๑๘. ภูมินานตฺตญาณนิทฺเทสวณฺณนา

๗๒. ภูมินานตฺตญาณนิทฺเทเส ภูมิโยติ ภาคา ปริจฺเฉทา วา. กามาวจราติ เอตฺถ ทุวิโธ กาโม กิเลสกาโม วตฺถุกาโม จ. กิเลสกาโม ฉนฺทราโค, วตฺถุกาโม เตภูมกวฏฺฏํ. กิเลสกาโม กาเมตีติ กาโม, วตฺถุกาโม กามียตีติ กาโม. โส ทุวิโธ กาโม ปวตฺติวเสน ยสฺมึ ปเทเส อวจรติ, โส ปเทโส กาโม เอตฺถ อวจรตีติ กามาวจโร. โส ปน ปเทโส จตุนฺนํ อปายานํ, มนุสฺสโลกสฺส, ฉนฺนญฺจ เทวโลกานํ วเสน เอกาทสวิโธ. ยถา หิ ยสฺมึ ปเทเส สสตฺถา ปุริสา อวจรนฺติ, โส วิชฺชมาเนสุปิ อญฺเญสุ ทฺวิปทจตุปฺปเทสุ อวจรนฺเตสุ เตสํ อภิลกฺขิตตฺตา ‘‘สสตฺถาวจโร’’ติ วุจฺจติ, เอวํ วิชฺชมาเนสุปิ อญฺเญสุ รูปาวจราทีสุ ตตฺถ อวจรนฺเตสุ เตสํ อภิลกฺขิตตฺตา อยํ ปเทโส ‘‘กามาวจโร’’เตฺวว วุจฺจติ. สฺวายํ ยถา รูปภโว รูปํ, เอวํ อุตฺตรปทโลปํ กตฺวา ‘‘กาโม’’เตฺวว วุจฺจติ. ตปฺปฏิพทฺโธ เอเกโก ธมฺโม อิมสฺมึ เอกาทสวิธปเทสสงฺขาเต กาเม อวจรตีติ กามาวจโร. กิญฺจาปิ หิ เอตฺถ เกจิ ธมฺมา รูปารูปภเวสุปิ อวจรนฺติ, ยถา ปน สงฺคาเม อวจรณโต ‘‘สงฺคามาวจโร’’ติ ลทฺธนาโม นาโค นคเร จรนฺโตปิ ‘‘สงฺคามาวจโร’’เตฺวว วุจฺจติ, ถลชลจรา จ ปาณิโน อถเล อชเล จ ฐิตาปิ ‘‘ถลจรา ชลจรา’’เตฺวว วุจฺจนฺติ, เอวํ เต อญฺญตฺถ อวจรนฺตาปิ กามาวจราเยวาติ เวทิตพฺพา. อารมฺมณกรณวเสน วา เอเตสุ วุตฺตปฺปกาเรสุ ธมฺเมสุ กาโม อวจรตีติ กามาวจรา. กามญฺเจส รูปารูปาวจรธมฺเมสุปิ อวจรติ, ยถา ปน ‘‘วทตีติ วจฺโฉ, มหิยํ เสตีติ มหึโส’’ติ วุตฺเต น ยตฺตกา วทนฺติ, มหิยํ วา เสนฺติ, สพฺเพสํ ตํ นามํ โหติ. เอวํสมฺปทมิทํ เวทิตพฺพํ. เอตฺถ สพฺเพ เต ธมฺเม เอกราสึ กตฺวา วุตฺตภูมิสทฺทมเปกฺขิตฺวา กามาวจราติ อิตฺถิลิงฺควจนํ กตํ. รูปาวจราติอาทีสุ รูปภโว รูปํ, ตสฺมึ รูเป อวจรนฺตีติ รูปาวจรา. อรูปภโว อรูปํ, ตสฺมึ อรูเป อวจรนฺตีติ อรูปาวจรา. เตภูมกวฏฺเฏ ปริยาปนฺนา อนฺโตคธาติ ปริยาปนฺนา, ตสฺมึ น ปริยาปนฺนาติ อปริยาปนฺนา.

กามาวจราทิภูมินิทฺเทเสสุ เหฏฺฐโตติ เหฏฺฐาภาเคน. อวีจินิรยนฺติ ชาลานํ วา สตฺตานํ วา เวทนานํ วา วีจิ อนฺตรํ ฉิทฺทํ เอตฺถ นตฺถีติ อวีจิ. สุขสงฺขาโต อโย เอตฺถ นตฺถีติ นิรโย, นิรติอตฺเถนปิ นิรโย. ปริยนฺตํ กริตฺวาติ ตํ อวีจิสงฺขาตํ นิรยํ อนฺตํ กตฺวา. อุปริโตติ อุปริภาเคน. ปรนิมฺมิตวสวตฺตี เทเวติ ปรนิมฺมิเตสุ กาเมสุ วสํ วตฺตนโต เอวํลทฺธโวหาเร เทเว. อนฺโต กริตฺวาติ อนฺโต ปกฺขิปิตฺวา. ยํ เอตสฺมึ อนฺตเรติ เย เอตสฺมึ โอกาเส. ยนฺติ จ ลิงฺควจนวิปลฺลาโส กโต. เอตฺถาวจราติ อิมินา ยสฺมา ตสฺมึ อนฺตเร อญฺเญปิ จรนฺติ กทาจิ กตฺถจิ สมฺภวโต, ตสฺมา เตสํ อสงฺคณฺหนตฺถํ อวจราติ วุตฺตํ. เตน เย เอกสฺมึ อนฺตเร โอคาฬฺหา หุตฺวา จรนฺติ, สพฺพตฺถ สทา จ สมฺภวโต, อโธภาเค จ จรนฺติ อวีจินิรยสฺส เหฏฺฐา ภูตูปาทาย ปวตฺติภาเวน, เตสํ สงฺคโห กโต โหติ. เต หิ โอคาฬฺหา จรนฺติ, อโธภาเค จ จรนฺตีติ อวจรา. เอตฺถ ปริยาปนฺนาติ อิมินา ปน ยสฺมา เอเต เอตฺถาวจรา อญฺญตฺถาปิ อวจรนฺติ, น ปน ตตฺถ ปริยาปนฺนา โหนฺติ, ตสฺมา เตสํ อญฺญตฺถาปิ อวจรนฺตานํ ปริคฺคโห กโต โหติ.

อิทานิ เต เอตฺถ ปริยาปนฺเน ธมฺเม ราสิสุญฺญตาปจฺจยภาวโต เจว สภาวโต จ ทสฺเสนฺโต ขนฺธธาตุอายตนาติอาทิมาห. พฺรหฺมโลกนฺติ ปฐมชฺฌานภูมิสงฺขาตํ พฺรหฺมฏฺฐานํ. อกนิฏฺเฐติ อุตฺตมฏฺเฐน น กนิฏฺเฐ. สมาปนฺนสฺสาติ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส. เอเตน กุสลชฺฌานํ วุตฺตํ. อุปปนฺนสฺสาติ วิปากวเสน พฺรหฺมโลเก อุปปนฺนสฺส. เอเตน วิปากชฺฌานํ วุตฺตํ. ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาริสฺสาติ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปจฺจกฺเข อตฺตภาเว สุโข วิหาโร ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาโร, โส อสฺส อตฺถีติ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารี, อรหา. ตสฺส ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาริสฺส. เอเตน กิริยชฺฌานํ วุตฺตํ. เจตสิกาติ เจตสิ ภวา เจตสิกา, จิตฺตสมฺปยุตฺตาติ อตฺโถ. อากาสานญฺจายตนูปเคติ อากาสานญฺจายตนสงฺขาตํ ภวํ อุปคเต. ทุติยปเทปิ เอเสว นโย. มคฺคาติ จตฺตาโร อริยมคฺคา. มคฺคผลานีติ จตฺตาริ อริยมคฺคผลานิ. อสงฺขตา จ ธาตูติ ปจฺจเยหิ อกตา นิพฺพานธาตุ.

อปราปิ จตสฺโส ภูมิโยติ เอเกกจตุกฺกวเสน เวทิตพฺพา. จตฺตาโร สติปฏฺฐานาติ กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานํ เวทนานุปสฺสนาสติปฏฺฐานํ จิตฺตานุปสฺสนาสติปฏฺฐานํ ธมฺมานุปสฺสนาสติปฏฺฐานํ. ตสฺสตฺโถ – ปติฏฺฐาตีติ ปฏฺฐานํ, อุปฏฺฐาติ โอกฺกนฺทิตฺวา ปกฺขนฺทิตฺวา ปวตฺตตีติ อตฺโถ. สติเยว ปฏฺฐานํ สติปฏฺฐานํ. อถ วา สรณฏฺเฐน สติ, อุปฏฺฐานฏฺเฐน ปฏฺฐานํ, สติ จ สา ปฏฺฐานญฺจาติปิ สติปฏฺฐานํ. อารมฺมณวเสน พหุกา ตา สติโยติ สติปฏฺฐานา. จตฺตาโร สมฺมปฺปธานาติ อนุปฺปนฺนานํ อกุสลานํ อนุปฺปาทาย สมฺมปฺปธานํ, อุปฺปนฺนานํ อกุสลานํ ปหานาย สมฺมปฺปธานํ, อนุปฺปนฺนานํ กุสลานํ อุปฺปาทาย สมฺมปฺปธานํ, อุปฺปนฺนานํ กุสลานํ ฐิติยา สมฺมปฺปธานํ. ปทหนฺติ วายมนฺติ เอเตนาติ ปธานํ, วีริยสฺเสตํ นามํ. สมฺมปฺปธานนฺติ อวิปรีตปฺปธานํ การณปฺปธานํ อุปายปฺปธานํ โยนิโสปธานํ. เอกเมว วีริยํ กิจฺจวเสน จตุธา กตฺวา สมฺมปฺปธานาติ วุตฺตํ. จตฺตาโร อิทฺธิปาทาติ ฉนฺทิทฺธิปาโท, จิตฺติทฺธิปาโท, วีริยิทฺธิปาโท, วีมํสิทฺธิปาโท. ตสฺสตฺโถ วุตฺโตเยว. จตฺตาริ ฌานานีติ วิตกฺกวิจารปีติสุขจิตฺเตกคฺคตาวเสน ปญฺจงฺคิกํ ปฐมชฺฌานํ. ปีติสุขจิตฺเตกคฺคตาวเสน ติวงฺคิกํ ทุติยชฺฌานํ, สุขจิตฺตกคฺคตาวเสน ทุวงฺคิกํ ตติยชฺฌานํ, อุเปกฺขาจิตฺเตกคฺคตาวเสน ทุวงฺคิกํ จตุตฺถชฺฌานํ. อิมานิ หิ องฺคานิ อารมฺมณูปนิชฺฌานฏฺเฐน ฌานนฺติ วุจฺจนฺติ. จตสฺโส อปฺปมญฺญาโยติ เมตฺตา, กรุณา, มุทิตา, อุเปกฺขา. ผรณอปฺปมาณวเสน อปฺปมญฺญาโย. เอตาโย หิ อารมฺมณวเสน อปฺปมาเณ วา สตฺเต ผรนฺติ, เอกํ สตฺตมฺปิ วา อนวเสสผรณวเสน ผรนฺตีติ ผรณอปฺปมาณวเสน อปฺปมญฺญาโยติ วุจฺจนฺติ. จตสฺโส อรูปสมาปตฺติโยติ อากาสานญฺจายตนสมาปตฺติ, วิญฺญาณญฺจายตนสมาปตฺติ, อากิญฺจญฺญายตนสมาปตฺติ, เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติ. จตสฺโส ปฏิสมฺภิทา วุตฺตตฺถา เอว.

จตสฺโส ปฏิปทาติ ‘‘ทุกฺขา ปฏิปทา ทนฺธาภิญฺญา, ทุกฺขา ปฏิปทา ขิปฺปาภิญฺญา, สุขา ปฏิปทา ทนฺธาภิญฺญา, สุขา ปฏิปทา ขิปฺปาภิญฺญา’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๑๑) วุตฺตา จตสฺโส ปฏิปทา. จตฺตาริ อารมฺมณานีติ ปริตฺตํ ปริตฺตารมฺมณํ, ปริตฺตํ อปฺปมาณารมฺมณํ, อปฺปมาณํ ปริตฺตารมฺมณํ, อปฺปมาณํ อปฺปมาณารมฺมณนฺติ (ธ. ส. ๑๘๑ อาทโย) วุตฺตานิ จตฺตาริ อารมฺมณานิ. กสิณาทิอารมฺมณานํ อววตฺถาเปตพฺพโต อารมฺมณวนฺตานิ ฌานานิ วุตฺตานีติ เวทิตพฺพานิ. จตฺตาโร อริยวํสาติ อริยา วุจฺจนฺติ พุทฺธา จ ปจฺเจกพุทฺธา จ ตถาคตสาวกา จ, เตสํ อริยานํ วํสา ตนฺติโย ปเวณิโยติ อริยวํสา. เก ปน เต? จีวรสนฺโตโส ปิณฺฑปาตสนฺโตโส เสนาสนสนฺโตโส ภาวนารามตาติ อิเม จตฺตาโร. คิลานปจฺจยสนฺโตโส ปิณฺฑปาตสนฺโตเส วุตฺเต วุตฺโตเยว โหติ. โย หิ ปิณฺฑปาเต สนฺตุฏฺโฐ, โส กถํ คิลานปจฺจเย อสนฺตุฏฺโฐ ภวิสฺสติ.

จตฺตาริ สงฺคหวตฺถูนีติ จตฺตาริ ชนสงฺคณฺหนการณานิ – ทานญฺจ เปยฺยวชฺชญฺจ อตฺถจริยา จ สมานตฺตตา จาติ อิมานิ จตฺตาริ. ทานนฺติ ยถารหํ ทานํ. เปยฺยวชฺชนฺติ ยถารหํ ปิยวจนํ. อตฺถจริยาติ ตตฺถ ตตฺถ กตฺตพฺพสฺส กรณวเสน กตฺตพฺพากตฺตพฺพานุสาสนวเสน จ วุทฺธิกิริยา. สมานตฺตตาติ สห มาเนน สมาโน, สปริมาโณ สปริคณโนติ อตฺโถ. สมาโน ปรสฺส อตฺตา เอเตนาติ สมานตฺโต, สมานตฺตสฺส ภาโว สมานตฺตตา, ‘‘อยํ มยา หีโน, อยํ มยา สทิโส, อยํ มยา อธิโก’’ติ ปริคเณตฺวา ตทนุรูเปน อุปจรณํ กรณนฺติ อตฺโถ. ‘‘สมานสุขทุกฺขตา สมานตฺตตา’’ติ จ วทนฺติ.

จตฺตาริ จกฺกานีติ เอตฺถ จกฺกํ นาม ทารุจกฺกํ, รตนจกฺกํ, ธมฺมจกฺกํ, อิริยาปถจกฺกํ, สมฺปตฺติจกฺกนฺติ ปญฺจวิธํ. ตตฺถ ‘‘ยํ ปน ตํ, เทว, จกฺกํ ฉหิ มาเสหิ นิฏฺฐิตํ ฉารตฺตูเนหี’’ติ (อ. นิ. ๓.๑๕) อิทํ ทารุจกฺกํ. ‘‘จกฺกํ วตฺตยโต ปริคฺคเหตฺวา’’ติ (ชา. ๑.๑๓.๖๘) อิทํ รตนจกฺกํ. ‘‘มยา ปวตฺติตํ จกฺก’’นฺติ (สุ. นิ. ๕๖๒) อิทํ ธมฺมจกฺกํ. ‘‘จตุจกฺกํ นวทฺวาร’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๒๙) อิทํ อิริยาปถจกฺกํ. ‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, จกฺกานิ, เยหิ สมนฺนาคตานํ เทวมนุสฺสานํ จตุจกฺกํ วตฺตติ. กตมานิ จตฺตาริ? ปติรูปเทสวาโส, สปฺปุริสาวสฺสโย, อตฺตสมฺมาปณิธิ, ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตา’’ติ (อ. นิ. ๔.๓๑) อิทํ สมฺปตฺติจกฺกํ. อิธาปิ เอตเทว อธิปฺเปตํ. ตตฺถ ปติรูปเทสวาโสติ ยตฺถ จตสฺโส ปริสา สนฺทิสฺสนฺติ, เอวรูเป อนุจฺฉวิเก เทเส วาโส. สปฺปุริสาวสฺสโยติ พุทฺธาทีนํ สปฺปุริสานํ อวสฺสยนํ เสวนํ ภชนํ. อตฺตสมฺมาปณิธีติ อตฺตโน สมฺมา ปติฏฺฐาปนํ. สเจ ปุพฺเพ อสฺสทฺธาทีหิ สมนฺนาคโต โหติ, ตานิ ปหาย สทฺธาทีสุ ปติฏฺฐาปนํ. ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตาติ ปุพฺเพ อุปจิตกุสลตา. อิทเมว เจตฺถ ปมาณํ. เยน หิ ญาณสมฺปยุตฺตจิตฺเตน กุสลกมฺมํ กตํ โหติ, ตเทว กุสลํ ตํ ปุริสํ ปติรูปเทเส อุปเนติ, สปฺปุริเส ภชาเปติ, โส เอว ปุคฺคโล อตฺตานํ สมฺมา ฐเปตีติ.

จตฺตาริ ธมฺมปทานีติ จตฺตาโร ธมฺมโกฏฺฐาสา. กตมานิ จตฺตาริ? อนภิชฺฌา ธมฺมปทํ, อพฺยาปาโท ธมฺมปทํ, สมฺมาสติ ธมฺมปทํ, สมฺมาสมาธิ ธมฺมปทํ. อนภิชฺฌา ธมฺมปทํ นาม อโลโภ วา อนภิชฺฌาวเสน อธิคตชฺฌานวิปสฺสนามคฺคผลนิพฺพานานิ วา. อพฺยาปาโท ธมฺมปทํ นาม อโกโป วา เมตฺตาสีเสน อธิคตชฺฌานาทีนิ วา. สมฺมาสติ ธมฺมปทํ นาม สูปฏฺฐิตสฺสติ วา สติสีเสน อธิคตชฺฌานาทีนิ วา. สมฺมาสมาธิ ธมฺมปทํ นาม อฏฺฐสมาปตฺติ วา อฏฺฐสมาปตฺติสีเสน อธิคตชฺฌานาทีนิ วา. ทสอสุภวเสน วา อธิคตชฺฌานาทีนิ อนภิชฺฌา ธมฺมปทํ, จตุพฺรหฺมวิหารวเสน อธิคตานิ อพฺยาปาโท ธมฺมปทํ, ทสานุสฺสติอาหาเรปฏิกูลสญฺญาวเสน อธิคตานิ สมฺมาสติ ธมฺมปทํ, ทสกสิณอานาปานวเสน อธิคตานิ สมฺมาสมาธิ ธมฺมปทนฺติ. อิมา จตสฺโส ภูมิโยติ เอเกกํ จตุกฺกวเสเนว โยเชตพฺพํ.

ภูมินานตฺตญาณนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.