๗. สมฺพหุลภิกฺขุวตฺถุ
เมตฺตาวิหารีติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต สมฺพหุเล ภิกฺขู อารพฺภ กเถสิ.
เอกสฺมิญฺหิ สมเย อายสฺมนฺเต มหากจฺจาเน อวนฺติชนปเท กุรรฆรํ นิสฺสาย ปวตฺตปพฺพเต วิหรนฺเต โสโณ นาม โกฏิกณฺโณ อุปาสโก เถรสฺส ธมฺมกถาย ปสีทิตฺวา เถรสฺส สนฺติเก ปพฺพชิตุกาโม เถเรน ‘‘ทุกฺกรํ โข, โสณ, ยาวชีวํ เอกภตฺตํ เอกเสยฺยํ พฺรหฺมจริย’’นฺติ วตฺวา เทฺว วาเร ปฏิกฺขิตฺโตปิ ปพฺพชฺชาย อติวิย อุสฺสาหชาโต ตติยวาเร เถรํ ยาจิตฺวา ปพฺพชิตฺวา อปฺปภิกฺขุกตฺตา ทกฺขิณาปเถ ติณฺณํ วสฺสานํ อจฺจเยน ลทฺธูปสมฺปโท สตฺถารํ สมฺมุขา ทฏฺฐุกาโม หุตฺวา อุปชฺฌายํ อาปุจฺฉิตฺวา เตน ทินฺนํ สาสนํ คเหตฺวา อนุปุพฺเพน เชตวนํ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา กตปฏิสนฺถาโร สตฺถารา เอกคนฺธกุฏิยํเยว อนุญฺญาตเสนาสโน พหุเทว รตฺตึ อชฺโฌกาเส วีถินาเมตฺวา รตฺติภาเค คนฺธกุฏึ ปวิสิตฺวา อตฺตโน ปตฺตเสนาสเน ตํ รตฺติภาคํ วีตินาเมตฺวา ปจฺจูสสมเย สตฺถารา อชฺฌิฏฺโฐ โสฬส อฏฺฐกวคฺคิกานิ (สุ. นิ. ๗๗๒ อาทโย) สพฺพาเนว สรภญฺเญน อภณิ. อถสฺส ภควา สรภญฺญปริโยสาเน อพฺภานุโมเทนฺโต – ‘‘สาธุ สาธุ, ภิกฺขู’’ติ สาธุการํ อทาสิ. สตฺถารา ทินฺนสาธุการํ สุตฺวา ภูมฏฺฐกเทวา นาคา สุปณฺณาติ เอวํ ยาว พฺรหฺมโลกา เอกสาธุการเมว อโหสิ.
ตสฺมึ ขเณ เชตวนโต วีสโยชนสตมตฺถเก กุรรฆรนคเร เถรสฺส มาตุ มหาอุปาสิกาย เคเห อธิวตฺถา เทวตาปิ มหนฺเตน สทฺเทน สาธุการมทาสิ. อถ นํ อุปาสิกา อาห – ‘‘โก เอส สาธุการํ เทตี’’ติ? อหํ, ภคินีติ. โกสิ ตฺวนฺติ? ตว เคเห อธิวตฺถา, เทวตาติ. ตฺวํ อิโต ปุพฺเพ มยฺหํ สาธุการํ อทตฺวา อชฺช กสฺมา เทสีติ? นาหํ ตุยฺหํ สาธุการํ ทมฺมีติ. อถ กสฺส เต สาธุกาโร ทินฺโนติ? ตว ปุตฺตสฺส โกฏิกณฺณสฺส โสณตฺเถรสฺสาติ. กึ เม ปุตฺเตน กตนฺติ? ปุตฺโต เต อชฺช สตฺถารา สทฺธึ เอกคนฺธกุฏิยํ วสิตฺวา ธมฺมํ เทเสสิ, สตฺถา ตว ปุตฺตสฺส ธมฺมํ สุตฺวา ปสนฺโน สาธุการมทาสิ. เตนสฺส มยาปิ สาธุกาโร ทินฺโน. สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส หิ สาธุการํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ภูมฏฺฐกเทเว อาทึ กตฺวา ยาว พฺรหฺมโลกา เอกสาธุการเมว ชาตนฺติ. กึ ปน, สามิ, มม ปุตฺเตน สตฺถุ ธมฺโม กถิโต, สตฺถารา มม ปุตฺตสฺส กถิโตติ? ตว ปุตฺเตน สตฺถุ กถิโตติ. เอวํ เทวตาย กเถนฺติยาว อุปาสิกาย ปญฺจวณฺณา ปีติ อุปฺปชฺชิตฺวา สกลสรีรํ ผริ.
อถสฺสา เอตทโหสิ – ‘‘สเจ เม ปุตฺโต สตฺถารา สทฺธึ เอกคนฺธกุฏิยํ วสิตฺวา สตฺถุ ธมฺมํ กเถตุํ สกฺขิ, มยฺหมฺปิ กเถตุํ สกฺขิสฺสติเยว. ปุตฺตสฺส อาคตกาเล ธมฺมสฺสวนํ กาเรตฺวา ธมฺมกถํ สุณิสฺสามี’’ติ. โสณตฺเถโรปิ โข สตฺถารา สาธุกาเร ทินฺเน ‘‘อยํ เม อุปชฺฌาเยน ทินฺนสาสนํ อาโรเจตุํ กาโล’’ติ ภควนฺตํ ปจฺจนฺติเมสุ ชนปเทสุ วินยธรปญฺจเมน คเณน อุปสมฺปทํ อาทึ กตฺวา (มหาว. ๒๕๙) ปญฺจ วเร ยาจิตฺวา กติปาหํ สตฺถุ สนฺติเกเยว วสิตฺวา ‘‘อุปชฺฌายํ ปสฺสิสฺสามี’’ติ สตฺถารํ อาปุจฺฉิตฺวา เชตวนา นิกฺขมิตฺวา อนุปุพฺเพน อุปชฺฌายสฺส สนฺติกํ อคมาสิ.
เถโร ปุนทิวเส ตํ อาทาย ปิณฺฑาย จรนฺโต มาตุ อุปาสิกาย เคหทฺวารํ อคมาสิ. สาปิ ปุตฺตํ ทิสฺวา ตุฏฺฐมานสา วนฺทิตฺวา สกฺกจฺจํ ปริวิสิตฺวา ปุจฺฉิ – ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ, ตาต, สตฺถารา สทฺธึ เอกคนฺธกุฏิยํ วสิตฺวา สตฺถุ ธมฺมกถํ กเถสี’’ติ. ‘‘อุปาสิเก, ตุยฺหํ เกน อิทํ กถิต’’นฺติ? ‘‘ตาต, อิมสฺมึ เคเห อธิวตฺถา เทวตา มหนฺเตน สทฺเทน สาธุการํ ทตฺวา มยา ‘โก เอโส’ติ วุตฺเต ‘อห’นฺติ วตฺวา เอวญฺจ เอวญฺจ กเถสิ. ตํ สุตฺวา มยฺหํ เอตทโหสิ – ‘สเจ เม ปุตฺโต สตฺถุ ธมฺมกถํ กเถสิ, มยฺหมฺปิ กเถตุํ สกฺขิสฺสตี’ติ. อถ นํ อาห – ‘ตาต, ยโต ตยา สตฺถุ สมฺมุขา ธมฺโม กถิโต, มยฺหมฺปิ กเถตุํ สกฺขิสฺสสิ เอว. อสุกทิวเส นาม ธมฺมสฺสวนํ กาเรตฺวา ตว ธมฺมํ สุณิสฺสามิ, ตาตา’’’ติ. โส อธิวาเสสิ. อุปาสิกา ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทานํ ทตฺวา ปูชํ กตฺวา ‘‘ปุตฺตสฺส เม ธมฺมกถํ สุณิสฺสามี’’ติ เอกเมว ทาสึ เคหรกฺขิกํ ฐเปตฺวา สพฺพํ ปริชนํ อาทาย อนฺโตนคเร ธมฺมสฺสวนตฺถาย การิเต มณฺฑเป อลงฺกตธมฺมาสนํ อภิรุยฺห ธมฺมํ เทเสนฺตสฺส ปุตฺตสฺส ธมฺมกถํ โสตุํ อคมาสิ.
ตสฺมึ ปน กาเล นวสตา โจรา ตสฺสา อุปาสิกาย เคเห โอตารํ โอโลเกนฺตา วิจรนฺติ. ตสฺสา ปน เคหํ สตฺตหิ ปากาเรหิ ปริกฺขิตฺตํ สตฺตทฺวารโกฏฺฐกยุตฺตํ, ตตฺถ เตสุ เตสุ ฐาเนสุ จณฺฑสุนเข พนฺธิตฺวา ฐปยึสุ. อนฺโตเคเห ฉทนสฺส อุทกปาตฏฺฐาเน ปน ปริขํ ขณิตฺวา ติปุนา ปูรยึสุ. ตํ ทิวา อาตเปน วิลีนํ ปกฺกุถิตํ วิย ติฏฺฐติ, รตฺตึ กฐินํ กกฺขฬํ หุตฺวา ติฏฺฐติ. ตสฺสานนฺตรา มหนฺตานิ อยสงฺฆาฏกานิ นิรนฺตรํ ภูมิยํ โอทหึสุ. อิติ อิมญฺจารกฺขํ อุปาสิกาย จ อนฺโตเคเห ฐิตภาวํ ปฏิจฺจ เต โจรา โอกาสํ อลภนฺตา ตํ ทิวสํ ตสฺสา คตภาวํ ญตฺวา อุมงฺคํ ภินฺทิตฺวา ติปุปริขาย จ อยสงฺฆาฏกานญฺจ เหฏฺฐาภาเคเนว เคหํ ปวิสิตฺวา โจรเชฏฺฐกํ ตสฺสา สนฺติกํ ปหิณึสุ ‘‘สเจ สา อมฺหากํ อิธ ปวิฏฺฐภาวํ สุตฺวา นิวตฺติตฺวา เคหาภิมุขี อาคจฺฉติ, อสินา นํ ปหริตฺวา มาเรถา’’ติ. โส คนฺตฺวา ตสฺสา สนฺติเก อฏฺฐาสิ.
โจราปิ อนฺโตเคเห ทีปํ ชาเลตฺวา กหาปณคพฺภทฺวารํ วิวรึสุ. สา ทาสี โจเร ทิสฺวา อุปาสิกาย สนฺติกํ คนฺตฺวา, ‘‘อยฺเย, พหู โจรา เคหํ ปวิสิตฺวา กหาปณคพฺภทฺวารํ วิวรึสู’’ติ อาโรเจสิ. ‘‘โจรา อตฺตนา ทิฏฺฐกหาปเณ หรนฺตุ, อหํ มม ปุตฺตสฺส ธมฺมกถํ สุณามิ, มา เม ธมฺมสฺส อนฺตรายํ กริ, เคหํ คจฺฉา’’ติ ตํ ปหิณิ. โจราปิ กหาปณคพฺภํ ตุจฺฉํ กตฺวา รชตคพฺภํ วิวรึสุ. สา ปุนปิ คนฺตฺวา ตมตฺถํ อาโรเจสิ. อุปาสิกาปิ ‘‘โจรา อตฺตนา อิจฺฉิตํ หรนฺตุ, มา เม อนฺตรายํ กรี’’ติ ปุน ตํ ปหิณิ. โจรา รชตคพฺภมฺปิ ตุจฺฉํ กตฺวา สุวณฺณคพฺภํ วิวรึสุ. สา ปุนปิ คนฺตฺวา อุปาสิกาย ตมตฺถํ อาโรเจสิ. อถ นํ อุปาสิกา อามนฺเตตฺวา, ‘‘โภติ เช ตฺวํ อเนกวารํ มม สนฺติกํ อาคตา, ‘โจรา ยถารุจิตํ หรนฺตุ, อหํ มม ปุตฺตสฺส ธมฺมกถํ สุณามิ, มา เม อนฺตรายํ กรี’ติ มยา วุตฺตาปิ มม กถํ อนาทิยิตฺวา ปุนปฺปุนํ อาคจฺฉสิเยว. สเจ อิทานิ ตฺวํ อาคจฺฉิสฺสสิ, ชานิสฺสามิ เต กตฺตพฺพํ, เคหเมว คจฺฉา’’ติ ปหิณิ.
โจรเชฏฺฐโก ตสฺสา กถํ สุตฺวา ‘‘เอวรูปาย อิตฺถิยา สนฺตกํ หรนฺตานํ อสนิ ปติตฺวา มตฺถกํ ภินฺเทยฺยา’’ติ โจรานํ สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘สีฆํ อุปาสิกาย สนฺตกํ ปฏิปากติกํ กโรถา’’ติ อาห. เต กหาปเณหิ กหาปณคพฺภํ, รชตสุวณฺเณหิ รชตสุวณฺณคพฺเภ ปุน ปูรยึสุ. ธมฺมตา กิเรสา, ยํ ธมฺโม ธมฺมจารินํ รกฺขติ. เตเนวาห –
‘‘ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารึ,
ธมฺโม สุจิณฺโณ สุขมาวหาติ;
เอสานิสํโส ธมฺเม สุจิณฺเณ,
น ทุคฺคตึ คจฺฉติ ธมฺมจารี’’ติ. (เถรคา. ๓๐๓; ชา. ๑.๑๐.๑๐๒);
โจราปิ คนฺตฺวา ธมฺมสฺสวนฏฺฐาเน อฏฺฐํสุ. เถโรปิ ธมฺมํ กเถตฺวา วิภาตาย รตฺติยา อาสนา โอตริ. ตสฺมึ ขเณ โจรเชฏฺฐโก อุปาสิกาย ปาทมูเล นิปชฺชิตฺวา ‘‘ขมาหิ เม, อยฺเย’’ติ อาห. ‘‘กึ อิทํ, ตาตา’’ติ? ‘‘อหญฺหิ ตุเมฺหสุ อาฆาตํ กตฺวา ตุเมฺห มาเรตุกาโม อฏฺฐาสิ’’นฺติ. ‘‘เตน หิ เต, ตาต, ขมามี’’ติ. เสสโจราปิ ตเถว วตฺวา, ‘‘ตาตา, ขมามี’’ติ วุตฺเต อาหํสุ – ‘‘อยฺเย, สเจ โน ขมถ, ปุตฺตสฺส โว สนฺติเก อมฺหากํ ปพฺพชฺชํ ทาเปถา’’ติ. สา ปุตฺตํ วนฺทิตฺวา อาห – ‘‘ตาต, อิเม โจรา มม คุเณสุ ตุมฺหากญฺจ ธมฺมกถาย ปสนฺนา ปพฺพชฺชํ ยาจนฺติ, ปพฺพาเชถ เน’’ติ. เถโร ‘‘สาธู’’ติ วตฺวา เตหิ นิวตฺถวตฺถานํ ทสานิ ฉินฺทาเปตฺวา ตมฺพมตฺติกาย รชาเปตฺวา เต ปพฺพาเชตฺวา สีเลสุ ปติฏฺฐาเปสิ. อุปสมฺปนฺนกาเล จ เนสํ เอเกกสฺส วิสุํ วิสุํ กมฺมฏฺฐานมทาสิ. เต นวสตา ภิกฺขู วิสุํ วิสุํ นวสตกมฺมฏฺฐานานิ คเหตฺวา เอกํ ปพฺพตํ อภิรุยฺห ตสฺส ตสฺส รุกฺขสฺส ฉายาย นิสีทิตฺวา สมณธมฺมํ กรึสุ.
สตฺถา วีสโยชนสตมตฺถเก เชตวนมหาวิหาเร นิสินฺโนว เต ภิกฺขู โอโลเกตฺวา เตสํ จริยวเสน ธมฺมเทสนํ ววตฺถาเปตฺวา โอภาสํ ผริตฺวา สมฺมุเข นิสีทิตฺวา กเถนฺโต วิย อิมา คาถา อภาสิ –
๓๖๘. ‘‘เมตฺตาวิหารี โย ภิกฺขุ, ปสนฺโน พุทฺธสาสเน;
อธิคจฺเฉ ปทํ สนฺตํ, สงฺขารูปสมํ สุขํ.
๓๖๙. ‘‘สิญฺจ ภิกฺขุ อิมํ นาวํ, สิตฺตา เต ลหุเมสฺสติ;
เฉตฺวา ราคญฺจ โทสญฺจ, ตโต นิพฺพานเมหิสิ.
๓๗๐. ‘‘ปญฺจ ฉินฺเท ปญฺจ ชเห, ปญฺจ จุตฺตริ ภาวเย;
ปญฺจสงฺคาติโค ภิกฺขุ, โอฆติณฺโณติ วุจฺจติ.
๓๗๑. ‘‘ฌาย ภิกฺขุ มา ปมาโท,
มา เต กามคุเณ รเมสฺสุ จิตฺตํ;
มา โลหคุฬํ คิลี ปมตฺโต,
มา กนฺที ทุกฺขมิทนฺติ ทยฺหมาโน.
๓๗๒. ‘‘นตฺถิ ฌานํ อปญฺญสฺส, ปญฺญา นตฺถิ อฌายโต;
ยมฺหิ ฌานญฺจ ปญฺญา จ, ส เว นิพฺพานสนฺติเก.
๓๗๓. ‘‘สุญฺญาคารํ ปวิฏฺฐสฺส, สนฺตจิตฺตสฺส ภิกฺขุโน;
อมานุสี รตี โหติ, สมฺมา ธมฺมํ วิปสฺสโต.
๓๗๔. ‘‘ยโต ยโต สมฺมสติ, ขนฺธานํ อุทยพฺพยํ;
ลภตี ปีติปาโมชฺชํ, อมตํ ตํ วิชานตํ.
๓๗๕. ‘‘ตตฺรายมาทิ ภวติ, อิธ ปญฺญสฺส ภิกฺขุโน;
อินฺทฺริยคุตฺติ สนฺตุฏฺฐิ, ปาติโมกฺเข จ สํวโร.
๓๗๖. ‘‘มิตฺเต ภชสฺสุ กลฺยาเณ, สุทฺธาชีเว อตนฺทิเต;
ปฏิสนฺถารวุตฺยสฺส, อาจารกุสโล สิยา;
ตโต ปาโมชฺชพหุโล, ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสตี’’ติ.
ตตฺถ เมตฺตาวิหารีติ เมตฺตากมฺมฏฺฐาเน กมฺมํ กโรนฺโตปิ เมตฺตาวเสน ติกจตุกฺกชฺฌาเน นิพฺพตฺเตตฺวา ฐิโตปิ เมตฺตาวิหารีเยว นาม. ปสนฺโนติ โย ปน พุทฺธสาสเน ปสนฺโน โหติ, ปสาทํ โรเจติเยวาติ อตฺโถ. ปทํ สนฺตนฺติ นิพฺพานสฺเสตํ นามํ. เอวรูโป หิ ภิกฺขุ สนฺตํ โกฏฺฐาสํ สพฺพสงฺขารานํ อุปสนฺตตาย สงฺขารูปสมํ, ปรมสุขตาย สุขนฺติ ลทฺธนามํ นิพฺพานํ อธิคจฺฉติ, วินฺทติเยวาติ อตฺโถ.
สิญฺจ ภิกฺขุ อิมํ นาวนฺติ ภิกฺขุ อิมํ อตฺตภาวสงฺขาตํ นาวํ มิจฺฉาวิตกฺโกทกํ ฉฑฺเฑนฺโต สิญฺจ. สิตฺตา เต ลหุเมสฺสตีติ ยถา หิ มหาสมุทฺเท อุทกสฺเสว ภริตา นาวา ฉิทฺทานิ ปิทหิตฺวา อุทกสฺส สิตฺตตาย สิตฺตา สลฺลหุกา หุตฺวา มหาสมุทฺเท อโนสีทิตฺวา สีฆํ สุปฏฺฏนํ คจฺฉติ, เอวํ ตวาปิ อยํ มิจฺฉาวิตกฺโกทกภริตา อตฺตภาวนาวา จกฺขุทฺวาราทิฉิทฺทานิ สํวเรน ปิทหิตฺวา อุปฺปนฺนสฺส มิจฺฉาวิตกฺโกทกสฺส สิตฺตตาย สิตฺตา สลฺลหุกา สํสารวฏฺเฏ อโนสีทิตฺวา สีฆํ นิพฺพานํ คมิสฺสติ. เฉตฺวาติ ราคโทสพนฺธนานิ ฉินฺท. เอตานิ หิ ฉินฺทิตฺวา อรหตฺตปฺปตฺโต ตโต อปรภาเค อนุปาทิเสสนิพฺพานเมว เอหิสิ, คมิสฺสสีติ อตฺโถ.
ปญฺจ ฉินฺเทติ เหฏฺฐาอปายสมฺปาปกานิ ปญฺโจรมฺภาคิยสํโยชนานิ ปาเท พทฺธรชฺชุํ ปุริโส สตฺเถน วิย เหฏฺฐามคฺคตฺตเยน ฉินฺเทยฺย. ปญฺจ ชเหติ อุปริเทวโลกสมฺปาปกานิ ปญฺจุทฺธมฺภาคิยสํโยชนานิ ปุริโส คีวาย พทฺธรชฺชุกํ วิย อรหตฺตมคฺเคน ชเหยฺย ปชเหยฺย, ฉินฺเทยฺยาติ อตฺโถ. ปญฺจ จุตฺตริ ภาวเยติ อุทฺธมฺภาคิยสํโยชนานํ ปหานตฺถาย สทฺธาทีนิ ปญฺจินฺทฺริยานิ อุตฺตริ ภาเวยฺย. ปญฺจสงฺคาติโคติ เอวํ สนฺเต ปญฺจนฺนํ ราคโทสโมหมานทิฏฺฐิสงฺคานํ อติกฺกมเนน ปญฺจสงฺคาติโค ภิกฺขุ โอฆติณฺโณติ วุจฺจติ, จตฺตาโร โอเฆ ติณฺโณเยวาติ วุจฺจตีติ อตฺโถ.
ฌาย ภิกฺขูติ ภิกฺขุ ตฺวํ ทฺวินฺนํ ฌานานํ วเสน ฌาย เจว, กายกมฺมาทีสุ จ อปฺปมตฺตวิหาริตาย มา ปมชฺชิ. รเมสฺสูติ ปญฺจวิเธ จ กามคุเณ เต จิตฺตํ มา รเมสฺสุ. มา โลหคุฬนฺติ สติโวสฺสคฺคลกฺขเณน หิ ปมาเทน ปมตฺตา นิรเย ตตฺตํ โลหคุฬํ คิลนฺติ, เตน ตํ วทามิ ‘‘มา ปมตฺโต หุตฺวา โลหคุฬํ คิลิ, มา นิรเย ฑยฺหมาโน ‘ทุกฺขมิท’นฺติ กนฺที’’ติ อตฺโถ.
นตฺถิ ฌานนฺติ ฌานุปฺปาทิกาย วายามปญฺญาย อปญฺญสฺส ฌานํ นาม นตฺถิ. ปญฺญา นตฺถีติ อฌายนฺตสฺส ‘‘สมาหิโต ภิกฺขุ ยถาภูตํ ชานาติ ปสฺสตี’’ติ วุตฺตลกฺขณา ปญฺญา นตฺถิ. ยมฺหิ ฌานญฺจ ปญฺญา จาติ ยมฺหิ ปุคฺคเล อิทํ อุภยมฺปิ อตฺถิ, โส นิพฺพานสฺส สนฺติเก ฐิโตเยวาติ อตฺโถ.
สุญฺญาคารํ ปวิฏฺฐสฺสาติ กิสฺมิญฺจิเทว วิวิตฺโตกาเส กมฺมฏฺฐานํ อวิชหิตฺวา กมฺมฏฺฐานมนสิกาเรน นิสินฺนสฺส. สนฺตจิตฺตสฺสาติ นิพฺพุตจิตฺตสฺส. สมฺมาติ เหตุนา การเณน ธมฺมํ วิปสฺสนฺตสฺส วิปสฺสนาสงฺขาตา อมานุสี รติ อฏฺฐสมาปตฺติสงฺขาตา ทิพฺพาปิ รติ โหติ อุปฺปชฺชตีติ อตฺโถ.
ยโต ยโต สมฺมสตีติ อฏฺฐตึสาย อารมฺมเณสุ กมฺมํ กโรนฺโต เยน เยนากาเรน, ปุเรภตฺตาทีสุ วา กาเลสุ ยสฺมึ ยสฺมึ อตฺตนา อภิรุจิเต กาเล, อภิรุจิเต วา กมฺมฏฺฐาเน กมฺมํ กโรนฺโต สมฺมสติ. อุทยพฺพยนฺติ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ ปญฺจวีสติยา ลกฺขเณหิ อุทยํ, ปญฺจวีสติยา เอว จ ลกฺขเณหิ วยํ. ปีติปาโมชฺชนฺติ เอวํ ขนฺธานํ อุทยพฺพยํ สมฺมสนฺโต ธมฺมปีตึ ธมฺมปาโมชฺชญฺจ ลภติ. อมตนฺติ ตํ สปฺปจฺจเย นามรูเป ปากเฏ หุตฺวา อุปฏฺฐหนฺเต อุปฺปนฺนํ ปีติปาโมชฺชํ อมตนิพฺพานสมฺปาปกตฺตา วิชานตํ ปณฺฑิตานํ อมตเมวาติ อตฺโถ.
ตตฺรายมาทิ ภวตีติ ตตฺร อยํ อาทิ, อิทํ ปุพฺพฏฺฐานํ โหติ. อิธ ปญฺญสฺสาติ อิมสฺมึ สาสเน ปณฺฑิตภิกฺขุโน. อิทานิ ‘‘ตํ อาที’’ติ วุตฺตํ ปุพฺพฏฺฐานํ ทสฺเสนฺโต อินฺทฺริยคุตฺตีติอาทิมาห. จตุปาริสุทฺธิสีลญฺหิ ปุพฺพฏฺฐานํ นาม. ตตฺถ อินฺทฺริยคุตฺตีติ อินฺทฺริยสํวโร. สนฺตุฏฺฐีติ จตุปจฺจยสนฺโตโส. เตน อาชีวปาริสุทฺธิ เจว ปจฺจยสนฺนิสฺสิตญฺจ สีลํ กถิตํ. ปาติโมกฺเขติ ปาติโมกฺขสงฺขาเต เชฏฺฐกสีเล ปริปูรการิตา กถิตา.
มิตฺเต ภชสฺสุ กลฺยาเณติ วิสฺสฏฺฐกมฺมนฺเต อปติรูปสหาเย วชฺเชตฺวา สาธุชีวิตาย สุทฺธาชีเว ชงฺฆพลํ นิสฺสาย ชีวิกกปฺปนาย อกุสีเต อตนฺทิเต กลฺยาณมิตฺเต ภชสฺสุ, เสวสฺสูติ อตฺโถ. ปฏิสนฺถารวุตฺยสฺสาติ อามิสปฏิสนฺถาเรน จ ธมฺมปฏิสนฺถาเรน จ สมฺปนฺนวุตฺติตาย ปฏิสนฺถารวุตฺติ อสฺส, ปฏิสนฺถารสฺส การกา ภเวยฺยาติ อตฺโถ. อาจารกุสโลติ สีลมฺปิ อาจาโร, วตฺตปฏิวตฺตมฺปิ อาจาโร. ตตฺถ กุสโล สิยา, เฉโก ภเวยฺยาติ อตฺโถ. ตโต ปาโมชฺชพหุโลติ ตโต ปฏิสนฺถารวุตฺติโต จ อาจารโกสลฺลโต จ อุปฺปนฺเนน ธมฺมปาโมชฺเชน ปาโมชฺชพหุโล หุตฺวา ตํ สกลสฺสาปิ วฏฺฏทุกฺขสฺส อนฺตํ กริสฺสตีติ อตฺโถ.
เอวํ สตฺถารา เทสิตาสุ อิมาสุ คาถาสุ เอกเมกิสฺสาย คาถาย ปริโยสาเน เอกเมกํ ภิกฺขุสตํ นิสินฺนนิสินฺนฏฺฐาเนเยว สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปตฺวา เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา สพฺเพปิ เต ภิกฺขู อากาเสเนว วีสโยชนสติกํ กนฺตารํ อติกฺกมิตฺวา ตถาคตสฺส สุวณฺณวณฺณํ สรีรํ วณฺเณนฺตา โถเมนฺตา ปาเท วนฺทึสูติ.
สมฺพหุลภิกฺขุวตฺถุ สตฺตมํ.