๑. ปฐมโพธิสุตฺตวณฺณนา
๑. ยํ ปเนตฺถ ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติอาทิกํ นิทานํ, ตตฺถ เอวนฺติ นิปาตปทํ. เมติอาทีนิ นามปทานิ. อุรุเวลายํ วิหรตีติ เอตฺถ วีติ อุปสคฺคปทํ, หรตีติ อาขฺยาตปทนฺติ อิมินาว นเยน สพฺพตฺถ ปทวิภาโค เวทิตพฺโพ.
อตฺถโต ปน เอวํสทฺโท ตาว อุปมูปเทสสมฺปหํสนครหณวจนสมฺปฏิคฺคหาการ- นิทสฺสนาวธารณปุจฺฉาอิทมตฺถปริมาณาทิ อเนกตฺถปฺปเภโท. ตถา เหส ‘‘เอวํ ชาเตน มจฺเจน, กตฺตพฺพํ กุสลํ พหุ’’นฺติ เอวมาทีสุ (ธ. ป. ๕๓) อุปมายํ อาคโต. ‘‘เอวํ เต อภิกฺกมิตพฺพํ, เอวํ เต ปฏิกฺกมิตพฺพ’’นฺติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๑๒๒) อุปเทเส. ‘‘เอวเมตํ ภควา, เอวเมตํ สุคตา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๓.๖๖) สมฺปหํสเน. ‘‘เอวเมวํ ปนายํ วสลี ยสฺมึ วา ตสฺมึ วา ตสฺส มุณฺฑกสฺส สมณกสฺส วณฺณํ ภาสตี’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๑๘๗) ครหเณ. ‘‘เอวํ, ภนฺเตติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุ’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓; ม. นิ. ๑.๑) วจนสมฺปฏิคฺคเห. ‘‘เอวํ พฺยา โข อหํ, ภนฺเต, ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๙๘) อากาเร. ‘‘เอหิ ตฺวํ, มาณวก, เยน สมโณ อานนฺโท เตนุปสงฺกม, อุปสงฺกมิตฺวา มม วจเนน สมณํ อานนฺทํ อปฺปาพาธํ อปฺปาตงฺกํ ลหุฏฺฐานํ พลํ ผาสุวิหารํ ปุจฺฉ ‘สุโภ มาณโว โตเทยฺยปุตฺโต ภวนฺตํ อานนฺทํ อปฺปาพาธํ อปฺปาตงฺกํ ลหุฏฺฐานํ พลํ ผาสุวิหารํ ปุจฺฉตี’ติ, เอวญฺจ วเทหิ ‘สาธุ กิร ภวํ อานนฺโท เยน สุภสฺส มาณวสฺส โตเทยฺยปุตฺตสฺส นิเวสนํ, เตนุปสงฺกมตุ อนุกมฺปํ อุปาทายา’ติ’’อาทีสุ (ที. นิ. ๑.๔๔๕) นิทสฺสเน. ‘‘‘ตํ กึ มญฺญถ, กาลามา, อิเม ธมฺมา กุสลา วา อกุสลา วา’ติ? ‘อกุสลา, ภนฺเต’. ‘สาวชฺชา วา อนวชฺชา วา’ติ? ‘สาวชฺชา, ภนฺเต’. ‘วิญฺญูครหิตา วา วิญฺญุปฺปสตฺถา วา’ติ? ‘วิญฺญูครหิตา, ภนฺเต’. ‘สมตฺตา สมาทินฺนา อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนฺติ, โน’วา? ‘กถํ โว เอตฺถ โหตี’ติ? ‘สมตฺตา, ภนฺเต, สมาทินฺนา อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนฺติ, เอวํ โน เอตฺถ โหตีติ’’’อาทีสุ (อ. นิ. ๓.๖๖) อวธารเณ. ‘‘เอวเมเต สุนฺหาตา สุวิลิตฺตา กปฺปิตเกสมสฺสู อามุตฺตมาลาภรณา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๘๖) ปุจฺฉายํ. ‘‘เอวํคตานิ ปุถุสิปฺปายตนานิ (ที. นิ. ๑.๑๘๒), เอวํวิโธ เอวมากาโร’’ติอาทีสุ อิทํสทฺทสฺส อตฺเถ. คตสทฺโท หิ ปการปริยาโย, ตถา วิธาการสทฺทา. ตถา หิ วิธยุตฺตคตสทฺเท โลกิยา ปการตฺเถ วทนฺติ. ‘‘เอวํ ลหุปริวตฺตํ เอวมายุปริยนฺโต’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๑.๔๘) ปริมาเณ.
นนุ จ ‘‘เอวํ วิตกฺกิตํ โน ตุเมฺหหิ, เอวมายุปริยนฺโต’’ติ เจตฺถ เอวํสทฺเทน ปุจฺฉนาการปริมาณาการานํ วุตฺตตฺตา อาการตฺโถ เอว เอวํสทฺโทติ. น, วิเสสสพฺภาวโต. อาการมตฺตวาจโก เหตฺถ เอวํสทฺโท อาการตฺโถติ อธิปฺเปโต. ‘‘เอวํ พฺยา โข’’ติอาทีสุ ปน อาการวิเสสวจโน. อาการวิเสสวาจิโน เจเต เอวํสทฺทา ปุจฺฉนาการปริมาณาการานํ วาจกตฺตา. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘เอวํ ชาเตน มจฺเจนา’’ติอาทีนิ อุปมานอุทาหรณานิ ยุชฺชนฺติ. ตตฺถ หิ –
‘‘ยถาปิ ปุปฺผราสิมฺหา, กยิรา มาลาคุเณ พหู;
เอวํ ชาเตน มจฺเจน, กตฺตพฺพํ กุสลํ พหุ’’นฺติ. –
เอตฺถ ปุปฺผราสิฏฺฐานียโต มนุสฺสุปฺปตฺติ สปฺปุริสูปนิสฺสยสทฺธมฺมสฺสวนโยนิโสมนสิการโภคสมฺปตฺติอาทิโต ทานาทิปุญฺญกิริยาเหตุสมุทายโต โสภาสุคนฺธตาทิคุณวิเสสโยคโต มาลาคุณสทิสิโย พหุกา ปุญฺญกิริยา มริตพฺพสภาวตาย มจฺเจน กตฺตพฺพาติ อเภทตาย ปุปฺผราสิ มาลาคุณา จ อุปมา, เตสํ อุปมานากาโร ยถาสทฺเทน อนิยมโต วุตฺโต. ปุน เอวํสทฺเทน นิยมนวเสน วุตฺโต. โส ปน อุปมากาโร นิยมิยมาโน อตฺถโต อุปมา เอว โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อุปมายํ อาคโต’’ติ.
ตถา ‘‘เอวํ อิมินา อากาเรน อภิกฺกมิตพฺพ’’นฺติอาทินา อุปทิสิยมานาย สมณสารุปฺปาย อากปฺปสมฺปตฺติยา โย ตตฺถ อุปเทสากาโร, โส อตฺถโต อุปเทโสเยวาติ วุตฺตํ – ‘‘เอวํ เต อภิกฺกมิตพฺพํ, เอวํ เต ปฏิกฺกมิตพฺพนฺติอาทีสุ อุปเทเส’’ติ.
‘‘เอวเมตํ ภควา, เอวเมตํ สุคตา’’ติ เอตฺถ ภควตา ยถาวุตฺตมตฺถํ อวิปรีตโต ชานนฺเตหิ กตํ ยํ ตตฺถ วิชฺชมานคุณานํ ปกาเรหิ หํสนํ อุทคฺคตากรณํ สมฺปหํสนํ, โส ตตฺถ ปหํสนากาโรติ วุตฺตนเยน โยเชตพฺพํ.
‘‘เอวเมวํ ปนาย’’นฺติ เอตฺถ ครหณากาโรติ วุตฺตนเยน โยเชตพฺพํ. โส จ ครหณากาโร ‘‘วสลี’’ติอาทิขุํสนสทฺทสนฺนิธานโต อิธ เอวํสทฺเทน ปกาสิโตติ วิญฺญายติ. ยถา เจตฺถ, เอวํ อุปมาการาทโยปิ อุปมาทิวเสน วุตฺตานํ ปุปฺผราสิอาทิสทฺทานํ สนฺนิธานโต วุตฺตาติ เวทิตพฺพํ.
‘‘เอวํ โน’’ติ เอตฺถาปิ เตสํ ยถาวุตฺตธมฺมานํ อหิตทุกฺขาวหภาเวน สนฺนิฏฺฐานชนนตฺถํ อนุมติคฺคหณวเสน ‘‘โน วา กถํ โว เอตฺถ โหตี’’ติ ปุจฺฉาย กตาย ‘‘เอวํ โน เอตฺถ โหตี’’ติ วุตฺตตฺตา ตทาการสนฺนิฏฺฐานํ เอวํสทฺเทน อาวิกตํ. โส ปน เตสํ ธมฺมานํ อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนากาโร นิยมิยมาโน อวธารณตฺโถ โหตีติ วุตฺตํ – ‘‘เอวํ โน เอตฺถ โหตีติอาทีสุ อวธารเณ’’ติ.
‘‘เอวญฺจ วเทหี’’ติ ยถาหํ วทามิ เอวํ สมณํ อานนฺทํ วเทหีติ วทนากาโร อิทานิ วตฺตพฺโพ เอวํสทฺเทน นิทสฺสียตีติ ‘‘นิทสฺสนตฺโถ’’ติ วุตฺตํ.
เอวมาการวิเสสวาจีนมฺปิ เอเตสํ เอวํสทฺทานํ อุปมาทิวิเสสตฺถวุตฺติตาย อุปมาทิอตฺถตา วุตฺตา. ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ ปน ธมฺมสฺส สาธุกํ สวนมนสิกาเร นิโยชิเตหิ ภิกฺขูหิ ตตฺถ ปติฏฺฐิตภาวสฺส ปฏิชานนวเสน วุตฺตตฺตา ตตฺถ เอวํสทฺโท วจนสมฺปฏิคฺคหตฺโถ. เตน เอวํ, ภนฺเตติ สาธุ, ภนฺเต, สุฏฺฐุ, ภนฺเตติ วุตฺตํ โหติ. สฺวายมิธ อาการนิทสฺสนาวธารเณสุ ทฏฺฐพฺโพ.
ตตฺถ อาการตฺเถน เอวํสทฺเทน เอตมตฺถํ ทีเปติ – นานานยนิปุณมเนกชฺฌาสยสมุฏฺฐานํ อตฺถพฺยญฺชนสมฺปนฺนํ วิวิธปาฏิหาริยํ ธมฺมตฺถเทสนาปฏิเวธคมฺภีรํ สพฺพสตฺตานํ สกสกภาสานุรูปโต โสตปถมาคจฺฉนฺตํ ตสฺส ภควโต วจนํ สพฺพปฺปกาเรน โก สมตฺโถ วิญฺญาตุํ, สพฺพถาเมน ปน โสตุกามตํ ชเนตฺวาปิ เอวํ เม สุตํ, มยาปิ เอเกนากาเรน สุตนฺติ.
เอตฺถ จ เอกตฺตนานตฺตอพฺยาปารเอวํธมฺมตาสงฺขาตา นนฺทิยาวตฺตติปุกฺขลสีหวิกฺกีฬิตทิสาโลจนองฺกุสสงฺขาตา จ อสฺสาทาทิวิสยาทิเภเทน นานาวิธา นยา นานานยา. นยา วา ปาฬิคติโย, ตา จ ปญฺญตฺติอนุปญฺญตฺตาทิวเสน สํกิเลสภาคิยาทิโลกิยาทิตทุภยโวมิสฺสกาทิวเสน กุสลาทิวเสน ขนฺธาทิวเสน, สงฺคหาทิวเสน, สมยวิมุตฺตาทิวเสน, ฐปนาทิวเสน, กุสลมูลาทิวเสน, ติกปฏฺฐานาทิวเสน จ นานปฺปการาติ นานานยา, เตหิ นิปุณํ สณฺหํ สุขุมนฺติ นานานยนิปุณํ.
อาสโยว อชฺฌาสโย, โส จ สสฺสตาทิเภเทน อปฺปรชกฺขตาทิเภเทน จ อเนกวิโธ. อตฺตชฺฌาสยาทิโก เอว วา อเนโก อชฺฌาสโย อเนกชฺฌาสโย. โส สมุฏฺฐานํ อุปฺปตฺติเหตุ เอตสฺสาติ อเนกชฺฌาสยสมุฏฺฐานํ.
สีลาทิอตฺถสมฺปตฺติยา ตพฺพิภาวนพฺยญฺชนสมฺปตฺติยา สงฺกาสนปกาสนวิวรณวิภชนอุตฺตานีกรณปญฺญตฺติวเสน ฉหิ อตฺถปเทหิ อกฺขรปทพฺยญฺชนาการนิรุตฺตินิทฺเทสวเสน ฉหิ พฺยญฺชนปเทหิ จ สมนฺนาคตตฺตา อตฺถพฺยญฺชนสมฺปนฺนํ.
อิทฺธิอาเทสนานุสาสนีเภเทน เตสุ จ เอเกกสฺส วิสยาทิเภเทน วิวิธํ พหุวิธํ วา ปาฏิหาริยํ เอตสฺสาติ วิวิธปาฏิหาริยํ. ตตฺถ ปฏิปกฺขหรณโต ราคาทิกิเลสาปนยนโต ปาฏิหาริยนฺติ อตฺเถ สติ ภควโต น ปฏิปกฺขา ราคาทโย สนฺติ เย หริตพฺพา, ปุถุชฺชนานมฺปิ วิคตูปกฺกิเลเส อฏฺฐคุณสมนฺนาคเต จิตฺเต หตปฏิปกฺเข อิทฺธิวิธํ ปวตฺตติ, ตสฺมา ตตฺถ ปวตฺตโวหาเรน จ น สกฺกา อิธ ปาฏิหาริยนฺติ วตฺตุํ. สเจ ปน มหาการุณิกสฺส ภควโต เวเนยฺยคตา จ กิเลสา ปฏิปกฺขา, เตสํ หรณโต ปาฏิหาริยนฺติ วุตฺตํ, เอวํ สติ ยุตฺตเมตํ. อถ วา ภควโต เจว สาสนสฺส จ ปฏิปกฺขา ติตฺถิยา, เตสํ หรณโต ปาฏิหาริยํ. เต หิ ทิฏฺฐิหรณวเสน ทิฏฺฐิปฺปกาสเน อสมตฺถภาเวน จ อิทฺธิอาเทสนานุสาสนีหิ หริตา อปนีตา โหนฺติ. ปฏีติ วา อยํ สทฺโท ปจฺฉาติ เอตสฺส อตฺถํ โพเธติ ‘‘ตสฺมึ ปฏิปวิฏฺฐมฺหิ, อญฺโญ อาคญฺฉิ พฺราหฺมโณ’’ติอาทีสุ (จูฬนิ. ปารายนวคฺค, วตฺถุคาถา ๔) วิย. ตสฺมา สมาหิเต จิตฺเต วิคตูปกฺกิเลเส กตกิจฺเจน ปจฺฉา หริตพฺพํ ปวตฺเตตพฺพนฺติ ปฏิหาริยํ. อตฺตโน วา อุปกฺกิเลเสสุ จตุตฺถชฺฌานมคฺเคหิ หริเตสุ ปจฺฉา หรณํ ปฏิหาริยํ. อิทฺธิอาเทสนานุสาสนิโย วิคตูปกฺกิเลเสน กตกิจฺเจน สตฺตหิตตฺถํ ปุน ปวตฺเตตพฺพา, หริเตสุ จ อตฺตโน อุปกฺกิเลเสสุ ปรสตฺตานํ อุปกฺกิเลสหรณานิ โหนฺตีติ ปฏิหาริยานิ ภวนฺติ. ปฏิหาริยเมว ปาฏิหาริยํ, ปฏิหาริเย วา อิทฺธิอาเทสนานุสาสนีสมุทาเย ภวํ เอเกกํ ปาฏิหาริยนฺติ วุจฺจติ. ปฏิหาริยํ วา จตุตฺถชฺฌานํ มคฺโค จ ปฏิปกฺขหรณโต. ตตฺถ ชาตํ นิมิตฺตภูตโต ตโต วา อาคตนฺติ ปาฏิหาริยนฺติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
ยสฺมา ปน ตนฺติอตฺถเทสนา ตพฺโพหาราภิสมยสงฺขาตา เหตุเหตุผลตทุภยปญฺญตฺติปฏิเวธสงฺขาตา วา ธมฺมตฺถเทสนาปฏิเวธา คมฺภีรา, สสาทีหิ วิย มหาสมุทฺโท อนุปจิตกุสลสมฺภาเรหิ อลพฺภเนยฺยปฺปติฏฺฐา ทุปฺปริโยคาหา จ, ตสฺมา เตหิ จตูหิ คมฺภีรภาเวหิ ยุตฺตนฺติ ภควโต วจนํ ธมฺมตฺถเทสนาปฏิเวธคมฺภีรํ.
เอโก เอว ภควโต ธมฺมเทสนาโฆโส, เอกสฺมึ ขเณ ปวตฺตมาโน นานาภาสานํ สตฺตานํ อตฺตโน อตฺตโน ภาสาวเสน อปุพฺพํ อจริมํ คหณูปโค โหติ. อจินฺเตยฺโย หิ พุทฺธานํ พุทฺธานุภาโวติ สพฺพสตฺตานํ สกสกภาสานุรูปโต โสตปถํ อาคจฺฉตีติ เวทิตพฺพํ.
นิทสฺสนตฺเถน ‘‘นาหํ สยมฺภู, น มยา อิทํ สจฺฉิกต’’นฺติ อตฺตานํ ปริโมเจนฺโต ‘‘เอวํ เม สุตํ, มยาปิ เอวํ สุต’’นฺติ อิทานิ วตฺตพฺพํ สกลํ สุตฺตํ นิทสฺเสติ.
อวธารณตฺเถน ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ พหุสฺสุตานํ ยทิทํ อานนฺโท, คติมนฺตานํ, สติมนฺตานํ, ธิติมนฺตานํ, อุปฏฺฐากานํ ยทิทํ อานนฺโท’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๑๙-๒๒๓) เอวํ ภควตา, ‘‘อายสฺมา อานนฺโท อตฺถกุสโล, ธมฺมกุสโล, พฺยญฺชนกุสโล, นิรุตฺติกุสโล, ปุพฺพาปรกุสโล’’ติ (อ. นิ. ๕.๑๖๙) เอวํ ธมฺมเสนาปตินา จ ปสตฺถภาวานุรูปํ อตฺตโน ธารณพลํ ทสฺเสนฺโต สตฺตานํ โสตุกามตํ ชเนติ. ‘‘เอวํ เม สุตํ, ตญฺจ โข อตฺถโต วา พฺยญฺชนโต วา อนูนมนธิกํ, เอวเมว น อญฺญถา ทฏฺฐพฺพ’’นฺติ. อญฺญถาติ ภควโต สมฺมุขา สุตาการโต อญฺญถา น ปน ภควตา เทสิตาการโต. อจินฺเตยฺยานุภาวา หิ ภควโต เทสนา, สา เนว สพฺพากาเรน สกฺกา วิญฺญาตุนฺติ วุตฺโตวายมตฺโถ. สุตาการาวิรุชฺฌนเมว หิ ธารณพลํ.
เมสทฺโท ตีสุ อตฺเถสุ ทิสฺสติ. ตถา หิสฺส ‘‘คาถาภิคีตํ เม อโภชเนยฺย’’นฺติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๑๙๔; สุ. นิ. ๘๑) มยาติ อตฺโถ. ‘‘สาธุ เม, ภนฺเต, ภควา สํขิตฺเตน ธมฺมํ เทเสตู’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๔.๘๘; ๕.๓๘๒; อ. นิ. ๔.๒๕๗) มยฺหนฺติ อตฺโถ. ‘‘ธมฺมทายาทา เม, ภิกฺขเว, ภวถา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๙) มมาติ อตฺโถ. อิธ ปน ‘‘มยา สุตํ, มม สุต’’นฺติ จ อตฺถทฺวเย ยุชฺชติ.
เอตฺถ จ โย ปโร น โหติ, โส อตฺตาติ เอวํ วตฺตพฺเพ นิยกชฺฌตฺตสงฺขาเต สสนฺตาเน วตฺตนโต ติวิโธปิ เมสทฺโท กิญฺจาปิ เอกสฺมึเยว อตฺเถ ทิสฺสติ, กรณสมฺปทานาทิวิเสสสงฺขาโต ปน วิญฺญายเตวายํ อตฺถเภโทติ ‘‘เม-สทฺโท ตีสุ อตฺเถสุ ทิสฺสตี’’ติ วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺพํ.
สุตนฺติ อยํ สุตสทฺโท สอุปสคฺโค อนุปสคฺโค จ คมนวิสฺสุตกิลินฺนูปจิตานุโยคโสตวิญฺเญยฺย โสตทฺวารานุสาร วิญฺญาตาทิอเนกตฺถปฺปเภโท. กิญฺจาปิ หิ อุปสคฺโค กิริยํ วิเสเสติ, โชตกภาวโต ปน สติปิ ตสฺมึ สุตสทฺโท เอว ตํ ตมตฺถํ วทตีติ อนุปสคฺคสฺส สุตสทฺทสฺส อตฺถุทฺธาเร สอุปสคฺคสฺส คหณํ น วิรุชฺฌติ.
ตตฺถ ‘‘เสนาย ปสุโต’’ติอาทีสุ คจฺฉนฺโตติ อตฺโถ. ‘‘สุตธมฺมสฺส ปสฺสโต’’ติอาทีสุ (อุทา. ๑๑) วิสฺสุตธมฺมสฺสาติ อตฺโถ. ‘‘อวสฺสุตา อวสฺสุตสฺสา’’ติอาทีสุ (ปาจิ. ๖๕๗) กิเลเสน กิลินฺนา กิลินฺนสฺสาติ อตฺโถ. ‘‘ตุเมฺหหิ ปุญฺญํ ปสุตํ อนปฺปก’’นฺติอาทีสุ (ขุ. ปา. ๗.๑๒) อุปจิตนฺติ อตฺโถ. ‘‘เย ฌานปฺปสุตา ธีรา’’ติอาทีสุ (ธ. ป. ๑๘๑) ฌานานุยุตฺตาติ อตฺโถ. ‘‘ทิฏฺฐํ สุตํ มุต’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๔๑) โสตวิญฺเญยฺยนฺติ อตฺโถ. ‘‘สุตธโร สุตสนฺนิจโย’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๓๙) โสตทฺวารานุสารวิญฺญาตธโรติ อตฺโถ. อิธ ปนสฺส ‘‘โสตทฺวารานุสาเรน อุปธาริต’’นฺติ วา ‘‘อุปธารณ’’นฺติ วา อตฺโถ. เม-สทฺทสฺส หิ มยาติ อตฺเถ สติ ‘‘เอวํ มยา สุตํ โสตทฺวารานุสาเรน อุปธาริต’’นฺติ ยุชฺชติ. มมาติ อตฺเถ สติ ‘‘เอวํ มม สุตํ โสตทฺวารานุสาเรน อุปธารณ’’นฺติ ยุชฺชติ.
เอวเมเตสุ ตีสุ ปเทสุ ยสฺมา สุตสทฺทสนฺนิธาเน ปยุตฺเตน เอวํสทฺเทน สวนกิริยาโชตเกน ภวิตพฺพํ, ตสฺมา เอวนฺติ โสตวิญฺญาณสมฺปฏิจฺฉนาทิโสตทฺวาริกวิญฺญาณานนฺตรํ อุปฺปนฺนมโนทฺวาริกวิญฺญาณกิจฺจนิทสฺสนํ. เมติ วุตฺตวิญฺญาณสมงฺคีปุคฺคลนิทสฺสนํ. สพฺพานิ หิ วากฺยานิ เอวการตฺถสหิตานิเยว อวธารณผลตฺตา เตสํ. สุตนฺติ อสฺสวนภาวปฺปฏิกฺเขปโต อนูนานธิกาวิปรีตคฺคหณนิทสฺสนํ. ยถา หิ สุตํ สุตเมวาติ วตฺตพฺพตํ อรหติ ตถา ตํ สมฺมา สุตํ อนูนคฺคหณํ อนธิกคฺคหณํ อวิปรีตคฺคหณญฺจ โหตีติ. อถ วา สทฺทนฺตรตฺถาโปหนวเสน สทฺโท อตฺถํ วทตีติ เอตสฺมึ ปกฺเข ยสฺมา สุตนฺติ เอตสฺส อสุตํ น โหตีติ อยมตฺโถ วุตฺโต, ตสฺมา สุตนฺติ อสฺสวนภาวปฺปฏิกฺเขปโต อนูนานธิกาวิปรีตคฺคหณนิทสฺสนํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เอวํ เม สุตํ, น มยา อิทํ ทิฏฺฐํ, น สยมฺภูญาเณน สจฺฉิกตํ, น อญฺญถา วา อุปลทฺธํ. อปิ จ สุตํว, ตญฺจ โข สมฺมเทวาติ. อวธารณตฺเถ วา เอวํสทฺเท อยมตฺถโยชนา, ตทเปกฺขสฺส สุตสทฺทสฺส นิยมตฺโถ สมฺภวตีติ ตทเปกฺขสฺส สุตสทฺทสฺส อสฺสวนภาวปฺปฏิกฺเขโป อนูนานธิกาวิปรีตคฺคหณนิทสฺสนตา จ เวทิตพฺพา. อิติ สวนเหตุสวนวิเสสวเสนปิ สุตสทฺทสฺส อตฺถโยชนา กตาติ ทฏฺฐพฺพํ.
ตถา เอวนฺติ ตสฺสา โสตทฺวารานุสาเรน ปวตฺตาย วิญฺญาณวีถิยา นานตฺถพฺยญฺชนคฺคหณโต นานปฺปกาเรน อารมฺมเณ ปวตฺติภาวปฺปกาสนํ อาการตฺโถ เอวํสทฺโทติ กริตฺวา. เมติ อตฺตปฺปกาสนํ. สุตนฺติ ธมฺมปฺปกาสนํ ยถาวุตฺตาย วิญฺญาณวีถิยา ปริยตฺติธมฺมารมฺมณตฺตา. อยเญฺหตฺถ สงฺเขโป – นานปฺปกาเรน อารมฺมเณ ปวตฺตาย วิญฺญาณวีถิยา กรณภูตาย มยา น อญฺญํ กตํ, อิทํ ปน กตํ, อยํ ธมฺโม สุโตติ.
ตถา เอวนฺติ นิทสฺสิตพฺพปฺปกาสนํ นิทสฺสนตฺโถ เอวํสทฺโทติ กตฺวา นิทสฺเสตพฺพสฺส นิทฺทิสิตพฺพภาวโต. ตสฺมา เอวํสทฺเทน สกลมฺปิ สุตฺตํ ปจฺจามฏฺฐนฺติ เวทิตพฺพํ. เมติ ปุคฺคลปฺปกาสนํ. สุตนฺติ ปุคฺคลกิจฺจปฺปกาสนํ. สุตสทฺเทน หิ ลพฺภมานา สวนกิริยา สวนวิญฺญาณปฺปพนฺธปฺปฏิพทฺธา, ตตฺถ จ ปุคฺคลโวหาโร, น จ ปุคฺคลโวหารรหิเต ธมฺมปฺปพนฺเธ สวนกิริยา ลพฺภติ. ตสฺสายํ สงฺเขปตฺโถ – ยํ สุตฺตํ นิทฺทิสิสฺสามิ, ตํ มยา เอวํ สุตนฺติ.
ตถา เอวนฺติ ยสฺส จิตฺตสนฺตานสฺส นานารมฺมณปฺปวตฺติยา นานตฺถพฺยญฺชนคฺคหณํ โหติ, ตสฺส นานาการนิทฺเทโส อาการตฺโถ เอว เอวํสทฺโทติ กตฺวา. เอวนฺติ หิ อยมาการปญฺญตฺติ ธมฺมานํ ตํ ตํ ปวตฺติอาการํ อุปาทาย ปญฺญเปตพฺพสภาวตฺตา. เมติ กตฺตุนิทฺเทโส. สุตนฺติ วิสยนิทฺเทโส, โสตพฺโพ หิ ธมฺโม สวนกิริยากตฺตุปุคฺคลสฺส สวนกิริยาวเสน ปวตฺติฏฺฐานํ โหติ. เอตฺตาวตา นานปฺปกาเรน ปวตฺเตน จิตฺตสนฺตาเนน ตํสมงฺคิโน กตฺตุ วิสเย คหณสนฺนิฏฺฐานํ ทสฺสิตํ โหติ.
อถ วา เอวนฺติ ปุคฺคลกิจฺจนิทฺเทโส, สุตานญฺหิ ธมฺมานํ คหิตาการสฺส นิทสฺสนสฺส อวธารณสฺส วา ปกาสนสภาเวน เอวํสทฺเทน ตทาการาทิธารณสฺส ปุคฺคลโวหารุปาทานธมฺมพฺยาปารภาวโต ปุคฺคลกิจฺจํนาม นิทฺทิฏฺฐํ โหตีติ. สุตนฺติ วิญฺญาณกิจฺจนิทฺเทโส, ปุคฺคลวาทิโนปิ หิ สวนกิริยา วิญฺญาณนิรเปกฺขา น โหตีติ. เมติ อุภยกิจฺจยุตฺตปุคฺคลนิทฺเทโส. เมติ หิ สทฺทปฺปวตฺติ เอกนฺเตเนว สตฺตวิเสสวิสยา วิญฺญาณกิจฺจญฺจ ตตฺเถว สโมทหิตพฺพนฺติ. อยํ ปเนตฺถ สงฺเขโป – มยา สวนกิจฺจวิญฺญาณสมงฺคินา ปุคฺคเลน วิญฺญาณวเสน ลทฺธสวนกิจฺจโวหาเรน สุตนฺติ.
ตถา เอวนฺติ จ เมติ จ สจฺจิกฏฺฐปรมตฺถวเสน อวิชฺชมานปญฺญตฺติ. สพฺพสฺส หิ สทฺทาธิคมนียสฺส อตฺถสฺส ปญฺญตฺติมุเขเนว ปฏิปชฺชิตพฺพตฺตา สพฺพปญฺญตฺตีนญฺจ วิชฺชมานาทีสุ ฉสุ ปญฺญตฺตีสุ อวโรโธ, ตสฺมา โย มายามรีจิอาทโย วิย อภูตตฺโถ อนุสฺสวาทีหิ คเหตพฺโพ วิย อนุตฺตมตฺโถปิ น โหติ. โส รูปสทฺทาทิโก รุปฺปนานุภวนาทิโก จ ปรมตฺถสภาโว สจฺจิกฏฺฐปรมตฺถวเสน วิชฺชติ. โย ปน เอวนฺติ จ เมติ จ วุจฺจมาโน อาการตฺโถ, โส อปรมตฺถสภาโว สจฺจิกฏฺฐปรมตฺถวเสน อนุปลพฺภมาโน อวิชฺชมานปญฺญตฺติ นาม. ตสฺมา กิเญฺหตฺถ ตํ ปรมตฺถโต อตฺถิ, ยํ เอวนฺติ วา เมติ วา นิทฺเทสํ ลเภถ? สุตนฺติ วิชฺชมานปญฺญตฺติ, ยญฺหิ ตํ เอตฺถ โสเตน อุปลทฺธํ, ตํ ปรมตฺถโต วิชฺชมานนฺติ.
ตถา เอวนฺติ โสตปถมาคเต ธมฺเม อุปาทาย เตสํ อุปธาริตาการาทีนํ ปจฺจามสนวเสน. เมติ สสนฺตติปริยาปนฺเน ขนฺเธ กรณาทิวิเสสวิสิฏฺเฐ อุปาทาย วตฺตพฺพโต อุปาทาปญฺญตฺติ. สุตนฺติ ทิฏฺฐาทีนิ อุปนิธาย วตฺตพฺพโต อุปนิธาปญฺญตฺติ. ทิฏฺฐาทิสภาวรหิเต สทฺทายตเน ปวตฺตมาโนปิ สุตโวหาโร ทุติยํ ตติยนฺติอาทิโก วิย ปฐมาทีนิ, ทิฏฺฐมุตวิญฺญาเต อเปกฺขิตฺวา สุตนฺติ วิญฺเญยฺยตฺตา ทิฏฺฐาทีนิ อุปนิธาย วตฺตพฺโพ โหติ. อสุตํ น โหตีติ หิ สุตนฺติ ปกาสิโตยมตฺโถติ.
เอตฺถ จ เอวนฺติวจเนน อสมฺโมหํ ทีเปติ. ปฏิวิทฺธา หิ อตฺตนา สุตสฺส ปการวิเสสา เอวนฺติ อิธ อายสฺมตา อานนฺเทน ปจฺจามฏฺฐา, เตนสฺส อสมฺโมโห ทีปิโต โหติ. น หิ สมฺมูโฬฺห นานปฺปการปฏิเวธสมตฺโถ โหติ, ปจฺจยาการวเสน นานปฺปการา ทุปฺปฏิวิทฺธา จ สุตฺตนฺตาติ ทีปิตนฺติ. สุตนฺติวจเนน สุตสฺส อสมฺโมสํ ทีเปติ, สุตาการสฺส ยาถาวโต ทสฺสิยมานตฺตา. ยสฺส หิ สุตํ สมฺมุฏฺฐํ โหติ, น โส กาลนฺตเร มยา สุตนฺติ ปฏิชานาติ. อิจฺจสฺส อสมฺโมเหน ปญฺญาสิทฺธิ, สมฺโมหาภาเวน ปญฺญาย เอว วา สวนกาลสมฺภูตาย ตทุตฺตริกาลปญฺญาสิทฺธิ, ตถา อสมฺโมเสน สติสิทฺธิ. ตตฺถ ปญฺญาปุพฺพงฺคมาย สติยา พฺยญฺชนาวธารณสมตฺถตา. พฺยญฺชนานญฺหิ ปฏิวิชฺฌิตพฺโพ อากาโร นาติคมฺภีโร, ยถาสุตํ ธารณเมว ตตฺถ กรณียนฺติ สติยา พฺยาปาโร อธิโก, ปญฺญา ตตฺถ คุณีภูตา โหติ ปญฺญาย ปุพฺพงฺคมาติ กตฺวา. สติปุพฺพงฺคมาย ปญฺญาย อตฺถปฺปฏิเวธสมตฺถตา. อตฺถสฺส หิ ปฏิวิชฺฌิตพฺโพ อากาโร คมฺภีโรติ ปญฺญาย พฺยาปาโร อธิโก, สติ ตตฺถ คุณีภูตาเยวาติ สติยา ปุพฺพงฺคมายาติ กตฺวา. ตทุภยสมตฺถตาโยเคน อตฺถพฺยญฺชนสมฺปนฺนสฺส ธมฺมโกสสฺส อนุปาลนสมตฺถตาย ธมฺมภณฺฑาคาริกตฺตสิทฺธิ.
อปโร นโย – เอวนฺติวจเนน โยนิโสมนสิการํ ทีเปติ, เตน จ วุจฺจมานานํ อาการนิทสฺสนาวธารณตฺถานํ อุปริ วกฺขมานานํ นานปฺปการปฺปฏิเวธโชตกานํ อวิปรีตสิทฺธิ ธมฺมวิสยตฺตา. น หิ อโยนิโส มนสิกโรโต นานปฺปการปฺปฏิเวโธ สมฺภวติ. สุตนฺติวจเนน อวิกฺเขปํ ทีเปติ, ‘‘ปฐมโพธิสุตฺตํ กตฺถ ภาสิต’’นฺติอาทิปุจฺฉาวเสน ปกรณปตฺตสฺส วกฺขมานสฺส สุตฺตสฺส สวนํ สมาธานมนฺตเรน น สมฺภวติ วิกฺขิตฺตจิตฺตสฺส สวนาภาวโต. ตถา หิ วิกฺขิตฺตจิตฺโต ปุคฺคโล สพฺพสมฺปตฺติยา วุจฺจมาโนปิ ‘‘น มยา สุตํ, ปุน ภณถา’’ติ ภณติ. โยนิโสมนสิกาเรน เจตฺถ อตฺตสมฺมาปณิธึ ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตํ สาเธติ สมฺมา อปฺปณิหิตตฺตสฺส ปุพฺเพ อกตปุญฺญสฺส วา ตทภาวโต. อวิกฺเขเปน สทฺธมฺมสฺสวนํ สปฺปุริสูปนิสฺสยญฺจ สาเธติ อสฺสุตวโต สปฺปุริสูปนิสฺสยวิรหิตสฺส จ ตทภาวโต. น หิ วิกฺขิตฺโต โสตุํ สกฺโกติ, น จ สปฺปุริเส อนุปนิสฺสยมานสฺส สวนํ อตฺถีติ.
อปโร นโย – ‘‘ยสฺส จิตฺตสนฺตานสฺส นานปฺปการปฺปวตฺติยา นานตฺถพฺยญฺชนคฺคหณํ โหติ, ตสฺส นานาการนิทฺเทโส’’ติ วุตฺตํ. ยสฺมา จ โส ภควโต วจนสฺส อตฺถพฺยญฺชนปฺปเภทปริจฺเฉทวเสน สกลสาสนสมฺปตฺติโอคาหเนน นิรวเสสํ ปรหิตปาริปูรีกรณภูโต เอวํ ภทฺทโก อากาโร น สมฺมา อปฺปณิหิตตฺตสฺส ปุพฺเพ อกตปุญฺญสฺส วา โหติ. ตสฺมา เอวนฺติ อิมินา ภทฺทเกน อากาเรน ปจฺฉิมจกฺกทฺวยสมฺปตฺติมตฺตโน ทีเปติ, สุตนฺติ สวนโยเคน ปุริมจกฺกทฺวยสมฺปตฺตึ. น หิ อปฺปติรูเป เทเส วสโต สปฺปุริสูปนิสฺสยวิรหิตสฺส จ สวนํ อตฺถิ. อิจฺจสฺส ปจฺฉิมจกฺกทฺวยสิทฺธิยา อาสยสุทฺธิ สิทฺธา โหติ. สมฺมา ปณิหิตจิตฺโต ปุพฺเพ จ กตปุญฺโญ วิสุทฺธาสโย โหติ ตทสุทฺธิเหตูนํ กิเลสานํ ทูรีภาวโต. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘สมฺมา ปณิหิตํ จิตฺตํ, เสยฺยโส นํ ตโต กเร’’ติ (ธ. ป. ๔๓) ‘‘กตปุญฺโญสิ ตฺวํ, อานนฺท, ปธานมนุยุญฺช, ขิปฺปํ โหหิสิ อนาสโว’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๐๗) จ. ปุริมจกฺกทฺวยสิทฺธิยา ปโยคสุทฺธิ. ปติรูปเทสวาเสน หิ สปฺปุริสูปนิสฺสเยน จ สาธูนํ ทิฏฺฐานุคติอาปชฺชเนน ปริสุทฺธปฺปโยโค โหติ. ตาย จ อาสยสุทฺธิยา อธิคมพฺยตฺติสิทฺธิ, ปุพฺเพเยว ตณฺหาทิฏฺฐิสํกิเลสานํ วิโสธิตตฺตา ปโยคสุทฺธิยา อาคมพฺยตฺติสิทฺธิ. สุปริสุทฺธกายวจีปโยโค หิ วิปฺปฏิสาราภาวโต อวิกฺขิตฺตจิตฺโต ปริยตฺติยํ วิสารโท โหติ. อิติ ปโยคาสยสุทฺธสฺส อาคมาธิคมสมฺปนฺนสฺส วจนํ อรุณุคฺคมนํ วิย สูริยสฺส อุทยโต โยนิโสมนสิกาโร วิย จ กุสลกมฺมสฺส อรหติ ภควโต วจนสฺส ปุพฺพงฺคมํ ภวิตุนฺติ ฐาเน นิทานํ ฐเปนฺโต เอวํ เม สุตนฺติอาทิมาห.
อปโร นโย – เอวนฺติ อิมินา ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว นานปฺปการปฺปฏิเวธทีปเกน วจเนน อตฺตโน อตฺถปฏิภานปฏิสมฺภิทาสมฺปตฺติสพฺภาวํ ทีเปติ. สุตนฺติ อิมินา เอวํสทฺทสนฺนิธานโต วกฺขมานาเปกฺขาย วา โสตพฺพเภทปฺปฏิเวธทีปเกน ธมฺมนิรุตฺติปฏิสมฺภิทาสมฺปตฺติสพฺภาวํ ทีเปติ. เอวนฺติ จ อิทํ วุตฺตนเยเนว โยนิโสมนสิการทีปกวจนํ ภาสมาโน ‘‘เอเต ธมฺมา มยา มนสานุเปกฺขิตา ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธา’’ติ ทีเปติ. ปริยตฺติธมฺโม หิ ‘‘อิธ สีลํ กถิตํ, อิธ สมาธิ, อิธ ปญฺญา, เอตฺตกา เอตฺถ อนุสนฺธิโย’’ติอาทินา นเยน มนสา อนุเปกฺขิโต อนุสฺสวาการปริวิตกฺกสหิตาย ธมฺมนิชฺฌานกฺขนฺติภูตาย ญาตปริญฺญาสงฺขาตาย วา ทิฏฺฐิยา ตตฺถ ตตฺถ วุตฺตรูปารูปธมฺเม ‘‘อิติ รูปํ, เอตฺตกํ รูป’’นฺติอาทินา นเยน สุฏฺฐุ ววตฺถเปตฺวา ปฏิวิทฺโธ อตฺตโน จ ปเรสญฺจ หิตสุขาวโห โหตีติ. สุตนฺติ อิทํ สวนโยคทีปกวจนํ ภาสมาโน ‘‘พหู มยา ธมฺมา สุตา ธาตา วจสา ปริจิตา’’ติ ทีเปติ. โสตาวธานปฺปฏิพทฺธา หิ ปริยตฺติธมฺมสฺส สวนธารณปริจยา. ตทุภเยนปิ ธมฺมสฺส สฺวากฺขาตภาเวน, อตฺถพฺยญฺชนปาริปูรึ ทีเปนฺโต สวเน อาทรํ ชเนติ. อตฺถพฺยญฺชนปริปุณฺณญฺหิ ธมฺมํ อาทเรน อสฺสุณนฺโต มหตา หิตา ปริพาหิโร โหตีติ อาทรํ ชเนตฺวา สกฺกจฺจํ ธมฺโม โสตพฺโพ.
‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติ อิมินา ปน สกเลน วจเนน อายสฺมา อานนฺโท ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมํ อตฺตโน อทหนฺโต อสปฺปุริสภูมึ อติกฺกมติ, สาวกตฺตํ ปฏิชานนฺโต สปฺปุริสภูมึ โอกฺกมติ. ตถา อสทฺธมฺมา จิตฺตํ วุฏฺฐาเปติ, สทฺธมฺเม จิตฺตํ ปติฏฺฐาเปติ. ‘‘เกวลํ สุตเมเวตํ มยา, ตสฺเสว ปน ภควโต วจน’’นฺติ ทีเปนฺโต อตฺตานํ ปริโมเจติ, สตฺถารํ อปทิสติ, ชินวจนํ อปฺเปติ, ธมฺมเนตฺตึ ปติฏฺฐาเปติ.
อปิจ ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติ อตฺตนา อุปฺปาทิตภาวํ อปฺปฏิชานนฺโต ปุริมสฺสวนํ วิวรนฺโต ‘‘สมฺมุขา ปฏิคฺคหิตมิทํ มยา ตสฺส ภควโต จตุเวสารชฺชวิสารทสฺส ทสพลธรสฺส อาสภฏฺฐานฏฺฐายิโน สีหนาทนาทิโน สพฺพสตฺตุตฺตมสฺส ธมฺมิสฺสรสฺส ธมฺมราชสฺส ธมฺมาธิปติโน ธมฺมทีปสฺส ธมฺมสรณสฺส สทฺธมฺมวรจกฺกวตฺติโน สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส, น เอตฺถ อตฺเถ วา ธมฺเม วา ปเท วา พฺยญฺชเน วา กงฺขา วา วิมติ วา กตฺตพฺพา’’ติ สพฺพเทวมนุสฺสานํ อิมสฺมึ ธมฺเม อสฺสทฺธิยํ วินาเสติ, สทฺธาสมฺปทํ อุปฺปาเทติ. เตเนตํ วุจฺจติ –
‘‘วินาสยติ อสฺสทฺธํ, สทฺธํ วฑฺเฒติ สาสเน;
เอวํ เม สุตมิจฺเจวํ, วทํ โคตมสาวโก’’ติ.
เอกนฺติ คณนปริจฺเฉทนิทฺเทโส. อยญฺหิ เอกสทฺโท อญฺญเสฏฺฐาสหายสงฺขฺยาทีสุ ทิสฺสติ. ตถา หิ อยํ ‘‘สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จ, อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ อิตฺเถเก อภิวทนฺตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๒๗; อุทา. ๕๕) อญฺเญ ทิสฺสติ. ‘‘เจตโส เอโกทิภาว’’นฺติอาทีสุ (ปารา. ๑๑; ที. นิ. ๑.๒๒๘) เสฏฺเฐ. ‘‘เอโก วูปกฏฺโฐ’’ติอาทีสุ (จูฬว. ๔๔๕; ที. นิ. ๑.๔๐๕) อสหาเย. ‘‘เอโกว โข, ภิกฺขเว, ขโณ จ สมโย จ พฺรหฺมจริยวาสายา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๘.๒๙) สงฺขฺยายํ, อิธาปิ สงฺขฺยายเมว ทฏฺฐพฺโพ. เตน วุตฺตํ – ‘‘เอกนฺติ คณนปริจฺเฉทนิทฺเทโส’’ติ.
สมยนฺติ ปริจฺฉินฺนนิทฺเทโส. เอกํ สมยนฺติ อนิยมิตปริทีปนํ. ตตฺถ สมยสทฺโท –
‘‘สมวาเย ขเณ กาเล, สมูเห เหตุทิฏฺฐิสุ;
ปฏิลาเภ ปหาเน จ, ปฏิเวเธ จ ทิสฺสติ’’.
ตถา หิสฺส ‘‘อปฺเปว นาม เสฺวปิ อุปสงฺกเมยฺยาม กาลญฺจ สมยญฺจ อุปาทายา’’ติ เอวมาทีสุ (ที. นิ. ๑.๔๔๗) สมวาโย อตฺโถ, ยุตฺตกาลญฺจ ปจฺจยสามคฺคิญฺจ ลภิตฺวาติ หิ อธิปฺปาโย, ตสฺมา ปจฺจยสมวาโยติ เวทิตพฺโพ. ‘‘เอโกว โข, ภิกฺขเว, ขโณ จ สมโย จ พฺรหฺมจริยวาสายา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๘.๒๙) ขโณ, โอกาโสติ อตฺโถ. ตถาคตุปฺปาทาทิโก หิ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส โอกาโส ตปฺปจฺจยปฺปฏิลาภเหตุตฺตา, ขโณ เอว จ สมโย, โย ขโณติ จ สมโยติ จ วุจฺจติ, โส เอโก เยวาติ หิ อตฺโถ. ‘‘อุณฺหสมโย ปริฬาหสมโย’’ติอาทีสุ (ปาจิ. ๓๕๘) กาโล. ‘‘มหาสมโย ปวนสฺมิ’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓๓๒) สมูโห. มหาสมโยติ หิ ภิกฺขูนํ เทวตานญฺจ มหาสนฺนิปาโตติ อตฺโถ. ‘‘สมโยปิ โข เต, ภทฺทาลิ, อปฺปฏิวิทฺโธ อโหสิ, ภควา โข สาวตฺถิยํ วิหรติ, ภควาปิ มํ ชานิสฺสติ ‘ภทฺทาลิ นาม ภิกฺขุ สตฺถุสาสเน สิกฺขาย น ปริปูรการี’ติ, อยมฺปิ โข เต, ภทฺทาลิ, สมโย อปฺปฏิวิทฺโธ อโหสี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๑๓๕) เหตุ. สิกฺขาปทสฺส การณญฺหิ อิธ สมโยติ อธิปฺเปตํ. ‘‘เตน โข ปน สมเยน อุคฺคาหมาโน ปริพฺพาชโก สมณมุณฺฑิกาปุตฺโต สมยปฺปวาทเก ตินฺทุกาจีเร เอกสาลเก มลฺลิกาย อาราเม ปฏิวสตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๒๖๐) ทิฏฺฐิ. ตตฺถ หิ นิสินฺนา ติตฺถิยา อตฺตโน อตฺตโน ทิฏฺฐิสงฺขาตํ สมยํ ปวทนฺตีติ โส ปริพฺพาชการาโม ‘‘สมยปฺปวาทโก’’ติ วุจฺจติ.
‘‘ทิฏฺเฐ ธมฺเม จ โย อตฺโถ, โย จตฺโถ สมฺปรายิโก;
อตฺถาภิสมยา ธีโร, ปณฺฑิโตติ ปวุจฺจตี’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๑๒๙) –
อาทีสุ ปฏิลาโภ. อตฺถาภิสมยาติ หิ อตฺถสฺส อธิคมาติ อตฺโถ. ‘‘สมฺมา มานาภิสมยา อนฺตมกาสิ ทุกฺขสฺสา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๘) ปหานํ. อธิกรณํ สมยํ วูปสมนํ อปคโมติ อภิสมโย ปหานํ. ‘‘ทุกฺขสฺส ปีฬนฏฺโฐ สงฺขตฏฺโฐ สนฺตาปฏฺโฐ วิปริณามฏฺโฐ อภิสมยฏฺโฐ’’ติอาทีสุ (ปฏิ. ม. ๒.๘) ปฏิเวโธ. ปฏิเวโธติ หิ อภิสเมตพฺพโต อภิสมโย, อภิสมโยว อตฺโถ อภิสมยฏฺโฐติ ปีฬนาทีนิ อภิสเมตพฺพภาเวน เอกีภาวํ อุปเนตฺวา วุตฺตานิ, อภิสมยสฺส วา ปฏิเวธสฺส วิสยภูโต อตฺโถ อภิสมยฏฺโฐติ ตาเนว ตถา เอกนฺเตน วุตฺตานิ. ตตฺถ ปีฬนํ ทุกฺขสจฺจสฺส ตํสมงฺคิโน หึสนํ อวิปฺผาริกตากรณํ. สนฺตาโป ทุกฺขทุกฺขตาทิวเสน สนฺตปฺปนํ ปริทหนํ.
เอตฺถ จ สหการีการณสนฺนิชฺฌํ สเมติ สมเวตีติ สมวาโย สมโย. สเมติ สมาคจฺฉติ เอตฺถ มคฺคพฺรหฺมจริยํ ตทาธารปุคฺคเลหีติ ขโณ สมโย. สเมติ เอตฺถ เอเตน วา สํคจฺฉติ สตฺโต สภาวธมฺโม วา อุปฺปาทาทีหิ สหชาตาทีหิ วาติ กาโล สมโย. ธมฺมปฺปวตฺติมตฺตตาย อตฺถโต อภูโตปิ หิ กาโล ธมฺมปฺปวตฺติยา อธิกรณํ กรณํ วิย จ กปฺปนามตฺตสิทฺเธนานุรูเปน โวหรียตีติ. สมํ, สห วา อวยวานํ อยนํ ปวตฺติ อวฏฺฐานนฺติ สมูโห สมโย ยถา สมุทาโยติ. อวยวสหาวฏฺฐานเมว หิ สมูโห. อวเสสปจฺจยานํ สมาคเม สติ เอติ ผลเมตสฺมา อุปฺปชฺชติ ปวตฺตตีติ สมโย เหตุ ยถา สมุทโยติ. สเมติ สํโยชนภาวโต สมฺพนฺโธ เอติ อตฺตโน วิสเย ปวตฺตติ, ทฬฺหคฺคหณภาวโต วา สํยุตฺตา อยนฺติ ปวตฺตนฺติ สตฺตา ยถาภินิเวสํ เอเตนาติ สมโย ทิฏฺฐิ. ทิฏฺฐิสํโยชเนน หิ สตฺตา อติวิย พชฺฌนฺตีติ. สมิติ สงฺคติ สโมธานนฺติ สมโย ปฏิลาโภ. สมยนํ อุปสมยนํ อปคโมติ สมโย ปหานํ. สมุจฺเฉทปฺปหานภาวโต ปน อธิโก สมโยติ อภิสมโย ยถา อภิธมฺโมติ. อภิมุขํ ญาเณน สมฺมา เอตพฺโพ อภิสเมตพฺโพติ อภิสมโย, ธมฺมานํ อวิปรีตสภาโว. อภิมุขภาเวน สมฺมา เอติ คจฺฉติ พุชฺฌตีติ อภิสมโย, ธมฺมานํ ยถาภูตสภาวาวโพโธ. เอวํ ตสฺมึ ตสฺมึ อตฺเถ สมยสทฺทสฺส ปวตฺติ เวทิตพฺพา.
สมยสทฺทสฺส อตฺถุทฺธาเร อภิสมยสทฺทสฺส คหเณ การณํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อิธ ปนสฺส กาโล อตฺโถ สมวายาทีนํ อสมฺภวโต. เทสเทสกปริสา วิย หิ เทสนาย นิทานภาเว กาโล เอว อิจฺฉิตพฺโพติ. ยสฺมา ปเนตฺถ สมโยติ กาโล อธิปฺเปโต, ตสฺมา สํวจฺฉรอุตุมาสทฺธมาสรตฺติทิวสปุพฺพณฺหมชฺฌนฺหิกสายนฺหปฐมยาม- มชฺฌิมยามปจฺฉิมยามมุหุตฺตาทีสุ กาลเภทภูเตสุ สมเยสุ เอกํ สมยนฺติ ทีเปติ.
กสฺมา ปเนตฺถ อนิยมิตวเสเนว กาโล นิทฺทิฏฺโฐ, น อุตุสํวจฺฉราทิวเสน นิยเมตฺวา นิทฺทิฏฺโฐติ เจ? กิญฺจาปิ เอเตสุ สํวจฺฉราทีสุ สมเยสุ ยํ ยํ สุตฺตํ ยสฺมึ ยสฺมึ สํวจฺฉเร อุตุมฺหิ มาเส ปกฺเข รตฺติภาเค ทิวสภาเค วา วุตฺตํ, สพฺพมฺปิ ตํ เถรสฺส สุวิทิตํ สุววตฺถาปิตํ ปญฺญาย. ยสฺมา ปน ‘‘เอวํ เม สุตํ อสุกสํวจฺฉเร อสุกอุตุมฺหิ อสุกมาเส อสุกปกฺเข อสุกรตฺติภาเค อสุกทิวสภาเค วา’’ติ เอวํ วุตฺเต น สกฺกา สุเขน ธาเรตุํ วา อุทฺทิสิตุํ วา อุทฺทิสาเปตุํ วา, พหุ จ วตฺตพฺพํ โหติ, ตสฺมา เอเกเนว ปเทน ตมตฺถํ สโมธาเนตฺวา ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ อาห.
เย วา อิเม คพฺโภกฺกนฺติสมโย ชาติสมโย สํเวคสมโย อภินิกฺขมนสมโย ทุกฺกรการิกสมโย มารวิชยสมโย อภิสมฺโพธิสมโย ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารสมโย เทสนาสมโย ปรินิพฺพานสมโยติ เอวมาทโย ภควโต เทวมนุสฺเสสุ อติวิย ปกาสา อเนกกาลปฺปเภทา เอว สมยา, เตสุ สมเยสุ เทสนาสมยสงฺขาตํ เอกํ สมยนฺติ ทีเปติ. โย วายํ ญาณกรุณากิจฺจสมเยสุ กรุณากิจฺจสมโย, อตฺตหิตปรหิตปฺปฏิปตฺติสมเยสุ ปรหิตปฺปฏิปตฺติสมโย, สนฺนิปติตานํ กรณียทฺวยสมเยสุ ธมฺมกถาสมโย, เทสนาปฏิปตฺติสมเยสุ เทสนาสมโย, เตสุ สมเยสุ อญฺญตรสมยํ สนฺธาย ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ อาห.
กสฺมา ปเนตฺถ ยถา อภิธมฺเม ‘‘ยสฺมึ สมเย กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหตี’’ติ (ธ. ส. ๑) จ อิโต อญฺเญสุ สุตฺตปเทสุ ‘‘ยสฺมึ สมเย, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๐๐) จ ภุมฺมวจเนน นิทฺเทโส กโต, วินเย จ ‘‘เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา’’ติ (ปารา. ๑) กรณวจเนน นิทฺเทโส กโต, ตถา อกตฺวา ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ อจฺจนฺตสํโยคตฺเถ อุปโยควจเนน นิทฺเทโส กโตติ? ตตฺถ ตถา, อิธ จ อญฺญถา อตฺถสมฺภวโต. ตตฺถ หิ อภิธมฺเม อิโต อญฺเญสุ จ สุตฺตนฺเตสุ อาธารวิสยสงฺขาโต อธิกรณตฺโถ กิริยาย กิริยนฺตรลกฺขณสงฺขาโต ภาเวนภาวลกฺขณตฺโถ จ สมฺภวตีติ. อธิกรณญฺหิ กาลตฺโถ สมูหตฺโถ จ สมโย ตตฺถ วุตฺตานํ ผสฺสาทิธมฺมานํ, ตถา กาโล สภาวธมฺมปฺปวตฺติมตฺตตาย ปรมตฺถโต อวิชฺชมาโนปิ อาธารภาเวน ปญฺญาโต ตงฺขณปฺปวตฺตานํ ตโต ปุพฺเพ ปรโต จ อภาวโต ยถา ‘‘ปุพฺพเณฺห ชาโต สายเนฺห ชาโต’’ติอาทีสุ. สมูโหติปิ อวยววินิมุตฺโต ปรมตฺถโต อวิชฺชมาโนปิ กปฺปนามตฺตสิทฺเธน รูเปน อวยวานํ อาธารภาเวน ปญฺญาปียติ, ยถา ‘‘รุกฺเข สาขา, ยโว ยวราสิมฺหิ สมุฏฺฐิโต’’ติอาทีสุ. ยสฺมึ กาเล ธมฺมปุญฺเช จ กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ, ตสฺมึเยว กาเล ธมฺมปุญฺเช จ ผสฺสาทโยปิ โหนฺตีติ อยญฺหิ ตตฺถ อตฺโถ. ตถา ขณสมวายเหตุสงฺขาตสฺส สมยสฺส ภาเวน ตตฺถ วุตฺตานํ ผสฺสาทิธมฺมานํ ภาโว ลกฺขียติ. ยถา หิ ‘‘คาวีสุ ทุยฺหมานาสุ คโต, ทุทฺธาสุ อาคโต’’ติ เอตฺถ คาวีนํ โทหนกิริยาย คมนกิริยา ลกฺขียติ, เอวํ อิธาปิ ยสฺมึ สมเยติ วุตฺเต จ ปทตฺถสฺส สตฺตาวิรหาภาวโต สตีติ อยมตฺโถ วิญฺญายมาโน เอว โหตีติ สมยสฺส สตฺตากิริยาย จิตฺตสฺส อุปฺปาทกิริยา ผสฺสาทีนํ ภวนกิริยา จ ลกฺขียติ. ตถา ยสฺมึ สมเย ยสฺมึ นวเม ขเณ ยสฺมึ โยนิโสมนสิการาทิเหตุมฺหิ ปจฺจยสมวาเย วา สติ กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ, ตสฺมึ สมเย ขเณ เหตุมฺหิ ปจฺจยสมวาเย จ ผสฺสาทโยปิ โหนฺตีติ. ตสฺมา ตทตฺถโชตนตฺถํ ภุมฺมวจเนน นิทฺเทโส กโต.
วินเย จ ‘‘อนฺเนน วสติ, อชฺเฌเนน วสตี’’ติอาทีสุ วิย เหตุอตฺโถ, ‘‘ผรสุนา ฉินฺทติ, กุทาเลน ขณตี’’ติอาทีสุ วิย กรณตฺโถ จ สมฺภวติ. โย หิ สิกฺขาปทปญฺญตฺติสมโย ธมฺมเสนาปติอาทีหิปิ ทุพฺพิญฺเญยฺโย, เตน สมเยน กรณภูเตน เหตุภูเตน จ วีติกฺกมํ สุตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา โอติณฺณวตฺถุกํ ปุคฺคลํ ปฏิปุจฺฉิตฺวา วิครหิตฺวา จ ตํ ตํ วตฺถุํ โอติณฺณสมยสงฺขาตํ กาลํ อนติกฺกมิตฺวา สิกฺขาปทานิ ปญฺญาเปนฺโต ตติยปาราชิกาทีนํ วิย สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา เหตุํ อเปกฺขมาโน ตตฺถ ตตฺถ วิหาสิ, ตสฺมา ตทตฺถโชตนตฺถํ วินเย กรณวจเนน นิทฺเทโส กโต.
อิธ ปน อญฺญสฺมิญฺจ เอวํชาติเก อจฺจนฺตสํโยคตฺโถ สมฺภวติ. ยสฺมิญฺหิ สมเย สห สมุฏฺฐานเหตุนา อิทํ อุทานํ อุปฺปนฺนํ, อจฺจนฺตเมว ตํ สมยํ อริยวิหารปุพฺพงฺคมาย ธมฺมปจฺจเวกฺขณาย ภควา วิหาสิ, ตสฺมา ‘‘มาสํ อชฺเฌตี’’ติอาทีสุ วิย อุปโยคตฺถโชตนตฺถํ อิธ อุปโยควจเนน นิทฺเทโส กโต. เตเนตํ วุจฺจติ –
‘‘ตํ ตํ อตฺถมเปกฺขิตฺวา, ภุมฺเมน กรเณน จ;
อญฺญตฺร สมโย วุตฺโต, อุปโยเคน โส อิธา’’ติ.
โปราณา ปน วณฺณยนฺติ – ‘‘ยสฺมึ สมเย’’ติ วา ‘‘เตน สมเยนา’’ติ วา ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ วา อภิลาปมตฺตเภโท เอส นิทฺเทโส, สพฺพตฺถ ภุมฺมเมว อตฺโถติ. ตสฺมา ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ วุตฺเตปิ เอกสฺมึ สมเยติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
ภควาติ ครุ. ครุญฺหิ โลเก ‘‘ภควา’’ติ วทนฺติ. อยญฺจ สพฺพคุณวิสิฏฺฐตาย สพฺพสตฺตานํ ครุ, ตสฺมา ภควาติ เวทิตพฺโพ. โปราเณหิปิ วุตฺตํ –
‘‘ภควาติ วจนํ เสฏฺฐํ, ภควาติ วจนมุตฺตมํ;
ครุ คารวยุตฺโต โส, ภควา เตน วุจฺจตี’’ติ.
ตตฺถ เสฏฺฐวาจกวจนํ เสฏฺฐนฺติ วุตฺตํ เสฏฺฐคุณสหจรณโต. อถ วา วุจฺจตีติ วจนํ, อตฺโถ. ภควาติ วจนํ เสฏฺฐนฺติ ภควาติ อิมินา วจเนน วจนีโย โย อตฺโถ, โส เสฏฺโฐติ อตฺโถ. ภควาติ วจนมุตฺตมนฺติ เอตฺถาปิ วุตฺตนเยเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. คารวยุตฺโตติ ครุภาวยุตฺโต ครุคุณโยคโต วิเสสครุกรณารหตาย วา คารวยุตฺโต. เอวํ คุณวิสิฏฺฐสตฺตุตฺตมครุคารวาธิวจนํ ภควาติ อิทํ วจนนฺติ เวทิตพฺพํ. อปิจ –
‘‘ภคี ภชี ภาคี วิภตฺตวา อิติ,
อกาสิ ภคฺคนฺติ ครูติ ภาคฺยวา;
พหูหิ ญาเยหิ สุภาวิตตฺตโน,
ภวนฺตโค โส ภควาติ วุจฺจตี’’ติ. –
นิทฺเทเส (มหานิ. ๘๔) อาคตนเยน –
‘‘ภาคฺยวา ภคฺควา ยุตฺโต, ภเคหิ จ วิภตฺตวา;
ภตฺตวา วนฺตคมโน, ภเวสุ ภควา ตโต’’ติ. –
อิมาย คาถาย จ วเสน ภควาติ ปทสฺส อตฺโถ เวทิตพฺโพ. โส ปนายํ อตฺโถ สพฺพากาเรน วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๔๒) วุตฺโต, ตสฺมา ตตฺถ วุตฺตนเยเนว วิวริตพฺโพ.
อปิจ ภาเค วนิ, ภเค วา วมีติ ภควา. ตถาคโต หิ ทานสีลาทิปารมิธมฺเม ฌานวิโมกฺขาทิอุตฺตริมนุสฺสธมฺเม วนิ ภชิ เสวิ พหุลมกาสิ, ตสฺมา ภควา. อถ วา เตเยว ‘‘เวเนยฺยสตฺตสนฺตาเนสุ กถํ นุ โข อุปฺปชฺเชยฺยุ’’นฺติ วนิ อภิปตฺถยีติ ภควา. อถ วา ภคสงฺขาตํ อิสฺสริยํ ยสญฺจ วมิ อุคฺคิริ เขฬปิณฺฑํ วิย อนเปกฺโข ฉฑฺฑยีติ ภควา. ตถา หิ ตถาคโต หตฺถคตํ จกฺกวตฺติสิรึ เทวโลกาธิปจฺจสทิสํ จาตุทฺทีปิสฺสริยํ, จกฺกวตฺติสมฺปตฺติสนฺนิสฺสยญฺจ สตฺตรตนสมุชฺชลํ ยสํ ติณายปิ อมญฺญมาโน นิรเปกฺโข ปหาย อภินิกฺขมิตฺวา สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ, ตสฺมา อิเม สิริอาทิเก ภเค วมีติ ภควา. อถ วา ภานิ นาม นกฺขตฺตานิ, เตหิ สมํ คจฺฉนฺติ ปวตฺตนฺตีติ ภคา. สิเนรุยุคนฺธรอุตฺตรกุรุหิมวนฺตาทิภาชนโลกวิเสสสนฺนิสฺสยโสภา กปฺปฏฺฐิติภาวโต, เตปิ ภเค วมิ, ตนฺนิวาสิสตฺตาวาสสมติกฺกมนโต ตปฺปฏิพทฺธฉนฺทราคปฺปหาเนน ปชหีติ. เอวมฺปิ ภเค วมีติ ภควาติ เอวมาทินา นเยน ภควาติ ปทสฺส อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
เอตฺตาวตา เจตฺถ เอวํ เม สุตนฺติ วจเนน ยถาสุตํ ธมฺมํ สวนวเสน ภาสนฺโต ภควโต ธมฺมสรีรํ ปจฺจกฺขํ กโรติ, เตน ‘‘นยิทํ อติกฺกนฺตสตฺถุกํ ปาวจนํ, อยํ โว สตฺถา’’ติ สตฺถุ อทสฺสเนน อุกฺกณฺฐิตํ ชนํ สมสฺสาเสติ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา ‘‘โย โข, อานนฺท, มยา ธมฺโม จ วินโย จ เทสิโต ปญฺญตฺโต, โส โว มมจฺจเยน สตฺถา’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๑๖; มิ. ป. ๔.๑.๑). เอกํ สมยํ ภควาติ วจเนน ตสฺมึ สมเย ภควโต อวิชฺชมานภาวํ ทสฺเสนฺโต รูปกายปรินิพฺพานํ สาเธติ, เตน ‘‘เอวํวิธสฺส นาม ธมฺมสฺส เทเสตา ทสพลธโร วชิรสงฺฆาตสมานกาโย โสปิ ภควา ปรินิพฺพุโต, เกนญฺเญน ชีวิเต อาสา ชเนตพฺพา’’ติ ชีวิตมทมตฺตํ ชนํ สํเวเชติ, สทฺธมฺเม จสฺส อุสฺสาหํ ชเนติ.
เอวนฺติ จ ภณนฺโต เทสนาสมฺปตฺตึ นิทฺทิสติ, วกฺขมานสฺส สกลสุตฺตสฺส เอวนฺติ นิทสฺสนโต. เม สุตนฺติ สาวกสมฺปตฺตึ สวนสมฺปตฺติญฺจ นิทฺทิสติ, ปฏิสมฺภิทาปตฺเตน ปญฺจสุ ฐาเนสุ ภควตา เอตทคฺเค ฐปิเตน ธมฺมภณฺฑาคาริเกน สุตภาวทีปนโต ‘‘ตญฺจ โข มยาว สุตํ, น อนุสฺสุติกํ, น ปรมฺปราภต’’นฺติ อิมสฺส จตฺถสฺส ทีปนโต. เอกํ สมยนฺติ กาลสมฺปตฺตึ นิทฺทิสติ ภควโต อุรุเวลายํ วิหรณสมยภาเวน พุทฺธุปฺปาทปฺปฏิมณฺฑิตภาวทีปนโต. พุทฺธุปฺปาทปรมา หิ กาลสมฺปทา. ภควาติ เทสกสมฺปตฺตึ นิทฺทิสติ คุณวิสิฏฺฐสตฺตุตฺตมครุภาวทีปนโต.
อุรุเวลายนฺติ มหาเวลายํ, มหนฺเต วาลุการาสิมฺหีติ อตฺโถ. อถ วา อุรูติ วาลุกา วุจฺจติ, เวลาติ มริยาทา. เวลาติกฺกมนเหตุ อาภตา อุรุ อุรุเวลาติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
อตีเต กิร อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ ทสสหสฺสตาปสา ตสฺมึ ปเทเส วิหรนฺตา ‘‘กายกมฺมวจีกมฺมานิ ปเรสมฺปิ ปากฏานิ โหนฺติ, มโนกมฺมํ ปน อปากฏํ. ตสฺมา โย มิจฺฉาวิตกฺกํ วิตกฺเกติ, โส อตฺตนาว อตฺตานํ โจเทตฺวา ปตฺตปุเฏน วาลุกํ อาหริตฺวา อิมสฺมึ ฐาเน อากิรตุ, อิทมสฺส ทณฺฑกมฺม’’นฺติ กติกวตฺตํ กตฺวา ตโต ปฏฺฐาย โย ตาทิสํ วิตกฺกํ วิตกฺเกติ, โส ตตฺถ ปตฺตปุเฏน วาลุกํ อาหริตฺวา อากิรติ. เอวํ ตตฺถ อนุกฺกเมน มหาวาลุการาสิ ชาโต, ตโต นํ ปจฺฉิมา ชนตา ปริกฺขิปิตฺวา เจติยฏฺฐานมกาสิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘อุรุเวลายนฺติ มหาเวลายํ, มหนฺเต วาลุการาสิมฺหีติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ’’ติ.
วิหรตีติ อวิเสเสน อิริยาปถทิพฺพพฺรหฺมอริยวิหาเรสุ อญฺญตรวิหารสมงฺคิตาปริทีปนํ. อิธ ปน ฐานนิสชฺชาคมนสยนปฺปเภเทสุ อิริยาปเถสุ อาสนสงฺขาตอิริยาปถสมาโยคปริทีปนํ อริยวิหารสมงฺคิตาปริทีปนญฺจาติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ ยสฺมา เอกํ อิริยาปถพาธนํ อญฺเญน อิริยาปเถน วิจฺฉินฺทิตฺวา อปริปตนฺตํ อตฺตภาวํ หรติ ปวตฺเตติ, ตสฺมา วิหรตีติ ปทสฺส อิริยาปถวิหารวเสเนตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ยสฺมา ปน ภควา ทิพฺพวิหาราทีหิ สตฺตานํ วิวิธํ หิตํ หรติ อุปหรติ อุปเนติ อุปฺปาเทติ, ตสฺมา เตสมฺปิ วเสน วิวิธํ หรตีติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ.
นชฺชาติ นทติ สนฺทตีติ นที, ตสฺสา นชฺชา, นทิยา นินฺนคายาติ อตฺโถ. เนรญฺชรายาติ เนลํ ชลมสฺสาติ ‘‘เนลญฺชลายา’’ติ วตฺตพฺเพ ลการสฺส รการํ กตฺวา ‘‘เนรญฺชรายา’’ติ วุตฺตํ, กทฺทมเสวาลปณกาทิโทสรหิตสลิลายาติ อตฺโถ. เกจิ ‘‘นีลชลายาติ วตฺตพฺเพ เนรญฺชรายาติ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. นามเมว วา เอตํ เอติสฺสา นทิยาติ เวทิตพฺพํ. ตสฺสา นทิยา ตีเร ยตฺถ ภควา วิหาสิ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘โพธิรุกฺขมูเล’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘โพธิ วุจฺจติ จตูสุ มคฺเคสุ ญาณ’’นฺติ เอตฺถ (จูฬนิ. ขคฺควิสาณสุตฺตนิทฺเทส ๑๒๑) มคฺคญาณํ โพธีติ วุตฺตํ. ‘‘ปปฺโปติ โพธึ วรภูริเมธโส’’ติ เอตฺถ (ที. นิ. ๓.๒๑๗) สพฺพญฺญุตญฺญาณํ. ตทุภยมฺปิ โพธึ ภควา เอตฺถ ปตฺโตติ รุกฺโขปิ โพธิรุกฺโขเตฺวว นามํ ลภิ. อถ วา สตฺต โพชฺฌงฺเค พุชฺฌีติ ภควา โพธิ, เตน พุชฺฌนฺเตน สนฺนิสฺสิตตฺตา โส รุกฺโขปิ โพธิรุกฺโขติ นามํ ลภิ, ตสฺส โพธิรุกฺขสฺส. มูเลติ สมีเป. อยญฺหิ มูลสทฺโท ‘‘มูลานิ อุทฺธเรยฺย อนฺตมโส อุสีรนาฬมตฺตานิปี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๑๙๕) มูลมูเล ทิสฺสติ. ‘‘โลโภ อกุสลมูล’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๓๐๕) อสาธารณเหตุมฺหิ. ‘‘ยาวตา มชฺฌนฺหิเก กาเล ฉายา ผรติ, นิวาเต ปณฺณานิ ปตนฺติ, เอตฺตาวตา รุกฺขมูล’’นฺติอาทีสุ สมีเป. อิธาปิ สมีเป อธิปฺเปโต, ตสฺมา โพธิรุกฺขสฺส มูเล สมีเปติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
ปฐมาภิสมฺพุทฺโธติ ปฐมํ อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา, สพฺพปฐมํเยวาติ อตฺโถ. เอตฺตาวตา ธมฺมภณฺฑาคาริเกน อุทานเทสนาย นิทานํ ฐเปนฺเตน กาลเทสเทสกาปเทสา สห วิเสเสน ปกาสิตา โหนฺติ.
เอตฺถาห ‘‘กสฺมา ธมฺมวินยสงฺคเห กยิรมาเน นิทานวจนํ วุตฺตํ, นนุ ภควตา ภาสิตวจนสฺเสว สงฺคโห กาตพฺโพ’’ติ? วุจฺจเต – เทสนาย จิรฏฺฐิติอสมฺโมสสทฺเธยฺยภาวสมฺปาทนตฺถํ. กาลเทสเทสกวตฺถุอาทีหิ อุปนิพนฺธิตฺวา ฐปิตา หิ เทสนา จิรฏฺฐิติกา โหติ อสมฺโมสา สทฺเธยฺยา จ เทสกาลกตฺตุเหตุนิมิตฺเตหิ อุปนิพทฺโธ วิย โวหารวินิจฺฉโย. เตเนว จ อายสฺมตา มหากสฺสเปน ‘‘ปฐมํ, อาวุโส อานนฺท, อุทานํ กตฺถ ภาสิต’’นฺติอาทินา เทสาทีสุ ปุจฺฉาย กตาย วิสฺสชฺชนํ กโรนฺเตน ธมฺมภณฺฑาคาริเกน ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติอาทินา อุทานสฺส นิทานํ ภาสิตนฺติ.
อปิจ สตฺถุ สมฺปตฺติปกาสนตฺถํ นิทานวจนํ. ตถาคตสฺส หิ ภควโต ปุพฺพรจนานุมานาคมตกฺกาภาวโต สมฺพุทฺธตฺตสิทฺธิ. น หิ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปุพฺพรจนาทีหิ อตฺโถ อตฺถิ สพฺพตฺถ อปฺปฏิหตญาณจารตาย เอกปฺปมาณตฺตา เญยฺยธมฺเมสุ. ตถา อาจริยมุฏฺฐิธมฺมมจฺฉริยสาสนสาวกานุราคาภาวโต ขีณาสวตฺตสิทฺธิ. น หิ สพฺพโส ปริกฺขีณาสวสฺส กตฺถจิปิ อาจริยมุฏฺฐิอาทีนํ สมฺภโวติ สุวิสุทฺธสฺส ปรานุคฺคหปฺปวตฺติ. อิติ เทสกโทสภูตานํ ทิฏฺฐิสีลสมฺปตฺติทูสกานํ อจฺจนฺตํ อวิชฺชาตณฺหานํ อภาวสํสูจเกหิ ญาณสมฺปทาปหานสมฺปทาภิพฺยญฺชเกหิ จ สมฺพุทฺธวิสุทฺธภาเวหิ ปุริมเวสารชฺชทฺวยสิทฺธิ, ตโต จ อนฺตรายิกนิยฺยานิกธมฺเมสุ สมฺโมหาภาวสิทฺธิโต ปจฺฉิมเวสารชฺชทฺวยสิทฺธีติ ภควโต จตุเวสารชฺชสมนฺนาคโม อตฺตหิตปรหิตปฺปฏิปตฺติ จ นิทานวจเนน ปกาสิตา โหนฺติ, ตตฺถ ตตฺถ สมฺปตฺตปริสาย อชฺฌาสยานุรูปํ ฐานุปฺปตฺติกปฺปฏิภาเนน ธมฺมเทสนาทีปนโต. อิธ ปน วิมุตฺติสุขปฺปฏิสํเวทนปฏิจฺจสมุปฺปาทมนสิการปกาสเนนาติ โยเชตพฺพํ. เตน วุตฺตํ – ‘‘สตฺถุ สมฺปตฺติปกาสนตฺถํ นิทานวจน’’นฺติ.
ตถา สาสนสมฺปตฺติปกาสนตฺถํ นิทานวจนํ. ญาณกรุณาปริคฺคหิตสพฺพกิริยสฺส หิ ภควโต นตฺถิ นิรตฺถกา ปฏิปตฺติ อตฺตหิตา วา. ตสฺมา ปเรสํเยว อตฺถาย ปวตฺตสพฺพกิริยสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สกลมฺปิ กายวจีมโนกมฺมํ ยถาปวตฺตํ วุจฺจมานํ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺเถหิ ยถารหํ สตฺตานํ อนุสาสนฏฺเฐน สาสนํ, น กพฺพรจนา. ตยิทํ สตฺถุ จริตํ กาลเทสเทสกปริสาปเทสาทีหิ สทฺธึ ตตฺถ ตตฺถ นิทานวจเนน ยถารหํ ปกาสียติ, อิธ ปน อภิสมฺโพธิวิมุตฺติสุขปฺปฏิสํเวทนปฏิจฺจสมุปฺปาทมนสิกาเรนาติ โยเชตพฺพํ. เตน วุตฺตํ – ‘‘สาสนสมฺปตฺติปกาสนตฺถํ นิทานวจน’’นฺติ.
อปิจ สตฺถุโน ปมาณภาวปฺปกาสเนน สาสนสฺส ปมาณภาวทสฺสนตฺถํ นิทานวจนํ. สา จสฺส ปมาณภาวทสฺสนตา เหฏฺฐา วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺพา. ภควาติ หิ อิมินา ตถาคตสฺส ราคโทสโมหาทิสพฺพกิเลสมลทุจฺจริตาทิโทสปฺปหานทีปเนน, สพฺพสตฺตุตฺตมภาวทีปเนน จ อนญฺญสาธารณญาณกรุณาทิคุณวิเสสโยคปริทีปเนน, อยมตฺโถ สพฺพถา ปกาสิโต โหตีติ อิทเมตฺถ นิทานวจนปฺปโยชนสฺส มุขมตฺตทสฺสนํ.
ตํ ปเนตํ ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติ อารภิตฺวา ยาว ‘‘อิมํ อุทานํ อุทาเนสี’’ติ ปทํ, ตาว อิมสฺส อุทานสฺส นิทานนฺติ เวทิตพฺพํ. ตถา หิ ตํ ยถา ปฏิปนฺโน ภควา อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ, อาทิโต ปฏฺฐาย ตสฺส กายิกเจตสิกปฺปฏิปตฺติยา ปกาสนตฺถํ สงฺคีติกาเรหิ สงฺคีติกาเล ภาสิตวจนํ.
นนุ จ ‘‘อิมสฺมึ สติ อิทํ โหตี’’ติอาทิ ภควโต เอว วจนํ ภวิตุํ อรหติ, น หิ สตฺถารํ มุญฺจิตฺวา อญฺโญ ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ เทเสตุํ สมตฺโถ โหตีติ? สจฺจเมตํ, ยถา ปน ภควา โพธิรุกฺขมูเล ธมฺมสภาวปจฺจเวกฺขณวเสน ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ มนสากาสิ, ตเถว นํ โพธเนยฺยพนฺธวานํ โพธนตฺถํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทสีหนาทสุตฺตาทีสุ เทสิตสฺส จ วจนานํ เทสิตาการสฺส อนุกรณวเสน ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส มนสิการํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา ภควตา ภาสิตสฺส อิมสฺส อุทานสฺส ธมฺมสงฺคาหกา มหาเถรา นิทานํ สงฺคายึสูติ ยถาวุตฺตวจนํ สงฺคีติการานเมว วจนนฺติ นิฏฺฐเมตฺถ คนฺตพฺพํ. อิโต ปเรสุปิ สุตฺตนฺเตสุ เอเสว นโย.
เอตฺถ จ อตฺตชฺฌาสโย ปรชฺฌาสโย ปุจฺฉาวสิโก อฏฺฐุปฺปตฺติโกติ จตฺตาโร สุตฺตนิกฺเขปา เวทิตพฺพา. ยถา หิ อเนกสตอเนกสหสฺสเภทานิปิ สุตฺตานิ สํกิเลสภาคิยาทิปฏฺฐานนเยน โสฬสวิธตํ นาติวตฺตนฺติ, เอวํ ตานิ สพฺพานิปิ อตฺตชฺฌาสยาทิสุตฺตนิกฺเขปวเสน จตุพฺพิธภาวํ นาติวตฺตนฺติ. กามญฺเจตฺถ อตฺตชฺฌาสยสฺส อฏฺฐุปฺปตฺติยา จ ปรชฺฌาสยปุจฺฉาวสิเกหิ สทฺธึ สํสคฺคเภโท สมฺภวติ อชฺฌาสยานุสนฺธิปุจฺฉานุสนฺธิสมฺภวโต, อตฺตชฺฌาสยอฏฺฐุปฺปตฺตีนํ อญฺญมญฺญํ สํสคฺโค นตฺถีติ นิรวเสโส ปฏฺฐานนโย น สมฺภวติ. ตทนฺโตคธตฺตา วา สมฺภวนฺตานํ เสสนิกฺเขปานํ มูลนิกฺเขปวเสน จตฺตาโร สุตฺตนิกฺเขปาติ วุตฺตํ.
ตตฺรายํ วจนตฺโถ – นิกฺขิปนํ นิกฺเขโป, สุตฺตสฺส นิกฺเขโป สุตฺตนิกฺเขโป, สุตฺตเทสนาติ อตฺโถ. นิกฺขิปียตีติ วา นิกฺเขโป, สุตฺตํ เอว นิกฺเขโป สุตฺตนิกฺเขโป. อตฺตโน อชฺฌาสโย อตฺตชฺฌาสโย, โส อสฺส อตฺถิ การณภูโตติ อตฺตชฺฌาสโย, อตฺตโน อชฺฌาสโย เอตสฺสาติ วา อตฺตชฺฌาสโย. ปรชฺฌาสเยปิ เอเสว นโย. ปุจฺฉาย วโส ปุจฺฉาวโส, โส เอตสฺส อตฺถีติ ปุจฺฉาวสิโก. สุตฺตเทสนาย วตฺถุภูตสฺส อตฺถสฺส อุปฺปตฺติ อตฺถุปฺปตฺติ, อตฺถุปฺปตฺติ เอว อฏฺฐุปฺปตฺติ, สา เอตสฺส อตฺถีติ อฏฺฐุปฺปตฺติโก. อถ วา นิกฺขิปียติ สุตฺตํ เอเตนาติ นิกฺเขโป, อตฺตชฺฌาสยาทิ เอว. เอตสฺมึ ปน อตฺถวิกปฺเป อตฺตโน อชฺฌาสโย อตฺตชฺฌาสโย. ปเรสํ อชฺฌาสโย ปรชฺฌาสโย. ปุจฺฉียตีติ ปุจฺฉา, ปุจฺฉิตพฺโพ อตฺโถ. ปุจฺฉนวเสน ปวตฺตํ ธมฺมปฺปฏิคฺคาหกานํ วจนํ ปุจฺฉาวสํ, ตเทว นิกฺเขปสทฺทาเปกฺขาย ปุจฺฉาวสิโกติ ปุลฺลิงฺควเสน วุตฺตํ. ตถา อตฺถุปฺปตฺติเยว อฏฺฐุปฺปตฺติโกติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
เอตฺถ จ ปเรสํ อินฺทฺริยปริปากาทิการณนิรเปกฺขตฺตา อตฺตชฺฌาสยสฺส วิสุํ สุตฺตนิกฺเขปภาโว ยุตฺโต เกวลํ อตฺตโน อชฺฌาสเยเนว ธมฺมตนฺติฐปนตฺถํ ปวตฺติตเทสนตฺตา, ปรชฺฌาสยปุจฺฉาวสิกานํ ปน ปเรสํ อชฺฌาสยปุจฺฉานํ เทสนาปวตฺติเหตุภูตานํ อุปฺปตฺติยํ ปวตฺติตานํ กถมฏฺฐุปฺปตฺติยา อนวโรโธ, ปุจฺฉาวสิกอฏฺฐุปฺปตฺติปุพฺพกานํ วา ปรชฺฌาสยานุโรเธน ปวตฺติตานํ กถํ ปรชฺฌาสเย อนวโรโธติ? น โจเทตพฺพเมตํ. ปเรสญฺหิ อภินีหารปริปุจฺฉาทิวินิจฺฉยาทิวินิมุตฺตสฺเสว สุตฺตนฺตเทสนาการณุปฺปาทสฺส อฏฺฐุปฺปตฺติภาเวน คหิตตฺตา ปรชฺฌาสยปุจฺฉาวสิกานํ วิสุํ คหณํ. ตถา หิ พฺรหฺมชาลธมฺมทายาทสุตฺตาทีนํ วณฺณาวณฺณอามิสุปฺปาทาทิเทสนานิมิตฺตํ อฏฺฐุปฺปตฺติ วุจฺจติ, ปเรสํ ปุจฺฉาย วินา อชฺฌาสยเมว นิมิตฺตํ กตฺวา เทสิโต ปรชฺฌาสโย, ปุจฺฉาวเสน เทสิโต ปุจฺฉาวสิโกติ ปากโฏยมตฺโถติ.
ตตฺถ ปฐมาทีนิ ตีณิ โพธิสุตฺตานิ มุจลินฺทสุตฺตํ, อายุสงฺขาโรสฺสชฺชนสุตฺตํ, ปจฺจเวกฺขณสุตฺตํ, ปปญฺจสญฺญาสุตฺตนฺติ อิเมสํ อุทานานํ อตฺตชฺฌาสโย นิกฺเขโป. หุหุงฺกสุตฺตํ, พฺราหฺมณชาติกสุตฺตํ, พาหิยสุตฺตนฺติ อิเมสํ อุทานานํ ปุจฺฉาวสิโก นิกฺเขโป. ราชสุตฺตํ, สกฺการสุตฺตํ, อุจฺฉาทนสุตฺตํ, ปิณฺฑปาติกสุตฺตํ, สิปฺปสุตฺตํ, โคปาลสุตฺตํ, สุนฺทริกสุตฺตํ, มาตุสุตฺตํ, สงฺฆเภทกสุตฺตํ, อุทปานสุตฺตํ, ตถาคตุปฺปาทสุตฺตํ, โมเนยฺยสุตฺตํ, ปาฏลิคามิยสุตฺตํ, เทฺวปิ ทพฺพสุตฺตานีติ เอเตสํ อุทานานํ อฏฺฐุปฺปตฺติโก นิกฺเขโป. ปาลิเลยฺยสุตฺตํ, ปิยสุตฺตํ, นาคสมาลสุตฺตํ, วิสาขาสุตฺตญฺจาติ อิเมสํ อุทานานํ อตฺตชฺฌาสโย ปรชฺฌาสโย จ นิกฺเขโป. เสสานํ เอกปญฺญาสาย สุตฺตานํ ปรชฺฌาสโย นิกฺเขโป. เอวเมเตสํ อุทานานํ อตฺตชฺฌาสยาทิวเสน นิกฺเขปวิเสโส เวทิตพฺโพ.
เอตฺถ จ ยานิ อุทานานิ ภควตา ภิกฺขูนํ สมฺมุขา ภาสิตานิ, ตานิ เตหิ ยถาภาสิตสุตฺตานิ วจสา ปริจิตานิ มนสานุเปกฺขิตานิ ธมฺมภณฺฑาคาริกสฺส กถิตานิ. ยานิ ปน ภควตา ภิกฺขูนํ อสมฺมุขา ภาสิตานิ, ตานิปิ อปรภาเค ภควตา ธมฺมภณฺฑาคาริกสฺส ปุน ภาสิตานิ. เอวํ สพฺพานิปิ ตานิ อายสฺมา อานนฺโท เอกชฺฌํ กตฺวา ธาเรนฺโต ภิกฺขูนญฺจ วาเจนฺโต อปรภาเค ปฐมมหาสงฺคีติกาเล อุทานนฺเตฺวว สงฺคหํ อาโรเปสีติ เวทิตพฺพํ.
เตน โข ปน สมเยนาติอาทีสุ เตน สมเยนาติ จ ภุมฺมตฺเถ กรณวจนํ, โข ปนาติ นิปาโต, ตสฺมึ สมเยติ อตฺโถ. กสฺมึ ปน สมเย? ยํ สมยํ ภควา อุรุเวลายํ วิหรติ นชฺชา เนรญฺชราย ตีเร โพธิรุกฺขมูเล ปฐมาภิสมฺพุทฺโธ. ตสฺมึ สมเย. สตฺตาหนฺติ สตฺต อหานิ สตฺตาหํ, อจฺจนฺตสํโยคตฺเถ เอตํ อุปโยควจนํ. ยสฺมา ภควา ตํ สตฺตาหํ นิรนฺตรตาย อจฺจนฺตเมว ผลสมาปตฺติสุเขน วิหาสิ, ตสฺมา สตฺตาหนฺติ อจฺจนฺตสํโยควเสน อุปโยควจนํ วุตฺตํ. เอกปลฺลงฺเกนาติ วิสาขาปุณฺณมาย อนตฺถงฺคเตเยว สูริเย อปราชิตปลฺลงฺกวเร วชิราสเน นิสินฺนกาลโต ปฏฺฐาย สกิมฺปิ อนุฏฺฐหิตฺวา ยถาอาภุชิเตน เอเกเนว ปลฺลงฺเกน.
วิมุตฺติสุขปฏิสํเวทีติ วิมุตฺติสุขํ ผลสมาปตฺติสุขํ ปฏิสํเวทิยมาโน นิสินฺโน โหตีติ อตฺโถ. ตตฺถ วิมุตฺตีติ ตทงฺควิมุตฺติ, วิกฺขมฺภนวิมุตฺติ, สมุจฺเฉทวิมุตฺติ, ปฏิปฺปสฺสทฺธิวิมุตฺติ, นิสฺสรณวิมุตฺตีติ ปญฺจ วิมุตฺติโย. ตาสุ ยํ เทยฺยธมฺมปริจฺจาคาทีหิ เตหิ เตหิ คุณงฺเคหิ นามรูปปริจฺเฉทาทีหิ วิปสฺสนงฺเคหิ จ ยาว ตสฺส ตสฺส องฺคสฺส อปริหานิวเสน ปวตฺติ, ตาว ตํตํปฏิปกฺขโต วิมุจฺจนโต วิมุจฺจนํ ปหานํ. เสยฺยถิทํ? ทาเนน มจฺฉริยโลภาทิโต, สีเลน ปาณาติปาตาทิโต, นามรูปววตฺถาเนน สกฺกายทิฏฺฐิโต, ปจฺจยปริคฺคเหน อเหตุวิสมเหตุทิฏฺฐีหิ, ตสฺเสว อปรภาเคน กงฺขาวิตรเณน กถํกถีภาวโต, กลาปสมฺมสเนน ‘‘อหํ มมา’’ติ คาหโต, มคฺคามคฺคววตฺถาเนน อมคฺเค มคฺคสญฺญาย, อุทยทสฺสเนน อุจฺเฉททิฏฺฐิยา, วยทสฺสเนน สสฺสตทิฏฺฐิยา, ภยทสฺสเนน สภเย อภยสญฺญาย, อาทีนวทสฺสเนน อสฺสาทสญฺญาย, นิพฺพิทานุปสฺสเนน อภิรติสญฺญาย, มุจฺจิตุกมฺยตาญาเณน อมุจฺจิตุกมฺยตาย, อุเปกฺขาญาเณน อนุเปกฺขาย, อนุโลเมน ธมฺมฏฺฐิติยํ นิพฺพาเน จ ปฏิโลมภาวโต, โคตฺรภุนา สงฺขารนิมิตฺตภาวโต วิมุจฺจนํ, อยํ ตทงฺควิมุตฺติ นาม. ยํ ปน อุปจารปฺปนาเภเทน สมาธินา ยาวสฺส อปริหานิวเสน ปวตฺติ, ตาว กามจฺฉนฺทาทีนํ นีวรณานญฺเจว, วิตกฺกาทีนญฺจ ปจฺจนีกธมฺมานํ, อนุปฺปตฺติสญฺญิตํ วิมุจฺจนํ, อยํ วิกฺขมฺภนวิมุตฺติ นาม. ยํ จตุนฺนํ อริยมคฺคานํ ภาวิตตฺตา ตํตํมคฺควโต อริยสฺส สนฺตาเน ยถารหํ ‘‘ทิฏฺฐิคตานํ ปหานายา’’ติอาทินา (ธ. ส. ๒๗๗; วิภ. ๖๒๘) นเยน วุตฺตสฺส สมุทยปกฺขิยสฺส กิเลสคณสฺส ปุน อจฺจนฺตํ อปฺปวตฺติภาเวน สมุจฺเฉทปฺปหานวเสน วิมุจฺจนํ, อยํ สมุจฺเฉทวิมุตฺติ นาม. ยํ ปน ผลกฺขเณ ปฏิปฺปสฺสทฺธตฺตํ กิเลสานํ, อยํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิวิมุตฺติ นาม. สพฺพสงฺขตนิสฺสฏตฺตา ปน สพฺพสงฺขารวิมุตฺตํ นิพฺพานํ, อยํ นิสฺสรณวิมุตฺติ นาม. อิธ ปน ภควโต นิพฺพานารมฺมณา ผลวิมุตฺติ อธิปฺเปตา. เตน วุตฺตํ – ‘‘วิมุตฺติสุขปฏิสํเวทีติ วิมุตฺติสุขํ ผลสมาปตฺติสุขํ ปฏิสํเวทิยมาโน นิสินฺโน โหตีติ อตฺโถ’’ติ.
วิมุตฺตีติ จ อุปกฺกิเลเสหิ ปฏิปฺปสฺสทฺธิวเสน จิตฺตสฺส วิมุตฺตภาโว, จิตฺตเมว วา ตถา วิมุตฺตํ เวทิตพฺพํ, ตาย วิมุตฺติยา ชาตํ สมฺปยุตฺตํ วา สุขํ วิมุตฺติสุขํ. ‘‘ยายํ, ภนฺเต, อุเปกฺขา สนฺเต สุเข วุตฺตา ภควตา’’ติ (ม. นิ. ๒.๘๘) วจนโต อุเปกฺขาปิ เจตฺถ สุขมิจฺเจว เวทิตพฺพา. ตถา จ วุตฺตํ สมฺโมหวิโนทนิยํ ‘‘อุเปกฺขา ปน สนฺตตฺตา, สุขมิจฺเจว ภาสิตา’’ติ (วิภ. อฏฺฐ. ๒๓๒). ภควา หิ จตุตฺถชฺฌานิกํ อรหตฺตสมาปตฺตึ สมาปชฺชติ, น อิตรํ. อถ วา ‘‘เตสํ วูปสโม สุโข’’ติอาทีสุ ยถา สงฺขารทุกฺขูปสโม สุโขติ วุจฺจติ, เอวํ สกลกิเลสทุกฺขูปสมภาวโต อคฺคผเล ลพฺภมานา ปฏิปฺปสฺสทฺธิวิมุตฺติ เอว อิธ สุขนฺติ เวทิตพฺพา. ตยิทํ วิมุตฺติสุขํ มคฺควีถิยํ กาลนฺตเรติ ผลจิตฺตสฺส ปวตฺติวิภาเคน ทุวิธํ โหติ. เอเกกสฺส หิ อริยมคฺคสฺส อนนฺตรา ตสฺส ตสฺเสว วิปากภูตานิ นิพฺพานารมฺมณานิ ตีณิ เทฺว วา ผลจิตฺตานิ อุปฺปชฺชนฺติ อนนฺตรวิปากตฺตา โลกุตฺตรกุสลานํ. ยสฺมิญฺหิ ชวนวาเร อริยมคฺโค อุปฺปชฺชติ, ตตฺถ ยทา เทฺว อนุโลมานิ, ตทา ตติยํ โคตฺรภุ, จตุตฺถํ มคฺคจิตฺตํ, ตโต ปรํ ตีณิ ผลจิตฺตานิ โหนฺติ. ยทา ปน ตีณิ อนุโลมานิ, ตทา จตุตฺถํ โคตฺรภุ, ปญฺจมํ มคฺคจิตฺตํ, ตโต ปรํ เทฺว ผลจิตฺตานิ โหนฺติ. เอวํ จตุตฺถํ ปญฺจมํ อปฺปนาวเสน ปวตฺตติ, น ตโต ปรํ ภวงฺคสฺส อาสนฺนตฺตา. เกจิ ปน ‘‘ฉฏฺฐมฺปิ จิตฺตํ อปฺเปตี’’ติ วทนฺติ, ตํ อฏฺฐกถาสุ (วิสุทฺธิ. ๒.๘๑๑) ปฏิกฺขิตฺตํ. เอวํ มคฺควีถิยํ ผลํ เวทิตพฺพํ. กาลนฺตเร ผลํ ปน ผลสมาปตฺติวเสน ปวตฺตํ, นิโรธา วุฏฺฐหนฺตสฺส อุปฺปชฺชมานญฺจ เอเตเนว สงฺคหิตํ. สา ปนายํ ผลสมาปตฺติ อตฺถโต โลกุตฺตรกุสลานํ วิปากภูตา นิพฺพานารมฺมณา อปฺปนาติ ทฏฺฐพฺพา.
เก ตํ สมาปชฺชนฺติ, เก น สมาปชฺชนฺตีติ? สพฺเพปิ ปุถุชฺชนา น สมาปชฺชนฺติ อนธิคตตฺตา. ตถา เหฏฺฐิมา อริยา อุปริมํ, อุปริมาปิ อริยา เหฏฺฐิมํ น สมาปชฺชนฺติเยว ปุคฺคลนฺตรภาวูปคมเนน ปฏิปฺปสฺสทฺธภาวโต. อตฺตโน เอว ผลํ เต เต อริยา สมาปชฺชนฺติ. เกจิ ปน ‘‘โสตาปนฺนสกทาคามิโน ผลสมาปตฺตึ น สมาปชฺชนฺติ, อุปริมา เทฺวเยว สมาปชฺชนฺติ สมาธิสฺมึ ปริปูรการิภาวโต’’ติ วทนฺติ. ตํ อการณํ ปุถุชฺชนสฺสาปิ อตฺตนา ปฏิลทฺธโลกิยสมาธิสมาปชฺชนโต. กึ วา เอตฺถ การณจินฺตาย? วุตฺตเญฺหตํ ปฏิสมฺภิทายํ ‘‘กตมา ทส สงฺขารุเปกฺขา วิปสฺสนาวเสน อุปฺปชฺชนฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๕๗), กตเม ทส โคตฺรภุธมฺมา วิปสฺสนาวเสน อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๖๐) อิเมสํ ปญฺหานํ วิสฺสชฺชเน โสตาปตฺติผลสมาปตฺตตฺถาย สกทาคามิผลสมาปตฺตตฺถายาติ เตสมฺปิ อริยานํ ผลสมาปตฺติสมาปชฺชนํ วุตฺตํ. ตสฺมา สพฺเพปิ อริยา ยถาสกํ ผลํ สมาปชฺชนฺตีติ นิฏฺฐเมตฺถ คนฺตพฺพํ.
กสฺมา ปน เต สมาปชฺชนฺตีติ? ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารตฺถํ. ยถา หิ ราชาโน รชฺชสุขํ, เทวตา ทิพฺพสุขํ อนุภวนฺติ, เอวํ อริยา ‘‘โลกุตฺตรสุขํ อนุภวิสฺสามา’’ติ อทฺธานปริจฺเฉทํ กตฺวา อิจฺฉิตกฺขเณ ผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชนฺติ.
กถญฺจสฺสา สมาปชฺชนํ, กถํ ฐานํ, กถํ วุฏฺฐานนฺติ? ทฺวีหิ ตาว อากาเรหิ อสฺสา สมาปชฺชนํ โหติ นิพฺพานโต อญฺญสฺส อารมฺมณสฺส อมนสิการา, นิพฺพานสฺส จ มนสิการา. ยถาห –
‘‘เทฺว โข, อาวุโส, ปจฺจยา อนิมิตฺตาย เจโตวิมุตฺติยา สมาปตฺติยา, สพฺพนิมิตฺตานญฺจ อมนสิกาโร, อนิมิตฺตาย จ ธาตุยา มนสิกาโร’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๕๘).
อยํ ปเนตฺถ สมาปชฺชนกฺกโม – ผลสมาปตฺติตฺถิเกน อริยสาวเกน รโหคเตน ปฏิสลฺลีเนน อุทยพฺพยาทิวเสน สงฺขารา วิปสฺสิตพฺพา. ตสฺเสวํ ปวตฺตานุปุพฺพวิปสฺสนสฺเสว สงฺขารารมฺมณโคตฺรภุญาณานนฺตรํ ผลสมาปตฺติวเสน นิโรเธ จิตฺตมปฺเปติ, ผลสมาปตฺตินินฺนภาเวน จ เสกฺขสฺสาปิ ผลเมว อุปฺปชฺชติ, น มคฺโค. เย ปน วทนฺติ ‘‘โสตาปนฺโน อตฺตโน ผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชิสฺสามีติ วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา สกทาคามี โหติ, สกทาคามี จ อนาคามี’’ติ. เต วตฺตพฺพา – เอวํ สนฺเต อนาคามี อรหา ภวิสฺสติ, อรหา จ ปจฺเจกพุทฺโธ, ปจฺเจกพุทฺโธ จ สมฺพุทฺโธติ อาปชฺเชยฺย, ตสฺมา ยถาภินิเวสํ ยถาชฺฌาสยํ วิปสฺสนา อตฺถํ สาเธตีติ เสกฺขสฺสาปิ ผลเมว อุปฺปชฺชติ, น มคฺโค. ผลมฺปิ ตสฺส สเจ อเนน ปฐมชฺฌานิโก มคฺโค อธิคโต, ปฐมชฺฌานิกเมว อุปฺปชฺชติ. สเจ ทุติยาทีสุ อญฺญตรชฺฌานิโก, ทุติยาทีสุ อญฺญตรชฺฌานิกเมวาติ.
กสฺมา ปเนตฺถ โคตฺรภุญาณํ มคฺคญาณปุเรจาริกํ วิย นิพฺพานารมฺมณํ น โหตีติ? ผลญาณานํ อนิยฺยานิกภาวโต. อริยมคฺคธมฺมาเยว หิ นิยฺยานิกา. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘กตเม ธมฺมา นิยฺยานิกา? จตฺตาโร อริยมคฺคา อปริยาปนฺนา’’ติ (ธ. ส. ๑๒๙๕). ตสฺมา เอกนฺเตเนว นิยฺยานิกภาวสฺส อุภโต วุฏฺฐานภาเวน ปวตฺตมานสฺส อนนฺตรปจฺจยภูเตน ญาเณน นิมิตฺตโต วุฏฺฐิเตเนว ภวิตพฺพนฺติ ตสฺส นิพฺพานารมฺมณตา ยุตฺตา, น ปน อริยมคฺคสฺส ภาวิตตฺตา ตสฺส วิปากภาเวน ปวตฺตมานานํ กิเลสานํ อสมุจฺฉินฺทนโต อนิยฺยานิกตฺตา อวุฏฺฐานสภาวานํ ผลญาณานํ ปุเรจาริกญาณสฺส กทาจิปิ นิพฺพานารมฺมณตา อุภยตฺถ อนุโลมญาณานํ อตุลฺยาการโต. อริยมคฺควีถิยญฺหิ อนุโลมญาณานิ อนิพฺพิทฺธปุพฺพานํ ถูลถูลานํ โลภกฺขนฺธาทีนํ สาติสยํ ปทาลเนน โลกิยญาเณน อุกฺกํสปารมิปฺปตฺตานิ มคฺคญาณานุกูลานิ อุปฺปชฺชนฺติ, ผลสมาปตฺติวีถิยํ ปน ตานิ ตานิ เตน เตน มคฺเคน เตสํ เตสํ กิเลสานํ สมุจฺฉินฺนตฺตา ตตฺถ นิรุสฺสุกฺกานิ เกวลํ อริยานํ ผลสมาปตฺติสุขสมงฺคิภาวสฺส ปริกมฺมมตฺตานิ หุตฺวา อุปฺปชฺชนฺตีติ น เตสํ กุโตจิ วุฏฺฐานสมฺภโว, ยโต เตสํ ปริโยสาเน ญาณํ สงฺขารนิมิตฺตํ วุฏฺฐานโต นิพฺพานารมฺมณํ สิยา. เอวญฺจ กตฺวา เสกฺขสฺส อตฺตโน ผลสมาปตฺติวฬญฺชนตฺถาย อุทยพฺพยาทิวเสน สงฺขาเร สมฺมสนฺตสฺส วิปสฺสนาญาณานุปุพฺพาย ผลเมว อุปฺปชฺชติ, น มคฺโคติ อยญฺจ อตฺโถ สมตฺถิโต โหติ. เอวํ ตาว ผลสมาปตฺติยา สมาปชฺชนํ เวทิตพฺพํ.
‘‘ตโย โข, อาวุโส, ปจฺจยา อนิมิตฺตาย เจโตวิมุตฺติยา ฐิติยา, สพฺพนิมิตฺตานํ อมนสิกาโร, อนิมิตฺตาย จ ธาตุยา มนสิกาโร, ปุพฺเพ จ อภิสงฺขาโร’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๕๘) –
วจนโต ปนสฺสา ตีหากาเรหิ ฐานํ โหติ. ตตฺถ ปุพฺเพ จ อภิสงฺขาโรติ สมาปตฺติโต ปุพฺเพ กาลปริจฺเฉโท. ‘‘อสุกสฺมึ นาม กาเล วุฏฺฐหิสฺสามี’’ติ ปริจฺฉินฺนตฺตา หิสฺสา ยาว โส กาโล นาคจฺฉติ, ตาว วุฏฺฐานํ น โหติ.
‘‘เทฺว โข, อาวุโส, ปจฺจยา อนิมิตฺตาย เจโตวิมุตฺติยา วุฏฺฐานสฺส, สพฺพนิมิตฺตานญฺจ มนสิกาโร, อนิมิตฺตาย จ ธาตุยา อมนสิกาโร’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๕๘) –
วจนโต ปนสฺสา ทฺวีหากาเรหิ วุฏฺฐานํ โหติ. ตตฺถ สพฺพนิมิตฺตานนฺติ รูปนิมิตฺตเวทนาสญฺญาสงฺขารวิญฺญาณนิมิตฺตานํ. กามญฺจ น สพฺพาเนเวตานิ เอกโต มนสิ กโรติ, สพฺพสงฺคาหิกวเสน ปเนวํ วุตฺตํ. ตสฺมา ยํ ภวงฺคสฺส อารมฺมณํ, ตสฺส มนสิกรเณน ผลสมาปตฺติโต วุฏฺฐานํ โหตีติ เอวํ อสฺสา วุฏฺฐานํ เวทิตพฺพํ. ตยิทํ เอวมิธ สมาปชฺชนวุฏฺฐานํ อรหตฺตผลภูตํ –
‘‘ปฏิปฺปสฺสทฺธทรถํ, อมตารมฺมณํ สุภํ;
วนฺตโลกามิสํ สนฺตํ, สามญฺญผลมุตฺตมํ’’.
อิติ วุตฺตํ สาตาติสาตํ วิมุตฺติสุขํ ปฏิสํเวเทสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘วิมุตฺติสุขปฏิสํเวทีติ วิมุตฺติสุขํ ผลสมาปตฺติสุขํ ปฏิสํเวทิยมาโน นิสินฺโน โหตีติ อตฺโถ’’ติ.
อถาติ อธิการตฺเถ นิปาโต. โขติ ปทปูรเณ. เตสุ อธิการตฺเถน อถาติ อิมินา วิมุตฺติสุขปฏิสํเวทนโต อญฺญํ อธิการํ ทสฺเสติ. โก ปเนโสติ? ปฏิจฺจสมุปฺปาทมนสิกาโร. อถาติ วา ปจฺฉาติ เอตสฺมึ อตฺเถ นิปาโต, เตน ‘‘ตสฺส สตฺตาหสฺส อจฺจเยนา’’ติ วกฺขมานเมว อตฺถํ โชเตติ. ตสฺส สตฺตาหสฺสาติ ปลฺลงฺกสตฺตาหสฺส. อจฺจเยนาติ อปคเมน. ตมฺหา สมาธิมฺหาติ อรหตฺตผลสมาธิโต. อิธ ปน ฐตฺวา ปฏิปาฏิยา สตฺต สตฺตาหานิ ทสฺเสตพฺพานีติ เกจิ ตานิ วิตฺถารยึสุ. มยํ ปน ตานิ ขนฺธกปาเฐน อิมิสฺสา อุทานปาฬิยา อวิโรธทสฺสนมุเขน ปรโต วณฺณยิสฺสาม. รตฺติยาติ อวยวสมฺพนฺเธ สามิวจนํ. ปฐมนฺติ อจฺจนฺตสํโยคตฺเถ อุปโยควจนํ. ภควา หิ ตสฺสา รตฺติยา สกลมฺปิ ปฐมํ ยามํ เตเนว มนสิกาเรน ยุตฺโต อโหสีติ.
ปฏิจฺจสมุปฺปาทนฺติ ปจฺจยธมฺมํ. อวิชฺชาทโย หิ ปจฺจยธมฺมา ปฏิจฺจสมุปฺปาโท. กถมิทํ ชานิตพฺพนฺติ เจ? ภควโต วจเนน. ภควตา หิ ‘‘ตสฺมาติหานนฺท, เอเสว เหตุ, เอตํ นิทานํ, เอส สมุทโย, เอส ปจฺจโย ชรามรณสฺส, ยทิทํ ชาติ…เป… สงฺขารานํ, ยทิทํ อวิชฺชา’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๐๕ อาทโย) เอวํ อวิชฺชาทโย เหตูติ วุตฺตา. ยถา ทฺวาทส ปจฺจยา ทฺวาทส ปฏิจฺจสมุปฺปาทาติ.
ตตฺรายํ วจนตฺโถ – อญฺญมญฺญํ ปฏิจฺจ ปฏิมุขํ กตฺวา การณสมวายํ อปฺปฏิกฺขิปิตฺวา สหิเต อุปฺปาเทตีติ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท. อถ วา ปฏิจฺจ ปจฺเจตพฺพํ ปจฺจยารหตํ ปจฺจยํ ปฏิคนฺตฺวา น วินา เตน สมฺพนฺธสฺส อุปฺปาโท ปฏิจฺจสมุปฺปาโท. ปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ เจตฺถ สมุปฺปาทปทฏฺฐานวจนวิญฺเญยฺโย ผลสฺส อุปฺปาทนสมตฺถตายุตฺโต เหตุ, น ปฏิจฺจสมุปฺปตฺติมตฺตํ เวทิตพฺพํ. อถ วา ปจฺเจตุํ อรหนฺติ นํ ปณฺฑิตาติ ปฏิจฺโจ, สมฺมา สยเมว วา อุปฺปาเทตีติ สมุปฺปาโท, ปฏิจฺโจ จ โส สมุปฺปาโท จาติ ปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
อนุโลมนฺติ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติอาทินา นเยน วุตฺโต อวิชฺชาทิโก ปจฺจยากาโร อตฺตนา กตฺตพฺพกิจฺจกรณโต อนุโลโมติ วุจฺจติ. อถ วา อาทิโต ปฏฺฐาย อนฺตํ ปาเปตฺวา วุตฺตตฺตา ปวตฺติยา วา อนุโลมโต อนุโลโม, ตํ อนุโลมํ. สาธุกํ มนสากาสีติ สกฺกจฺจํ มนสิ อกาสิ. โย โย ปจฺจยธมฺโม ยสฺส ยสฺส ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมสฺส ยถา ยถา เหตุปจฺจยาทินา ปจฺจยภาเวน ปจฺจโย โหติ, ตํ สพฺพํ อวิปรีตํ อปริหาเปตฺวา อนวเสสโต ปจฺจเวกฺขณวเสน จิตฺเต อกาสีติ อตฺโถ. ยถา ปน ภควา ปฏิจฺจสมุปฺปาทานุโลมํ มนสากาสิ, ตํ สงฺเขเปน ตาว ทสฺเสตุํ ‘‘อิติ อิมสฺมึ สติ อิทํ โหติ, อิมสฺสุปฺปาทา อิทํ อุปฺปชฺชตี’’ติ วุตฺตํ.
ตตฺถ อิตีติ เอวํ, อเนน ปกาเรนาติ อตฺโถ. อิมสฺมึ สติ อิทํ โหตีติ อิมสฺมึ อวิชฺชาทิเก ปจฺจเย สติ อิทํ สงฺขาราทิกํ ผลํ โหติ. อิมสฺสุปฺปาทา อิทํ อุปฺปชฺชตีติ อิมสฺส อวิชฺชาทิกสฺส ปจฺจยสฺส อุปฺปาทา อิทํ สงฺขาราทิกํ ผลํ อุปฺปชฺชตีติ อตฺโถ. อิมสฺมึ อสติ อิทํ น โหติ, อิมสฺส นิโรธา อิทํ นิรุชฺฌตีติ อวิชฺชาทีนํ อภาเว สงฺขาราทีนํ อภาวสฺส อวิชฺชาทีนํ นิโรเธ สงฺขาราทีนํ นิโรธสฺส จ ทุติยตติยสุตฺตวจเนน เอตสฺมึ ปจฺจยลกฺขเณ นิยโม ทสฺสิโต โหติ – อิมสฺมึ สติ เอว, นาสติ. อิมสฺสุปฺปาทา เอว, นานุปฺปาทา. อนิโรธา เอว, น นิโรธาติ. เตเนตํ ลกฺขณํ อนฺโตคธนิยมํ อิธ ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. นิโรโธติ จ อวิชฺชาทีนํ วิราคาธิคเมน อายตึ อนุปฺปาโท อปฺปวตฺติ. ตถา หิ วุตฺตํ – ‘‘อวิชฺชาย เตฺวว อเสสวิราคนิโรธา สงฺขารนิโรโธ’’ติอาทิ. นิโรธนิโรธี จ อุปฺปาทนิโรธีภาเวน วุตฺโต ‘‘อิมสฺส นิโรธา อิทํ นิรุชฺฌตี’’ติ.
เตเนตํ ทสฺเสติ – อนิโรโธ อุปฺปาโท นาม, โส เจตฺถ อตฺถิภาโวติปิ วุจฺจตีติ. ‘‘อิมสฺมึ สติ อิทํ โหตี’’ติ อิทเมว หิ ลกฺขณํ ปริยายนฺตเรน ‘‘อิมสฺส อุปฺปาทา อิทํ อุปฺปชฺชตี’’ติ วทนฺเตน ปเรน ปุริมํ วิเสสิตํ โหติ. ตสฺมา น ธรมานตํเยว สนฺธาย ‘‘อิมสฺมึ สตี’’ติ วุตฺตํ, อถ โข มคฺเคน อนิรุทฺธภาวญฺจาติ วิญฺญายติ. ยสฺมา จ ‘‘อิมสฺมึ อสติ อิทํ น โหติ, อิมสฺส นิโรธา อิทํ นิรุชฺฌตี’’ติ ทฺวิธาปิ อุทฺทิฏฺฐสฺส ลกฺขณสฺส นิทฺเทสํ วทนฺเตน ‘‘อวิชฺชาย เตฺวว อเสสวิราคนิโรธา สงฺขารนิโรโธ’’ติอาทินา นิโรโธ เอว วุตฺโต, ตสฺมา นตฺถิภาโวปิ นิโรโธ เอวาติ นตฺถิภาววิรุทฺโธ อตฺถิภาโว อนิโรโธติ ทสฺสิตํ โหติ. เตน อนิโรธสงฺขาเตน อตฺถิภาเวน อุปฺปาทํ วิเสเสติ. ตโต น อิธ อตฺถิภาวมตฺตํ อุปฺปาโทติ อตฺโถ อธิปฺเปโต, อถ โข อนิโรธสงฺขาโต อตฺถิภาโว จาติ อยมตฺโถ วิภาวิโตติ. เอวเมตํ ลกฺขณทฺวยวจนํ อญฺญมญฺญวิเสสนวิเสสิตพฺพภาเวน สาตฺถกนฺติ เวทิตพฺพํ.
โก ปนายํ อนิโรโธ นาม, โย ‘‘อตฺถิภาโว, อุปฺปาโท’’ติ จ วุจฺจตีติ? อปฺปหีนภาโว จ, อนิพฺพตฺติตผลารหตาปหาเนหิ ผลานุปฺปาทนารหตา จ. เย หิ ปหาตพฺพา อกุสลา ธมฺมา, เตสํ อริยมคฺเคน อสมุคฺฆาฏิตภาโว จ. เย ปน น ปหาตพฺพา กุสลาพฺยากตา ธมฺมา, ยานิ เตสุ สํโยชนานิ อขีณาสวานํ เตสํ อปริกฺขีณตา จ. อสมุคฺฆาฏิตานุสยตาย หิ สสํโยชนา ขนฺธปฺปวตฺติ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท. ตถา จ วุตฺตํ –
‘‘ยาย จ, ภิกฺขเว, อวิชฺชาย นิวุตสฺส พาลสฺส ยาย จ ตณฺหาย สมฺปยุตฺตสฺส อยํ กาโย สมุทาคโต, สา เจว อวิชฺชา พาลสฺส อปฺปหีนา, สา จ ตณฺหา อปริกฺขีณา. ตํ กิสฺส เหตุ? น, ภิกฺขเว, พาโล อจริ พฺรหฺมจริยํ สมฺมา ทุกฺขกฺขยาย, ตสฺมา พาโล กายสฺส เภทา กายูปโค โหติ, โส กายูปโค สมาโน น ปริมุจฺจติ ชาติยา ชรามรเณนา’’ติอาทิ (สํ. นิ. ๒.๑๙).
ขีณสํโยชนานํ ปน อวิชฺชาย อภาวโต สงฺขารานํ, ตณฺหุปาทานานํ อภาวโต อุปาทานภวานํ อสมฺภโวติ วฏฺฏสฺส อุปจฺเฉโท ปญฺญายิสฺสตีติ. เตเนวาห –
‘‘ฉนฺนํ เตฺวว, ผคฺคุณ, ผสฺสายตนานํ อเสสวิราคนิโรธา ผสฺสนิโรโธ, ผสฺสนิโรธา เวทนานิโรโธ’’ติอาทิ (สํ. นิ. ๒.๑๒).
น หิ อคฺคมคฺคาธิคมโต อุทฺธํ ยาว ปรินิพฺพานา สฬายตนาทีนํ อปฺปวตฺติ. อถ โข นตฺถิตา นิโรธสทฺทวจนียตา ขีณสํโยชนตาติ นิโรโธ วุตฺโต. อปิจ จิรกตมฺปิ กมฺมํ อนิพฺพตฺติตผลตาย อปฺปหีนาหารตาย จ ผลารหํ สนฺตํ เอว นาม โหติ, น นิพฺพตฺติตผลํ, นาปิ ปหีนาหารนฺติ. ผลุปฺปตฺติปจฺจยานํ อวิชฺชาสงฺขาราทีนํ วุตฺตนเยเนว ผลารหภาโว อนิโรโธติ เวทิตพฺโพ. เอวํ อนิรุทฺธภาเวเนว หิ เยน วินา ผลํ น สมฺภวติ, ตํ การณํ อตีตนฺติปิ อิมสฺมึ สตีติ อิมินา วจเนน วุตฺตํ. ตโตเยว จ อวุสิตพฺรหฺมจริยสฺส อปฺปวตฺติธมฺมตํ อนาปนฺโน ปจฺจยุปฺปาโท กาลเภทํ อนามสิตฺวา อนิวตฺตนาย เอว อิมสฺส อุปฺปาทาติ วุตฺโต. อถ วา อวเสสปจฺจยสมวาเย อวิชฺชมานสฺสปิ วิชฺชมานสฺส วิย ปเคว วิชฺชมานสฺส ยา ผลุปฺปตฺติอภิมุขตา, สา อิมสฺส อุปฺปาทาติ วุตฺตา. ตถา หิ ตโต ผลํ อุปฺปชฺชตีติ ตทวตฺถํ การณํ ผลสฺส อุปฺปาทนภาเวน อุฏฺฐิตํ อุปฺปติตํ นาม โหติ, น วิชฺชมานมฺปิ อตทวตฺถนฺติ ตทวตฺถตา อุปฺปาโทติ เวทิตพฺโพ.
ตตฺถ สตีติ อิมินา วิชฺชมานตามตฺเตน ปจฺจยภาวํ วทนฺโต อพฺยาปารตํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส ทสฺเสติ. อุปฺปาทาติ อุปฺปตฺติธมฺมตํ อสพฺพกาลภาวิตํ ผลุปฺปตฺติอภิมุขตญฺจ ทีเปนฺโต อนิจฺจตํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส ทสฺเสติ. ‘‘สติ, นาสติ, อุปฺปาทา, น นิโรธา’’ติ ปน เหตุอตฺเถหิ ภุมฺมนิสฺสกฺกวจเนหิ สมตฺถิตํ นิทานสมุทยชาติปภวภาวํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส ทสฺเสติ. เหตุอตฺถตา เจตฺถ ภุมฺมวจเน ยสฺส ภาเว ตทวินาภาวิผลสฺส ภาโว ลกฺขียติ, ตตฺถ ปวตฺติยา เวทิตพฺพา ยถา ‘‘อธนานํ ธเน อนนุปฺปทียมาเน ทาลิทฺทิยํ เวปุลฺลํ อคมาสี’’ติ (ที. นิ. ๓.๙๑) จ ‘‘นิปฺผนฺเนสุ สสฺเสสุ สุภิกฺขํ ชายตี’’ติ จ. นิสฺสกฺกวจนสฺสาปิ เหตุอตฺถตา ผลสฺส ปภเว ปกติยญฺจ ปวตฺติโต ยถา ‘‘กลลา โหติ อพฺพุทํ, อพฺพุทา ชายตี เปสี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๒๓๕) จ ‘‘หิมวตา คงฺคา ปภวนฺติ, สิงฺคโต สโร ชายตี’’ติ จ. อวิชฺชาทิภาเว จ ตทวินาภาเวน สงฺขาราทิภาโว ลกฺขียติ, อวิชฺชาทีหิ จ สงฺขาราทโย ปภวนฺติ ปกริยนฺติ จาติ เต เตสํ ปภโว ปกติ จ, ตสฺมา ตทตฺถทีปนตฺถํ ‘‘อิมสฺมึ สติ อิมสฺส อุปฺปาทา’’ติ เหตุอตฺเถ ภุมฺมนิสฺสกฺกนิทฺเทสา กตาติ.
ยสฺมา เจตฺถ ‘‘อิมสฺมึ สติ อิทํ โหติ, อิมสฺสุปฺปาทา อิทํ อุปฺปชฺชตี’’ติ สงฺเขเปน อุทฺทิฏฺฐสฺส ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติอาทิโก นิทฺเทโส, ตสฺมา ยถาวุตฺโต อตฺถิภาโว อุปฺปาโท จ เตสํ เตสํ ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมานํ ปจฺจยภาโวติ วิญฺญายติ. น หิ อนิรุทฺธตาสงฺขาตํ อตฺถิภาวํ อุปฺปาทญฺจ อนิวตฺตสภาวตาสงฺขาตํ อุทยาวตฺถตาสงฺขาตํ วา ‘‘สติ เอว, นาสติ, อุปฺปาทา เอว, น นิโรธา’’ติ อนฺโตคธนิยเมหิ วจเนหิ อภิหิตํ มุญฺจิตฺวา อญฺโญ ปจฺจยภาโว นาม อตฺถิ, ตสฺมา ยถาวุตฺโต อตฺถิภาโว อุปฺปาโท จ ปจฺจยภาโวติ เวทิตพฺพํ. เยปิ ปฏฺฐาเน อาคตา เหตุอาทโย จตุวีสติ ปจฺจยา, เตปิ เอตสฺเสว ปจฺจยภาวสฺส วิเสสาติ เวทิตพฺพา. อิติ ยถา วิตฺถาเรน อนุโลมํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ มนสิ อกาสิ, ตํ ทสฺเสตุํ, ‘‘ยทิทํ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
ตตฺถ ยทิทนฺติ นิปาโต, ตสฺส โย อยนฺติ อตฺโถ. อวิชฺชาปจฺจยาติอาทีสุ อวินฺทิยํ กายทุจฺจริตาทึ วินฺทตีติ อวิชฺชา, วินฺทิยํ กายสุจริตาทึ น วินฺทตีติ อวิชฺชา, ธมฺมานํ อวิปรีตสภาวํ อวิทิตํ กโรตีติ อวิชฺชา, อนฺตวิรหิเต สํสาเร ภวาทีสุ สตฺเต ชวาเปตีติ อวิชฺชา, อวิชฺชมาเนสุ ชวติ วิชฺชมาเนสุ น ชวตีติ อวิชฺชา, วิชฺชาย ปฏิปกฺขาติ อวิชฺชา, สา ‘‘ทุกฺเข อญฺญาณ’’นฺติอาทินา จตุพฺพิธา เวทิตพฺพา. ปฏิจฺจ น วินา ผลํ เอติ อุปฺปชฺชติ เจว ปวตฺตติ จาติ ปจฺจโย, อุปการกตฺโถ วา ปจฺจโย. อวิชฺชา จ สา ปจฺจโย จาติ อวิชฺชาปจฺจโย, ตสฺมา อวิชฺชาปจฺจยา. สงฺขโรนฺตีติ สงฺขารา, โลกิยกุสลากุสลเจตนา, สา ปุญฺญาปุญฺญาเนญฺชาภิสงฺขารวเสน ติวิธา เวทิตพฺพา. วิชานาตีติ วิญฺญาณํ, ตํ โลกิยวิปากวิญฺญาณวเสน ทฺวตฺตึสวิธํ. นมตีติ นามํ, เวทนาทิกฺขนฺธตฺตยํ. รุปฺปตีติ รูปํ, ภูตรูปํ จกฺขาทิอุปาทารูปญฺจ. อายตติ อายตญฺจ สํสารทุกฺขํ นยตีติ อายตนํ. ผุสตีติ ผสฺโส. เวทยตีติ เวทนา. อิทมฺปิ ทฺวยํ ทฺวารวเสน ฉพฺพิธํ, วิปากวเสน คหเณ ฉตฺตึสวิธํ. ปริตสฺสตีติ ตณฺหา, สา กามตณฺหาทิวเสน สงฺเขปโต ติวิธา, วิตฺถารโต อฏฺฐุตฺตรสตวิธา จ. อุปาทียตีติ อุปาทานํ, ตํ กามุปาทานาทิวเสน จตุพฺพิธํ. ภวติ ภาวยติ จาติ ภโว, โส กมฺมูปปตฺติเภทโต ทุวิโธ. ชนนํ ชาติ. ชีรณํ ชรา. มรนฺติ เตนาติ มรณํ. โสจนํ โสโก. ปริเทวนํ ปริเทโว. ทุกฺขยตีติ ทุกฺขํ, อุปฺปาทฏฺฐิติวเสน เทฺวธา ขณตีติ ทุกฺขํ. ทุมนสฺส ภาโว โทมนสฺสํ. ภุโส อายาโส อุปายาโส. สมฺภวนฺตีติ นิพฺพตฺตนฺติ. น เกวลญฺจ โสกาทีหิเยว, อถ โข สพฺพปเทหิ ‘‘สมฺภวนฺตี’’ติ ปทสฺส โยชนา กาตพฺพา. เอวญฺหิ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา สมฺภวนฺตี’’ติ ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนววตฺถานํ ทสฺสิตํ โหติ. เอส นโย สพฺพตฺถ.
ตตฺถ อญฺญาณลกฺขณา อวิชฺชา, สมฺโมหนรสา, ฉาทนปจฺจุปฏฺฐานา, อาสวปทฏฺฐานา. อภิสงฺขรณลกฺขณา สงฺขารา, อายูหนรสา, สํวิทหนปจฺจุปฏฺฐานา, อวิชฺชาปทฏฺฐานา. วิชานนลกฺขณํ วิญฺญาณํ, ปุพฺพงฺคมรสํ, ปฏิสนฺธิปจฺจุปฏฺฐานํ, สงฺขารปทฏฺฐานํ, วตฺถารมฺมณปทฏฺฐานํ วา. นมนลกฺขณํ นามํ, สมฺปโยครสํ, อวินิพฺโภคปจฺจุปฏฺฐานํ, วิญฺญาณปทฏฺฐานํ. รุปฺปนลกฺขณํ รูปํ, วิกิรณรสํ, อปฺปเหยฺยภาวปจฺจุปฏฺฐานํ, วิญฺญาณปทฏฺฐานํ. อายตนลกฺขณํ สฬายตนํ, ทสฺสนาทิรสํ, วตฺถุทฺวารภาวปจฺจุปฏฺฐานํ, นามรูปปทฏฺฐานํ. ผุสนลกฺขโณ ผสฺโส, สงฺฆฏฺฏนรโส, สงฺคติปจฺจุปฏฺฐาโน, สฬายตนปทฏฺฐาโน. อนุภวนลกฺขณา เวทนา, วิสยรสสมฺโภครสา, สุขทุกฺขปจฺจุปฏฺฐานา, ผสฺสปทฏฺฐานา. เหตุภาวลกฺขณา ตณฺหา, อภินนฺทนรสา, อติตฺติภาวปจฺจุปฏฺฐานา, เวทนาปทฏฺฐานา. คหณลกฺขณํ อุปาทานํ, อมุญฺจนรสํ, ตณฺหาทฬฺหตฺตทิฏฺฐิปจฺจุปฏฺฐานํ, ตณฺหาปทฏฺฐานํ. กมฺมกมฺมผลลกฺขโณ ภโว, ภวนภาวนรโส, กุสลากุสลาพฺยากตปจฺจุปฏฺฐาโน, อุปาทานปทฏฺฐาโน. ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปฐมาภินิพฺพตฺติลกฺขณา ชาติ, นิยฺยาตนรสา, อตีตภวโต อิธุปฺปนฺนปจฺจุปฏฺฐานา, ทุกฺขวิจิตฺตตาปจฺจุปฏฺฐานา วา. ขนฺธปริปากลกฺขณา ชรา, มรณูปนยนรสา, โยพฺพนวินาสปจฺจุปฏฺฐานา. จุติลกฺขณํ มรณํ, วิสํโยครสํ, คติวิปฺปวาสปจฺจุปฏฺฐานํ. อนฺโตนิชฺฌานลกฺขโณ โสโก, เจตโส นิชฺฌานรโส, อนุโสจนปจฺจุปฏฺฐาโน. ลาลปฺปนลกฺขโณ ปริเทโว, คุณโทสปริกิตฺตนรโส, สมฺภมปจฺจุปฏฺฐาโน. กายปีฬนลกฺขณํ ทุกฺขํ, ทุปฺปญฺญานํ โทมนสฺสกรณรสํ, กายิกาพาธปจฺจุปฏฺฐานํ. จิตฺตปีฬนลกฺขณํ โทมนสฺสํ, มโนวิฆาตนรสํ, มานสพฺยาธิปจฺจุปฏฺฐานํ. จิตฺตปริทหนลกฺขโณ อุปายาโส, นิตฺถุนนรโส, วิสาทปจฺจุปฏฺฐาโน. เอวเมเต อวิชฺชาทโย ลกฺขณาทิโตปิ เวทิตพฺพาติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน สพฺพาการสมฺปนฺนํ วินิจฺฉยํ อิจฺฉนฺเตน สมฺโมหวิโนทนิยา (วิภ. อฏฺฐ. ๒๒๕) วิภงฺคฏฺฐกถาย คเหตพฺโพ.
เอวนฺติ นิทฺทิฏฺฐสฺส นิทสฺสนํ, เตน อวิชฺชาทีเหว การเณหิ, น อิสฺสรนิมฺมานาทีหีติ ทสฺเสติ. เอตสฺสาติ ยถาวุตฺตสฺส. เกวลสฺสาติ อสมฺมิสฺสสฺส สกลสฺส วา. ทุกฺขกฺขนฺธสฺสาติ ทุกฺขสมูหสฺส, น สตฺตสฺส, นาปิ ชีวสฺส, นาปิ สุภสุขาทีนํ. สมุทโย โหตีติ นิพฺพตฺติ สมฺภวติ.
เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ ยฺวายํ อวิชฺชาทิวเสน สงฺขาราทิกสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย โหตีติ วุตฺโต, สพฺพากาเรน เอตมตฺถํ วิทิตฺวา. ตายํ เวลายนฺติ ตายํ ตสฺส อตฺถสฺส วิทิตเวลายํ. อิมํ อุทานํ อุทาเนสีติ อิมํ ตสฺมึ อตฺเถ วิทิเต เหตุโน จ เหตุสมุปฺปนฺนธมฺมสฺส จ ปชานนาย อานุภาวทีปกํ ‘‘ยทา หเว ปาตุภวนฺตี’’ติอาทิกํ โสมนสฺสสมฺปยุตฺตญาณสมุฏฺฐานํ อุทานํ อุทาเนสิ, อตฺตมนวาจํ นิจฺฉาเรสีติ วุตฺตํ โหติ.
ตสฺสตฺโถ – ยทาติ ยสฺมึ กาเล. หเวติ พฺยตฺตนฺติ อิมสฺมึ อตฺเถ นิปาโต. เกจิ ปน ‘‘หเวติ อาหเว ยุทฺเธ’’ติ อตฺถํ วทนฺติ, ‘‘โยเธถ มารํ ปญฺญาวุเธนา’’ติ (ธ. ป. ๔๐) วจนโต กิเลสมาเรน ยุชฺฌนสมเยติ เตสํ อธิปฺปาโย. ปาตุภวนฺตีติ อุปฺปชฺชนฺติ. ธมฺมาติ อนุโลมปจฺจยาการปฏิเวธสาธกา โพธิปกฺขิยธมฺมา. อถ วา ปาตุภวนฺตีติ ปกาเสนฺติ, อภิสมยวเสน พฺยตฺตา ปากฏา โหนฺติ. ธมฺมาติ จตุอริยสจฺจธมฺมา, อาตาโป วุจฺจติ กิเลสสนฺตาปนฏฺเฐน วีริยํ. อาตาปิโนติ สมฺมปฺปธานวีริยวโต. ฌายโตติ อารมฺมณูปนิชฺฌาเนน ลกฺขณูปนิชฺฌาเนน ฌายนฺตสฺส. พฺราหฺมณสฺสาติ พาหิตปาปสฺส ขีณาสวสฺส. อถสฺส กงฺขา วปยนฺติ สพฺพาติ อถสฺส เอวํ ปาตุภูตธมฺมสฺส ยา เอตา ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, ผุสตีติ. โน กลฺโล ปโญฺหติ ภควา อโวจา’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๒.๑๒) นเยน, ‘‘กตมํ นุ โข, ภนฺเต, ชรามรณํ, กสฺส จ ปนิทํ ชรามรณนฺติ. โน กลฺโล ปโญฺหติ ภควา อโวจา’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๒.๓๕) นเยน ปจฺจยากาเร กงฺขา วุตฺตา, ยา จ ปจฺจยาการสฺเสว อปฺปฏิวิทฺธตฺตา ‘‘อโหสึ นุ โข อหํ อตีตมทฺธาน’’นฺติอาทินา (ม. นิ. ๑.๑๘; สํ. นิ. ๒.๒๐) โสฬส กงฺขา อาคตา. ตา สพฺพา วปยนฺติ อปคจฺฉนฺติ นิรุชฺฌนฺติ. กสฺมา? ยโต ปชานาติ สเหตุธมฺมํ, ยสฺมา อวิชฺชาทิเกน เหตุนา สเหตุกํ อิมํ สงฺขาราทิกํ เกวลํ ทุกฺขกฺขนฺธธมฺมํ ปชานาติ อญฺญาสิ ปฏิวิชฺฌีติ.
กทา ปนสฺส โพธิปกฺขิยธมฺมา จตุสจฺจธมฺมา วา ปาตุภวนฺติ อุปฺปชฺชนฺติ ปกาเสนฺติ วา? วิปสฺสนามคฺคญาเณสุ. ตตฺถ วิปสฺสนาญาณสมฺปยุตฺตา สติอาทโย วิปสฺสนาญาณญฺจ ยถารหํ อตฺตโน วิสเยสุ ตทงฺคปฺปหานวเสน สุภสญฺญาทิเก ปชหนฺตา กายานุปสฺสนาทิวเสน วิสุํ วิสุํ อุปฺปชฺชนฺติ, มคฺคกฺขเณ ปน เต นิพฺพานมาลมฺพิตฺวา สมุจฺเฉทวเสน ปฏิปกฺเข ปชหนฺตา จตูสุปิ อริยสจฺเจสุ อสมฺโมหปฺปฏิเวธสาธนวเสน สกิเทว อุปฺปชฺชนฺติ. เอวํ ตาเวตฺถ โพธิปกฺขิยธมฺมานํ อุปฺปชฺชนฏฺเฐน ปาตุภาโว เวทิตพฺโพ.
อริยสจฺจธมฺมานํ ปน โลกิยานํ วิปสฺสนากฺขเณ วิปสฺสนาย อารมฺมณกรณวเสน, โลกุตฺตรานํ ตทธิมุตฺตตาวเสน, มคฺคกฺขเณ นิโรธสจฺจสฺส อารมฺมณาภิสมยวเสน, สพฺเพสมฺปิ กิจฺจาภิสมยวเสน ปากฏภาวโต ปกาสนฏฺเฐน ปาตุภาโว เวทิตพฺโพ.
อิติ ภควา สติปิ สพฺพากาเรน สพฺพธมฺมานํ อตฺตโน ญาณสฺส ปากฏภาเว ปฏิจฺจสมุปฺปาทมุเขน วิปสฺสนาภินิเวสสฺส กตตฺตา นิปุณคมฺภีรสุทุทฺทสตาย ปจฺจยาการสฺส ตํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา อุปฺปนฺนพลวโสมนสฺโส ปฏิปกฺขสมุจฺเฉทวิภาวเนน สทฺธึ อตฺตโน ตทภิสมยานุภาวทีปกเมเวตฺถ อุทานํ อุทาเนสีติ.
อยมฺปิ อุทาโน วุตฺโต ภควตา อิติ เม สุตนฺติ อยํ ปาฬิ เกสุจิเยว โปตฺถเกสุ ทิสฺสติ. ตตฺถ อยมฺปีติ ปิสทฺโท ‘‘อิทมฺปิ พุทฺเธ รตนํ ปณีตํ, อยมฺปิ ปาราชิโก โหตี’’ติอาทีสุ วิย สมฺปิณฺฑนตฺโถ, เตน อุปริมํ สมฺปิณฺเฑติ. วุตฺโตติ อยํ วุตฺตสทฺโท เกโสหารณวปฺปนวาปสมีกรณชีวิตวุตฺติปมุตฺตภาวปาวจนภาเวน ปวตฺตน อชฺเฌนกถนาทีสุ ทิสฺสติ. ตถา เหส ‘‘กาปฏิโก มาณโว ทหโร วุตฺตสิโร’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๔๒๖) เกโสหารเณ อาคโต.
‘‘คาโว ตสฺส ปชายนฺติ, เขตฺเต วุตฺตํ วิรูหติ;
วุตฺตานํ ผลมสฺนาติ, โย มิตฺตานํ น ทุพฺภตี’’ติ. –
อาทีสุ (ชา. ๒.๒๒.๑๙) วปฺปเน. ‘‘โน จ โข ปฏิวุตฺต’’นฺติอาทีสุ (ปารา. ๒๘๙) อฏฺฐทณฺฑกาทีหิ วาปสมีกรเณ. ‘‘ปนฺนโลโม ปรทตฺตวุตฺโต มิคภูเตน เจตสา วิหรามี’’ติอาทีสุ (จูฬว. ๓๓๒) ชีวิตวุตฺติยํ. ‘‘ปณฺฑุปลาโส พนฺธนา ปวุตฺโต อภพฺโพ หริตตฺตายา’’ติอาทีสุ (ปารา. ๙๒) พนฺธนโต ปมุตฺตภาเว. ‘‘คีตํ วุตฺตํ สมีหิต’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๘๕) ปาวจนภาเวน ปวตฺติเต. ‘‘วุตฺโต ปารายโณ’’ติอาทีสุ อชฺเฌเน. ‘‘วุตฺตํ โข ปเนตํ ภควตา ‘ธมฺมทายาทา เม, ภิกฺขเว, ภวถ, มา อามิสทายาทา’’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๐) กถเน. อิธาปิ กถเน เอว ทฏฺฐพฺโพ, เตน อยมฺปิ อุทาโน ภาสิโตติ อตฺโถ. อิตีติ เอวํ. เม สุตนฺติ ปททฺวยสฺส อตฺโถ นิทานวณฺณนายํ สพฺพาการโต วุตฺโตเยว. ปุพฺเพ ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติ นิทานวเสน วุตฺโตเยว หิ อตฺโถ อิธ นิคมนวเสน ‘‘อิติ เม สุต’’นฺติ ปุน วุตฺโต. วุตฺตสฺเสว หิ อตฺถสฺส ปุน วจนํ นิคมนนฺติ. อิติสทฺทสฺส อตฺถุทฺธาโร เอวํ-สทฺเทน สมานตฺถตาย ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติ เอตฺถ วิย, อตฺถโยชนา จ อิติวุตฺตกวณฺณนาย อเมฺหหิ ปกาสิตาเยวาติ ตตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพติ.
ปรมตฺถทีปนิยา ขุทฺทกนิกายฏฺฐกถาย
อุทานสํวณฺณนาปฐมโพธิสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.