๑๑. มุตฺตาเถรีคาถาวณฺณนา
สุมุตฺตา สาธุมุตฺตามฺหีติอาทิกา มุตฺตาเถริยา คาถา. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิการา ตตฺถ ตตฺถ ภเว กุสลํ อุปจินิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท โกสลชนปเท โอฆาตกสฺส นาม ทลิทฺทพฺราหฺมณสฺส ธีตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ, ตํ วยปฺปตฺตกาเล มาตาปิตโร เอกสฺส ขุชฺชพฺราหฺมณสฺส อทํสุ. สา เตน ฆราวาสํ อโรจนฺตี ตํ อนุชานาเปตฺวา ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรติ. ตสฺสา พหิทฺธารมฺมเณสุ จิตฺตํ วิธาวติ, สา ตํ นิคฺคณฺหนฺตี ‘‘สุมุตฺตา สาธุมุตฺตามฺหี’’ติ คาถํ วทนฺตีเยว วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน –
‘‘ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน, สพฺพธมฺเมสุ จกฺขุมา;
ปาณิเน อนุคณฺหนฺโต, ปิณฺฑาย ปาวิสี ปุรํ.
‘‘ตสฺส อาคจฺฉโต สตฺถุ, สพฺเพ นครวาสิโน;
หฏฺฐตุฏฺฐา สมาคนฺตฺวา, วาลิกา อากิรึสุ เต.
‘‘วีถิสมฺมชฺชนํ กตฺวา, กทลิปุณฺณกทฺธเช;
ธูมํ จุณฺณญฺจ มาสญฺจ, สกฺการํ กจฺจ สตฺถุโน.
‘‘มณฺฑปํ ปฏิยาเทตฺวา, นิมนฺเตตฺวา วินายกํ;
มหาทานํ ททิตฺวาน, สมฺโพธึ อภิปตฺถยิ.
‘‘ปทุมุตฺตโร มหาวีโร, หารโก สพฺพปาณินํ;
อนุโมทนิยํ กตฺวา, พฺยากาสิ อคฺคปุคฺคโล.
‘‘สตสหสฺเส อติกฺกนฺเต, กปฺโป เหสฺสติ ภทฺทโก;
ภวาภเว สุขํ ลทฺธา, ปาปุณิสฺสสิ โพธิยํ.
‘‘หตฺถกมฺมญฺจ เย เกจิ, กตาวี นรนาริโย;
อนาคตมฺหิ อทฺธาเน, สพฺพา เหสฺสนฺติ สมฺมุขา.
‘‘เตน กมฺมวิปาเกน, เจตนาปณิธีหิ จ;
อุปฺปนฺนเทวภวเน, ตุยฺหํ ตา ปริจาริกา.
‘‘ทิพฺพํ สุขมสงฺเขฺยยฺยํ, มานุสญฺจ อสงฺขิยํ;
อนุโภนฺติ จิรํ กาลํ, สํสริมฺห ภวาภเว.
‘‘สตสหสฺสิโต กปฺเป, ยํ กมฺมมกรึ ตทา;
สุขุมาลา มนุสฺเสสุ, อโถ เทวปุเรสุ จ.
‘‘รูปํ โภคํ ยสํ อายุํ, อโถ กิตฺติสุขํ ปิยํ;
ลภามิ สตตํ สพฺพํ, สุกตํ กมฺมสมฺปทํ.
‘‘ปจฺฉิเม ภเว สมฺปตฺเต, ชาตาหํ พฺราหฺมเณ กุเล;
สุขุมาลหตฺถปาทา, รมณิเย นิเวสเน.
‘‘สพฺพกาลมฺปิ ปถวี, น ปสฺสามนลงฺกตํ;
จิกฺขลฺลภูมึ อสุจึ, น ปสฺสามิ กุทาจนํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อุทาเนนฺตี –
๑๑. ‘‘สุมุตฺตา สาธุมุตฺตามฺหิ, ตีหิ ขุชฺเชหิ มุตฺติยา;
อุทุกฺขเลน มุสเลน, ปตินา ขุชฺชเกน จ;
มุตฺตามฺหิ ชาติมรณา, ภวเนตฺติ สมูหตา’’ติ. – อิมํ คาถํ อภาสิ;
ตตฺถ สุมุตฺตาติ สุฏฺฐุ มุตฺตา. สาธุมุตฺตามฺหีติ สาธุ สมฺมเทว มุตฺตา อมฺหิ. กุโต ปน สุมุตฺตา สาธุมุตฺตาติ อาห ‘‘ตีหิ ขุชฺเชหิ มุตฺติยา’’ติ, ตีหิ วงฺกเกหิ ปริมุตฺติยาติ อตฺโถ. อิทานิ ตานิ สรูปโต ทสฺเสนฺตี ‘‘อุทุกฺขเลน มุสเลน, ปตินา ขุชฺชเกน จา’’ติ อาห. อุทุกฺขเล หิ ธญฺญํ ปกฺขิปนฺติยา ปริวตฺเตนฺติยา มุสเลน โกฏฺเฏนฺติยา จ ปิฏฺฐิ โอนาเมตพฺพา โหตีติ ขุชฺชกรณเหตุตาย ตทุภยํ ‘‘ขุชฺช’’นฺติ วุตฺตํ. สามิโก ปนสฺสา ขุชฺโช เอว. อิทานิ ยสฺสา มุตฺติยา นิทสฺสนวเสน ตีหิ ขุชฺเชหิ มุตฺติ วุตฺตา. ตเมว ทสฺเสนฺตี ‘‘มุตฺตามฺหิ ชาติมรณา’’ติ วตฺวา ตตฺถ การณมาห ‘‘ภวเนตฺติ สมูหตา’’ติ. ตสฺสตฺโถ – น เกวลมหํ ตีหิ ขุชฺเชหิ เอว มุตฺตา, อถ โข สพฺพสฺมา ชาติมรณาปิ, ยสฺมา สพฺพสฺสาปิ ภวสฺส เนตฺติ นายิกา ตณฺหา อคฺคมคฺเคน มยา สมุคฺฆาฏิตาติ.
มุตฺตาเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.