๖. พิฬาลปาทกเสฏฺฐิวตฺถุ

มาวมญฺเญถ ปุญฺญสฺสาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต พิฬาลปาทกเสฏฺฐึ อารพฺภ กเถสิ.

เอกสฺมิญฺหิ สมเย สาวตฺถิวาสิโน วคฺคพนฺธเนน พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทานํ เทนฺติ. อเถกทิวสํ สตฺถา อนุโมทนํ กโรนฺโต เอวมาห –

‘‘อุปาสกา อิเธกจฺโจ อตฺตนาว ทานํ เทติ, ปรํ น สมาทเปติ. โส นิพฺพตฺตนิพฺพตฺตฏฺฐาเน โภคสมฺปทํ ลภติ, โน ปริวารสมฺปทํ. เอกจฺโจ อตฺตนา ทานํ น เทติ, ปรํ สมาทเปติ. โส นิพฺพตฺตนิพฺพตฺตฏฺฐาเน ปริวารสมฺปทํ ลภติ, โน โภคสมฺปทํ. เอกจฺโจ อตฺตนา จ น เทติ, ปรญฺจ น สมาทเปติ. โส นิพฺพตฺตนิพฺพตฺตฏฺฐาเน เนว โภคสมฺปทํ ลภติ, น ปริวารสมฺปทํ, วิฆาสาโท หุตฺวา วิจรติ. เอกจฺโจ อตฺตนา จ เทติ, ปรญฺจ สมาทเปติ. โส นิพฺพตฺตนิพฺพตฺตฏฺฐาเน โภคสมฺปทญฺเจว ลภติ, ปริวารสมฺปทญฺจา’’ติ.

อเถโก ปณฺฑิตปุริโส ตํ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ‘‘อโห อจฺฉริยมิทํ การณํ, อหํ ทานิ อุภยสมฺปตฺติสํวตฺตนิกํ กมฺมํ กริสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา สตฺถารํ อุฏฺฐาย คมนกาเล อาห – ‘‘ภนฺเต, เสฺว อมฺหากํ ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ. กิตฺตเกหิ ปน เต ภิกฺขูหิ อตฺโถติ? สพฺพภิกฺขูหิ, ภนฺเตติ. สตฺถา อธิวาเสสิ. โสปิ คามํ ปวิสิตฺวา, ‘‘อมฺมตาตา, มยา สฺวาตนาย พุทฺธปฺปมุโข ภิกฺขุสงฺโฆ นิมนฺติโต, โย ยตฺตกานํ ภิกฺขูนํ สกฺโกติ, โส ตตฺตกานํ ยาคุอาทีนํ อตฺถาย ตณฺฑุลาทีนิ เทตุ, เอกสฺมึ ฐาเน ปจาเปตฺวา ทานํ ทสฺสามา’’ติ อุคฺโฆเสนฺโต วิจริ.

อถ นํ เอโก เสฏฺฐิ อตฺตโน อาปณทฺวารํ สมฺปตฺตํ ทิสฺวา ‘‘อยํ อตฺตโน ปโหนเก ภิกฺขู อนิมนฺเตตฺวา ปน สกลคามํ สมาทเปนฺโต วิจรตี’’ติ กุชฺฌิตฺวา ‘‘ตยา คหิตภาชนํ อาหรา’’ติ ตีหิ องฺคุลีหิ คเหตฺวา โถเก ตณฺฑุเล อทาสิ, ตถา มุคฺเค, ตถา มาเสติ. โส ตโต ปฏฺฐาย พิฬาลปาทกเสฏฺฐิ นาม ชาโต, สปฺปิผาณิตาทีนิ เทนฺโตปิ กรณฺฑํ กุเฏ ปกฺขิปิตฺวา เอกโต โกณํ กตฺวา พินฺทุํ พินฺทุํ ปคฺฆรายนฺโต โถกโถกเมว อทาสิ. อุปาสโก อวเสเสหิ ทินฺนํ เอกโต กตฺวา อิมินา ทินฺนํ วิสุํเยว อคฺคเหสิ. โส เสฏฺฐิ ตสฺส กิริยํ ทิสฺวา ‘‘กึ นุ โข เอส มยา ทินฺนํ วิสุํ คณฺหาตี’’ติ จินฺเตตฺวา ตสฺส ปจฺฉโต ปจฺฉโต เอกํ จูฬุปฏฺฐากํ ปหิณิ ‘‘คจฺฉ, ยํ เอส กโรติ, ตํ ชานาหี’’ติ. โส คนฺตฺวา ‘‘เสฏฺฐิสฺส มหปฺผลํ โหตู’’ติ ยาคุภตฺตปูวานํ อตฺถาย เอกํ เทฺว ตณฺฑุเล ปกฺขิปิตฺวา มุคฺคมาเสปิ เตลผาณิตาทิพินฺทูนิปิ สพฺพภาชเนสุ ปกฺขิปิ. จูฬุปฏฺฐาโก คนฺตฺวา เสฏฺฐิสฺส อาโรเจสิ. ตํ สุตฺวา เสฏฺฐิ จินฺเตสิ – ‘‘สเจ เม โส ปริสมชฺเฌ อวณฺณํ ภาสิสฺสติ, มม นาเม คหิตมตฺเตเยว นํ ปหริตฺวา มาเรสฺสามี’’ติ นิวาสนนฺตเร ฉุริกํ พนฺธิตฺวา ปุนทิวเส คนฺตฺวา ภตฺตคฺเค อฏฺฐาสิ. โส ปุริโส พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปริวิสิตฺวา ภควนฺตํ อาห – ‘‘ภนฺเต, มยา มหาชนํ สมาทเปตฺวา อิมํ ทานํ ทินฺนํ, ตตฺถ สมาทปิตมนุสฺสา อตฺตโน อตฺตโน พเลน พหูนิปิ โถกานิปิ ตณฺฑุลาทีนิ อทํสุ, เตสํ สพฺเพสํ มหปฺผลํ โหตู’’ติ. ตํ สุตฺวา โส เสฏฺฐิ จินฺเตสิ – ‘‘อหํ ‘อสุเกน นาม อจฺฉราย คณฺหิตฺวา ตณฺฑุลาทีนิ ทินฺนานีติ มม นาเม คหิตมตฺเต อิมํ มาเรสฺสามี’ติ อาคโต, อยํ ปน สพฺพสงฺคาหิกํ กตฺวา ‘เยหิปิ นาฬิอาทีหิ มินิตฺวา ทินฺนํ, เยหิปิ อจฺฉราย คเหตฺวา ทินฺนํ, สพฺเพสํ มหปฺผลํ โหตู’ติ วทติ. สจาหํ เอวรูปํ น ขมาเปสฺสามิ, เทวทณฺโฑ มม มตฺถเก ปติสฺสตี’’ติ. โส ตสฺส ปาทมูเล นิปชฺชิตฺวา ‘‘ขมาหิ เม, สามี’’ติ อาห. ‘‘กึ อิท’’นฺติ จ เตน วุตฺเต สพฺพํ ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ. ตํ กิริยํ ทิสฺวา สตฺถา ‘‘กึ อิท’’นฺติ ทานเวยฺยาวฏิกํ ปุจฺฉิ. โส อตีตทิวสโต ปฏฺฐาย สพฺพํ ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ. อถ นํ สตฺถา ‘‘เอวํ กิร เสฏฺฐี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต, ‘‘อุปาสก, ปุญฺญํ นาม ‘อปฺปก’นฺติ น อวมญฺญิตพฺพํ, มาทิสสฺส พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทานํ ทตฺวา ‘อปฺปก’นฺติ น อวมญฺญิตพฺพํ. ปณฺฑิตมนุสฺสา หิ ปุญฺญํ กโรนฺตา วิวฏภาชนํ วิย อุทเกน อนุกฺกเมน ปุญฺเญน ปูรนฺติเยวา’’ติ วตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –

๑๒๒. ‘‘มาวมญฺเญถ ปุญฺญสฺส, น มนฺทํ อาคมิสฺสติ;

อุทพินฺทุนิปาเตน, อุทกุมฺโภปิ ปูรติ;

ธีโร ปูรติ ปุญฺญสฺส, โถกํ โถกมฺปิ อาจิน’’นฺติ.

ตสฺสตฺโถ – ปณฺฑิตมนุสฺโส ปุญฺญํ กตฺวา ‘‘อปฺปกมตฺตํ มยา กตํ, น มนฺทํ วิปากวเสน อาคมิสฺสติ, เอวํ ปริตฺตกํ กมฺมํ กหํ มํ ทกฺขิสฺสติ, อหํ วา ตํ กหํ ทกฺขิสฺสามิ, กทา เอตํ วิปจฺจิสฺสตี’’ติ เอวํ ปุญฺญํ มาวมญฺเญถ น อวชาเนยฺย. ยถา หิ นิรนฺตรํ อุทพินฺทุนิปาเตน วิวริตฺวา ฐปิตํ กุลาลภาชนํ ปูรติ, เอวํ ธีโร ปณฺฑิตปุริโส โถกํ โถกมฺปิ ปุญฺญํ อาจินนฺโต ปุญฺญสฺส ปูรตีติ.

เทสนาวสาเน โส เสฏฺฐิ โสตาปตฺติผลํ ปาปุณิ, สมฺปตฺตปริสายปิ สาตฺถิกา ธมฺมเทสนา อโหสีติ.

พิฬาลปาทกเสฏฺฐิวตฺถุ ฉฏฺฐํ.