๓. กลฺยาณวคฺโค

[๑๗๑] ๑. กลฺยาณธมฺมชาตกวณฺณนา

กลฺยาณธมฺโมติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ พธิรสสฺสุํ อารพฺภ กเถสิ. สาวตฺถิยญฺหิ เอโก กุฏุมฺพิโก สทฺโธ ปสนฺโน ติสรณคโต ปญฺจสีเลน สมนฺนาคโต. โส เอกทิวสํ พหูนิ สปฺปิอาทีนิ เภสชฺชานิ เจว ปุปฺผคนฺธวตฺถาทีนิ จ คเหตฺวา ‘‘เชตวเน สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ โสสฺสามี’’ติ อคมาสิ. ตสฺส ตตฺถ คตกาเล สสฺสุ ขาทนียโภชนียํ คเหตฺวา ธีตรํ ทฏฺฐุกามา ตํ เคหํ อคมาสิ, สา จ โถกํ พธิรธาตุกา โหติ. สา ธีตรา สทฺธึ ภุตฺตโภชนา ภตฺตสมฺมทํ วิโนทยมานา ธีตรํ ปุจฺฉิ – ‘‘กึ, อมฺม, ภตฺตา เต สมฺโมทมาโน อวิวทมาโน ปิยสํวาสํ วสตี’’ติ. ‘‘กึ, อมฺม, กเถถ ยาทิโส ตุมฺหากํ ชามาตา สีเลน เจว อาจารสมฺปทาย จ, ตาทิโส ปพฺพชิโตปิ ทุลฺลโภ’’ติ. อุปาสิกา ธีตุ วจนํ สาธุกํ อสลฺลกฺเขตฺวา ‘‘ปพฺพชิโต’’ติ ปทเมว คเหตฺวา ‘‘อมฺม, กสฺมา เต ภตฺตา ปพฺพชิโต’’ติ มหาสทฺทํ อกาสิ. ตํ สุตฺวา สกลเคหวาสิโน ‘‘อมฺหากํ กิร กุฏุมฺพิโก ปพฺพชิโต’’ติ วิรวึสุ. เตสํ สทฺทํ สุตฺวา ทฺวาเรน สญฺจรนฺตา ‘‘กึ นาม กิเรต’’นฺติ ปุจฺฉึสุ. ‘‘อิมสฺมึ กิร เคเห กุฏุมฺพิโก ปพฺพชิโต’’ติ. โสปิ โข กุฏุมฺพิโก ทสพลสฺส ธมฺมํ สุตฺวา วิหารา นิกฺขมฺม นครํ ปาวิสิ.

อถ นํ อนฺตรามคฺเคเยว เอโก ปุริโส ทิสฺวา ‘‘สมฺม, ตฺวํ กิร ปพฺพชิโตติ ตว เคเห ปุตฺตทารปริชโน ปริเทวตี’’ติ อาห. อถสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อยํ อปพฺพชิตเมว กิร มํ ‘ปพฺพชิโต’ติ วทติ, อุปฺปนฺโน โข ปน เม กลฺยาณสทฺโท น อนฺตรธาเปตพฺโพ, อชฺเชว มยา ปพฺพชิตุํ วฏฺฏตี’’ติ ตโตว นิวตฺติตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘กึ นุ โข, อุปาสก, อิทาเนว พุทฺธุปฏฺฐานํ กตฺวา คนฺตฺวา อิทาเนว ปจฺจาคโตสี’’ติ วุตฺเต ตมตฺถํ อาโรเจตฺวา ‘‘ภนฺเต, กลฺยาณสทฺโท นาม อุปฺปนฺโน น อนฺตรธาเปตุํ วฏฺฏติ, ตสฺมา ปพฺพชิตุกาโม หุตฺวา อาคโตมฺหี’’ติ อาห. โส ปพฺพชฺชญฺจ อุปสมฺปทญฺจ ลภิตฺวา สมฺมา ปฏิปนฺโน นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. อิทํ กิร การณํ ภิกฺขุสงฺเฆ ปากฏํ ชาตํ. อเถกทิวสํ ธมฺมสภายํ ภิกฺขู กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, อสุโก นาม กุฏุมฺพิโก ‘อุปฺปนฺโน กลฺยาณสทฺโท น อนฺตรธาเปตพฺโพ’ติ ปพฺพชิตฺวา อิทานิ อรหตฺตํ ปตฺโต’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘ภิกฺขเว, โปราณกปณฺฑิตาปิ ‘อุปฺปนฺโน กลฺยาณสทฺโท วิราเธตุํ น วฏฺฏตี’ติ ปพฺพชึสุเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต เสฏฺฐิกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ปิตุ อจฺจเยน เสฏฺฐิฏฺฐานํ ปาปุณิ. โส เอกทิวสํ นิเวสนา นิกฺขมิตฺวา ราชุปฏฺฐานํ อคมาสิ. อถสฺส สสฺสุ ‘‘ธีตรํ ปสฺสิสฺสามี’’ติ ตํ เคหํ อคมาสิ, สา โถกํ พธิรธาตุกาติ สพฺพํ ปจฺจุปฺปนฺนวตฺถุสทิสเมว. ตํ ปน ราชุปฏฺฐานํ คนฺตฺวา อตฺตโน ฆรํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา เอโก ปุริโส ‘‘ตุเมฺห กิร ปพฺพชิตาติ ตุมฺหากํ เคเห มหาปริเทโว ปวตฺตตี’’ติ อาห. โพธิสตฺโต ‘‘อุปฺปนฺโน กลฺยาณสทฺโท นาม น อนฺตรธาเปตุํ วฏฺฏตี’’ติ ตโตว นิวตฺติตฺวา รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘กึ, มหาเสฏฺฐิ, อิทาเนว คนฺตฺวา ปุน อาคโตสี’’ติ วุตฺเต ‘‘เทว, เคหชโน กิร มํ อปพฺพชิตเมว ‘ปพฺพชิโต’ติ วตฺวา ปริเทวติ, อุปฺปนฺโน โข ปน กลฺยาณสทฺโท น อนฺตรธาเปตพฺโพ, ปพฺพชิสฺสามหํ, ปพฺพชฺชํ เม อนุชานาหี’’ติ เอตมตฺถํ ปกาเสตุํ อิมา คาถา อาห –

๔๑. ‘‘กลฺยาณธมฺโมติ ยทา ชนินฺท, โลเก สมญฺญํ อนุปาปุณาติ;

ตสฺมา น หิยฺเยถ นโร สปญฺโญ, หิริยาปิ สนฺโต ฆุรมาทิยนฺติ.

๔๒. ‘‘สายํ สมญฺญา อิธ มชฺช ปตฺตา, กลฺยาณธมฺโมติ ชนินฺท โลเก;

ตาหํ สเมกฺขํ อิธ ปพฺพชิสฺสํ, น หิ มตฺถิ ฉนฺโท อิธ กามโภเค’’ติ.

ตตฺถ กลฺยาณธมฺโมติ สุนฺทรธมฺโม. สมญฺญํ อนุปาปุณาตีติ ยทา สีลวา กลฺยาณธมฺโม ปพฺพชิโตติ อิทํ ปญฺญตฺติโวหารํ ปาปุณาติ. ตสฺมา น หิยฺเยถาติ ตโต สามญฺญโต น ปริหาเยถ. หิริยาปิ สนฺโต ธุรมาทิยนฺตีติ, มหาราช, สปฺปุริสา นาม อชฺฌตฺตสมุฏฺฐิตาย หิริยา พหิทฺธสมุฏฺฐิเตน โอตฺตปฺเปนปิ เอตํ ปพฺพชิตธุรํ คณฺหนฺติ. อิธ มชฺช ปตฺตาติ อิธ มยา อชฺช ปตฺตา. ตาหํ สเมกฺขนฺติ ตํ อหํ คุณวเสน ลทฺธสมญฺญํ สเมกฺขนฺโต ปสฺสนฺโต. น หิ มตฺถิ ฉนฺโทติ น หิ เม อตฺถิ ฉนฺโท. อิธ กามโภเคติ อิมสฺมึ โลเก กิเลสกามวตฺถุกามปริโภเคหิ.

โพธิสตฺโต เอวํ วตฺวา ราชานํ ปพฺพชฺชํ อนุชานาเปตฺวา หิมวนฺตปเทสํ คนฺตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อภิญฺญา จ สมาปตฺติโย จ นิพฺพตฺเตตฺวา พฺรหฺมโลกปรายโณ อโหสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ราชา อานนฺโท อโหสิ, พาราณสิเสฏฺฐิ ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

กลฺยาณธมฺมชาตกวณฺณนา ปฐมา.

[๑๗๒] ๒. ททฺทรชาตกวณฺณนา

โก นุ สทฺเทน มหตาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต โกกาลิกํ อารพฺภ กเถสิ. ตสฺมิญฺหิ กาเล พหู พหุสฺสุตา ภิกฺขู มโนสิลาตเล นทมานา ตรุณสีหา วิย อากาสคงฺคํ โอตาเรนฺตา วิย สงฺฆมชฺเฌ สรภาณํ ภณนฺติ. โกกาลิโก เตสุ สรภาณํ ภณนฺเตสุ อตฺตโน ตุจฺฉภาวํ อชานิตฺวาว ‘‘อหมฺปิ สรภาณํ ภณิสฺสามี’’ติ ภิกฺขูนํ อนฺตรํ ปวิสิตฺวา ‘‘อมฺหากํ สรภาณํ น ปาเปนฺติ. สเจ อมฺหากมฺปิ ปาเปยฺยุํ, มยมฺปิ ภเณยฺยามา’’ติ ภิกฺขุสงฺฆสฺส นามํ อคฺคเหตฺวาว ตตฺถ ตตฺถ กเถนฺโต อาหิณฺฑติ. ตสฺส สา กถา ภิกฺขุสงฺเฆ ปากฏา ชาตา. ภิกฺขู ‘‘วีมํสิสฺสาม ตาว น’’นฺติ สญฺญาย เอวมาหํสุ – ‘‘อาวุโส โกกาลิก, อชฺช สงฺฆสฺส สรภาณํ ภณาหี’’ติ. โส อตฺตโน พลํ อชานิตฺวาว ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ‘‘อชฺช สรภาณํ ภณิสฺสามี’’ติ อตฺตโน สปฺปายํ ยาคุํ ปิวิ, ขชฺชกํ ขาทิ, สปฺปาเยเนว สูเปน ภุญฺชิ.

สูริเย อตฺถงฺคเต ธมฺมสฺสวนกาเล โฆสิเต ภิกฺขุสงฺโฆ สนฺนิปติ. โส กณฺฏกุรณฺฑกวณฺณํ กาสาวํ นิวาเสตฺวา กณิการปุปฺผวณฺณํ จีวรํ ปารุปิตฺวา สงฺฆมชฺฌํ ปวิสิตฺวา เถเร วนฺทิตฺวา อลงฺกตรตนมณฺฑเป ปญฺญตฺตวรธมฺมาสนํ อภิรุหิตฺวา จิตฺรพีชนึ คเหตฺวา ‘‘สรภาณํ ภณิสฺสามี’’ติ นิสีทิ, ตาวเทวสฺส สรีรา เสทา มุจฺจึสุ, สารชฺชํ โอกฺกมิ, ปุพฺพคาถาย ปฐมํ ปทํ อุทาหริตฺวา อนนฺตรํ น ปสฺสิ. โส กมฺปมาโน อาสนา โอรุยฺห ลชฺชิโต สงฺฆมชฺฌโต อปกฺกมฺม อตฺตโน ปริเวณํ อคมาสิ. อญฺโญ พหุสฺสุโต ภิกฺขุ สรภาณํ ภณิ. ตโต ปฏฺฐาย ภิกฺขู ตสฺส ตุจฺฉภาวํ ชานึสุ. อเถกทิวสํ ธมฺมสภายํ ภิกฺขู กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, ปฐมํ โกกาลิกสฺส ตุจฺฉภาโว ทุชฺชาโน, อิทานิ ปเนส สยํ นทิตฺวา ปากโฏ ชาโต’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, โกกาลิโก อิทาเนว นทิตฺวา ปากโฏ ชาโต, ปุพฺเพปิ นทิตฺวา ปากโฏ อโหสี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต หิมวนฺตปเทเส สีหโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา พหูนํ สีหานํ ราชา อโหสิ. โส อเนกสีหปริวาโร รชตคุหายํ วาสํ กปฺเปสิ. ตสฺส อวิทูเร เอกิสฺสาย คุหาย เอโก สิงฺคาโลปิ วสติ. อเถกทิวสํ เทเว วสฺสิตฺวา วิคเต สพฺเพ สีหา สีหราชสฺเสว คุหทฺวาเร สนฺนิปติตฺวา สีหนาทํ นทนฺตา สีหกีฬํ กีฬึสุ. เตสํ เอวํ นทิตฺวา กีฬนกาเล โสปิ สิงฺคาโล นทติ. สีหา ตสฺส สทฺทํ สุตฺวา ‘‘อยํ สิงฺคาโล อเมฺหหิ สทฺธึ นทตี’’ติ ลชฺชิตา ตุณฺหี อเหสุํ. เตสํ ตุณฺหีภูตกาเล โพธิสตฺตสฺส ปุตฺโต สีหโปตโก ‘‘ตาต, อิเม สีหา นทิตฺวา สีหกีฬํ กีฬนฺตา เอตสฺส สทฺทํ สุตฺวา ลชฺชาย ตุณฺหี ชาตา, โก นาเมส อตฺตโน สทฺเทน อตฺตานํ ชานาเปตี’’ติ ปิตรํ ปุจฺฉนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๔๓. ‘‘โก นุ สทฺเทน มหตา, อภินาเทติ ททฺทรํ;

ตํ สีหา นปฺปฏินทนฺติ, โก นาเมโส มิคาธิภู’’ติ.

ตตฺถ อภินาเทติ ททฺทรนฺติ ททฺทรํ รชตปพฺพตํ เอกนาทํ กโรติ. มิคาธิภูติ ปิตรํ อาลปติ. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – มิคาธิภู มิคเชฏฺฐก สีหราช ปุจฺฉามิ ตํ ‘‘โก นาเมโส’’ติ.

อถสฺส วจนํ สุตฺวา ปิตา ทุติยํ คาถมาห –

๔๔. ‘‘อธโม มิคชาตานํ, สิงฺคาโล ตาต วสฺสติ;

ชาติมสฺส ชิคุจฺฉนฺตา, ตุณฺหี สีหา สมจฺจเร’’ติ.

ตตฺถ สมจฺจเรติ สนฺติ อุปสคฺคมตฺตํ, อจฺจนฺตีติ อตฺโถ, ตุณฺหี หุตฺวา นิสีทนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. โปตฺถเกสุ ปน ‘‘สมจฺฉเร’’ติ ลิขนฺติ.

สตฺถา ‘‘น, ภิกฺขเว, โกกาลิโก อิทาเนว อตฺตโน นาเทน อตฺตานํ ปากฏํ กโรติ, ปุพฺเพปิ อกาสิเยวา’’ติ วตฺวา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา สิงฺคาโล โกกาลิโก อโหสิ, สีหโปตโก ราหุโล, สีหราชา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

ททฺทรชาตกวณฺณนา ทุติยา.

[๑๗๓] ๓. มกฺกฏชาตกวณฺณนา

ตาตมาณวโก เอโสติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ กุหกภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ ปกิณฺณกนิปาเต อุทฺทาลกชาตเก (ชา. ๑.๑๔.๖๒ อาทโย) อาวิภวิสฺสติ. ตทา ปน สตฺถา ‘‘ภิกฺขเว, นายํ ภิกฺขุ อิทาเนว กุหโก, ปุพฺเพปิ มกฺกโฏ หุตฺวา อคฺคิสฺส การณา โกหญฺญํ อกาสิเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต เอกสฺมึ กาสิคามเก พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ตกฺกสิลายํ สิปฺปํ อุคฺคณฺหิตฺวา ฆราวาสํ สณฺฐเปสิ. อถสฺส พฺราหฺมณี เอกํ ปุตฺตํ วิชายิตฺวา ปุตฺตสฺส อาธาวิตฺวา ปริธาวิตฺวา วิจรณกาเล กาลมกาสิ. โพธิสตฺโต ตสฺสา เปตกิจฺจํ กตฺวา ‘‘กึ เม ทานิ ฆราวาเสน, ปุตฺตํ คเหตฺวา ปพฺพชิสฺสามี’’ติ อสฺสุมุขํ ญาติมิตฺตวคฺคํ ปหาย ปุตฺตํ อาทาย หิมวนฺตํ ปวิสิตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ตตฺถ วนมูลผลาหาโร วาสํ กปฺเปสิ. โส เอกทิวสํ วสฺสานกาเล เทเว วสฺสนฺเต สารทารูนิ อคฺคึ ชาเลตฺวา วิสิพฺพนฺโต ผลกตฺถเร นิปชฺชิ, ปุตฺโตปิสฺส ตาปสกุมารโก ปิตุ ปาเท สมฺพาหนฺโตว นิสีทิ.

อเถโก วนมกฺกโฏ สีเตน ปีฬิยมาโน ตสฺส ปณฺณสาลาย ตํ อคฺคึ ทิสฺวา ‘‘สจาหํ เอตฺถ ปวิสิสฺสามิ, ‘มกฺกโฏ มกฺกโฏ’ติ มํ โปเถตฺวา นีหริสฺสนฺติ, อคฺคึ วิสิพฺเพตุํ น ลภิสฺสามิ, อตฺถิ ทานิ เม อุปาโย, ตาปสเวสํ คเหตฺวา โกหญฺญํ กตฺวา ปวิสิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา เอกสฺส มตตาปสสฺส วกฺกลานิ นิวาเสตฺวา ปจฺฉิญฺจ องฺกุสยฏฺฐิญฺจ คเหตฺวา ปณฺณสาลทฺวาเร เอกํ ตาลรุกฺขํ นิสฺสาย สํกุฏิโต อฏฺฐาสิ. ตาปสกุมารโก ตํ ทิสฺวา มกฺกฏภาวํ อชานนฺโต ‘‘เอโก มหลฺลกตาปโส สีเตน ปีฬิโต อคฺคึ วิสิพฺเพตุํ อาคโต ภวิสฺสตี’’ติ ปิตุ ตาปสสฺส กเถตฺวา ‘‘เอตํ ปณฺณสาลํ ปเวเสตฺวา วิสิพฺพาเปสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ปิตรํ อาลปนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๔๕. ‘‘ตาต มาณวโก เอโส, ตาลมูลํ อปสฺสิโต;

อคารกญฺจิทํ อตฺถิ, หนฺท เทมสฺสคารก’’นฺติ.

ตตฺถ มาณวโกติ สตฺตาธิวจนํ. เตน ‘‘ตาต, เอโส เอโก มาณวโก สตฺโต เอโก ตาปโส’’ติ ทีเปติ. ตาลมูลํ อปสฺสิโตติ ตาลกฺขนฺธํ นิสฺสาย ฐิโต. อคารกญฺจิทํ อตฺถีติ อิทญฺจ อมฺหากํ ปพฺพชิตาคารํ อตฺถิ, ปณฺณสาลํ สนฺธาย วทติ. หนฺทาติ ววสฺสคฺคตฺเถ นิปาโต. เทมสฺสคารกนฺติ เอตสฺส เอกมนฺเต วสนตฺถาย อคารกํ เทม.

โพธิสตฺโต ปุตฺตสฺส วจนํ สุตฺวา อุฏฺฐาย ปณฺณสาลทฺวาเร ฐตฺวา โอโลเกนฺโต ตสฺส มกฺกฏภาวํ ญตฺวา ‘‘ตาต, มนุสฺสานํ นาม น เอวรูปํ มุขํ โหติ, มกฺกโฏ เอส, นยิธ ปกฺโกสิตพฺโพ’’ติ วตฺวา ทุติยํ คาถมาห –

๔๖. ‘‘มา โข ตฺวํ ตาต ปกฺโกสิ, ทูเสยฺย โน อคารกํ;

เนตาทิสํ มุขํ โหติ, พฺราหฺมณสฺส สุสีลิโน’’ติ.

ตตฺถ ทูเสยฺย โน อคารกนฺติ อยญฺหิ อิธ ปวิฏฺโฐ สมาโน อิมํ กิจฺเฉน กตํ ปณฺณสาลํ อคฺคินา วา ฌาเปนฺโต อุจฺจาราทีนิ วา กโรนฺโต ทูเสยฺย. เนตาทิสนฺติ ‘‘เอตาทิสํ พฺราหฺมณสฺส สุสีลิโน มุขํ น โหติ, มกฺกโฏ เอโส’’ติ วตฺวา โพธิสตฺโต เอกํ อุมฺมุกํ คเหตฺวา ‘‘กึ เอตฺถ ติฏฺฐสี’’ติ ขิปิตฺวา ตํ ปลาเปสิ. มกฺกโฏ วกฺกลานิ ฉฑฺเฑตฺวา รุกฺขํ อภิรุหิตฺวา วนสณฺฑํ ปาวิสิ. โพธิสตฺโต จตฺตาโร พฺรหฺมวิหาเร ภาเวตฺวา พฺรหฺมโลกูปโค อโหสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา มกฺกโฏ อยํ กุหกภิกฺขุ อโหสิ, ตาปสกุมาโร ราหุโล, ตาปโส ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

มกฺกฏชาตกวณฺณนา ตติยา.

[๑๗๔] ๔. ทุพฺภิยมกฺกฏชาตกณฺณนา

อทมฺห เต วาริ ปหูตรูปนฺติ อิทํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต เทวทตฺตํ อารพฺภ กเถสิ. เอกทิวสญฺหิ ธมฺมสภายํ ภิกฺขู เทวทตฺตสฺส อกตญฺญุมิตฺตทุพฺภิภาวํ กเถนฺตา นิสีทึสุ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘น, ภิกฺขเว, เทวทตฺโต อิทาเนว อกตญฺญู มิตฺตทุพฺภี, ปุพฺเพปิ เอวรูโป อโหสี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต เอกสฺมึ กาสิคามเก พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ฆราวาสํ สณฺฐเปสิ. ตสฺมึ ปน สมเย กาสิรฏฺเฐ วตฺตนิมหามคฺเค เอโก คมฺภีโร อุทปาโน โหติ อโนตรณีโย ติรจฺฉานานํ, มคฺคปฺปฏิปนฺนา ปุญฺญตฺถิกา มนุสฺสา ทีฆรชฺชุเกน วารเกน อุทกํ อุสฺสิญฺจิตฺวา เอกิสฺสา โทณิยา ปูเรตฺวา ติรจฺฉานานํ ปานียํ เทนฺติ. ตสฺส สามนฺตโต มหนฺตํ อรญฺญํ, ตตฺถ พหู มกฺกฏา วสนฺติ. อถ ตสฺมึ มคฺเค เทฺว ตีณิ ทิวสานิ มนุสฺสสญฺจาโร ปจฺฉิชฺชิ, ติรจฺฉานา ปานียํ น ลภึสุ. เอโก มกฺกโฏ ปิปาสาตุโร หุตฺวา ปานียํ ปริเยสนฺโต อุทปานสฺส สนฺติเก วิจรติ. โพธิสตฺโต เกนจิเทว กรณีเยน ตํ มคฺคํ ปฏิปชฺชิตฺวา ตตฺถ คจฺฉนฺโต ปานียํ อุตฺตาเรตฺวา ปิวิตฺวา หตฺถปาเท โธวิตฺวา ฐิโต ตํ มกฺกฏํ อทฺทส. อถสฺส ปิปาสิตภาวํ ญตฺวา ปานียํ อุสฺสิญฺจิตฺวา โทณิยํ อากิริตฺวา อทาสิ, ทตฺวา จ ปน ‘‘วิสฺสมิสฺสามี’’ติ เอกสฺมึ รุกฺขมูเล นิปชฺชิ. มกฺกโฏ ปานียํ ปิวิตฺวา อวิทูเร นิสีทิตฺวา มุขมกฺกฏิกํ กโรนฺโต โพธิสตฺตํ ภึสาเปสิ. โพธิสตฺโต ตสฺส ตํ กิริยํ ทิสฺวา ‘‘อเร ทุฏฺฐมกฺกฏ, อหํ ตว ปิปาสิตสฺส กิลนฺตสฺส พหุํ ปานียํ อทาสึ, อิทานิ ตฺวํ มยฺหํ มุขมกฺกฏิกํ กโรสิ, อโห ปาปชนสฺส นาม กโต อุปกาโร นิรตฺถโก’’ติ วตฺวา ปฐมํ คาถมาห –

๔๗. ‘‘อทมฺห เต วาริ ปหูตรูปํ, ฆมฺมาภิตตฺตสฺส ปิปาสิตสฺส;

โส ทานิ ปิตฺวาน กิริงฺกโรสิ, อสงฺคโม ปาปชเนน เสยฺโย’’ติ.

ตตฺถ โส ทานิ ปิตฺวาน กิริงฺกโรสีติ โส อิทานิ ตฺวํ มยา ทินฺนปานียํ ปิวิตฺวา มุขมกฺกฏิกํ กโรนฺโต ‘‘กิริ กิรี’’ติ สทฺทํ กโรสิ. อสงฺคโม ปาปชเนน เสยฺโยติ ปาปชเนน สทฺธึ สงฺคโม น เสยฺโย, อสงฺคโมว เสยฺโยติ.

ตํ สุตฺวา โส มิตฺตทุพฺภี มกฺกโฏ ‘‘ตฺวํ ‘เอตฺตเกนเวตํ นิฏฺฐิต’นฺติ สญฺญํ กโรสิ, อิทานิ เต สีเส วจฺจํ ปาเตตฺวา คมิสฺสามี’’ติ วตฺวา ทุติยํ คาถมาห –

๔๘. ‘‘โก เต สุโต วา ทิฏฺโฐ วา, สีลวา นาม มกฺกโฏ;

อิทานิ โข ตํ โอหจฺฉํ, เอสา อสฺมาก ธมฺมตา’’ติ.

ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ – โภ พฺราหฺมณ, ‘‘มกฺกโฏ กตคุณชานนโก อาจารสมฺปนฺโน สีลวา นาม อตฺถี’’ติ กหํ ตยา สุโต วา ทิฏฺโฐ วา, อิทานิ โข อหํ ตํ โอหจฺฉํ วจฺจํ เต สีเส กตฺวา ปกฺกมิสฺสามิ, อสฺมากญฺหิ มกฺกฏานํ นาม เอสา ธมฺมตา อยํ ชาติสภาโว, ยทิทํ อุปการกสฺส สีเส วจฺจํ กาตพฺพนฺติ.

ตํ สุตฺวา โพธิสตฺโต อุฏฺฐาย คนฺตุํ อารภิ. มกฺกโฏ ตงฺขณญฺเญว อุปฺปติตฺวา สาขายํ นิสีทิตฺวา โอลมฺพกํ โอตรนฺโต วิย ตสฺส สีเส วจฺจํ ปาเตตฺวา วิรวนฺโต วนสณฺฑํ ปาวิสิ. โพธิสตฺโต นฺหตฺวา อคมาสิ.

สตฺถา ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว เทวทตฺโต, ปุพฺเพปิ มยา กตคุณํ น ชานาสิเยวา’’ติ วตฺวา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา มกฺกโฏ เทวทตฺโต อโหสิ, พฺราหฺมโณ ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

ทุพฺภิยมกฺกฏชาตกวณฺณนา จตุตฺถา.

[๑๗๕] ๕. อาทิจฺจุปฏฺฐานชาตกวณฺณนา

สพฺเพสุ กิร ภูเตสูติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ กุหกภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ เหฏฺฐา กถิตสทิสเมว.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต กาสิรฏฺเฐ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ตกฺกสิลายํ สพฺพสิปฺปานิ อุคฺคณฺหิตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อภิญฺญา จ สมาปตฺติโย จ นิพฺพตฺเตตฺวา มหาปริวาโร คณสตฺถา หุตฺวา หิมวนฺเต วาสํ กปฺเปสิ. โส ตตฺถ จิรํ วสิตฺวา โลณมฺพิลเสวนตฺถาย ปพฺพตา โอรุยฺห ปจฺจนฺเต เอกํ คามํ นิสฺสาย ปณฺณสาลายํ วาสํ อุปคญฺฉิ. อเถโก โลลมกฺกโฏ อิสิคเณ ภิกฺขาจารํ คเต อสฺสมปทํ อาคนฺตฺวา ปณฺณสาลา อุตฺติณฺณา กโรติ, ปานียฆเฏสุ อุทกํ ฉฑฺเฑติ, กุณฺฑิกํ ภินฺทติ, อคฺคิสาลายํ วจฺจํ กโรติ. ตาปสา วสฺสํ วสิตฺวา ‘‘อิทานิ หิมวนฺโต ปุปฺผผลสมิทฺโธ รมณีโย, ตตฺเถว คมิสฺสามา’’ติ ปจฺจนฺตคามวาสิเก อาปุจฺฉึสุ. มนุสฺสา ‘‘เสฺว, ภนฺเต, มยํ ภิกฺขํ คเหตฺวา อสฺสมปทํ อาคมิสฺสาม, ตํ ปริภุญฺชิตฺวาว คมิสฺสถา’’ติ วตฺวา ทุติยทิวเส ปหูตํ ขาทนียโภชนียํ คเหตฺวา ตตฺถ อคมํสุ. ตํ ทิสฺวา โส มกฺกโฏ จินฺเตสิ – ‘‘โกหญฺญํ กตฺวา มนุสฺเส อาราเธตฺวา มยฺหมฺปิ ขาทนียโภชนียํ อาหราเปสฺสามี’’ติ. โส ตาปสจรณํ จรนฺโต วิย สีลวา วิย จ หุตฺวา ตาปสานํ อวิทูเร สูริยํ นมสฺสมาโน อฏฺฐาสิ. มนุสฺสา ตํ ทิสฺวา ‘‘สีลวนฺตานํ สนฺติเก วสนฺตา สีลวนฺตา โหนฺตี’’ติ วตฺวา ปฐมํ คาถมาห –

๔๙. ‘‘สพฺเพสุ กิร ภูเตสุ, สนฺติ สีลสมาหิตา;

ปสฺส สาขมิคํ ชมฺมํ, อาทิจฺจมุปติฏฺฐตี’’ติ.

ตตฺถ สนฺติ สีลสมาหิตาติ สีเลน สมนฺนาคตา สํวิชฺชนฺติ, สีลวนฺตา จ สมาหิตา จ เอกคฺคจิตฺตา สํวิชฺชนฺตีติปิ อตฺโถ. ชมฺมนฺติ ลามกํ. อาทิจฺจมุปติฏฺฐตีติ สูริยํ นมสฺสมาโน ติฏฺฐติ.

เอวํ เต มนุสฺเส ตสฺส คุณํ กเถนฺเต ทิสฺวา โพธิสตฺโต ‘‘ตุเมฺห อิมสฺส โลลมกฺกฏสฺส สีลาจารํ อชานิตฺวา อวตฺถุสฺมึเยว ปสนฺนา’’ติ วตฺวา ทุติยํ คาถมาห –

๕๐. ‘‘นาสฺส สีลํ วิชานาถ, อนญฺญาย ปสํสถ;

อคฺคิหุตฺตญฺจ อุหนฺนํ, เทฺว จ ภินฺนา กมณฺฑลู’’ติ.

ตตฺถ อนญฺญายาติ อชานิตฺวา. อุหนฺนนฺติ อิมินา ปาปมกฺกเฏน อูหทํ. กมณฺฑลูติ กุณฺฑิกา. ‘‘เทฺว จ กุณฺฑิกา เตน ภินฺนา’’ติ เอวมสฺส อคุณํ กเถสิ.

มนุสฺสา มกฺกฏสฺส กุหกภาวํ ญตฺวา เลฑฺฑุญฺจ ยฏฺฐิญฺจ คเหตฺวา โปเถตฺวา ปลาเปตฺวา อิสิคณสฺส ภิกฺขํ อทํสุ. อิสโยปิ หิมวนฺตเมว คนฺตฺวา อปริหีนชฺฌานา พฺรหฺมโลกปรายณา อเหสุํ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา มกฺกโฏ อยํ กุหโก ภิกฺขุ อโหสิ, อิสิคโณ พุทฺธปริสา, คณสตฺถา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

อาทิจฺจุปฏฺฐานชาตกวณฺณนา ปญฺจมา.

[๑๗๖] ๖. กฬายมุฏฺฐิชาตกวณฺณนา

พาโล วตายํ ทุมสาขโคจโรติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต โกสลราชานํ อารพฺภ กเถสิ. เอกสฺมิญฺหิ สมเย วสฺสกาเล โกสลรญฺโญ ปจฺจนฺโต กุปิ. ตตฺถ ฐิตา โยธา เทฺว ตีณิ ยุทฺธานิ กตฺวา ปจฺจตฺถิเก อภิภวิตุํ อสกฺโกนฺตา รญฺโญ สาสนํ เปเสสุํ. ราชา อกาเล วสฺสาเนเยว นิกฺขมิตฺวา เชตวนสมีเป ขนฺธาวารํ พนฺธิตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อหํ อกาเล นิกฺขนฺโต, กนฺทรปทราทโย อุทกปูรา, ทุคฺคโม มคฺโค, สตฺถารํ อุปสงฺกมิสฺสามิ, โส มํ ‘กหํ คจฺฉสิ, มหาราชา’ติ ปุจฺฉิสฺสติ, อถาหํ เอตมตฺถํ อาโรเจสฺสามิ, น โข ปน มํ สตฺถา สมฺปรายิเกเนวตฺเถน อนุคฺคณฺหาติ, ทิฏฺฐธมฺมิเกนาปิ อนุคฺคณฺหาติเยว, ตสฺมึ สเจ เม คมเนน อวุฑฺฒิ ภวิสฺสติ, ‘อกาโล, มหาราชา’ติ วกฺขติ. สเจ ปน วุฑฺฑิ ภวิสฺสติ, ตุณฺหี ภวิสฺสตี’’ติ. โส เชตวนํ ปวิสิตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. สตฺถา ‘‘หนฺท กุโต นุ ตฺวํ, มหาราช, อาคจฺฉสิ ทิวา ทิวสฺสา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘ภนฺเต, อหํ ปจฺจนฺตํ วูปสเมตุํ นิกฺขนฺโต ‘ตุเมฺห วนฺทิตฺวา คมิสฺสามี’ติ อาคโตมฺหี’’ติ. สตฺถา ‘‘ปุพฺเพปิ, มหาราช, ราชาโน เสนาย อพฺภุคฺคจฺฉมานาย ปณฺฑิตานํ กถํ สุตฺวา อกาเล อพฺภุคฺคมนํ นาม น คมึสู’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ตสฺส อตฺถธมฺมานุสาสโก สพฺพตฺถกอมจฺโจ อโหสิ. อถ รญฺโญ ปจฺจนฺเต กุปิเต ปจฺจนฺตโยธา ปณฺณํ เปเสสุํ. ราชา วสฺสกาเล นิกฺขมิตฺวา อุยฺยาเน ขนฺธาวารํ พนฺธิ, โพธิสตฺโต รญฺโญ สนฺติเก อฏฺฐาสิ. ตสฺมึ ขเณ อสฺสานํ กฬาเย เสเทตฺวา อาหริตฺวา โทณิยํ ปกฺขิปึสุ. อุยฺยาเน มกฺกเฏสุ เอโก มกฺกโฏ รุกฺขา โอตริตฺวา ตโต กฬาเย คเหตฺวา มุขํ ปูเรตฺวา หตฺเถหิปิ คเหตฺวา อุปฺปติตฺวา รุกฺเข นิสีทิตฺวา ขาทิตุํ อารภิ, อถสฺส ขาทมานสฺส หตฺถโก เอโก กฬาโย ภูมิยํ ปติ. โส มุเขน จ หตฺเถหิ จ คหิเต สพฺเพ กฬาเย ฉฑฺเฑตฺวา รุกฺขา โอรุยฺห ตเมว กฬายํ โอโลเกนฺโต ตํ กฬายํ อทิสฺวาว ปุน รุกฺขํ อภิรุหิตฺวา อฑฺเฑ สหสฺสปราชิโต วิย โสจมาโน ทุมฺมุโข รุกฺขสาขายํ นิสีทิ. ราชา มกฺกฏสฺส กิริยํ ทิสฺวา โพธิสตฺตํ อามนฺเตตฺวา ‘‘ปสฺสถ, กึ นาเมตํ มกฺกเฏน กต’’นฺติ ปุจฺฉิ. โพธิสตฺโต ‘‘มหาราช, พหุํ อนวโลเกตฺวา อปฺปํ โอโลเกตฺวา ทุพฺพุทฺธิโน พาลา เอวรูปํ กโรนฺติเยวา’’ติ วตฺวา ปฐมํ คาถมาห –

๕๑. ‘‘พาโล วตายํ ทุมสาขโคจโร, ปญฺญา ชนินฺท นยิมสฺส วิชฺชติ;

กฬายมุฏฺฐึ อวกิริย เกวลํ, เอกํ กฬายํ ปติตํ คเวสตี’’ติ.

ตตฺถ ทุมสาขโคจโรติ มกฺกโฏ. โส หิ ทุมสาขาสุ โคจรํ คณฺหาติ, สาว อสฺส โคจโร สญฺจรณภูมิภูตา, ตสฺมา ‘‘ทุมสาขโคจโร’’ติ วุจฺจติ. ชนินฺทาติ ราชานํ อาลปติ. ราชา หิ ปรมิสฺสรภาเวน ชนสฺส อินฺโทติ ชนินฺโท. กฬายมุฏฺฐินฺติ จณกมุฏฺฐึ. ‘‘กาฬราชมาสมุฏฺฐิ’’นฺติปิ วทนฺติเยว. อวกิริยาติ อวกิริตฺวา. เกวลนฺติ สพฺพํ. คเวสตีติ ภูมิยํ ปติตํ เอกเมว ปริเยสติ.

เอวํ วตฺวา ปุน โพธิสตฺโต ตํ อุปสงฺกมิตฺวา ราชานํ อามนฺเตตฺวา ทุติยํ คาถมาห –

๕๒. ‘‘เอวเมว มยํ ราช, เย จญฺเญ อติโลภิโน;

อปฺเปน พหุํ ชิยฺยาม, กฬาเยเนว วานโร’’ติ.

ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ – มหาราช, เอวเมว มยญฺจ เย จญฺเญ โลภาภิภูตา ชนา สพฺเพปิ อปฺเปน พหุํ ชิยฺยาม. มยญฺหิ เอตรหิ อกาเล วสฺสานสมเย มคฺคํ คจฺฉนฺตา อปฺปกสฺส อตฺถสฺส การณา พหุกา อตฺถา ปริหายาม. กฬาเยเนว วานโรติ ยถา อยํ วานโร เอกํ กฬายํ ปริเยสมาโน เตเนเกน กฬาเยน สพฺพกฬาเยหิ ปริหีโน, เอวํ มยมฺปิ อกาเลน กนฺทรปทราทีสุ ปูเรสุ คจฺฉมานา อปฺปมตฺตกํ อตฺถํ ปริเยสมานา พหูหิ หตฺถิวาหนอสฺสวาหนาทีหิ เจว พลกาเยน จ ปริหายิสฺสาม. ตสฺมา อกาเล คนฺตุํ น วฏฺฏตีติ รญฺโญ โอวาทํ อทาสิ.

ราชา ตสฺส กถํ สุตฺวา ตโต นิวตฺติตฺวา พาราณสิเมว ปาวิสิ. โจราปิ ‘‘ราชา กิร โจรมทฺทนํ กริสฺสามีติ นครา นิกฺขนฺโต’’ติ สุตฺวา ปจฺจนฺตโต ปลายึสุ. ปจฺจุปฺปนฺเนปิ โจรา ‘‘โกสลราชา กิร นิกฺขนฺโต’’ติ สุตฺวา ปลายึสุ. ราชา สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา อุฏฺฐายาสนา วนฺทิตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา สาวตฺถิเมว ปาวิสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ราชา อานนฺโท อโหสิ, ปณฺฑิตามจฺโจ ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

กฬายมุฏฺฐิชาตกวณฺณนา ฉฏฺฐา.

[๑๗๗] ๗. ตินฺทุกชาตกวณฺณนา

ธนุหตฺถกลาเปหีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ปญฺญาปารมึ อารพฺภ กเถสิ. สตฺถา หิ มหาโพธิชาตเก (ชา. ๒.๑๘.๑๒๔ อาทโย) วิย อุมงฺคชาตเก (ชา. ๒.๒๒.๕๙๐ อาทโย) วิย จ อตฺตโน ปญฺญาย วณฺณํ วณฺณิตํ สุตฺวา ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว ตถาคโต ปญฺญวา, ปุพฺเพปิ ปญฺญวา อุปายกุสโลเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต วานรโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา อสีติสหสฺสวานรคณปริวาโร หิมวนฺตปเทเส วาสํ กปฺเปสิ. ตสฺสาสนฺเน เอโก ปจฺจนฺตคามโก กทาจิ วสติ, กทาจิ อุพฺพสติ. ตสฺส ปน คามสฺส มชฺเฌ สาขาวิฏปสมฺปนฺโน มธุรผโล เอโก ตินฺทุกรุกฺโข อตฺถิ, วานรคโณ อุพฺพสิตกาเล อาคนฺตฺวา ตสฺส ผลานิ ขาทติ. อถาปรสฺมึ ผลวาเร โส คาโม ปุน อาวาโส อโหสิ ทฬฺหปริกฺขิตฺโต ทฺวารยุตฺโต, โสปิ รุกฺโข ผลภารนมิตสาโข อฏฺฐาสิ. วานรคโณ จินฺเตสิ – ‘‘มยํ ปุพฺเพ อสุกคาเม ตินฺทุกผลานิ ขาทาม, ผลิโต นุ โข โส เอตรหิ รุกฺโข, อุทาหุ โน, อาวสิโต โส คาโม, อุทาหุ โน’’ติ. เอวญฺจ ปน จินฺเตตฺวา ‘‘คจฺฉ อิมํ ปวตฺตึ ชานาหี’’ติ เอกํ วานรํ เปเสสิ. โส คนฺตฺวา รุกฺขสฺส จ ผลิตภาวํ คามสฺส จ คาฬฺหวาสภาวํ ญตฺวา อาคนฺตฺวา วานรานํ อาโรเจสิ.

วานรา ตสฺส ผลิตภาวํ สุตฺวา ‘‘มธุรานิ ตินฺทุกผลานิ ขาทิสฺสามา’’ติ อุสฺสาหชาตา วานรินฺทสฺส ตมตฺถํ อาโรเจสุํ. วานรินฺโท ‘‘คาโม อาวาโส อนาวาโส’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อาวาโส, เทวา’’ติ. ‘‘เตน หิ น คนฺตพฺพํ. มนุสฺสา หิ พหุมายา โหนฺตี’’ติ. ‘‘เทว, มนุสฺสานํ ปฏิสลฺลานเวลาย อฑฺฒรตฺตสมเย ขาทิสฺสามา’’ติ พหู คนฺตฺวา วานรินฺทํ สมฺปฏิจฺฉาเปตฺวา หิมวนฺตา โอตริตฺวา ตสฺส คามสฺส อวิทูเร มนุสฺสานํ ปฏิสลฺลานกาลํ อาคมยมานา มหาปาสาณปิฏฺเฐ สยิตฺวา มชฺฌิมยาเม มนุสฺเสสุ นิทฺทํ โอกฺกมนฺเตสุ รุกฺขํ อารุยฺห ผลานิ ขาทึสุ. อเถโก ปุริโส สรีรกิจฺเจน เคหา นิกฺขมิตฺวา คามมชฺฌคโต วานเร ทิสฺวา มนุสฺสานํ อาจิกฺขิ. พหู มนุสฺสา ธนุกลาปํ สนฺนยฺหิตฺวา นานาวุธหตฺถา เลฑฺฑุทณฺฑาทีนิ อาทาย ‘‘ปภาตาย รตฺติยา วานเร คณฺหิสฺสามา’’ติ รุกฺขํ ปริวาเรตฺวา อฏฺฐํสุ. อสีติสหสฺสวานรา มนุสฺเส ทิสฺวา มรณภยตชฺชิตา ‘‘นตฺถิ โน อญฺญํ ปฏิสฺสรณํ อญฺญตฺร วานรินฺเทนา’’ติ ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ปฐมํ คาถมาหํสุ –

๕๓. ‘‘ธนุหตฺถกลาเปหิ, เนตฺตึสวรธาริภิ;

สมนฺตา ปริกิณฺณมฺห, กถํ โมกฺโข ภวิสฺสตี’’ติ.

ตตฺถ ธนุหตฺถกลาเปหีติ ธนุกลาปหตฺเถหิ, ธนูนิ เจว สรกลาเป จ คเหตฺวา ฐิเตหีติ อตฺโถ. เนตฺตึสวรธาริภีติ เนตฺตึสา วุจฺจนฺติ ขคฺคา, อุตฺตมขคฺคธารีหีติ อตฺโถ. ปริกิณฺณมฺหาติ ปริวาริตมฺห. กถนฺติ เกน นุ โข อุปาเยน อมฺหากํ โมกฺโข ภวิสฺสตีติ.

เตสํ กถํ สุตฺวา วานรินฺโท ‘‘มา ภายิตฺถ, มนุสฺสา นาม พหุกิจฺจา, อชฺชปิ มชฺฌิมยาโม วตฺตติ, อปิ นาม เตสํ ‘อเมฺห มาเรสฺสามา’ติ ปริวาริตานํ อิมสฺส กิจฺจสฺส อนฺตรายกรํ อญฺญํ กิจฺจํ อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ วานเร สมสฺสาเสตฺวา ทุติยํ คาถมาห –

๕๔. ‘‘อปฺเปว พหุกิจฺจานํ, อตฺโถ ชาเยถ โกจิ นํ;

อตฺถิ รุกฺขสฺส อจฺฉินฺนํ, ขชฺชถญฺเญว ตินฺทุก’’นฺติ.

ตตฺถ นนฺติ นิปาตมตฺตํ, อปฺเปว พหุกิจฺจานํ มนุสฺสานํ อญฺโญ โกจิ อตฺโถ อุปฺปชฺเชยฺยาติ อยเมเวตฺถ อตฺโถ. อตฺถิ รุกฺขสฺส อจฺฉินฺนนฺติ อิมสฺส รุกฺขสฺส ผลานํ อากฑฺฒนปริกฑฺฒนวเสน อจฺฉินฺนํ พหุ ฐานํ อตฺถิ. ขชฺชถญฺเญว ตินฺทุกนฺติ ตินฺทุกผลํ ขชฺชถญฺเญว. ตุเมฺห หิ ยาวตเกน โว อตฺโถ อตฺถิ, ตตฺตกํ ขาทถ, อมฺหากํ ปหรณกาลํ ชานิสฺสามาติ.

เอวํ มหาสตฺโต กปิคณํ สมสฺสาเสสิ. เอตฺตกญฺหิ อสฺสาสํ อลภมานา สพฺเพปิ เต ผลิเตน หทเยน ชีวิตกฺขยํ ปาปุเณยฺยุํ. มหาสตฺโต ปน เอวํ วานรคณํ อสฺสาเสตฺวา ‘‘สพฺเพ วานเร สมาเนถา’’ติ อาห. สมาเนนฺตา ตสฺส ภาคิเนยฺยํ เสนกํ นาม วานรํ อทิสฺวา ‘‘เสนโก นาคโต’’ติ อาโรเจสุํ. ‘‘สเจ เสนโก นาคโต, ตุเมฺห มา ภายิตฺถ, อิทานิ โว โส โสตฺถึ กริสฺสตี’’ติ. เสนโกปิ โข วานรคณสฺส คมนกาเล นิทฺทายิตฺวา ปจฺฉา ปพุทฺโธ กญฺจิ อทิสฺวา ปทานุปทิโก หุตฺวา อาคจฺฉนฺโต มนุสฺเส ทิสฺวา ‘‘วานรคณสฺส ภยํ อุปฺปนฺน’’นฺติ ญตฺวา เอกสฺมึ ปริยนฺเต เคเห อคฺคึ ชาเลตฺวา สุตฺตํ กนฺตนฺติยา มหลฺลกิตฺถิยา สนฺติกํ คนฺตฺวา เขตฺตํ คจฺฉนฺโต คามทารโก วิย เอกํ อุมฺมุกํ คเหตฺวา อุปริวาเต ฐตฺวา คามํ ปทีเปสิ. มนุสฺสา มกฺกเฏ ฉฑฺเฑตฺวา อคฺคึ นิพฺพาเปตุํ อคมํสุ. วานรา ปลายนฺตา เสนกสฺสตฺถาย เอเกกํ ผลํ คเหตฺวา ปลายึสุ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ภาคิเนยฺโย เสนโก มหานาโม สกฺโก อโหสิ, วานรคโณ พุทฺธปริสา, วานรินฺโท ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

ตินฺทุกชาตกวณฺณนา สตฺตมา.

[๑๗๘] ๘. กจฺฉปชาตกวณฺณนา

ชนิตฺตํ เม ภวิตฺตํ เมติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ อหิวาตกโรคมุตฺตํ อารพฺภ กเถสิ. สาวตฺถิยํ กิร เอกสฺมึ กุเล อหิวาตกโรโค อุปฺปชฺชิ. มาตาปิตโร ปุตฺตํ อาหํสุ – ‘‘ตาต, มา อิมสฺมึ เคเห วส, ภิตฺตึ ภินฺทิตฺวา ปลายิตฺวา ยตฺถ กตฺถจิ คนฺตฺวา ชีวิตํ รกฺข, ปจฺฉา อาคนฺตฺวา อิมสฺมึ นาม ฐาเน มหานิธานํ อตฺถิ, ตํ อุทฺธริตฺวา กุฏุมฺพํ สณฺฐเปตฺวา สุเขน ชีเวยฺยาสี’’ติ. ปุตฺโต เตสํ วจนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ภิตฺตึ ภินฺทิตฺวา ปลายิตฺวา อตฺตโน โรเค วูปสนฺเต อาคนฺตฺวา มหานิธานํ อุทฺธริตฺวา กุฏุมฺพํ สณฺฐเปตฺวา ฆราวาสํ วสิ. โส เอกทิวสํ สปฺปิเตลาทีนิ เจว วตฺถจฺฉาทนาทีนิ จ คาหาเปตฺวา เชตวนํ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา นิสีทิ. สตฺถา เตน สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กตฺวา ‘‘ตุมฺหากํ เคเห อหิวาตกโรโค อุปฺปนฺโนติ อสฺสุมฺห, กินฺติ กตฺวา มุตฺโตสี’’ติ ปุจฺฉิ, โส ตํ ปวตฺตึ อาจิกฺขิ. สตฺถา ‘‘ปุพฺเพปิ โข, อุปาสก, ภเย อุปฺปนฺเน อตฺตโน วสนฏฺฐาเน อาลยํ กตฺวา อญฺญตฺถ อคตา ชีวิตกฺขยํ ปาปุณึสุ, อนาลยํ ปน กตฺวา อญฺญตฺถ คตา ชีวิตํ ลภึสู’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต กาสิคามเก กุมฺภการกุเล นิพฺพตฺติตฺวา กุมฺภการกมฺมํ กตฺวา ปุตฺตทารํ โปเสสิ. ตทา ปน พาราณสิยํ มหานทิยา สทฺธึ เอกาพทฺโธ มหาชาตสฺสโร อโหสิ. โส พหุอุทกกาเล นทิยา สทฺธึ เอโกทโก โหติ, อุทเก มนฺทีภูเต วิสุํ โหติ. มจฺฉกจฺฉปา ปน ‘‘อิมสฺมึ สํวจฺฉเร สุวุฏฺฐิกา ภวิสฺสติ, อิมสฺมึ สํวจฺฉเร ทุพฺพุฏฺฐิกา’’ติ ชานนฺติ. อถ ตสฺมึ สเร นิพฺพตฺตมจฺฉกจฺฉปา ‘‘อิมสฺมึ สํวจฺฉเร ทุพฺพุฏฺฐิกา ภวิสฺสตี’’ติ ญตฺวา อุทกสฺส เอกาพทฺธกาเลเยว ตมฺหา สรา นิกฺขมิตฺวา นทึ อคมึสุ. เอโก ปน กจฺฉโป ‘‘อิทํ เม ชาตฏฺฐานํ วฑฺฒิตฏฺฐานํ, มาตาปิตูหิ วสิตฏฺฐานํ, น สกฺโกมิ อิมํ ชหิตุ’’นฺติ นทึ น อคมาสิ. อถ นิทาฆสมเย ตตฺถ อุทกํ ฉิชฺชิ, โส กจฺฉโป โพธิสตฺตสฺส มตฺติกคหณฏฺฐาเน ภูมึ ขณิตฺวา ปาวิสิ. โพธิสตฺโต ‘‘มตฺติกํ คเหสฺสามี’’ติ ตตฺถ คนฺตฺวา มหากุทฺทาเลน ภูมึ ขณนฺโต กจฺฉปสฺส ปิฏฺฐึ ภินฺทิตฺวา มตฺติกปิณฺฑํ วิย กุทฺทาเลเนว นํ อุทฺธริตฺวา ถเล ปาเตสิ. โส เวทนาปฺปตฺโต หุตฺวา ‘‘วสนฏฺฐาเน อาลยํ ชหิตุํ อสกฺโกนฺโต เอวํ วินาสํ ปาปุณิ’’นฺติ วตฺวา ปริเทวมาโน อิมา คาถา อโวจ –

๕๕. ‘‘ชนิตฺตํ เม ภวิตฺตํ เม, อิติ ปงฺเก อวสฺสยึ;

ตํ มํ ปงฺโก อชฺฌภวิ, ยถา ทุพฺพลกํ ตถา;

ตํ ตํ วทามิ ภคฺคว, สุโณหิ วจนํ มม.

๕๖. ‘‘คาเม วา ยทิ วารญฺเญ, สุขํ ยตฺราธิคจฺฉติ;

ตํ ชนิตฺตํ ภวิตฺตญฺจ, ปุริสสฺส ปชานโต;

ยมฺหิ ชีเว ตมฺหิ คจฺเฉ, น นิเกตหโต สิยา’’ติ.

ตตฺถ ชนิตฺตํ เม ภวิตฺตํ เมติ อิทํ มม ชาตฏฺฐานํ, อิทํ มม วฑฺฒิตฏฺฐานํ. อิติ ปงฺเก อวสฺสยินฺติ อิมินา การเณนาหํ อิมสฺมึ กทฺทเม อวสฺสยึ นิปชฺชึ, วาสํ กปฺเปสินฺติ อตฺโถ. อชฺฌภวีติ อธิอภวิ วินาสํ ปาเปสิ. ภคฺควาติ กุมฺภการํ อาลปติ. กุมฺภการานญฺหิ นามโคตฺตปญฺญตฺติ เอสา, ยทิทํ ภคฺควาติ. สุขนฺติ กายิกเจตสิกสฺสาทํ. ตํ ชนิตฺตํ ภวิตฺตญฺจาติ ตํ ชาตฏฺฐานญฺจ วฑฺฒิตฏฺฐานญฺจ. ‘‘ชานิตฺตํ ภาวิตฺต’’นฺติ ทีฆวเสนปิ ปาโฐ, โสเยวตฺโถ. ปชานโตติ อตฺถานตฺถํ การณาการณํ ชานนฺตสฺส. น นิเกตหโต สิยาติ นิเกเต อาลยํ กตฺวา อญฺญตฺถ อคนฺตฺวา นิเกเตน หโต, เอวรูปํ มรณทุกฺขํ ปาปิโต น ภเวยฺยาติ.

เอวํ โส โพธิสตฺเตน สทฺธึ กเถนฺโต กาลมกาสิ. โพธิสตฺโต ตํ คเหตฺวา สกลคามวาสิโน สนฺนิปาตาเปตฺวา เต มนุสฺเส โอวทนฺโต เอวมาห – ‘‘ปสฺสถ อิมํ กจฺฉปํ, อยํ อญฺเญสํ มจฺฉกจฺฉปานํ มหานทึ คมนกาเล อตฺตโน วสนฏฺฐาเน อาลยํ ฉินฺทิตุํ อสกฺโกนฺโต เตหิ สทฺธึ อคนฺตฺวา มม มตฺติกคหณฏฺฐานํ ปวิสิตฺวา นิปชฺชิ. อถสฺสาหํ มตฺติกํ คณฺหนฺโต มหากุทฺทาเลน ปิฏฺฐึ ภินฺทิตฺวา มตฺติกปิณฺฑํ วิย นํ ถเล ปาเตสึ, อยํ อตฺตนา กตกมฺมํ สริตฺวา ทฺวีหิ คาถาหิ ปริเทวิตฺวา กาลมกาสิ. เอวเมส อตฺตโน วสนฏฺฐาเน อาลยํ กตฺวา มรณํ ปตฺโต, ตุเมฺหปิ มา อิมินา กจฺฉเปน สทิสา อหุวตฺถ, อิโต ปฏฺฐาย ‘มยฺหํ รูปํ มยฺหํ สทฺโท มยฺหํ คนฺโธ มยฺหํ รโส มยฺหํ โผฏฺฐพฺโพ มยฺหํ ปุตฺโต มยฺหํ ธีตา มยฺหํ ทาสทาสิปริจฺเฉโท มยฺหํ หิรญฺญสุวณฺณ’นฺติ ตณฺหาวเสน อุปโภควเสน มา คณฺหิตฺถ, เอกโกเวส สตฺโต ตีสุ ภเวสุ ปริวตฺตตี’’ติ. เอวํ พุทฺธลีลาย มหาชนสฺส โอวาทมทาสิ, โส โอวาโท สกลชมฺพุทีปํ ปตฺถริตฺวา สฏฺฐิมตฺตานิ วสฺสสหสฺสานิ อฏฺฐาสิ. มหาชโน โพธิสตฺตสฺส โอวาเท ฐตฺวา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา อายุปริโยสาเน สคฺคปุรํ ปูเรสิ, โพธิสตฺโตปิ ตเถว ปุญฺญานิ กตฺวา สคฺคปุรํ ปูเรสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน โส กุลปุตฺโต โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ. ‘‘ตทา กจฺฉโป อานนฺโท อโหสิ, กุมฺภกาโร ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

กจฺฉปชาตกวณฺณนา อฏฺฐมา.

[๑๗๙] ๙. สตธมฺมชาตกวณฺณนา

ตญฺจ อปฺปนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกวีสติวิธํ อเนสนํ อารพฺภ กเถสิ. เอกสฺมิญฺหิ กาเล พหู ภิกฺขู เวชฺชกมฺเมน ทูตกมฺเมน ปหิณกมฺเมน ชงฺฆเปสนิเกน ปิณฺฑปฏิปิณฺเฑนาติ เอวรูปาย เอกวีสติวิธาย อเนสนาย ชีวิกํ กปฺเปสุํ. สา สาเกตชาตเก (ชา. ๑.๒.๑๗๓-๑๗๔) อาวิภวิสฺสติ. สตฺถา เตสํ ตถา ชีวิกกปฺปนภาวํ ญตฺวา ‘‘เอตรหิ โข พหู ภิกฺขู อเนสนาย ชีวิกํ กปฺเปนฺติ, เต ปน เอวํ ชีวิกํ กปฺเปตฺวา ยกฺขตฺตภาวา เปตตฺตภาวา น มุจฺจิสฺสนฺติ, ธุรโคณา หุตฺวาว นิพฺพตฺติสฺสนฺติ, นิรเย ปฏิสนฺธึ คณฺหิสฺสนฺติ, เอเตสํ หิตตฺถาย สุขตฺถาย อตฺตชฺฌาสยํ สกปฏิภานํ เอกํ ธมฺมเทสนํ กเถตุํ วฏฺฏตี’’ติ ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา ‘‘น, ภิกฺขเว, เอกวีสติวิธาย อเนสนาย ปจฺจยา อุปฺปาเทตพฺพา. อเนสนาย หิ อุปฺปนฺโน ปิณฺฑปาโต อาทิตฺตโลหคุฬสทิโส หลาหลวิสูปโม. อเนสนา หิ นาเมสา พุทฺธปจฺเจกพุทฺธสาวเกหิ ครหิตพฺพา ปฏิกุฏฺฐา. อเนสนาย อุปฺปนฺนํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชนฺตสฺส หิ หาโส วา โสมนสฺสํ วา นตฺถิ. เอวํ อุปฺปนฺโน หิ ปิณฺฑปาโต มม สาสเน จณฺฑาลสฺส อุจฺฉิฏฺฐโภชนสทิโส, ตสฺส ปริโภโค สตธมฺมมาณวสฺส จณฺฑาลุจฺฉิฏฺฐภตฺตปริโภโค วิย โหตี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต จณฺฑาลโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต เกนจิเทว กรณีเยน ปาเถยฺยตณฺฑุเล จ ภตฺตปุฏญฺจ คเหตฺวา มคฺคํ ปฏิปชฺชิ. ตสฺมิญฺหิ กาเล พาราณสิยํ เอโก มาณโว อตฺถิ สตธมฺโม นาม อุทิจฺจพฺราหฺมณมหาสาลกุเล นิพฺพตฺโต. โสปิ เกนจิเทว กรณีเยน ตณฺฑุเล จ ภตฺตปุฏญฺจ อคเหตฺวาว มคฺคํ ปฏิปชฺชิ, เต อุโภปิ มหามคฺเค สมาคจฺฉึสุ. มาณโว โพธิสตฺตํ ‘‘กึชาติโกสี’’ติ ปุจฺฉิ. โส ‘‘อหํ จณฺฑาโล’’ติ วตฺวา ‘‘ตฺวํ กึชาติโกสี’’ติ มาณวํ ปุจฺฉิ. ‘‘อุทิจฺจพฺราหฺมโณ อห’’นฺติ. ‘‘สาธุ คจฺฉามา’’ติ เต อุโภปิ มคฺคํ อคมํสุ. โพธิสตฺโต ปาตราสเวลาย อุทกผาสุกฏฺฐาเน นิสีทิตฺวา หตฺเถ โธวิตฺวา ภตฺตปุฏํ โมเจตฺวา ‘‘มาณว, ภตฺตํ ภุญฺชาหี’’ติ อาห. ‘‘นตฺถิ, อเร จณฺฑาล, มม ภตฺเตน อตฺโถ’’ติ. โพธิสตฺโต ‘‘สาธู’’ติ ปุฏกภตฺตํ อุจฺฉิฏฺฐํ อกตฺวาว อตฺตโน ยาปนมตฺตํ อญฺญสฺมึ ปณฺเณ ปกฺขิปิตฺวา ปุฏกภตฺตํ พนฺธิตฺวา เอกมนฺเต ฐเปตฺวา ภุญฺชิตฺวา ปานียํ ปิวิตฺวา โธตหตฺถปาโท ตณฺฑุเล จ เสสภตฺตญฺจ อาทาย ‘‘คจฺฉาม, มาณวา’’ติ มคฺคํ ปฏิปชฺชิ.

เต สกลทิวสํ คนฺตฺวา สายํ อุโภปิ เอกสฺมึ อุทกผาสุกฏฺฐาเน นฺหตฺวา ปจฺจุตฺตรึสุ. โพธิสตฺโต ผาสุกฏฺฐาเน นิสีทิตฺวา ภตฺตปุฏํ โมเจตฺวา มาณวํ อนาปุจฺฉิตฺวา ภุญฺชิตุํ อารภิ. มาณโว สกลทิวสํ มคฺคคมเนน กิลนฺโต ฉาตชฺฌตฺโต ‘‘สเจ เม ภตฺตํ ทสฺสติ, ภุญฺชิสฺสามี’’ติ โอโลเกนฺโต อฏฺฐาสิ. อิตโร กิญฺจิ อวตฺวา ภุญฺชเตว. มาณโว จินฺเตสิ – ‘‘อยํ จณฺฑาโล มยฺหํ อวตฺวาว สพฺพํ ภุญฺชติ นิปฺปีเฬตฺวาปิ ตํ คเหตฺวา อุปริ อุจฺฉิฏฺฐภตฺตํ ฉฑฺเฑตฺวา เสสํ ภุญฺชิตุํ วฏฺฏตี’’ติ. โส ตถา กตฺวา อุจฺฉิฏฺฐภตฺตํ ภุญฺชิ. อถสฺส ภุตฺตมตฺตสฺเสว ‘‘มยา อตฺตโน ชาติโคตฺตกุลปเทสานํ อนนุจฺฉวิกํ กตํ, จณฺฑาลสฺส นาม เม อุจฺฉิฏฺฐภตฺตํ ภุตฺต’’นฺติ พลววิปฺปฏิสาโร อุปฺปชฺชิ, ตาวเทวสฺส สโลหิตํ ภตฺตํ มุขโต อุคฺคจฺฉิ. โส ‘‘อปฺปมตฺตกสฺส วต เม การณา อนนุจฺฉวิกํ กมฺมํ กต’’นฺติ อุปฺปนฺนพลวโสกตาย ปริเทวมาโน ปฐมํ คาถมาห –

๕๗. ‘‘ตญฺจ อปฺปญฺจ อุจฺฉิฏฺฐํ, ตญฺจ กิจฺเฉน โน อทา;

โสหํ พฺราหฺมณชาติโก, ยํ ภุตฺตํ ตมฺปิ อุคฺคต’’นฺติ.

ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ – ยํ มยา ภุตฺตํ, ตํ อปฺปญฺจ อุจฺฉิฏฺฐญฺจ, ตญฺจ โส จณฺฑาโล น อตฺตโน รุจิยา มํ อทาสิ, อถ โข นิปฺปีฬิยมาโน กิจฺเฉน กสิเรน อทาสิ, โสหํ ปริสุทฺธพฺราหฺมณชาติโก, เตเนว เม ยํ ภุตฺตํ, ตมฺปิ สทฺธึ โลหิเตน อุคฺคตนฺติ.

เอวํ มาณโว ปริเทวิตฺวา ‘‘กึ ทานิ เม เอวรูปํ อนนุจฺฉวิกํ กมฺมํ กตฺวา ชีวิเตนา’’ติ อรญฺญํ ปวิสิตฺวา กสฺสจิ อตฺตานํ อทสฺเสตฺวาว อนาถมรณํ ปตฺโต.

สตฺถา อิมํ อตีตํ ทสฺเสตฺวา ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, สตธมฺมมาณวสฺส ตํ จณฺฑาลุจฺฉิฏฺฐกํ ภุญฺชิตฺวา อตฺตโน อยุตฺตโภชนสฺส ภุตฺตตฺตา เนว หาโส, น โสมนสฺสํ อุปฺปชฺชิ, เอวเมว โย อิมสฺมึ สาสเน ปพฺพชิโต อเนสนาย ชีวิกํ กปฺเปนฺโต ตถาลทฺธปจฺจยํ ปริภุญฺชติ, ตสฺส พุทฺธปฏิกุฏฺฐครหิตชีวิตภาวโต เนว หาโส, น โสมนสฺสํ อุปฺปชฺชตี’’ติ วตฺวา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา ทุติยํ คาถมาห –

๕๘. ‘‘เอวํ ธมฺมํ นิรํกตฺวา, โย อธมฺเมน ชีวติ;

สตธมฺโมว ลาเภน, ลทฺเธนปิ น นนฺทตี’’ติ.

ตตฺถ ธมฺมนฺติ อาชีวปาริสุทฺธิสีลธมฺมํ. นิรํกตฺวาติ นีหริตฺวา ฉฑฺเฑตฺวา. อธมฺเมนาติ เอกวีสติยา อเนสนสงฺขาเตน มิจฺฉาชีเวน. สตธมฺโมติ ตสฺส นามํ, ‘‘สนฺตธมฺโม’’ติปิ ปาโฐ. น นนฺทตีติ ยถา สตธมฺโม มาณโว ‘‘จณฺฑาลุจฺฉิฏฺฐกํ เม ลทฺธ’’นฺติ เตน ลาเภน น นนฺทติ, เอวํ อิมสฺมิมฺปิ สาสเน ปพฺพชิโต กุลปุตฺโต อเนสนาย ลทฺธลาภํ ปริภุญฺชนฺโต น นนฺทติ น ตุสฺสติ, ‘‘พุทฺธครหิตชีวิกาย ชีวามี’’ติ โทมนสฺสปฺปตฺโต โหติ. ตสฺมา อเนสนาย ชีวิกํ กปฺเปนฺตสฺส สตธมฺมมาณวสฺเสว อรญฺญํ ปวิสิตฺวา อนาถมรณํ มริตุํ วรนฺติ.

เอวํ สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ เทเสตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน พหู ภิกฺขู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสุ. ‘‘ตทา มาณโว อานนฺโท อโหสิ, อหเมว จณฺฑาลปุตฺโต อโหสิ’’นฺติ.

สตธมฺมชาตกวณฺณนา นวมา.

[๑๘๐] ๑๐. ทุทฺททชาตกวณฺณนา

ทุทฺททํ ททมานานนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต คณทานํ อารพฺภ กเถสิ. สาวตฺถิยํ กิร เทฺว สหายกา กุฏุมฺพิยปุตฺตา ฉนฺทกํ สํหริตฺวา สพฺพปริกฺขารทานํ สชฺเชตฺวา พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ นิมนฺเตตฺวา สตฺตาหํ มหาทานํ ปวตฺเตตฺวา สตฺตเม ทิวเส สพฺพปริกฺขาเร อทํสุ. เตสุ คณเชฏฺฐโก สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิตฺวา ‘‘ภนฺเต, อิมสฺมึ ทาเน พหุทายกาปิ อตฺถิ อปฺปทายกาปิ, เตสํ สพฺเพสมฺปิ ‘อิทํ ทานํ มหปฺผลํ โหตู’’’ติ ทานํ นิยฺยาเทสิ. สตฺถา ‘‘ตุเมฺหหิ โข อุปาสกา พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทานํ ทตฺวา เอวํ นิยฺยาเทนฺเตหิ มหากมฺมํ กตํ, โปราณกปณฺฑิตาปิ ทานํ ทตฺวา เอวเมว นิยฺยาทึสู’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต กาสิรฏฺเฐ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ตกฺกสิลายํ สพฺพสิปฺปานิ อุคฺคณฺหิตฺวา ฆราวาสํ ปหาย อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา คณสตฺถา หุตฺวา หิมวนฺตปเทเส จิรํ วสิตฺวา โลณมฺพิลเสวนตฺถาย ชนปทจาริกํ จรมาโน พาราณสึ ปตฺวา ราชุยฺยาเน วสิตฺวา ปุนทิวเส ทฺวารคาเม สปริวาโร ภิกฺขาย จริ. มนุสฺสา ภิกฺขํ อทํสุ. ปุนทิวเส พาราณสิยํ จริ, มนุสฺสา สมฺปิยายมานา ภิกฺขํ ทตฺวา คณพนฺธเนน ฉนฺทกํ สํหริตฺวา ทานํ สชฺเชตฺวา อิสิคณสฺส มหาทานํ ปวตฺตยึสุ. ทานปริโยสาเน คณเชฏฺฐโก เอวเมว วตฺวา อิมินาว นิยาเมน ทานํ นิยฺยาเทสิ. โพธิสตฺโต ‘‘อาวุโส, จิตฺตปฺปสาเท สติ อปฺปกํ นาม ทานํ นตฺถี’’ติ วตฺวา อนุโมทนํ กโรนฺโต อิมา คาถา อโวจ –

๕๙. ‘‘ทุทฺททํ ททมานานํ, ทุกฺกรํ กมฺม กุพฺพตํ;

อสนฺโต นานุกุพฺพนฺติ, สตํ ธมฺโม ทุรนฺนโย.

๖๐. ‘‘ตสฺมา สตญฺจ อสตํ, นานา โหติ อิโต คติ;

อสนฺโต นิรยํ ยนฺติ, สนฺโต สคฺคปรายณา’’ติ.

ตตฺถ ทุทฺททนฺติ ทานํ นาม โลภโทสวสิเกหิ อปณฺฑิเตหิ ทาตุํ น สกฺกา, ตสฺมา ‘‘ทุทฺทท’’นฺติ วุจฺจติ. ตํ ททมานานํ. ทุกฺกรํ กมฺม กุพฺพตนฺติ ตเทว ทานกมฺมํ สพฺเพหิ กาตุํ น สกฺกาติ ทุกฺกรํ. ตํ กุรุมานานํ. อสนฺโตติ อปณฺฑิตา พาลา. นานุกุพฺพนฺตีติ ตํ กมฺมํ นานุกโรนฺติ. สตํ ธมฺโมติ ปณฺฑิตานํ สภาโว. ทานํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ทุรนฺนโยติ ผลสมฺพนฺธวเสน ทุชฺชาโน, เอวรูปสฺส ทานสฺส เอวรูโป ผลวิปาโก โหตีติ ทุรนุโพโธ. อปิจ ทุรนฺนโยติ ทุรธิคโม, อปณฺฑิเตหิ ทานํ ทตฺวา ทานผลํ นาม ลทฺธุํ น สกฺกาติปิ อตฺโถ. นานา โหติ อิโต คตีติ อิโต จวิตฺวา ปรโลกํ คจฺฉนฺตานํ ปฏิสนฺธิคฺคหณํ นานา โหติ. อสนฺโต นิรยํ ยนฺตีติ อปณฺฑิตา ทุสฺสีลา ทานํ อทตฺวา สีลํ อรกฺขิตฺวา นิรยํ คจฺฉนฺติ. สนฺโต สคฺคปรายณาติ ปณฺฑิตา ปน ทานํ ทตฺวา สีลํ รกฺขิตฺวา อุโปสถกมฺมํ กริตฺวา ตีณิ สุจริตานิ ปูเรตฺวา สคฺคปรายณา โหนฺติ, มหนฺตํ สคฺคสุขสมฺปตฺตึ อนุภวนฺตีติ.

เอวํ โพธิสตฺโต อนุโมทนํ กตฺวา จตฺตาโร วสฺสิเก มาเส ตตฺเถว วสิตฺวา วสฺสาติกฺกเม หิมวนฺตํ คนฺตฺวา ฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา อปริหีนชฺฌาโน พฺรหฺมโลกูปโค อโหสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา อิสิคโณ พุทฺธปริสา อโหสิ, คณสตฺถา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

ทุทฺททชาตกวณฺณนา ทสมา.

กลฺยาณวคฺโค ตติโย.

ตสฺสุทฺทานํ –

กลฺยาณธมฺมํ ททฺทรํ, มกฺกฏิ ทุพฺภิมกฺกฏํ;

อาทิจฺจุปฏฺฐานญฺเจว, กฬายมุฏฺฐิ ตินฺทุกํ;

กจฺฉปํ สตธมฺมญฺจ, ทุทฺททนฺติ จ เต ทส.