๔. ยกฺขปหารสุตฺตวณฺณนา
๓๔. จตุตฺเถ กโปตกนฺทรายนฺติ เอวํนามเก วิหาเร. ตสฺมึ กิร ปพฺพตกนฺทเร ปุพฺเพ พหู กโปตา วสึสุ, เตน สา ปพฺพตกนฺทรา ‘‘กโปตกนฺทรา’’ติ วุจฺจติ. อปรภาเค ตตฺถ กตวิหาโรปิ ‘‘กโปตกนฺทรา’’เตฺวว ปญฺญายิตฺถ. เตน วุตฺตํ – ‘‘กโปตกนฺทรายนฺติ เอวํนามเก วิหาเร’’ติ. ชุณฺหาย รตฺติยาติ สุกฺกปกฺขรตฺติยํ. นโวโรปิเตหิ เกเสหีติ อจิรโอหาริเตหิ เกเสหิ, อิตฺถมฺภูตลกฺขเณ เจตํ กรณวจนํ. อพฺโภกาเสติ ยตฺถ อุปริจฺฉทนํ ปริกฺเขโป วา นตฺถิ, ตาทิเส อากาสงฺคเณ.
ตตฺถ อายสฺมา สาริปุตฺโต สุวณฺณวณฺโณ, อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน นีลุปฺปลวณฺโณ. อุโภปิ ปน เต มหาเถรา อุทิจฺจพฺราหฺมณชจฺจา กปฺปานํ สตสหสฺสาธิกํ เอกํ อสงฺเขฺยยฺยํ อภินีหารสมฺปนฺนา ฉฬภิญฺญาปฏิสมฺภิทาปฺปตฺตา มหาขีณาสวา สมาปตฺติลาภิโน สตฺตสฏฺฐิยา สาวกปารมิญาณานํ มตฺถกปฺปตฺตา เอตํ กโปตกนฺทรวิหารํ อุปโสภยนฺตา เอกํ กนกคุหํ ปวิฏฺฐา เทฺว สีหา วิย, เอกํ วิชมฺภนภูมึ โอติณฺณา เทฺว พฺยคฺฆา วิย, เอกํ สุปุปฺผิตสาลวนํ ปวิฏฺฐา เทฺว ฉทฺทนฺตนาคราชาโน วิย, เอกํ สิมฺพลิวนํ ปวิฏฺฐา เทฺว สุปณฺณราชาโน วิย, เอกํ นรวาหนยานํ อภิรุฬฺหา เทฺว เวสฺสวณา วิย, เอกํ ปณฺฑุกมฺพลสิลาสนํ อภินิสินฺนา เทฺว สกฺกา วิย, เอกวิมานพฺภนฺตรคตา เทฺว มหาพฺรหฺมาโน วิย, เอกสฺมึ คคนฏฺฐาเน ฐิตานิ เทฺว จนฺทมณฺฑลานิ วิย, เทฺว สูริยมณฺฑลานิ วิย จ วิโรจึสุ. เตสุ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ตุณฺหี นิสีทิ, อายสฺมา ปน สาริปุตฺโต สมาปชฺชิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อญฺญตรํ สมาธึ สมาปชฺชิตฺวา’’ติ.
ตตฺถ อญฺญตรํ สมาธินฺติ อุเปกฺขาพฺรหฺมวิหารสมาปตฺตึ. เกจิ ‘‘สญฺญาเวทยิตนิโรธสมาปตฺติ’’นฺติ วทนฺติ, อปเร ปนาหุ ‘‘อารุปฺปปาทกํ ผลสมาปตฺติ’’นฺติ. อิมา เอว หิ ติสฺโส กายรกฺขณสมตฺถา สมาปตฺติโย. ตตฺถ นิโรธสมาปตฺติยา สมาธิปริยายสมฺภโว เหฏฺฐา วุตฺโตว, ปจฺฉิมํเยว ปน อาจริยา วณฺเณนฺติ. อุตฺตราย ทิสาย ทกฺขิณํ ทิสํ คจฺฉนฺตีติ อุตฺตราย ทิสาย ยกฺขสมาคมํ คนฺตฺวา อตฺตโน ภวนํ คนฺตุํ ทกฺขิณํ ทิสํ คจฺฉนฺติ. ปฏิภาติ มนฺติ อุปฏฺฐาติ มม. มนฺติ หิ ปฏิสทฺทโยเคน สามิอตฺเถ อุปโยควจนํ, อิมสฺส สีเส ปหารํ ทาตุํ จิตฺตํ เม อุปฺปชฺชตีติ อตฺโถ. โส กิร ปุริมชาติยํ เถเร พทฺธาฆาโต, เตนสฺส เถรํ ทิสฺวา ปทุฏฺฐจิตฺตสฺส เอวํ อโหสิ. อิตโร ปน สปฺปญฺญชาติโก, ตสฺมา ตํ ปฏิเสเธนฺโต ‘‘อลํ สมฺมา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ มา อาสาเทสีติ มา ฆฏฺเฏสิ, มา ปหารํ เทหีติ วุตฺตํ โหติ. อุฬาโรติ อุฬาเรหิ อุตฺตเมหิ สีลาทิคุเณหิ สมนฺนาคโต.
อนาทิยิตฺวาติ อาทรํ อกตฺวา, ตสฺส วจนํ อคฺคเหตฺวา. ยสฺมา ปน ตสฺส วจนํ อคฺคณฺหนฺโต ตํ อนาทิยนฺโต นาม โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ – ‘‘ตํ ยกฺขํ อนาทิยิตฺวา’’ติ. สีเส ปหารํ อทาสีติ สพฺพถาเมน อุสฺสาหํ ชเนตฺวา อากาเส ฐิโตว สีเส ขฏกํ อทาสิ, มุทฺธนิ มุฏฺฐิฆาตํ อกาสีติ อตฺโถ. ตาว มหาติ ถามมหตฺเตน ตตฺตกํ มหนฺโต ปหาโร อโหสิ. เตน ปหาเรนาติ เตน ปหาเรน กรณภูเตน. สตฺตรตนนฺติ ปมาณมชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส รตเนน สตฺตรตนํ. นาคนฺติ หตฺถินาคํ. โอสาเทยฺยาติ ปถวิยํ โอสีทาเปยฺย นิมุชฺชาเปยฺย. ‘‘โอสาเรยฺยา’’ติปิ ปาโฐ, จุณฺณวิจุณฺณํ กเรยฺยาติ อตฺโถ. อฑฺฒฏฺฐมรตนนฺติ อฑฺเฒน อฏฺฐนฺนํ ปูรณานิ อฑฺฒฏฺฐมานิ, อฑฺฒฏฺฐมานิ รตนานิ ปมาณํ เอตสฺสาติ อฑฺฒฏฺฐมรตโน, ตํ อฑฺฒฏฺฐมรตนํ. มหนฺตํ ปพฺพตกูฏนฺติ เกลาสกูฏปฺปมาณํ วิปุลํ คิริกูฏํ. ปทาเลยฺยาติ สกลิกากาเรน ภินฺเทยฺย. อปิ โอสาเทยฺย, อปิ ปทาเลยฺยาติ สมฺพนฺโธ.
ตาวเทว จสฺส สรีเร มหาปริฬาโห อุปฺปชฺชิ, โส เวทนาตุโร อากาเส ฐาตุํ อสกฺโกนฺโต ภูมิยํ ปติ, ตงฺขณญฺเญว อฏฺฐสฏฺฐิสหสฺสาธิกโยชนสตสหสฺสุพฺเพธํ สิเนรุมฺปิ ปพฺพตราชานํ สนฺธาเรนฺตี จตุนหุตาธิกทฺวิโยชนสตสหสฺสพหลา มหาปถวี ตํ ปาปสตฺตํ ธาเรตุํ อสกฺโกนฺตี วิย วิวรมทาสิ. อวีจิโต ชาลา อุฏฺฐหิตฺวา กนฺทนฺตํเยว ตํ คณฺหึสุ, โส กนฺทนฺโต วิปฺปลปนฺโต ปติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ จ ปน โส ยกฺโข ‘ฑยฺหามิ ฑยฺหามี’ติ วตฺวา ตตฺเถว มหานิรยํ อปตาสีติ. ตตฺถ อปตาสีติ อปติ.
กึ ปน โส ยกฺขตฺตภาเวเนว นิรยํ อุปคจฺฉีติ? น อุปคจฺฉิ, ยเญฺหตฺถ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ ปาปกมฺมํ อโหสิ, ตสฺส พเลน ยกฺขตฺตภาเว มหนฺตํ ทุกฺขํ อนุภวิ. ยํ ปน อุปปชฺชเวทนียํ อานนฺตริยกมฺมํ, เตน จุติอนนฺตรํ นิรเย อุปฺปชฺชีติ. เถรสฺส ปน สมาปตฺติพเลน อุปตฺถมฺภิตสรีรสฺส น โกจิ วิกาโร อโหสิ. สมาปตฺติโต อวุฏฺฐิตกาเล หิ ตํ ยกฺโข ปหริ, ตถา ปหรนฺตํ ทิพฺพจกฺขุนา ทิสฺวา อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ธมฺมเสนาปตึ อุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมนสมกาลเมว จ ธมฺมเสนาปติ สมาปตฺติโต อุฏฺฐาสิ. อถ นํ มหาโมคฺคลฺลาโน สรีรวุตฺตึ ปุจฺฉิ, โสปิสฺส พฺยากาสิ, เตน วุตฺตํ – ‘‘อทฺทสา โข อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน…เป… อปิ จ เม สีสํ โถกํ ทุกฺข’’นฺติ.
ตตฺถ โถกํ ทุกฺขนฺติ โถกํ อปฺปมตฺตกํ มธุรกชาตํ วิย เม สีสํ ทุกฺขิตํ, ทุกฺขปฺปตฺตนฺติ อตฺโถ. ทุกฺขาธิฏฺฐานญฺหิ สีสํ ทุกฺขนฺติ วุตฺตํ. ‘‘สีเส โถกํ ทุกฺข’’นฺติปิ ปาโฐ. กถํ ปน สมาปตฺติพเลน สรีเร อุปตฺถมฺภิเต เถรสฺส สีเส โถกมฺปิ ทุกฺขํ อโหสีติ? อจิเรเนว วุฏฺฐิตตฺตา. อนฺโตสมาปตฺติยํ อปญฺญายมานทุกฺขญฺหิ กายนิสฺสิตตฺตา นิทฺทํ อุปคตสฺส มกสาทิชนิตํ วิย ปฏิพุทฺธสฺส โถกํ ปญฺญายิตฺถ.
‘‘มหาพเลน ยกฺเขน ตถา สพฺพุสฺสาเหน ปหเฏ สรีเรปิ วิกาโร นาม นตฺถี’’ติ อจฺฉริยพฺภุตจิตฺตชาเตน อายสฺมตา มหาโมคฺคลฺลาเนน ‘‘อจฺฉริยํ, อาวุโส สาริปุตฺตา’’ติอาทินา ธมฺมเสนาปติโน มหานุภาวตาย วิภาวิตาย โสปิสฺส ‘อจฺฉริยํ, อาวุโส โมคฺคลฺลานา’’ติอาทินา อิทฺธานุภาวมหนฺตตาปกาสนาปเทเสน อตฺตโน อิสฺสามจฺฉริยาหงฺการาทิมลานํ สุปฺปหีนตํ ทีเปติ. ปํสุปิสาจกมฺปิ น ปสฺสามาติ สงฺการกูฏาทีสุ วิจรณกขุทฺทกเปตมฺปิ น ปสฺสาม. อิติ อธิคมปฺปิจฺฉานํ อคฺคภูโต มหาเถโร ตสฺมึ กาเล อนาวชฺชเนน เตสํ อทสฺสนํ สนฺธาย วทติ. เตเนวาห ‘‘เอตรหี’’ติ.
ภควา ปน เวฬุวเน ฐิโต อุภินฺนํ อคฺคสาวกานํ อิมํ กถาสลฺลาปํ ทิพฺพโสเตน อสฺโสสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อสฺโสสิ โข ภควา’’ติอาทิ, ตํ วุตฺตตฺถเมว.
เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ เอตํ อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส สมาปตฺติพลูปคตํ อิทฺธานุภาวมหนฺตตํ วิทิตฺวา. อิมํ อุทานนฺติ ตสฺเสว ตาทิภาวปฺปตฺติทีปกํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ.
ตตฺถ ยสฺส เสลูปมํ จิตฺตํ, ฐิตํ นานุปกมฺปตีติ ยสฺส ขีณาสวสฺส จิตฺตํ เอกคฺฆนสิลามยปพฺพตูปมํ สพฺเพสํ อิญฺชนานํ อภาวโต วสีภาวปฺปตฺติยาว ฐิตํ สพฺเพหิปิ โลกธมฺเมหิ นานุปกมฺปติ น ปเวธติ. อิทานิสฺส อกมฺปนาการํ สทฺธึ การเณน ทสฺเสตุํ ‘‘วิรตฺต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ วิรตฺตํ รชนีเยสูติ วิราคสงฺขาเตน อริยมคฺเคน รชนีเยสุ ราคุปฺปตฺติเหตุภูเตสุ สพฺเพสุ เตภูมกธมฺเมสุ วิรตฺตํ, ตตฺถ สพฺพโส สมุจฺฉินฺนราคนฺติ อตฺโถ. โกปเนยฺเยติ ปฏิฆฏฺฐานีเย สพฺพสฺมิมฺปิ อาฆาตวตฺถุสฺมึ น กุปฺปติ น ทุสฺสติ น วิการํ อาปชฺชติ. ยสฺเสวํ ภาวิตํ จิตฺตนฺติ ยสฺส ยถาวุตฺตสฺส อริยปุคฺคลสฺส จิตฺตํ เอวํ วุตฺตนเยน ตาทิภาวาวหนภาเวน ภาวิตํ. กุโต ตํ ทุกฺขเมสฺสตีติ ตํ อุตฺตมปุคฺคลํ กุโต สตฺตโต สงฺขารโต วา ทุกฺขํ อุปคมิสฺสติ, น ตาทิสสฺส ทุกฺขํ อตฺถีติ อตฺโถ.
จตุตฺถสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.