺปชฺชิ ‘‘นยิทํ อเมฺหหิ ปจฺจกฺขโต ทิฏฺฐํ, สุตํ นาม ตถาปิ โหติ, อญฺญถาปิ โหติ, เอเต จ อญฺญติตฺถิยา อิเมสํ อนตฺถกามา อหิตกามา, ตสฺมา เต สทฺธาย นยิทํ อเมฺหหิ วตฺตพฺพํ, ทุชฺชานา หิ สมณา’’ติ. เต ตโต ปฏฺฐาย ตโต โอรมึสุ.

ราชาปิ เยหิ สุนฺทรี มาริตา, เตสํ ชานนตฺถํ ปุริเส อาณาเปสิ. อถ เต ธุตฺตา เตหิ กหาปเณหิ สุรํ ปิวนฺตา อญฺญมญฺญํ กลหํ กรึสุ. เตสุ หิ เอโก เอกํ อาห – ‘‘ตฺวํ สุนฺทรึ เอกปฺปหาเรน มาเรตฺวา มาลากจวรนฺตเร ขิปิตฺวา ตโต ลทฺธกหาปเณหิ สุรํ ปิวสิ, โหตุ โหตู’’ติ. ราชปุริสา ตํ สุตฺวา เต ธุตฺเต คเหตฺวา รญฺโญ ทสฺเสสุํ. ราชา ‘‘ตุเมฺหหิ สา มาริตา’’ติ เต ธุตฺเต ปุจฺฉิ. ‘‘อาม, เทวา’’ติ. ‘‘เกหิ มาราปิตา’’ติ? ‘‘อญฺญติตฺถิเยหิ, เทวา’’ติ. ราชา ติตฺถิเย ปกฺโกสาเปตฺวา ตมตฺถํ ปฏิชานาเปตฺวา, ‘‘อยํ สุนฺทรี ตสฺส สมณสฺส โคตมสฺส อวณฺณํ อาโรเปตุกาเมหิ อเมฺหหิ มาราปิตา, เนว โคตมสฺส, น โคตมสาวกานํ โทโส อตฺถิ, อมฺหากเมว โทโสติ เอวํ วทนฺตา นครํ อาหิณฺฑถา’’ติ อาณาเปสิ. เต ตถา อกํสุ. มหาชโน สมฺมเทว สทฺทหิ. ติตฺถิยานํ ธิกฺการํ อกาสิ, ติตฺถิยา มนุสฺสวธทณฺฑํ ปาปุณึสุ. ตโต ปฏฺฐาย พุทฺธสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ ภิยฺโยโสมตฺตาย สกฺการสมฺมาโน มหา อโหสิ. ภิกฺขู อจฺฉริยพฺภุตจิตฺตชาตา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา อตฺตมนา ปฏิเวเทสุํ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู…เป… อนฺตรหิโต โส, ภนฺเต, สทฺโท’’ติ.

กสฺมา ปน ภควา ‘‘ติตฺถิยานํ อิทํ กมฺม’’นฺติ ภิกฺขูนํ นาโรเจสิ? อริยานํ ตาว อาโรจเนน ปโยชนํ นตฺถิ, ปุถุชฺชเนสุ ปน ‘‘เย น สทฺทเหยฺยุํ, เตสํ ตํ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺเตยฺยา’’ติ นาโรเจสิ. อปิเจตํ พุทฺธานํ อนาจิณฺณํ, ยํ อนาคตสฺส อีทิสสฺส วตฺถุสฺส อาจิกฺขนํ. ปรานุทฺเทสิกเมว หิ ภควา สํกิเลสปกฺขํ วิภาเวติ, กมฺมญฺจ กโตกาสํ น สกฺกา นิวตฺเตตุนฺติ อพฺภกฺขานํ ตนฺนิมิตฺตญฺจ ภควา อชฺฌุเปกฺขนฺโต นิสีทิ. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘น อนฺตลิกฺเข น สมุทฺทมชฺเฌ,

น ปพฺพตานํ วิวรํ ปวิสฺส;

น วิชฺชตี โส ชคติปฺปเทโส,

ยตฺถฏฺฐิโต มุจฺเจยฺย ปาปกมฺมา’’ติ. (ธ. ป. ๑๒๗; มิ. ป. ๔.๒.๔);

เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ มมฺมจฺเฉทนวเสนาปิ พาลชเนหิ ปวตฺติตํ ทุรุตฺตวจนํ ขนฺติพลสมนฺนาคตสฺส ธีรสฺส ทุตฺติติกฺขา นาม นตฺถีติ อิมมตฺถํ สพฺพาการโต วิทิตฺวา. อิมํ อุทานนฺติ อิมํ อธิวาสนขนฺติพลวิภาวนํ อุทานํ อุทาเนสิ.

ตตฺถ ตุทนฺติ วาจาย ชนา อสญฺญตา, สเรหิ สงฺคามคตํว กุญฺชรนฺติ กายิกสํวราทีสุ กสฺสจิปิ สํวรสฺส อภาเวน อสํยตา อวินีตา พาลชนา สเรหิ สายเกหิ สงฺคามคตํ ยุทฺธคตํ กุญฺชรํว หตฺถินาคํ ปฏิโยธา วิย วาจาสตฺตีหิ ตุทนฺติ วิชฺฌนฺติ, อยํ เตสํ สภาโว. สุตฺวาน วากฺยํ ผรุสํ อุทีริตํ, อธิวาสเย ภิกฺขุ อทุฏฺฐจิตฺโตติ ตํ ปน เตหิ พาลชเนหิ อุทีริตํ ภาสิตํ มมฺมฆฏฺฏนวเสน ปวตฺติตํ ผรุสํ วากฺยํ วจนํ อภูตํ ภูตโต นิพฺเพเฐนฺโต มม กกจูปมโอวาทํ (ม. นิ. ๑.๒๒๒ อาทโย) อนุสฺสรนฺโต อีสกมฺปิ อทุฏฺฐจิตฺโต หุตฺวา ‘‘สํสารสภาโว เอโส’’ติ สํสาเร ภยํ อิกฺขณสีโล ภิกฺขุ อธิวาสเย, อธิวาสนขนฺติยํ ฐตฺวา ขเมยฺยาติ อตฺโถ.

เอตฺถาห – กึ ปน ตํ กมฺมํ, ยํ อปริมาณกาลํ สกฺกจฺจํ อุปจิตวิปุลปุญฺญสมฺภาโร สตฺถา เอวํ ทารุณํ อภูตพฺภกฺขานํ ปาปุณีติ? วุจฺจเต – อยํ โส ภควา โพธิสตฺตภูโต อตีตชาติยํ มุนาฬิ นาม ธุตฺโต หุตฺวา ปาปชนเสวี อโยนิโสมนสิการพหุโล วิจรติ. โส เอกทิวสํ สุรภึ นาม ปจฺเจกสมฺพุทฺธํ นครํ ปิณฺฑาย ปวิสิตุํ จีวรํ ปารุปนฺตํ ปสฺสิ. ตสฺมิญฺจ สมเย อญฺญตรา อิตฺถี ตสฺส อวิทูเรน คจฺฉติ. ธุตฺโต ‘‘อพฺรหฺมจารี อยํ สมโณ’’ติ อพฺภาจิกฺขิ. โส เตน กมฺเมน พหูนิ วสฺสสตสหสฺสานิ นิรเย ปจฺจิตฺวา ตสฺเสว กมฺมสฺส วิปากาวเสเสน อิทานิ พุทฺโธ หุตฺวาปิ สุนฺทริยา การณา อภูตพฺภกฺขานํ ปาปุณิ. ยถา เจตํ, เอวํ จิญฺจมาณวิกาทีนํ วิการกิตฺถีนํ ภควโต อพฺภกฺขานาทีนิ ทุกฺขานิ ปตฺตานิ, สพฺพานิ ปุพฺเพ กตสฺส กมฺมสฺส วิปากาวเสสานิ, ยานิ ‘‘กมฺมปิโลติกานี’’ติ วุจฺจนฺติ. วุตฺตเญฺหตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๓๙.๖๔-๙๖) –

‘‘อโนตตฺตสราสนฺเน, รมณีเย สิลาตเล;

นานารตนปชฺโชเต, นานาคนฺธวนนฺตเร.

‘‘มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน, ปเรโต โลกนายโก;

อาสีโน พฺยากรี ตตฺถ, ปุพฺพกมฺมานิ อตฺตโน.

‘‘สุณาถ ภิกฺขโว มยฺหํ, ยํ กมฺมํ ปกตํ มยา;

ปิโลติกสฺส กมฺมสฺส, พุทฺธตฺเตปิ วิปจฺจติ.

๑. ‘‘มุนาฬิ นามหํ ธุตฺโต, ปุพฺเพ อญฺญาสุ ชาติสุ;

ปจฺเจกพุทฺธํ สุรภึ, อพฺภาจิกฺขึ อทูสกํ.

‘‘เตน กมฺมวิปาเกน, นิรเย สํสรึ จิรํ;

พหู วสฺสสหสฺสานิ, ทุกฺขํ เวเทมิ เวทนํ.

‘‘เตน กมฺมาวเสเสน, อิธ ปจฺฉิมเก ภเว;

อพฺภกฺขานํ มยา ลทฺธํ, สุนฺทริกาย การณา.

๒. ‘‘สพฺพาภิภุสฺส พุทฺธสฺส, นนฺโท นามาสิ สาวโก;

ตํ อพฺภกฺขาย นิรเย, จิรํ สํสริตํ มยา.

‘‘ทส วสฺสสหสฺสานิ, นิรเย สํสรึ จิรํ;

มนุสฺสภาวํ ลทฺธาหํ, อพฺภกฺขานํ พหุํ ลภึ.

‘‘เตน กมฺมาวเสเสน, จิญฺจมาณวิกา มมํ;

อพฺภาจิกฺขิ อภูเตน, ชนกายสฺส อคฺคโต.

๓. ‘‘พฺราหฺมโณ สุตวา อาสึ, อหํ สกฺกตปูชิโต;

มหาวเน ปญฺจสเต, มนฺเต วาเจมิ มาณเว.

‘‘ตตฺถาคโต อิสี ภีโม, ปญฺจาภิญฺโญ มหิทฺธิโก;

ตญฺจาหํ อาคตํ ทิสฺวา, อพฺภาจิกฺขึ อทูสกํ.

‘‘ตโตหํ อวจํ สิสฺเส, กามโภคี อยํ อิสิ;

มยฺหมฺปิ ภาสมานสฺส, อนุโมทึสุ มาณวา.

‘‘ตโต มาณวกา สพฺเพ, ภิกฺขมานํ กุเล กุเล;

มหาชนสฺส อาหํสุ, กามโภคี อยํ อิสิ.

‘‘เตน กมฺมวิปาเกน, ปญฺจ ภิกฺขุสตา อิเม;

อพฺภกฺขานํ ลภุํ สพฺเพ, สุนฺทริกาย การณา.

๔. ‘‘เวมาตุภาติกํ ปุพฺเพ, ธนเหตุ หนึ อหํ;

ปกฺขิปึคิริทุคฺคสฺมึ, สิลาย จ อปึสยึ.

‘‘เตน กมฺมวิปาเกน, เทวทตฺโต สิลํ ขิปิ;

องฺคุฏฺฐํ ปึสยี ปาเท, มม ปาสาณสกฺขรา.

๕. ‘‘ปุเรหํ ทารโก หุตฺวา, กีฬมาโน มหาปเถ;

ปจฺเจกพุทฺธํ ทิสฺวาน, มคฺเค สกลิกํ ขิปึ.

‘‘เตน กมฺมวิปาเกน, อิธ ปจฺฉิมเก ภเว;

วธตฺถํ มํ เทวทตฺโต, อภิมาเร ปโยชยิ.

๖. ‘‘หตฺถาโรโห ปุเร อาสึ, ปจฺเจกมุนิมุตฺตมํ;

ปิณฺฑาย วิจรนฺตํ ตํ, อาสาเทสึ คเชนหํ.

‘‘เตน กมฺมวิปาเกน, ภนฺโต นาฬาคิรี คโช;

คิริพฺพเช ปุรวเร, ทารุโณ สมุปาคมิ.

๗. ‘‘ราชาหํ ปตฺถิโว อาสึ, สตฺติยา ปุริเส หนึ;

เตน กมฺมวิปาเกน, นิรเย ปจฺจิสํ ภุสํ.

‘‘กมฺมุโน ตสฺส เสเสน, โสทานิ สกลํ มม;

ปาเท ฉวึ ปกปฺเปสิ, น หิ กมฺมํ วินสฺสติ.

๘. ‘‘อหํ เกวฏฺฏคามสฺมึ, อหุํ เกวฏฺฏทารโก;

มจฺฉเก ฆาติเต ทิสฺวา, ชนยึ โสมนสฺสกํ.

‘‘เตน กมฺมวิปาเกน, สีสทุกฺขํ อหู มม;

สกฺกา จ สพฺเพ หญฺญึสุ, ยทา หนิ วิฏฏูโภ.

๙. ‘‘ผุสฺสสฺสาหํ ปาวจเน, สาวเก ปริภาสยึ;

ยวํ ขาทถ ภุญฺชถ, มา จ ภุญฺชถ สาลโย.

‘‘เตน กมฺมวิปาเกน, เตมาสํ ขาทิตํ ยวํ;

นิมนฺติโต พฺราหฺมเณน, เวรญฺชายํ วสึ ตทา.

๑๐. ‘‘นิพฺพุทฺเธ วตฺตมานมฺหิ, มลฺลปุตฺตํ นิเหฐยึ;

เตน กมฺมวิปาเกน, ปิฏฺฐิทุกฺขํ อหู มม.

๑๑. ‘‘ติกิจฺฉโก อหํ อาสึ, เสฏฺฐิปุตฺตํ วิเรจยึ;

เตน กมฺมวิปาเกน, โหติ ปกฺขนฺทิกา มม.

๑๒. ‘‘อวจาหํ โชติปาโล, กสฺสปํ สุคตํ ตทา;

กุโต นุ โพธิ มุณฺฑสฺส, โพธิ ปรมทุลฺลภา.

‘‘เตน กมฺมวิปาเกน, อจรึ ทุกฺกรํ พหุํ;

ฉพฺพสฺสานุรุเวลายํ, ตโต โพธึ อปาปุณึ.

‘‘นาหํ เอเตน มคฺเคน, ปาปุณึ โพธิมุตฺตมํ;

กุมฺมคฺเคน คเวสิสฺสํ, ปุพฺพกมฺเมน วาริโต.

‘‘ปุญฺญปาปปริกฺขีโณ, สพฺพสนฺตาปวชฺชิโต;

อโสโก อนุปายาโส, นิพฺพายิสฺสมนาสโว.

‘‘เอวํ ชิโน วิยากาสิ, ภิกฺขุสงฺฆสฺส อคฺคโต;

สพฺพาภิญฺญาพลปฺปตฺโต, อโนตตฺตมหาสเร’’ติ. (อป. เถร ๑.๓๙.๖๔-๙๖);

อฏฺฐมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.