๙. สนฺตกายตฺเถรวตฺถุ
สนฺตกาโยติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต สนฺตกายตฺเถรํ นาม อารพฺภ กเถสิ.
ตสฺส กิร หตฺถปาทกุกฺกุจฺจํ นาม นาโหสิ, กายวิชมฺภนรหิโต สนฺตอตฺตภาโวว อโหสิ. โส กิร สีหโยนิโต อาคโต เถโร. สีหา กิร เอกทิวสํ โคจรํ คเหตฺวา รชตสุวณฺณมณิปวาฬคุหานํ อญฺญตรํ ปวิสิตฺวา มโนสิลาตเล หริตาลจุณฺเณสุ สตฺตาหํ นิปชฺชิตฺวา สตฺตเม ทิวเส อุฏฺฐาย นิปนฺนฏฺฐานํ โอโลเกตฺวา สเจ นงฺคุฏฺฐสฺส วา กณฺณานํ วา หตฺถปาทานํ วา จลิตตฺตา มโนสิลาหริตาลจุณฺณานํ วิปฺปกิณฺณตํ ปสฺสนฺติ, ‘‘น เต อิทํ ชาติยา วา โคตฺตสฺส วา ปติรูป’’นฺติ ปุน สตฺตาหํ นิราหารา นิปชฺชนฺติ, จุณฺณานํ ปน วิปฺปกิณฺณภาเว อสติ ‘‘อิทํ เต ชาติโคตฺตานํ อนุจฺฉวิก’’นฺติ อาสยา นิกฺขมิตฺวา วิชมฺภิตฺวา ทิสา อนุวิโลเกตฺวา ติกฺขตฺตุํ สีหนาทํ นทิตฺวา โคจราย ปกฺกมนฺติ. เอวรูปาย สีหโยนิยา อาคโต อยํ ภิกฺขุ. ตสฺส กายสมาจารํ ทิสฺวา ภิกฺขู สตฺถุ อาโรเจสุํ – ‘‘น โน, ภนฺเต, สนฺตกายตฺเถรสทิโส ภิกฺขุ ทิฏฺฐปุพฺโพ. อิมสฺส หิ นิสินฺนฏฺฐาเน หตฺถจลนํ วา ปาทจลนํ วา กายวิชมฺภิตา วา นตฺถี’’ติ. ตํ สุตฺวา สตฺถา, ‘‘ภิกฺขเว, ภิกฺขุนา นาม สนฺตกายตฺเถเรน วิย กายาทีหิ อุปสนฺเตเนว ภวิตพฺพ’’นฺติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –
๓๗๘. ‘‘สนฺตกาโย สนฺตวาโจ, สนฺตวา สุสมาหิโต;
วนฺตโลกามิโส ภิกฺขุ, อุปสนฺโตติ วุจฺจตี’’ติ.
ตตฺถ สนฺตกาโยติ ปาณาติปาตาทีนํ อภาเวน สนฺตกาโย, มุสาวาทาทีนํ อภาเวน สนฺตวาโจ, อภิชฺฌาทีนํ อภาเวน สนฺตวา, กายาทีนํ ติณฺณมฺปิ สุฏฺฐุ สมาหิตตฺตา สุสมาหิโต, จตูหิ มคฺเคหิ โลกามิสสฺส วนฺตตาย วนฺตโลกามิโส ภิกฺขุ อพฺภนฺตเร ราคาทีนํ อุปสนฺตตาย อุปสนฺโตติ วุจฺจตีติ อตฺโถ.
เทสนาวสาเน โส เถโร อรหตฺเต ปติฏฺฐหิ, สมฺปตฺตานมฺปิ สาตฺถิกา ธมฺมเทสนา อโหสีติ.
สนฺตกายตฺเถรวตฺถุ นวมํ.