๑. วิตกฺกสุตฺตวณฺณนา
๓๘. ทุติยวคฺคสฺส ปฐเม ตถาคตํ, ภิกฺขเวติ เอตฺถ ตถาคต-สทฺโท ตาว สตฺตโวหารสมฺมาสมฺพุทฺธาทีสุ ทิสฺสติ. ตถา เหส ‘‘โหติ ตถาคโต ปรํ มรณา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๖๕) สตฺตโวหาเร.
‘‘ตถาคตํ เทวมนุสฺสปูชิตํ,
พุทฺธํ นมสฺสาม สุวตฺถิ โหตู’’ติ. (ขุ. ปา. ๖.๑๖) –
อาทีสุ สมฺมาสมฺพุทฺเธ.
‘‘ตถาคตํ เทวมนุสฺสปูชิตํ,
ธมฺมํ นมสฺสาม สุวตฺถิ โหตู’’ติ. (ขุ. ปา. ๖.๑๗) –
อาทีสุ ธมฺเม.
‘‘ตถาคตํ เทวมนุสฺสปูชิตํ,
สงฺฆํ นมสฺสาม สุวตฺถิ โหตู’’ติ. (ขุ. ปา. ๖.๑๘) –
อาทีสุ สงฺเฆ. อิธ ปน สมฺมาสมฺพุทฺเธ. ตสฺมา ตถาคตนฺติ เอตฺถ อฏฺฐหิ การเณหิ ภควา ตถาคโตติ วุจฺจติ. กตเมหิ อฏฺฐหิ? ตถา อาคโตติ ตถาคโต, ตถา คโตติ ตถาคโต, ตถลกฺขณํ อาคโตติ ตถาคโต, ตถธมฺเม ยาถาวโต อภิสมฺพุทฺโธติ ตถาคโต, ตถทสฺสิตาย ตถาคโต, ตถวาทิตาย ตถาคโต, ตถาการิตาย ตถาคโต, อภิภวนฏฺเฐน ตถาคโตติ.
กถํ ภควา ตถา อาคโตติ ตถาคโต? ยถา เยน อภินีหาเรน ทานปารมึ ปูเรตฺวา สีลเนกฺขมฺมปญฺญาวีริยขนฺติสจฺจอธิฏฺฐานเมตฺตาอุเปกฺขาปารมึ ปูเรตฺวา อิมา ทส ปารมิโย, ทส อุปปารมิโย, ทส ปรมตฺถปารมิโยติ สมตึส ปารมิโย ปูเรตฺวา องฺคปริจฺจาคํ, อตฺตปริจฺจาคํ, ธนปริจฺจาคํ, ทารปริจฺจาคํ, รชฺชปริจฺจาคนฺติ อิมานิ ปญฺจ มหาปริจฺจาคานิ ปริจฺจชิตฺวา ยถา วิปสฺสิอาทโย สมฺมาสมฺพุทฺธา อาคตา, ตถา อมฺหากํ ภควาปิ อาคโตติ ตถาคโต. ยถาห –
‘‘ยเถว โลกมฺหิ วิปสฺสิอาทโย,
สพฺพญฺญุภาวํ มุนโย อิธาคตา;
ตถา อยํ สกฺยมุนีปิ อาคโต,
ตถาคโต วุจฺจติ เตน จกฺขุมา’’ติ. –
เอวํ ตถา อาคโตติ ตถาคโต.
กถํ ตถา คโตติ ตถาคโต? ยถา สมฺปติชาตาว วิปสฺสิอาทโย สเมหิ ปาเทหิ ปถวิยํ ปติฏฺฐาย อุตฺตราภิมุขา สตฺตปทวีติหาเรน คตา, ตถา อมฺหากํ ภควาปิ คโตติ ตถาคโต. ยถาหุ –
‘‘มุหุตฺตชาโตว ควํปตี ยถา,
สเมหิ ปาเทหิ ผุสี วสุนฺธรํ;
โส วิกฺกมี สตฺต ปทานิ โคตโม,
เสตญฺจ ฉตฺตํ อนุธารยุํ มรู.
‘‘คนฺตฺวาน โส สตฺต ปทานิ โคตโม,
ทิสา วิโลเกสิ สมา สมนฺตโต;
อฏฺฐงฺคุเปตํ คิรมพฺภุทีรยิ,
สีโห ยถา ปพฺพตมุทฺธนิฏฺฐิโต’’ติ. –
เอวํ ตถา คโตติ ตถาคโต.
กถํ ตถลกฺขณํ อาคโตติ ตถาคโต? สพฺเพสํ รูปารูปธมฺมานํ สลกฺขณํ, สามญฺญลกฺขณํ, ตถํ, อวิตถํ, ญาณคติยา อาคโต, อวิรชฺฌิตฺวา ปตฺโต, อนุพุทฺโธติ ตถาคโต. ยถาห –
‘‘สพฺเพสํ ปน ธมฺมานํ, สกสามญฺญลกฺขณํ;
ตถเมวาคโต ยสฺมา, ตสฺมา นาโถ ตถาคโต’’ติ. –
เอวํ ตถลกฺขณํ อาคโตติ ตถาคโต.
กถํ ตถธมฺเม ยาถาวโต อภิสมฺพุทฺโธติ ตถาคโต? ตถธมฺมา นาม จตฺตาริ อริยสจฺจานิ. ยถาห ‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ. กตมานิ จตฺตาริ? อิทํ ทุกฺขํ อริยสจฺจนฺติ, ภิกฺขเว, ตถเมตํ อวิตถเมตํ อนญฺญถเมต’’นฺติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๙๐) วิตฺถาโร. ตานิ จ ภควา อภิสมฺพุทฺโธ, ตสฺมาปิ ตถานํ อภิสมฺพุทฺธตฺตา ตถาคโต. อภิสมฺพุทฺธตฺโถ หิ เอตฺถ คต-สทฺโท. เอวํ ตถธมฺเม ยาถาวโต อภิสมฺพุทฺโธติ ตถาคโต.
กถํ ตถทสฺสิตาย ตถาคโต? ยํ สเทวเก โลเก…เป… สเทวมนุสฺสาย ปชาย อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ อปริมาณานํ สตฺตานํ จกฺขุทฺวาเร อาปาถมาคจฺฉนฺตํ รูปารมฺมณํ นาม อตฺถิ, ตํ ภควา สพฺพาการโต ชานาติ ปสฺสติ. เอวํ ชานตา ปสฺสตา จาเนน ตํ อิฏฺฐาทิวเสน วา ทิฏฺฐสุตมุตวิญฺญาเตสุ ลพฺภมานปทวเสน วา ‘‘กตมํ ตํ รูปํ รูปายตนํ, ยํ รูปํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย วณฺณนิภา สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ นีลํ ปีตก’’นฺติอาทินา (ธ. ส. ๖๑๖) นเยน อเนเกหิ นาเมหิ เตรสหิ วาเรหิ เทฺวปญฺญาสาย นเยหิ วิภชฺชมานํ ตถเมว โหติ, วิตถํ นตฺถิ. เอส นโย โสตทฺวาราทีสุ อาปาถมาคจฺฉนฺเตสุ สทฺทาทีสุ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –
‘‘ยํ, ภิกฺขเว, สเทวกสฺส โลกสฺส…เป… สเทวมนุสฺสาย ทิฏฺฐํ สุตํ มุตํ วิญฺญาตํ ปตฺตํ ปริเยสิตํ อนุวิจริตํ มนสา, ตมหํ ชานามิ…เป… ตมหํ อพฺภญฺญาสึ, ตํ ตถาคตสฺส วิทิตํ, ตํ ตถาคโต น อุปฏฺฐาสี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔).
เอวํ ตถทสฺสิตาย ตถาคโต. เอตฺถ ตถทสฺสิอตฺเถ ตถาคโตติ ปทสฺส สมฺภโว เวทิตพฺโพ.
กถํ ตถวาทิตาย ตถาคโต? ยํ รตฺตึ ภควา อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ, ยญฺจ รตฺตึ อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายิ, เอตฺถนฺตเร ปญฺจจตฺตาลีสวสฺสปริมาณกาเล ยํ ภควตา ภาสิตํ สุตฺตเคยฺยาทิ, สพฺพํ ตํ ปริสุทฺธํ ปริปุณฺณํ ราคมทาทินิมฺมทนํ เอกสทิสํ ตถํ อวิตถํ. เตนาห –
‘‘ยญฺจ, จุนฺท, รตฺตึ ตถาคโต อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺฌติ, ยญฺจ รตฺตึ อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายติ, ยํ เอตสฺมึ อนฺตเร ภาสติ ลปติ นิทฺทิสติ, สพฺพํ ตํ ตเถว โหติ, โน อญฺญถา. ตสฺมา ‘ตถาคโต’ติ วุจฺจตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๑๘๘; อ. นิ. ๔.๒๓).
คทอตฺโถ หิ เอตฺถ คตสทฺโท. เอวํ ตถวาทิตาย ตถาคโต. อปิจ อาคทนํ อาคโท, วจนนฺติ อตฺโถ. ตโถ อวิปรีโต อาคโท อสฺสาติ ทการสฺส ตการํ กตฺวา ตถาคโตติ, เอวมฺเปตฺถ ปทสิทฺธิ เวทิตพฺพา.
กถํ ตถาการิตาย ตถาคโต? ภควโต หิ วาจาย กาโย อนุโลเมติ, กายสฺสปิ วาจา. ตสฺมา ยถาวาที ตถาการี, ยถาการี ตถาวาที จ โหติ. เอวํภูตสฺส จสฺส ยถา วาจา, กาโยปิ ตถา คโต ปวตฺโต. ยถา จ กาโย, วาจาปิ ตถา คตาติ ตถาคโต. เตนาห ‘‘ยถาวาที, ภิกฺขเว, ตถาคโต ตถาการี, ยถาการี ตถาวาที. อิติ ยถาวาที ตถาการี, ยถาการี ตถาวาที. ตสฺมา ‘ตถาคโต’ติ วุจฺจตี’’ติ. เอวํ ตถาการิตาย ตถาคโต.
กถํ อภิภวนฏฺเฐน ตถาคโต? ยสฺมา ภควา อุปริ ภวคฺคํ เหฏฺฐา อวีจึ ปริยนฺตํ กริตฺวา ติริยํ อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ สพฺพสตฺเต อภิภวติ สีเลนปิ สมาธินาปิ ปญฺญายปิ วิมุตฺติยาปิ วิมุตฺติญาณทสฺสเนนปิ, น ตสฺส ตุลา วา ปมาณํ วา อตฺถิ, อถ โข อตุโล อปฺปเมยฺโย อนุตฺตโร เทวานํ อติเทโว สกฺกานํ อติสกฺโก พฺรหฺมานํ อติพฺรหฺมา สพฺพสตฺตุตฺตโม, ตสฺมา ตถาคโต. เตนาห –
‘‘สเทวเก, ภิกฺขเว, โลเก…เป… มนุสฺสาย ตถาคโต อภิภู อนภิภูโต อญฺญทตฺถุ ทโส วสวตฺตี, ตสฺมา ‘ตถาคโต’ติ วุจฺจตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๑๘๘; อ. นิ. ๔.๒๓).
ตตฺรายํ ปทสิทฺธิ – อคโท วิย อคโท, เทสนาวิลาโส เจว ปุญฺญุสฺสโย จ. เตน เหส มหานุภาโว ภิสกฺโก วิย ทิพฺพาคเทน สปฺเป, สพฺพปรปฺปวาทิโน สเทวกญฺจ โลกํ อภิภวติ. อิติ สพฺพโลกาภิภวเน ตโถ อวิปรีโต ยถาวุตฺโต อคโท เอตสฺสาติ ทการสฺส ตการํ กตฺวา ตถาคโตติ เวทิตพฺโพ. เอวํ อภิภวนฏฺเฐน ตถาคโต.
อปิจ ตถาย คโตติ ตถาคโต, ตถํ คโตติ ตถาคโต. ตตฺถ สกลโลกํ ตีรณปริญฺญาย ตถาย คโต อวคโตติ ตถาคโต, โลกสมุทยํ ปหานปริญฺญาย ตถาย คโต อตีโตติ ตถาคโต, โลกนิโรธํ สจฺฉิกิริยาย ตถาย คโต อธิคโตติ ตถาคโต. โลกนิโรธคามินึ ปฏิปทํ ตถํ คโต ปฏิปนฺโนติ ตถาคโต. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –
‘‘โลโก, ภิกฺขเว, ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺโธ. โลกสฺมา ตถาคโต วิสํยุตฺโต. โลกสมุทโย, ภิกฺขเว, ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺโธ, โลกสมุทโย ตถาคตสฺส ปหีโน. โลกนิโรโธ, ภิกฺขเว, ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺโธ, โลกนิโรโธ ตถาคตสฺส สจฺฉิกโต. โลกนิโรธคามินี ปฏิปทา, ภิกฺขเว, ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺธา, โลกนิโรธคามินี ปฏิปทา ตถาคตสฺส ภาวิตา. ยํ, ภิกฺขเว, สเทวกสฺส…เป… สพฺพํ ตํ ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺธํ. ตสฺมา ‘ตถาคโต’ติ วุจฺจตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๓).
อปเรหิปิ อฏฺฐหิ การเณหิ ภควา ตถาคโต. ตถาย อาคโตติ ตถาคโต, ตถาย คโตติ ตถาคโต, ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต, ตถา คโตติ ตถาคโต, ตถาวิโธติ ตถาคโต, ตถาปวตฺติโกติ ตถาคโต, ตเถหิ อาคโตติ ตถาคโต, ตถา คตภาเวน ตถาคโตติ.
กถํ ตถาย อาคโตติ ตถาคโต? ยา สา ภควตา สุเมธภูเตน ทีปงฺกรทสพลสฺส ปาทมูเล –
‘‘มนุสฺสตฺตํ ลิงฺคสมฺปตฺติ, เหตุ สตฺถารทสฺสนํ;
ปพฺพชฺชา คุณสมฺปตฺติ, อธิกาโร จ ฉนฺทตา;
อฏฺฐธมฺมสโมธานา, อภินีหาโร สมิชฺฌตี’’ติ. (พุ. วํ. ๒.๕๙) –
เอวํ วุตฺตํ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ อภินีหารํ สมฺปาเทนฺเตน ‘‘อหํ สเทวกํ โลกํ ติณฺโณ ตาเรสฺสามิ, มุตฺโต โมเจสฺสามิ, ทนฺโต ทเมสฺสามิ, อสฺสตฺโถ อสฺสาเสสฺสามิ, ปรินิพฺพุโต ปรินิพฺพาเปสฺสามิ, สุทฺโธ โสเธสฺสามิ, พุทฺโธ โพเธสฺสามี’’ติ มหาปฏิญฺญา ปวตฺติตา. วุตฺตํ เหตํ –
‘‘กึ เม เอเกน ติณฺเณน, ปุริเสน ถามทสฺสินา;
สพฺพญฺญุตํ ปาปุณิตฺวา, สนฺตาเรสฺสํ สเทวกํ.
‘‘อิมินา เม อธิกาเรน, กเตน ปุริสุตฺตเม;
สพฺพญฺญุตํ ปาปุณิตฺวา, ตาเรมิ ชนตํ พหุํ.
‘‘สํสารโสตํ ฉินฺทิตฺวา, วิทฺธํเสตฺวา ตโย ภเว;
ธมฺมนาวํ สมารุยฺห, สนฺตาเรสฺสํ สเทวกํ.
‘‘กึ เม อญฺญาตเวเสน, ธมฺมํ สจฺฉิกเตนิธ;
สพฺพญฺญุตํ ปาปุณิตฺวา, พุทฺโธ เหสฺสํ สเทวเก’’ติ. (พุ. วํ. ๕๕-๕๘);
ตํ ปเนตํ มหาปฏิญฺญํ สกลสฺสปิ พุทฺธกรธมฺมสมุทายสฺส ปวิจยปจฺจเวกฺขณสมาทานานํ การณภูตํ อวิสํวาเทนฺโต โลกนาโถ ยสฺมา มหากปฺปานํ สตสหสฺสาธิกานิ จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ สกฺกจฺจํ นิรนฺตรํ นิรวเสสโต ทานปารมิอาทโย สมตึสปารมิโย ปูเรตฺวา, องฺคปริจฺจาคาทโย ปญฺจ มหาปริจฺจาเค ปริจฺจชิตฺวา, สจฺจาธิฏฺฐานาทีนิ จตฺตาริ อธิฏฺฐานานิ ปริพฺรูเหตฺวา, ปุญฺญญาณสมฺภาเร สมฺภริตฺวา ปุพฺพโยคปุพฺพจริยธมฺมกฺขานญาตตฺถจริยาทโย อุกฺกํสาเปตฺวา, พุทฺธิจริยํ ปรมโกฏึ ปาเปตฺวา อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺฌิ; ตสฺมา ตสฺเสว สา มหาปฏิญฺญา ตถา อวิตถา อนญฺญถา, น ตสฺส วาลคฺคมตฺตมฺปิ วิตถํ อตฺถิ. ตถา หิ ทีปงฺกโร ทสพโล โกณฺฑญฺโญ, มงฺคโล…เป… กสฺสโป ภควาติ อิเม จตุวีสติ สมฺมาสมฺพุทฺธา ปฏิปาฏิยา อุปฺปนฺนา ‘‘พุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ นํ พฺยากรึสุ. เอวํ จตุวีสติยา พุทฺธานํ สนฺติเก ลทฺธพฺยากรโณ เย เต กตาภินีหาเรหิ โพธิสตฺเตหิ ลทฺธพฺพา อานิสํสา, เต ลภิตฺวาว อาคโตติ ตาย ยถาวุตฺตาย มหาปฏิญฺญาย ตถาย อภิสมฺพุทฺธภาวํ อาคโต อธิคโตติ ตถาคโต. เอวํ ตถาย อาคโตติ ตถาคโต.
กถํ ตถาย คโตติ ตถาคโต? ยายํ มหากรุณา โลกนาถสฺส, ยาย มหาทุกฺขสมฺพาธปฺปฏิปนฺนํ สตฺตนิกายํ ทิสฺวา ‘‘ตสฺส นตฺถญฺโญ โกจิ ปฏิสรณํ, อหเมว นํ อิโต สํสารทุกฺขโต มุตฺโต โมเจสฺสามี’’ติ สมุสฺสาหิตมานโส มหาภินีหารํ อกาสิ. กตฺวา จ ยถาปณิธานํ สกลโลกหิตสมฺปาทนาย อุสฺสุกฺกมาปนฺโน อตฺตโน กายชีวิตนิรเปกฺโข ปเรสํ โสตปถคมนมตฺเตนปิ จิตฺตุตฺราสสมุปฺปาทิกา อติทุกฺกรา ทุกฺกรจริยา สมาจรนฺโต ยถา มหาโพธิสตฺตานํ ปฏิปตฺติ หานภาคิยา สํกิเลสภาคิยา ฐิติภาคิยา วา น โหติ, อถ โข อุตฺตริ วิเสสภาคิยาว โหติ, ตถา ปฏิปชฺชมาโน อนุปุพฺเพน นิรวเสเส โพธิสมฺภาเร สมาเนตฺวา อภิสมฺโพธึ ปาปุณิ. ตโต ปรญฺจ ตาเยว มหากรุณาย สญฺโจทิตมานโส ปวิเวกรตึ ปรมญฺจ สนฺตํ วิโมกฺขสุขํ ปหาย พาลชนพหุเล โลเก เตหิ สมุปฺปาทิตํ สมฺมานาวมานวิปฺปการํ อคเณตฺวา เวเนยฺยชนวินยเนน นิรวเสสํ พุทฺธกิจฺจํ นิฏฺฐเปสิ. ตตฺร โย ภควโต สตฺเตสุ มหากรุณาย สโมกฺกมนากาโร, โส ปรโต อาวิ ภวิสฺสติ. ยถา พุทฺธภูตสฺส โลกนาถสฺส สตฺเตสุ มหากรุณา, เอวํ โพธิสตฺตภูตสฺสปิ มหาภินีหารกาลาทีสูติ สพฺพตฺถ สพฺพทา จ เอกสทิสตาย ตถาว สา อวิตถา อนญฺญถา. ตสฺมา ตีสุปิ อวตฺถาสุ สพฺพสตฺเตสุ สมานรสาย ตถาย มหากรุณาย สกลโลกหิตาย คโต ปฏิปนฺโนติ ตถาคโต. เอวํ ตถาย คโตติ ตถาคโต.
กถํ ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต? ตถานิ นาม จตฺตาริ อริยมคฺคญาณานิ. ตานิ หิ ‘‘อิทํ ทุกฺขํ, อยํ ทุกฺขสมุทโย, อยํ ทุกฺขนิโรโธ, อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’’ติ เอวํ สพฺพเญยฺยสงฺคาหกานํ ปวตฺตินิวตฺติตทุภยเหตุภูตานํ จตุนฺนํ อริยสจฺจานํ, ทุกฺขสฺส ปีฬนฏฺโฐ สงฺขตฏฺโฐ สนฺตาปฏฺโฐ วิปริณามฏฺโฐ, สมุทยสฺส อายูหนฏฺโฐ นิทานฏฺโฐ สํโยคฏฺโฐ ปลิโพธฏฺโฐ, นิโรธสฺส นิสฺสรณฏฺโฐ วิเวกฏฺโฐ อสงฺขตฏฺโฐ อมตฏฺโฐ, มคฺคสฺส นิยฺยานฏฺโฐ เหตฺวฏฺโฐ ทสฺสนฏฺโฐ อธิปเตยฺยฏฺโฐติอาทีนํ ตพฺพิภาคานญฺจ ยถาภูตสภาวาวโพธวิพนฺธกสฺส สํกิเลสปกฺขสฺส สมุจฺฉินฺทเนน ปฏิลทฺธาย ตตฺถ อสมฺโมหาภิสมยสงฺขาตาย อวิปรีตาการปฺปวตฺติยา ธมฺมานํ สภาวสรสลกฺขณสฺส อวิสํวาทนโต ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ, ตานิ ภควา อนญฺญเนยฺโย สยเมว อาคโต อธิคโต, ตสฺมา ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต.
ยถา จ มคฺคญาณานิ, เอวํ ภควโต ตีสุ กาเลสุ อปฺปฏิหตญาณานิ จตุปฏิสมฺภิทาญาณานิ จตุเวสารชฺชญาณานิ ปญฺจคติปริจฺเฉทญาณานิ ฉอสาธารณญาณานิ สตฺตโพชฺฌงฺควิภาวนญาณานิ อฏฺฐมคฺคงฺควิภาวนญาณานิ นวานุปุพฺพวิหารสมาปตฺติญาณานิ ทสพลญาณานิ จ วิภาเวตพฺพานิ.
ตตฺรายํ วิภาวนา – ยญฺหิ กิญฺจิ อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ อปริมาณานํ สตฺตานํ หีนาทิเภทภินฺนานํ หีนาทิเภทภินฺนาสุ อตีตาสุ ขนฺธายตนธาตูสุ สภาวกิจฺจาทิ อวตฺถาวิเสสาทิ ขนฺธปฏิพทฺธนามโคตฺตาทิ จ ชานิตพฺพํ. อนินฺทฺริยพทฺเธสุ จ อติสุขุมติโรหิตวิทูรเทเสสุ รูปธมฺเมสุ โย ตํตํปจฺจยวิเสเสหิ สทฺธึ ปจฺจยุปฺปนฺนานํ วณฺณสณฺฐานคนฺธรสผสฺสาทิวิเสโส, ตตฺถ สพฺพตฺเถว หตฺถตเล ฐปิตอามลโก วิย ปจฺจกฺขโต อสงฺคมปฺปฏิหตํ ภควโต ญาณํ ปวตฺตติ, ตถา อนาคตาสุ ปจฺจุปฺปนฺนาสุ จาติ อิมานิ ตีสุ กาเลสุ อปฺปฏิหตญาณานิ นาม. ยถาห –
‘‘อตีตํเส พุทฺธสฺส ภควโต อปฺปฏิหตํ ญาณํ, อนาคตํเส พุทฺธสฺส ภควโต อปฺปฏิหตํ ญาณํ, ปจฺจุปฺปนฺนํเส พุทฺธสฺส ภควโต อปฺปฏิหตํ ญาณ’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๓.๕).
ตานิ ปเนตานิ ตตฺถ ตตฺถ ธมฺมานํ สภาวสรสลกฺขณสฺส อวิสํวาทนโต ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ, ตานิ ภควา สยมฺภุญาเณน อธิคญฺฉิ. เอวํ ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต.
ตถา อตฺถปฏิสมฺภิทา, ธมฺมปฏิสมฺภิทา, นิรุตฺติปฏิสมฺภิทา, ปฏิภานปฏิสมฺภิทาติ จตสฺโส ปฏิสมฺภิทา. ตตฺถ อตฺถปเภทสฺส สลฺลกฺขณวิภาวนววตฺถานกรณสมตฺถํ อตฺเถ ปเภทคตํ ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา. ธมฺมปเภทสฺส สลฺลกฺขณวิภาวนววตฺถานกรณสมตฺถํ ธมฺเม ปเภทคตํ ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา. นิรุตฺติปเภทสฺส สลฺลกฺขณวิภาวนววตฺถานกรณสมตฺถํ นิรุตฺตาภิลาเป ปเภทคตํ ญาณํ นิรุตฺติปฏิสมฺภิทา. ปฏิภานปเภทสฺส สลฺลกฺขณวิภาวนววตฺถานกรณสมตฺถํ ปฏิภาเน ปเภทคตํ ญาณํ ปฏิภานปฏิสมฺภิทา. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘อตฺเถ ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา, ธมฺเม ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา, ตตฺร ธมฺมนิรุตฺตาภิลาเป ญาณํ นิรุตฺติปฏิสมฺภิทา, ญาเณสุ ญาณํ ปฏิภานปฏิสมฺภิทา’’ติ (วิภ. ๗๑๘).
เอตฺถ จ เหตุอนุสาเรน อรณียโต อธิคนฺตพฺพโต จ สงฺเขปโต เหตุผลํ อตฺโถ นาม. ปเภทโต ปน ยํกิญฺจิ ปจฺจยุปฺปนฺนํ, นิพฺพานํ, ภาสิตตฺโถ, วิปาโก, กิริยาติ อิเม ปญฺจ ธมฺมา อตฺโถ. ตํ อตฺถํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ตสฺมึ อตฺเถ ปเภทคตํ ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา. ธมฺโมติ สงฺเขปโต ปจฺจโย. โส หิ ยสฺมา ตํ ตํ อตฺถํ วิทหติ ปวตฺเตติ เจว ปาเปติ จ, ตสฺมา ธมฺโมติ วุจฺจติ. ปเภทโต ปน โย โกจิ ผลนิพฺพตฺตโก เหตุ, อริยมคฺโค, ภาสิตํ, กุสลํ, อกุสลนฺติ อิเม ปญฺจ ธมฺมา ธมฺโม, ตํ ธมฺมํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ตสฺมึ ธมฺเม ปเภทคตํ ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘ทุกฺเข ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา, ทุกฺขสมุทเย ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา, ทุกฺขนิโรเธ ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา, ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา’’ติ (วิภ. ๗๑๙).
อถ วา เหตุมฺหิ ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา, เหตุผเล ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา. เย ธมฺมา ชาตา ภูตา สญฺชาตา นิพฺพตฺตา อภินิพฺพตฺตา ปาตุภูตา, อิเมสุ ธมฺเมสุ ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา. ยมฺหา ธมฺมา เต ธมฺมา ชาตา ภูตา สญฺชาตา นิพฺพตฺตา อภินิพฺพตฺตา ปาตุภูตา, เตสุ ธมฺเมสุ ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา. ชรามรเณ ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา, ชรามรณสมุทเย ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา. ชรามรณนิโรเธ ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา, ชรามรณนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา. ชาติยา, ภเว, อุปาทาเน, ตณฺหาย, เวทนาย, ผสฺเส, สฬายตเน, นามรูเป, วิญฺญาเณ, สงฺขาเรสุ ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา, สงฺขารสมุทเย ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา. สงฺขารนิโรเธ ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา, สงฺขารนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา.
‘‘อิธ ภิกฺขุ ธมฺมํ ชานาติ – สุตฺตํ, เคยฺยํ…เป… เวทลฺลํ. อยํ วุจฺจติ ธมฺมปฏิสมฺภิทา. โส ตสฺส ตสฺเสว ภาสิตสฺส อตฺถํ ชานาติ – ‘อยํ อิมสฺส ภาสิตสฺส อตฺโถ, อยํ อิมสฺส ภาสิตสฺส อตฺโถ’ติ, อยํ วุจฺจติ อตฺถปฏิสมฺภิทา (วิภ. ๗๒๔).
‘‘กตเม ธมฺมา กุสลา? ยสฺมึ สมเย กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ โสมนสฺสสหคตํ ญาณสมฺปยุตฺตํ รูปารมฺมณํ วา…เป… ธมฺมารมฺมณํ วา ยํ ยํ วา ปนารพฺภ, ตสฺมึ สมเย ผสฺโส โหติ…เป… อวิกฺเขโป โหติ. อิเม ธมฺมา กุสลา. อิเมสุ ธมฺเมสุ ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา, เตสํ วิปาเก ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา’’ติอาทิ วิตฺถาโร (วิภ. ๗๒๕).
ตสฺมึ อตฺเถ จ ธมฺเม จ สภาวนิรุตฺติ อพฺยภิจารโวหาโร อภิลาโป, ตสฺมึ สภาวนิรุตฺตาภิลาเป มาคธิกาย สพฺพสตฺตานํ มูลภาสาย ‘‘อยํ สภาวนิรุตฺติ, อยํ น สภาวนิรุตฺตี’’ติ ปเภทคตํ ญาณํ นิรุตฺติปฏิสมฺภิทา. ยถาวุตฺเตสุ เตสุ ญาเณสุ โคจรกิจฺจาทิวเสน วิตฺถารโต ปวตฺตํ สพฺพมฺปิ ญาณมารมฺมณํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ตสฺมึ ญาเณ ปเภทคตํ ญาณํ ปฏิภานปฏิสมฺภิทา. อิติ อิมานิ จตฺตาริ ปฏิสมฺภิทาญาณานิ สยเมว ภควตา อธิคตานิ อตฺถธมฺมาทิเก ตสฺมึ ตสฺมึ อตฺตโน วิสเย อวิสํวาทนวเสน อวิปรีตาการปฺปวตฺติยา ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ. เอวมฺปิ ภควา ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต.
ตถา ยํ กิญฺจิ เญยฺยํ นาม, สพฺพํ ตํ ภควตา สพฺพากาเรน ญาตํ ทิฏฺฐํ อธิคตํ อภิสมฺพุทฺธํ. ตถา หิสฺส อภิญฺเญยฺยา ธมฺมา อภิญฺเญยฺยโต พุทฺธา, ปริญฺเญยฺยา ธมฺมา ปริญฺเญยฺยโต พุทฺธา, ปหาตพฺพา ธมฺมา ปหาตพฺพโต พุทฺธา, สจฺฉิกาตพฺพา ธมฺมา สจฺฉิกาตพฺพโต พุทฺธา, ภาเวตพฺพา ธมฺมา ภาเวตพฺพโต พุทฺธา, ยโต นํ โกจิ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เทโว วา มาโร วา พฺรหฺมา วา ‘‘อิเม นาม เต ธมฺมา อนภิสมฺพุทฺธา’’ติ สห ธมฺเมน อนุยุญฺชิตุํ สมตฺโถ นตฺถิ.
ยํ กิญฺจิ ปหาตพฺพํ นาม, สพฺพํ ตํ ภควตา อนวเสสโต โพธิมูเลเยว ปหีนํ อนุปฺปตฺติธมฺมํ, น ตสฺส ปหานาย อุตฺตริ กรณียํ อตฺถิ. ตถา หิสฺส โลภโทสโมหวิปรีตมนสิการอหิริกาโนตฺตปฺปถินมิทฺธ- โกธูปนาหมกฺขปลาสอิสฺสามจฺฉริย- มายาสาเฐยฺยถมฺภสารมฺภมานาติมานมทปมาทติวิธากุสลมูลทุจฺจริต- วิสมสญฺญามลวิตกฺกปปญฺจเอสนาตณฺหาจตุพฺพิธวิปริเยสอาสว- คนฺถโอฆโยคาคติตณฺหุปาทานปญฺจาภินนฺทนนีวรณ- เจโตขิลเจตโสวินิพนฺธฉวิวาทมูลสตฺตานุสย- อฏฺฐมิจฺฉตฺตนวอาฆาตวตฺถุตณฺหามูลกทสอกุสล- กมฺมปถเอกวีสติอเนสนทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิคตอฏฺฐสตตณฺหาวิจริตาทิปฺปเภทํ ทิยฑฺฒกิเลสสหสฺสํ สห วาสนาย ปหีนํ สมุจฺฉินฺนํ สมูหตํ, ยโต นํ โกจิ สมโณ วา…เป… พฺรหฺมา วา ‘‘อิเม นาม เต กิเลสา อปฺปหีนา’’ติ สห ธมฺเมน อนุยุญฺชิตุํ สมตฺโถ นตฺถิ.
เย จิเม ภควตา กมฺมวิปากกิเลสูปวาทอาณาวีติกฺกมปฺปเภทา อนฺตรายิกา ธมฺมา วุตฺตา, อลเมว เต เอกนฺเตน อนฺตรายาย, ยโต นํ โกจิ สมโณ วา…เป… พฺรหฺมา วา ‘‘นาลํ เต ปฏิเสวโต อนฺตรายายา’’ติ สห ธมฺเมน อนุยุญฺชิตุํ สมตฺโถ นตฺถิ.
โย จ ภควตา นิรวเสสวฏฺฏทุกฺขนิสฺสรณาย สีลสมาธิปญฺญาสงฺคโห สตฺตโกฏฺฐาสิโก สตฺตตึสปฺปเภโท อริยมคฺคปุพฺพงฺคโม อนุตฺตโร นิยฺยานธมฺโม เทสิโต, โส เอกนฺเตเนว นิยฺยาติ ปฏิปนฺนสฺส วฏฺฏทุกฺขโต, ยโต นํ โกจิ สมโณ วา…เป… พฺรหฺมา วา ‘‘นิยฺยานธมฺโม ตยา เทสิโต น นิยฺยาตี’’ติ สห ธมฺเมน อนุยุญฺชิตุํ สมตฺโถ นตฺถิ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส เต ปฏิชานโต อิเม ธมฺมา อนภิสมฺพุทฺธา’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๕๐) วิตฺถาโร. เอวเมตานิ อตฺตโน ญาณปฺปหานเทสนาวิเสสานํ อวิตถภาวาวโพธนโต อวิปรีตาการปฺปวตฺตานิ ภควโต จตุเวสารชฺชญาณานิ ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ. เอวมฺปิ ภควา ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต.
ตถา นิรยคติ, ติรจฺฉานคติ, เปตคติ, มนุสฺสคติ, เทวคตีติ ปญฺจ คติโย. ตาสุ สญฺชีวาทโย อฏฺฐ มหานิรยา, กุกฺกุฬาทโย โสฬส อุสฺสทนิรยา, โลกนฺตริกนิรโย จาติ สพฺเพปิเม เอกนฺตทุกฺขตาย นิรสฺสาทฏฺเฐน นิรยา จ, สกกมฺมุนา คนฺตพฺพโต คติ จาติ นิรยคติ. ติพฺพนฺธการสีตนรกาปิ เอเตเสฺวว อนฺโตคธา กิมิกีฏปฏงฺคสรีสปปกฺขิโสณสิงฺคาลาทโย ติริยํ อญฺฉิตภาเวน ติรจฺฉานา นาม. เต เอว คตีติ ติรจฺฉานคติ. ขุปฺปิปาสิตปรทตฺตูปชีวินิชฺฌามตณฺหิกาทโย ทุกฺขพหุลตาย ปกฏฺฐสุขโต อิตา วิคตาติ เปตา, เต เอว คตีติ เปตคติ. กาลกญฺจิกาทิอสุราปิ เอเตเสฺวว อนฺโตคธา. ปริตฺตทีปวาสีหิ สทฺธึ ชมฺพุทีปาทิจตุมหาทีปวาสิโน มนโส อุสฺสนฺนตาย มนุสฺสา, เต เอว คตีติ มนุสฺสคติ. จาตุมหาราชิกโต ปฏฺฐาย ยาว เนวสญฺญานาสญฺญายตนูปคาติ อิเม ฉพฺพีสติ เทวนิกายา ทิพฺพนฺติ อตฺตโน อิทฺธานุภาเวน กีฬนฺติ โชเตนฺติ จาติ เทวา, เต เอว คตีติ เทวคติ.
ตา ปเนตา คติโย ยสฺมา ตํตํกมฺมนิพฺพตฺโต อุปปตฺติภววิเสโส, ตสฺมา อตฺถโต วิปากกฺขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ. ตตฺถ ‘‘อยํ นาม คติ นาม อิมินา กมฺมุนา ชายติ, ตสฺส กมฺมสฺส ปจฺจยวิเสเสหิ เอวํ วิภาคภินฺนตฺตา วิสุํ เอเต สตฺตนิกายา เอวํ วิภาคภินฺนา’’ติ ยถาสกํเหตุผลวิภาคปริจฺฉินฺทนวเสน ฐานโส เหตุโส ภควโต ญาณํ ปวตฺตติ. เตนาห ภควา –
‘‘ปญฺจ โข อิมา, สาริปุตฺต, คติโย. กตมา ปญฺจ? นิรโย, ติรจฺฉานโยนิ, เปตฺติวิสโย, มนุสฺสา, เทวา. นิรยญฺจาหํ, สาริปุตฺต, ปชานามิ, นิรยคามิญฺจ มคฺคํ, นิรยคามินิญฺจ ปฏิปทํ; ยถา ปฏิปนฺโน จ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ, ตญฺจ ปชานามี’’ติอาทิ (ม. นิ. ๑.๑๕๓).
ตานิ ปเนตานิ ภควโต ญาณานิ ตสฺมึ ตสฺมึ วิสเย อวิปรีตาการปฺปวตฺติยา อวิสํวาทนโต ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ. เอวมฺปิ ภควา ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต.
ตถา ยํ สตฺตานํ สทฺธาทิโยควิกลภาวาวโพเธน อปฺปรชกฺขมหารชกฺขตาทิวิเสสวิภาวนํ ปญฺญาสาย อากาเรหิ ปวตฺตํ ภควโต อินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาณํ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘สทฺโธ ปุคฺคโล อปฺปรชกฺโข, อสฺสทฺโธ ปุคฺคโล มหารชกฺโข’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๑) วิตฺถาโร.
ยญฺจ ‘‘อยํ ปุคฺคโล อปฺปรชกฺโข, อยํ สสฺสตทิฏฺฐิโก, อยํ อุจฺเฉททิฏฺฐิโก, อยํ อนุโลมิกายํ ขนฺติยํ ฐิโต, อยํ ยถาภูตญาเณ ฐิโต, อยํ กามาสโย, น เนกฺขมฺมาทิอาสโย, อยํ เนกฺขมฺมาสโย, น กามาทิอาสโย’’ติอาทินา ‘‘อิมสฺส กามราโค อติวิย ถามคโต, น ปฏิฆาทิโก, อิมสฺส ปฏิโฆ อติวิย ถามคโต, น กามราคาทิโก’’ติอาทินา ‘‘อิมสฺส ปุญฺญาภิสงฺขาโร อธิโก, น อปุญฺญาภิสงฺขาโร น อาเนญฺชาภิสงฺขาโร, อิมสฺส อปุญฺญาภิสงฺขาโร อธิโก, น ปุญฺญาภิสงฺขาโร น อาเนญฺชาภิสงฺขาโร, อิมสฺส อาเนญฺชาภิสงฺขาโร อธิโก, น ปุญฺญาภิสงฺขาโร น อปุญฺญาภิสงฺขาโร. อิมสฺส กายสุจริตํ อธิกํ, อิมสฺส วจีสุจริตํ, อิมสฺส มโนสุจริตํ. อยํ หีนาธิมุตฺติโก, อยํ ปณีตาธิมุตฺติโก, อยํ กมฺมาวรเณน สมนฺนาคโต, อยํ กิเลสาวรเณน สมนฺนาคโต, อยํ วิปากาวรเณน สมนฺนาคโต, อยํ น กมฺมาวรเณน สมนฺนาคโต, น กิเลสาวรเณน, น วิปากาวรเณน สมนฺนาคโต’’ติอาทินา จ สตฺตานํ อาสยาทีนํ ยถาภูตํ วิภาวนาการปฺปวตฺตํ ภควโต อาสยานุสยญาณํ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –
‘‘อิธ ตถาคโต สตฺตานํ อาสยํ ชานาติ, อนุสยํ ชานาติ, จริตํ ชานาติ, อธิมุตฺตึ ชานาติ, ภพฺพาภพฺเพ สตฺเต ชานาตี’’ติอาทิ (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๓).
ยญฺจ อุปริมเหฏฺฐิมปุรตฺถิมปจฺฉิมกาเยหิ ทกฺขิณวามอกฺขิกณฺณโสตนาสิกาโสตอํสกูฏปสฺสหตฺถปาเทหิ องฺคุลงฺคุลนฺตเรหิ โลมโลมกูเปหิ จ อคฺคิกฺขนฺธูทกธาราปวตฺตนํ อนญฺญสาธารณํ วิวิธวิกุพฺพนิทฺธินิมฺมาปนกํ ภควโต ยมกปาฏิหาริยญาณํ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –
‘‘อิธ ตถาคโต ยมกปาฏิหาริยํ กโรติ อสาธารณํ สาวเกหิ. อุปริมกายโต อคฺคิกฺขนฺโธ ปวตฺตติ, เหฏฺฐิมกายโต อุทกธารา ปวตฺตติ. เหฏฺฐิมกายโต อคฺคิกฺขนฺโธ ปวตฺตติ, อุปริมกายโต อุทกธารา ปวตฺตตี’’ติอาทิ (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๖).
ยญฺจ ราคาทีหิ ชาติอาทีหิ จ อเนเกหิ ทุกฺขธมฺเมหิ อุปทฺทุตํ สตฺตนิกายํ ตโต นีหริตุกามตาวเสน นานานเยหิ ปวตฺตสฺส ภควโต มหากรุโณกฺกมนสฺส ปจฺจยภูตํ มหากรุณาสมาปตฺติญาณํ. ยถาห –
‘‘กตมํ ตถาคตสฺส มหากรุณาสมาปตฺติญาณํ? พหุเกหิ อากาเรหิ ปสฺสนฺตานํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ สตฺเตสุ มหากรุณา โอกฺกมติ, อาทิตฺโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ สตฺเตสุ มหากรุณา โอกฺกมตี’’ติ. –
อาทินา (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๗) เอกูนนวุติยา อากาเรหิ วิภชนํ กตํ.
ยํ ปน ยาวตา ธมฺมธาตุ, ยตฺตกํ ญาตพฺพํ สงฺขตาสงฺขตาทิ, ตสฺส สพฺพสฺส ปโรปเทเสน วินา สพฺพาการโต ปฏิชานนสมตฺถํ อากงฺขามตฺตปฺปฏิพทฺธวุตฺติ อนญฺญสาธารณํ ภควโต ญาณํ สพฺพถา อนวเสสสงฺขตาสงฺขตสมฺมุติสจฺจาวโพธโต สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, ตตฺถาวรณาภาวโตว นิสฺสงฺคปฺปวตฺตึ อุปาทาย อนาวรณญาณนฺติ จ วุจฺจติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน ปรโต อาวิ ภวิสฺสติ.
เอวเมตานิ ภควโต ฉ อสาธารณญาณานิ อวิปรีตาการปฺปวตฺติยา ยถาสกํวิสยสฺส อวิสํวาทนโต ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ. เอวมฺปิ ภควา ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต.
ตถา ‘‘สตฺติเม, ภิกฺขเว, โพชฺฌงฺคา – สติสมฺโพชฺฌงฺโค, ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค, วีริยสมฺโพชฺฌงฺโค, ปีติสมฺโพชฺฌงฺโค, ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺโค, สมาธิสมฺโพชฺฌงฺโค, อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค’’ติ (ปฏิ. ม. ๒.๑๗; สํ. นิ. ๕.๑๘๕) เอวํ สรูปโต ยายํ โลกุตฺตรมคฺคกฺขเณ อุปฺปชฺชมานา ลีนุทฺธจฺจปติฏฺฐานายูหนกามสุขตฺตกิลมถานุโยคอุจฺเฉทสสฺสตาภินิเวสาทีนํ อเนเกสํ อุปทฺทวานํ ปฏิปกฺขภูตา สติอาทิเภทา ธมฺมสามคฺคี, ยาย อริยสาวโก พุชฺฌติ, กิเลสนิทฺทาย อุฏฺฐหติ, จตฺตาริ วา สจฺจานิ ปฏิวิชฺฌติ, นิพฺพานเมว วา สจฺฉิกโรติ, สา ธมฺมสามคฺคี ‘‘โพธี’’ติ วุจฺจติ, ตสฺสา โพธิยา องฺคาติ โพชฺฌงฺคา. อริยสาวโก วา ยถาวุตฺตาย ธมฺมสามคฺคิยา พุชฺฌตีติ กตฺวา ‘‘โพธี’’ติ วุจฺจติ. ตสฺส โพธิสฺส องฺคาติ โพชฺฌงฺคาติ เอวํ สามญฺญลกฺขณโต, อุปฏฺฐานลกฺขโณ สติสมฺโพชฺฌงฺโค, ปวิจยลกฺขโณ ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค, ปคฺคหลกฺขโณ วีริยสมฺโพชฺฌงฺโค, ผรณลกฺขโณ ปีติสมฺโพชฺฌงฺโค, อุปสมลกฺขโณ ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺโค, อวิกฺเขปลกฺขโณ สมาธิสมฺโพชฺฌงฺโค ปฏิสงฺขานลกฺขโณ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโคติ เอวํ วิเสสลกฺขณโต.
‘‘ตตฺถ กตโม สติสมฺโพชฺฌงฺโค? อิธ ภิกฺขุ สติมา โหติ ปรเมน สติเนปกฺเกน สมนฺนาคโต, จิรกตมฺปิ จิรภาสิตมฺปิ สริตา โหติ อนุสฺสริตา’’ติอาทินา (วิภ. ๔๖๗) สตฺตนฺนํ โพชฺฌงฺคานํ อญฺญมญฺญูปการวเสน เอกกฺขเณ ปวตฺติทสฺสนโต. ‘‘ตตฺถ กตโม สติสมฺโพชฺฌงฺโค? อตฺถิ อชฺฌตฺตํ ธมฺเมสุ สติ, อตฺถิ พหิทฺธา ธมฺเมสุ สตี’’ติอาทินา (วิภ. ๔๖๙) เตสํ วิสยวิภาวนาปวตฺติทสฺสนโต. ‘‘ตตฺถ กตโม สติสมฺโพชฺฌงฺโค? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ, วิราคนิสฺสิตํ, นิโรธนิสฺสิตํ, โวสคฺคปริณามิ’’นฺติอาทินา (วิภ. ๔๗๑) ภาวนาวิธิทสฺสนโต. ‘‘ตตฺถ กตเม สตฺต โพชฺฌงฺคา? อิธ ภิกฺขุ ยสฺมึ สมเย โลกุตฺตรํ ฌานํ ภาเวติ…เป… ตสฺมึ สมเย สตฺต โพชฺฌงฺคา โหนฺติ, สติสมฺโพชฺฌงฺโค…เป… อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค. ตตฺถ กตโม สติสมฺโพชฺฌงฺโค? ยา สติ อนุสฺสตี’’ติอาทินา (วิภ. ๔๗๘) ฉนวุติยา นยสหสฺสวิภาเคหีติ เอวํ นานาการโต ปวตฺตานิ ภควโต โพชฺฌงฺควิภาวนญาณานิ ตสฺส ตสฺส อตฺถสฺส อวิสํวาทนโต ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ. เอวมฺปิ ภควา ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต.
ตถา ‘‘ตตฺถ กตมํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อริยสจฺจํ? อยเมว อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค, เสยฺยถิทํ – สมฺมาทิฏฺฐิ…เป… สมฺมาสมาธี’’ติ (วิภ. ๒๐๕) เอวํ สรูปโต. สพฺพกิเลเสหิ อารกตฺตา อริยภาวกรตฺตา อริยผลปฏิลาภกรตฺตา จ อริโย. อริยานํ อฏฺฐวิธตฺตา นิพฺพานาธิคมาย เอกนฺตการณตฺตา จ อฏฺฐงฺคิโก. กิเลเส มาเรนฺโต คจฺฉติ, อตฺถิเกหิ มคฺคียติ, สยํ วา นิพฺพานํ มคฺคยตีติ มคฺโคติ เอวํ สามญฺญลกฺขณโต. ‘‘สมฺมาทสฺสนลกฺขณา สมฺมาทิฏฺฐิ, สมฺมาอภินิโรปนลกฺขโณ สมฺมาสงฺกปฺโป, สมฺมาปริคฺคหณลกฺขณา สมฺมาวาจา, สมฺมาสมุฏฺฐาปนลกฺขโณ สมฺมากมฺมนฺโต, สมฺมาโวทานลกฺขโณ สมฺมาอาชีโว, สมฺมาปคฺคหลกฺขโณ สมฺมาวายาโม, สมฺมาอุปฏฺฐานลกฺขณา สมฺมาสติ, สมฺมาอวิกฺเขปลกฺขโณ สมฺมาสมาธี’’ติ เอวํ วิเสสลกฺขณโต. สมฺมาทิฏฺฐิ ตาว อญฺเญหิปิ อตฺตโน ปจฺจนีกกิเลเสหิ สทฺธึ มิจฺฉาทิฏฺฐึ ปชหติ, นิพฺพานํ อารมฺมณํ กโรติ, ตปฺปฏิจฺฉาทกโมหวิธมเนน อสมฺโมหโต สมฺปยุตฺตธมฺเม จ ปสฺสติ, ตถา สมฺมาสงฺกปฺปาทโยปิ มิจฺฉาสงฺกปฺปาทีนิ ปชหนฺติ, นิโรธญฺจ อารมฺมณํ กโรนฺติ, สหชาตธมฺมานํ สมฺมาอภินิโรปนปริคฺคหณสมุฏฺฐาปนโวทานปคฺคหอุปฏฺฐานสมาทหนานิ จ กโรนฺตีติ เอวํ กิจฺจวิภาคโต. สมฺมาทิฏฺฐิ ปุพฺพภาเค นานกฺขณา วิสุํ ทุกฺขาทิอารมฺมณา หุตฺวา มคฺคกาเล เอกกฺขณา นิพฺพานเมว อารมฺมณํ กตฺวา กิจฺจโต ‘‘ทุกฺเข ญาณ’’นฺติอาทีนิ จตฺตาริ นามานิ ลภติ. สมฺมาสงฺกปฺปาทโยปิ ปุพฺพภาเค นานกฺขณา นานารมฺมณา, มคฺคกาเล เอกกฺขณา เอการมฺมณา, เตสุ สมฺมาสงฺกปฺโป กิจฺจโต ‘‘เนกฺขมฺมสงฺกปฺโป’’ติอาทีนิ ตีณิ นามานิ ลภติ. สมฺมาวาจาทโย ตโย ปุพฺพภาเค ‘‘มุสาวาทา เวรมณี’’ติอาทิวิภาคา วิรติโยปิ เจตนาโยปิ หุตฺวา มคฺคกฺขเณ วิรติโยว, สมฺมาวายามสติโย กิจฺจโต สมฺมปฺปธานสติปฏฺฐานวเสน จตฺตาริ นามานิ ลภนฺติ. สมฺมาสมาธิ ปน มคฺคกฺขเณปิ ปฐมชฺฌานาทิวเสน นานา เอวาติ เอวํ ปุพฺพภาคาปรภาเคสุ ปวตฺติวิภาคโต. ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สมฺมาทิฏฺฐึ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิต’’นฺติอาทินา (วิภ. ๔๘๙) ภาวนาวิธิโต. ‘‘ตตฺถ กตโม อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค? อิธ, ภิกฺขุ, ยสฺมึ สมเย โลกุตฺตรํ ฌานํ ภาเวติ…เป… ทุกฺขปฏิปทํ ทนฺธาภิญฺญํ, ตสฺมึ สมเย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค โหติ – สมฺมาทิฏฺฐิ สมฺมาสงฺกปฺโป’’ติอาทินา (วิภ. ๔๙๙) จตุราสีติยา นยสหสฺสวิภาเคหีติ เอวํ อเนกาการโต ปวตฺตานิ ภควโต อริยมคฺควิภาวนญาณานิ อตฺถสฺส อวิสํวาทนโต สพฺพานิปิ ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ เอวมฺปิ ภควา ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต.
ตถา ปฐมชฺฌานสมาปตฺติยา จ นิโรธสมาปตฺตีติ เอตาสุ อนุปฏิปาฏิยา วิหริตพฺพฏฺเฐน สมาปชฺชิตพฺพฏฺเฐน จ อนุปุพฺพวิหารสมาปตฺตีสุ สมฺปาทนปจฺจเวกฺขณาทิวเสน ยถารหํ สมฺปโยควเสน จ ปวตฺตานิ ภควโต ญาณานิ ตทตฺถสิทฺธิยา ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ. เอวมฺปิ ภควา ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต. ตถา ‘‘อิทํ อิมสฺส ฐานํ, อิทํ อฏฺฐาน’’นฺติ อวิปรีตํ ตสฺส ตสฺส ผลสฺส การณาการณชานนํ, เตสํ เตสํ สตฺตานํ อตีตาทิเภทภินฺนสฺส กมฺมสมาทานสฺส อนวเสสโต ยถาภูตํ วิปากนฺตรชานนํ, อายูหนกฺขเณเยว ตสฺส ตสฺส สตฺตสฺส ‘‘อยํ นิรยคามินี ปฏิปทา…เป… อยํ นิพฺพานคามินี ปฏิปทา’’ติ ยาถาวโต สาสวานาสวกมฺมวิภาคชานนํ, ขนฺธายตนานํ อุปาทินฺนานุปาทินฺนาทิอเนกสภาวํ นานาสภาวญฺจ ตสฺส โลกสฺส ‘‘อิมาย นาม ธาตุยา อุสฺสนฺนตฺตา อิมสฺมึ ธมฺมปฺปพนฺเธ อยํ วิเสโส ชายตี’’ติอาทินา นเยน ยถาภูตํ ธาตุนานตฺตชานนํ, สทฺธาทิอินฺทฺริยานํ ติกฺขมุทุตาชานนํ สํกิเลสาทีหิ สทฺธึ ฌานวิโมกฺขาทิชานนํ, สตฺตานํ อปริมาณาสุ ชาตีสุ ตปฺปฏิพนฺเธน สทฺธึ อนวเสสโต ปุพฺเพนิวุตฺถกฺขนฺธสนฺตติชานนํ หีนาทิวิภาเคหิ สทฺธึ จุติปฏิสนฺธิชานนํ, ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติอาทินา เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว จตุสจฺจชานนนฺติ อิมานิ ภควโต ทสพลญาณานิ อวิรชฺฌิตฺวา ยถาสกํวิสยาวคาหนโต ยถาธิปฺเปตตฺถสาธนโต จ ยถาภูตวุตฺติยา ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘อิธ ตถาคโต ฐานญฺจ ฐานโต อฏฺฐานญฺจ อฏฺฐานโต ยถาภูตํ ปชานาตี’’ติอาทิ (วิภ. ๘๐๙; อ. นิ. ๑๐.๒๑).
เอวมฺปิ ภควา ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต.
ยถา เจเตสมฺปิ ญาณานํ วเสน, เอวํ ยถาวุตฺตานํ สติปฏฺฐานสมฺมปฺปธานาทิวิภาวนญาณาทิอนนฺตาปริเมยฺยเภทานํ อนญฺญสาธารณานํ ปญฺญาวิเสสานํ วเสน ภควา ตถานิ ญาณานิ อาคโต อธิคโตติ ตถาคโต, เอวมฺปิ ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต.
กถํ ตถา คโตติ ตถาคโต? ยา ตา ภควโต อภิชาติอภิสมฺโพธิธมฺมวินยปญฺญาปนอนุปาทิเสสนิพฺพานธาตุโย, ตา ตถา. กึ วุตฺตํ โหติ? ยทตฺถํ ตา โลกนาเถน อภิปตฺถิตา ปวตฺติตา จ, ตทตฺถสฺส เอกนฺตสิทฺธิยา อวิสํวาทนโต อวิปรีตตฺถวุตฺติยา ตถา อวิตถา อนญฺญถา. ตถา หิ อยํ ภควา โพธิสตฺตภูโต สมตึสปารมิปริปูรณาทิกํ วุตฺตปฺปการํ สพฺพพุทฺธตฺตเหตุํ สมฺปาเทตฺวา ตุสิตปุเร ฐิโต พุทฺธโกลาหลํ สุตฺวา ทสสหสฺสจกฺกวาฬเทวตาหิ เอกโต สนฺนิปติตาหิ อุปสงฺกมิตฺวา –
‘‘กาโล โข เต มหาวีร, อุปฺปชฺช มาตุกุจฺฉิยํ;
สเทวกํ ตารยนฺโต, พุชฺฌสฺสุ อมตํ ปท’’นฺติ. (พุ. วํ. ๑.๖๗) –
อายาจิโต อุปฺปนฺนปุพฺพนิมิตฺโต ปญฺจ มหาวิโลกนานิ วิโลเกตฺวา ‘‘อิทานิ อหํ มนุสฺสโยนิยํ อุปฺปชฺชิตฺวา อภิสมฺพุชฺฌิสฺสามี’’ติ อาสาฬฺหิปุณฺณมายํ สกฺยราชกุเล มหามายาย เทวิยา กุจฺฉิยํ ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา ทส มาเส เทวมนุสฺเสหิ มหตา ปริหาเรน ปริหริยมาโน วิสาขปุณฺณมายํ ปจฺจูสสมเย อภิชาตึ ปาปุณิ.
อภิชาติกฺขเณ ปนสฺส ปฏิสนฺธิคฺคหณกฺขเณ วิย ทฺวตฺตึส ปุพฺพนิมิตฺตานิ ปาตุรเหสุํ, อยํ ทสสหสฺสิโลกธาตุ สํกมฺปิ สมฺปกมฺปิ สมฺปเวธิ, ทสสุ จกฺกวาฬสหสฺเสสุ อปริมาโณ โอภาโส ผริ, ตสฺส, ตํ สิรึ ทฏฺฐุกามา วิย อนฺธา จกฺขูนิ ปฏิลภึสุ, พธิรา สทฺทํ สุณึสุ, มูคา สมาลปึสุ, ขุชฺชา อุชุคตฺตา อเหสุํ, ปงฺคุลา ปทสา คมนํ ปฏิลภึสุ, พนฺธนคตา สพฺพสตฺตา อนฺทุพนฺธนาทีหิ มุจฺจึสุ, สพฺพนรเกสุ อคฺคิ นิพฺพายิ, เปตฺติวิสเย ขุปฺปิปาสา วูปสมิ, ติรจฺฉานานํ ภยํ นาโหสิ, สพฺพสตฺตานํ โรโค วูปสมิ, สพฺพสตฺตา ปิยํวทา อเหสุํ, มธุเรนากาเรน อสฺสา หสึสุ, วารณา คชฺชึสุ, สพฺพตูริยานิ สกสกนินฺนาทํ มุญฺจึสุ, อฆฏฺฏิตานิ เอว มนุสฺสานํ หตฺถูปคาทีนิ อาภรณานิ มธุเรนากาเรน สทฺทํ มุญฺจึสุ, สพฺพทิสา วิปฺปสนฺนา อเหสุํ, สตฺตานํ สุขํ อุปฺปาทยมาโน มุทุสีตลวาโต วายิ, อกาลเมโฆ วสฺสิ, ปถวิโตปิ อุทกํ อุพฺภิชฺชิตฺวา วิสฺสนฺทิ, ปกฺขิโน อากาสคมนํ วิชหึสุ, นทิโย อสนฺทมานา อฏฺฐํสุ, มหาสมุทฺเท มธุรํ อุทกํ อโหสิ, อุปกฺกิเลสวินิมุตฺเต สูริเย ทิปฺปมาเน เอว อากาสคตา สพฺพา โชติโย โชตึสุ, ฐเปตฺวา อรูปาวจเร เทเว อวเสสา สพฺเพ เทวา สพฺเพ จ เนรยิกา ทิสฺสมานรูปา อเหสุํ, ตรุกุฏฺฏกวาฏเสลาทโย อนาวรณภูตา อเหสุํ, สตฺตานํ จุตูปปาตา นาเหสุํ, สพฺพํ อนิฏฺฐคนฺธํ อภิภวิตฺวา ทิพฺพคนฺโธ ปวายิ, สพฺเพ ผลูปคา รุกฺขา ผลธรา สมฺปชฺชึสุ, มหาสมุทฺโท สพฺพตฺถกเมว ปญฺจวณฺเณหิ ปทุเมหิ สญฺฉนฺนตโล อโหสิ, ถลชชลชาทีนิ สพฺพปุปฺผานิ ปุปฺผึสุ, รุกฺขานํ ขนฺเธสุ ขนฺธปทุมานิ, สาขาสุ สาขาปทุมานิ, ลตาสุ ลตาปทุมานิ, ปุปฺผึสุ, มหีตลสิลาตลานิ ภินฺทิตฺวา อุปรูปริ สตฺต สตฺต หุตฺวา ทณฺฑปทุมานิ นาม นิกฺขมึสุ, อากาเส โอลมฺพกปทุมานิ นิพฺพตฺตึสุ, สมนฺตโต ปุปฺผวสฺสํ วสฺสิ อากาเส ทิพฺพตูริยานิ วชฺชึสุ, สกลทสสหสฺสิโลกธาตุ วฏฺเฏตฺวา วิสฺสฏฺฐมาลาคุฬํ วิย, อุปฺปีเฬตฺวา ปวตฺตมาลากลาโป วิย, อลงฺกตปฏิยตฺตํ มาลาสนํ วิย จ เอกมาลามาลินี วิปฺผุรนฺตวาฬพีชนี ปุปฺผธูปคนฺธปริวาสิตา ปรมโสภคฺคปฺปตฺตา อโหสิ, ตานิ จ ปุพฺพนิมิตฺตานิ อุปริ อธิคตานํ อเนเกสํ วิเสสาธิคมานํ นิมิตฺตภูตานิ เอว อเหสุํ. เอวํ อเนกจฺฉริยปาตุภาวา อยํ อภิชาติ ยทตฺถํ เตน อภิปตฺถิตา, ตสฺสา อภิสมฺโพธิยา เอกนฺตสิทฺธิยา ตถาว อโหสิ อวิตถา อนญฺญถา.
ตถา เย พุทฺธเวเนยฺยา โพธเนยฺยพนฺธวา, เต สพฺเพปิ อนวเสสโต สยเมว ภควตา วินีตา. เย จ สาวกเวเนยฺยา ธมฺมเวเนยฺยา จ, เตปิ สาวกาทีหิ วินีตา วินยํ คจฺฉนฺติ คมิสฺสนฺติ จาติ ยทตฺถํ ภควตา อภิสมฺโพธิ อภิปตฺถิตา, ตทตฺถสฺส เอกนฺตสิทฺธิยา อภิสมฺโพธิ ตถา อวิตถา อนญฺญถา.
อปิจ ยสฺส ยสฺส เญยฺยธมฺมสฺส โย โย สภาโว พุชฺฌิตพฺโพ, โส โส หตฺถตเล ฐปิตอามลกํ วิย อาวชฺชนมตฺตปฏิพทฺเธน อตฺตโน ญาเณน อวิปรีตํ อนวเสสโต ภควตา อภิสมฺพุทฺโธติ เอวมฺปิ อภิสมฺโพธิ ตถา อวิตถา อนญฺญถา.
ตถา เตสํ เตสํ ธมฺมานํ ตถา ตถา เทเสตพฺพปฺปการํ, เตสํ เตสญฺจ สตฺตานํ อาสยานุสยจริยาธิมุตฺตึ สมฺมเทว โอโลเกตฺวา ธมฺมตํ อวิชหนฺเตเนว ปญฺญตฺตินยํ โวหารมตฺตํ อนติธาวนฺเตเนว จ ธมฺมตํ วิภาเวนฺเตน ยถาปราธํ ยถาชฺฌาสยํ ยถาธมฺมญฺจ อนุสาสนฺเตน ภควตา เวเนยฺยา วินีตา อริยภูมึ สมฺปาปิตาติ ธมฺมวินยปญฺญาปนาปิสฺส ตทตฺถสิทฺธิยา ยถาภูตวุตฺติยา จ ตถา อวิตถา อนญฺญถา.
ตถา ยา สา ภควตา อนุปฺปตฺตา ปถวิยาทิผสฺสเวทนาทิรูปารูปสภาวนิมุตฺตา ลุชฺชนปลุชฺชนภาวาภาวโต โลกสภาวาตีตา ตมสา วิสํสฏฺฐตฺตา เกนจิ อโนภาสนียา โลกสภาวาภาวโต เอว คติอาทิภาวรหิตา อปฺปติฏฺฐา อนารมฺมณา อมตมหานิพฺพานธาตุ ขนฺธสงฺขาตานํ อุปาทีนํ เลสมตฺตสฺสาปิ อภาวโต ‘‘อนุปาทิเสสา’’ติปิ วุจฺจติ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –
‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, ตทายตนํ, ยตฺถ เนว ปถวี น อาโป น เตโช น วาโย น อากาสานญฺจายตนํ น วิญฺญาณญฺจายตนํ น อากิญฺจญฺญายตนํ น เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ นายํ โลโก น ปโร โลโก น จ อุโภ จนฺทิมสูริยา. ตมหํ, ภิกฺขเว, เนว อาคตึ วทามิ น คตึ น ฐิตึ น จุตึ น อุปปตฺตึ; อปฺปติฏฺฐํ อปฺปวตฺตํ อนารมฺมณเมเวตํ เอเสวนฺโต ทุกฺขสฺสา’’ติ (อุทา. ๗๑).
สา สพฺเพสมฺปิ อุปาทานกฺขนฺธานํ อตฺถงฺคโม สพฺพสงฺขารานํ สมโถ, สพฺพูปธีนํ ปฏินิสฺสคฺโค, สพฺพทุกฺขานํ วูปสโม, สพฺพาลยานํ สมุคฺฆาโต, สพฺพวฏฺฏานํ อุปจฺเฉโท, อจฺจนฺตสนฺติลกฺขณาติ ยถาวุตฺตสภาวสฺส กทาจิปิ อวิสํวาทนโต ตถา อวิตถา อนญฺญถา. เอวเมตา อภิชาติอาทิกา ตถา คโต อุปคโต อธิคโต ปฏิปนฺโน ปตฺโตติ ตถาคโต. เอวํ ภควา ตถา คโตติ ตถาคโต.
กถํ ตถาวิโธติ ตถาคโต? ยถาวิธา ปุริมกา สมฺมาสมฺพุทฺธา, อยมฺปิ ภควา ตถาวิโธ. กึ วุตฺตํ โหติ? ยถาวิธา เต ภควนฺโต มคฺคสีเลน, ผลสีเลน, สพฺเพนปิ โลกิยโลกุตฺตรสีเลน, มคฺคสมาธินา, ผลสมาธินา, สพฺเพนปิ โลกิยโลกุตฺตรสมาธินา, มคฺคปญฺญาย, ผลปญฺญาย, สพฺพายปิ โลกิยโลกุตฺตรปญฺญาย, เทวสิกํ วฬญฺชิตพฺเพหิ จตุวีสติโกฏิสตสหสฺสสมาปตฺติวิหาเรหิ, ตทงฺควิมุตฺติยา วิกฺขมฺภนวิมุตฺติยา สมุจฺเฉทวิมุตฺติยา ปฏิปฺปสฺสทฺธิวิมุตฺติยา นิสฺสรณวิมุตฺติยาติ สงฺเขปโต, วิตฺถารโต ปน อนนฺตาปริมาณเภเทหิ อจินฺเตยฺยานุภาเวหิ สกลสพฺพญฺญุคุเณหิ, อยมฺปิ อมฺหากํ ภควา ตถาวิโธ. สพฺเพสญฺหิ สมฺมาสมฺพุทฺธานํ อายุเวมตฺตํ, สรีรปฺปมาณเวมตฺตํ, กุลเวมตฺตํ, ทุกฺกรจริยาเวมตฺตํ, รสฺมิเวมตฺตนฺติ อิเมหิ ปญฺจหิ เวมตฺเตหิ สิยา เวมตฺตํ, น ปน สีลวิสุทฺธิอาทีสุ วิสุทฺธีสุ สมถวิปสฺสนาปฏิปตฺติยํ อตฺตนา ปฏิวิทฺธคุเณสุ จ กิญฺจิ นานากรณํ อตฺถิ, อถ โข มชฺเฌ ภินฺนสุวณฺณํ วิย อญฺญํมญฺญํ นิพฺพิเสสา เต พุทฺธา ภควนฺโต. ตสฺมา ยถาวิธา ปุริมกา สมฺมาสมฺพุทฺธา, อยมฺปิ ภควา ตถาวิโธ. เอวํ ตถาวิโธติ ตถาคโต. วิธตฺโถ เจตฺถ คตสทฺโท. ตถา หิ โลกิยา วิธยุตฺตคตสทฺเท ปการตฺเถ วทนฺติ.
กถํ ตถาปวตฺติโกติ ตถาคโต? อนญฺญสาธารเณน อิทฺธานุภาเวน สมนฺนาคตตฺตา อตฺถปฏิสมฺภิทาทีนํ อุกฺกํสปารมิปฺปตฺติยา อนาวรณญาณปฏิลาเภน จ ภควโต กายปฺปวตฺติยาทีนํ กตฺถจิ ปฏิฆาตาภาวโต ยถารุจิ ตถา คตํ คติ คมนํ กายวจีจิตฺตปฺปวตฺติ เอตสฺสาติ ตถาคโต. เอวํ ตถาปวตฺติโกติ ตถาคโต.
กถํ ตเถหิ อคโตติ ตถาคโต? โพธิสมฺภารสมฺภรเณ ตปฺปฏิปกฺขปฺปวตฺติสงฺขาตํ นตฺถิ เอตสฺส คตนฺติ อคโต. โส ปนสฺส อคตภาโว มจฺเฉรทานปารมิอาทีสุ อวิปรีตํ อาทีนวานิสํสปจฺจเวกฺขณาทินยปฺปวตฺเตหิ ญาเณหีติ ตเถหิ ญาเณหิ อคโตติ ตถาคโต.
อถ วา กิเลสาภิสงฺขารปฺปวตฺติสงฺขาตํ ขนฺธปฺปวตฺติสงฺขาตเมว วา ปญฺจสุปิ คตีสุ คตํ คมนํ เอตสฺส นตฺถีติ อคโต. สอุปาทิเสสอนุปาทิเสสนิพฺพานปฺปตฺติยา สฺวายมสฺส อคตภาโว ตเถหิ อริยมคฺคญาเณหีติ เอวมฺปิ ภควา ตเถหิ อาคโตติ ตถาคโต.
กถํ ตถาคตภาเวน ตถาคโต? ตถาคตภาเวนาติ จ ตถาคตสฺส สพฺภาเวน, อตฺถิตายาติ อตฺโถ. โก ปเนส ตถาคโต, ยสฺส อตฺถิตาย ภควา ตถาคโตติ วุจฺจตีติ? สทฺธมฺโม. สทฺธมฺโม หิ อริยมคฺโค ตาว ยถา ยุคนทฺธสมถวิปสฺสนาพเลน อนวเสสกิเลสปกฺขํ สมูหนนฺเตน สมุจฺเฉทปฺปหานวเสน คนฺตพฺพํ, ตถา คโต. ผลธมฺโม ยถา อตฺตโน มคฺคานุรูปํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิปฺปหานวเสน คนฺตพฺพํ, ตถา คโต ปวตฺโต. นิพฺพานธมฺโม ปน ยถา คโต ปญฺญาย ปฏิวิทฺโธ สกลวฏฺฏทุกฺขวูปสมาย สมฺปชฺชติ, พุทฺธาทีหิ ตถา คโต สจฺฉิกโตติ ตถาคโต. ปริยตฺติธมฺโมปิ ยถา ปุริมพุทฺเธหิ สุตฺตเคยฺยาทิวเสน ปวตฺติอาทิปฺปกาสนวเสน จ เวเนยฺยานํ อาสยาทิอนุรูปํ ปวตฺติโต, อมฺหากมฺปิ ภควตา ตถา คโต คทิโต ปวตฺติโตติ วา ตถาคโต. ยถา ภควตา เทสิโต, ตถา ภควโต สาวเกหิ คโต อวคโตติ ตถาคโต. เอวํ สพฺโพปิ สทฺธมฺโม ตถาคโต. เตนาห สกฺโก เทวานมินฺโท ‘‘ตถาคตํ เทวมนุสฺสปูชิตํ, ธมฺมํ นมสฺสาม สุวตฺถิ โหตู’’ติ (ขุ. ปา. ๖.๑๗; สุ. นิ. ๒๔๐). สฺวาสฺส อตฺถีติ ภควา ตถาคโต.
ยถา จ ธมฺโม, เอวํ อริยสงฺโฆปิ, ยถา อตฺตหิตาย ปรหิตาย จ ปฏิปนฺเนหิ สุวิสุทฺธํ ปุพฺพภาคสมถวิปสฺสนาปฏิปทํ ปุรกฺขตฺวา เตน เตน มคฺเคน คนฺตพฺพํ, ตํ ตํ ตถา คโตติ ตถาคโต. ยถา วา ภควตา สจฺจปฏิจฺจสมุปฺปาทาทินโย เทสิโต, ตถา จ พุทฺธตฺตา ตถา คทนโต จ ตถาคโต. เตนาห สกฺโก เทวราชา – ‘‘ตถาคตํ เทวมนุสฺสปูชิตํ, สงฺฆํ นมสฺสาม สุวตฺถิ โหตู’’ติ (ขุ. ปา. ๖.๑๘; สุ. นิ. ๒๔๑), สฺวาสฺส สาวกภูโต อตฺถีติ ภควา ตถาคโต. เอวํ ตถาคตภาเวน ตถาคโต.
อิทมฺปิ ตถาคตสฺส ตถาคตภาวทีปเน มุขมตฺตกเมว, สพฺพากาเรน ปน ตถาคโตว ตถาคตสฺส ตถาคตภาวํ วณฺเณยฺย. อิทญฺหิ ตถาคตปทํ มหตฺถํ, มหาคติกํ, มหาวิสยํ, ตสฺส อปฺปมาทปทสฺส วิย เตปิฏกมฺปิ พุทฺธวจนํ ยุตฺติโต อตฺถภาเวน อาหรนฺโต ‘‘อติตฺเถน ธมฺมกถิโก ปกฺขนฺโท’’ติ น วตฺตพฺโพติ.
ตตฺเถตํ วุจฺจติ –
‘‘ยเถว โลเก ปุริมา มเหสิโน,
สพฺพญฺญุภาวํ มุนโย อิธาคตา;
ตถา อยํ สกฺยมุนีปิ อาคโต,
ตถาคโต วุจฺจติ เตน จกฺขุมา.
‘‘ปหาย กามาทิมเล อเสสโต,
สมาธิญาเณหิ ยถา คตา ชินา;
ปุราตนา สกฺยมุนี ชุตินฺธโร,
ตถา คโต เตน ตถาคโต มโต.
‘‘ตถญฺจ ธาตายตนาทิลกฺขณํ,
สภาวสามญฺญวิภาคเภทโต;
สยมฺภุญาเณน ชิโนยมาคโต,
ตถาคโต วุจฺจติ สกฺยปุงฺคโว.
‘‘ตถานิ สจฺจานิ สมนฺตจกฺขุนา,
ตถา อิทปฺปจฺจยตา จ สพฺพโส;
อนญฺญเนยฺยา นยโต วิภาวิตา,
ตถา คโต เตน ชิโน ตถาคโต.
‘‘อเนกเภทาสุปิ โลกธาตุสุ,
ชินสฺส รูปายตนาทิโคจเร;
วิจิตฺตเภเท ตถเมว ทสฺสนํ,
ตถาคโต เตน สมนฺตโลจโน.
‘‘ยโต จ ธมฺมํ ตถเมว ภาสติ,
กโรติ วาจายนุรูปมตฺตโน;
คุเณหิ โลกํ อภิภุยฺยิรียติ,
ตถาคโต เตนปิ โลกนายโก.
‘‘ตถา ปริญฺญาย ตถาย สพฺพโส,
อเวทิ โลกํ ปภวํ อติกฺกมิ;
คโต จ ปจฺจกฺขกิริยาย นิพฺพุตึ,
อริยมคฺคญฺจ คโต ตถาคโต.
‘‘ตถา ปฏิญฺญาย ตถาย สพฺพโส,
หิตาย โลกสฺส ยโตยมาคโต;
ตถาย นาโถ กรุณาย สพฺพทา,
คโต จ เตนาปิ ชิโน ตถาคโต.
‘‘ตถานิ ญาณานิ ยโตยมาคโต,