นิโรธสจฺจนิทฺเทสวณฺณนา

๓๕. นิโรธสจฺจนิทฺเทเส โย ตสฺสาเยว ตณฺหายาติ เอตฺถ ‘‘โย ตสฺเสว ทุกฺขสฺสา’’ติ วตฺตพฺเพ ยสฺมา สมุทยนิโรเธเนว ทุกฺขํ นิรุชฺฌติ, โน อญฺญถา. ยถาห –

‘‘ยถาปิ มูเล อนุปทฺทเว ทเฬฺห, ฉินฺโนปิ รุกฺโข ปุนเรว รูหติ;

เอวมฺปิ ตณฺหานุสเย อนูหเต, นิพฺพตฺตตี ทุกฺขมิทํ ปุนปฺปุน’’นฺติ. (ธ. ป. ๓๓๘);

ตสฺมา ตํ ทุกฺขนิโรธํ ทสฺเสนฺโต สมุทยนิโรเธน ทสฺเสตุํ เอวมาห. สีหสมานวุตฺติโน หิ ตถาคตา, เต ทุกฺขํ นิโรเธนฺตา ทุกฺขนิโรธญฺจ ทสฺเสนฺตา เหตุมฺหิ ปฏิปชฺชนฺติ, น ผเล. สุวานวุตฺติโน ปน อญฺญติตฺถิยา, เต ทุกฺขํ นิโรเธนฺตา ทุกฺขนิโรธญฺจ ทสฺเสนฺตา อตฺตกิลมถานุโยเคน เจว ตสฺเสว จ เทสนาย ผเล ปฏิปชฺชนฺติ, น เหตุมฺหีติ. สีหสมานวุตฺติตาย สตฺถา เหตุมฺหิ ปฏิปชฺชนฺโต ‘‘โย ตสฺสาเยวา’’ติอาทิมาห. ธมฺมเสนาปติปิ สตฺถารา วุตฺตกฺกเมเนวาห.

ตตฺถ ตสฺสาเยว ตณฺหายาติ ยา สา ตณฺหา ‘‘โปโนภวิกา’’ติ วตฺวา กามตณฺหาทิวเสน วิภตฺตา อุปฺปตฺตินิเวสนวเสน จ เหฏฺฐา ปกาสิตา, ตสฺสาเยว ตณฺหาย. อเสสวิราคนิโรโธติ วิราโค วุจฺจติ มคฺโค, ‘‘วิราคา วิมุจฺจตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๔๕; สํ. นิ. ๓.๑๒; มหาว. ๒๓) หิ วุตฺตํ. วิราเคน นิโรโธ วิราคนิโรโธ, อนุสยสมุคฺฆาตโต อเสโส วิราคนิโรโธ อเสสวิราคนิโรโธ. อถ วา วิราโคติ หิ ปหานํ วุจฺจติ, ตสฺมา อเสโส วิราโค อเสโส นิโรโธติ เอวมฺเปตฺถ โยชนา ทฏฺฐพฺพา. อตฺถโต ปน สพฺพาเนว ปเนตานิ อเสสวิราคนิโรโธติอาทีนิ นิพฺพานสฺเสว เววจนานิ. ปรมตฺถโต หิ ทุกฺขนิโรธํ อริยสจฺจนฺติ นิพฺพานํ วุจฺจติ. ยสฺมา ปน ตํ อาคมฺม ตณฺหา อเสสา วิรชฺชติ นิรุชฺฌติ, ตสฺมา ตํ ‘‘ตสฺสาเยว ตณฺหาย อเสสวิราคนิโรโธ’’ติ วุจฺจติ. นิพฺพานญฺจ อาคมฺม ตณฺหา จชียติ ปฏินิสฺสชฺชียติ มุจฺจติ น อลฺลียติ, กามคุณาลเยสุ เจตฺถ เอโกปิ อาลโย นตฺถิ, ตสฺมา นิพฺพานํ จาโค ปฏินิสฺสคฺโค มุตฺติ อนาลโยติ วุจฺจติ. เอกเมว หิ นิพฺพานํ, นามานิ ปนสฺส สพฺพสงฺขตานํ นามปฏิปกฺขวเสน อเนกานิ โหนฺติ. เสยฺยถิทํ – อเสสวิราโค อเสสนิโรโธ จาโค ปฏินิสฺสคฺโค มุตฺติ อนาลโย ราคกฺขโย โทสกฺขโย โมหกฺขโย ตณฺหากฺขโย อนุปฺปาโท อปฺปวตฺตํ อนิมิตฺตํ อปฺปณิหิตํ อนายูหนํ อปฺปฏิสนฺธิ อนุปปตฺติ อคติ อชาตํ อชรํ อพฺยาธิ อมตํ อโสกํ อปริเทวํ อนุปายาสํ อสํกิลิฏฺฐนฺติอาทีนิ.

อิทานิ มคฺเคน ฉินฺนาย นิพฺพานํ อาคมฺม อปฺปวตฺติปฺปตฺตายปิ จ ตณฺหาย เยสุ วตฺถูสุ ตสฺสา อุปฺปตฺติ ทสฺสิตา, ตตฺเถว อภาวํ ทสฺเสตุํ สา โข ปเนสาติอาทิมาห. ตตฺถ ยถา ปุริโส เขตฺเต ชาตํ ติตฺตกาลาพุวลฺลึ ทิสฺวา อคฺคโต ปฏฺฐาย มูลํ ปริเยสิตฺวา ฉินฺเทยฺย, สา อนุปุพฺเพน มิลายิตฺวา อปฺปญฺญตฺตึ คจฺเฉยฺย, ตโต ตสฺมึ เขตฺเต ติตฺตกาลาพุ นิรุทฺธา ปหีนาติ วุจฺเจยฺย, เอวเมว เขตฺเต ติตฺตกาลาพุ วิย จกฺขาทีสุ ตณฺหา. สา อริยมคฺเคน มูลจฺฉินฺนา นิพฺพานํ อาคมฺม อปฺปวตฺตึ คจฺฉติ. เอวํ คตา ปน เตสุ วตฺถูสุ เขตฺเต ติตฺตกาลาพุ วิย น ปญฺญายติ. ยถา จ อฏวิโต โจเร อาเนตฺวา นครสฺส ทกฺขิณทฺวาเร ฆาเตยฺยุํ, ตโต อฏวิยํ โจรา มตาติ วา มาริตาติ วา วุจฺเจยฺยุํ, เอวเมว อฏวิยํ โจรา วิย ยา จกฺขาทีสุ ตณฺหา, สา ทกฺขิณทฺวาเร โจรา วิย นิพฺพานํ อาคมฺม นิรุทฺธตฺตา นิพฺพาเน นิรุทฺธา. เอวํ นิรุทฺธา ปน เตสุ วตฺถูสุ อฏวิยํ โจรา วิย น ปญฺญายติ. เตนสฺสา ตตฺเถว นิโรธํ ทสฺเสนฺโต ‘‘จกฺขุ โลเก ปิยรูปํ สาตรูปํ, เอตฺเถสา ตณฺหา ปหียมานา ปหียตี’’ติอาทิมาห. อถ วา ตณฺหุปฺปาทวตฺถุสฺส ปริญฺญาตตฺตา ปริญฺญาตวตฺถุสฺมึ ปุน น อุปฺปชฺชนโต อนุปฺปาทนิโรธวเสน ตณฺหุปฺปาทวตฺถุสฺมึเยว นิรุชฺฌตีติ วุจฺจติ. เอตฺถ จ อุปฺปชฺชนปฏิปกฺขวเสน ปหียตีติ วุตฺตํ, นิวิสนปฏิปกฺขวเสน นิรุชฺฌตีติ.

นิโรธสจฺจนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.