๘. อาทีนวญาณนิทฺเทสวณฺณนา

๕๓. อาทีนวญาณนิทฺเทเส อุปฺปาโทติ ปุริมกมฺมปจฺจยา อิธ อุปฺปตฺติ. ปวตฺตนฺติ ตถาอุปฺปนฺนสฺส ปวตฺติ. นิมิตฺตนฺติ สพฺพมฺปิ สงฺขารนิมิตฺตํ. อายูหนาติ อายตึ ปฏิสนฺธิเหตุภูตํ กมฺมํ. ปฏิสนฺธีติ อายตึ อุปฺปตฺติ. คตีติ ยาย คติยา สา ปฏิสนฺธิ โหติ. นิพฺพตฺตีติ ขนฺธานํ นิพฺพตฺตนํ. อุปปตฺตีติ ‘‘สมาปนฺนสฺส วา อุปปนฺนสฺส วา’’ติ (ธ. ส. ๑๒๘๙) เอวํ วุตฺตา วิปากปฺปวตฺติ. ชาตีติ ชราทีนํ ปจฺจยภูตา ภวปจฺจยา ชาติ. นิปฺปริยายโต ตตฺถ ตตฺถ นิพฺพตฺตมานานํ สตฺตานํ เย เย ขนฺธา ปาตุภวนฺติ, เตสํ ปฐมปาตุภาโว ชาติ. ชราติ ขณฺฑิจฺจาทิสมฺมโต สนฺตติยํ เอกภวปริยาปนฺนขนฺธสนฺตานสฺส ปุราณภาโว. โสโกติ ญาติพฺยสนาทีหิ ผุฏฺฐสฺส จิตฺตสนฺตาโป. ปริเทโวติ ญาติพฺยสนาทีหิ ผุฏฺฐสฺส วจีปลาโป. อุปายาโสติ ภุโส อายาโส, ญาติพฺยสนาทีหิ ผุฏฺฐสฺส อธิมตฺตเจโตทุกฺขปฺปภาวิโต โทโสเยว. เอตฺถ จ อุปฺปาทาทโย ปญฺเจว อาทีนวญาณสฺส วตฺถุวเสน วุตฺตา, เสสา เตสํ เววจนวเสน. ‘‘นิพฺพตฺติ ชาตี’’ติ อิทญฺหิ ทฺวยํ อุปฺปาทสฺส เจว ปฏิสนฺธิยา จ เววจนํ, ‘‘คติ อุปปตฺตี’’ติ อิทํ ทฺวยํ ปวตฺตสฺส, ชราทโย นิมิตฺตสฺสาติ. เตนาห –

‘‘อุปฺปาทญฺจ ปวตฺตญฺจ, นิมิตฺตํ ทุกฺขนฺติ ปสฺสติ;

อายูหนํ ปฏิสนฺธึ, ญาณํ อาทีนเว อิท’’นฺติ. จ

‘‘อิทํ อาทีนเว ญาณํ, ปญฺจฐาเนสุ ชายตี’’ติ. จ

สพฺพปเทสุ จ ภยนฺติ อิจฺเจตสฺส วจนสฺส ภยํ อิตีติ ปทจฺเฉโท. ภยนฺติ ปีฬาโยคโต สปฺปฏิภยตาย ภยํ. อิตีติ ภยตุปฏฺฐานสฺส การณนิทฺเทโส.

อนุปฺปาโท เขมนฺติ สนฺติปเท ญาณนฺติอาทิ ปน อาทีนวญาณสฺส ปฏิปกฺขญาณทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ภยตุปฏฺฐาเนน วา อาทีนวํ ทิสฺวา อุพฺพิคฺคหทยานํ อภยมฺปิ อตฺถิ เขมํ นิราทีนวนฺติ อสฺสาสชนนตฺถมฺปิ เอตํ วุตฺตํ. ยสฺมา วา ยสฺส อุปฺปาทาทโย ภยโต สูปฏฺฐิตา โหนฺติ, ตสฺส ตปฺปฏิปกฺขนินฺนํ จิตฺตํ โหติ, ตสฺมา ภยตุปฏฺฐานวเสน สิทฺธสฺส อาทีนวญาณสฺส อานิสํสทสฺสนตฺถมฺเปตํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อนุปฺปาโท อปฺปวตฺตนฺติอาทิ นิพฺพานเมว. สนฺติปเทติ สนฺติโกฏฺฐาเส, นิพฺพาเนติ อตฺโถ. อนุสฺสววเสนาปิ หิ สนฺติปทนฺติ นามมตฺตํ คเหตฺวา อุปฺปนฺนํ ญาณมฺปิ ‘‘สนฺติปเท ญาณ’’นฺติ วุตฺตํ.

อุปฺปาโท ภยํ, อนุปฺปาโท เขมนฺติอาทิ วิปกฺขปฏิปกฺขวเสน อุภยํ สมาเสตฺวา อุปฺปชฺชมานํ ญาณํ คเหตฺวา วุตฺตํ. เอตฺถ จ ยํ ภยํ, ตํ ยสฺมา นิยมโต ทุกฺขํ. ยญฺจ ทุกฺขํ, ตํ วฏฺฏามิสโลกามิสกิเลสามิเสหิ อวิปฺปมุตฺตตฺตา สามิสเมว. ยญฺจ สามิสํ, ตํ สงฺขารมตฺตเมว. ตสฺมา อุปฺปาโท ทุกฺขนฺติ ภยตุปฏฺฐาเน ปญฺญา อาทีนเว ญาณนฺติอาทิ วุตฺตํ. เอวํ สนฺเตปิ ภยากาเรน ทุกฺขากาเรน สามิสากาเรน สงฺขารากาเรนาติ เอวํ อาการนานตฺตโต ปวตฺติวเสเนตฺถ นานตฺตํ เวทิตพฺพํ. อุปฺปาโท ภยํ, ทุกฺขํ, สามิสํ, สงฺขารา จาติ อุปฺปาทาทิลิงฺคมนเปกฺขิตฺวา ‘‘เนตํ โข สรณํ เขมํ, เนตํ สรณมุตฺตม’’นฺติอาทีสุ (ธ. ป. ๑๘๙) วิย อตฺตโน ลิงฺคาเปกฺขเมว วุตฺตํ. สงฺขาราติ จ เอกตฺตมนเปกฺขิตฺวา ‘‘อปฺปจฺจยา ธมฺมา, อสงฺขตา ธมฺมา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ทุกมาติกา ๗-๘) วิย พหุวจนํ กตํ, อุปฺปาทาทีนํ วา สงฺขาเรกเทสตฺตา ‘‘อุตฺตเร ปญฺจาลา, ทกฺขิเณ ปญฺจาลา’’ติอาทีสุ วิย พหุนฺนํ เอกเทเสปิ พหุวจนํ กตนฺติ เวทิตพฺพํ. เขมํ สุขํ นิรามิสํ นิพฺพานนฺติ นิพฺพานเมว วุตฺตาการานํ ปฏิปกฺขวเสน จตุธา วุตฺตํ. ทส ญาเณ ปชานาตีติ อาทีนเว ญาณํ ปชานนฺโต อุปฺปาทาทิวตฺถุกานิ ปญฺจ, อนุปฺปาทาทิวตฺถุกานิ ปญฺจาติ ทส ญาเณ ปชานาติ ปฏิวิชฺฌติ สจฺฉิกโรติ. ทฺวินฺนํ ญาณานํ กุสลตาติ อาทีนวญาณสฺส เจว สนฺติปทญาณสฺส จาติ อิเมสํ ทฺวินฺนํ ญาณานํ กุสลตาย. นานาทิฏฺฐีสุ น กมฺปตีติ ปรมทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานาทิวเสน ปวตฺตาสุ ทิฏฺฐีสุ น เวธตีติ.

อาทีนวญาณนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. สงฺขารุเปกฺขาญาณนิทฺเทสวณฺณนา

๕๔. สงฺขารุเปกฺขาญาณนิทฺเทเส อุปฺปาทาทีนิ วุตฺตตฺถาเนว. ทุกฺขนฺติ ภยนฺติ สามิสนฺติ สงฺขาราติ อุปฺปาทาทิมุญฺจนญาณสฺส การณวจนานิ. เอวญฺจ ลกฺขณโต สงฺขารุเปกฺขํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อตฺถโต ทสฺเสตุํ อุปฺปาโท สงฺขารา, เต สงฺขาเร อชฺฌุเปกฺขตีติ สงฺขารุเปกฺขาติอาทิมาห. ตตฺถ สงฺขาเร อชฺฌุเปกฺขตีติ ตสฺส อารทฺธวิปสฺสกสฺส วิปสฺสนาญาเณน ลกฺขณตฺตยสฺส ทิฏฺฐตฺตา ลกฺขณวิจินเน ปหีนพฺยาปารสฺส อาทิตฺเต วิย ตโย ภเว ปสฺสโต สงฺขารคฺคหเณ มชฺฌตฺตสฺส ตํ วิปสฺสนาญาณํ เต สงฺขาเร วิเสเสน จ อิกฺขติ, คหเณน วชฺชิตญฺจ หุตฺวา อิกฺขติ โอโลเกตีติ สงฺขารุเปกฺขา นามาติ อตฺโถ. ยถา โลเก วิเสเสน ชยนฺโต อธิชยตีติ, อนฺเนน วชฺชิโต วสนฺโต อุปวสตีติ วุจฺจติ. ปุน สงฺขาเร อนิจฺจาทิโต วิปสฺสิตฺวา คหเณ มชฺฌตฺตภาวสณฺฐิตํ สงฺขารุเปกฺขมฺปิ อนิจฺจาทิโต วิปสฺสิตฺวา ตสฺสาปิ สงฺขารุเปกฺขาย คหเณ มชฺฌตฺตาการสณฺฐิตาย สงฺขารุเปกฺขาย สพฺภาวโต เย จ สงฺขารา ยา จ อุเปกฺขาติอาทิ วุตฺตํ.

๕๕. อิทานิ สงฺขารุเปกฺขาย จิตฺตาภินีหารเภทํ ทสฺเสตุํ กติหากาเรหีติอาทิมาห. ตตฺถ สงฺขารุเปกฺขายาติ ภุมฺมวจนํ. จิตฺตสฺส อภินีหาโรติ สงฺขารุเปกฺขาลาภิโน ตโต อญฺญสฺส จิตฺตสฺส สงฺขารุเปกฺขาภิมุขํ กตฺวา ภุสํ หรณํ. อภิมุขตฺโถ หิ เอตฺถ อภิสทฺโท, ภุสตฺโถ นีสทฺโท. กติหากาเรหีติ ปุจฺฉิตํ ปุจฺฉํ อฏฺฐหากาเรหีติ วิสฺสชฺเชตฺวา ทุติยปุจฺฉาวิสฺสชฺชเนเนว เต อฏฺฐากาเร ทสฺเสตุกาโม เต อทสฺเสตฺวาว ปุถุชฺชนสฺส กติหากาเรหีติอาทิ ปุจฺฉํ อกาสิ. ปุถุชฺชนสฺสาติ เอตฺถ ปน –

ทุเว ปุถุชฺชนา วุตฺตา, พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา;

อนฺโธ ปุถุชฺชโน เอโก, กลฺยาเณโก ปุถุชฺชโนติ.

ตตฺถ ยสฺส ขนฺธธาตุอายตนาทีสุ อุคฺคหปริปุจฺฉาสวนธารณปจฺจเวกฺขณาทีนิ นตฺถิ, อยํ อนฺธปุถุชฺชโน. ยสฺส ตานิ อตฺถิ, โส กลฺยาณปุถุชฺชโน. ทุวิโธปิ ปเนส –

ปุถูนํ ชนนาทีหิ, การเณหิ ปุถุชฺชโน;

ปุถุชฺชนนฺโตคธตฺตา, ปุถุวายํ ชโน อิติ.

โส หิ ปุถูนํ นานปฺปการานํ กิเลสาทีนํ ชนนาทีหิ การเณหิ ปุถุชฺชโน. ยถาห – ‘‘ปุถุ กิเลเส ชเนนฺตีติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ อวิหตสกฺกายทิฏฺฐิกาติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ สตฺถารานํ มุขุลฺโลกิกาติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ สพฺพคตีหิ อวุฏฺฐิตาติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ นานาภิสงฺขาเร อภิสงฺขโรนฺตีติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ นานาโอเฆหิ วุยฺหนฺตีติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ นานาสนฺตาเปหิ สนฺตปฺเปนฺตีติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ นานาปริฬาเหหิ ปริฑยฺหนฺตีติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ ปญฺจสุ กามคุเณสุ รตฺตา คิทฺธา คธิตา มุจฺฉิตา อชฺโฌสนฺนา ลคฺคา ลคฺคิตา ปลิพุทฺธาติ ปุถุชฺชนา, ปุถุ ปญฺจหิ นีวรเณหิ อาวุตา นิวุตา โอวุตา ปิหิตา ปฏิจฺฉนฺนา ปฏิกุชฺชิตาติ ปุถุชฺชนา’’ติ (มหานิ. ๙๔). ปุถูนํ วา คณนปถาตีตานํ อริยธมฺมปรมฺมุขานํ นีจธมฺมสมาจารานํ ชนานํ อนฺโตคธตฺตาปิ ปุถุชฺชนา, ปุถุ วา อยํ วิสุํเยว สงฺขํ คโต, วิสํสฏฺโฐ สีลสุตาทิคุณยุตฺเตหิ อริเยหิ ชโนติปิ ปุถุชฺชโน. เตสุ กลฺยาณปุถุชฺชโน อิธาธิปฺเปโต อิตรสฺส ภาวนาย เอว อภาวา.

เสกฺขสฺสาติ เอตฺถ สตฺต เสกฺขา โสตาปตฺติมคฺคผลสกทาคามิมคฺคผลอนาคามิมคฺคผลอรหตฺตมคฺคฏฺฐา. เต หิ ติสฺโส สิกฺขา สิกฺขนฺตีติ เสกฺขา. เตสุ โสตาปตฺติสกทาคามิอนาคามิผลฏฺฐา ตโย อิธาธิปฺเปตา มคฺคฏฺฐานํ สงฺขารุเปกฺขาย จิตฺตาภินีหาราภาวา.

วีตราคสฺสาติ เอตฺถ สมุจฺเฉทวิคเมน วิคโต ราโค อสฺสาติ วีตราโค. อรหโต เอตํ อธิวจนํ. ตีสุปิ ปเทสุ ชาติคฺคหเณน เอกวจนํ กตํ.

สงฺขารุเปกฺขํ อภินนฺทตีติ ตสฺมึ อุเปกฺขาวิหาเร ผาสุวิหารสญฺญํ ปฏิลภิตฺวา ผาสุวิหารนิกนฺติยา สงฺขารุเปกฺขาภิมุโข หุตฺวา นนฺทติ, สปฺปีติกํ ตณฺหํ อุปฺปาเทตีติ อตฺโถ. วิปสฺสตีติ โสตาปตฺติมคฺคปฏิลาภตฺถํ อนิจฺจาทิวเสน วิวิธา ปสฺสติ, เสกฺโข อุปริมคฺคตฺถํ, วีตราโค ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารตฺถํ วิปสฺสติ. ปฏิสงฺขายาติ อนิจฺจาทิวเสเนว อุปปริกฺขิตฺวา. ยสฺมา ปน โสตาปนฺนาทโย อริยา สกํ สกํ ผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชมานา อุทยพฺพยญาณาทีหิ นวหิ วิปสฺสนาญาเณหิ อวิปสฺสิตฺวา สมาปชฺชิตุํ น สกฺโกนฺติ, ตสฺมา ปฏิสงฺขาย วา ผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชตีติ วุตฺตํ.

ผลสมาปตฺติยา ปวตฺติทสฺสนตฺถํ ปน เตสํ อิทํ ปญฺหกมฺมํ – กา ผลสมาปตฺติ? เก ตํ สมาปชฺชนฺติ? เก น สมาปชฺชนฺติ? กสฺมา สมาปชฺชนฺติ? กถญฺจสฺสา สมาปชฺชนํ โหติ? กถํ ฐานํ? กถํ วุฏฺฐานํ? กึ ผลสฺส อนนฺตรํ? กสฺส จ ผลํ อนนฺตรนฺติ?

ตตฺถ กา ผลสมาปตฺตีติ? ยา อริยผลสฺส นิโรเธ อปฺปนา.

เก ตํ สมาปชฺชนฺติ? เก น สมาปชฺชนฺตีติ? สพฺเพปิ ปุถุชฺชนา น สมาปชฺชนฺติ. กสฺมา? อนธิคตตฺตา. อริยา ปน สพฺเพปิ สมาปชฺชนฺติ. กสฺมา? อธิคตตฺตา. อุปริมา ปน เหฏฺฐิมํ น สมาปชฺชนฺติ ปุคฺคลนฺตรภาวูปคมเนน ปฏิปฺปสฺสทฺธตฺตา, เหฏฺฐิมา จ อุปริมํ อนธิคตตฺตา. อตฺตโน อตฺตโนเยว ปน ผลํ สพฺเพปิ สมาปชฺชนฺตีติ อิทเมตฺถ สนฺนิฏฺฐานํ.

เกจิ ปน ‘‘โสตาปนฺนสกทาคามิโนปิ น สมาปชฺชนฺติ, อุปริมา เทฺวเยว สมาปชฺชนฺตี’’ติ วทนฺติ. อิทญฺจ เนสํ การณํ – เอเต หิ สมาธิสฺมึ ปริปูรการิโนติ. ตํ ปุถุชฺชนสฺสาปิ อตฺตนา ปฏิลทฺธํ โลกิยสมาธึ สมาปชฺชนโต อการณเมว. กิญฺเจตฺถ การณาการณจินฺตาย. นนุ อิเธว ปาฬิยํ ‘‘กตเม ทส สงฺขารุเปกฺขา วิปสฺสนาวเสน อุปฺปชฺชนฺติ, กตเม ทส โคตฺรภุธมฺมา วิปสฺสนาวเสน อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๖๐) อิเมสํ ปญฺหานํ วิสฺสชฺชเน ‘‘โสตาปตฺติผลสมาปตฺตตฺถาย สกทาคามิผลสมาปตฺตตฺถายา’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๖๐) วิสุํ วิสุํ วุตฺตา. ตสฺมา สพฺเพปิ อริยา อตฺตโน อตฺตโน ผลํ สมาปชฺชนฺตีติ นิฏฺฐเมตฺถ คนฺตพฺพํ.

กสฺมา สมาปชฺชนฺตีติ? ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารตฺถํ. ยถา หิ ราชาโน รชฺชสุขํ, เทวตา ทิพฺพสุขมนุภวนฺติ, เอวํ อริยา ‘‘โลกุตฺตรสุขํ อนุภวิสฺสามา’’ติ อทฺธานปริจฺเฉทํ กตฺวา อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ ผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชนฺติ.

กถญฺจสฺสา สมาปชฺชนํ โหติ, กถํ ฐานํ, กถํ วุฏฺฐานนฺติ? ทฺวีหิ ตาว อากาเรหิ อสฺสา สมาปชฺชนํ โหติ นิพฺพานโต อญฺญสฺส อารมฺมณสฺส อมนสิการา, นิพฺพานสฺส จ มนสิการา. ยถาห – ‘‘เทฺว โข, อาวุโส, ปจฺจยา อนิมิตฺตาย เจโตวิมุตฺติยา สมาปตฺติยา สพฺพนิมิตฺตานญฺจ อมนสิกาโร, อนิมิตฺตาย จ ธาตุยา มนสิกาโร’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๕๘). อยํ ปเนตฺถ สมาปชฺชนกฺกโม – ผลสมาปตฺตตฺถิเกน หิ อริยสาวเกน รโหคเตน ปฏิสลฺลีเนน อุทยพฺพยาทิวเสน สงฺขารา วิปสฺสิตพฺพา. ตสฺส ปวตฺตานุปุพฺพวิปสฺสนสฺส สงฺขารารมฺมณโคตฺรภุญาณานนฺตรํ ผลสมาปตฺติวเสน นิโรเธ จิตฺตํ อปฺเปติ. ผลสมาปตฺตินินฺนตาย เจตฺถ เสกฺขสฺสาปิ ผลเมว อุปฺปชฺชติ, น มคฺโค. เย ปน วทนฺติ ‘‘โสตาปนฺโน ‘ผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชิสฺสามี’ติ วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา สกทาคามี โหติ, สกทาคามี จ อนาคามี’’ติ. เต วตฺตพฺพา ‘‘เอวํ สติ อนาคามี อรหา ภวิสฺสติ, อรหา ปจฺเจกพุทฺโธ, ปจฺเจกพุทฺโธ จ พุทฺโธ’’ติ.

ตสฺมา น กิญฺจิ เอตํ, ปาฬิวเสเนว จ ปฏิกฺขิตฺตนฺติปิ น คเหตพฺพํ. อิทเมว ปน คเหตพฺพํ. เสกฺขสฺสาปิ ผลเมว อุปฺปชฺชติ, น มคฺโค. ผลญฺจสฺส สเจ อเนน ปฐมชฺฌานิโก มคฺโค อธิคโต โหติ, ปฐมชฺฌานิกเมว อุปฺปชฺชติ, สเจ ทุติยาทีสุ อญฺญตรชฺฌานิโก, ทุติยาทีสุ อญฺญตรชฺฌานิกเมวาติ เอวํ ตาวสฺสา สมาปชฺชนํ โหติ.

‘‘ตโย โข, อาวุโส, ปจฺจยา อนิมิตฺตาย เจโตวิมุตฺติยา ฐิติยา สพฺพนิมิตฺตานญฺจ อมนสิกาโร, อนิมิตฺตาย จ ธาตุยา มนสิกาโร, ปุพฺเพ จ อภิสงฺขาโร’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๕๘) วจนโต ปนสฺสา ตีหากาเรหิ ฐานํ โหติ. ตตฺถ ปุพฺเพ จ อภิสงฺขาโรติ สมาปตฺติโต ปุพฺเพ กาลปริจฺเฉโท. ‘‘อสุกสฺมึ นาม กาเล วุฏฺฐหิสฺสามี’’ติ ปริจฺฉินฺนตฺตา หิสฺสา ยาว โส กาโล นาคจฺฉติ, ตาว ฐานํ โหติ. เอวมสฺส ฐานํ โหติ.

‘‘เทฺว โข, อาวุโส, ปจฺจยา อนิมิตฺตาย เจโตวิมุตฺติยา วุฏฺฐานาย สพฺพนิมิตฺตานญฺจ มนสิกาโร, อนิมิตฺตาย จ ธาตุยา อมนสิกาโร’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๕๘) วจนโต ปนสฺสา ทฺวีหากาเรหิ วุฏฺฐานํ โหติ. ตตฺถ สพฺพนิมิตฺตานนฺติ รูปนิมิตฺตเวทนาสญฺญาสงฺขารวิญฺญาณนิมิตฺตานํ. กามญฺจ น สพฺพาเนเวตานิ เอกโต มนสิ กโรติ, สพฺพสงฺคาหิกวเสน ปเนตํ วุตฺตํ. ตสฺมา ยํ ภวงฺคสฺส อารมฺมณํ โหติ, ตํ มนสิกโรโต ผลสมาปตฺติโต วุฏฺฐานํ โหตีติ เอวมสฺสา วุฏฺฐานํ เวทิตพฺพํ.

กึ ผลสฺส อนนฺตรํ, กสฺส จ ผลํ อนนฺตรนฺติ? ผลสฺส ตาว ผลเมว วา อนนฺตรํ โหติ ภวงฺคํ วา. ผลํ ปน อตฺถิ มคฺคานนฺตรํ, อตฺถิ ผลานนฺตรํ, อตฺถิ โคตฺรภุอนนฺตรํ, อตฺถิ เนวสญฺญานาสญฺญายตนานนฺตรนฺติ. ตตฺถ มคฺควีถิยํ มคฺคานนฺตรํ, ปุริมสฺส ปุริมสฺส ปจฺฉิมํ ปจฺฉิมํ ผลานนฺตรํ, ผลสมาปตฺตีสุ ปุริมํ ปุริมํ โคตฺรภุอนนฺตรํ. โคตฺรภูติ เจตฺถ อนุโลมํ เวทิตพฺพํ. วุตฺตเญฺหตํ ปฏฺฐาเน ‘‘อรหโต อนุโลมํ ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. เสกฺขานํ อนุโลมํ ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๔๑๗). เยน ผเลน นิโรธา วุฏฺฐานํ โหติ, ตํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนานนฺตรนฺติ. ตตฺถ ฐเปตฺวา มคฺควีถิยํ อุปฺปนฺนผลํ อวเสสํ สพฺพํ ผลสมาปตฺติวเสน ปวตฺตํ นาม. เอวเมตํ มคฺควีถิยํ วา ผลสมาปตฺติยํ วา อุปฺปชฺชนวเสน –

‘‘ปฏิปฺปสฺสทฺธทรถํ, อมตารมฺมณํ สุภํ;

วนฺตโลกามิสํ สนฺตํ, สามญฺญผลมุตฺตม’’นฺติ.

อยเมตฺถ ผลสมาปตฺติกถา.

ตทชฺฌุเปกฺขิตฺวาติ ตํ สงฺขารุเปกฺขํ อญฺเญน ตาทิเสเนว วิปสฺสนาญาเณน อชฺฌุเปกฺขิตฺวา. สุญฺญตวิหาเรน วาติอาทีสุ ผลสมาปตฺตึ วินา วิปสฺสนาวิหาเรเนว วิหริตุกามสฺส อรหโต อตฺตาภินิเวสํ ภยโต ทิสฺวา สุญฺญตาธิมุตฺตสฺส สงฺขารุเปกฺขาย วยํ ปสฺสนฺตสฺส วิปสฺสนตฺตยวิหาโร สุญฺญตวิหาโร นาม, สงฺขารนิมิตฺตํ ภยโต ทิสฺวา อนิมิตฺตาธิมุตฺตสฺส สงฺขารุเปกฺขาย วยํ ปสฺสนฺตสฺส วิปสฺสนตฺตยวิหาโร อนิมิตฺตวิหาโร นาม, ตณฺหาปณิธึ ภยโต ทิสฺวา อปฺปณิหิตาธิมุตฺตสฺส สงฺขารุเปกฺขาย วยํ ปสฺสนฺตสฺส วิปสฺสนตฺตยวิหาโร อปฺปณิหิตวิหาโร นาม. ตถา หิ ปรโต วุตฺตํ –

‘‘อภินิเวสํ ภยโต สมฺปสฺสมาโน สุญฺญเต อธิมุตฺตตฺตา ผุสฺส ผุสฺส วยํ ปสฺสติ, สุญฺญโต วิหาโร. นิมิตฺตํ ภยโต สมฺปสฺสมาโน อนิมิตฺเต อธิมุตฺตตฺตา ผุสฺส ผุสฺส วยํ ปสฺสติ, อนิมิตฺโต วิหาโร. ปณิธึ ภยโต สมฺปสฺสมาโน อปฺปณิหิเต อธิมุตฺตตฺตา ผุสฺส ผุสฺส วยํ ปสฺสติ, อปฺปณิหิโต วิหาโร’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๗๘).

ฉฬงฺคุเปกฺขาสพฺภาเวน จ ปฏิกูเล อปฺปฏิกูลสญฺญาทิวิหารสพฺภาเวน จ อรหโตเยว สพฺพากาเรน จิตฺตํ วเส วตฺตติ, ตโต อยํ วิปสฺสนาวิหาโร อรหโตเยว อิชฺฌตีติ วุตฺตํ โหติ. วีตราโค สงฺขารุเปกฺขํ วิปสฺสติ วาติ เอตฺถ ปน ติธา จ ภยํ, ติธา จ อธิมุตฺตึ อนาปชฺชิตฺวา เกวลํ วิปสฺสนาติ เวทิตพฺพา. เอวญฺหิ สติ ปุพฺพาปรวิเสโส โหติ.

๕๖. อิทานิ ทฺวินฺนํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ วเสน สงฺขารุเปกฺขาย เอกตฺตนานตฺตเภทํ ทสฺเสตุกาโม กถํ ปุถุชฺชนสฺส จ เสกฺขสฺส จาติอาทิมาห. ตตฺถ จิตฺตสฺส อภินีหาโร เอกตฺตํ โหตีติ เอโก โหติ, สกตฺเถ ภาววจนนฺติ เวทิตพฺพํ. ยถา อิทปฺปจฺจยา เอว อิทปฺปจฺจยตาติ วุตฺตํ, ตถา เอโกว เอกตฺตํ. อภินีหาโรติ สามิอตฺเถ ปจฺจตฺตวจนํ วา, อภินีหารสฺสาติ อตฺโถ. ‘‘โส เทโส สมฺมชฺชิตฺวา’’ติอาทีสุ (มหาว. ๑๖๘) วิย วิภตฺติวิปลฺลาโส กโตติ เวทิตพฺโพ. จิตฺตํ กิลิสฺสตีติ วิปสฺสนานิกนฺติสงฺขาเตน โลภกิเลเสน จิตฺตํ กิลิสฺสติ, ตาปียติ พาธียตีติ อตฺโถ. ภาวนาย ปริปนฺโถ โหตีติ ปฏิลทฺธาย วิปสฺสนาภาวนาย อุปฆาโต โหติ. ปฏิเวธสฺส อนฺตราโย โหตีติ วิปสฺสนาภาวนาย ปฏิลภิตพฺพสฺส สจฺจปฺปฏิเวธสฺส ปฏิลาภนฺตราโย โหติ. อายตึ ปฏิสนฺธิยา ปจฺจโย โหตีติ สงฺขารุเปกฺขาสมฺปยุตฺตกมฺมสฺส พลวตฺตา เตเนว สุคติปฏิสนฺธิยา ทียมานาย อตินนฺทนสงฺขาโต โลภกิเลโส อนาคเต กามาวจรสุคติปฏิสนฺธิยา ปจฺจโย โหติ. ยสฺมา กิเลสสหายํ กมฺมํ วิปากํ ชเนติ, ตสฺมา กมฺมํ ชนกปจฺจโย โหติ, กิเลโส อุปตฺถมฺภกปจฺจโย. เสกฺขสฺส ปน อุตฺตริปฏิเวธสฺสาติ สกทาคามิมคฺคาทิวเสน สจฺจปฺปฏิเวธสฺส. อายตึ ปฏิสนฺธิยา ปจฺจโย โหตีติ เสกฺเขสุ โสตาปนฺนสกทาคามีนํ อนธิคตชฺฌานานํ สงฺขารุเปกฺขากมฺเมน ทียมานาย กามาวจรสุคติปฏิสนฺธิยา อภินนฺทนกิเลโส ปจฺจโย โหติ, ฌานลาภีนํ ปน อนาคามิสฺส จ พฺรหฺมโลเกเยว ปฏิสนฺธานโต ปจฺจโย น โหติ, อนุโลมโคตฺรภูหิ จ ทียมานาย ปฏิสนฺธิยา อยเมว กิเลโส ปจฺจโย โหตีติ เวทิตพฺโพ.

อนิจฺจโตติ หุตฺวา อภาวฏฺเฐน อนิจฺจนฺติกตาย อาทิอนฺตวนฺตตาย จ อนิจฺจโต. ทุกฺขโตติ อภิณฺหํ ปฏิปีฬนฏฺเฐน อุปฺปาทวยปฏิปีฬนตาย ทุกฺขวตฺถุตาย จ ทุกฺขโต. อนตฺตโตติ อวสวตฺตนฏฺเฐน ปจฺจยายตฺตวุตฺติตาย สามินิวาสีการกเวทกาภาเวน จ อนตฺตโต. อนุปสฺสนฏฺเฐนาติ อนุ อนุ อนิจฺจาทิโต ปสฺสนฏฺเฐน. อภินีหาโร นานตฺตํ โหตีติ อภินีหาโร นานา โหตีติ วา อภินีหารสฺส นานาภาโว โหตีติ วา เวทิตพฺพํ.

กุสลาติ อาโรคฺยฏฺเฐน อนวชฺชฏฺเฐน โกสลฺลสมฺภูตฏฺเฐน จ. อพฺยากตาติ กุสลากุสลภาเวน น พฺยากตา. กิญฺจิกาเล สุวิทิตาติ วิปสฺสนากาเล สุฏฺฐุ วิทิตา. กิญฺจิกาเล น สุวิทิตาติ อภินนฺทนกาเล น สุฏฺฐุ วิทิตา. อจฺจนฺตํ สุวิทิตาติ อภินนฺทนาย ปหีนตฺตา เอกนฺเตน สุวิทิตา. วิทิตฏฺเฐน จ อวิทิตฏฺเฐน จาติ เอตฺถ ปุถุชฺชนเสกฺขานํ สุวิทิตฏฺโฐปิ วีตราคสฺส อจฺจนฺตสุวิทิตฏฺโฐปิ วิทิตฏฺโฐว โหติ, ทฺวินฺนมฺปิ น สุวิทิตฏฺโฐ อวิทิตฏฺโฐว.

อติตฺตตฺตาติ วิปสฺสนาย กรณียสฺส อปริโยสิตตฺตา อปฺปณีตภาเวน. ตพฺพิปรีเตน ติตฺตตฺตา. ติณฺณํ สญฺโญชนานํ ปหานายาติ สกฺกายทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาสีลพฺพตปรามาสานํ ปหานตฺถํ. ปจฺฉิมภวิกาปิ โพธิสตฺตา เอตฺเถว สงฺคหํ คจฺฉนฺติ. อปจฺฉิมภวิกา ปน วิปสฺสนํ สงฺขารุเปกฺขํ ปาเปตฺวา ฐเปนฺติ. โสตาปตฺติมคฺคํ ปฏิลาภตฺถายาติ อสมาเสตฺวา ปฐนฺติ, สมาเสตฺวา ปาโฐ สุนฺทรตโร. เสกฺโข ติณฺณํ สญฺโญชนานํ ปหีนตฺตาติ โสตาปนฺนสกทาคามิอนาคามีนํ สามญฺเญน วุตฺตํ. สกทาคามิอนาคามีนมฺปิ หิ ตานิ ปหีนาเนว. อุตฺตริปฏิลาภตฺถายาติ อุปรูปริมคฺคปฏิลาภตฺถํ. ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารตฺถายาติ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปจฺจกฺเข อตฺตภาเว โย สุโข วิหาโร, ตทตฺถาย. วิหารสมาปตฺตฏฺเฐนาติ เสกฺขสฺส ผลสมาปตฺตฏฺเฐน, วีตราคสฺส วิปสฺสนาวิหารผลสมาปตฺตฏฺเฐน.

๕๗. อิทานิ สงฺขารุเปกฺขานํ คณนปริจฺเฉทํ ทสฺเสตุํ กติ สงฺขารุเปกฺขาติอาทิมาห. ตตฺถ สมถวเสนาติ สมาธิวเสน. อยเมว วา ปาโฐ. นีวรเณ ปฏิสงฺขาติ ปญฺจ นีวรณานิ ปหาตพฺพภาเวน ปริคฺคเหตฺวา. สนฺติฏฺฐนาติ นีวรณานํ ปหานาภิมุขีภูตตฺตา เตสํ ปหาเนปิ อพฺยาปารภาวูปคมเนน มชฺฌตฺตตาย สนฺติฏฺฐนา. สงฺขารุเปกฺขาสูติ นีวรณปฺปหาเน พฺยาปารากรเณน นีวรณสงฺขาตานํ สงฺขารานํ อุเปกฺขนาสุ. เอส นโย วิตกฺกวิจาราทีสุ จ. สมเถ สงฺขารุเปกฺขา นาม อปฺปนาวีถิยา อาสนฺนปุพฺพภาเค พลปฺปตฺตภาวนามยญาณํ. โสตาปตฺติมคฺคํ ปฏิลาภตฺถายาติอาทีสุ จตูสุ มคฺควาเรสุ สุญฺญตานิมิตฺตอปฺปณิหิตมคฺคานํ อญฺญตรญฺญตโร มคฺโค ลพฺภติ. โสตาปตฺติผลสมาปตฺตตฺถายาติอาทีสุ จตูสุ ผลวาเรสุ ปน อปฺปณิหิตา ผลสมาปตฺติ เวทิตพฺพา. กสฺมา? ‘‘สุญฺญตวิหารสมาปตฺตตฺถาย อนิมิตฺตวิหารสมาปตฺตตฺถายา’’ติ อิตราสํ ทฺวินฺนํ ผลสมาปตฺตีนํ วิสุํ วุตฺตตฺตา. อนิจฺจานุปสฺสนาวุฏฺฐานวเสน หิ อนิมิตฺตมคฺโค, ตเถว ผลสมาปตฺติกาเล อนิมิตฺตผลสมาปตฺติ, ทุกฺขานุปสฺสนาวุฏฺฐานวเสน อปฺปณิหิตมคฺคผลสมาปตฺติโย, อนตฺตานุปสฺสนาวุฏฺฐานวเสน สุญฺญตมคฺคผลสมาปตฺติโย สุตฺตนฺตนเยเนว เวทิตพฺพา.

เอตฺถ จ จตูสุ มคฺควาเรสุ อุปฺปาทนฺติอาทีนิ ปญฺจ มูลปทานิ, คตินฺติอาทีนิ ทส เววจนปทานีติ ปนฺนรส ปทานิ วุตฺตานิ. ฉสุ ปน ผลสมาปตฺติวาเรสุ ปญฺจ มูลปทาเนว วุตฺตานิ. ตํ กสฺมา อิติ เจ? สงฺขารุเปกฺขาย ติกฺขภาเว สติ กิเลสปฺปหาเน สมตฺถสฺส มคฺคสฺส สมฺภวโต ตสฺสา ติกฺขภาวทสฺสนตฺถํ เววจนปเทหิ สห ทฬฺหํ กตฺวา มูลปทานิ วุตฺตานิ. ผลสฺส นิรุสฺสาหภาเวน สนฺตสภาวตฺตา มคฺคายตฺตตฺตา จ มนฺทภูตาปิ สงฺขารุเปกฺขา ผลสฺส ปจฺจโย โหตีติ ทสฺสนตฺถํ มูลปทาเนว วุตฺตานีติ เวทิตพฺพานิ.

๕๘. อิทานิ ชาติวเสน ปุจฺฉิตฺวา ลพฺภมานวเสน วิสฺสชฺเชตุํ กติ สงฺขารุเปกฺขา กุสลาติอาทิมาห. ตตฺถ ปนฺนรส สงฺขารุเปกฺขาติ สมถวเสน อฏฺฐ, จตุนฺนํ มคฺคานํ ติณฺณํ ผลานํ วเสน สตฺตาติ ปนฺนรส. สมถวเสน อฏฺฐ สงฺขารุเปกฺขา อรหโต นีวรณปฏิสงฺขาอภาวโต, วิตกฺกวิจาราทีนํ ปหานพฺยาปารํ วินา สุเขน ปหานโต จ สงฺขารุเปกฺขานามสฺส อนนุรูปาติ กตฺวา ตาสํ อพฺยากตตา น วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. อรหตา ปน ผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชนฺเตน สงฺขารุเปกฺขํ วินา สมาปชฺชิตุํ น สกฺกาติ ติสฺโส สงฺขารุเปกฺขา อพฺยากตาติ วุตฺตา. อปฺปณิหิตสุญฺญตานิมิตฺตวเสน หิ อรหโต ติสฺโส สงฺขารุเปกฺขา.

อิทานิ สงฺขารุเปกฺขานํ สํวณฺณนาวเสน วุตฺตาสุ ตีสุ คาถาสุ ปฏิสงฺขาสนฺติฏฺฐนา ปญฺญาติ สงฺขารุเปกฺขา. อฏฺฐ จิตฺตสฺส โคจราติ สมถวเสน วุตฺตา อฏฺฐ สงฺขารุเปกฺขา สมาธิสฺส วิสยา, ภูมิโยติ อตฺโถ. ‘‘จิตฺตํ ปญฺญญฺจ ภาวย’’นฺติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๒๓, ๑๙๒) วิย จิตฺตสีเสน สมาธิ นิทฺทิฏฺโฐ, ‘‘โคจเร, ภิกฺขเว, จรถ สเก เปตฺติเก วิสเย’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๕.๓๗๒) วิย โคจรสทฺเทน วิสโย. ยญฺหิ ยทายตฺตํ, ตสฺเสโส วิสโยติ วุจฺจติ. ปุถุชฺชนสฺส เทฺวติ สมถวเสน วิปสฺสนาวเสน จ. ตโยเสกฺขสฺสาติ สมถวิปสฺสนาสมาปตฺติวเสน. ตโย จ วีตราคสฺสาติ อปฺปณิหิตสุญฺญตานิมิตฺตผลสมาปตฺติวเสน. ‘‘ติสฺโส’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘ตโย’’ติ จ ลิงฺควิปลฺลาโส กโต. ตโย สงฺขารุเปกฺขา ธมฺมาติ วา โยเชตพฺพํ. เยหิ จิตฺตํ วิวฏฺฏตีติ เยหิ สงฺขารุเปกฺขาธมฺเมหิ วิตกฺกวิจาราทิโต, อุปฺปาทาทิโต วา จิตฺตํ อปคจฺฉติ. วีตราคสฺสาปิ หิ สงฺขารุเปกฺขาสพฺภาวโต จ สงฺขารโต จิตฺตํ วิวฏฺฏิตฺวา นิพฺพานํ ปกฺขนฺทตีติ วุตฺตํ โหติ. อฏฺฐ สมาธิสฺส ปจฺจยาติ สมถวเสน วุตฺตา อฏฺฐ อปฺปนาสมฺปาปกตฺตา อปฺปนาสมาธิสฺส ปจฺจยา. ทส ญาณสฺส โคจราติ วิปสฺสนาวเสน วุตฺตา ทส มคฺคญาณสฺส ผลญาณสฺส จ ภูมิโย. ติณฺณํ วิโมกฺขาน ปจฺจยาติ สุญฺญตานิมิตฺตอปฺปณิหิตวิโมกฺขานํ อุปนิสฺสยปจฺจยา. นานาทิฏฺฐีสุ น กมฺปตีติ ภงฺคํ อวิสฺสชฺชิตฺวาว สงฺขาเร อนิจฺจาทิวเสน วิปสฺสนฺโต สสฺสตทิฏฺฐิอาทีสุ นานปฺปการาสุ ทิฏฺฐีสุ น เวธตีติ.

สงฺขารุเปกฺขาญาณนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.