๖. อุคฺคเสนวตฺถุ
มุญฺจ ปุเรติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต อุคฺคเสนํ อารพฺภ กเถสิ.
ปญฺจสตา กิร นฏา สํวจฺฉเร วา ฉมาเส วา ปตฺเต ราชคหํ คนฺตฺวา รญฺโญ สตฺตาหํ สมชฺชํ กตฺวา พหุํ หิรญฺญสุวณฺณํ ลภนฺติ, อนฺตรนฺตเร อุกฺเขปทายานํ ปริยนฺโต นตฺถิ. มหาชโน มญฺจาติมญฺจาทีสุ ฐตฺวา สมชฺชํ โอโลเกสิ. อเถกา ลงฺฆิกธีตา วํสํ อภิรุยฺห ตสฺส อุปริ ปริวตฺติตฺวา ตสฺส ปริยนฺเต อากาเส จงฺกมมานา นจฺจติ เจว คายติ จ. ตสฺมึ สมเย อุคฺคเสโน นาม เสฏฺฐิปุตฺโต สหายเกน สทฺธึ มญฺจาติมญฺเจ ฐิโต ตํ โอโลเกตฺวา ตสฺสา หตฺถปาทวิกฺเขปาทีสุ อุปฺปนฺนสิเนโห เคหํ คนฺตฺวา ‘‘ตํ ลภนฺโต ชีวิสฺสามิ, อลภนฺตสฺส เม อิเธว มรณ’’นฺติ อาหารูปจฺเฉทํ กตฺวา มญฺจเก นิปชฺชิ. มาตาปิตูหิ, ‘‘ตาต, กึ เต รุชฺชตี’’ติ ปุจฺฉิโตปิ ‘‘ตํ เม นฏธีตรํ ลภนฺตสฺส ชีวิตํ อตฺถิ, อลภนฺตสฺส เม อิเธว มรณ’’นฺติ วตฺวา, ‘‘ตาต, มา เอวํ กริ, อญฺญํ เต อมฺหากํ กุลสฺส จ โภคานญฺจ อนุรูปํ กุมาริกํ อาเนสฺสามา’’ติ วุตฺเตปิ ตเถว วตฺวา นิปชฺชิ. อถสฺส ปิตา พหุํ ยาจิตฺวาปิ ตํ สญฺญาเปตุํ อสกฺโกนฺโต ตสฺส สหายํ ปกฺโกสาเปตฺวา กหาปณสหสฺสํ ทตฺวา ‘‘อิเม กหาปเณ คเหตฺวา อตฺตโน ธีตรํ มยฺหํ ปุตฺตสฺส เทตู’’ติ ปหิณิ. โส ‘‘นาหํ กหาปเณ คเหตฺวา เทมิ, สเจ ปน โส อิมํ อลภิตฺวา ชีวิตุํ น สกฺโกติ, เตน หิ อเมฺหหิ สทฺธึเยว วิจรตุ, ทสฺสามิสฺส ธีตร’’นฺติ อาห. มาตาปิตโร ปุตฺตสฺส ตมตฺถํ อาโรเจสุํ. โส ‘‘อหํ เตหิ สทฺธึ วิจริสฺสามี’’ติ วตฺวา ยาจนฺตานมฺปิ เตสํ กถํ อนาทิยิตฺวา นิกฺขมิตฺวา นาฏกสฺส สนฺติกํ อคมาสิ. โส ตสฺส ธีตรํ ทตฺวา เตน สทฺธึเยว คามนิคมราชธานีสุ สิปฺปํ ทสฺเสนฺโต วิจริ.
สาปิ เตน สทฺธึ สํวาสมนฺวาย นจิรสฺเสว ปุตฺตํ ลภิตฺวา กีฬาปยมานา ‘‘สกฏโคปกสฺส ปุตฺต, ภณฺฑหารกสฺส ปุตฺต, กิญฺจิ อชานกสฺส ปุตฺตา’’ติ วทติ. โสปิ เนสํ สกฏปริวตฺตกํ กตฺวา ฐิตฏฺฐาเน โคณานํ ติณํ อาหรติ, สิปฺปทสฺสนฏฺฐาเน ลทฺธภณฺฑกํ อุกฺขิปิตฺวา หรติ. ตเทว กิร สนฺธาย สา อิตฺถี ปุตฺตํ กีฬาปยมานา ตถา วทติ. โส อตฺตานํ อารพฺภ ตสฺสา คายนภาวํ ญตฺวา ตํ ปุจฺฉิ – ‘‘มํ สนฺธาย กเถสี’’ติ? ‘‘อาม, ตํ สนฺธายา’’ติ. ‘‘เอวํ สนฺเต อหํ ปลายิสฺสามี’’ติ. สา ‘‘กึ ปน มยฺหํ ตยา ปลายิเตน วา อาคเตน วา’’ติ ปุนปฺปุนํ ตเทว คีตํ คายติ. สา กิร อตฺตโน รูปสมฺปตฺติญฺเจว ธนลาภญฺจ นิสฺสาย ตํ กิสฺมิญฺจิ น มญฺญติ. โส ‘‘กึ นุ โข นิสฺสาย อิมิสฺสา อยํ มาโน’’ติ จินฺเตนฺโต ‘‘สิปฺปํ นิสฺสายา’’ติ ญตฺวา ‘‘โหตุ, สิปฺปํ อุคฺคณฺหิสฺสามี’’ติ สสุรํ อุปสงฺกมิตฺวา ตสฺส ชานนกสิปฺปํ อุคฺคณฺหิตฺวา คามนิคมาทีสุ สิปฺปํ ทสฺเสนฺโต อนุปุพฺเพน ราชคหํ อาคนฺตฺวา ‘‘อิโต สตฺตเม ทิวเส อุคฺคเสโน เสฏฺฐิปุตฺโต นครวาสีนํ สิปฺปํ ทสฺเสสฺสตี’’ติ อาโรจาเปสิ.
นครวาสิโน มญฺจาติมญฺจาทโย พนฺธาเปตฺวา สตฺตเม ทิวเส สนฺนิปตึสุ. โสปิ สฏฺฐิหตฺถํ วํสํ อภิรุยฺห ตสฺส มตฺถเก อฏฺฐาสิ. ตํ ทิวสํ สตฺถา ปจฺจูสกาเล โลกํ โวโลเกนฺโต ตํ อตฺตโน ญาณชาลสฺส อนฺโต ปวิฏฺฐํ ทิสฺวา ‘‘กึ นุ โข ภวิสฺสตี’’ติ อาวชฺเชนฺโต ‘‘เสฺว เสฏฺฐิปุตฺโต สิปฺปํ ทสฺเสสฺสามีติ วํสมตฺถเก ฐสฺสติ, ตสฺส ทสฺสนตฺถํ มหาชโน สนฺนิปติสฺสติ. ตตฺร อหํ จตุปฺปทิกํ คาถํ เทเสสฺสามิ, ตํ สุตฺวา จตุราสีติยา ปาณสหสฺสานํ ธมฺมาภิสมโย ภวิสฺสติ, อุคฺคเสโนปิ อรหตฺเต ปติฏฺฐหิสฺสตี’’ติ อญฺญาสิ. สตฺถา ปุนทิวเส กาลํ สลฺลกฺเขตฺวา ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต ราชคหํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ. อุคฺคเสโนปิ สตฺถริ อนฺโตนครํ อปวิฏฺเฐเยว อุนฺนาทนตฺถาย มหาชนสฺส องฺคุลิสญฺญํ ทตฺวา วํสมตฺถเก ปติฏฺฐาย อากาเสเยว สตฺต วาเร ปริวตฺติตฺวา โอรุยฺห วํสมตฺถเก อฏฺฐาสิ. ตสฺมึ ขเณ สตฺถา นครํ ปวิสนฺโต ยถา ตํ ปริสา น โอโลเกติ, เอวํ กตฺวา อตฺตานเมว โอโลกาเปสิ. อุคฺคเสโน ปริสํ โอโลเกตฺวา ‘‘น มํ ปริสา โอโลเกตี’’ติ โทมนสฺสปฺปตฺโต ‘‘อิทํ มยา สํวจฺฉเร กตฺตพฺพํ สิปฺปํ, สตฺถริ นครํ ปวิสนฺเต ปริสา มํ อโนโลเกตฺวา สตฺถารเมว โอโลเกติ, โมฆํ วต เม สิปฺปทสฺสนํ ชาต’’นฺติ จินฺเตสิ.
สตฺถา ตสฺส จิตฺตํ ญตฺวา มหาโมคฺคลฺลานํ อามนฺเตตฺวา ‘‘คจฺฉ, โมคฺคลฺลาน, เสฏฺฐิปุตฺตํ วเทหิ ‘สิปฺปํ กิร ทสฺเสตู’’’ติ อาห. เถโร คนฺตฺวา วํสสฺส เหฏฺฐา ฐิโต เสฏฺฐิปุตฺตํ อามนฺเตตฺวา อิมํ คาถมาห –
‘‘อิงฺฆ ปสฺส นฏปุตฺต, อุคฺคเสน มหพฺพล;
กโรหิ รงฺคํ ปริสาย, หาสยสฺสุ มหาชน’’นฺติ.
โส เถรสฺส กถํ สุตฺวา ตุฏฺฐมานโส หุตฺวา ‘‘สตฺถา มญฺเญ มม สิปฺปํ ปสฺสิตุกาโม’’ติ วํสมตฺถเก ฐิตโกว อิมํ คาถมาห –
‘‘อิงฺฆ ปสฺส มหาปญฺญ, โมคฺคลฺลาน มหิทฺธิก;
กโรมิ รงฺคํ ปริสาย, หาสยามิ มหาชน’’นฺติ.
เอวญฺจ ปน วตฺวา วํสมตฺถกโต เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา อากาเสว จุทฺทสกฺขตฺตุํ ปริวตฺติตฺวา โอรุยฺห วํสมตฺถเกว อฏฺฐาสิ. อถ นํ สตฺถา, ‘‘อุคฺคเสน, ปณฺฑิเตน นาม อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺเนสุ ขนฺเธสุ อาลยํ ปหาย ชาติอาทีหิ มุจฺจิตุํ วฏฺฏตี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –
๓๔๘. ‘‘มุญฺจ ปุเร มุญฺจ ปจฺฉโต,
มชฺเฌ มุญฺจ ภวสฺส ปารคู;
สพฺพตฺถ วิมุตฺตมานโส,
น ปุนํ ชาติชรํ อุเปหิสี’’ติ.
ตตฺถ มุญฺจ ปุเรติ อตีเตสุ ขนฺเธสุ อาลยํ นิกนฺตึ อชฺโฌสานํ ปตฺถนํ ปริยุฏฺฐานํ คาหํ ปรามาสํ ตณฺหํ มุญฺจ. ปจฺฉโตติ อนาคเตสุปิ ขนฺเธสุ อาลยาทีนิ มุญฺจ. มชฺเฌติ ปจฺจุปฺปนฺเนสุปิ ตานิ มุญฺจ. ภวสฺส ปารคูติ เอวํ สนฺเต ติวิธสฺสาปิ ภวสฺส อภิญฺญาปริญฺญาปหานภาวนาสจฺฉิกิริยวเสน ปารคู ปารงฺคโต หุตฺวา ขนฺธธาตุอายตนาทิเภเท สพฺพสงฺขเต วิมุตฺตมานโส วิหรนฺโต ปุน ชาติชรามรณานิ น อุปคจฺฉตีติ อตฺโถ.
เทสนาวสาเน จตุราสีติยา ปาณสหสฺสานํ ธมฺมาภิสมโย อโหสิ. เสฏฺฐิปุตฺโตปิ วํสมตฺถเก ฐิตโกว สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปตฺวา วํสโต โอรุยฺห สตฺถุ สนฺติกํ อาคนฺตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจิ. อถ นํ สตฺถา ทกฺขิณหตฺถํ ปสาเรตฺวา ‘‘เอหิ ภิกฺขู’’ติ อาห. โส ตาวเทว อฏฺฐปริกฺขารธโร สฏฺฐิวสฺสิกตฺเถโร วิย อโหสิ. อถ นํ ภิกฺขู, ‘‘อาวุโส อุคฺคเสน, สฏฺฐิหตฺถสฺส เต วํสสฺส มตฺถกโต โอตรนฺตสฺส ภยํ นาม นาโหสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘นตฺถิ เม, อาวุโส, ภย’’นฺติ วุตฺเต สตฺถุ อาโรเจสุํ, ‘‘ภนฺเต, อุคฺคเสโน ‘น ภายามี’ติ วทติ, อภูตํ วตฺวา อญฺญํ พฺยากโรตี’’ติ. สตฺถา ‘‘น, ภิกฺขเว, มม ปุตฺเตน อุคฺคเสเนน สทิสา ฉินฺนสํโยชนา ภิกฺขู ภายนฺติ, น ตสนฺตี’’ติ วตฺวา พฺราหฺมณวคฺเค อิมํ คาถมาห –
‘‘สพฺพสํโยชนํ เฉตฺวา, โย เว น ปริตสฺสติ;
สงฺคาติคํ วิสํยุตฺตํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณ’’นฺติ. (ธ. ป. ๓๙๗; สุ. นิ. ๖๒๖);
เทสนาวสาเน พหูนํ ธมฺมาภิสมโย อโหสิ. ปุเนกทิวสํ ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘กึ นุ โข, อาวุโส, เอวํ อรหตฺตูปนิสฺสยสมฺปนฺนสฺส ภิกฺขุโน นฏธีตรํ นิสฺสาย นเฏหิ สทฺธึ วิจรณการณํ, กึ อรหตฺตูปนิสฺสยการณ’’นฺติ? สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต, ‘‘ภิกฺขเว, อุภยมฺเปตํ อิมินา เอว กต’’นฺติ วตฺวา ตมตฺถํ ปกาเสตุํ อตีตํ อาหริ.
อตีเต กิร กสฺสปทสพลสฺส สุวณฺณเจติเย กริยมาเน พาราณสิวาสิโน กุลปุตฺตา พหุํ ขาทนียโภชนียํ ยานเกสุ อาโรเปตฺวา ‘‘หตฺถกมฺมํ กริสฺสามา’’ติ เจติยฏฺฐานํ คจฺฉนฺตา อนฺตรามคฺเค เอกํ เถรํ ปิณฺฑาย ปวิสนฺตํ ปสฺสึสุ. อเถกา กุลธีตา เถรํ โอโลเกตฺวา สามิกํ อาห – ‘‘สามิ, อยฺโย, ปิณฺฑาย ปวิสติ, ยานเก จ โน พหุํ ขาทนียํ โภชนียํ, ปตฺตมสฺส อาหร, ภิกฺขํ ทสฺสามา’’ติ. โส ตํ ปตฺตํ อาหริตฺวา ขาทนียโภชนียสฺส ปูเรตฺวา เถรสฺส หตฺเถ ปติฏฺฐเปตฺวา อุโภปิ ปตฺถนํ กรึสุ, ‘‘ภนฺเต, ตุเมฺหหิ ทิฏฺฐธมฺมสฺเสว ภาคิโน ภเวยฺยามา’’ติ. โสปิ เถโร ขีณาสโวว, ตสฺมา โอโลเกนฺโต เตสํ ปตฺถนาย สมิชฺฌนภาวํ ญตฺวา สิตํ อกาสิ. ตํ ทิสฺวา สา อิตฺถี สามิกํ อาห – ‘‘อมฺหากํ, อยฺโย, สิตํ กโรติ, เอโก นฏการโก ภวิสฺสตี’’ติ. สามิโกปิสฺสา ‘‘เอวํ ภวิสฺสติ, ภทฺเท’’ติ วตฺวา ปกฺกามิ. อิทํ เตสํ ปุพฺพกมฺมํ. เต ตตฺถ ยาวตายุกํ ฐตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา ตโต จวิตฺวา สา อิตฺถี นฏเคเห นิพฺพตฺติ, ปุริโส เสฏฺฐิเคเห. โส ‘‘เอวํ, ภทฺเท, ภวิสฺสตี’’ติ ตสฺสา ปฏิวจนสฺส ทินฺนตฺตา นเฏหิ สทฺธึ วิจริ. ขีณาสวตฺเถรสฺส ทินฺนปิณฺฑปาตํ นิสฺสาย อรหตฺตํ ปาปุณิ. สาปิ นฏธีตา ‘‘ยา เม สามิกสฺส คติ, มยฺหมฺปิ สา เอว คตี’’ติ ปพฺพชิตฺวา อรหตฺเต ปติฏฺฐหีติ.
อุคฺคเสนวตฺถุ ฉฏฺฐํ.