๑. เมฆิยสุตฺตวณฺณนา
๓๑. เมฆิยวคฺคสฺส ปฐเม จาลิกายนฺติ เอวํ นามเก นคเร. ตสฺส กิร นครสฺส ทฺวารฏฺฐานํ มุญฺจิตฺวา สมนฺตโต จลปงฺกํ โหติ, ตํ จลปงฺกํ นิสฺสาย ฐิตตฺตา โอโลเกนฺตานํ จลมานํ วิย อุปฏฺฐาติ, ตสฺมา ‘‘จาลิกา’’ติ วุจฺจติ. จาลิเก ปพฺพเตติ ตสฺส นครสฺส อวิทูเร เอโก ปพฺพโต, โสปิ สพฺพเสตตฺตา กาลปกฺขอุโปสเถ โอโลเกนฺตานํ จลมาโน วิย อุปฏฺฐาติ, ตสฺมา ‘‘จาลิกปพฺพโต’’ติ สงฺขํ คโต. ตตฺถ ภควโต มหนฺตํ วิหารํ การยึสุ, ภควา ตทา ตํ นครํ โคจรคามํ กตฺวา ตสฺมึ จาลิกปพฺพตมหาวิหาเร วิหรติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘จาลิกายํ วิหรติ จาลิเก ปพฺพเต’’ติ. เมฆิโยติ ตสฺส เถรสฺส นามํ. อุปฏฺฐาโก โหตีติ ปริจารโก โหติ. ภควโต หิ ปฐมโพธิยํ อุปฏฺฐากา อนิพทฺธา อเหสุํ, เอกทา นาคสมาโล, เอกทา นาคิโต, เอกทา อุปวาโน, เอกทา สุนกฺขตฺโต, ตทาปิ เมฆิยตฺเถโรว อุปฏฺฐาโก. เตนาห – ‘‘เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา เมฆิโย ภควโต อุปฏฺฐาโก โหตี’’ติ.
ชนฺตุคามนฺติ เอวํ นามกํ ตสฺเสว วิหารสฺส อปรํ โคจรคามํ. ‘‘ชตฺตุคาม’’นฺติปิ ปาโฐ. กิมิกาฬายาติ กาฬกิมีนํ พหุลตาย ‘‘กิมิกาฬา’’ติ ลทฺธนามาย นทิยา. ชงฺฆวิหารนฺติ จิรนิสชฺชาย ชงฺฆาสุ อุปฺปนฺนกิลมถวิโนทนตฺถํ วิจรณํ. ปาสาทิกนฺติ อวิรฬรุกฺขตาย สินิทฺธปตฺตตาย จ ปสฺสนฺตานํ ปสาทมาวหตีติ ปาสาทิกํ. สนฺทจฺฉายตาย มนุญฺญภูมิภาคตาย จ มนุญฺญํ. อนฺโต ปวิฏฺฐานํ ปีติโสมนสฺสชนนฏฺเฐน จิตฺตํ รเมตีติ รมณียํ. อลนฺติ ปริยตฺตํ, ยุตฺตนฺติปิ อตฺโถ. ปธานตฺถิกสฺสาติ โยเคน ภาวนาย อตฺถิกสฺส. ปธานายาติ สมณธมฺมกรณาย. อาคจฺเฉยฺยาหนฺติ อาคจฺเฉยฺยํ อหํ. เถเรน กิร ปุพฺเพ ตํ ฐานํ อนุปฏิปาฏิยา ปญฺจ ชาติสตานิ รญฺญา เอว สตา อนุภูตํ อุยฺยานํ อโหสิ, เตนสฺส ทิฏฺฐมตฺเตเยว ตตฺถ วิหริตุํ จิตฺตํ นมิ. อาคเมหิ ตาวาติ สตฺถา เถรสฺส วจนํ สุตฺวา อุปธาเรนฺโต ‘‘น ตาวสฺส ญาณํ ปริปากํ คต’’นฺติ ญตฺวา ปฏิกฺขิปนฺโต เอวมาห. เอกกมฺหิ ตาวาติ อิทํ ปนสฺส ‘‘เอวมยํ คนฺตฺวาปิ กมฺเม อนิปฺผชฺชมาเน นิราสงฺโก หุตฺวา เปมวเสน ปุน อาคจฺฉิสฺสตี’’ติ จิตฺตมทฺทวชนนตฺถํ อาห. ยาว อญฺโญปิ โกจิ ภิกฺขุ อาคจฺฉตีติ อญฺโญ โกจิ ภิกฺขุ มม สนฺติกํ ยาว อาคจฺฉติ, ตาว อาคเมหีติ อตฺโถ. ‘‘โกจิ ภิกฺขุ ทิสฺสตี’’ติปิ ปาโฐ. ‘‘อาคจฺฉตู’’ติปิ ปฐนฺติ, ตถา ‘‘ทิสฺสตู’’ติ.
นตฺถิ กิญฺจิ อุตฺตริ กรณียนฺติ จตูสุ สจฺเจสุ จตูหิ มคฺเคหิ ปริญฺญาทีนํ โสฬสนฺนํ กิจฺจานํ กตตฺตา, อภิสมฺโพธิยา วา อธิคตตฺตา ตโต อญฺญํ อุตฺตริ กรณียํ นาม นตฺถิ. นตฺถิ กตสฺส วา ปติจโยติ กตสฺส วา ปุน ปติจโยปิ นตฺถิ. น หิ ภาวิตมคฺโค ปุน ภาวียติ, ปหีนกิเลสานํ วา ปุน ปหาเนน กิจฺจํ อตฺถิ. อตฺถิ กตสฺส ปติจโยติ มยฺหํ สนฺตาเน นิปฺผาทิตสฺส สีลาทิธมฺมสฺส อริยมคฺคสฺส อนธิคตตฺตา ตทตฺถํ ปุน วฑฺฒนสงฺขาโต ปติจโย อตฺถิ, อิจฺฉิตพฺโพติ อตฺโถ. ปธานนฺติ โข เมฆิย วทมานํ กินฺติ วเทยฺยามาติ ‘‘สมณธมฺมํ กโรมี’’ติ ตํ วทมานํ มยํ อญฺญํ กึ นาม วเทยฺยาม?
ทิวาวิหารํ นิสีทีติ ทิวาวิหารตฺถาย นิสีทิ. นิสินฺโน จ ยสฺมึ มงฺคลสิลาปฏฺเฏ ปุพฺเพ อนุปฏิปาฏิยา ปญฺจ ชาติสตานิ ราชา หุตฺวา อุยฺยานกีฬํ กีฬนฺโต วิวิธนาฏกปริวาโร นิสินฺนปุพฺโพ, ตสฺมึเยว ฐาเน นิสีทิ. อถสฺส นิสินฺนกาลโต ปฏฺฐาย สมณภาโว วิคโต วิย อโหสิ, ราชเวสํ คเหตฺวา นาฏกปริวารปริวุโต เสตจฺฉตฺตสฺส เหฏฺฐา มหารเห ปลฺลงฺเก นิสินฺโน วิย ชาโต. อถสฺส ตํ สมฺปตฺตึ อสฺสาทยโต กามวิตกฺโก อุทปาทิ. โส ตสฺมึเยว ขเณ สโหฑฺฒํ คหิเต เทฺว โจเร อาเนตฺวา ปุรโต ฐปิเต วิย อทฺทส. เตสุ เอกสฺส วธํ อาณาปนวเสน พฺยาปาทวิตกฺโก อุปฺปชฺชิ, เอกสฺส พนฺธนํ อาณาปนวเสน วิหึสาวิตกฺโก, เอวํ โส ลตาชาเลน รุกฺโข วิย มธุมกฺขิกาหิ มธุฆาตโก วิย จ อกุสลวิตกฺเกหิ ปริกฺขิตฺโต สมฺปริกิณฺโณ อโหสิ. ตํ สนฺธาย ‘‘อถ โข อายสฺมโต เมฆิยสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
อจฺฉริยํ วต โภติ ครหณจฺฉริยํ นาม กิเรตํ ยถา อายสฺมา อานนฺโท ภควโต วลิยคตฺตํ ทิสฺวา อโวจ ‘‘อจฺฉริยํ, ภนฺเต, อพฺภุตํ, ภนฺเต’’ติ (สํ. นิ. ๕.๕๑๑). อปเร ปน ‘‘ตสฺมึ สมเย ปุปฺผผลปลฺลวาทีสุ โลภวเสน กามวิตกฺโก, ขรสฺสรานํ ปกฺขิอาทีนํ สทฺทสฺสวเนน พฺยาปาทวิตกฺโก, เลฑฺฑุอาทีหิ เตสํ ปฏิพาหนาธิปฺปาเยน วิหึสาวิตกฺโก, ‘อิเธวาหํ วเสยฺย’นฺติ ตตฺถ สาเปกฺขตาวเสน กามวิตกฺโก, วนจรเก ตตฺถ ตตฺถ ทิสฺวา เตสุ จิตฺตทุพฺภเนน พฺยาปาทวิตกฺโก, เตสํ วิเหฐนาธิปฺปาเยน วิหึสาวิตกฺโก ตสฺส อุปฺปชฺชี’’ติปิ วทนฺติ. ยถา วา ตถา วา ตสฺส มิจฺฉาวิตกฺกุปฺปตฺติเยว อจฺฉริยการณํ. อนฺวาสตฺตาติ อนุลคฺคา โวกิณฺณา. อตฺตนิ ครุมฺหิ จ เอกตฺเตปิ พหุวจนํ ทิสฺสติ. ‘‘อนุสนฺโต’’ติปิ ปาโฐ.
เยน ภควา เตนุปสงฺกมีติ เอวํ มิจฺฉาวิตกฺเกหิ สมฺปริกิณฺโณ กมฺมฏฺฐานสปฺปายํ กาตุํ อสกฺโกนฺโต ‘‘อิทํ วต ทิสฺวา ทีฆทสฺสี ภควา ปฏิเสเธสี’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘อิมํ การณํ ทสพลสฺส อาโรเจสฺสามี’’ติ นิสินฺนาสนโต วุฏฺฐาย เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ. อุปสงฺกมิตฺวา จ ‘‘อิธ มยฺหํ, ภนฺเต’’ติอาทินา อตฺตโน ปวตฺตึ อาโรเจสิ.
ตตฺถ เยภุยฺเยนาติ พหุลํ อภิกฺขณํ. ปาปกาติ ลามกา. อกุสลาติ อโกสลฺลสมฺภูตา. ทุคฺคติสมฺปาปนฏฺเฐน วา ปาปกา, กุสลปฏิปกฺขตาย อกุสลา. วิตกฺเกติ อูหติ อารมฺมณํ จิตฺตํ อภินิโรเปตีติ วิตกฺโก, กามสหคโต วิตกฺโก กามวิตกฺโก, กิเลสกามสมฺปยุตฺโต วตฺถุกามารมฺมโณ วิตกฺโกติ อตฺโถ. พฺยาปาทสหคโต วิตกฺโก พฺยาปาทวิตกฺโก. วิหึสาสหคโต วิตกฺโก วิหึสาวิตกฺโก. เตสุ กามานํ อภินนฺทนวเสน ปวตฺโต เนกฺขมฺมปฏิปกฺโข กามวิตกฺโก, ‘‘อิเม สตฺตา หญฺญนฺตุ วา วินสฺสนฺตุ วา มา วา อเหสุ’’นฺติ สตฺเตสุ สมฺปทุสฺสนวเสน ปวตฺโต เมตฺตาปฏิปกฺโข พฺยาปาทวิตกฺโก, ปาณิเลฑฺฑุทณฺฑาทีหิ สตฺตานํ วิเหเฐตุกามตาวเสน ปวตฺโต กรุณาปฏิปกฺโข วิหึสาวิตกฺโก.
กสฺมา ปนสฺส ภควา ตตฺถ คมนํ อนุชานิ? ‘‘อนนุญฺญาโตปิ จายํ มํ โอหาย คจฺฉิสฺสเตว, ‘ปริจารกามตาย มญฺเญ ภควา คนฺตุํ น เทตี’ติ จสฺส สิยา อญฺญถตฺตํ. ตทสฺส ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺเตยฺยา’’ติ อนุชานิ.
เอวํ ตสฺมึ อตฺตโน ปวตฺตึ อาโรเจตฺวา นิสินฺเน อถสฺส ภควา สปฺปายํ ธมฺมํ เทเสนฺโต ‘‘อปริปกฺกาย, เมฆิย, เจโตวิมุตฺติยา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อปริปกฺกายาติ ปริปากํ อปฺปตฺตาย. เจโตวิมุตฺติยาติ กิเลเสหิ เจตโส วิมุตฺติยา. ปุพฺพภาเค หิ ตทงฺควเสน เจว วิกฺขมฺภนวเสน จ กิเลเสหิ เจตโส วิมุตฺติ โหติ, อปรภาเค สมุจฺเฉทวเสน เจว ปฏิปสฺสทฺธิวเสน จ. สายํ วิมุตฺติ เหฏฺฐา วิตฺถารโต กถิตาว, ตสฺมา ตตฺถ วุตฺตนเยน เวทิตพฺพา. ตตฺถ วิมุตฺติปริปาจนีเยหิ ธมฺเมหิ อาสเย ปริปาจิเต ปโพธิเต วิปสฺสนาย มคฺคคพฺภํ คณฺหนฺติยา ปริปากํ คจฺฉนฺติยา เจโตวิมุตฺติ ปริปกฺกา นาม โหติ, ตทภาเว อปริปกฺกา.
กตเม ปน วิมุตฺติปริปาจนียา ธมฺมา? สทฺธินฺทฺริยาทีนํ วิสุทฺธิกรณวเสน ปนฺนรส ธมฺมา เวทิตพฺพา. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘อสฺสทฺเธ ปุคฺคเล ปริวชฺชยโต, สทฺเธ ปุคฺคเล เสวโต ภชโต ปยิรุปาสโต, ปสาทนีเย สุตฺตนฺเต ปจฺจเวกฺขโต – อิเมหิ ตีหากาเรหิ สทฺธินฺทฺริยํ วิสุชฺฌติ.
‘‘กุสีเต ปุคฺคเล ปริวชฺชยโต, อารทฺธวีริเย ปุคฺคเล เสวโต ภชโต ปยิรุปาสโต, สมฺมปฺปธาเน ปจฺจเวกฺขโต – อิเมหิ ตีหากาเรหิ วีริยินฺทฺริยํ วิสุชฺฌติ.
‘‘มุฏฺฐสฺสตี ปุคฺคเล ปริวชฺชยโต, อุปฏฺฐิตสฺสตี ปุคฺคเล เสวโต ภชโต ปยิรุปาสโต, สติปฏฺฐาเน ปจฺจเวกฺขโต – อิเมหิ ตีหากาเรหิ สตินฺทฺริยํ วิสุชฺฌติ.
‘‘อสมาหิเต ปุคฺคเล ปริวชฺชยโต, สมาหิเต ปุคฺคเล เสวโต ภชโต ปยิรุปาสโต, ฌานวิโมกฺเข ปจฺจเวกฺขโต – อิเมหิ ตีหากาเรหิ สมาธินฺทฺริยํ วิสุชฺฌติ.
‘‘ทุปฺปญฺเญ ปุคฺคเล ปริวชฺชยโต, ปญฺญวนฺเต ปุคฺคเล เสวโต ภชโต ปยิรุปาสโต, คมฺภีรญาณจริยํ ปจฺจเวกฺขโต – อิเมหิ ตีหากาเรหิ ปญฺญินฺทฺริยํ วิสุชฺฌติ.
‘‘อิติ อิเม ปญฺจ ปุคฺคเล ปริวชฺชยโต, ปญฺจ ปุคฺคเล เสวโต ภชโต ปยิรุปาสโต, ปญฺจ สุตฺตนฺเต ปจฺจเวกฺขโต – อิเมหิ ปนฺนรสหิ อากาเรหิ, อิมานิ ปญฺจินฺทฺริยานิ วิสุชฺฌนฺตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๘๕).
อปเรปิ ปนฺนรส ธมฺมา วิมุตฺติปริปาจนียา – สทฺธาปญฺจมานิ อินฺทฺริยานิ, อนิจฺจสญฺญา ทุกฺขสญฺญา อนตฺตสญฺญา ปหานสญฺญา วิราคสญฺญาติ อิมา ปญฺจ นิพฺเพธภาคิยา สญฺญา, กลฺยาณมิตฺตตา สีลสํวโร อภิสลฺเลขตา วีริยารมฺโภ นิพฺเพธิกปญฺญาติ. เตสุ วิเนยฺยทมนกุสโล สตฺถา วิเนยฺยสฺส เมฆิยตฺเถรสฺส อชฺฌาสยวเสน อิธ กลฺยาณมิตฺตตาทโย วิมุตฺติปริปาจนีเย ธมฺเม ทสฺเสนฺโต ‘‘ปญฺจ ธมฺมา ปริปากาย สํวตฺตนฺตี’’ติ วตฺวา เต วิตฺถาเรนฺโต ‘‘อิธ, เมฆิย, ภิกฺขุ กลฺยาณมิตฺโต โหตี’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ กลฺยาณมิตฺโตติ กลฺยาโณ ภทฺโท สุนฺทโร มิตฺโต เอตสฺสาติ กลฺยาณมิตฺโต. ยสฺส สีลาทิคุณสมฺปนฺโน ‘‘อฆสฺส ฆาตา, หิตสฺส วิธาตา’’ติ เอวํ สพฺพากาเรน อุปกาโร มิตฺโต โหติ, โส ปุคฺคโล กลฺยาณมิตฺโตว. ยถาวุตฺเตหิ กลฺยาณปุคฺคเลเหว สพฺพิริยาปเถสุ สห อยติ ปวตฺตติ, น วินา เตหีติ กลฺยาณสหาโย.กลฺยาณปุคฺคเลสุ เอว จิตฺเตน เจว กาเยน จ นินฺนโปณปพฺภารภาเวน ปวตฺตตีติ กลฺยาณสมฺปวงฺโก. ปทตฺตเยน กลฺยาณมิตฺตสํสคฺเค อาทรํ อุปฺปาเทติ.
ตตฺริทํ กลฺยาณมิตฺตลกฺขณํ – อิธ กลฺยาณมิตฺโต สทฺธาสมฺปนฺโน โหติ สีลสมฺปนฺโน สุตสมฺปนฺโน จาคสมฺปนฺโน วีริยสมฺปนฺโน สติสมฺปนฺโน สมาธิสมฺปนฺโน ปญฺญาสมฺปนฺโน. ตตฺถ สทฺธาสมฺปตฺติยา สทฺทหติ ตถาคตสฺส โพธึ กมฺมผลญฺจ, เตน สมฺมาสมฺโพธิเหตุภูตํ สตฺเตสุ หิเตสิตํ น ปริจฺจชติ. สีลสมฺปตฺติยา สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย โหติ มนาโป ครุ ภาวนีโย โจทโก ปาปครหี วตฺตา วจนกฺขโม, สุตสมฺปตฺติยา สจฺจปฏิจฺจสมุปฺปาทาทิปฏิสํยุตฺตานํ คมฺภีรานํ กถานํ กตฺตา โหติ, จาคสมฺปตฺติยา อปฺปิจฺโฉ โหติ สนฺตุฏฺโฐ ปวิวิตฺโต อสํสฏฺโฐ, วีริยสมฺปตฺติยา อารทฺธวีริโย โหติ สตฺตานํ หิตปฺปฏิปตฺติยา, สติสมฺปตฺติยา อุปฏฺฐิตสฺสติ โหติ, สมาธิสมฺปตฺติยา อวิกฺขิตฺโต โหติ สมาหิตจิตฺโต, ปญฺญาสมฺปตฺติยา อวิปรีตํ ชานาติ. โส สติยา กุสลานํ ธมฺมานํ คติโย สมเนฺวสมาโน ปญฺญาย สตฺตานํ หิตาหิตํ ยถาภูตํ ชานิตฺวา, สมาธินา ตตฺถ เอกคฺคจิตฺโต หุตฺวา, วีริเยน สตฺเต อหิตา นิเสเธตฺวา หิเต นิโยเชติ. เตนาห –
‘‘ปิโย ครุ ภาวนีโย, วตฺตา จ วจนกฺขโม;
คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตา, โน จฏฺฐาเน นิโยชเย’’ติ. (อ. นิ. ๗.๓๗);
อยํ ปฐโม ธมฺโม ปริปากาย สํวตฺตตีติ, อยํ กลฺยาณมิตฺตตาสงฺขาโต พฺรหฺมจริยวาสสฺส อาทิภาวโต, สพฺเพสญฺจ กุสลานํ ธมฺมานํ พหุการตาย ปธานภาวโต จ อิเมสุ ปญฺจสุ ธมฺเมสุ อาทิโต วุตฺตตฺตา ปฐโม อนวชฺชธมฺโม อวิสุทฺธานํ สทฺธาทีนํ วิสุทฺธิกรณวเสน เจโตวิมุตฺติยา ปริปากาย สํวตฺตติ. เอตฺถ จ กลฺยาณมิตฺตสฺส พหุการตา ปธานตา จ ‘‘อุปฑฺฒมิทํ, ภนฺเต, พฺรหฺมจริยสฺส ยทิทํ กลฺยาณมิตฺตตา’’ติ วทนฺตํ ธมฺมภณฺฑาคาริกํ, ‘‘มา เหวํ, อานนฺทา’’ติ ทฺวิกฺขตฺตุํ ปฏิเสเธตฺวา, ‘‘สกลเมว หิทํ, อานนฺท, พฺรหฺมจริยํ, ยทิทํ กลฺยาณมิตฺตตา กลฺยาณสหายตา’’ติอาทิสุตฺตปเทหิ (สํ. นิ. ๑.๑๒๙; ๕.๒) เวทิตพฺพา.
ปุน จปรนฺติ ปุน จ อปรํ ธมฺมชาตํ. สีลวาติ เอตฺถ เกนฏฺเฐน สีลํ? สีลนฏฺเฐน สีลํ. กิมิทํ สีลนํ นาม? สมาธานํ, กายกมฺมาทีนํ สุสีลฺยวเสน อวิปฺปกิณฺณตาติ อตฺโถ. อถ วา อุปธารณํ, ฌานาทิกุสลานํ ธมฺมานํ ปติฏฺฐานวเสน อาธารภาโวติ อตฺโถ. ตสฺมา สีเลติ สีลตีติ วา สีลํ. อยํ ตาว สทฺทลกฺขณนเยน สีลตฺโถ. อปเร ปน ‘‘สิรฏฺโฐ สีตลฏฺโฐ สีลฏฺโฐ สํวรฏฺโฐ’’ติ นิรุตฺตินเยน อตฺถํ วณฺเณนฺติ. ตยิทํ ปาริปูริโต อติสยโต วา สีลํ อสฺส อตฺถีติ สีลวา, สีลสมฺปนฺโนติ อตฺโถ.
ยถา จ สีลวา โหติ สีลสมฺปนฺโน, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ปาติโมกฺขนฺติ สิกฺขาปทสีลํ. ตญฺหิ โย นํ ปาติ รกฺขติ, ตํ โมกฺเขติ โมเจติ อาปายิกาทีหิ ทุกฺเขหีติ ปาติโมกฺขํ. สํวรณํ สํวโร, กายวาจาหิ อวีติกฺกโม. ปาติโมกฺขเมว สํวโร ปาติโมกฺขสํวโร, เตน สํวุโต ปิหิตกายวาโจติ ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต, อิทมสฺส ตสฺมึ สีเล ปติฏฺฐิตภาวปริทีปนํ. วิหรตีติ ตทนุรูปวิหารสมงฺคิภาวปริทีปนํ. อาจารโคจรสมฺปนฺโนติ เหฏฺฐา ปาติโมกฺขสํวรสฺส, อุปริ วิเสสานํ โยคสฺส จ อุปการกธมฺมปริทีปนํ. อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวีติ ปาติโมกฺขสีลโต อจวนธมฺมตาปริทีปนํ. สมาทายาติ สิกฺขาปทานํ อนวเสสโต อาทานปริทีปนํ. สิกฺขตีติ สิกฺขาย สมงฺคิภาวปริทีปนํ. สิกฺขาปเทสูติ สิกฺขิตพฺพธมฺมปริทีปนํ.
อปโร นโย – กิเลสานํ พลวภาวโต, ปาปกิริยาย สุกรภาวโต, ปุญฺญกิริยาย จ ทุกฺกรภาวโต พหุกฺขตฺตุํ อปาเยสุ ปตนสีโลติ ปาตี, ปุถุชฺชโน. อนิจฺจตาย วา ภวาทีสุ กมฺมเวคกฺขิตฺโต ฆฏียนฺตํ วิย อนวฏฺฐาเนน ปริพฺภมนโต คมนสีโลติ ปาตี, มรณวเสน วา ตมฺหิ ตมฺหิ สตฺตนิกาเย อตฺตภาวสฺส ปตนสีโลติ วา ปาตี, สตฺตสนฺตาโน จิตฺตเมว วา. ตํ ปาตินํ สํสารทุกฺขโต โมกฺเขตีติ ปาติโมกฺขํ. จิตฺตสฺส หิ วิโมกฺเขน สตฺโต ‘‘วิมุตฺโต’’ติ วุจฺจติ. วุตฺตญฺหิ ‘‘จิตฺตโวทานา สตฺตา วิสุชฺฌนฺตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๑๐๐), ‘‘อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ วิมุตฺต’’นฺติ (มหาว. ๒๘) จ.
อถ วา อวิชฺชาทิเหตุนา สํสาเร ปตติ คจฺฉติ ปวตฺตตีติ ปาติ, ‘‘อวิชฺชานีวรณานํ สตฺตานํ ตณฺหาสํโยชนานํ สนฺธาวตํ สํสรต’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๑๒๔) หิ วุตฺตํ. ตสฺส ปาติโน สตฺตสฺส ตณฺหาทิสํกิเลสตฺตยโต โมกฺโข เอเตนาติ ปาติโมกฺโข, ‘‘กณฺเฐกาโล’’ติอาทีนํ วิย สมาสสิทฺธิ เวทิตพฺพา.
อถ วา ปาเตติ วินิปาเตติ ทุกฺเขหีติ ปาติ, จิตฺตํ. วุตฺตญฺหิ ‘‘จิตฺเตน นิยฺยตี โลโก, จิตฺเตน ปริกสฺสตี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๖๒). ตสฺส ปาติโน โมกฺโข เอเตนาติ ปาติโมกฺโข. ปตติ วา เอเตน อปายทุกฺเข สํสารทุกฺเข จาติ ปาติ, ตณฺหาทิสํกิเลสา. วุตฺตญฺหิ – ‘‘ตณฺหา ชเนติ ปุริสํ (สํ. นิ. ๑.๕๕-๕๗), ตณฺหาทุติโย ปุริโส’’ติ (อิติวุ. ๑๕, ๑๐๕) จาทิ. ตโต ปาติโต โมกฺโขติ ปาติโมกฺโข.
อถ วา ปตติ เอตฺถาติ ปาติ, ฉ อชฺฌตฺติกพาหิรานิ อายตนานิ. วุตฺตญฺหิ – ‘‘ฉสุ โลโก สมุปฺปนฺโน, ฉสุ กุพฺพติ สนฺถว’’นฺติ (สุ. นิ. ๑๗๑). ตโต ฉ อชฺฌตฺติกพาหิรายตนสงฺขาตปาติโต โมกฺโขติ ปาติโมกฺโข. อถ วา ปาโต วินิปาโต อสฺส อตฺถีติ ปาตี, สํสาโร. ตโต โมกฺโขติ ปาติโมกฺโข.
อถ วา สพฺพโลกาธิปติภาวโต ธมฺมิสฺสโร ภควา ปตีติ วุจฺจติ, มุจฺจติ เอเตนาติ โมกฺโข. ปติโน โมกฺโข เตน ปญฺญตฺตตฺตาติ ปติโมกฺโข, ปติโมกฺโข เอว ปาติโมกฺโข. สพฺพคุณานํ วา ตมฺมูลภาวโต อุตฺตมฏฺเฐน ปติ จ, โส ยถาวุตฺตฏฺเฐน โมกฺโข จาติ ปติโมกฺโข, ปติโมกฺโข เอว ปาติโมกฺโข. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘ปาติโมกฺขนฺติอาทิเมตํ มุขเมต’’นฺติ วิตฺถาโร.
อถ วา ปอิติ ปกาเร, อตีติ อจฺจนฺตตฺเถ นิปาโต, ตสฺมา ปกาเรหิ อจฺจนฺตํ โมกฺเขตีติ ปาติโมกฺขํ. อิทญฺหิ สีลํ สยํ ตทงฺควเสน, สมาธิสหิตํ ปญฺญาสหิตญฺจ วิกฺขมฺภนวเสน สมุจฺเฉทวเสน จ อจฺจนฺตํ โมกฺเขติ โมเจตีติ ปาติโมกฺขํ. ปติ โมกฺโขติ วา ปติโมกฺโข, ตมฺหา ตมฺหา วีติกฺกมโทสโต ปจฺเจกํ โมกฺโขติ อตฺโถ. ปติโมกฺโข เอว ปาติโมกฺโข. โมกฺโขติ วา นิพฺพานํ, ตสฺส โมกฺขสฺส ปฏิพิมฺพภูโตติ ปติโมกฺโข. สีลสํวโร หิ สูริยสฺส อรุณุคฺคมนํ วิย นิพฺพานสฺส อุทยภูโต ตปฺปฏิภาโค จ ยถารหํ สํกิเลสนิพฺพาปนโต. ปติโมกฺโข เอว ปาติโมกฺโข. ปติวตฺตติ โมกฺเขติ ทุกฺขนฺติ วา ปติโมกฺขํ, ปติโมกฺขเมว ปาติโมกฺขนฺติ เอวํ ตาเวตฺถ ปาติโมกฺขสทฺทสฺส อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
สํวรติ ปิทหติ เอเตนาติ สํวโร, ปาติโมกฺขเมว สํวโร ปาติโมกฺขสํวโร. อตฺถโต ปน ตโต ตโต วีติกฺกมิตพฺพโต วิรติโย เจตนา จ. เตน ปาติโมกฺขสํวเรน อุเปโต สมนฺนาคโต ปาติโมกฺขสํวรสํวุโตติ วุตฺโต. วุตฺตเญฺหตํ วิภงฺเค –
‘‘อิมินา ปาติโมกฺขสํวเรน อุเปโต โหติ สมุเปโต อุปาคโต สมุปาคโต อุปปนฺโน สมุปปนฺโน สมนฺนาคโต, เตน วุจฺจติ ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต’’ติ (วิภ. ๕๑๑).
วิหรตีติ อิริยาปถวิหาเรน วิหรติ อิรียติ วตฺตติ.
อาจารโคจรสมฺปนฺโนติ เวฬุทานาทิมิจฺฉาชีวสฺส กายปาคพฺภิยาทีนญฺจ อกรเณน สพฺพโส อนาจารํ วชฺเชตฺวา ‘‘กายิโก อวีติกฺกโม วาจสิโก อวีติกฺกโม กายิกวาจสิโก อวีติกฺกโม’’ติ เอวํ วุตฺตภิกฺขุสารุปฺปอาจารสมฺปตฺติยา, เวสิยาทิอโคจรํ วชฺเชตฺวา ปิณฺฑปาตาทิอตฺถํ อุปสงฺกมิตุํ ยุตฺตฏฺฐานสงฺขาเตน โคจเรน จ สมฺปนฺนตฺตา อาจารโคจรสมฺปนฺโน.
อปิจ โย ภิกฺขุ สตฺถริ สคารโว สปฺปติสฺโส สพฺรหฺมจารีสุ สคารโว สปฺปติสฺโส หิโรตฺตปฺปสมฺปนฺโน สุนิวตฺโถ สุปารุโต ปาสาทิเกน อภิกฺกนฺเตน ปฏิกฺกนฺเตน อาโลกิเตน วิโลกิเตน สมิญฺชิเตน ปสาริเตน อิริยาปถสมฺปนฺโน อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวาโร โภชเน มตฺตญฺญู ชาคริยมนุยุตฺโต สติสมฺปชญฺเญน สมนฺนาคโต อปฺปิจฺโฉ สนฺตุฏฺโฐ ปวิวิตฺโต อสํสฏฺโฐ อาภิสมาจาริเกสุ สกฺกจฺจการี ครุจิตฺตีการพหุโล วิหรติ, อยํ วุจฺจติ อาจารสมฺปนฺโน.
โคจโร ปน อุปนิสฺสยโคจโร อารกฺขโคจโร อุปนิพนฺธโคจโรติ ติวิโธ. ตตฺถ โย ทสกถาวตฺถุคุณสมนฺนาคโต วุตฺตลกฺขโณ กลฺยาณมิตฺโต, ยํ นิสฺสาย อสุตํ สุณาติ, สุตํ ปริโยทาเปติ, กงฺขํ วิตรติ, ทิฏฺฐึ อุชุํ กโรติ, จิตฺตํ ปสาเทติ, ยญฺจ อนุสิกฺขนฺโต สทฺธาย วฑฺฒติ, สีเลน, สุเตน, จาเคน, ปญฺญาย วฑฺฒติ, อยํ วุจฺจติ อุปนิสฺสยโคจโร.
โย ภิกฺขุ อนฺตรฆรํ ปวิฏฺโฐ วีถึ ปฏิปนฺโน โอกฺขิตฺตจกฺขุ ยุคมตฺตทสฺสาวี จกฺขุนฺทฺริยสํวุโตว คจฺฉติ, น หตฺถึ โอโลเกนฺโต, น อสฺสํ, น รถํ, น ปตฺตึ, น อิตฺถึ, น ปุริสํ โอโลเกนฺโต, น อุทฺธํ โอโลเกนฺโต, น อโธ โอโลเกนฺโต, น ทิสาวิทิสํ เปกฺขมาโน คจฺฉติ, อยํ อารกฺขโคจโร.
อุปนิพนฺธโคจโร ปน จตฺตาโร สติปฏฺฐานา, ยตฺถ ภิกฺขุ อตฺตโน จิตฺตํ อุปนิพนฺธติ, วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –
‘‘โก จ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน โคจโร สโก เปตฺติโก วิสโย, ยทิทํ จตฺตาโร สติปฏฺฐานา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๓๗๒).
ตตฺถ อุปนิสฺสยโคจรสฺส ปุพฺเพ วุตฺตตฺตา อิตเรสํ วเสเนตฺถ โคจโร เวทิตพฺโพ. อิติ ยถาวุตฺตาย อาจารสมฺปตฺติยา, อิมาย จ โคจรสมฺปตฺติยา สมนฺนาคตตฺตา อาจารโคจรสมฺปนฺโน.
อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวีติ อปฺปมตฺตกตฺตา อณุปฺปมาเณสุ อสฺสติยา อสญฺจิจฺจ อาปนฺนเสขิยอกุสลจิตฺตุปฺปาทาทิเภเทสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสนสีโล. โย หิ ภิกฺขุ ปรมาณุมตฺตํ วชฺชํ อฏฺฐสฏฺฐิโยชนปมาณาธิกโยชนสตสหสฺสุพฺเพธสิเนรุปพฺพตราชสทิสํ กตฺวา ปสฺสติ, โยปิ สพฺพลหุกํ ทุพฺภาสิตมตฺตํ ปาราชิกสทิสํ กตฺวา ปสฺสติ, อยมฺปิ อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี นาม. สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสูติ ยํกิญฺจิ สิกฺขาปเทสุ สิกฺขิตพฺพํ, ตํ สพฺเพน สพฺพํ สพฺพถา สพฺพํ อนวเสสํ สมฺมา อาทิยิตฺวา สิกฺขติ, ปวตฺตติ ปริปูเรตีติ อตฺโถ.
อภิสลฺเลขิกาติ อติวิย กิเลสานํ สลฺเลขนี, เตสํ ตนุภาวาย ปหานาย ยุตฺตรูปา. เจโตวิวรณสปฺปายาติ เจตโส ปฏิจฺฉาทกานํ นีวรณานํ ทูรีภาวกรเณน เจโตวิวรณสงฺขาตานํ สมถวิปสฺสนานํ สปฺปายา, สมถวิปสฺสนาจิตฺตสฺเสว วา วิวรณาย ปากฏีกรณาย วา สปฺปายา อุปการิกาติ เจโตวิวรณสปฺปายา.
อิทานิ เยน นิพฺพิทาทิอาวหเนน อยํ กถา อภิสลฺเลขิกา เจโตวิวรณสปฺปายา จ นาม โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอกนฺตนิพฺพิทายา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เอกนฺตนิพฺพิทายาติ เอกํเสเนว วฏฺฏทุกฺขโต นิพฺพินฺทนตฺถาย. วิราคาย นิโรธายาติ ตสฺเสว วิรชฺชนตฺถาย จ นิรุชฺฌนตฺถาย จ. อุปสมายาติ สพฺพกิเลสูปสมาย. อภิญฺญายาติ สพฺพสฺสาปิ อภิญฺเญยฺยสฺส อภิชานนาย. สมฺโพธายาติ จตุมคฺคสมฺโพธาย. นิพฺพานายาติ อนุปาทิเสสนิพฺพานาย. เอเตสุ หิ อาทิโต ตีหิ ปเทหิ วิปสฺสนา วุตฺตา, ทฺวีหิ มคฺโค, ทฺวีหิ นิพฺพานํ วุตฺตํ. สมถวิปสฺสนา อาทึ กตฺวา นิพฺพานปริโยสาโน อยํ สพฺโพ อุตฺตริมนุสฺสธมฺโม ทสกถาวตฺถุลาภิโน สิชฺฌตีติ ทสฺเสติ.
อิทานิ ตํ กถํ วิภชิตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘อปฺปิจฺฉกถา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อปฺปิจฺโฉติ น อิจฺโฉ, ตสฺส กถา อปฺปิจฺฉกถา, อปฺปิจฺฉภาวปฺปฏิสํยุตฺตา กถา วา อปฺปิจฺฉกถา. เอตฺถ จ อตฺริจฺโฉ ปาปิจฺโฉ มหิจฺโฉ อปฺปิจฺโฉติ อิจฺฉาวเสน จตฺตาโร ปุคฺคลา. เตสุ อตฺตนา ยถาลทฺเธน ลาเภน อติตฺโต อุปรูปริ ลาภํ อิจฺฉนฺโต อตฺริจฺโฉ นาม. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –
‘‘จตุพฺภิ อฏฺฐชฺฌคมา, อฏฺฐภิ จาปิ โสฬส;
โสฬสภิ จ ทฺวตฺตึส, อตฺริจฺฉํ จกฺกมาสโท;
อิจฺฉาหตสฺส โปสสฺส, จกฺกํ ภมติ มตฺถเก’’ติ. (ชา. ๑.๕.๑๐๓);
‘‘อตฺริจฺฉา อติโลเภน, อติโลภมเทน จา’’ติ จ. (ชา. ๑.๒.๑๖๘);
ลาภสกฺการสิโลกนิกามยตาย อสนฺตคุณสมฺภาวนาธิปฺปาโย ปาปิจฺโฉ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –
‘‘ตตฺถ กตมา กุหนา? ลาภสกฺการสิโลกสนฺนิสฺสิตสฺส ปาปิจฺฉสฺส อิจฺฉาปกตสฺส ปจฺจยปฺปฏิเสวนสงฺขาเตน วา สามนฺตชปฺปิเตน วา อิริยาปถสฺส วา อฐปนา’’ติอาทิ (วิภ. ๘๖๑).
สนฺตคุณสมฺภาวนาธิปฺปาโย ปฏิคฺคหเณ อมตฺตญฺญู มหิจฺโฉ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –
‘‘อิเธกจฺโจ สทฺโธ สมาโน ‘สทฺโธติ มํ ชโน ชานาตู’ติ อิจฺฉติ, สีลวา สมาโน ‘สีลวาติ มํ ชโน ชานาตู’ติ อิจฺฉตี’’ติอาทิ (วิภ. ๘๕๑).
ทุตฺตปฺปิยตาย หิสฺส วิชาตมาตาปิ จิตฺตํ คเหตุํ น สกฺโกติ. เตเนตํ วุจฺจติ –
‘‘อคฺคิกฺขนฺโธ สมุทฺโท จ, มหิจฺโฉ จาปิ ปุคฺคโล;
สกเฏหิ ปจฺจเย เทนฺตุ, ตโยเปเต อตปฺปิยา’’ติ.
เอเต ปน อตฺริจฺฉตาทโย โทเส อารกา ปริวชฺเชตฺวา สนฺตคุณนิคูหนาธิปฺปาโย ปฏิคฺคหเณ จ มตฺตญฺญู อปฺปิจฺโฉ. โส อตฺตนิ วิชฺชมานมฺปิ คุณํ ปฏิจฺฉาเทตุกามตาย สทฺโธ สมาโน ‘‘สทฺโธติ มํ ชโน ชานาตู’’ติ น อิจฺฉติ, สีลวา, พหุสฺสุโต, ปวิวิตฺโต, อารทฺธวีริโย, อุปฏฺฐิตสฺสติ, สมาหิโต, ปญฺญวา สมาโน ‘‘ปญฺญวาติ มํ ชโน ชานาตู’’ติ น อิจฺฉติ.
สฺวายํ ปจฺจยปฺปิจฺโฉ ธุตงฺคปฺปิจฺโฉ ปริยตฺติอปฺปิจฺโฉ อธิคมปฺปิจฺโฉติ จตุพฺพิโธ. ตตฺถ จตูสุ ปจฺจเยสุ อปฺปิจฺโฉ ปจฺจยทายกํ เทยฺยธมฺมํ อตฺตโน ถามญฺจ โอโลเกตฺวา สเจปิ หิ เทยฺยธมฺโม พหุ โหติ, ทายโก อปฺปํ ทาตุกาโม, ทายกสฺส วเสน อปฺปเมว คณฺหาติ. เทยฺยธมฺโม เจ อปฺโป, ทายโก พหุํ ทาตุกาโม, เทยฺยธมฺมสฺส วเสน อปฺปเมว คณฺหาติ. เทยฺยธมฺโมปิ เจ พหุ, ทายโกปิ พหุํ ทาตุกาโม, อตฺตโน ถามํ ญตฺวา ปมาณยุตฺตเมว คณฺหาติ. เอวรูโป หิ ภิกฺขุ อนุปฺปนฺนํ ลาภํ อุปฺปาเทติ, อุปฺปนฺนํ ลาภํ ถาวรํ กโรติ, ทายกานํ จิตฺตํ อาราเธติ. ธุตงฺคสมาทานสฺส ปน อตฺตนิ อตฺถิภาวํ น ชานาเปตุกาโม ธุตงฺคปฺปิจฺโฉ. โย อตฺตโน พหุสฺสุตภาวํ ชานาเปตุํ น อิจฺฉติ, อยํ ปริยตฺติอปฺปิจฺโฉ. โย ปน โสตาปนฺนาทีสุ อญฺญตโร หุตฺวา สพฺรหฺมจารีนมฺปิ อตฺตโน โสตาปนฺนาทิภาวํ ชานาเปตุํ น อิจฺฉติ, อยํ อธิคมปฺปิจฺโฉ. เอวเมเตสํ อปฺปิจฺฉานํ ยา อปฺปิจฺฉตา, ตสฺสา สทฺธึ สนฺทสฺสนาทิวิธินา อเนกาการโวการอานิสํสวิภาวนวเสน, ตปฺปฏิปกฺขสฺส อตฺริจฺฉาทิเภทสฺส อิจฺฉาจารสฺส อาทีนววิภาวนวเสน จ ปวตฺตา กถา อปฺปิจฺฉกถา.
สนฺตุฏฺฐิกถาติ เอตฺถ สนฺตุฏฺฐีติ สเกน อตฺตนา ลทฺเธน ตุฏฺฐิ สนฺตุฏฺฐิ. อถ วา วิสมํ ปจฺจยิจฺฉํ ปหาย สมํ ตุฏฺฐิ, สนฺตุฏฺฐิ. สนฺเตน วา วิชฺชมาเนน ตุฏฺฐิ สนฺตุฏฺฐิ. วุตฺตญฺเจตํ –
‘‘อตีตํ นานุโสจนฺโต, นปฺปชปฺปมนาคตํ;
ปจฺจุปฺปนฺเนน ยาเปนฺโต, สนฺตุฏฺโฐติ ปวุจฺจตี’’ติ.
สมฺมา วา ญาเยน ภควตา อนุญฺญาตวิธินา ปจฺจเยหิ ตุฏฺฐิ สนฺตุฏฺฐิ. อตฺถโต อิตรีตรปจฺจยสนฺโตโส, โส ทฺวาทสวิโธ โหติ. กถํ? จีวเร ยถาลาภสนฺโตโส, ยถาพลสนฺโตโส, ยถาสารุปฺปสนฺโตโสติ ติวิโธ, เอวํ ปิณฺฑปาตาทีสุ.
ตตฺรายํ ปเภทวณฺณนา – อิธ ภิกฺขุ จีวรํ ลภติ สุนฺทรํ วา อสุนฺทรํ วา, โส เตเนว ยาเปติ, อญฺญํ น ปตฺเถติ, ลภนฺโตปิ น คณฺหาติ, อยมสฺส จีวเร ยถาลาภสนฺโตโส. อถ ปน ปกติทุพฺพโล วา โหติ อาพาธชราภิภูโต วา, ครุํ จีวรํ ปารุปนฺโต กิลมติ, โส สภาเคน ภิกฺขุนา สทฺธึ ตํ ปริวตฺเตตฺวา ลหุเกน ยาเปนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ, อยมสฺส จีวเร ยถาพลสนฺโตโส. อปโร ปฏฺฏจีวราทีนํ อญฺญตรํ มหคฺฆจีวรํ ลภิตฺวา ‘‘อิทํ เถรานํ จิรปพฺพชิตานํ, อิทํ พหุสฺสุตานํ อนุรูปํ, อิทํ คิลานานํ ทุพฺพลานํ, อิทํ อปฺปลาภีนํ วา โหตู’’ติ เตสํ ทตฺวา อตฺตนา สงฺการกูฏาทิโต นนฺตกานิ อุจฺจินิตฺวา สงฺฆาฏึ กตฺวา เตสํ วา ปุราณจีวรานิ คเหตฺวา ธาเรนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ, อยมสฺส จีวเร ยถาสารุปฺปสนฺโตโส.
อิธ ปน ภิกฺขุ ปิณฺฑปาตํ ลภติ ลูขํ วา ปณีตํ วา, โส เตเนว ยาเปติ, อญฺญํ น ปตฺเถติ, ลภนฺโตปิ น คณฺหาติ, อยมสฺส ปิณฺฑปาเต ยถาลาภสนฺโตโส. อถ ปน อาพาธิโก โหติ, ลูขํ ปกติวิรุทฺธํ วา พฺยาธิวิรุทฺธํ วา ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชิตฺวา คาฬฺหํ โรคาตงฺกํ ปาปุณาติ, โส สภาคสฺส ภิกฺขุโน ทตฺวา ตสฺส หตฺถโต สปฺปายโภชนํ ภุญฺชิตฺวา สมณธมฺมํ กโรนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ, อยมสฺส ปิณฺฑปาเต ยถาพลสนฺโตโส. อปโร ภิกฺขุ ปณีตํ ปิณฺฑปาตํ ลภติ, โส ‘‘อยํ ปิณฺฑปาโต จิรปพฺพชิตาทีนํ อนุรูโป’’ติ จีวรํ วิย เตสํ ทตฺวา, เตสํ วา สนฺตกํ คเหตฺวา, อตฺตนา ปิณฺฑาย จริตฺวา, มิสฺสกาหารํ วา ปริภุญฺชนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ. อยมสฺส ปิณฺฑปาเต ยถาสารุปฺปสนฺโตโส.
อิธ ปน ภิกฺขุโน เสนาสนํ ปาปุณาติ มนาปํ วา อมนาปํ วา อนฺตมโส ติณกุฏิกาปิ ติณสนฺถารกมฺปิ, โส เตเนว สนฺตุสฺสติ, ปุน อญฺญํ สุนฺทรตรํ วา ปาปุณาติ, ตํ น คณฺหาติ, อยมสฺส เสนาสเน ยถาลาภสนฺโตโส. อถ ปน อาพาธิโก โหติ ทุพฺพโล วา, โส พฺยาธิวิรุทฺธํ วา ปกติวิรุทฺธํ วา เสนาสนํ ลภติ, ยตฺถสฺส วสโต อผาสุ โหติ, โส ตํ สภาคสฺส ภิกฺขุโน ทตฺวา ตสฺส สนฺตเก สปฺปายเสนาสเน วสิตฺวา สมณธมฺมํ กโรนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ, อยมสฺส เสนาสเน ยถาพลสนฺโตโส. อปโร สุนฺทรํ เสนาสนํ ปตฺตมฺปิ น สมฺปฏิจฺฉติ ‘‘ปณีตเสนาสนํ ปมาทฏฺฐาน’’นฺติ, มหาปุญฺญตาย วา เลณมณฺฑปกูฏาคาราทีนิ ปณีตเสนาสนานิ ลภติ, โส ตานิ จีวราทีนิ วิย จิรปพฺพชิตาทีนํ ทตฺวา ยตฺถ กตฺถจิ วสนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ, อยมสฺส เสนาสเน ยถาสารุปฺปสนฺโตโส.
อิธ ปน ภิกฺขุ เภสชฺชํ ลภติ ลูขํ วา ปณีตํ วา, โส เตเนว ตุสฺสติ, อญฺญํ น ปตฺเถติ, ลภนฺโตปิ น คณฺหาติ, อยมสฺส คิลานปจฺจเย ยถาลาภสนฺโตโส. อถ ปน เตเลน อตฺถิโก ผาณิตํ ลภติ, โส ตํ สภาคสฺส ภิกฺขุโน ทตฺวา, ตสฺส หตฺถโต เตลํ คเหตฺวา, เภสชฺชํ กตฺวา สมณธมฺมํ กโรนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ, อยมสฺส คิลานปจฺจเย ยถาพลสนฺโตโส. อปโร มหาปุญฺโญ พหุํ เตลมธุผาณิตาทิปณีตเภสชฺชํ ลภติ, โส ตํ จีวราทีนิ วิย จิรปพฺพชิตาทีนํ ทตฺวา เตสํ อาภเตน เยน เกนจิ เภสชฺชํ กโรนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ. โย ปน เอกสฺมึ ภาชเน มุตฺตหรีตกํ, เอกสฺมึ จตุมธุรํ ฐเปตฺวา ‘‘คณฺหถ, ภนฺเต, ยทิจฺฉสี’’ติ วุจฺจมาโน สจสฺส เตสุ อญฺญตเรนปิ โรโค วูปสมฺมติ, ‘‘มุตฺตหรีตกํ นาม พุทฺธาทีหิ วณฺณิตํ, ปูติมุตฺตเภสชฺชํ นิสฺสาย ปพฺพชฺชา, ตตฺถ เต ยาวชีวํ อุสฺสาโห กรณีโย’’ติ (มหาว. ๑๒๘) วจนมนุสฺสรนฺโต จตุมธุรํ ปฏิกฺขิปิตฺวา มุตฺตหรีตเกน เภสชฺชํ กโรนฺโต ปรมสนฺตุฏฺโฐว โหติ, อยมสฺส คิลานปจฺจเย ยถาสารุปฺปสนฺโตโส.
โส เอวํปเภโท สพฺโพปิ สนฺโตโส สนฺตุฏฺฐีติ ปวุจฺจติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อตฺถโต อิตรีตรปจฺจยสนฺโตโส’’ติ. อิตรีตรสนฺตุฏฺฐิยา สทฺธึ สนฺทสฺสนาทิวิธินา อานิสํสวิภาวนวเสน, ตปฺปฏิปกฺขสฺส อตฺริจฺฉตาทิเภทสฺส อิจฺฉาปกตตฺตสฺส อาทีนววิภาวนวเสน จ ปวตฺตา กถา สนฺตุฏฺฐิกถา. อิโต ปราสุปิ กถาสุ เอเสว นโย, วิเสสมตฺตเมว วกฺขาม.
ปวิเวกกถาติ เอตฺถ กายวิเวโก จิตฺตวิเวโก อุปธิวิเวโกติ ตโย วิเวกา. เตสุ เอโก คจฺฉติ, เอโก ติฏฺฐติ, เอโก นิสีทติ, เอโก เสยฺยํ กปฺเปติ, เอโก คามํ ปิณฺฑาย ปวิสติ, เอโก ปฏิกฺกมติ, เอโก อภิกฺกมติ, เอโก จงฺกมํ อธิฏฺฐาติ, เอโก จรติ, เอโก วิหรตีติ เอวํ สพฺพิริยาปเถสุ สพฺพกิจฺเจสุ คณสงฺคณิกํ ปหาย วิวิตฺตวาโส กายวิเวโก นาม. อฏฺฐ สมาปตฺติโย ปน จิตฺตวิเวโก นาม. นิพฺพานํ อุปธิวิเวโก นาม. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘กายวิเวโก จ วิเวกฏฺฐกายานํ เนกฺขมฺมาภิรตานํ, จิตฺตวิเวโก จ ปริสุทฺธจิตฺตานํ ปรมโวทานปฺปตฺตานํ, อุปธิวิเวโก จ นิรุปธีนํ ปุคฺคลานํ วิสงฺขารคตาน’’นฺติ (มหานิ. ๕๗).
วิเวโกเยว ปวิเวโก, ปวิเวกปฺปฏิสํยุตฺตา กถา ปวิเวกกถา.
อสํสคฺคกถาติ เอตฺถ สวนสํสคฺโค ทสฺสนสํสคฺโค สมุลฺลปนสํสคฺโค สมฺโภคสํสคฺโค กายสํสคฺโคติ ปญฺจ สํสคฺคา. เตสุ อิเธกจฺโจ ภิกฺขุ สุณาติ ‘‘อสุกสฺมึ คาเม วา นิคเม วา อิตฺถี อภิรูปา ทสฺสนียา ปาสาทิกา ปรมาย วณฺณโปกฺขรตาย สมนฺนาคตา’’ติ, โส ตํ สุตฺวา สํสีทติ วิสีทติ, น สกฺโกติ พฺรหฺมจริยํ สนฺธาเรตุํ, สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺตติ, เอวํ วิสภาคารมฺมณสวเนน อุปฺปนฺนกิเลสสนฺถโว สวนสํสคฺโค นาม. น เหว โข ภิกฺขุ สุณาติ, อปิจ โข สามํ ปสฺสติ อิตฺถึ อภิรูปํ ทสฺสนียํ ปาสาทิกํ ปรมาย วณฺณโปกฺขรตาย สมนฺนาคตํ, โส ตํ ทิสฺวา สํสีทติ วิสีทติ, น สกฺโกติ พฺรหฺมจริยํ สนฺธาเรตุํ, สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺตติ, เอวํ วิสภาคารมฺมณทสฺสเนน อุปฺปนฺนกิเลสสนฺถโว ทสฺสนสํสคฺโค นาม. ทิสฺวา ปน อญฺญมญฺญํ อาลาปสลฺลาปวเสน อุปฺปนฺโน กิเลสสนฺถโว สมุลฺลปนสํสคฺโค นาม. สหชคฺฆนาทีนิปิ เอเตเนว สงฺคณฺหาติ. อตฺตโน ปน สนฺตกํ ยํกิญฺจิ มาตุคามสฺส ทตฺวา วา อทตฺวา วา เตน ทินฺนสฺส วนภงฺคิยาทิโน ปริโภควเสน อุปฺปนฺนกิเลสสนฺถโว สมฺโภคสํสคฺโค นาม. มาตุคามสฺส หตฺถคฺคาหาทิวเสน อุปฺปนฺนกิเลสสนฺถโว กายสํสคฺโค นาม. โยปิ เจส –
‘‘คิหีหิ สํสฏฺโฐ วิหรติ อนนุโลมิเกน สํสคฺเคน สหโสกี สหนนฺที สุขิเตสุ สุขิโต, ทุกฺขิเตสุ ทุกฺขิโต, อุปฺปนฺเนสุ กิจฺจกรณีเยสุ อตฺตนา อุยฺโยคํ อาปชฺชตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๓; มหานิ. ๑๖๔) –
เอวํ วุตฺโต อนนุโลมิโก คิหิสํสคฺโค, โย จ สพฺรหฺมจารีหิปิ กิเลสุปฺปตฺติเหตุภูโต สํสคฺโค, ตํ สพฺพํ ปหาย ยฺวายํ สํสาเร ถิรตรํ สํเวคํ, สงฺขาเรสุ ติพฺพํ ภยสญฺญํ, สรีเร ปฏิกูลสญฺญํ, สพฺพากุสเลสุ ชิคุจฺฉาปุพฺพงฺคมํ หิโรตฺตปฺปํ, สพฺพกิริยาสุ สติสมฺปชญฺญนฺติ สพฺพํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา กมลทเล ชลพินฺทุ วิย สพฺพตฺถ อลคฺคภาโว, อยํ สพฺพสํสคฺคปฺปฏิปกฺขตาย อสํสคฺโค. ตปฺปฏิสํยุตฺตา กถา อสํสคฺคกถา.
วีริยารมฺภกถาติ เอตฺถ วีรสฺส ภาโว, กมฺมนฺติ วา วีริยํ, วิธินา อีรยิตพฺพํ ปวตฺเตตพฺพนฺติ วา วีริยํ, วีริยญฺจ ตํ อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานาย กุสลานํ ธมฺมานํ อุปสมฺปทาย อารมฺภนํ วีริยารมฺโภ. สฺวายํ กายิโก เจตสิโก จาติ ทุวิโธ, อารมฺภธาตุ, นิกฺกมธาตุ, ปรกฺกมธาตุ จาติ ติวิโธ; สมฺมปฺปธานวเสน จตุพฺพิโธ. โส สพฺโพปิ โย ภิกฺขุ คมเน อุปฺปนฺนํ กิเลสํ ฐานํ ปาปุณิตุํ น เทติ; ฐาเน อุปฺปนฺนํ นิสชฺชํ, นิสชฺชาย อุปฺปนฺนํ สยนํ ปาปุณิตุํ น เทติ, ตตฺถ ตตฺเถว อชปเทน ทณฺเฑน กณฺหสปฺปํ อุปฺปีเฬตฺวา คณฺหนฺโต วิย, ติขิเณน อสินา อมิตฺตํ คีวาย ปหรนฺโต วิย จ สีสํ อุกฺขิปิตุํ อทตฺวา วีริยพเลน นิคฺคณฺหาติ, ตสฺเสวํ อารทฺธวีริยสฺส วเสน เวทิตพฺโพ. ตปฺปฏิสํยุตฺตา กถา วีริยารมฺภกถา.
สีลกถาทีสุ ทุวิธํ สีลํ โลกิยํ โลกุตฺตรญฺจ. ตตฺถ โลกิยํ ปาติโมกฺขสํวราทิ จตุปาริสุทฺธิสีลํ, โลกุตฺตรํ มคฺคสีลํ ผลสีลญฺจ. ตถา วิปสฺสนาย ปาทกภูตา สห อุปจาเรน อฏฺฐ สมาปตฺติโย โลกิโย สมาธิ, มคฺคสมฺปยุตฺโต ปเนตฺถ โลกุตฺตโร สมาธิ นาม. ตถา ปญฺญาปิ โลกิยา สุตมยา จินฺตามยา ฌานสมฺปยุตฺตา วิปสฺสนาญาณญฺจ. วิเสสโต ปเนตฺถ วิปสฺสนาปญฺญา คเหตพฺพา, โลกุตฺตรา มคฺคปญฺญา ผลปญฺญา จ. วิมุตฺตีปิ อริยผลวิมุตฺติ นิพฺพานญฺจ. อปเร ปน ตทงฺควิกฺขมฺภนสมุจฺเฉทวิมุตฺตีนมฺปิ วเสเนตฺถ อตฺถํ วณฺเณนฺติ. วิมุตฺติญาณทสฺสนมฺปิ เอกูนวีสติวิธํ ปจฺจเวกฺขณญาณํ. อิติ อิเมสํ สีลาทีนํ สทฺธึ สนฺทสฺสนาทิวิธินา อเนกาการโวการอานิสํสวิภาวนวเสน เจว ตปฺปฏิปกฺขานํ ทุสฺสีลฺยาทีนํ อาทีนววิภาวนวเสน จ ปวตฺตา กถา, ตปฺปฏิสํยุตฺตา กถา วา สีลาทิกถา นาม.
เอตฺถ จ ‘‘อตฺตนา จ อปฺปิจฺโฉ โหติ, อปฺปิจฺฉกถญฺจ ปเรสํ กตฺตา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๕๒; อ. นิ. ๑๐.๗๐) ‘‘สนฺตุฏฺโฐ โหติ อิตรีตเรน จีวเรน, อิตรีตรจีวรสนฺตุฏฺฐิยา จ วณฺณวาที’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๔๔; จูฬนิ. ขคฺควิสาณสุตฺตนิทฺเทส ๑๒๘) จ อาทิวจนโต สยญฺจ อปฺปิจฺฉตาทิคุณสมนฺนาคเตน ปเรสมฺปิ ตทตฺถาย หิตชฺฌาสเยน ปวตฺเตตพฺพา ตถารูปี กถา, ยา อิธ อภิสลฺเลขิกาทิภาเวน วิเสเสตฺวา วุตฺตา อปฺปิจฺฉกถาทีติ เวทิตพฺพา. การกสฺเสว หิ กถา วิเสสโต อธิปฺเปตตฺถสาธินี. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘กลฺยาณมิตฺตสฺเสตํ, เมฆิย, ภิกฺขุโน ปาฏิกงฺขํ…เป. … อกสิรลาภี’’ติ.
เอวรูปายาติ อีทิสาย, ยถาวุตฺตาย. นิกามลาภีติ ยถิจฺฉิตลาภี ยถารุจิลาภี, สพฺพกาลํ อิมา กถา โสตุํ วิจาเรตุญฺจ ยถาสุขํ ลภนฺโต. อกิจฺฉลาภีติ นิทฺทุกฺขลาภี. อกสิรลาภีติ วิปุลลาภี.
อารทฺธวีริโยติ ปคฺคหิตวีริโย. อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานายาติ อโกสลฺลสมฺภูตฏฺเฐน อกุสลานํ ปาปธมฺมานํ ปชหนตฺถาย. กุสลานํ ธมฺมานนฺติ กุจฺฉิตานํ สลนาทิอตฺเถน อนวชฺชฏฺเฐน จ กุสลานํ สหวิปสฺสนานํ มคฺคผลธมฺมานํ. อุปสมฺปทายาติ สมฺปาทนาย, อตฺตโน สนฺตาเน อุปฺปาทนาย. ถามวาติ อุสฺโสฬฺหิสงฺขาเตน วีริยถาเมน สมนฺนาคโต. ทฬฺหปรกฺกโมติ ถิรปรกฺกโม อสิถิลวีริโย. อนิกฺขิตฺตธุโรติ อโนโรหิตธุโร อโนสกฺกิตวีริโย.
ปญฺญวาติ วิปสฺสนาปญฺญาย ปญฺญวา. อุทยตฺถคามินิยาติ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ อุทยญฺจ วยญฺจ ปฏิวิชฺฌนฺติยา. อริยายาติ วิกฺขมฺภนวเสน กิเลเสหิ อารกา ทูเร ฐิตาย นิทฺโทสาย. นิพฺเพธิกายาติ นิพฺเพธภาคิยาย. สมฺมา ทุกฺขกฺขยคามินิยาติ วฏฺฏทุกฺขสฺส เขปนโต ‘‘ทุกฺขกฺขโย’’ติ ลทฺธนามํ อริยมคฺคํ สมฺมา เหตุนา ญาเยน คจฺฉนฺติยา.
อิเมสุ จ ปน ปญฺจสุ ธมฺเมสุ สีลํ วีริยํ ปญฺญา จ โยคิโน อชฺฌตฺติกํ องฺคํ, อิตรทฺวยํ พาหิรํ องฺคํ. ตถาปิ กลฺยาณมิตฺตสนฺนิสฺสเยเนว เสสํ จตุพฺพิธํ อิชฺฌติ, กลฺยาณมิตฺตสฺเสเวตฺถ พหูปการตํ ทสฺเสนฺโต สตฺถา ‘‘กลฺยาณมิตฺตสฺเสตํ, เมฆิย, ภิกฺขุโน ปาฏิกงฺข’’นฺติอาทินา เทสนํ วฑฺเฒติ. ตตฺถ ปาฏิกงฺขนฺติ เอกํเสน อิจฺฉิตพฺพํ, อวสฺสํภาวีติ อตฺโถ. ยนฺติ กิริยาปรามสนํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘สีลวา ภวิสฺสตี’’ติ เอตฺถ ยเทตํ กลฺยาณมิตฺตสฺส ภิกฺขุโน สีลวนฺตตาย ภวนํ สีลสมฺปนฺนตฺตํ, ตสฺส ภิกฺขุโน สีลสมฺปนฺนตฺตา เอตํ ตสฺส ปาฏิกงฺขํ, อวสฺสํภาวี เอกํเสเนว ตสฺส ตตฺถ นิโยชนโตติ อธิปฺปาโย. ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต วิหริสฺสตีติอาทีสุปิ เอเสว นโย.
เอวํ ภควา สเทวเก โลเก อุตฺตมกลฺยาณมิตฺตสงฺขาตสฺส อตฺตโน วจนํ อนาทิยิตฺวา ตํ วนสณฺฑํ ปวิสิตฺวา ตาทิสํ วิปฺปการํ ปตฺตสฺส อายสฺมโต เมฆิยสฺส กลฺยาณมิตฺตตาทินา สกลํ สาสนสมฺปตฺตึ ทสฺเสตฺวา, อิทานิสฺส ตตฺถ อาทรชาตสฺส ปุพฺเพ เยหิ กามวิตกฺกาทีหิ อุปทฺทุตตฺตา กมฺมฏฺฐานํ น สมฺปชฺชิ, ตสฺส เตสํ อุชุวิปจฺจนีกภูตตฺตา จ ภาวนานยํ ปกาเสตฺวา, ตโต ปรํ อรหตฺตสฺส กมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขนฺโต, ‘‘เตน จ ปน, เมฆิย, ภิกฺขุนา อิเมสุ ปญฺจสุ ธมฺเมสุ ปติฏฺฐาย จตฺตาโร ธมฺมา อุตฺตริ ภาเวตพฺพา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ เตนาติ เอวํ กลฺยาณมิตฺตสนฺนิสฺสเยน ยถาวุตฺตสีลาทิคุณสมนฺนาคเตน. เตเนวาห ‘‘อิเมสุ ปญฺจสุ ธมฺเมสุ ปติฏฺฐายา’’ติ. อุตฺตรีติ อารทฺธตรุณวิปสฺสนสฺส ราคาทิปริสฺสยา เจ อุปฺปชฺเชยฺยุํ, เตสํ วิโสธนตฺถํ ตโต อุทฺธํ จตฺตาโร ธมฺมา ภาเวตพฺพา อุปฺปาเทตพฺพา วฑฺเฒตพฺพา จ.
อสุภาติ เอกาทสสุ อสุภกมฺมฏฺฐาเนสุ ยถารหํ ยตฺถ กตฺถจิ อสุภภาวนา. ราคสฺส ปหานายาติ กามราคสฺส ปชหนตฺถาย. อยมตฺโถ สาลิลายโกปมาย วิภาเวตพฺโพ – เอโก หิ ปุริโส อสิตํ คเหตฺวา โกฏิโต ปฏฺฐาย สาลิเขตฺเต สาลิโย ลายติ, อถสฺส วตึ ภินฺทิตฺวา คาโว ปวิสึสุ. โส อสิตํ ฐเปตฺวา, ยฏฺฐึ อาทาย, เตเนว มคฺเคน คาโว นีหริตฺวา, วตึ ปากติกํ กตฺวา, ปุน อสิตํ คเหตฺวา สาลิโย ลายิ. ตตฺถ สาลิเขตฺตํ วิย พุทฺธสาสนํ ทฏฺฐพฺพํ, สาลิลายโก วิย โยคาวจโร, อสิตํ วิย ปญฺญา, ลายนกาโล วิย วิปสฺสนาย กมฺมกรณกาโล, ยฏฺฐิ วิย อสุภกมฺมฏฺฐานํ, วติ วิย สํวโร, วตึ ภินฺทิตฺวา คาวีนํ ปวิสนํ วิย สหสา อปฺปฏิสงฺขาย ปมาทํ อาคมฺม ราคสฺส อุปฺปชฺชนํ, อสิตํ ฐเปตฺวา, ยฏฺฐึ อาทาย, ปวิฏฺฐมคฺเคเนว คาโว นีหริตฺวา, วตึ ปฏิปากติกํ กตฺวา, ปุน ฐิตฏฺฐานโต ปฏฺฐาย สาลิลายนํ วิย อสุภกมฺมฏฺฐาเนน ราคํ วิกฺขมฺเภตฺวา, ปุน วิปสฺสนาย กมฺมกรณกาโลติ อิทเมตฺถ อุปมาสํสนฺทนํ. เอวํภูตํ ภาวนาวิธึ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อสุภา ภาเวตพฺพา ราคสฺส ปหานายา’’ติ.
เมตฺตาติ เมตฺตากมฺมฏฺฐานํ. พฺยาปาทสฺส ปหานายาติ วุตฺตนเยเนว อุปฺปนฺนโกปสฺส ปชหนตฺถาย. อานาปานสฺสตีติ โสฬสวตฺถุกา อานาปานสฺสติ. วิตกฺกุปจฺเฉทายาติ วุตฺตนเยเนว อุปฺปนฺนานํ วิตกฺกานํ อุปจฺเฉทนตฺถาย. อสฺมิมานสมุคฺฆาตายาติ อสฺมีติ อุปฺปชฺชนกสฺส นววิธสฺส มานสฺส สมุจฺเฉทนตฺถาย. อนิจฺจสญฺญิโนติ หุตฺวา อภาวโต อุทยพฺพยวนฺตโต ปภงฺคุโต ตาวกาลิกโต นิจฺจปฺปฏิปกฺขโต จ ‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา’’ติ (ธ. ป. ๒๗๗; จูฬนิ. เหมกมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๕๖) ปวตฺตอนิจฺจานุปสฺสนาวเสน อนิจฺจสญฺญิโน. อนตฺตสญฺญา สณฺฐาตีติ อสารกโต อวสวตฺตนโต ปรโต ริตฺตโต ตุจฺฉโต สุญฺญโต จ ‘‘สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา’’ติ (ธ. ป. ๒๗๙; จูฬนิ. เหมกมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๕๖) เอวํ ปวตฺตา อนตฺตานุปสฺสนาสงฺขาตา อนตฺตสญฺญา จิตฺเต สณฺฐหติ, อติทฬฺหํ ปติฏฺฐาติ. อนิจฺจลกฺขเณ หิ ทิฏฺเฐ อนตฺตลกฺขณํ ทิฏฺฐเมว โหติ. ตีสุ หิ ลกฺขเณสุ เอกสฺมึ ทิฏฺเฐ อิตรทฺวยํ ทิฏฺฐเมว โหติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อนิจฺจสญฺญิโน หิ, เมฆิย, อนตฺตสญฺญา สณฺฐาตี’’ติ. อนตฺตลกฺขเณ ทิฏฺเฐ อสฺมีติ อุปฺปชฺชนกมาโน สุปฺปชโหว โหตีติ อาห – ‘‘อนตฺตสญฺญี อสฺมิมานสมุคฺฆาตํ ปาปุณาตี’’ติ ทิฏฺเฐว ธมฺเม นิพฺพานนฺติ ทิฏฺเฐเยว ธมฺเม อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว อปจฺจยปรินิพฺพานํ ปาปุณาติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปน อสุภาทิภาวนานโย วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๐๒) วุตฺตนเยน คเหตพฺโพ.
เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ เอตํ อายสฺมโต เมฆิยสฺส มิจฺฉาวิตกฺกโจเรหิ กุสลภณฺฑุปจฺเฉทสงฺขาตํ อตฺถํ ชานิตฺวา. อิมํ อุทานนฺติ อิมํ กามวิตกฺกาทีนํ อวิโนทเน วิโนทเน จ อาทีนวานิสํสทีปกํ อุทานํ อุทาเนสิ.
ตตฺถ ขุทฺทาติ หีนา ลามกา. วิตกฺกาติ กามวิตกฺกาทโย ตโย ปาปวิตกฺกา. เต หิ สพฺพวิตกฺเกหิ ปติกิฏฺฐตาย อิธ ขุทฺทาติ วุตฺตา ‘‘น จ ขุทฺทมาจเร’’ติอาทีสุ (ขุ. ปา. ๙.๓; สุ. นิ. ๑๔๕) วิย. สุขุมาติ ญาติวิตกฺกาทโย อธิปฺเปตา. ญาติวิตกฺโก ชนปทวิตกฺโก อมราวิตกฺโก ปรานุทฺทยตาย ปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก ลาภสกฺการสิโลกปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก อนวญฺญตฺติปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโกติ เอเต หิ วิตกฺกา กามวิตกฺกาทโย วิย ทารุณา น โหนฺตีติ อโนฬาริกสภาวตาย สุขุมาติ วุตฺตา. อนุคตาติ จิตฺเตน อนุวตฺติตา. วิตกฺเก หิ อุปฺปชฺชมาเน จิตฺตํ ตทนุคตเมว โหติ ตสฺส อารมฺมณาภินิโรปนโต. ‘‘อนุคฺคตา’’ติปิ ปาฬิ, อนุอุฏฺฐิตาติ อตฺโถ. มนโส อุปฺปิลาวาติ เจตโส อุปฺปิลาวิตตฺตกรา.
เอเต อวิทฺวา มนโส วิตกฺเกติ เอเต กามวิตกฺกาทิเก มโนวิตกฺเก อสฺสาทาทีนวนิสฺสรณโต ญาตตีรณปหานปริญฺญาหิ ยถาภูตํ อชานนฺโต. หุรา หุรํ ธาวติ ภนฺตจิตฺโตติ อปฺปหีนมิจฺฉาวิตกฺกตฺตา อนวฏฺฐิตจิตฺโต ‘‘กทาจิ รูเป, กทาจิ สทฺเท’’ติอาทินา ตสฺมึ ตสฺมึ อารมฺมเณ อสฺสาทาทิวเสน อปราปรํ ธาวติ ปริพฺภมติ. อถ วา หุรา หุรํ ธาวติ ภนฺตจิตฺโตติ อปริญฺญาตวิตกฺกตฺตา ตนฺนิมิตฺตานํ อวิชฺชาตณฺหานํ วเสน ปริพฺภมนมานโส อิธโลกโต ปรโลกํ อาทานนิกฺเขเปหิ อปราปรํ ธาวติ สํสรตีติ อตฺโถ.
เอเต จ วิทฺวา มนโส วิตกฺเกติ เอเต ยถาวุตฺตปฺปเภเท กามวิตกฺกาทิเก มโนวิตกฺเก อสฺสาทาทิโต ยถาภูตํ ชานนฺโต. อาตาปิโยติ วีริยวา. สํวรตีติ ปิทหติ. สติมาติ สติสมฺปนฺโน. อนุคฺคเตติ ทุลฺลภวเสน อนุปฺปนฺเน. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เอเต วุตฺตปฺปกาเร กามวิตกฺกาทิเก มโนวิตกฺเก จิตฺตสฺส อุปฺปิลาวิตเหตุตาย มนโส อุปฺปิลาเว วิทฺวา วิปสฺสนาปญฺญาสหิตาย มคฺคปญฺญาย สมฺมเทว ชานนฺโต, ตสฺส สหายภูตานํ สมฺมาวายามสตีนํ อตฺถิตาย อาตาปิโย สติมา เต อริยมคฺคภาวนาย อายตึ อุปฺปตฺติรเห อนุคฺคเต อนุปฺปนฺเน เอว มคฺคกฺขเณ สํวรติ, ญาณสํวรวเสน ปิทหติ, อาคมนปถํ ปจฺฉินฺทติ, เอวํภูโต จ จตุสจฺจปฺปโพเธน พุทฺโธ อริยสาวโก อรหตฺตาธิคเมน อเสสํ, อนวเสสํ เอเต กามวิตกฺกาทิเก ปชหาสิ สมุจฺฉินฺทีติ. เอตฺถาปิ ‘‘อนุคเต’’ติปิ ปฐนฺติ. ตสฺสตฺโถ เหฏฺฐา วุตฺโตเยว.
ปฐมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.