๑๖. โคจรนานตฺตญาณนิทฺเทสวณฺณนา

๖๗. โคจรนานตฺตญาณนิทฺเทเส รูเป พหิทฺธา ววตฺเถตีติ อชฺฌตฺตโต พหิทฺธาภูเต รูปายตนธมฺเม ววตฺถเปตีติ อตฺโถ. อวิชฺชาสมฺภูตาติอาทิ อตฺตภาวปริยาปนฺนกมฺมชรูปตฺตา วุตฺตํ. อาหาโรปิ หิ กมฺมชรูปสฺส อุปตฺถมฺภกปจฺจโย โหติ. สทฺทสฺส ปน อุตุจิตฺตสมุฏฺฐานตฺตา อวิชฺชาสมฺภูตาทิจตุกฺกํ น วุตฺตํ. โผฏฺฐพฺพานํ สยํ มหาภูตตฺตา ‘‘จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทายา’’ติ น วุตฺตํ. ธมฺมาติ เจตฺถ ภวงฺคมโนสมฺปยุตฺตา ตโย อรูปิโน ขนฺธา, ธมฺมายตนปริยาปนฺนานิ สุขุมรูปานิ จ กมฺมสมุฏฺฐานานิ, สพฺพานิปิ รูปาทีนิ จ. อปิจ ยานิ ยานิ เยน เยน สมุฏฺฐหนฺติ, ตานิ ตานิ เตน เตน เวทิตพฺพานิ. อิตรถา หิ สกสนฺตานปริยาปนฺนาปิ รูปาทโย ธมฺมา สพฺเพ น สงฺคเณฺหยฺยุํ. ยสฺมา อนินฺทฺริยพทฺธรูปาทโยปิ วิปสฺสนูปคา, ตสฺมา เตสํ กมฺมสมฺภูตปเทน สงฺคโห เวทิตพฺโพ. เตปิ หิ สพฺพสตฺตสาธารณกมฺมปจฺจยอุตุสมุฏฺฐานา. อญฺเญ ปน ‘‘อนินฺทฺริยพทฺธา รูปาทโย อวิปสฺสนูปคา’’ติ วทนฺติ. ตํ ปน –

‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจาติ, ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ;

อถ นิพฺพินฺทติ ทุกฺเข, เอส มคฺโค วิสุทฺธิยา’’ติ. (ธ. ป. ๒๗๗) –

อาทิกาย ปาฬิยา วิรุชฺฌติ. วุตฺตญฺจ วิสุทฺธิมคฺเค – ‘‘อิเธกจฺโจ อาทิโตว อชฺฌตฺตสงฺขาเร อภินิวิสิตฺวา วิปสฺสติ, ยสฺมา ปน น สุทฺธอชฺฌตฺตทสฺสนมตฺเตเนว มคฺควุฏฺฐานํ โหติ, พหิทฺธาปิ ทฏฺฐพฺพเมว, ตสฺมา ปรสฺส ขนฺเธปิ อนุปาทินฺนสงฺขาเรปิ อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตาติ วิปสฺสตี’’ติ (วิสุทฺธิ. ๒.๗๘๔). ตสฺมา ปเรสํ จกฺขาทิววตฺถานมฺปิ อนินฺทฺริยพทฺธรูปาทิววตฺถานมฺปิ อิจฺฉิตพฺพเมว, ตสฺมา เตภูมกสงฺขารา อวิปสฺสนูปคา นาม นตฺถิ.

โคจรนานตฺตญาณนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.